ログイン“ฮัลโหลเจ๊”
ระหว่างที่จมอยู่กับความคิดตัวเองแฮคก็กำลังคุยโทรศัพท์
เสียงของเขาทำให้ฉันตื่นตัว จับจ้องเขาด้วยสายตาหวั่นไหว นี่เขากำลังโทรหาใครอยู่น่ะ คงไม่ใช่ว่าคุยกับพี่ช่อฟ้าหรอกนะ?
“อยู่ออฟฟิศเหรอ มีเรื่องจะคุยด้วย อืม... ข้างนอกก็ได้ กี่โมงล่ะ ที่ไหนเดี๋ยวไปรอ ได้สิ ไม่รีบ... แต่ก็ไม่ชอบรออะไรนานๆ รู้ไม่ใช่เหรอ อืม ไว้เจอกัน”
แฮควางสายเสร็จ เขาเหลือบมองฉันแวบหนึ่ง ก่อนพูด “เดี๋ยวไปร้านกาแฟ”
“นัดใครไว้?” ฉันถามเพื่อความแน่ใจ ที่จริงก็พอเดาออกตั้งแต่ที่ฟังเขาคุยโทรศัพท์แล้วล่ะ
“ช่อฟ้า”
“....” สมองมันตีบตันคิดไรไม่ออกอยู่ชั่วขณะ เขาคิดอะไรอยู่กันนะ
“หรือว่ามีธุระ”
“แล้วเพิ่งมาถาม?” ฉันแหวกลับทันที
“ถ้ามีจะกลับก่อนมั้ยล่ะ ลงไหน เดี๋ยวไปส่ง”
“หา?”
ง่ายๆ แบบนี้เลย ฉันอ้ำอึ้งเพราะคำพูดไม่อยู่กับร่องกับรอยของแฮค
“แล้วพี่ช่อฟ้าล่ะ นายนัดมาเจอกับฉันไม่ใช่เหรอ”
“ฉันคุยให้ได้ถ้าเธอไม่สะดวก”
ฉันขมวดคิ้ว ถ้าคุยได้แล้วจะนัดมาทำไม ทำไมไม่คุยทางโทรศัพท์ไปให้จบๆ ล่ะ บ้าจริงๆ
“ที่จริงมีงานอื่นจะคุยด้วยพอดี”
“....” ชัดเจนว่าเรื่องของฉันมันก็แค่ของแถม ไม่น่าคาดหวังกับเขาตั้งแต่แรกเลยจริงๆ
ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียความรู้สึก
“ตกลงจะให้ไปส่งที่ไหน” เสียงไม่ยินดียินร้ายถามย้ำมาอีกครั้ง
“ไม่ที่ไหนทั้งนั้นแหละ ฉันจะไปด้วย”
ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ต่อให้รู้อยู่เต็มอกว่าแฮคนัดพี่ช่อฟ้ามาด้วยจุดประสงค์อื่น แต่ถ้าเขาจะคุยเรื่องฉัน ฉันก็อยากอยู่ฟังด้วยตัวเอง
ร้านกาแฟที่แฮคพามาเป็นคาเฟ่เล็กๆ ในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง บรรยากาศเงียบสงบ มีที่จอดรถไม่เยอะ แต่ก็พอหาได้ ลูกค้าส่วนมากคงจะเป็นลูกบ้านในหมู่บ้านนี่แหละ ที่จอดรถก็เลยว่าง
“อยู่ลึกแบบนี้ยังอุตส่าห์หาเจออีกนะ” ฉันพูดระหว่างเดินตามเขาเข้ามาในร้าน
“กาแฟอร่อย ที่สำคัญคนขายน่ารัก”
“....” ขอมองบนหนึ่งกรุบกับเหตุผลข้อหลัง คำว่าเสือผู้หญิงคงไม่เกินจริง
“สวัสดีค่ะ อ้าวแฮคยินดีต้อนรับนะ ดื่มอะไรวันนี้” ผู้หญิงที่สวมผ้ากันเปื้อนกำลังนั่งถักเนตติ้งอยู่บนโต๊ะเงยหน้าขึ้นทักทาย พอเห็นว่าเป็นแฮค เธอก็ยิ้มกว้าง ปรับสำนวนการพูดให้เป็นกันเองมากขึ้น
