Compartir

5

last update Fecha de publicación: 2026-07-25 23:54:53

"เป็นชื่อวิธีปรุงอาหารที่หม่อมฉันคิดขึ้นเองเพคะ หมายถึงการใช้ความร้อนอย่างนุ่มนวลและสม่ำเสมอ"

"แล้วมันต่างจากการนึ่งอย่างไร" คำถามนั้นทำให้สิ่นเอ๋อร์แอบชื่นชมอยู่ในใจ ไอ้อ๋องหน้าตายนี่ก็ฉลาดเหมือนกันแฮะ

"ต่างกันตรงการควบคุมความร้อนเพคะ" นางอธิบาย

"เนื้อปลาบอบบาง หากถูกความร้อนสูงเกินไป เนื้อจะหดตัวจนสูญเสียความชุ่มฉ่ำและเกิดกลิ่นคาวได้ง่าย หม่อมฉันจึงใช้ไฟอ่อนคงที่ ให้เนื้อปลาค่อย ๆ สุกอย่างช้า ๆ เพื่อรักษาความหวานและความนุ่มไว้ให้มากที่สุด" นางผายมือไปทางซอส

"ส่วนซอสขิงหอม หม่อมฉันใช้กลิ่นจากขิงและต้นหอมเป็นหลัก รสไม่หนักจนเกินไป น่าจะช่วยให้พระองค์เสวยได้ง่ายขึ้นเพคะ"

หลี่หยางเหอมองนางครู่หนึ่ง

"น่าจะ"

สิ่นเอ๋อร์ยิ้มแห้ง

"หม่อมฉันมั่นใจเก้าส่วนเพคะ"

"แล้วอีกหนึ่งส่วน"

"เผื่อพระองค์เรื่องมากเกินกว่าที่หม่อมฉันคาดไว้เพคะ"

จิ้งซินถึงกับสำลักลมหายใจ

กล้าพูด! นางกล้าพูดว่าท่านอ๋องเรื่องมากต่อหน้าพระพักตร์จริง ๆ

หลี่หยางเหอหรี่ตามองนาง สิ่นเอ๋อร์เพิ่งรู้ตัวว่าปากไวเกินไป จึงรีบก้มหน้า

"หม่อมฉันหมายถึง พระองค์มีพระชิวหาที่ละเอียดอ่อนกว่าคนทั่วไปเพคะ"

มุมปากของหลี่หยางเหอกระตุกเล็กน้อย

"ปากเก่ง"

"ขอบพระทัยเพคะ"

"ข้าไม่ได้ชม"

"เพคะ..." นางทำหน้าเหลอหลา

จิ้งซินรีบก้มหน้าซ่อนรอยยิ้ม

หลี่หยางเหอจึงเลิกสนใจนาง หยิบตะเกียบเงินขึ้นมา ก่อนคีบเนื้อปลาชิ้นพอดีคำ

เพียงตะเกียบสัมผัสเนื้อปลา เขาก็รู้สึกถึงความแตกต่าง เนื้อปลาไม่แห้ง ไม่ยุ่ย และไม่แข็งกระด้างเหมือนปลานึ่งที่เขาเคยเสวย

เมื่อส่งเข้าปาก ดวงตาคมพลันชะงัก เนื้อปลานุ่มฉ่ำ แยกตัวเป็นกลีบละเอียดเมื่อสัมผัสลิ้น แต่ยังคงความเด้งไว้เล็กน้อย ความหวานตามธรรมชาติของปลาแผ่ออกมาอย่างชัดเจน ก่อนตามด้วยความอุ่นซ่าของขิงและกลิ่นหอมสดชื่นจากต้นหอม

ไม่มีรสขม ไม่มีความเลี่ยน ที่สำคัญที่สุด ไม่มีกลิ่นคาวแม้แต่น้อย

หลี่หยางเหอนิ่งไปครู่หนึ่ง จากนั้นตะเกียบในมือก็คีบปลาคำที่สอง คำที่สาม และคำที่สี่

จิ้งซินซึ่งยืนอยู่ด้านข้างค่อย ๆ เบิกตากว้างขึ้นเรื่อย ๆ

ท่านอ๋อง เสวยต่อเนื่องอีกแล้ว และคราวนี้ไม่ใช่เพียงสามคำ เนื้อปลาในจานลดลงเกินครึ่งโดยที่เจ้าตัวแทบไม่รู้สึกตัว

