Share

แม่ครัวขั้นเทพกับท่านอ๋องลิ้นทองคำ
แม่ครัวขั้นเทพกับท่านอ๋องลิ้นทองคำ
Penulis: B.J.BEN/มัฑศิกาญจน/พันสิงห์

1

last update Tanggal publikasi: 2026-07-25 23:51:51

"นี่ยังไม่ตื่นอีกหรือ หากยามอู่น้ำซุปยังตั้งโต๊ะไม่ทัน หัวของเจ้ากับหัวของข้าได้หลุดจากบ่าพร้อมกันแน่"

เสียงตะโกนแสบแก้วหูดังสนั่น พร้อมแรงกระชากที่หัวไหล่อย่างแรง ทำให้สวี่สิ่นเอ๋อร์สะดุ้งเฮือก ลืมตาขึ้นด้วยความมึนงง

กลิ่นควันไฟ กลิ่นคาวเลือด และกลิ่นเครื่องเทศฉุนจัดพุ่งเข้าปะทะจมูกจนแทบหายใจไม่ทัน

เดี๋ยวนะ นี่มันไม่ใช่ห้องครัวมิชลินสามดาวของฉันนี่

ภาพตรงหน้าไม่ใช่ครัวสเตนเลสสะอาดสะอ้านที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ทำอาหารทันสมัย หากแต่เป็นครัวหลวงขนาดใหญ่ เตาถ่านหลายสิบเตาเรียงราย ควันสีเทาลอยอวลไปทั่วจนแทบมองไม่เห็นอะไร

เบื้องหน้าของนางคือชายวัยกลางคนในชุดพ่อครัวโบราณ ใบหน้าดำคล้ำเปื้อนเขม่าควัน ดวงตาแดงก่ำเพราะอดนอน กำลังจ้องนางไม่วางตา

"มัวแต่มองหน้าข้าทำไม สวี่สิ่นเอ๋อร์ รีบไปยกหม้อซุปสิ ชินอ๋องมีรับสั่งไว้ หากวันนี้รสชาติอาหารยังทำให้พระองค์ทรงอาเจียนอีก เจ้า..." พ่อครัวยกนิ้วชี้มาทางนาง นิ้วที่สั่นระริกเผยให้เห็นความหวาดกลัวอย่างปิดไม่มิด

"หัวของเจ้าต้องหลุดจากบ่าแน่ เป็นคนที่เก้าพอดี"

"หา หัวหลุดคนที่เก้า" สิ่นเอ๋อร์รีบยกมือขึ้นคลำศีรษะของตัวเองโดยอัตโนมัติ ก่อนจะก้มสำรวจร่างกายด้วยสัญชาตญาณของเชฟ

ร่างนี้ผอมบางจนแทบเหลือแต่กระดูก ผิวขาวซีดไร้เลือดฝาด ริมฝีปากแห้งแตก เสื้อผ้าป่านเก่า ๆ ที่สวมอยู่มีรอยปะหลายแห่งและเปื้อนคราบสกปรก ดูอย่างไรก็ไม่ใช่ร่างของเชฟสาวผู้ยืนอยู่หน้าเตาในร้านอาหารระดับโลกเมื่อครู่ แล้วความทรงจำที่ไม่ใช่ของนางก็ทะลักเข้ามาในหัวราวกับสายน้ำเชี่ยว

สวี่สิ่นเอ๋อร์ นางโลมขี้โรคแห่งหอจันทรา ถูกขายออกจากหอคณิกาในราคาถูก เพราะร่างกายอ่อนแอ ก่อนจะถูกพ่อครัวใหญ่ซื้อตัวมาหวังใช้เป็นลูกมือในครัววังอ๋อง

"ทะลุมิติงั้นหรือ" นางพึมพำเสียงแผ่ว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความเหลือเชื่อ

"ยังจะมายืนเหม่ออีก" พ่อครัวใหญ่แทบจะร้องไห้ออกมา

"รู้หรือไม่ว่าแม่ครัวแปดคนก่อนหน้าตายเพราะอะไร ก็เพราะทำอาหารรสชาติเหมือนขยะให้ท่านอ๋องเสวยน่ะสิ"

เขารีบลากนางมาหยุดหน้าเตา ก่อนชี้ไปยังหม้อซุปใบใหญ่ที่กำลังเดือดปุด ๆ

"ข้าอุตส่าห์เมตตาซื้อตัวเจ้ามาจากหอจันทรา หวังให้มาช่วยประคองหม้อซุป อย่างน้อยยังพอมีชีวิตรอดไปด้วยกัน แต่ถ้าเจ้าทำให้ท่านอ๋องทรงอาเจียนอีก ข้าไม่ช่วยเจ้าแน่"

