เข้าสู่ระบบกชอรส่งข้อความทางโทรศัพท์มือถือเพื่อลางาน เธอนอนตั้งแต่ เช้าถึงหัวค่ำจึงรู้สึกตัวตื่นขึ้น ฝันร้ายอันยาวนานค่อยๆ หวนกลับมาอีกครั้ง หญิงสาวสะบัดหน้าลุกขึ้นไปเปิดฝักบัว ปล่อยน้ำเย็นให้ราดรดร่างกาย มือเรียวยกขึ้น ยีแชมพูกับเข้าผมอย่างแรง แชมพูสูตรเมนทอลเย็นลึกเข้าไปในหนังศีรษะ ความรู้สึกโล่งทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นมา
ครู่หนึ่ง หยาดน้ำตาค่อยๆ ไหลรวมไปกับสายน้ำและฟองแชมพู เธอปลุกปลอบตัวเองว่านี่ไม่ใช่เวลาจะมานั่งเศร้าโศกกับสิ่งที่สูญเสีย แต่เธอควรจะออกจากความหดหู่ผิดหวัง
‘ชีวิตมันสั้นเกินกว่าจะมานั่งเสียใจ หากไม่ได้แก้แค้น ฉันก็คงเดินหน้าต่อไปได้’
พอเป่าผมจนแห้งเธอจึงลงไปซื้ออาหารกล่องสำเร็จรูปที่ร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอยหอพักหิ้วขึ้นไปบนดาดฟ้าอย่างซังกะตาย แต่ตักใส่ปากได้ไม่กี่คำ ใบหน้าของผู้ชายเมื่อคืนก่อนวนเวียนกลับมาอีกครั้ง
“อ๊าย....!” เธอเผลอร้องออกมาเสียงดัง
ลมกรรโชกมาพอดี พัดพาเอาเสียงร้องของเธอลอยไปในอากาศพร้อมกับเสียงฟ้าผ่าอยู่อีกฟากเมืองดังเปรี้ยงๆ จู่ๆ ฝนก็ปรอยสาย กชอรเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ส่งเสียงตัดพ้อ
“บ้าเอ๊ย! เหมือนมิวสิควิดีโอเกินไปแล้ว”
เธอเพิ่งอาบน้ำสระผมจึงต้องรีบวิ่งลงมาจากดาดฟ้ากลับไปยังห้องพัก ยัดกล่องอาหารที่กินเหลือใส่เข้าไปในตู้เย็น เดินไปนั่งที่โต๊ะ เปิดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก
‘ผู้ชายคนนั้น รูปร่างหน้าตาผิวพรรณดี อาจจะเป็นพวกไฮโซหรือลูกหลานเศรษฐี’
กชอรรู้สึกว่าความคลุมเครือทำให้เธอต้องจมอยู่ในกองทุกข์ เธอจึงคิดจะหาตัวตนของผู้ชายคนนั้นให้พบ หากว่าเขาร่วมมือกับผู้จัดการทวีล่ะก็ เธอก็จะหาทางทำให้ชีวิตของเขาพังพินาศไปพร้อมกับสองคนนั้นด้วย
ผ่านไปร่วมสองชั่วโมงเธอจึงหารูปผู้ชายคนนั้นเจอ
‘ธนา ศราวุฒิกุล ประธานบริษัทวินเนอร์เบฟเวอเรจ จำกัด เตรียมตัวเปิดโปรเจคใหญ่ต้นปีหน้า ขณะเดียวกันก็มีข่าวซุบซิบว่าเตรียมเป็นทองแผ่นเดียวกับกับบริษัทน้ำดื่มยักษ์ใหญ่ฉลากสีฟ้าเร็วๆ นี้’
