หน้าหลัก / โรแมนติก / แฟนคลับข้ามภพมารักแม่ทัพ / บทที่ 1 คนที่ร้องไห้ให้ตัวละคร

แชร์

แฟนคลับข้ามภพมารักแม่ทัพ
แฟนคลับข้ามภพมารักแม่ทัพ
ผู้แต่ง: Ladyporn

บทที่ 1 คนที่ร้องไห้ให้ตัวละคร

ผู้เขียน: Ladyporn
last update วันที่เผยแพร่: 2026-09-16 11:28:50

"ฮึก..."

เสียงสะอื้นเบา ๆ ดังขึ้นภายในห้องนอนขนาดไม่ใหญ่ ท่ามกลางความเงียบของช่วงเกือบห้าทุ่ม แสงจากโคมไฟหัวเตียงส่องกระทบหน้าปกนิยายจีนโบราณเล่มหนาที่ถูกเปิดค้างอยู่หน้าสุดท้าย ขณะที่หญิงสาวเจ้าของห้องยังนั่งกอดหมอนอยู่บนเตียง ดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้ไม่หยุดนานกว่าครึ่งชั่วโมง

หลินเสี่ยวอวี่สูดจมูกแรง ๆ ก่อนจะยกหลังมือขึ้นเช็ดน้ำตาอย่างลวก ๆ

แต่ยิ่งเช็ด...น้ำตากลับยิ่งไหล เธอก้มมองบรรทัดสุดท้ายของนิยายอีกครั้ง แม้จะอ่านมันซ้ำเป็นรอบที่ห้าแล้วก็ตาม

"...แม่ทัพใหญ่เซียวจิ่นอัน พร้อมคนในจวนทั้งหมดหนึ่งร้อยยี่สิบสามชีวิต ถูกประหารด้วยข้อหาคิดกบฏต่อราชสำนัก ณ ลานประหารหลวง..."

"...สิ้นสุด"

สิ้นสุด...เพียงสองคำสั้น ๆ แต่กลับทำให้หัวใจของเธอเหมือนถูกใครบางคนกำแน่นจนหายใจแทบไม่ออก

"คนเขียนใจร้าย..." หญิงสาวพึมพำเสียงสั่น

"ทำไมต้องให้เขาตายด้วย..."

เธอปิดหนังสือลงช้า ๆ ก่อนใช้ฝ่ามือลูบหน้าปกอย่างแผ่วเบา

บนปกหนังสือปรากฏภาพของชายหนุ่มในชุดเกราะสีดำสนิท ยืนอยู่ท่ามกลางหิมะโปรยปราย มือข้างหนึ่งกำด้ามกระบี่ยาว ดวงตาคมเข้มสงบนิ่งจนยากจะคาดเดาความรู้สึก

เซียวจิ่นอัน...แม่ทัพผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ แม่ทัพผู้พิทักษ์ชายแดนมานานกว่าสิบปี แม่ทัพผู้ใช้ชีวิตทั้งชีวิตเพื่อประชาชนและเป็นตัวละครที่หลินเสี่ยวอวี่หลงรักมากที่สุด เธอไม่ได้รักเขาเพราะหน้าตาหล่อเหลาแต่เพราะทุกการกระทำของเขา ชายคนนี้ไม่เคยเอ่ยปากว่าตัวเองเหนื่อย ทั้งที่ออกรบแทบทุกปี เขาไม่เคยเรียกร้องรางวัล ทั้งที่สร้างคุณงามความดีนับไม่ถ้วน เขายอมรับความผิดแทนลูกน้องหลายครั้งเพื่อปกป้องชีวิตของผู้ใต้บังคับบัญชา แม้แต่ตอนถูกใส่ร้าย...เขายังเลือกไม่ก่อกบฏ เพราะไม่อยากให้ประชาชนเดือดร้อนจากสงครามกลางเมือง

"คนแบบนี้..." น้ำตาหยดหนึ่งร่วงลงบนหน้าปก

"สมควรได้รับตอนจบแบบนี้จริงเหรอ"

หลินเสี่ยวอวี่ถอนหายใจยาว ก่อนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เธอเข้าเว็บไซต์นิยายที่ใช้เป็นประจำ กดให้คะแนนห้าดาวโดยไม่ลังเล ถึงจะโกรธตอนจบ...แต่ก็ยอมรับว่าผู้เขียนถ่ายทอดเรื่องราวออกมาได้ยอดเยี่ยมจนเธออินทุกบท

จากนั้นหญิงสาวก็เลื่อนลงมาที่ช่องรีวิว นิ้วเรียวเริ่มพิมพ์อย่างรวดเร็ว

"ให้ห้าดาวเพราะเนื้อเรื่องดีมาก แต่คนเขียนใจร้ายเกินไปหรือเปล่าคะ"

เธอหยุดคิดเพียงครู่ ก่อนพิมพ์ต่อ

"แม่ทัพเซียวจิ่นอันไม่เคยทรยศ ไม่เคยทำร้ายประชาชน ใช้ทั้งชีวิตปกป้องแผ่นดิน แต่กลับถูกประหารทั้งตระกูลแบบนี้ มันไม่ยุติธรรมเลย"

ยิ่งพิมพ์...ยิ่งเหมือนได้ระบายความอัดอั้น

"อ่านจบแล้วร้องไห้จนปวดหัว"

"ถ้าฉันเข้าไปอยู่ในเรื่องได้ ฉันจะไม่ยอมให้เขาตายเด็ดขาด"