สิ่นเอ๋อร์ยืนมองอย่างพึงพอใจ เป็นไงล่ะ ไอ้ท่านอ๋องประสาทกิน เจอหลักการซูวีเข้าไป ลิ้นทองคำของท่านก็ต้องยอมสยบให้เชฟมิชลินอย่างข้าอยู่ดี

ไม่นาน เนื้อปลาในจานก็หมดเกลี้ยง หลี่หยางเหอชะงักเมื่อปลายตะเกียบแตะลงบนจานว่างเปล่า

เขาหลุบตามองอยู่ครู่หนึ่ง คล้ายเพิ่งรู้ตัวว่าเสวยอาหารจนหมดจาน

จิ้งซินเองก็แทบไม่อยากเชื่อสายตา

หมด... ท่านอ๋องเสวยหมดทั้งจาน!

หากข่าวนี้แพร่ออกไป คนทั้งวังคงคิดว่าฟ้าจะถล่มเป็นแน่

หลี่หยางเหอวางตะเกียบลง ก่อนหยิบผ้าขึ้นซับริมฝีปากอย่างสง่างาม จากนั้นจึงเงยหน้ามองสวี่สิ่นเอ๋อร์

สายตาคมกริบนั้นทำให้นางยืดหลังตรงโดยอัตโนมัติ

"ฝีมือของเจ้า..." เขาเว้นจังหวะ สิ่นเอ๋อร์แอบกลอกตาในใจ

มาอีกแล้ว ไอ้นิสัยพูดเว้นจังหวะให้คนอื่นหัวใจจะวายเนี่ย!

"นับว่าไม่เลว"

สิ่นเอ๋อร์ยิ้มทันที

"ขอบพระทัยเพคะท่านอ๋อง เช่นนั้น หม่อมฉันรอดพ้นจากดาบของท่านองครักษ์แล้วใช่หรือไม่เพคะ"

จิ้งซินเหลือบมองนาง เหตุใดฟังแล้วเหมือนนางเสียดายชีวิตตัวเองมากกว่ากลัวท่านอ๋องกันนะ

หลี่หยางเหอยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย

"รอดพ้น ย่อมรอดพ้น..."

สิ่นเอ๋อร์กำลังจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่กลับเห็นบุรุษตรงหน้าลุกขึ้นจากเก้าอี้

เขาก้าวเข้ามาหานางช้า ๆ

หนึ่งก้าว...

สองก้าว...

จนระยะห่างระหว่างคนทั้งสองเหลือเพียงไม่กี่ฉื่อ

สิ่นเอ๋อร์เผลอเกร็งตัว กลิ่นหอมสะอาดจาง ๆ จากร่างสูงลอยเข้ามาแตะปลายจมูก นางต้องเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยจึงจะสบตากับเขาได้ หลี่หยางเหอก้มลงมาใกล้ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

"แต่ในเมื่อเจ้าทำให้ลิ้นของข้าคุ้นเคยกับอาหารฝีมือเจ้าแล้ว นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป มื้อเช้า มื้อกลางวัน และมื้อเย็น หากไม่มีอาหารของเจ้าตั้งโต๊ะ" เขาหยุดเล็กน้อย สายตาคมสบกับดวงตาคู่สวยตรง ๆ

"หัวของเจ้าก็ยังต้องหลุดอยู่ดี สวี่สิ่นเอ๋อร์" รอยยิ้มบนใบหน้าของสิ่นเอ๋อร์แข็งค้างทันที

"หา"

"มีปัญหาหรือ"

"มะ...ไม่มีเพคะ" นางกัดฟันยิ้มหวาน

"หม่อมฉันยินดีอย่างยิ่งเพคะ"

"ดี" หลี่หยางเหอหมุนกายกลับไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้สิ่นเอ๋อร์ยืนยิ้มค้างอยู่เบื้องหลัง

ทันทีที่เขาหันหลัง ดวงตาของนางก็แทบพ่นไฟ

หน็อย... ไอ้อ๋องเจ้าเล่ห์ นี่มันไม่ใช่การไว้ชีวิตแล้ว นี่มันจับฉันเป็นทาสทำอาหารตลอดสามมื้อชัด ๆ นึกว่าตัวเองเป็นชินอ๋องแล้วจะใช้งานเชฟมิชลินอย่างข้าได้ตามใจหรืออย่างไร

สิ่นเอ๋อร์สูดลมหายใจลึก ก่อนก้มศีรษะอย่างนอบน้อม

"เช่นนั้นหม่อมฉันทูลลาเพคะ"

"เดี๋ยวก่อน"

เท้าของนางชะงัก อะไรอีกล่ะ!