เมื่อเลื่อนต่ำลงไป เธอก็เห็นภาพคู่ของเขากับผู้หญิงสวยเฉี่ยวคนหนึ่งที่สวมชุดแซกสั้นหรูหรา หัวใจของกชอรเจ็บแปลบ เธอหาอ่านข่าวสังคมซุบซิบที่เกี่ยวกับเขาในอินเตอร์เน็ตก็ไม่พบว่ามีข่าวเสียหาย แต่ในนั้นปรากฎภาพคู่ของเขากับผู้หญิงที่ในข่าวระบุว่าเป็นลูกสาวของเจ้าของกิจการน้ำดื่มรายใหญ่ และยังภาพที่ถ่ายกับผู้หญิงอีกหลายคนที่ดูแล้วล้วนเป็นไฮโซด้วยกัน
ในหัวของกชอรเต็มไปด้วยคำถาม เมื่อเทียบฐานะของผู้ชายคนนั้นแล้วเขาไม่น่าจะรู้จักกับนายทวีผู้จัดการจอมลามกที่บริษัทของเธอได้
“ช่างเถอะ! หากคิดจะพึ่งกฎหมายคงไม่ได้ผล ในเมื่อมันสองคนกล้าทำร้ายฉัน ฉันก็จะตอบแทนมันอย่างสาสม”
เช้าวันต่อมา เมื่อกชอรเข้าไปที่บริษัท ผ่องพรรณที่กำลังมองหาเธออยู่ก็กรากเข้ามาดึงแขนแล้วพาไปที่หน้าห้องน้ำ
“คืนนั้นที่งาน เธอหายไปไหนมาผักกาด?”
กชอรยิ้มน้อยๆ ดึงแขนของตนเองออกจากการกุมยึดของฝ่ายอย่างสุภาพ
“อ้อ พอดีผักตื่นขึ้นมาไม่เห็นใครสักคนก็เลยกลับหอน่ะค่ะ”
ผ่องพรรณขมวดคิ้ว “ตื่น เธอตื่นงั้นเหรอ?”
กชอรพยายามข่มใจไม่ให้ตวาดผู้หญิงตรงหน้าออกมา เธอกัดฟันแน่น ดวงตาฉายแววโกรธอยู่วาบหนึ่ง “ค่ะ รู้สึกตัวขึ้นมาก็เลยลุกไปล้างหน้าแล้วกลับเลย คุณผ่องมีปัญหาอะไรเหรอคะ?”
ผ่องพรรณหน้าเสีย นึกสงสัยว่าตนเองทำสิ่งใดผิดพลาด “ไม่มีอะไรหรอก ฉันกลับไปดูที่ห้องพัก พอเห็นเธอหายไปก็เลยเป็นห่วงน่ะ”
กชอรจำได้แม่นว่าในงานเลี้ยง ผ่องพรรณเป็นคนคะยั้นคะยอให้เธอดื่มไวน์สองสามแก้ว จากนั้นสติก็เธอก็คล้ายจะเลือนๆ ลางๆ ผู้หญิงสารเลวคนนี้จึงบอกเธอว่าจะพาไปนอนพักที่ห้องชั้นบน สุดท้ายก็เอาเธอไปทิ้งไว้ในห้องแล้วก็ปล่อยให้มีผู้ชายเข้ามาได้ เธอทบทวนแล้วเดาเจตนาผ่องพรรณได้
...ผ่องพรรณที่ปากหวานก้นเปรี้ยวคนนี้คือคนที่วางยาเธอ...
“ผักกาด คุณทวีเรียกให้ไปหาแน่ะ”
กชอรเบือนหน้าไปอีกทาง แอบแสยะยิ้มกำกำปั้นด้วยความคั่งแค้นขณะเดินเข้าไปในห้องทำงานของผู้จัดการฝ่ายการตลาดด้วยสีหน้าสงบนิ่ง
“ผักกาด ผมเป็นห่วงแทบแย่ คุณผ่องตามหาคุณตั้งนานแน่ะเมื่อคืนก่อน ผมก็พลอยกังวลไปด้วย เมื่อวานคุณยังส่งอีเมล์มาลางานอีก ไม่สบายเหรอ?”