เธอกดส่ง ไม่ถึงสิบวินาที การแจ้งเตือนก็ดังขึ้นมีคนมากดถูกใจรีวิวของเธอทันที จากนั้นความคิดเห็นต่าง ๆ ก็เริ่มหลั่งไหลเข้ามา

"ฉันร้องไห้เหมือนกัน"

"ฉากประหารคือที่สุดของความเจ็บปวด"

"แม่ทัพเซียวดีที่สุดแล้ว"

"อยากให้มีภาคพิเศษที่เขารอด"

หลินเสี่ยวอวี่ยิ้มบาง ๆ

อย่างน้อย...เธอก็ไม่ได้เป็นคนเดียวที่เสียใจกับตอนจบนี้ หญิงสาววางโทรศัพท์ลง ก่อนหยิบหนังสือขึ้นมาอีกครั้ง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธออ่านนิยายเรื่องนี้ แต่เป็น...รอบที่สิบสอง ใช่...สิบสองรอบเต็ม ๆ จนแทบจำบทสนทนาของทุกตัวละครได้ เพื่อนสนิทเคยถามเธอว่า

"ทำไมไม่อ่านเรื่องใหม่บ้าง"

หลินเสี่ยวอวี่ตอบกลับทันที

"ก็เพราะยังทำใจไม่ได้"

เธออยากเห็นแม่ทัพเซียวจิ่นอันมีความสุข อยากเห็นเขาแต่งงาน อยากเห็นเขาหัวเราะ อยากเห็นเขาได้ใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา แต่สิ่งที่ผู้เขียนมอบให้...กลับเป็นความตาย

หญิงสาวพลิกเปิดหน้าที่คั่นเอาไว้อีกครั้ง เป็นตอนที่พระเอกช่วยเด็กหญิงคนหนึ่งจากโจรระหว่างเดินทางกลับเมืองหลวงแม้จะถูกฟันจนแขนได้รับบาดเจ็บ เขาก็ยังอุ้มเด็กกลับไปส่งถึงบ้าน ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าแม่ทัพผู้เกรียงไกรคนนั้นคือใคร เพราะเขาเดินจากไปทันทีโดยไม่หวังคำขอบคุณ

หลินเสี่ยวอวี่ยิ้มทั้งน้ำตา

"ท่านเป็นคนดีเกินไป..."

เธอลูบภาพประกอบตรงหน้านั้นเบา ๆ ก่อนจะหัวเราะให้กับความคิดของตัวเอง

"ถ้าฉันเข้าไปในนิยายได้...ฉันจะบอกทุกคนเลยว่าท่านไม่ได้เป็นกบฏ"

"ฉันจะเตือนท่านเรื่องคนทรยศ"

"ฉันจะไม่ปล่อยให้ท่านเชื่อฮ่องเต้จนเกินไป"

หญิงสาวพูดเหมือนกำลังคุยกับใครบางคนจริง ๆ

"แล้วฉันจะ..."

เธอหยุด ก่อนอมยิ้มเขิน ๆ

"ขอเป็นแฟนคลับหมายเลขหนึ่งของท่าน"

พอพูดจบก็หัวเราะกับตัวเอง

"บ้าจริง"

"พูดเหมือนเขาจะได้ยินอย่างนั้นแหละ"

จู่ ๆ เสียงท้องร้องก็ดังขึ้น

ครืดดด...

หลินเสี่ยวอวี่ก้มมองหน้าท้องตัวเอง ก่อนเหลือบไปดูนาฬิกาที่หัวเตียง

22.47 น.

เธอกะพริบตาปริบ ๆ

"...ฉันยังไม่ได้กินข้าวเย็นเหรอ"

ตั้งแต่กลับจากที่ทำงาน เธอก็อาบน้ำ เปิดแอร์ แล้วนั่งอ่านนิยายต่อจนลืมเวลา ไม่แปลกที่ตอนนี้จะหิวจนท้องร้อง หญิงสาวยืดตัวอย่างเกียจคร้าน

"ไปเซเว่นดีกว่า"

เธอลุกลงจากเตียง เดินไปหยิบเสื้อคลุมสีครีมมาสวมทับชุดอยู่บ้าน ก่อนคว้ากระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์ และ...หนังสือนิยายเล่มโปรดติดมือออกไปด้วย ถึงจะออกไปซื้อของแค่ไม่กี่นาทีแต่เธอก็ยังไม่อยากวางมันไว้ที่ห้อง เพราะคืนนี้...เธอตั้งใจว่าจะกลับมาอ่านรอบที่สิบสาม แม้จะรู้ตอนจบอยู่แล้วก็ตาม

หลินเสี่ยวอวี่เดินออกจากห้อง ปิดประตูเบา ๆ ก่อนกดลิฟต์ลงไปชั้นล่าง เธอไม่รู้เลยว่า...การออกไปซื้อของในคืนนี้ จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล

ลิฟต์เคลื่อนตัวลงสู่ชั้นล่างอย่างเชื่องช้า หลินเสี่ยวอวี่ยืนพิงผนังด้านใน มือหนึ่งกอดหนังสือนิยายไว้กับอก อีกมือถือโทรศัพท์เลื่อนอ่านความคิดเห็นใต้รีวิวของตัวเอง ยอดกดถูกใจเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับมีคนจำนวนไม่น้อยที่เจ็บปวดกับตอนจบไม่ต่างจากเธอ