สวยแฮะ... หรือว่าคนนี้จะเป็นเจ้าของร้าน
“สวัสดีครับพี่สกาย เป็นไงบ้าง สบายดีใช่ไหม อืม วันนี้ผมขอชาหอมๆ สักแก้ว”
“อื้มก็ดี เรื่อยๆ น่ะ รับเป็นชานะ แล้วน้องอีกคนล่ะ รับอะไรดี ดูเมนูก่อนก็ได้เลือกได้แล้วค่อยสั่ง เดี๋ยวพี่ไปทำชาให้แฮคก่อน ตามสบายเลยนะ” พูดเสร็จก็เดินเข้าไปที่หลังเคาน์เตอร์
อัธยาศัยดีมาก ยิ้มเก่งอีกด้วย รอยยิ้มเธอยังติดอยู่ในหัวฉันไม่จาง พลอยทำให้ร้านกาแฟธรรมดาๆ มีบรรยากาศดีน่านั่ง อยากอุดหนุน
ฉันเปิดเมนูบนโต๊ะดูอย่างไม่ได้ตั้งใจ มีเมนูเครื่องดื่มพื้นฐานให้เลือกมากมาย นอกจากนั้นก็มีเมนูขนมปัง กับพวกไอศกรีมปกติ ที่พิเศษกว่าคาเฟ่ทั่วไปก็เห็นจะเป็นเมนูชาร้อนเนี่ยแหละ ทั้งชาตระกูลดอกไม้... ชาตระกูลใบ... ชาเอิร์ลเกรย์... แล้วก็พวกชื่อแปลกๆ ที่ไม่คุ้นอีกเป็นสิบ
“อะไรอร่อย” ฉันหลุดปากถาม ลืมไปว่าเราไม่ได้สนิทกัน
“อร่อยทุกอย่าง”
“....” ไม่น่าถาม สุดท้ายฉันก็สั่งชากุหลาบไปแบบส่งๆ ไม่คาดหวังอะไรมาก แต่...
“เป็นชากุหลาบอีกแล้วเหรอ” เจ้าของร้านถาม
“คะ?”
“ของแฮคก็ชากุหลาบ” เธอพูดโดยที่ไม่หุบยิ้มเลย เป็นรอยยิ้มจริงใจ มองโลกในแง่ดี ทว่ารอบนี้กลับมีแววขี้เล่นปะปนอยู่
“...เหรอคะ”
“อื้ม บังเอิญหรือว่าอะไรน๊า”
“แค่บังเอิญน่ะค่ะ ไปรอที่โต๊ะนะคะ” ฉันบอก ชี้มือกลับไปด้านหลังแบบประดักประเดิดแล้วเดินออกมา โต๊ะนั่งอยู่ห่างจากเคาน์เตอร์ไม่กี่ก้าว แฮคที่นั่งหัวโด่อยู่ไม่มีทางไม่ได้ยินแต่เขากลับไม่แสดงสีหน้าใดๆ ออกมา นิ่งสงบเหมือนผิวน้ำ
ฉันจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ากลับมาได้ยังไง รู้ตัวอีกทีก็ร้องไห้อยู่บนเตียงในหอพักตัวเอง หอพักที่ฉันไม่ได้กลับมานานจนฝุ่นเกาะ เต็มไปด้วยร่องรอยรกร้าง และถูกทอดทิ้งผ่านไปหนึ่งวัน... สองวัน... ความเสียใจยังไม่จางหาย แต่เพราะมีงานถ่ายแบบรออยู่ ฉันเลยต้องฉุดตัวเองขึ้นมา ยิ่งคิดว่าเป็นงานที่ทำให้ฉันกับแฮคมีปัญหากันก็ยิ่งรู้สึกหน่วงในอกและไม่อยากทำ ใจอยากยกเลิกด้วยซ้ำ แต่ก็ทำไม่ได้เพราะคำว่ารับผิดชอบมันค้ำคอฉันกล้ำกลืนเก็บกระเป๋ามาสนามบินตามนัด นอกจากมะนาวแล้วก็มีคนคุ้นหน้าอีกหลายคนแต่ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว บางคนก็เป็นพริตตี้ นางแบบ แม้แต่ดาราก็มี... ฉันมองคนเหล่านั้นแล้วแปลกใจนิดหน่อย