สิ่นเอ๋อร์หันกลับมาพร้อมรอยยิ้มที่ฝืนเสียจนมุมปากแทบกระตุก

"ท่านอ๋องยังมีสิ่งใดรับสั่งหรือเพคะ"

หลี่หยางเหอเหลือบมองจานเปล่าบนโต๊ะ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับเป็นเรื่องธรรมดาที่สุดในโลก

"พรุ่งนี้เช้า..." เขาเงยหน้ามองนาง

"ข้าไม่กินของซ้ำ"

สิ่นเอ๋อร์นิ่งไปสามอึดใจ

"เพคะ"

"และต้องดีกว่ามื้อนี้"

"เพคะ"

"ไปได้"

"หม่อมฉันทูลลาเพคะ" นางหมุนตัวเดินออกจากห้องทรงงานอย่างสง่างาม แต่ในใจกลับคำรามลั่นจนแทบสะเทือนหลังคาตำหนัก

ไอ้อ๋องลิ้นทองคำ เรื่องมากนักใช่ไหม!

ได้! พรุ่งนี้เช้าข้าจะทำให้ท่านรู้เองว่า การท้าทายเชฟมิชลินมีจุดจบอย่างไร

ส่วนหลี่หยางเหอยังคงยืนอยู่ที่เดิม ดวงตาคมทอดมองแผ่นหลังเล็กที่เดินจากไป ก่อนจะเหลือบมองจานอาหารที่ว่างเปล่าอีกครั้ง มุมปากของเขาค่อย ๆ ยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • แม่ครัวขั้นเทพกับท่านอ๋องลิ้นทองคำ   5

    "เป็นชื่อวิธีปรุงอาหารที่หม่อมฉันคิดขึ้นเองเพคะ หมายถึงการใช้ความร้อนอย่างนุ่มนวลและสม่ำเสมอ""แล้วมันต่างจากการนึ่งอย่างไร" คำถามนั้นทำให้สิ่นเอ๋อร์แอบชื่นชมอยู่ในใจ ไอ้อ๋องหน้าตายนี่ก็ฉลาดเหมือนกันแฮะ"ต่างกันตรงการควบคุมความร้อนเพคะ" นางอธิบาย"เนื้อปลาบอบบาง หากถูกความร้อนสูงเกินไป เนื้อจะหดตัวจนสูญเสียความชุ่มฉ่ำและเกิดกลิ่นคาวได้ง่าย หม่อมฉันจึงใช้ไฟอ่อนคงที่ ให้เนื้อปลาค่อย ๆ สุกอย่างช้า ๆ เพื่อรักษาความหวานและความนุ่มไว้ให้มากที่สุด" นางผายมือไปทางซอส"ส่วนซอสขิงหอม หม่อมฉันใช้กลิ่นจากขิงและต้นหอมเป็นหลัก รสไม่หนักจนเกินไป น่าจะช่วยให้พระองค์เสวยได้ง่ายขึ้นเพคะ"หลี่หยางเหอมองนางครู่หนึ่ง"น่าจะ"สิ่นเอ๋อร์ยิ้มแห้ง"หม่อมฉันมั่นใจเก้าส่วนเพคะ""แล้วอีกหนึ่งส่วน""เผื่อพระองค์เรื่องมากเกินกว่าที่หม่อมฉันคาดไว้เพคะ"จิ้งซินถึงกับสำลักลมหายใจกล้าพูด! นางกล้าพูดว่าท่านอ๋องเรื่องมากต่อหน้าพระพักตร์จริง ๆหลี่หยางเหอหรี่ตามองนาง สิ่นเอ๋อร์เพิ่งรู้ตัวว่าปากไวเกินไป จึงรีบก้มหน้า"หม่อมฉันหมายถึง พระองค์มีพระชิวหาที่ละเอียดอ่อนกว่าคนทั่วไปเพคะ"มุมปากของหลี่หยางเหอกระตุกเล็กน้อย"ปาก