"แม่ทัพเซียวคือพระเอกในใจฉันค่ะ"

"คนเขียนใจร้ายจริง ฉันไม่กล้าอ่านรอบสองเลย"

"ถ้ามีภาคพิเศษช่วยเขาได้ ฉันซื้อแน่นอน"

หญิงสาวอมยิ้มบาง ๆ แม้จะไม่เคยรู้จักคนเหล่านี้มาก่อน แต่ความรู้สึกกลับเชื่อมโยงกันผ่านตัวละครเพียงตัวเดียว

ทันใดนั้นเอง...มีความคิดเห็นใหม่เด้งขึ้นมา เป็นบัญชีผู้ใช้ที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน

"ถ้ามีโอกาสให้กลับไปเปลี่ยนตอนจบ...คุณจะกล้าหรือ?"

หลินเสี่ยวอวี่หัวเราะเบา ๆ

"ใครจะไม่กล้าล่ะ" เธอพิมพ์ตอบโดยแทบไม่ต้องคิด

"กล้าสิคะ ถ้าได้เข้าไปจริง ๆ ฉันจะลากแม่ทัพออกจากเมืองก่อนวันถูกจับเสียอีก"

กดส่งเรียบร้อย

พอลิฟต์เปิดออก ความคิดเห็นนั้นก็หายไป เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย

"...เน็ตค้างหรือเปล่า"

หญิงสาวไม่ได้ใส่ใจนัก จึงเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าแล้วเดินออกจากคอนโด กลางคืนหลังฝนตกทำให้อากาศเย็นสบายกว่าปกติ พื้นถนนยังสะท้อนแสงไฟสีส้มจากเสาไฟเป็นประกายระยิบระยับ ร้านสะดวกซื้ออยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่สิบเมตร หลินเสี่ยวอวี่เดินทอดน่องช้า ๆ ระหว่างทางสายตาก็ยังเหลือบมองหน้าปกนิยายในมือเป็นระยะ เธอหัวเราะกับตัวเอง

"เป็นเอามากจริง ๆ"

"แค่ลงไปซื้อข้าวยังกอดหนังสือมาด้วย"

หญิงสาวส่ายหน้าอย่างขำตัวเอง หากเป็นเมื่อหลายปีก่อน เธอคงไม่มีทางอินกับนิยายขนาดนี้ แต่หลังจากเริ่มทำงาน ชีวิตที่วนเวียนอยู่กับงาน เอกสาร และความเหนื่อยล้า ทำให้โลกในนิยายกลายเป็นที่พักใจของเธอ และในบรรดาตัวละครทั้งหมด...เซียวจิ่นอันคือคนที่เธอรักที่สุด ไม่ใช่เพราะเขาเพอร์เฟกต์ แต่เพราะเขาเป็นคนดี ดีเสียจนโลกใจร้ายกับเขาเหลือเกิน

...

เสียงกระดิ่งเหนือประตูร้านสะดวกซื้อดังขึ้น

"ยินดีต้อนรับค่ะ"

หลินเสี่ยวอวี่เดินเข้าไปด้านในทันที แอร์เย็นฉ่ำทำให้เธอรู้สึกสดชื่นขึ้น เธอหยิบข้าวกล่องกะเพราไก่ ไข่ออนเซ็นหนึ่งฟอง นมสดหนึ่งกล่อง และขนมอีกสองสามอย่างใส่ตะกร้า ระหว่างเดินผ่านชั้นหนังสือ สายตาก็เหลือบไปเห็นนิตยสารหลายเล่มวางเรียงกัน เธอถอนหายใจ

"เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีคนซื้อหนังสือจริงแล้ว..."

พูดจบก็ก้มมองนิยายในมือ

"...แต่ฉันยังชอบแบบเป็นเล่มอยู่ดี"

เธอชอบสัมผัสของกระดาษ ชอบกลิ่นหมึก ชอบการได้เปิดหน้าถัดไปด้วยตัวเองมันให้ความรู้สึกเหมือนได้เดินทางไปพร้อมกับตัวละคร เมื่อมาถึงหน้าเคาน์เตอร์ พนักงานชายวัยมหาวิทยาลัยรับของไปสแกนทีละชิ้น เขาเหลือบมองหนังสือในมือเธอแล้วยิ้ม

"เรื่องนี้ดังมากเลยนะครับ"

หลินเสี่ยวอวี่พยักหน้า

"ดังค่ะ"

"สนุกไหมครับ"

หญิงสาวนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบด้วยสีหน้าจริงจัง

"สนุกมาก...แต่ทำใจตอนจบไม่ได้"

พนักงานหัวเราะ

"ผมเห็นแฟนอ่านอยู่ ยังไม่รู้ตอนจบเลย"

หลินเสี่ยวอวี่เม้มปาก เกือบหลุดสปอยล์ออกไปแล้ว

"งั้น..."

เธอยิ้มอ่อน

"เตรียมทิชชูไว้เยอะ ๆ ก็พอค่ะ"

ชายหนุ่มหัวเราะเสียงดัง

"หนักขนาดนั้นเลยเหรอครับ"

"หนักมาก"

หลินเสี่ยวอวี่ตอบอย่างมั่นใจ

"โดยเฉพาะถ้าคุณชอบแม่ทัพเซียว"

พนักงานทำหน้างง

"แม่ทัพ?"