โมเดลลิ่งไม่ได้บอกไว้ว่ามีนางแบบกี่คน และถึงจะรู้ว่าไม่ได้มีแค่ฉันคนเดียว แต่ฉันก็ไม่คิดว่าจะมากันเยอะแบบนี้ แถมแต่ละคนเกรดพรีเมียมทั้งนั้น ขนาดฉันที่ว่าสวยแล้วพอมายืนเทียบกับคนอื่นนี่ถึงกับดอรปไปเลย ทุกคนงานดีหมด ฉันตะลึงไปเลยที่ถูกโมเดลลิ่งตามจีบอยู่หลายรอบเพื่อให้รับงานนี้ว่าแต่ถ่ายแบบชุดว่ายน้ำต้องใช้คนเยอะขนาดนี้เลยเหรอ ฉันกวาดตามองเพื่อนร่วมงานเงียบๆ เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจจนกระทั่งถึงโรงแรมที่ภูเก็ตทีมงาน
แฮคเงียบงันทันทีที่ได้ยินเงื่อนไขของฉัน บรรยากาศหนักอึ้งตกลงรอบด้าน ฉันรู้สึกเหมือนโดนความเคร่งเครียดตรงหน้ากดทับขนาดหายใจยังลำบาก มองใบหน้าเฉยชาของแฮคนัยน์ตาสั่นไหว“เธอกำลังล้ำเส้น”เสียงเยือกเย็นดังออกมา ตอกย้ำความเจ็บปวดในหัวใจ แต่มาถึงขั้นนี้แล้วฉันถอยกลับไม่ได้“ฉันชอบนายแฮค ฉันรู้ว่าฉันไม่ควรล้ำเส้น... แต่ แต่ฉันพยายามแล้ว ฉันห้ามใจตัวเองไม่ได้จริงๆ”ฉันสารภาพความรู้สึกออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ มองใบหน้าเยือกเย็นของแฮคนัยน์ตาพร่ามัว“เธอก็แค่อ่อนไหวเพราะอยู่ใกล้ฉันมากเกินไป”แฮคพูดออกมาได้ใจร้ายมาก“ฉัน”“ถ้ายังอยากอยู่ต่อ ก็หยุดความรู้สึกบ้าๆ ของเธอซะ”“ไม่เอา ความรู้สึกมันหยุดง่ายๆ ได้ที่ไหน ทำไม ทำไมฉันจะชอบนายไม่ได้ ที่ผ่านมาเราก็เข้ากันได้ดีมาตลอดนี่ ทำไมเราไม่ยกเลิกสัญญาบ้าบอนั่นแล้วมาลองคบกันจริงๆ ดูล่ะ อาจจะเวิร์กก็ได้นะ”ฉันร้อนรน พรั่งพรูทุกอย่างในใจออกมา ทว่าสายตาแฮคที่จ้องมองมากลับยิ่งห่างเหิน แฮคอยู่ตรงหน้าฉันแท้ๆ แต่กลับรู้สึกว่าเขาห่างไกลออกไปจนเอื้อมไม่ถึง“มันไม่มีทางเวิร์กจูน”“รู้ได้ไงว่าไม่เวิร์ก ยังไม่ได้ลอง...”ยังพูดไม่จบแฮคก็สวนขึ้นมาซะก่อนราวกับทนฟังฉั
หลายวันต่อมาวันนี้อาจารย์งดสอน ฉันเลยถือโอกาสเอางานที่ค้างมานั่งเคลียร์ในห้องคอมฯ แฮคเพราะบางงานต้องใช้เครื่องพิมพ์เอกสารแน่นอนว่าฉันต้องขอเขาก่อน แอบลุ้นอยู่เหมือนกันว่าเขาจะยอมให้ใช้เครื่องมั้ย ถ้าไม่ยอมฉันก็จะออกไปทำข้างนอก แต่เขาดันใจกว้าง แถมยังลงมาซื้อกระดาษที่ร้านสะดวกซื้อใต้คอนโดเป็นเพื่อนฉันอีกความจริงร้านมีเดลิเวอรี่แต่ฉันอยากลงมาเลือกเอง ไม่คิดว่าแฮคจะตามมาด้วย“ที่จริงฝากซื้อก็ได้นะ” ฉันมองของในมือเขาสองสามอย่าง