  • แม่ครัวขั้นเทพกับท่านอ๋องลิ้นทองคำ   4

    "ของตรงนั้นไงเจ้าคะ" สิ่นเอ๋อร์ยกมือชี้ไปยังมุมหนึ่งของห้อง ตรงนั้นมีผักที่เริ่มเหี่ยว ขิงแก่ ต้นหอม และปลากะพงตัวไม่ใหญ่นักวางอยู่ในตะกร้า เป็นวัตถุดิบธรรมดาที่เตรียมไว้สำหรับทำอาหารให้ลูกมือในครัว"นั่นมันของที่พวกลูกมือเอาไว้กินกันนะ" พ่อครัวใหญ่แทบยกมือทาบอก"เจ้าจะเอาของแบบนั้นไปถวายชินอ๋องหรือ อยากถูกตัดหัวจริง ๆ หรืออย่างไร"สิ่นเอ๋อร์กลับยกยิ้มบาง ดวงตาคู่สวยเป็นประกายมั่นใจ"วัตถุดิบชั้นเลิศไม่ได้วัดกันที่ราคาหรอกเจ้าค่ะ แต่อยู่ที่ว่าเราจะดึงรสชาติของมันออกมาได้มากเพียงใด และมันเหมาะกับลิ้นของคนกินหรือไม่ต่างหาก""แต่...""ท่านลุงคอยดูเถอะเจ้าค่ะ" นางหันกลับไปมองปลากะพง"บางครั้งเมนูธรรมดาที่ใช้วิธีไม่ธรรมดา นี่แหละที่จะสะกดลิ้นท่านอ๋องให้อยู่หมัด"กล่าวจบ สิ่นเอ๋อร์ก็เริ่มลงมือทันทีนางหยิบปลากะพงขึ้นมาตรวจดู แม้ตัวจะไม่ใหญ่ แต่ตายังใส เหงือกแดง เนื้อแน่น แสดงว่ายังสดดีมีดทำครัวถูกหยิบขึ้นมาอย่างคล่องแคล่วฉับ! ฉับ!เพียงไม่กี่ครั้ง เนื้อปลาก็ถูกแล่ออกจากก้างอย่างสวยงามพ่อครัวใหญ่กับลูกมือที่ยืนล้อมดูต่างพากันตาค้าง"มือของนางเร็วเกินไปแล้ว""เนื้อปลาแทบไม่ติดก้างเลย"สิ่น

  • แม่ครัวขั้นเทพกับท่านอ๋องลิ้นทองคำ   3

    ชั่ววินาทีแรก เขาเตรียมรับความรู้สึกขม เฝื่อน หรือกลิ่นคาวที่คุ้นเคย แต่สิ่งที่ได้รับกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง ความสะอาด โปร่งเบา ไร้กลิ่นคาวและไร้ความเลี่ยนที่เคยทำให้เขารังเกียจจากนั้น ความหวานตามธรรมชาติของเนื้อไก่ที่ผ่านการเคี่ยวอย่างพิถีพิถันก็ค่อย ๆ แผ่กระจายอยู่บนปลายลิ้น ผสานกับกลิ่นหอมของสมุนไพรที่ไม่กลบรสหลัก แต่ช่วยขับให้รสชาติกลมกล่อมยิ่งขึ้นความอบอุ่นจากน้ำซุปไหลผ่านลำคอลงสู่กระเพาะอาหารที่ว่างเปล่ามานานหลายปีไม่มีอาการคลื่นไส้ ไม่มีรสขม ไม่มีความรู้สึกอยากอาเจียนแม้แต่น้อย ดวงตาคมของหลี่หยางเหอไหววูบเป็นครั้งแรกนี่คือรสชาติของอาหารอย่างนั้นหรือ รสชาติที่เขาเกือบลืมไปแล้วว่ามันเป็นเช่นไรเขาหลุบตามองน้ำซุปในชามอีกครั้ง ก่อนตักขึ้นเสวยคำที่สอง แล้วคำที่สามทุกคนในห้องต่างเบิกตากว้าง จิ้งซินถึงกับเผลออ้าปากค้าง หลายปีมานี้ ท่านอ๋องไม่เคยเสวยอาหารคำที่สอง แต่วันนี้กลับเสวยต่อเนื่องถึงสามคำสิ่นเอ๋อร์เองก็แทบไม่เชื่อสายตาสำเร็จ... เทคนิคการเคลียร์ซุปใช้ได้ผลจริง การดักจับไขมันและสิ่งเจือปนทั้งหมดออกจากน้ำซุป ทำให้เหลือเพียงรสชาติบริสุทธิ์ที่สุด ดูเหมือนลิ้นของท่านอ๋องจะย