เธอรีบยกมือปิดปาก

"...ไม่มีอะไรค่ะ"

คิดเงินเสร็จเรียบร้อย หญิงสาวรับถุงพลาสติกมา ก่อนกล่าวขอบคุณแล้วเดินออกจากร้าน ลมกลางคืนพัดมาอีกครั้ง ถนนด้านหน้าเงียบกว่าตอนขามา หลินเสี่ยวอวี่เดินไปยังทางม้าลาย สัญญาณไฟสำหรับคนเดินกำลังนับถอยหลัง

18...

17...

16...

เธอก้าวลงจากฟุตปาธอย่างไม่รีบร้อน จู่ ๆ หนังสือในมือก็เปิดออกเอง สายลมพลิกหน้ากระดาษอย่างรวดเร็ว

ฟึ่บ...

ฟึ่บ...

ฟึ่บ...

จนหยุดลงที่หน้าหนึ่ง หลินเสี่ยวอวี่ก้มมองเป็นหน้าที่เธอเกลียดที่สุด ฉากลานประหารภาพประกอบของเซียวจิ่นอันในชุดนักโทษ มือถูกล่ามโซ่ เลือดไหลอาบหน้าผาก แต่ดวงตาคู่นั้นกลับยังสงบนิ่ง ราวกับเขาไม่ได้เสียใจที่ตัวเองกำลังจะตาย แต่เสียใจที่ปกป้องแผ่นดินต่อไปไม่ได้

หลินเสี่ยวอวี่กัดริมฝีปาก

"ทำไมกัน...คนแบบท่าน...ควรมีชีวิตอยู่ต่อสิ"

เธอใช้นิ้วลูบภาพประกอบเบา ๆ ก่อนยิ้มเศร้า

"ถ้ามีปาฏิหาริย์จริง"

"ฉันจะไม่ปล่อยให้ท่านเดินไปลานประหารคนเดียว"

"ฉันจะพาท่านหนี จะพาไปให้ไกลจากเมืองหลวง จะไม่ให้ใครทำร้ายท่านอีก"

คำพูดนั้นเบาราวกับเสียงกระซิบ แต่กลับเต็มไปด้วยความจริงใจ

ในวินาทีนั้นเอง...ลมแรงผิดปกติพัดผ่าน หน้ากระดาษทุกหน้าเริ่มพลิกเองอย่างรวดเร็ว

ฟึ่บ!

ฟึ่บ!

ฟึ่บ!

หญิงสาวขมวดคิ้ว

"ลมแรงจัง..."

เธอรีบใช้มือกดหนังสือไว้ แต่ไม่ว่าจะกดอย่างไร หน้ากระดาษก็ยังพลิกต่อไป จนกระทั่งหยุดที่หน้าสุดท้าย ประโยคหนึ่งสะดุดสายตา

"...หากสวรรค์เมตตา ข้ายินดีแลกทุกสิ่ง เพื่อมีโอกาสเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง..."

หลินเสี่ยวอวี่นิ่งไป

"...แปลก"

"ประโยคนี้...ฉันจำไม่ได้ว่าเคยมี"

เธอมั่นใจมาก เพราะอ่านมาสิบสองรอบ หน้าสุดท้ายไม่มีข้อความนี้แน่นอน หญิงสาวกำลังจะพลิกกลับไปดู แต่ทันใดนั้นเอง...เสียงแตรรถก็ดังสนั่นจนเธอสะดุ้งสุดตัว

ปี๊นนนนนนนนนนน!!

หลินเสี่ยวอวี่เงยหน้าขึ้นทันที แสงไฟหน้ารถสีขาวสว่างจ้าพุ่งตรงเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว...หลินเสี่ยวอวี่ชะงักไปทั้งร่าง แสงไฟหน้ารถสาดเข้าตาจนพร่ามัว ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินกว่าสมองจะประมวลผล

รถบรรทุกคันใหญ่เสียหลักพุ่งฝ่าสัญญาณไฟแดงเข้ามาด้วยความเร็ว เสียงล้อเสียดสีกับพื้นถนนดังแสบแก้วหู ขณะที่ผู้คนริมฟุตปาธต่างส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ

"ระวัง!"

"หลบ!"

เธอพยายามก้าวถอยหลัง แต่ขาทั้งสองกลับแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น ถุงอาหารในมือหล่นลงพื้น ไข่ออนเซ็นกลิ้งออกจากถุง นมสดกระแทกพื้นจนกล่องบุบ ข้าวกล่องกระเด็นไปอีกทาง

เสียงเบรกดังสนั่น

กรี๊ดดดด!

แรงกระแทกมหาศาลปะทะเข้าที่ร่างของหญิงสาว โลกทั้งใบพลิกคว่ำในเสี้ยววินาที ร่างของเธอลอยขึ้นจากพื้น ก่อนถูกเหวี่ยงออกไปหลายเมตร ทุกอย่างหมุนคว้าง...ท้องฟ้า...แสงไฟ...ผู้คน...เสียงกรีดร้อง...ทุกอย่างปะปนกันจนแยกไม่ออก หนังสือนิยายที่เธอกอดไว้แนบอกหลุดลอยออกจากมือ มันหมุนอยู่กลางอากาศช้า ๆ ราวกับเวลาทั้งโลกหยุดเดิน หน้ากระดาษพลิกเองอีกครั้ง

ฟึ่บ...

ฟึ่บ...

ฟึ่บ...