หญิงสาวรีบตีหน้าเศร้าทันที ยกมือขึ้นกุมศีรษะข้างหนึ่ง “ค่ะ ตั้งแต่กลับมาจากงานนั้น ดิฉันก็ปวดหัวไม่หาย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร?”
ทวีรีบลุกจากเก้าอี้ทำท่าคล้ายจะเข้ามาประคอง กชอรรู้สึกสะอิดสะเอียนแต่ก็พยายามไม่บ่ายเบี่ยงมากจนอีกฝ่ายรู้สึกว่าตนรังเกียจ
“ไม่เป็นไรนะ อีกแค่ไม่กี่วันก็จะฝึกงานเสร็จแล้ว คุณลาพักนอนอยู่หออีกสักวันก็ได้ หรือว่าจะให้ผมไปส่งที่หอดีไหม?”
กชอรก้มมองปลายเท้า เธอนึกอยากจะยกเท้าขึ้นใช้ส้นสูงกระทืบลงบนเท้าของผู้ชายหัวงูคนนี้แต่ต้องระงับใจเอาไว้ อีกไม่กี่วันเธอก็จะได้ใบผ่านการฝึกงานแล้ว
“ไม่ต้องหรอกค่ะผู้การ ตอนนี้ดิฉันสบายดีแล้ว” กชอรรีบทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ แอบเหลือบมองนาฬิกาดิจิทัลบนข้อมือ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
สามนาทีตามนัดหมาย นักศึกษาฝึกงานอีกคนก็เคาะประตูแล้วผลักเข้ามา สีหน้าของทวีเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่พอเห็นหญิงสาวหน้าแฉล้มมาพร้อมกับถ้วยกาแฟก็ยิ้มรับ
“นีน่านี่เอง มาๆ เอากาแฟมาเสิร์ฟตรงเวลาเชียว”
หญิงสาวที่ถูกทักทายยิ้มน้อยๆ เธอวางถ้วยกาแฟลงบนโต๊ะ กชอรจึงถือโอกาสขอตัวออกไปพร้อมกับเพื่อนนักศึกษา ทวีทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้แล้วพยักหน้าเบาๆ เขามองตามบั้นท้ายของกชอรด้วยความเสียดาย
นักศึกษาสาวคนงาม ผิวขาวเนียนละเอียด ใบหน้าจิ้มลิ้ม รูปร่างมีส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจนอย่างกชอรไม่น่าจะรอดมือเขาไปได้ เป็นเพราะผ่องพรรณแท้ๆ เชียวที่วางแผนไม่รัดกุม ขณะที่กำลังนึกโทษอีกฝ่าย ผ่องพรรณเดินเข้ามาข้างในพร้อมแฟ้มในมือ
“มองตามจนตาค้างแล้วนะคะ” น้ำเสียงเธอกระแทกกระทั้น
“ผมบอกแล้วใช่ไหม? ให้คุณรอบคอบ ปล่อยปลาลงน้ำไปแบบนั้น คงหมดโอกาสจะจับได้แล้ว”
“ผ่องก็ทำตามแผนคุณแล้วนะคะ แต่คุณเองนั่นล่ะ ปล่อยให้ผักกาดหายตัวไปเฉยๆ ผ่องส่งให้ถึงห้องแล้วแท้ๆ” หญิงสาววางแฟ้มลงบนโต๊ะอย่างเคืองๆ พร้อมกระแทกหลังไปยังพนักพิงของเก้าอี้ตรงข้ามทวี
“คุณถามเธอรึยัง? เธอหายตัวไปได้ไง?”
“เธอว่าเธอตื่นขึ้นมาก็เลยล้างหน้ากลับหอค่ะ แต่ผ่องคิดว่าไม่มีทาง ยานั่น ผ่องเคยใช้มาแล้ว เธอโดนไปขนาดนั้นไม่มีทางจะตื่นมาทันทีได้แน่ ไม่รู้ว่าใครแอบมาช่วย?”