แล้วรู้สึกว่าเขาไม่จำเป็นต้องเสียสละเวลาอันมีค่าลงมาเดินที่ร้านสะดวกซื้อกับฉันเห็นว่ากำลังเร่งทำงานเขียนโปรแกรมของบริษัทหนึ่งให้เสร็จก่อนวันไปเชียงราย แล้วยังต้องวางแผนการแข่งรถรวมไปถึงรับผิดชอบงานปรับแต่งเครื่องยนต์ให้เหมาะกับสภาพถนนที่จะไปแข่งอีก ไม่กี่วันมานี้แฮคดูงานรัดตัวกระทั่งไม่เวลามากอดฉันแต่กลับกันเขาใช้เวลาอยู่คอนโดมากขึ้น แม้ส่วนใหญ่จะขลุกอยู่แต่ในห้องทำงานก็ตามนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แฮคโดนงานรุม แต่ทุกครั้งเขามักจะลอยไปลอยมา ทำตัวผลุบๆ โผล่ๆ เหมือนผี อาทิตย์หนึ่งมาค้างคอนโดนับครั้งได้ หนักกว่านั้นคือบางคืนแค่แวะมาเอากันแล้วก็ไปทว่าระยะหลังมานี้เขาก
“เดี๋ยวแฮค”ฉันกดแก่นกายแข็งกร้าวใต้น้ำเอาไว้ ไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้จุดอ่อนไหว“หืม” แฮคซุกซอกคอ พ่นลมหายใจร้อนกรุ่นใส่“ฉัน... ไม่อยากทำ” ความรู้สึกเศร้าเกาะกุมจิตใจ“ทำเสร็จเดี๋ยวโอนค่าตัวให้”ราวกับมีมีดปักลงกลางหัวใจ ฉันส่ายหน้า ไม่เกี่ยวกับเรื่องเงินแล้ว“ฉันไม่อยากได้เงิน”“อะไรอีก” ใบหน้าคมคายละจากต้นคอ จ้องมองฉัน สายตามีแววไม่สบอารมณ์นิดๆ แฝงอยู่“ฉัน...” ฉันหลุบตาลงจ้องระลอกผิวน้ำกระเพื่อมไหวรอบๆ ตัวขณะพยายามเค้นเสียงออกมาจากลำคอ“....”“ฉัน...” ไม่ได้อยากเป็นแค่แฟนจ้าง ความคิดในหัวแล่นไปไกล ทว่าน้ำเสียงกลับจุกตันอยู่แค่คอหอย เอ่ยสิ่งที่อยู่ข้างในใจไม่ออกสายตาดุดันของแฮคบีบคั้นเกินไป ทำให้ความกล้าของฉันที่อยากเผชิญหน้ากับความรู้สึกของตัวเองเหือดหายไปตอนนี้นอกจากจะเกลียดแฮคแล้ว ฉันยังเกลียดตัวเองที่ขี้ขลาด...ไม่กล้าทำตัวชัดเจนเพราะกลัวจะเสียสถานะตรงหน้าไป“ไม่มีอะไร แค่ไม่มีอารมณ์” ฉันส่ายหน้าราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผลักแฮคออกห่าง หันหน้าเข้าหาขอบสระกำลังจะปีนขึ้น แต่กลับถูกแฮครั้งเอวเอาไว้“แฮค...”แผ่นหลังฉันโดนดึงกลับไปแนบชิดกับลำตัวด้านหน้าของเขา ท่อนเนื้อแข็งกร้าวดุนดันก