จนมาหยุดที่ภาพของเซียวจิ่นอัน ภาพวาดบนหน้ากระดาษยังคงเหมือนเดิม แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสติที่เริ่มเลือนราง หรือเพราะภาพตรงหน้ากำลังเปลี่ยนไปจริง ๆ หลินเสี่ยวอวี่รู้สึกว่า...ดวงตาของแม่ทัพในภาพกำลังมองมาที่เธอ ไม่ใช่สายตาเย็นชาที่คุ้นเคย แต่เป็นสายตาที่มีชีวิตอบอุ่น...และเศร้าสร้อย หัวใจของเธอเต้นแรง

"...ท่าน..."

ริมฝีปากขยับอย่างแผ่วเบา ทันใดนั้น เสียงทุ้มต่ำเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นราวกับลอยมาตามสายลม

"เจ้าจะช่วยข้าจริงหรือ..."

เธอเบิกตากว้าง เสียงนั้น...ไม่ใช่เสียงในหัวของเธอ มันชัดเจนเสียจนเหมือนมีใครกำลังยืนอยู่ข้างหู หลินเสี่ยวอวี่พยายามยกมือขึ้น ปลายนิ้วเอื้อมไปทางหนังสือที่กำลังลอยอยู่

"จะ..."

"ฉันจะช่วย..."

คำพูดยังไม่ทันจบ ร่างของเธอก็กระแทกพื้นอย่างแรง ความเจ็บปวดแล่นไปทั่วร่าง เสียงผู้คนค่อย ๆ ห่างออกไป ภาพตรงหน้าพร่าเลือน เหลือเพียงหน้าปกนิยายที่ค่อย ๆ ลอยลงมาตรงหน้า ตัวอักษรสีทองบนหน้าปกส่องประกายแปลกตา สว่างขึ้นเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ จนแสงสีทองกลืนกินทุกสิ่ง

ความเงียบเข้าปกคลุม เธอไม่รู้ว่าตัวเองหมดสติไปนานเท่าไร อาจเป็นเพียงไม่กี่วินาทีหรืออาจนานหลายชั่วโมง สิ่งแรกที่สัมผัสได้...คือกลิ่น ไม่ใช่กลิ่นยาฆ่าเชื้อของโรงพยาบาล แต่เป็นกลิ่นไม้หอมอ่อน ๆ ผสมกับกลิ่นกำยานและสมุนไพร อบอุ่น สงบ และแปลกประหลาด

หลินเสี่ยวอวี่ขมวดคิ้ว ศีรษะหนักอึ้งราวกับถูกใครใช้ค้อนทุบ เธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ สิ่งแรกที่เห็นคือเพดานไม้แกะสลักลวดลายเมฆและมังกรอย่างวิจิตร ม่านโปร่งสีงาช้างพลิ้วไหวไปตามแรงลม ผ้าม่านปักลายดอกเหมยละเอียดงดงาม โคมไฟผ้าไหมห้อยอยู่เหนือศีรษะ ไม่มีหลอดไฟ ไม่มีเครื่องปรับอากาศ ไม่มีเสียงเครื่องวัดชีพจร

"ฉัน..." เธอพึมพำเสียงแหบ

"โรงพยาบาล...ตกแต่งแบบนี้ด้วยเหรอ"

หลินเสี่ยวอวี่พยายามยันตัวลุกขึ้น ทันใดนั้นประตูไม้ก็ถูกเปิดออก หญิงสาววัยราวสิบเจ็ดสิบแปดปีในชุดฮั่นฝูสีเขียวอ่อนรีบวิ่งเข้ามา เมื่อสบตากับเธอ อีกฝ่ายถึงกับน้ำตาคลอ

"คุณหนู!"

เสียงนั้นดังลั่นห้อง

"คุณหนูฟื้นแล้ว!"

หญิงสาวรีบวิ่งออกไปด้านนอก ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าหลายคู่ก็ดังระงมเข้ามาใกล้ ประตูถูกเปิดออกอีกครั้ง ชายวัยกลางคนในชุดขุนนางสีกรมท่าเดินเข้ามา ใบหน้าที่เคร่งขรึมเต็มไปด้วยความโล่งใจ ตามมาด้วยสตรีวัยกลางคนที่ดวงตาแดงก่ำเหมือนผ่านการร้องไห้มาทั้งคืน ทันทีที่เห็นเธอลืมตา สตรีผู้นั้นก็รีบเข้ามาจับมือเธอไว้แน่น

"เสี่ยวอวี่...ลูกทำแม่ตกใจแทบแย่"

หลินเสี่ยวอวี่กะพริบตาปริบ ๆ

"...ลูก?"

ชายวัยกลางคนถอนหายใจยาว

"โชคดีที่เจ้าฟื้น"

"หมอบอกว่าหลังตกน้ำ เจ้าคงสำลักน้ำจนหมดสติ"

ตกน้ำ? คำนี้ทำให้หัวใจของเธอกระตุกวูบ เธอรีบก้มมองตัวเอง ชุดนอนผ้าไหมสีขาวปักลายดอกเหมย แขนเสื้อกว้าง เรือนผมยาวสีดำสยายลงมาถึงเอว ไม่ใช่เสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นที่เธอใส่ออกจากคอนโด หลินเสี่ยวอวี่รีบหันไปมองรอบห้องอีกครั้ง ทุกอย่างเป็นไม้ โต๊ะกลมไม้แดง ฉากกั้นลายภูเขา แจกันหยก เชิงเทียนทองเหลือง แม้แต่หน้าต่างก็ยังเป็นบานไม้แบบโบราณ ไม่มีสิ่งใดบ่งบอกว่านี่คือโลกที่เธอจากมา