“คุณดูละครมากไปหรือเปล่า? คืนนั้นวุ่นวายจะตาย คุณก็พาผักกาดไปจนถึงห้องแล้ว ใครมันจะเข้าไปช่วยได้?”
“นั่นน่ะสิคะ นี่ผ่องยังนึกไม่ออกเลยว่าผ่องพลาดที่ตรงไหน?”
ผ่องพรรณนึกเสียดาย ทวีจ้องจะงาบกชอรมาตั้งแต่เริ่มเข้าฝึกงานเมื่อหลายเดือนก่อน เขากระซิบว่าจะให้เธอห้าหมื่นถ้าทำให้กชอรตกเป็นของเขาได้
“นักศึกษาหญิงสมัยนี้เขาไม่ถือสาเรื่องเสียตัวกันแล้ว อย่างกชอรผมยินดีจ่ายให้เธอหลักแสนเลยล่ะ”
“นี่คุณจะจ่ายค่าตัวผักกาดขนาดนั้นเลยเหรอคะ? แล้วทีผ่องล่ะ ขอแค่สามสี่หมื่นคุณก็บ่นแล้ว” ผ่องพรรณกอดอกทำหน้าบึ้งใส่ทวี
“ผ่อง คุณกับผมอยู่กันแบบนี้มานานแล้วนะ คุณก็เห็น พวกสาวๆ ก็แค่มาหาเงินใช้ซื้อกระเป๋าหรูๆ โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆ แป๊บๆ ก็หนีไปเกาะผู้ชายคนอื่นต่อแล้ว”
“อีกไม่กี่วันเด็กรุ่นนี้ก็ฝึกงานจบแล้ว น่าเสียดายจริงๆ คุณหาวิธีติดต่อกับกชอรไว้ก็แล้วกัน ไม่แน่นะว่าหลังฝึกงานจบหากคุณเสนอเงินให้เธอตรงๆ เธออาจจะยอมรับก็ได้ ได้ยินว่าเช่าหอพักหญิงล้วนที่พวกเด็กมัธยมแถวนี้เขาอยู่กันไม่ใช่เหรอ?” ทวีน้ำเสียงเย้ยหยัน “เห็นทีครอบครัวคงจะฐานะไม่เท่าไหร่ถึงได้เช่าที่ประหยัดแบบนั้น นักศึกษาส่วนใหญ่เขาเช่าคอนโดอยู่กันหมดแล้ว”
ผ่องพรรณสีหน้าสดชื่นขึ้น เธอยังหวังจะได้เงินห้าหมื่นมาซื้อกระเป๋าใบใหม่ยี่ห้อดังที่กำลังออกคอลเลคชั่นฤดูหนาวในเดือนหน้า
“ได้ค่ะ เดี๋ยวผ่องจัดการเรื่องผักกาดให้คุณเอง”
*************
คุณทิวาอมยิ้ม เธอรู้ว่าเพื่อนบ้านก็แค่หวังดี คนละแวกนี้ล้วนช่วยเหลือกันและกันมาแต่ไหนแต่ไร เห็นทักษพรได้แต่งงานกับคนที่มีฐานะร่ำรวยก็ไม่อยากจะให้ตนสองสามีภรรยาถูกเอารัดเอาเปรียบ“สืบเก่งอีกแล้ว พี่รู้ว่าพวกเธอกลัวพี่จะใจดีไม่กล้าเรียกร้องสินสอด บอกความจริงให้ก็ได้ ที่ไม่ขอสินสอดทองหมั้นน่ะเป็นเพราะธนาเขาให้มาเยอะแล้วน่ะ เงินใช้หนี้พวกนั้นก็เงินเขาทั้งนั้น พี่ยังจะกล้าเอาเงินเขาอีกเหรอ?” เพื่อนบ้านทำตาโต “ดีใจด้วยนะคะ พี่ทิวา การไม่มีหนี้ถือว่าเป็นความสุขสุดยอดแล้วล่ะค่ะ” ทิวาหัวเราะกับเพื่อนบ้านอย่างเบิกบาน