สิ่นเอ๋อร์ก้มลงมองในหม้อ น้ำซุปไก่ถูกเคี่ยวจนงวด ไขมันสีเหลืองลอยเป็นแผ่นหนา ส่งกลิ่นคาวคลุ้งปนกลิ่นสมุนไพรที่ต้มจนเสียรส

เพียงสูดหายใจเข้า นางก็แทบสำลัก

นี่มันซุปไก่หรือน้ำล้างเท้ากันแน่

มิน่าท่านอ๋องถึงสั่งตัดหัวแม่ครัว

ด้วยประสบการณ์ของเชฟมิชลิน นางแทบวิเคราะห์อาการของผู้ป่วยได้ทันที

โรคลิ้นรับรสผิดเพี้ยน ประกอบกับความผิดปกติของระบบรับรสและการตอบสนองต่อกลิ่นอาหาร หากเจอซุปเลี่ยนจัด คาวจัด และเต็มไปด้วยไขมันแบบนี้ ต่อให้คนปกติก็ยังพะอืดพะอม นับประสาอะไรกับผู้ป่วย

"ซุปแบบนี้" สิ่นเอ๋อร์เอ่ยเรียบ ๆ พลางใช้ทัพพีคนเบา ๆ

"ยกไปถวายก็ไม่ต่างจากยื่นคอเข้าหาคมดาบ"

"เจ้าว่าอะไรนะ" พ่อครัวใหญ่เบิกตากว้าง

"กล้าดีอย่างไรมาวิจารณ์ซุปของข้า"

สิ่นเอ๋อร์ถอนหายใจยาว ก่อนวางทัพพีลงอย่างใจเย็น

"หากอยากตาย ก็ยกไปถวายได้เลยเจ้าค่ะ" พูดจบ นางเหมือนนึกได้ว่าตนเองเพิ่งทะลุมิติมา จึงรีบแก้คำ

"เอ่อ... ข้าหมายความว่า หากยกซุปนี้ไปถวาย ท่านอ๋องไม่มีทางเสวยลงแน่นอนเจ้าค่ะ"

"เจ้า..." พ่อครัวใหญ่ทั้งโกรธทั้งตกใจ แต่กลับเถียงไม่ออก

สิ่นเอ๋อร์ไม่รอให้เขาพูดต่อ นางหยิบผ้ากันเปื้อนเก่าขึ้นมาผูกเอวอย่างคล่องแคล่ว ราวกับการผูกผ้ากันเปื้อนคือพิธีกรรมที่ทำมานับพันครั้ง

ดวงตาซึ่งเคยสับสนเมื่อครู่ บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นแน่วแน่และเปี่ยมด้วยความมั่นใจ

เชฟมิชลินสามดาวไม่เคยยอมแพ้ต่อวัตถุดิบ ต่อให้มีเพียงหม้อซุปห่วย ๆ กับครัวโบราณ นางก็สามารถพลิกสถานการณ์ได้

"ทุกคนถอยไป" น้ำเสียงของนางหนักแน่นจนคนทั้งครัวเผลอชะงัก

"ขอเวลาข้าสิบเค่อ" นางยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ ที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ

"ข้าจะเปลี่ยนหม้อซุปที่กำลังรอส่งคนลงนรกใบนี้ ให้กลายเป็นซุปที่ช่วยชีวิตพวกเราทุกคนเอง"

ณ ตำหนักเหยาหมิง

บรรยากาศภายในห้องทรงงานเงียบสงัดจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ แสงอาทิตย์ยามสายสาดผ่านบานหน้าต่างไม้ฉลุลาย ตกกระทบโต๊ะทรงงานที่กองเต็มไปด้วยฎีกาและเอกสารราชการ

บุรุษในชุดฉลององค์สีดำปักดิ้นทองประทับนั่งอยู่หลังโต๊ะอย่างสง่างาม

ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวกับสลักจากหยกชั้นเลิศ คิ้วเข้มทอดยาว ดวงตาลึกล้ำเย็นเยียบ ทว่าความงดงามนั้นกลับถูกบดบังด้วยสีหน้าเคร่งขรึมและความเหนื่อยล้าที่ฉายชัดอยู่ในแววตา