"กระจก..." เธอเอ่ยเสียงเบา

สาวใช้รีบหยิบกระจกทองเหลืองบานหนึ่งมาส่งให้ หลินเสี่ยวอวี่รับมาก่อนค่อย ๆ มองภาพสะท้อน

หญิงสาวในกระจกมีใบหน้าขาวผ่องราวหิมะ ดวงตากลมโต ริมฝีปากสีชมพูอ่อน จมูกโด่งได้รูป งดงามราวกับหลุดออกมาจากภาพวาด ไม่ใช่ใบหน้าที่เธอเห็นทุกเช้าในกระจกห้องน้ำ เธอเผลอแตะแก้มตัวเอง ภาพในกระจกก็ทำตาม ลมหายใจเริ่มติดขัด ไม่...นี่ไม่ใช่ความฝัน ไม่ใช่ภาพหลอน ทุกอย่างสมจริงเกินไป

ในจังหวะนั้นเอง ความทรงจำหนึ่งพลันแล่นเข้ามาในหัว หญิงสาวคนหนึ่ง...บุตรสาวเสนาบดีกรมพิธีการ...เสียชีวิตตั้งแต่ต้นเรื่อง...เพราะ...ตกน้ำ ชื่อของตัวละครนั้นคือ...หลินเสี่ยวอวี่ สีหน้าของเธอซีดเผือดในทันที ริมฝีปากสั่นน้อย ๆ ก่อนเสียงพึมพำจะหลุดออกมา

"...เป็นไปไม่ได้"

"...ฉัน..."

เธอเงยหน้ามองผู้คนในห้องอย่างตื่นตระหนก ก่อนจะหันกลับไปมองใบหน้าของตัวเองในกระจกอีกครั้ง หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุอก

"...ฉันทะลุมาอยู่ในนิยายจริง ๆ งั้นเหรอ"

และในวินาทีนั้นเอง...เธอก็นึกถึงความจริงที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ หากทุกอย่างเป็นไปตามเนื้อเรื่อง...อีกไม่นาน...เธอจะได้พบกับชายที่เธอเฝ้ารักผ่านตัวอักษรมานานนับปี แม่ทัพเซียวจิ่นอัน

แต่ในขณะเดียวกัน...เธอก็รู้ดีว่าชะตากรรมของเขา...กำลังนับถอยหลังสู่ความตาย

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • แฟนคลับข้ามภพมารักแม่ทัพ   บทที่ 15 หน้าสุดท้ายของนิยาย

    หนึ่งปีต่อมาฤดูใบไม้ผลิกลับมาเยือนเมืองหลวงอีกครั้ง สายลมอ่อนพัดผ่านต้นเหมยที่กำลังผลิดอกสีขาวสะพรั่งตลอดสองฟากถนนเมืองหลวงในวันนี้แตกต่างจากเมื่อหนึ่งปีก่อนอย่างสิ้นเชิงกำแพงเมืองที่เคยเต็มไปด้วยประกาศจับกุม บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยประกาศลดภาษีและการฟื้นฟูบ้านเมืองหอประวัติศาสตร์หลวงซึ่งเคยถูกไฟไหม้ ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ตามพระราชโองการ พร้อมเปิดห้องเก็บต้นฉบับประวัติศาสตร์ให้ตรวจสอบได้โดยเหล่าขุนนางผู้รับผิดชอบ เพื่อไม่ให้เรื่องราวของผู้ชนะเพียงฝ่ายเดียวกลายเป็นความจริงของคนทั้งแผ่นดินอีกราชพงศาวดารฉบับใหม่ถูกเรียบเรียงขึ้น ในนั้นไม่มีชื่อของ "กบฏเซียวจิ่นอัน" มีเพียงชื่อของแม่ทัพผู้ปกป้องแผ่นดินด้วยชีวิตหลินเสี่ยวอวี่ยืนอยู่หน้าระเบียงเรือนใหญ่ของจวนแม่ทัพ นางทอดสายตามองทหารหนุ่มจำนวนหนึ่งที่กำลังฝึกฝนอยู่ในลานกว้าง เสียงหัวเราะของเหล่าทหารดังเป็นระยะภาพเช่นนี้หาได้ยากในอดีตครั้งหนึ่งจวนแห่งนี้เต็มไปด้วยความกดดัน ความหวาดระแวง และเงาของการเมืองแต่บัดนี้...ที่นี่กลับเต็มไปด้วยชีวิตชีวา"ฮูหยิน" เสียงสาวใช้ดังขึ้นจากด้านหลัง"ได้เวลาแต่งตัวแล้วเจ้าค่ะ"หลินเสี่ยวอวี่หันกลับมา ยิ้