  • แม่ครัวขั้นเทพกับท่านอ๋องลิ้นทองคำ   2

    คราวนี้หลี่หยางเหอค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาคมกริบปรายมองชามดินเผาที่บ่าวรับใช้กำลังวางลงบนโต๊ะ ก่อนริมฝีปากหยักจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา"สูตรพิเศษ" เขาแค่นหัวเราะเบา ๆ"แม่ครัวคนที่แปดก็เคยพูดเช่นนี้ ก่อนที่หัวของนางจะหลุดจากบ่า"ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง บ่าวรับใช้ทุกคนต่างก้มหน้าลงต่ำ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจเสียงดังหลี่หยางเหอทอดสายตามองชามซุปตรงหน้าอย่างเสียไม่ได้แต่เพียงชั่วอึดใจ คิ้วเข้มของเขากลับขมวดเข้าหากันด้วยความประหลาดใจซุปถ้วยนี้ แตกต่างจากทุกถ้วยที่เขาเคยเห็นน้ำซุปใสกระจ่างราวกับผลึกแก้ว ไม่มีคราบไขมันลอยแม้เพียงหยดเดียว ไม่มีเศษเนื้อหรือฟองขุ่นให้รำคาญสายตาหากมองผ่าน ๆ คงนึกว่าเป็นเพียงน้ำร้อนธรรมดาทว่าเมื่อไอร้อนค่อย ๆ ลอยขึ้น กลับพากลิ่นหอมละมุนของเนื้อไก่และสมุนไพรโบราณแทรกซึมเข้ามาอย่างแผ่วเบาไม่ฉุน...ไม่เลี่ยน...ไม่มีกลิ่นคาวแม้แต่น้อยกลิ่นนั้นกลับสะอาด สดชื่น และชวนให้ลำคอที่แห้งผากรู้สึกผ่อนคลายอย่างน่าประหลาดดวงตาของหลี่หยางเหอฉายแววครุ่นคิดนี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ที่เพียงแค่ได้กลิ่นอาหาร เขากลับไม่รู้สึกคลื่นไส้"ผู้ใดเป็นคนทำ" น้ำเสียงของเ

  • แม่ครัวขั้นเทพกับท่านอ๋องลิ้นทองคำ   1

    "นี่ยังไม่ตื่นอีกหรือ หากยามอู่น้ำซุปยังตั้งโต๊ะไม่ทัน หัวของเจ้ากับหัวของข้าได้หลุดจากบ่าพร้อมกันแน่"เสียงตะโกนแสบแก้วหูดังสนั่น พร้อมแรงกระชากที่หัวไหล่อย่างแรง ทำให้สวี่สิ่นเอ๋อร์สะดุ้งเฮือก ลืมตาขึ้นด้วยความมึนงงกลิ่นควันไฟ กลิ่นคาวเลือด และกลิ่นเครื่องเทศฉุนจัดพุ่งเข้าปะทะจมูกจนแทบหายใจไม่ทันเดี๋ยวนะ นี่มันไม่ใช่ห้องครัวมิชลินสามดาวของฉันนี่ภาพตรงหน้าไม่ใช่ครัวสเตนเลสสะอาดสะอ้านที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ทำอาหารทันสมัย หากแต่เป็นครัวหลวงขนาดใหญ่ เตาถ่านหลายสิบเตาเรียงราย ควันสีเทาลอยอวลไปทั่วจนแทบมองไม่เห็นอะไรเบื้องหน้าของนางคือชายวัยกลางคนในชุดพ่อครัวโบราณ ใบหน้าดำคล้ำเปื้อนเขม่าควัน ดวงตาแดงก่ำเพราะอดนอน กำลังจ้องนางไม่วางตา"มัวแต่มองหน้าข้าทำไม สวี่สิ่นเอ๋อร์ รีบไปยกหม้อซุปสิ ชินอ๋องมีรับสั่งไว้ หากวันนี้รสชาติอาหารยังทำให้พระองค์ทรงอาเจียนอีก เจ้า..." พ่อครัวยกนิ้วชี้มาทางนาง นิ้วที่สั่นระริกเผยให้เห็นความหวาดกลัวอย่างปิดไม่มิด"หัวของเจ้าต้องหลุดจากบ่าแน่ เป็นคนที่เก้าพอดี""หา หัวหลุดคนที่เก้า" สิ่นเอ๋อร์รีบยกมือขึ้นคลำศีรษะของตัวเองโดยอัตโนมัติ ก่อนจะก้มสำรวจร่างกายด้วยสัญ

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status