Home / โรแมนติก / แฟนคลับข้ามภพมารักแม่ทัพ / บทที่ 2 ฉันอยู่ในนิยายจริงเหรอ

Share

บทที่ 2 ฉันอยู่ในนิยายจริงเหรอ

Author: Ladyporn
last update publish date: 2026-09-16 11:29:10

"...ฉันทะลุเข้ามาอยู่ในนิยายจริง ๆ งั้นเหรอ" ประโยคนั้นหลุดออกจากริมฝีปากของหลินเสี่ยวอวี่อย่างแผ่วเบา

หญิงสาวยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเตียง มือทั้งสองกำกระจกทองเหลืองแน่นจนปลายนิ้วซีด ดวงตาคู่สวยจ้องมองใบหน้าที่สะท้อนอยู่ในนั้นไม่กะพริบ

ใบหน้านี้...ไม่ใช่ของเธอ แต่ก็ไม่ใช่ใบหน้าที่ไม่คุ้นเคยเสียทีเดียว เพราะมันคือใบหน้าที่ถูกบรรยายไว้ในนิยายแทบทุกครั้งที่ตัวละครนี้ปรากฏตัว

"หลินเสี่ยวอวี่ บุตรสาวคนเดียวของเสนาบดีกรมพิธีการ งดงามอ่อนหวาน ผิวขาวดุจหยก ดวงตากลมโตดั่งกวางน้อย"

ตอนอ่านนิยาย เธอแทบไม่สนใจตัวละครนี้เลย เหตุผลก็ง่ายมาก...อีกฝ่ายตายตั้งแต่ต้นเรื่อง ตัวละครที่โผล่มาไม่ถึงสองตอน ต่อให้สวยแค่ไหน คนอ่านก็คงจำไม่ได้ แต่ตอนนี้...เธอกลับกลายมาเป็นเจ้าของร่างนี้เสียเอง

"คุณหนู?"

เสียงสาวใช้ดังขึ้นด้วยความเป็นห่วง

"คุณหนูไม่สบายตรงไหนหรือเจ้าคะ"

หลินเสี่ยวอวี่สะดุ้ง รีบวางกระจกลงอย่างรวดเร็ว

"เอ่อ...ไม่เป็นไร"

เธอพยายามยิ้ม แต่คงยิ้มได้แย่มาก เพราะหญิงวัยกลางคนที่นั่งอยู่ข้างเตียงรีบลูบศีรษะเธอเบา ๆ

"ลูกคงยังตกใจ พักอีกสักหน่อยเถิด"

หญิงสาวแอบเหลือบมองคนตรงหน้า หากจำไม่ผิด...นี่คือฮูหยินหลิน มารดาของเจ้าของร่าง ส่วนนั่งอยู่ด้านหลังคือ...เสนาบดีหลิน บิดาของร่างนี้ เธอจำได้ว่าทั้งสองเป็นตัวละครประกอบที่มีบทเพียงไม่กี่ฉาก ก่อนจะหายไปจากเนื้อเรื่องหลังลูกสาวเสียชีวิต

"ลูกหิวหรือไม่"

ฮูหยินหลินถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

"แม่ให้คนไปตุ๋นซุปมาแล้ว"

"...ขอบคุณเจ้าค่ะ" หลินเสี่ยวอวี่ตอบตามสัญชาตญาณ พอพูดจบ เธอก็ชะงัก

"...เจ้าค่ะ?"

เธอเผลอพูดแบบคนโบราณออกไปได้อย่างไร ทั้งที่เมื่อครู่ยังใช้คำว่าฉันอยู่เลย หรือเพราะ...ความทรงจำของเจ้าของร่างกำลังค่อย ๆ หลอมรวมกับเธอ ยิ่งคิด หัวก็ยิ่งปวด เสนาบดีหลินเห็นลูกสาวขมวดคิ้ว จึงรีบเอ่ยขึ้น

"หมอบอกว่าเจ้ากระแทกศีรษะ...หากจำอะไรไม่ได้ก็ไม่เป็นไร"

"ค่อย ๆ พัก"

กระแทกศีรษะ...หลินเสี่ยวอวี่เริ่มประมวลผลคำพูดทั้งหมด ตกน้ำ...หมดสติ...เพิ่งฟื้น เหมือนในนิยายไม่มีผิด เธอจำได้ว่าตอนต้นเรื่อง ผู้เขียนเขียนไว้เพียงสั้น ๆ ว่า

"บุตรสาวเสนาบดีกรมพิธีการพลัดตกสระและเสียชีวิต ก่อนงานเลี้ยงฉลองชัยของแม่ทัพเพียงไม่กี่วัน"

จากนั้นก็ไม่มีใครพูดถึงอีก ใช่...ไม่มีแม้แต่ชื่อเต็ม จนเธอมาเห็นในสารบัญตัวละครท้ายเล่ม หลินเสี่ยวอวี่...ชื่อเดียวกับเธอ ตอนนั้นเธอยังหัวเราะอยู่เลย

"โลกจะบังเอิญอะไรขนาดนั้น"

แต่ตอนนี้...เธอไม่ขำแล้ว

หลังจากทั้งสองคนกำชับให้พักผ่อนอยู่ครู่ใหญ่ เสนาบดีหลินกับฮูหยินหลินก็พาสาวใช้คนอื่นออกจากห้อง เหลือเพียงสาวใช้วัยรุ่นคนหนึ่งที่ยืนเฝ้าอยู่ไม่ห่าง

ทันทีที่ประตูปิด

หลินเสี่ยวอวี่ก็แทบกระโดดลงจากเตียง

"โอ๊ย!"