ในสังคมเล็กๆ อย่างต่างจังหวัดยากจะปกปิดความลับในครอบครัวเอาไว้ได้ บางครั้งที่คนรอบข้างอยากรู้ก็ไม่ใช่เพราะอยากเอาไปนินทาว่าร้ายแต่พวกเรามีความห่วงใยให้ ก่อนหน้านี้เธอรู้ว่ามีคนสงสัยเรื่องของลูกสาวเธอไม่น้อย เธอไม่กลัวคนอื่นดูถูกแต่ห่วงความรู้สึกของลูกสาว แต่ตอนนี้ทักษพรก็นับว่าได้ทำทุกอย่างชัดเจนและเปิดเผย เธอและสามีก็รู้สึกสบายใจแล้ว การแต่งงานครั้งนี้จัดขึ้นง่ายๆ ที่บ้าน ตอนเช้าเป็นการทำบุญตักบาตรและตอนสายเป็นการจัดเลี้ยงอาหารโดยการ
ณัฐวุฒินำทางเจ้านายของตนไปยังห้องพักแพทย์ ธนาสีหน้าเป็นกังวล เขาคิดวนเวียนถึงอาการของภรรยา เธอไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ไม่รู้ว่าเป็นโรคร้ายแรงใด? ยิ่งคิดก็ยิ่งกระวนกระวาย เขาเดินตามหลังเลขานุการหนุ่มเข้าไปด้วยท่าทางเหม่อลอย “ธนา” ใบหน้าของเจ้าของห้องดูแช่มชื่น “ตุ๊กติ๊ก แกเองเหรอ?” ธนาเลิกคิ้วมองนายแพทย์ตรงหน้า “ไอ้นา บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเรียกแบบนี้ เรียกแค่ติ๊กก็พอ” นายแพทย์ สุดหล่อทำหน้าไม่พอใจ “มาๆ นั่งก่อนๆ ไม่คิดเลยว่าแกจะมีเมียมีลูกแบบไม่บอกไม่กล่าวแบบนี้” “เออ ฉันก็ไม่คิดเหมือนกัน” คนถูกทักยิ้มน้อยๆ “นั่งก่อนๆ ที่ฉันสั่งคนเอาไว้ก็เพราะอยากเจอตัวแกนี่ล่ะ” ณัฐวุฒิถอยออกไปรอข้างนอก ธนาสีหน้ากลับไปเคร่งเครียดเช่นเดิม “เมียฉันป่วยอะไร? ทำไมแกต้องให้ฉันมาพบส่วนตัว?” “เมียแก เมียแกก็แค่เพลีย คงจะนอนน้อย แต่ที่สำคัญมีข่าวดีด้วย” “เอ๊ะ!” “ยังจะตะลึงอะไรอีก? กินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้องแท้ๆ” ธนาเห็นรอยยิ้มของเพื่อนเก่าก็คิดออก “เมียฉันท้องเห
กรินทร์ถูกจับในขณะที่กำลังเก็บกระเป๋าขึ้นรถยนต์กำลังจะออกจากบ้าน ตำรวจพบหลักฐานชัดเจนว่าเขาติดต่อสายน้ำจริงและคนทั้งสองร่วมกันว่าจ้างมือปืนเพื่อให้ลอบสังหารธนา ศราวุฒิกุล ประธานบริษัทกาแฟสกายกิฟต์ และผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทวินเนอร์เบฟเวอเรจ ข่าวของเกวลินในฐานะลูกสาวของกรินทร์ถูกนำมาพูดถึงอีกครั้ง