เสียงออดที่ประตูห้องช่วยคลี่คลายบรรยากาศคุกรุ่นระหว่างเราทั้งคู่ แฮคไม่เสียเวลา เขาลุกขึ้นเดินออกไปดู สักพักก็กลับมาพร้อมจานสเต๊กในมือ“....”ฉันมองด้วยสายตาเรียบเฉย ไม่รู้สึกหิวสักนิด ยิ่งเจอคำพูดแฮคเข้าไปก็ยิ่งกินอะไรไม่ลง โชคดีที่มีไวน์ให้ย้อมใจ“ขึ้นมากินก่อน” แฮควางจานเอาไว้บนโต๊ะ แล้วหันมาเรียก ท่าทางไม่ได้ตระหนักสักนิดว่าทำใจฉันเจ็บฉันมองแก้วไวน์ในมือที่หมดแล้วเงียบๆ เคลื่อนตัวเข้าใกล้บันไดลงสระ ปีนขึ้นไปช้าๆ โดยที่มืออีกข้างยังถือแก้วไวน์เอาไว้ร่างในชุดว่ายน้ำทูพีชสีขาวม้าลายขึ้นจากขอบสระได้ครึ่งตัว ผ้าคลุมสีขาวก็กางเอาไว้รอแล้วหัวใจพลันกระตุกไหว“....” ฉันไล่สายตามองมือที่จับผ้าคลุมขึ้นไป สบประสานกับแววตาคมเข้มของแฮค นึกถึงคำพูดเย็นชาของเขาก่อนหน้านี้แล้วรวดร้าวอยู่ในอก แอบซ่อนสายตาเจ็บปวดเอาไว้ ก้าวขึ้นจากสระ หันหลังสอดแขนสวมเสื้อคลุมที่แฮคเตรียมไว้ให้ รวบสายรัดเอวอย่างไม่ใส่ใจมองจานสเต๊กบนโต๊ะด้วยสายตาเฉยเมย“ฉันไม่หิว นายกินเถอะ ฉันจะอาบน้ำแล้ว”“จูน เดี๋ยวก่อน...”แฮครวบแขนฉันเอาไว้ ไม่ยอมให้ผละไปง่ายๆ ฉันถอนหายใจหันกลับมามองแฮคด้วยสายตาเบื่อหน่าย“....”“รีบไปไหน กิน
นอกจากแวะไหว้พระขอพรแล้ว ฉันก็ขอให้แฮคพาไปจุดเช็กอินในบางแสนอีกหลายจุด แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องเวลาจึงไปได้แค่ไม่กี่ที่เท่านั้น“กินมั้ย” ฉันถือข้าวหลามกระบอกเล็กๆ ในมือ ข้างในเป็นข้าวเหนียวดำ เอาส้อมที่แถมมาด้วยจิ้มข้าวหลามออกมาแล้วยื่นไปใกล้ๆ ปากแฮคเขาเลิกคิ้วมองครู่หนึ่งก็อ้าปากงับของกินที่ฉันยื่นให้“เป็นไง อร่อยมั้ย”“อือ พอกินได้”“ไม่ชอบเหรอ” สีหน้าเฉยเมยของแฮคทำฉันหม่นหมองไปชั่วขณะ“เฉยๆ”“แล้วแฮคชอบกินอะไร”สรรพนามที่เรียกเขาเปลี่ยนไป ฉันไม่ได้เผลอ แค่จงใจ... จงใจให้ดูเหมือนว่ากำลังเผลอปกติเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น เราจะเรียกกันด้วยชื่อเพื่อให้ดูเหมือนสนิทสนม แต่พออยู่กันสองคนจะเรียก ‘ฉัน’ กับ ‘นาย’ แม้จะไม่ได้พูดคุยตกลงกันจริงจัง แต่ก็เหมือนจะกลายเป็นข้อกำหนดที่ตายตัวระหว่างเราไปแล้ว“อะไรก็ได้ที่อร่อย” เขาตอบหลังจากทำหน้านึกอยู่พักหนึ่งแต่กลับระบุอาหารแบบเจาะจงไม่ได้“อืม...” ฉันลอบถอนหายใจเหนื่อยหน่าย สังเกตสีหน้าที่ยังคงปกติของแฮค ดูเหมือนเขาจะไม่ทันสังเกตเรื่องที่ฉันเรียกชื่อเขา... หรือเขาแค่แกล้งไม่สนใจกันแน่นะช่างเถอะ“แวะร้านตรงนั้นได้มั้ย” ฉันชี้ไปที่แผงขายเครื่องประดับเ







![คุณพ่อเลี้ยง(เดี่ยว) [ เซ็ตพ่อลูกติด ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)