เธอรีบยกมือปิดปากตัวเอง

เจ็บ...ร่างนี้ยังระบมไปหมด แต่ถึงอย่างนั้น ความอยากรู้อยากเห็นก็มีมากกว่า หญิงสาวเดินสำรวจห้องช้า ๆ ทุกอย่างเหมือนหลุดออกมาจากซีรีส์จีนที่เธอเคยดู ชั้นหนังสือไม้จันทน์ โต๊ะเขียนอักษร แจกันหยกสีขาว ผ้าม่านแพรโปร่ง แม้แต่กระถางธูปก็ยังแกะสลักลายเมฆอย่างประณีต

"นี่มัน..."

เธอเดินไปเปิดหน้าต่าง ภาพเบื้องหน้าทำให้เธออ้าปากค้าง สวนขนาดใหญ่เต็มไปด้วยต้นเหมยและต้นไผ่ สะพานหินทอดผ่านสระน้ำสีเขียวมรกต ปลาคาร์ปสีแดงแหวกว่ายอยู่ด้านล่าง ไกลออกไปคือศาลาแปดเหลี่ยมกลางสระ สวย...สวยยิ่งกว่าฉากในละครเสียอีก หลินเสี่ยวอวี่ถอนหายใจ

"เหมือนจริงเกินไปแล้ว"

เธอหยิกแขนตัวเองแรง ๆ

"โอ๊ย!"

เจ็บจริง...ไม่ใช่ฝัน หญิงสาวค่อย ๆ นั่งลงบนเก้าอี้ไม้ข้างหน้าต่าง แล้วเริ่มรวบรวมความคิด

"ใจเย็น...ค่อย ๆ คิด"

เธอยกนิ้วขึ้นมานับทีละข้อ

"ข้อแรก...ฉันทะลุมิติมาแล้ว"

"ข้อสอง...ฉันอยู่ในนิยาย"

"ข้อสาม...ฉันอยู่ในร่างหลินเสี่ยวอวี่"

ถึงตรงนี้เธอพยักหน้าเบา ๆ ยังรับได้แต่ข้อสุดท้าย...ทำให้เธอเกือบหลุดหัวเราะ

"แล้วตัวละครนี้...ก็ตายตั้งแต่บทที่สอง"

หญิงสาวหัวเราะแห้ง ๆ

"...แค่นั้นเอง"

เธอเอนตัวพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายใจ

"ก็ไม่ตายสิ"

ง่ายจะตาย ในเมื่อเธอรู้อนาคตอยู่แล้ว ไม่ต้องไปสระน้ำ ไม่ต้องออกจากห้อง ไม่ต้องเดินไปไหน แค่นอนอยู่เฉย ๆ สักสองสามวันก็พอ พ้นเหตุการณ์นี้เมื่อไร ชีวิตก็เปลี่ยน ส่วนเป้าหมายต่อไป...เธอยิ้มกว้าง คือการได้เจอแม่ทัพเซียวจิ่นอันตัวเป็น ๆ ไม่ใช่ในหน้ากระดาษอีกต่อไป คิดได้ดังนั้น หัวใจก็เต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่

"อีกไม่กี่วัน...แม่ทัพจะกลับเมืองหลวงแล้ว"

"ในที่สุด...ฉันก็จะได้เจอท่านเสียที"

หญิงสาวกอดหมอนแน่นอย่างคนกำลังฝันหวาน โดยไม่รู้เลยว่า...ชะตากรรมที่ถูกเขียนไว้ ไม่ได้คิดจะปล่อยเธอไปง่าย ๆ

"คุณหนู...ถึงเวลาดื่มยาแล้วเจ้าค่ะ"

เสียงสาวใช้ดังขึ้นหน้าประตู ทำให้หลินเสี่ยวอวี่สะดุ้งหลุดจากภวังค์

หญิงสาวรีบปล่อยหมอนในอ้อมแขน ก่อนแสร้งไอเบา ๆ แล้วกลับไปนั่งบนเตียงราวกับเมื่อครู่ไม่ได้แอบกระโดดลงมาสำรวจห้องทั้งที่เพิ่งฟื้น

ประตูไม้ถูกเปิดออก

สาวใช้วัยราวสิบเจ็ดปีเดินเข้ามาพร้อมถาดไม้ บนนั้นมีถ้วยยาสีดำส่งกลิ่นขมลอยมาแต่ไกล

"คุณหนู...ท่านหมอสั่งให้ดื่มให้หมดนะเจ้าคะ"

หลินเสี่ยวอวี่มองถ้วยยาด้วยสีหน้าลำบากใจ

"...ขมไหม"

สาวใช้ยิ้ม

"ขมมากเจ้าค่ะ"

"..."