ครั้งนี้เธอทนความอับอายไม่ไหวจนต้องหลบหนีไปต่างประเทศ “หลักฐาน พยานฝ่ายเราเป็นไง?” “ดีที่คุณซื้อโรงงานซอสนั้นเอาไว้ก่อน แม้จะมีการไล่ยิงกันในโรงงานก็ยังพอใช้อ้างได้ว่าคนพวกนั้นบุกรุก” ทนายพิพัฒน์อมยิ้ม เขารู้ว่าธนาเป็นนักธุรกิจที่เก่งกาจ ย่อมต้องวางแผนอย่างดีก่อนที่จะนำชีวิตตนเองไปเสี่ยง “ส่วนบอดี้การ์ดที่คุณจ้างมา พวกเขาครอบครองปืนโดยถูกกฎหมาย ไม่มีปัญหา ที่เหลือเป็นเรื่องของกระบวนการบนชั้นศาล เพราะมีคนบาดเจ็บและตายในที่เกิดเหตุ” “ทุกอย่างก็เป็นไปตามที่คุณแนะนำผมนั่นล่ะ” ธนายิ้มน้อยๆ “เรื่องนี้ก็ฝากคุณด้วยก็แล้วกัน ณัฐบอกว่าหาหลักฐานเพิ่มเติมเรื่องอุบัติเหตุได้แล้วนี่?” “ครับ คดีนั้นจะถูกรื้อออกมาอีกครั้ง รวมทั้งคดีสองศพในรถที่ต
“ก็ตั้งแต่พี่นามาถึงที่นี่ได้สิบกว่านาทีค่ะ ผักให้ลิลี่ช่วย ติดเครื่องติดตามในรถของพี่นา” ธนาอึ้ง เขารู้แล้วว่าเธอสะกดรอยตามเพราะเป็นห่วง ชายหนุ่มได้แต่กลืนน้ำลายเบาๆ ครั้งนี้เขาทำให้ภรรยาเป็นห่วงจนร้องไห้ ชายหนุ่มรู้สึกผิด อย่างมาก “ผัก พี่ขอโทษ” น้ำเสียงของเขาแหบพร่า ยกมือข้างที่ไม่ได้รับบาดเจ็บขึ้น เช็ดน้ำตาของภรรยา “คราวหน้าพี่ไม่กล้าอีกแล้ว” “พี่นา เสียงปืนพวกนั้น ทำเอาผักใจหาย กว่าเราจะหากันเจอก็ตั้งสี่ปี กว่าน้องพืชจะมีพ่อก็ใช้เวลาตั้งสามปีกว่า ถ้าเกิดว่าพี่เป็นอันตราย เจ็บหรือตายไป ผักกับลูกจะอยู่กันยังไงคะ?” กระพริบตาสองสามครั้ง น้ำตาก็ไหลเป็นทาง “อย่าร้องไห้เลยผักกาด พี่สัญญา ต่อไปจะไม่เสี่ยงอันตรายแบบนี้อีก” ชายหนุ่มตกใจกับอาการสะอึกสะอื้นของภรรยา เขายกสองมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้เธอด้วยความร้อนรน “พี่นาสัญญาแล้วนะคะ” “ได้ๆ พี่สัญญา” พยาบาลที่นั่งอยู่ด้านขาอยู่สองสามีภรรยาต้องเบือนหน้าไปยิ้มอีกทาง ผู้บาดเจ็บหน้าตาหล่อเหลากับภรรยาที่สวยน่ารักกำลังแสดงบทรักลึกซึ้งต่อหน้า เธอเห็นแล้ว