  • แฟนคลับข้ามภพมารักแม่ทัพ   บทที่ 14 เปลี่ยนประวัติศาสตร์

    รุ่งอรุณวันถัดมาเหนือกำแพงเมืองหลวง กลุ่มควันสีดำค่อย ๆ ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า หลินเสี่ยวอวี่ยืนอยู่บนไหล่เขา มองไปยังปลายทางด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง"หอประวัติศาสตร์..." นางพึมพำเบา ๆแม้จะอยู่ห่างออกมาหลายลี้ แต่ยังมองเห็นควันไฟได้อย่างชัดเจน พวกเขามาช้าไปหรือเซียวจิ่นอันยืนเคียงข้างนาง สีหน้าสงบนิ่ง แต่ดวงตากลับเย็นเฉียบ"ไม่" เขาตอบสั้น ๆ"หากพวกมันเผาหลักฐาน...แปลว่าหลักฐานนั้นมีอยู่จริง"หลินเสี่ยวอวี่หันมองเขา แม้สถานการณ์จะเลวร้ายเพียงใด ชายคนนี้ก็ยังมองเห็นโอกาสจากวิกฤตเสมอในเวลานั้นเองเสียงม้าควบก็ดังขึ้นจากเชิงเขา เฉินเฟิงนำทหารกลุ่มหนึ่งมาหยุดตรงหน้า ทุกคนสวมเสื้อคลุมธรรมดาเพื่ออำพรางตัว แต่สีหน้ากลับเต็มไปด้วยความเร่งรีบ"ท่านแม่ทัพ!" เฉินเฟิงรีบลงจากหลังม้า"คนของเรากลับมาแล้ว""เป็นอย่างไร"เฉินเฟิงสูดหายใจลึก"เมื่อคืนมีคนบุกเข้าไปในหอประวัติศาสตร์จริง""เกิดเพลิงไหม้หลายจุด""แต่..." เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนหยิบกล่องไม้ใบหนึ่งออกมาจากถุงผ้า"ก่อนไฟจะลาม""บรรณารักษ์ชราคนหนึ่งแอบส่งสิ่งนี้ให้คนของเรา"เซียวจิ่นอันรับกล่องไม้มาถือไว้ ตัวกล่องทำจากไม้จันทน์เก่า แกะสลักตราหอประวัต

  • แฟนคลับข้ามภพมารักแม่ทัพ   บทที่ 13 หนังสือโกหก

    รุ่งอรุณของวันใหม่มาเยือนอย่างเงียบงันหมอกสีขาวลอยปกคลุมหุบเขา บ้านไม้ร้างที่ซ่อนตัวอยู่กลางป่าดูราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก หลินเสี่ยวอวี่สะดุ้งตื่นเพราะเสียงขวานกระทบฟืน นางลืมตาขึ้นก็พบว่าเซียวจิ่นอันกำลังผ่าฟืนอยู่หน้าบ้าน แม้เพิ่งหลบหนีจากคุกหลวงได้เพียงคืนเดียว แต่เขากลับสงบนิ่งราวกับเป็นเพียงเช้าวันธรรมดาเมื่อเห็นนางเดินออกมา เขาก็วางขวานลงทันที"ตื่นแล้วหรือ"หลินเสี่ยวอวี่พยักหน้าเบา ๆ เมื่อคืนหลังเปิดเผยความจริงทั้งหมด นางกลับหลับสนิทที่สุดนับตั้งแต่ย้อนเวลามา เพราะไม่มีความลับให้ต้องแบกอีกต่อไปเซียวจิ่นอันยื่นถ้วยน้ำอุ่นให้นาง"อากาศเย็น ดื่มเสียหน่อย"หญิงสาวรับมาด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ยังไม่ทันเอ่ยอะไร เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นจากท้ายป่าเฉินเฟิง เขาวิ่งมาจนเสื้อผ้าเปียกโชก หายใจหอบหนัก ก่อนหยุดลงตรงหน้าทั้งสอง"ท่านแม่ทัพ!""มีข่าวหรือ"เฉินเฟิงพยักหน้า สีหน้าของเขาเคร่งเครียดผิดปกติ"เมื่อคืนหลังพาท่านออกมา คนของเราลอบเข้าไปที่จวนแม่ทัพ""ข้ากลัวว่าทางวังจะค้นเอกสารสำคัญ จึงให้พวกเขาเก็บของทุกอย่างที่เหลืออยู่"เขาหยิบห่อผ้าสีหม่นออกมาวางบนโต๊ะไม้"ตอนแรกคิดว่าเป็นเพียงบ

  • แฟนคลับข้ามภพมารักแม่ทัพ   บทที่ 12 ความจริงของหนังสือ

    กลางดึกคืนนั้น สายฝนโปรยปรายลงเหนือเมืองหลวงไม่ขาดสาย ทั่วทั้งคุกหลวงถูกปกคลุมด้วยความมืด มีเพียงแสงคบเพลิงที่สั่นไหวไปตามกำแพงหินเย็นเยียบหลินเสี่ยวอวี่ดึงผ้าคลุมสีดำให้ปิดใบหน้าแน่นขึ้น ข้างกายนางคือเฉินเฟิงและทหารคนสนิทอีกสามนาย ทุกคนล้วนสวมชุดชาวบ้านธรรมดา ไม่มีผู้ใดพูดแม้แต่คำเดียว เพราะต่างรู้ดีว่า...หากพลาดเพียงก้าวเดียว ความผิดฐานช่วยนักโทษหลบหนี มีโทษถึงประหารชีวิตเฉินเฟิงหยุดอยู่ใต้กำแพงด้านทิศตะวันตก"คุณหนู" เขาพูดเสียงเบาที่สุด"คนของเราซื้อเวรยามไว้เพียงครึ่งก้านธูป""หลังจากนั้น จะมีทหารผลัดใหม่เข้ามา""พวกเราต้องรีบ"หลินเสี่ยวอวี่พยักหน้า หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุอก นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ในนิยาย แต่เป็นเส้นทางที่นางเลือกเอง เฉินเฟิงเคาะกำแพงหินเบา ๆ สามครั้งครืด...อิฐก้อนหนึ่งค่อย ๆ เลื่อนออก เผยให้เห็นช่องลับแคบ ๆ ที่ถูกซ่อนไว้"เมื่อครั้งสร้างคุกหลวง" เฉินเฟิงกล่าว"ท่านแม่ทัพเป็นผู้ค้นพบทางนี้""ไม่คิดเลยว่าวันหนึ่ง...""...จะต้องใช้มันช่วยตัวเอง"ทุกคนเงียบลง ก่อนทยอยก้มตัวเดินเข้าไปในอุโมงค์...กลิ่นอับชื้นของดินและหินโชยเข้ามา หยดน้ำตกลงจากเพดานเป็นระยะ หลินเสี่ยวอ