คำตอบตรงไปตรงมาจนเธอหัวเราะออกมา

"เจ้าชื่ออะไร"

สาวใช้ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนย่อตัวคำนับ

"บ่าวชื่อชิงเอ๋อร์เจ้าค่ะ"

ชิงเอ๋อร์...หลินเสี่ยวอวี่ขมวดคิ้ว เธอจำชื่อนี้ได้ แม้จะไม่ได้มีบทมากนัก แต่ในนิยายเคยกล่าวถึงสาวใช้คนสนิทของบุตรสาวเสนาบดีอยู่เพียงประโยคเดียว

"หลังคุณหนูเสียชีวิต ชิงเอ๋อร์ร้องไห้อยู่หน้าโลงศพถึงสามวันสามคืน"

ตอนนั้นเธออ่านผ่าน ๆ ไม่ได้รู้สึกอะไร แต่เมื่อมาเห็นเจ้าตัวจริง...หัวใจกลับอุ่นขึ้นอย่างประหลาด

"คุณหนู?"

"อ้อ...ไม่มีอะไร"

หลินเสี่ยวอวี่รับถ้วยยามา กลั้นใจดื่มรวดเดียวจนหมด รสชาติขมจนแทบอยากร้องไห้ ชิงเอ๋อร์รีบยื่นผลไม้เชื่อมมาให้

"อมสักหน่อยเจ้าค่ะ จะได้หายขม"

"ขอบใจ"

พอพูดจบ เธอก็หยุดชะงัก ทำไมรู้สึกเหมือนตัวเองเริ่มใช้ภาษาแบบคนยุคนี้น้อยลงทุกที หรือเป็นเพราะ...ร่างนี้กำลังทำให้เธอปรับตัวเข้ากับโลกใบนี้ หลังดื่มยาเสร็จ ชิงเอ๋อร์ก็จัดหมอนให้ใหม่

"ฮูหยินกำชับไว้ว่า วันนี้ห้ามคุณหนูออกจากเรือนเด็ดขาด"

หลินเสี่ยวอวี่ถึงกับยิ้มกว้าง

"จริงหรือ"

"เจ้าค่ะ"

"ดีเลย"

ชิงเอ๋อร์มองนายหญิงอย่างงุนงง ปกติคุณหนูของนางเป็นคนชอบออกไปเดินเล่นในสวนทุกวัน เหตุใดวันนี้กลับดูดีใจที่ไม่ต้องออกไปเสียอย่างนั้น แต่สาวใช้ก็ไม่ได้ถาม

เมื่อจัดทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว นางก็ถอยออกไปปิดประตูเบา ๆ ทันทีที่เหลืออยู่คนเดียว หลินเสี่ยวอวี่ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก

"รอดแล้ว..."

เธอเอนหลังพิงหมอน

"ถ้าไม่ออกจากห้อง ก็ไม่มีทางตกน้ำ"

ง่ายนิดเดียว ตอนอ่านนิยาย เธอเคยบ่นด้วยซ้ำว่าตัวละครนี้ซุ่มซ่ามเกินไป เดินเล่นอยู่ดี ๆ ดันพลัดตกสระจนเสียชีวิต ในเมื่อรู้ตอนจบแล้ว ก็แค่ไม่เดินไปที่สระ ทุกอย่างก็จบ หญิงสาวยิ้มอย่างภูมิใจในแผนของตัวเอง

"ฉลาดจริง ๆ แค่นี้ก็เปลี่ยนเนื้อเรื่องได้แล้ว"

...

เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วยาม ความเบื่อเริ่มเข้ามาแทนที่ หลินเสี่ยวอวี่เดินวนอยู่ในห้องอยู่หลายรอบ หยิบหนังสือบนชั้นมาเปิด อ่านไม่ออก หยิบพู่กันขึ้นมา เขียนไม่ได้ เปิดหน้าต่างชมสวน ก็เริ่มเมื่อย สุดท้ายเธอทิ้งตัวลงบนเก้าอี้

"อยู่เฉย ๆ นี่มันทรมานเหมือนกันนะ"

พอคิดแบบนั้น สายตาก็เหลือบไปเห็นสวนด้านนอกอีกครั้ง แดดยามสายกำลังส่องลงบนศาลาริมน้ำ ดอกเหมยสีชมพูพลิ้วไหวตามสายลม งดงามจนอดมองไม่ได้

"เดินแค่หน้าห้อง..." เธอพึมพำกับตัวเอง

"คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง"

ยังไงสระน้ำก็อยู่ไกล แค่เดินยืดเส้นยืดสาย คงไม่ถึงกับโชคร้ายขนาดนั้น เธอเปิดประตูแง้มออก มองซ้าย มองขวา ไม่เห็นชิงเอ๋อร์

"แวบเดียว..."

หญิงสาวยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนรีบก้าวออกจากห้อง ทางเดินไม้ทอดยาวไปตามระเบียง ลมเย็นพัดโชยมาเป็นระยะ หลินเสี่ยวอวี่สูดลมหายใจลึก

"อากาศดีจัง"

เธอเดินช้า ๆ ชื่นชมบรรยากาศรอบตัว ต้นไผ่เรียงรายส่งเสียงเสียดสีกันเบา ๆ นกน้อยบินผ่านยอดไม้ ทุกอย่างสงบจนแทบลืมไปว่านี่คือโลกในนิยายที่เต็มไปด้วยการแย่งชิงอำนาจ หญิงสาวเดินไปเรื่อย ๆ โดยไม่ทันสังเกตว่า... เส้นทางที่เธอเลือก กำลังมุ่งหน้าไปยังสวนด้านหลังจวน สถานที่เดียวกับที่เคยเกิดเหตุในนิยาย ไม่นานนัก เสียงหัวเราะของเด็กก็ดังลอยมา

หลินเสี่ยวอวี่ชะงัก

เด็ก?