“ตีซ้ำอีกพี่แบงก์” ลิลี่วิ่งมาถึงพร้อมไม้เบสบอลในมือจักรพงษ์หันขวับไปมองคนที่ลงมือกับตัวเองก็ถูกตีครั้งที่สอง กำลังของแบงก์ที่ฝึกมวยมาก่อนแรงจะจักรพงษ์แทบกระอัก “พอแล้วๆ อย่าตีผมเลย”ผู้หญิงสี่คนเดินมาล้อมคนทั้งสองเอาไว้ แบงก์กับลิลี่ถือไม้เบสบอลติดมือมาด้วยทำให้ประพันธ์ที่ถูกช็อตจนอ่อนเปลี้ยหันไปมองจักรพงษ์ที่ถูกตีจนทรุดอยู่ข้างๆ“คุณประพันธ์ เป็นฝีมือคุณนี่เอง” ทักษพรชักสีหน้าน้ำฟ้าเองก็มีเครื่องช็อตไฟฟ้าในมือ เธอควักมันออกมาแล้วยืนทำหน้าข่มขู่อยู่ข้างๆ ทักษพร“คราวนี้จะบอกเราได้หรือยังว่าข้างในคุณเตรียมคนมาเท่าไหร่?” ทักษพรทำหน้าถมึงทึงจ้องประพันธ์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แขนขาของประพันธ์อ่อนแรง เขาเงยหน้าขึ้นมองสามสาวโดยเฉพาะ น้ำฟ้า “คุณฟ้า คุณมาได้ไง?” “ทำไม? ทำไมฉันถึงจะมาไม่ได้? คุณกับคุณจักรมาด้วยกันแบบนี้ก็แสดงว่าลุงของฉันกับคุณกรินทร์ร่วมมือกันสินะ” “พวกคุณ..คิดจะ....ทำอะไรผม?” ทักษพรทนไม่ไหวใช้มือขยุ้มคอเสื้อแล้วเขย่า “พวกคุณวางแผนจะฆ่า คุณธนาใช่ไหม?” ประพันธ์เม้มปากส่ายหน้า เขาไม่มีทางทรยศเจ้านายของตน แบงก์
ทักษพรเห็นท่าทีผิดปกติของธนาตั้งแต่หลายวันก่อน เธอจึงแอบฟังในตอนที่เขาคุยโทรศัพท์และใช้แอพพลิเคชั่นติดตามความเคลื่อนไหวซ่อนไว้ในโทรศัพท์ของสามี แผนล่อเสือออกจากถ้ำของเขา เธอรู้สึกหวั่นใจจึงได้ปรึกษาแบงก์กับลิลี่ “เราสามคนต้องออกปฏิบัติอีกครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้อันตรายมาก เราต้องเตรียมอาวุธไปด้วย” แบงก์สีหน้าจริงจัง “อาวุธ มีดหรือปืน?” “จะบ้าเหรอผัก? เราสามคนจะไปหาปืนได้ที่ไหน? ฉันยิงปืนเป็นก็จริงแต่ถ้าจะซื้อตอนนี้ก็คงไม่ทัน อีกอย่างไปยิงคนก็จะกลายเป็นคดีเปล่าๆ หนังสะติ๊กก็อาจจะพอหาได้” “ก็ดีนะ อย่างน้อยมันก็ยิงได้อ่ะพี่แบงก์” ลิลี่ยิ้มพยักหน้าหงึกหงัก “เออ ก็ดีนะ” ทักษพรเห็นด้วย “พวกสเปรย์พริกไทยกับเครื่องช็อตไฟฟ้าล่ะ หาซื้อมาพกได้ไหม?” “ของพวกนั้นถ้าพกไปตามที่สาธารณะก็ถือว่าเป็นอาวุธนะ ผิดกฎหมาย ลี่เคยคิดจะซื้อเหมือนกันแต่พอรู้ว่าจะมีปัญหาเลยไม่ได้ซื้อ” “ถ้างั้น เราก็เอาหนังสะติ๊กกับไม้เบสบอลไปด้วยก็แล้วกัน” แบงก์พยักหน้าหงึกหงัก “ไม่ได้ๆ ถ้าพวกเขามีปืนเราก็ตายเปล่ากันพอดี ฉันจะแ