บุรุษผู้นั้นคือชินอ๋องหลี่หยางเหอ อนุชาองค์จักรพรรดิ ผู้เลื่องชื่อทั้งด้านความสามารถและความโหดเหี้ยม

เขายกมือขึ้นนวดขมับเบา ๆ ก่อนหลับตาลงอย่างอ่อนล้า

หลายปีมานี้ โรคประหลาดที่ติดตัวมาตั้งแต่ถูกลอบวางยาพิษ ทำให้ชีวิตของเขาแทบไม่ต่างจากการทรมาน

อาหารทุกชนิด ไม่ว่าจะเลิศรสเพียงใด เมื่อเข้าปากกลับกลายเป็นรสขม รสเฝื่อน หรือไม่ก็ส่งกลิ่นเหม็นจนชวนคลื่นไส้

หลายครั้ง เพียงแค่ได้กลิ่นอาหารก็ทำให้เขาอาเจียนจนแทบหมดแรง

"เรียนท่านอ๋อง" เสียงขององครักษ์จิ้งซินดังขึ้นอย่างระมัดระวัง

"อาหารยามอู่จัดเตรียมเรียบร้อยแล้วพะยะค่ะ"

"ยกออกไป" หลี่หยางเหอตอบโดยไม่แม้แต่จะลืมตา

"ข้าไม่หิว" น้ำเสียงเรียบนิ่ง หากแฝงแรงกดดันจนคนฟังไม่กล้าหายใจแรง

จิ้งซินชะงักไปเล็กน้อย ก่อนรวบรวมความกล้ากล่าวต่อ

"แต่...แม่ครัวคนใหม่เรียนว่า ซุปถ้วยนี้เป็นสูตรพิเศษ รับรองว่าท่านอ๋องไม่เคยเสวยมาก่อนพะยะค่ะ"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • แม่ครัวขั้นเทพกับท่านอ๋องลิ้นทองคำ   5

    "เป็นชื่อวิธีปรุงอาหารที่หม่อมฉันคิดขึ้นเองเพคะ หมายถึงการใช้ความร้อนอย่างนุ่มนวลและสม่ำเสมอ""แล้วมันต่างจากการนึ่งอย่างไร" คำถามนั้นทำให้สิ่นเอ๋อร์แอบชื่นชมอยู่ในใจ ไอ้อ๋องหน้าตายนี่ก็ฉลาดเหมือนกันแฮะ"ต่างกันตรงการควบคุมความร้อนเพคะ" นางอธิบาย"เนื้อปลาบอบบาง หากถูกความร้อนสูงเกินไป เนื้อจะหดตัวจนสูญเสียความชุ่มฉ่ำและเกิดกลิ่นคาวได้ง่าย หม่อมฉันจึงใช้ไฟอ่อนคงที่ ให้เนื้อปลาค่อย ๆ สุกอย่างช้า ๆ เพื่อรักษาความหวานและความนุ่มไว้ให้มากที่สุด" นางผายมือไปทางซอส"ส่วนซอสขิงหอม หม่อมฉันใช้กลิ่นจากขิงและต้นหอมเป็นหลัก รสไม่หนักจนเกินไป น่าจะช่วยให้พระองค์เสวยได้ง่ายขึ้นเพคะ"หลี่หยางเหอมองนางครู่หนึ่ง"น่าจะ"สิ่นเอ๋อร์ยิ้มแห้ง"หม่อมฉันมั่นใจเก้าส่วนเพคะ""แล้วอีกหนึ่งส่วน""เผื่อพระองค์เรื่องมากเกินกว่าที่หม่อมฉันคาดไว้เพคะ"จิ้งซินถึงกับสำลักลมหายใจกล้าพูด! นางกล้าพูดว่าท่านอ๋องเรื่องมากต่อหน้าพระพักตร์จริง ๆหลี่หยางเหอหรี่ตามองนาง สิ่นเอ๋อร์เพิ่งรู้ตัวว่าปากไวเกินไป จึงรีบก้มหน้า"หม่อมฉันหมายถึง พระองค์มีพระชิวหาที่ละเอียดอ่อนกว่าคนทั่วไปเพคะ"มุมปากของหลี่หยางเหอกระตุกเล็กน้อย"ปาก