ในนิยาย...มีเด็กด้วยหรือ เธอเดินอ้อมพุ่มไม้ไปดู ตรงลานหญ้ากว้าง เด็กชายอายุราวเจ็ดแปดขวบกำลังวิ่งไล่จับกับสาวใช้สองคนอย่างสนุกสนาน

"จับไม่ได้!"

"คุณชายน้อย อย่าวิ่งเร็วเจ้าค่ะ"

เด็กชายหัวเราะเสียงใส ก่อนวิ่งอ้อมศาลาอย่างซุกซน หลินเสี่ยวอวี่มองภาพนั้นด้วยรอยยิ้ม

"น่ารักจัง"

เธอกำลังจะหันหลังกลับ เพราะไม่อยากยุ่งกับเหตุการณ์ที่ไม่มีในความทรงจำ แต่ในวินาทีนั้นเอง...เด็กชายกลับหันมาอีกทาง สายตาของทั้งคู่สบกันพอดี เด็กน้อยยิ้มกว้าง แล้ววิ่งตรงมาทางเธอเต็มแรง หลินเสี่ยวอวี่เบิกตา

"เดี๋ยว...ระวัง!"

แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินไป เด็กชายพุ่งชนเธออย่างจัง แรงกระแทกทำให้ร่างของหญิงสาวเสียหลัก

"กรี๊ด!"

เธอเซถอยหลังไปหลายก้าว ปลายเท้าเหยียบโดนก้อนกรวดที่อยู่ริมทาง ร่างทั้งร่างเอนหงาย และด้านหลังของเธอ...คือสระบัวขนาดใหญ่ หลินเสี่ยวอวี่หน้าซีดเผือด ในหัวมีเพียงประโยคเดียวที่ดังซ้ำไปซ้ำมา

"บุตรสาวเสนาบดีพลัดตกสระเสียชีวิต..."

"ไม่นะ!"

เสียงกรีดร้องดังลั่นสวน ก่อนร่างของเธอจะหงายหลังตกลงไปในผืนน้ำ

ตูม!

ตูม!

เสียงน้ำกระจายดังสนั่นไปทั่วสวน ความเย็นเยียบแผ่ซ่านเข้าปกคลุมร่างทั้งร่างในชั่วพริบตา หลินเสี่ยวอวี่รู้สึกเหมือนร่างถูกดึงให้จมลงไปใต้ผิวน้ำอย่างรวดเร็ว เสื้อผ้าหนักอึ้งจากการอมน้ำจนแทบขยับตัวไม่ได้

"อึก!"

น้ำทะลักเข้าปากและจมูกทันทีที่เธอเผลออ้าปาก หญิงสาวพยายามตะเกียกตะกายตามสัญชาตญาณ แต่ยิ่งดิ้น...ร่างก็ยิ่งจมลึกลงไป

ภาพเหนือผิวน้ำพร่าเลือน แสงแดดแตกกระจายเป็นประกายระยิบระยับ เสียงผู้คนที่กำลังร้องตะโกนฟังดูห่างไกลราวกับดังมาจากอีกโลกหนึ่ง

"ช่วยด้วย!...คุณหนูตกน้ำ!"

"เร็วเข้า!"

หลินเสี่ยวอวี่เบิกตากว้าง หัวใจเต้นแรงจนแทบระเบิดออกจากอก

"ไม่..."

เธอพยายามกลั้นหายใจ นี่ไม่เหมือนครั้งก่อน ครั้งก่อนเธอถูกรถชน แต่ครั้งนี้...เธอกำลังจะจมน้ำจริง ๆ ความทรงจำจากโลกเดิมผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เธอว่ายน้ำเป็น...แต่ไม่เก่ง พออยู่ในสระลึกแบบนี้ แถมยังสวมเสื้อผ้าหลายชั้น ความรู้เรื่องการว่ายน้ำแทบไม่มีประโยชน์เลย

"ขึ้นไป...ต้องขึ้นไป..."

เธอพยายามถีบตัวขึ้น ปลายนิ้วเกือบแตะผิวน้ำแล้ว แต่กลับมีบางอย่างรั้งข้อเท้าไว้ ไม่ใช่มือคน แต่เป็นชายกระโปรงยาวที่พันเข้ากับกิ่งบัวใต้น้ำ

"บ้าเอ๊ย..."

หญิงสาวพยายามดึงผ้าออก ยิ่งดึงก็ยิ่งพันแน่น อากาศในปอดเริ่มเหลือน้อยลงทุกที ดวงตาเริ่มพร่ามัว ในหัวกลับมีประโยคหนึ่งดังขึ้นมา

"บุตรสาวเสนาบดีกรมพิธีการเสียชีวิตเพราะพลัดตกสระ..."