  • แฟนคลับข้ามภพมารักแม่ทัพ   บทที่ 11 จุดจบยังมา

    ประตูตำหนักใหญ่ค่อย ๆ เปิดออกช้า ๆ เสียงบานประตูไม้หนักเสียดสีกันดังก้องไปทั่วโถงอันโอ่อ่าเซียวจิ่นอันก้าวเข้าไปก่อน หลินเสี่ยวอวี่เดินตามอยู่ครึ่งก้าว ทันทีที่ทั้งสองเข้าสู่ท้องพระโรง ความเงียบก็เข้าปกคลุมไปทั่วบริเวณ ขุนนางทั้งฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊ยืนเรียงแถวอยู่สองฝั่ง ไม่มีผู้ใดเอ่ยคำ แต่สายตาหลายคู่กลับจับจ้องมายังแม่ทัพหนุ่มไม่วางหลินเสี่ยวอวี่รู้สึกได้ถึงบรรยากาศผิดปกติ มันไม่ใช่การเรียกเข้าเฝ้าตามปกติ หากเป็นการรอคอยบางสิ่ง...บางสิ่งที่เตรียมไว้แล้ว"ถวายบังคมฝ่าบาท"เซียวจิ่นอันคุกเข่าลงอย่างสงบนิ่ง หลินเสี่ยวอวี่รีบคุกเข่าตาม ฮ่องเต้ทอดพระเนตรลงมา พระพักตร์เคร่งเครียดกว่าทุกครั้ง"เซียวจิ่นอัน""เจ้ารู้หรือไม่...เหตุใดจึงถูกเรียกตัว"แม่ทัพหนุ่มก้มศีรษะ"กระหม่อมไม่ทราบ"ฮ่องเต้ยังไม่ทันตรัสตอบ เสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นจากแถวขุนนาง"กระหม่อมมีเรื่องจะกราบทูล"หลินเสี่ยวอวี่เงยหน้าขึ้นโดยอัตโนมัติ บุรุษหนุ่มในฉลองพระองค์สีทองก้าวออกมา ใบหน้าหล่อเหลา รอยยิ้มอ่อนโยน หากแต่ดวงตากลับเย็นเยียบจนทำให้ผู้คนไม่กล้าสบตา รัชทายาท เพียงเห็นใบหน้านั้น หัวใจของหลินเสี่ยวอวี่ก็เต้นแรง คนตรงหน

  • แฟนคลับข้ามภพมารักแม่ทัพ   บทที่ 10 ทุกอย่างผิดจากนิยาย

    รุ่งเช้าหลังคืนอันเงียบสงบเมืองหลวงกลับไม่สงบอย่างที่ควรจะเป็น เสียงกลองประกาศจากหอคอยกลางเมืองดังขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างตึง! ตึง! ตึง!ผู้คนต่างเปิดประตูบ้านออกมามองถนนด้วยความสงสัย ขุนนางหลายคนรีบขึ้นรถม้ามุ่งหน้าเข้าวังหลวง ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วเมืองราวกับไฟลามทุ่ง"ฮ่องเต้ทรงกริ้วอย่างหนัก""กรมพระคลังถูกตรวจค้นตั้งแต่รุ่งเช้า""มีขุนนางถูกจับหลายสิบคน"ภายในจวนสกุลหลินหลินเสี่ยวอวี่กำลังอ่านหนังสืออยู่ริมหน้าต่าง เมื่อได้ยินเสียงเอะอะด้านนอก นางก็รีบเดินออกไป"เกิดอะไรขึ้น"ชิงเอ๋อร์วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา"คุณหนู!...ในวังเกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ""ได้ยินว่าฮ่องเต้มีรับสั่งให้จับกุมขุนนางกรมพระคลังหลายคน"หลินเสี่ยวอวี่ชะงัก"ตอนนี้เลยหรือ""เจ้าค่ะ"หัวใจของนางเต้นแรง เป็นไปไม่ได้ในนิยาย...เหตุการณ์นี้ต้องเกิดอีกหลายเดือน ไม่ใช่ตอนนี้หญิงสาวรีบย้อนคิดถึงเนื้อเรื่องทั้งหมด หลังจากรัชทายาทเริ่มเคลื่อนไหว ควรมีงานล่าสัตว์หลวงก่อน จากนั้นจึงเกิดคดีโกงเสบียง แล้วถึงจะมีการกวาดล้างกรมพระคลังแต่ตอนนี้...ทุกอย่างกลับสลับลำดับกันหมด"หรือว่า..." นางพึมพำกับตัวเอง"...เพราะเรา"ทุก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status