  • แม่ครัวขั้นเทพกับท่านอ๋องลิ้นทองคำ   4

    "ของตรงนั้นไงเจ้าคะ" สิ่นเอ๋อร์ยกมือชี้ไปยังมุมหนึ่งของห้อง ตรงนั้นมีผักที่เริ่มเหี่ยว ขิงแก่ ต้นหอม และปลากะพงตัวไม่ใหญ่นักวางอยู่ในตะกร้า เป็นวัตถุดิบธรรมดาที่เตรียมไว้สำหรับทำอาหารให้ลูกมือในครัว"นั่นมันของที่พวกลูกมือเอาไว้กินกันนะ" พ่อครัวใหญ่แทบยกมือทาบอก"เจ้าจะเอาของแบบนั้นไปถวายชินอ๋องหรือ อยากถูกตัดหัวจริง ๆ หรืออย่างไร"สิ่นเอ๋อร์กลับยกยิ้มบาง ดวงตาคู่สวยเป็นประกายมั่นใจ"วัตถุดิบชั้นเลิศไม่ได้วัดกันที่ราคาหรอกเจ้าค่ะ แต่อยู่ที่ว่าเราจะดึงรสชาติของมันออกมาได้มากเพียงใด และมันเหมาะกับลิ้นของคนกินหรือไม่ต่างหาก""แต่...""ท่านลุงคอยดูเถอะเจ้าค่ะ" นางหันกลับไปมองปลากะพง"บางครั้งเมนูธรรมดาที่ใช้วิธีไม่ธรรมดา นี่แหละที่จะสะกดลิ้นท่านอ๋องให้อยู่หมัด"กล่าวจบ สิ่นเอ๋อร์ก็เริ่มลงมือทันทีนางหยิบปลากะพงขึ้นมาตรวจดู แม้ตัวจะไม่ใหญ่ แต่ตายังใส เหงือกแดง เนื้อแน่น แสดงว่ายังสดดีมีดทำครัวถูกหยิบขึ้นมาอย่างคล่องแคล่วฉับ! ฉับ!เพียงไม่กี่ครั้ง เนื้อปลาก็ถูกแล่ออกจากก้างอย่างสวยงามพ่อครัวใหญ่กับลูกมือที่ยืนล้อมดูต่างพากันตาค้าง"มือของนางเร็วเกินไปแล้ว""เนื้อปลาแทบไม่ติดก้างเลย"สิ่น

  • แม่ครัวขั้นเทพกับท่านอ๋องลิ้นทองคำ   3

    ชั่ววินาทีแรก เขาเตรียมรับความรู้สึกขม เฝื่อน หรือกลิ่นคาวที่คุ้นเคย แต่สิ่งที่ได้รับกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง ความสะอาด โปร่งเบา ไร้กลิ่นคาวและไร้ความเลี่ยนที่เคยทำให้เขารังเกียจจากนั้น ความหวานตามธรรมชาติของเนื้อไก่ที่ผ่านการเคี่ยวอย่างพิถีพิถันก็ค่อย ๆ แผ่กระจายอยู่บนปลายลิ้น ผสานกับกลิ่นหอมของสมุนไพรที่ไม่กลบรสหลัก แต่ช่วยขับให้รสชาติกลมกล่อมยิ่งขึ้นความอบอุ่นจากน้ำซุปไหลผ่านลำคอลงสู่กระเพาะอาหารที่ว่างเปล่ามานานหลายปีไม่มีอาการคลื่นไส้ ไม่มีรสขม ไม่มีความรู้สึกอยากอาเจียนแม้แต่น้อย ดวงตาคมของหลี่หยางเหอไหววูบเป็นครั้งแรกนี่คือรสชาติของอาหารอย่างนั้นหรือ รสชาติที่เขาเกือบลืมไปแล้วว่ามันเป็นเช่นไรเขาหลุบตามองน้ำซุปในชามอีกครั้ง ก่อนตักขึ้นเสวยคำที่สอง แล้วคำที่สามทุกคนในห้องต่างเบิกตากว้าง จิ้งซินถึงกับเผลออ้าปากค้าง หลายปีมานี้ ท่านอ๋องไม่เคยเสวยอาหารคำที่สอง แต่วันนี้กลับเสวยต่อเนื่องถึงสามคำสิ่นเอ๋อร์เองก็แทบไม่เชื่อสายตาสำเร็จ... เทคนิคการเคลียร์ซุปใช้ได้ผลจริง การดักจับไขมันและสิ่งเจือปนทั้งหมดออกจากน้ำซุป ทำให้เหลือเพียงรสชาติบริสุทธิ์ที่สุด ดูเหมือนลิ้นของท่านอ๋องจะย