ตอนอ่าน...เธอเคยคิดว่ามันเป็นเพียงประโยคสั้น ๆ ไม่มีความหมาย ไม่มีน้ำหนัก แต่เมื่อได้มาอยู่ในเหตุการณ์จริง เธอจึงเข้าใจ ว่าความตายของคนคนหนึ่ง...ไม่เคยเป็นเรื่องสั้นเลย ทุกวินาทีก่อนสิ้นใจ ช่างยาวนานเหลือเกิน

"ไม่..."

เธอส่ายหน้าแรง ๆ

"ฉันยังตายไม่ได้ ยังไม่ได้เจอแม่ทัพเลย..."

ความคิดนั้นทำให้เธอกัดฟันอีกครั้ง หลินเสี่ยวอวี่รวบรวมแรงทั้งหมด ฉีกชายกระโปรงที่พันอยู่กับกิ่งบัวอย่างสุดกำลัง เสียงผ้าขาดดังแควกอยู่ใต้น้ำ ร่างของเธอเป็นอิสระในที่สุด หญิงสาวรีบถีบตัวขึ้นสู่ผิวน้ำทันที

"แค่ก!"

ศีรษะโผล่พ้นน้ำได้เพียงเสี้ยววินาที เธอก็สำลักน้ำจนไออย่างรุนแรง แต่ยังไม่ทันตั้งตัว ร่างก็หมดแรงและกำลังจะจมลงไปอีกครั้ง

ทันใดนั้น...มีคนกระโดดลงน้ำ

ตูม!

แรงคลื่นซัดเข้ามาจนเธอหันไปมอง ชายร่างกำยำในชุดองครักษ์ว่ายน้ำตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว เขาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น

"คุณหนู!"

อีกฝ่ายรีบประคองเธอขึ้นจากน้ำ ก่อนช่วยพากลับเข้าฝั่ง เมื่อเท้าสัมผัสพื้นดิน หลินเสี่ยวอวี่ก็ทรุดลงคุกเข่า ไอจนน้ำตาไหล

"แค่ก... แค่ก..."

น้ำจำนวนมากไหลออกจากปาก ลมหายใจหอบถี่ราวกับเพิ่งรอดกลับมาจากประตูนรก

"เสี่ยวอวี่!"

ฮูหยินหลินวิ่งเข้ามากอดลูกสาวทันที

ใบหน้าซีดเผือดของผู้เป็นแม่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา

"ลูกเป็นอย่างไรบ้าง...เจ็บตรงไหนหรือไม่"

เสนาบดีหลินเองก็รีบเดินเข้ามา แม้จะยังรักษาท่าทีสงบนิ่ง แต่แววตาที่สั่นไหวก็ปิดความตกใจเอาไว้ไม่มิด

ส่วนเด็กชายที่ชนเธอเมื่อครู่...ยืนตัวสั่นอยู่ไม่ไกล ดวงตาแดงก่ำ

"ข้า...ข้าไม่ได้ตั้งใจ"

"ข้าขอโทษ"

เด็กน้อยพูดเสียงสั่น ก่อนร้องไห้ออกมา หลินเสี่ยวอวี่หันไปมอง หัวใจที่ยังเต้นแรงค่อย ๆ สงบลง เธอจำได้แล้ว...ในนิยายไม่ได้เขียนว่า "พลัดตกน้ำ" แต่เขียนเพียงว่า "เกิดอุบัติเหตุระหว่างเดินเล่นในสวน"

รายละเอียด...ถูกละไว้ทั้งหมด เธอสูดหายใจลึก ก่อนฝืนยิ้มให้เด็กน้อย

"ไม่เป็นไร"

"เจ้าไม่ได้ตั้งใจ"

คำพูดนั้นทำให้ทุกคนรอบข้างชะงัก เพราะหากเป็นคุณหนูหลินคนเดิม คงโวยวายเอาเรื่องเด็กไปแล้ว ฮูหยินหลินลูบผมลูกสาวเบา ๆ

"กลับเรือนก่อนเถิด"

"เดี๋ยวแม่ให้หมอมาตรวจอีกครั้ง"

หลินเสี่ยวอวี่พยักหน้า แต่สายตากลับทอดมองไปยังผิวน้ำในสระ หัวใจของเธอยังเต้นไม่เป็นจังหวะ เธอคิดว่า...แค่ไม่เดินไปสระก็พอ แต่สุดท้ายเหตุการณ์ก็ยังเกิดขึ้นอยู่ดี คนชนเธอไม่ใช่เพราะโชคร้าย แต่ราวกับ...มีบางอย่างกำลังผลักดันให้เรื่องราวดำเนินไปตามเส้นทางเดิม แม้เธอจะพยายามหลีกเลี่ยงแล้วก็ตาม

คืนนั้น

หลินเสี่ยวอวี่นั่งอยู่ริมหน้าต่างเพียงลำพัง สายลมยามค่ำคืนพัดเอื่อย ๆ ผ่านเข้ามา เธอมองแสงจันทร์ที่สะท้อนบนผิวน้ำในสวนด้วยสีหน้าครุ่นคิด

"ถ้าฉันเปลี่ยนเรื่องของตัวเองไม่ได้..."

หญิงสาวกำมือแน่น

"...แล้วจะเปลี่ยนชะตาของแม่ทัพได้จริงหรือ"

คำถามนั้นไร้คำตอบ แต่สิ่งหนึ่งที่เธอมั่นใจแล้วคือ โลกแห่งนี้...ไม่ใช่เกม ไม่ใช่ความฝัน และไม่ใช่นิยายที่เธอสามารถแก้ไขได้ง่าย ๆ ทุกครั้งที่เธอพยายามหลบเลี่ยง โชคชะตาจะหาทางพาเธอกลับเข้าสู่เส้นเรื่องเดิมเสมอ หลินเสี่ยวอวี่ค่อย ๆ เงยหน้ามองท้องฟ้า ก่อนพึมพำกับตัวเองเบา ๆ

"ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้...งั้นฉันก็จะเดินเข้าไปหามันเอง"

"ฉันไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนทุกอย่างได้หรือเปล่า"

"แต่มีคนหนึ่ง...ที่ฉันจะไม่มีวันยอมปล่อยให้จบแบบเดิม"

ภาพของแม่ทัพเซียวจิ่นอันในหน้าหนังสือผุดขึ้นมาในความทรงจำ ชายผู้ถูกลิขิตให้เดินไปสู่ลานประหาร ชายผู้ที่เธอเคยให้คำมั่นไว้...ว่าจะช่วยเขา หญิงสาวยกยิ้มบาง ๆ แม้ดวงตาจะยังแดงจากการสำลักน้ำ

"รอฉันก่อนนะ...เซียวจิ่นอัน"

"คราวนี้...ฉันจะเปลี่ยนตอนจบของท่านให้ได้"

เสียงลมพัดผ่านต้นไผ่ดังแผ่วเบา ราวกับกำลังตอบรับคำมั่นสัญญาของเธอ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แฟนคลับข้ามภพมารักแม่ทัพ   บทที่ 15 หน้าสุดท้ายของนิยาย

    หนึ่งปีต่อมาฤดูใบไม้ผลิกลับมาเยือนเมืองหลวงอีกครั้ง สายลมอ่อนพัดผ่านต้นเหมยที่กำลังผลิดอกสีขาวสะพรั่งตลอดสองฟากถนนเมืองหลวงในวันนี้แตกต่างจากเมื่อหนึ่งปีก่อนอย่างสิ้นเชิงกำแพงเมืองที่เคยเต็มไปด้วยประกาศจับกุม บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยประกาศลดภาษีและการฟื้นฟูบ้านเมืองหอประวัติศาสตร์หลวงซึ่งเคยถูกไฟไหม้ ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ตามพระราชโองการ พร้อมเปิดห้องเก็บต้นฉบับประวัติศาสตร์ให้ตรวจสอบได้โดยเหล่าขุนนางผู้รับผิดชอบ เพื่อไม่ให้เรื่องราวของผู้ชนะเพียงฝ่ายเดียวกลายเป็นความจริงของคนทั้งแผ่นดินอีกราชพงศาวดารฉบับใหม่ถูกเรียบเรียงขึ้น ในนั้นไม่มีชื่อของ "กบฏเซียวจิ่นอัน" มีเพียงชื่อของแม่ทัพผู้ปกป้องแผ่นดินด้วยชีวิตหลินเสี่ยวอวี่ยืนอยู่หน้าระเบียงเรือนใหญ่ของจวนแม่ทัพ นางทอดสายตามองทหารหนุ่มจำนวนหนึ่งที่กำลังฝึกฝนอยู่ในลานกว้าง เสียงหัวเราะของเหล่าทหารดังเป็นระยะภาพเช่นนี้หาได้ยากในอดีตครั้งหนึ่งจวนแห่งนี้เต็มไปด้วยความกดดัน ความหวาดระแวง และเงาของการเมืองแต่บัดนี้...ที่นี่กลับเต็มไปด้วยชีวิตชีวา"ฮูหยิน" เสียงสาวใช้ดังขึ้นจากด้านหลัง"ได้เวลาแต่งตัวแล้วเจ้าค่ะ"หลินเสี่ยวอวี่หันกลับมา ยิ้