  • แม่ครัวขั้นเทพกับท่านอ๋องลิ้นทองคำ   2

    คราวนี้หลี่หยางเหอค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาคมกริบปรายมองชามดินเผาที่บ่าวรับใช้กำลังวางลงบนโต๊ะ ก่อนริมฝีปากหยักจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา"สูตรพิเศษ" เขาแค่นหัวเราะเบา ๆ"แม่ครัวคนที่แปดก็เคยพูดเช่นนี้ ก่อนที่หัวของนางจะหลุดจากบ่า"ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง บ่าวรับใช้ทุกคนต่างก้มหน้าลงต่ำ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจเสียงดังหลี่หยางเหอทอดสายตามองชามซุปตรงหน้าอย่างเสียไม่ได้แต่เพียงชั่วอึดใจ คิ้วเข้มของเขากลับขมวดเข้าหากันด้วยความประหลาดใจซุปถ้วยนี้ แตกต่างจากทุกถ้วยที่เขาเคยเห็นน้ำซุปใสกระจ่างราวกับผลึกแก้ว ไม่มีคราบไขมันลอยแม้เพียงหยดเดียว ไม่มีเศษเนื้อหรือฟองขุ่นให้รำคาญสายตาหากมองผ่าน ๆ คงนึกว่าเป็นเพียงน้ำร้อนธรรมดาทว่าเมื่อไอร้อนค่อย ๆ ลอยขึ้น กลับพากลิ่นหอมละมุนของเนื้อไก่และสมุนไพรโบราณแทรกซึมเข้ามาอย่างแผ่วเบาไม่ฉุน...ไม่เลี่ยน...ไม่มีกลิ่นคาวแม้แต่น้อยกลิ่นนั้นกลับสะอาด สดชื่น และชวนให้ลำคอที่แห้งผากรู้สึกผ่อนคลายอย่างน่าประหลาดดวงตาของหลี่หยางเหอฉายแววครุ่นคิดนี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ที่เพียงแค่ได้กลิ่นอาหาร เขากลับไม่รู้สึกคลื่นไส้"ผู้ใดเป็นคนทำ" น้ำเสียงของเ

  • แม่ครัวขั้นเทพกับท่านอ๋องลิ้นทองคำ   1

    "นี่ยังไม่ตื่นอีกหรือ หากยามอู่น้ำซุปยังตั้งโต๊ะไม่ทัน หัวของเจ้ากับหัวของข้าได้หลุดจากบ่าพร้อมกันแน่"เสียงตะโกนแสบแก้วหูดังสนั่น พร้อมแรงกระชากที่หัวไหล่อย่างแรง ทำให้สวี่สิ่นเอ๋อร์สะดุ้งเฮือก ลืมตาขึ้นด้วยความมึนงงกลิ่นควันไฟ กลิ่นคาวเลือด และกลิ่นเครื่องเทศฉุนจัดพุ่งเข้าปะทะจมูกจนแทบหายใจไม่ทันเดี๋ยวนะ นี่มันไม่ใช่ห้องครัวมิชลินสามดาวของฉันนี่ภาพตรงหน้าไม่ใช่ครัวสเตนเลสสะอาดสะอ้านที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ทำอาหารทันสมัย หากแต่เป็นครัวหลวงขนาดใหญ่ เตาถ่านหลายสิบเตาเรียงราย ควันสีเทาลอยอวลไปทั่วจนแทบมองไม่เห็นอะไรเบื้องหน้าของนางคือชายวัยกลางคนในชุดพ่อครัวโบราณ ใบหน้าดำคล้ำเปื้อนเขม่าควัน ดวงตาแดงก่ำเพราะอดนอน กำลังจ้องนางไม่วางตา"มัวแต่มองหน้าข้าทำไม สวี่สิ่นเอ๋อร์ รีบไปยกหม้อซุปสิ ชินอ๋องมีรับสั่งไว้ หากวันนี้รสชาติอาหารยังทำให้พระองค์ทรงอาเจียนอีก เจ้า..." พ่อครัวยกนิ้วชี้มาทางนาง นิ้วที่สั่นระริกเผยให้เห็นความหวาดกลัวอย่างปิดไม่มิด"หัวของเจ้าต้องหลุดจากบ่าแน่ เป็นคนที่เก้าพอดี""หา หัวหลุดคนที่เก้า" สิ่นเอ๋อร์รีบยกมือขึ้นคลำศีรษะของตัวเองโดยอัตโนมัติ ก่อนจะก้มสำรวจร่างกายด้วยสัญ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status