  • แฟนคลับข้ามภพมารักแม่ทัพ   บทที่ 14 เปลี่ยนประวัติศาสตร์

    รุ่งอรุณวันถัดมาเหนือกำแพงเมืองหลวง กลุ่มควันสีดำค่อย ๆ ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า หลินเสี่ยวอวี่ยืนอยู่บนไหล่เขา มองไปยังปลายทางด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง"หอประวัติศาสตร์..." นางพึมพำเบา ๆแม้จะอยู่ห่างออกมาหลายลี้ แต่ยังมองเห็นควันไฟได้อย่างชัดเจน พวกเขามาช้าไปหรือเซียวจิ่นอันยืนเคียงข้างนาง สีหน้าสงบนิ่ง แต่ดวงตากลับเย็นเฉียบ"ไม่" เขาตอบสั้น ๆ"หากพวกมันเผาหลักฐาน...แปลว่าหลักฐานนั้นมีอยู่จริง"หลินเสี่ยวอวี่หันมองเขา แม้สถานการณ์จะเลวร้ายเพียงใด ชายคนนี้ก็ยังมองเห็นโอกาสจากวิกฤตเสมอในเวลานั้นเองเสียงม้าควบก็ดังขึ้นจากเชิงเขา เฉินเฟิงนำทหารกลุ่มหนึ่งมาหยุดตรงหน้า ทุกคนสวมเสื้อคลุมธรรมดาเพื่ออำพรางตัว แต่สีหน้ากลับเต็มไปด้วยความเร่งรีบ"ท่านแม่ทัพ!" เฉินเฟิงรีบลงจากหลังม้า"คนของเรากลับมาแล้ว""เป็นอย่างไร"เฉินเฟิงสูดหายใจลึก"เมื่อคืนมีคนบุกเข้าไปในหอประวัติศาสตร์จริง""เกิดเพลิงไหม้หลายจุด""แต่..." เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนหยิบกล่องไม้ใบหนึ่งออกมาจากถุงผ้า"ก่อนไฟจะลาม""บรรณารักษ์ชราคนหนึ่งแอบส่งสิ่งนี้ให้คนของเรา"เซียวจิ่นอันรับกล่องไม้มาถือไว้ ตัวกล่องทำจากไม้จันทน์เก่า แกะสลักตราหอประวัต

  • แฟนคลับข้ามภพมารักแม่ทัพ   บทที่ 13 หนังสือโกหก

    รุ่งอรุณของวันใหม่มาเยือนอย่างเงียบงันหมอกสีขาวลอยปกคลุมหุบเขา บ้านไม้ร้างที่ซ่อนตัวอยู่กลางป่าดูราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก หลินเสี่ยวอวี่สะดุ้งตื่นเพราะเสียงขวานกระทบฟืน นางลืมตาขึ้นก็พบว่าเซียวจิ่นอันกำลังผ่าฟืนอยู่หน้าบ้าน แม้เพิ่งหลบหนีจากคุกหลวงได้เพียงคืนเดียว แต่เขากลับสงบนิ่งราวกับเป็นเพียงเช้าวันธรรมดาเมื่อเห็นนางเดินออกมา เขาก็วางขวานลงทันที"ตื่นแล้วหรือ"หลินเสี่ยวอวี่พยักหน้าเบา ๆ เมื่อคืนหลังเปิดเผยความจริงทั้งหมด นางกลับหลับสนิทที่สุดนับตั้งแต่ย้อนเวลามา เพราะไม่มีความลับให้ต้องแบกอีกต่อไปเซียวจิ่นอันยื่นถ้วยน้ำอุ่นให้นาง"อากาศเย็น ดื่มเสียหน่อย"หญิงสาวรับมาด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ยังไม่ทันเอ่ยอะไร เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นจากท้ายป่าเฉินเฟิง เขาวิ่งมาจนเสื้อผ้าเปียกโชก หายใจหอบหนัก ก่อนหยุดลงตรงหน้าทั้งสอง"ท่านแม่ทัพ!""มีข่าวหรือ"เฉินเฟิงพยักหน้า สีหน้าของเขาเคร่งเครียดผิดปกติ"เมื่อคืนหลังพาท่านออกมา คนของเราลอบเข้าไปที่จวนแม่ทัพ""ข้ากลัวว่าทางวังจะค้นเอกสารสำคัญ จึงให้พวกเขาเก็บของทุกอย่างที่เหลืออยู่"เขาหยิบห่อผ้าสีหม่นออกมาวางบนโต๊ะไม้"ตอนแรกคิดว่าเป็นเพียงบ

  • แฟนคลับข้ามภพมารักแม่ทัพ   บทที่ 12 ความจริงของหนังสือ

    กลางดึกคืนนั้น สายฝนโปรยปรายลงเหนือเมืองหลวงไม่ขาดสาย ทั่วทั้งคุกหลวงถูกปกคลุมด้วยความมืด มีเพียงแสงคบเพลิงที่สั่นไหวไปตามกำแพงหินเย็นเยียบหลินเสี่ยวอวี่ดึงผ้าคลุมสีดำให้ปิดใบหน้าแน่นขึ้น ข้างกายนางคือเฉินเฟิงและทหารคนสนิทอีกสามนาย ทุกคนล้วนสวมชุดชาวบ้านธรรมดา ไม่มีผู้ใดพูดแม้แต่คำเดียว เพราะต่างรู้ดีว่า...หากพลาดเพียงก้าวเดียว ความผิดฐานช่วยนักโทษหลบหนี มีโทษถึงประหารชีวิตเฉินเฟิงหยุดอยู่ใต้กำแพงด้านทิศตะวันตก"คุณหนู" เขาพูดเสียงเบาที่สุด"คนของเราซื้อเวรยามไว้เพียงครึ่งก้านธูป""หลังจากนั้น จะมีทหารผลัดใหม่เข้ามา""พวกเราต้องรีบ"หลินเสี่ยวอวี่พยักหน้า หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุอก นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ในนิยาย แต่เป็นเส้นทางที่นางเลือกเอง เฉินเฟิงเคาะกำแพงหินเบา ๆ สามครั้งครืด...อิฐก้อนหนึ่งค่อย ๆ เลื่อนออก เผยให้เห็นช่องลับแคบ ๆ ที่ถูกซ่อนไว้"เมื่อครั้งสร้างคุกหลวง" เฉินเฟิงกล่าว"ท่านแม่ทัพเป็นผู้ค้นพบทางนี้""ไม่คิดเลยว่าวันหนึ่ง...""...จะต้องใช้มันช่วยตัวเอง"ทุกคนเงียบลง ก่อนทยอยก้มตัวเดินเข้าไปในอุโมงค์...กลิ่นอับชื้นของดินและหินโชยเข้ามา หยดน้ำตกลงจากเพดานเป็นระยะ หลินเสี่ยวอ

  • แฟนคลับข้ามภพมารักแม่ทัพ   บทที่ 11 จุดจบยังมา

    ประตูตำหนักใหญ่ค่อย ๆ เปิดออกช้า ๆ เสียงบานประตูไม้หนักเสียดสีกันดังก้องไปทั่วโถงอันโอ่อ่าเซียวจิ่นอันก้าวเข้าไปก่อน หลินเสี่ยวอวี่เดินตามอยู่ครึ่งก้าว ทันทีที่ทั้งสองเข้าสู่ท้องพระโรง ความเงียบก็เข้าปกคลุมไปทั่วบริเวณ ขุนนางทั้งฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊ยืนเรียงแถวอยู่สองฝั่ง ไม่มีผู้ใดเอ่ยคำ แต่สายตาหลายคู่กลับจับจ้องมายังแม่ทัพหนุ่มไม่วางหลินเสี่ยวอวี่รู้สึกได้ถึงบรรยากาศผิดปกติ มันไม่ใช่การเรียกเข้าเฝ้าตามปกติ หากเป็นการรอคอยบางสิ่ง...บางสิ่งที่เตรียมไว้แล้ว"ถวายบังคมฝ่าบาท"เซียวจิ่นอันคุกเข่าลงอย่างสงบนิ่ง หลินเสี่ยวอวี่รีบคุกเข่าตาม ฮ่องเต้ทอดพระเนตรลงมา พระพักตร์เคร่งเครียดกว่าทุกครั้ง"เซียวจิ่นอัน""เจ้ารู้หรือไม่...เหตุใดจึงถูกเรียกตัว"แม่ทัพหนุ่มก้มศีรษะ"กระหม่อมไม่ทราบ"ฮ่องเต้ยังไม่ทันตรัสตอบ เสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นจากแถวขุนนาง"กระหม่อมมีเรื่องจะกราบทูล"หลินเสี่ยวอวี่เงยหน้าขึ้นโดยอัตโนมัติ บุรุษหนุ่มในฉลองพระองค์สีทองก้าวออกมา ใบหน้าหล่อเหลา รอยยิ้มอ่อนโยน หากแต่ดวงตากลับเย็นเยียบจนทำให้ผู้คนไม่กล้าสบตา รัชทายาท เพียงเห็นใบหน้านั้น หัวใจของหลินเสี่ยวอวี่ก็เต้นแรง คนตรงหน

  • แฟนคลับข้ามภพมารักแม่ทัพ   บทที่ 10 ทุกอย่างผิดจากนิยาย

    รุ่งเช้าหลังคืนอันเงียบสงบเมืองหลวงกลับไม่สงบอย่างที่ควรจะเป็น เสียงกลองประกาศจากหอคอยกลางเมืองดังขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างตึง! ตึง! ตึง!ผู้คนต่างเปิดประตูบ้านออกมามองถนนด้วยความสงสัย ขุนนางหลายคนรีบขึ้นรถม้ามุ่งหน้าเข้าวังหลวง ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วเมืองราวกับไฟลามทุ่ง"ฮ่องเต้ทรงกริ้วอย่างหนัก""กรมพระคลังถูกตรวจค้นตั้งแต่รุ่งเช้า""มีขุนนางถูกจับหลายสิบคน"ภายในจวนสกุลหลินหลินเสี่ยวอวี่กำลังอ่านหนังสืออยู่ริมหน้าต่าง เมื่อได้ยินเสียงเอะอะด้านนอก นางก็รีบเดินออกไป"เกิดอะไรขึ้น"ชิงเอ๋อร์วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา"คุณหนู!...ในวังเกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ""ได้ยินว่าฮ่องเต้มีรับสั่งให้จับกุมขุนนางกรมพระคลังหลายคน"หลินเสี่ยวอวี่ชะงัก"ตอนนี้เลยหรือ""เจ้าค่ะ"หัวใจของนางเต้นแรง เป็นไปไม่ได้ในนิยาย...เหตุการณ์นี้ต้องเกิดอีกหลายเดือน ไม่ใช่ตอนนี้หญิงสาวรีบย้อนคิดถึงเนื้อเรื่องทั้งหมด หลังจากรัชทายาทเริ่มเคลื่อนไหว ควรมีงานล่าสัตว์หลวงก่อน จากนั้นจึงเกิดคดีโกงเสบียง แล้วถึงจะมีการกวาดล้างกรมพระคลังแต่ตอนนี้...ทุกอย่างกลับสลับลำดับกันหมด"หรือว่า..." นางพึมพำกับตัวเอง"...เพราะเรา"ทุก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status