Partager

ฝาแฝดจากยุคอดีต 1.1

last update Date de publication: 2025-01-03 01:40:27

ยุคอดีต

 “อันอัน!!!” สุรเสียงรับสั่งชื่อเล่นสตรีที่ช่วยชีวิตพระองค์ พร้อมพระหัตถ์ยื่นออกไปราวกับว่าพยายามจะไขว่คว้านางมีอันต้องหยุดชะงักโดยพลัน 

 ห้องพักในยุคอนาคตค่อยๆ แปรเปลี่ยนกลายเป็นภายในกระโจมที่ประทับเข้ามาแทนที่ พระหัตถ์ยังคงยกค้างอยู่เช่นนั้นโดยที่องค์ชายหนุ่มมิทรงขยับพระวรกายเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย พระเนตรนิลกาฬจับจ้องอยู่แต่ทิศทางซึ่งตรงกับประตูห้องพักในโลกอนาคตอยู่เช่นนั้นนิ่งนาน

 ก่อนจะรู้สึกพระองค์เมื่อทรงได้ยินเสียงของเหล่าทหารดังอยู่นอกกระโจม

“รีบเข้าไปในกระโจมเร็วเข้า! ได้ยินเสียงท่านรองแม่ทัพเรียกองค์ชายใหญ่เอ็ดอึงไปหมด” 

สิ้นเสียงพูดคุย ทหารชั้นนายกองจำนวนหลายนายเปิดผ้ากระโจมซึ่งปิดประตูทางเข้าออกอย่างรวดเร็ว ติดตามด้วยเสียงที่บ่งบอกว่าดีใจมากมายยิ่งนัก

“องค์ชายใหญ่เสด็จกลับมาแล้ว! พระองค์ทรงหายไปไหนมาพ่ะย่ะค่ะ!” เหล่านายกองต่างพากันส่งเสียงเอ็ดอึงเป็นการใหญ่ ก่อนจะพากันยืนแปลกใจไปตามๆ กันเมื่อเห็นร่างของรองแม่ทัพยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่เช่นนั้น

“ท่านรองแม่ทัพ! เหตุไฉนจึงยืนนิ่งราวกับหินเช่นนี้… หรือว่า!!!” 

นายกองแต่ละนายหันกลับมามองหน้ากันทันที ทุกสายตาเหลือบไปเห็นหน้ากากสีเงินถูกถอดวางเอาไว้บนโต๊ะรูปทรงประหลาดไม่เคยเห็นที่ใดมาก่อน ในขณะที่พระพักตร์องค์ชายของตนไร้สิ้นหน้ากากปิดบัง มองเห็นเพียงด้านหลังเต็มไปด้วยพระเกศาสีดำสนิทยาวสยายจนถึงบั้นพระองค์และนั่นทำให้ล่วงรู้โดยพลันขึ้นมาทันที พร้อมเสียงขององค์ชายอิ๋งหยางมีรับสั่งแทรกขึ้นมา   “พวกเจ้านำร่างของรองแม่ทัพไปจัดพิธีศพให้เรียบร้อย แล้วรีบออก ไปนอกกระโจมซะ!เพราะข้ายังไม่ได้สวมหน้ากาก” สุรเสียงรับสั่งแหบแห้งแต่มิได้อิดโรยแต่ประการใด พระเนตรปิดลงทันที เมื่อคนใกล้ตัวจบชีวิตลงอย่างไม่คาดฝันอีกแล้ว

“พ่ะย่ะค่ะ!” เหล่านายกองรีบรับพระบัญชาอย่างรวดเร็ว

ร่างของรองแม่ทัพที่ยืนแข็งทื่อสิ้นลมหายใจด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ดวงตาเบิกกว้างหากแต่แฝงเร้นความยินดีอย่างเห็นได้ชัด เมื่อก่อนตายได้พานพบองค์ชายของตน โดยมิรู้ตัวเลยว่า ชะตาได้มาถึงฆาตแล้วทันทีที่บุรุษซึ่งเกิดมาพร้อมกับดวงพิฆาตหายจากอาการบาดเจ็บ กลับมาเป็นปกติดั่งเดิม บาดแผลจากกระสุนปืนจากยุคอนาคตถูกนำออกจากพระวรกายและได้รับการรักษาด้วยตัวยาทันสมัยมากมาย ทำให้พระอาการทุเลาลงไปชั่วพริบตา

ครั้นได้พานพบพระพักตร์ซึ่งปราศจากหน้ากากปกปิดครั้งนี้ ในสภาพที่เต็มไปด้วยพระสติที่หวนคืนกลับมาอย่างสมบูรณ์ จึงทำให้รองแม่ทัพหนุ่มสิ้นชีพวิบัติลงไปโดยมิรู้ตัว ทั่วร่างแข็งราวดั่งหินขึ้นมาโดยพลันเมื่อได้สบพระพักตร์พร้อมลมหายใจหลุดลอย

ครั้นภายในกระโจมมีแต่ความเงียบงันหลังจากเหล่านายกองนำร่างไร้วิญญาณของรองแม่ทัพและยังเป็นองครักษ์คนสนิทของพระองค์ออกไปแล้ว เปลือกพระเนตรที่ปิดอยู่ในขณะนั้นค่อยๆ เปิดขึ้นอย่างช้าๆ 

“ในที่สุดก็หามีผู้ใดรอดชีวิตเมื่อได้พานพบใบหน้าของข้า หามีผู้ใดรอดสักคน!” สุรเสียงรับสั่งเต็มไปด้วยความหดหู่เป็นยิ่งนัก สายพระเนตรเต็มไปด้วยความหม่นหมอง 

แต่แล้วเพียงครู่พระเนตรสีนิลกาฬแปรเปลี่ยนไปโดยพลัน พร้อมเบิกกว้างขึ้นมาทันที พระหัตถ์ยกขึ้นสัมผัสกับพระพักตร์ของพระองค์ครั้นทรงจดจำเสียงกระซิบแผ่วชิดริมหู

“ฉันขออนุญาตถอดหน้ากากออกก่อนนะท่านแม่ทัพ จะรีบเช็ดตัวให้ ไข้จะได้ลด”

ถ้อยประโยคดังกล่าวทรงได้ยินอย่างชัดเจนในสภาวะครึ่งหลับครึ่งตื่น

“อีกไม่นานจุดจบของนางก็คงไม่พ้นเหมือนดั่งเช่นผู้อื่น ขึ้นอยู่กับว่าจะตายช้าหรือเร็วเท่านั้น แต่อย่างน้อยการที่ได้พบใบหน้าของข้าในสภาพที่ไร้สติก็ยังสามารถอยู่ต่อได้อีกหลายวัน มิต้องจบชีวิตทันทีที่พบครั้นข้ากลับมาเป็นปกติดั่งเดิม" รับสั่งพึมพำพลางส่ายพระพักตร์ไปมา

"แต่ข้าจะอาลัยชีวิตนางไปทำไมเล่า ในเมื่อทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่ความฝันเท่านั้น หาใช่เรื่องจริงที่เกิดขึ้นแม้แต่น้อย” รับสั่งพร้อมสลัดผ้าห่มออกจากพระวรกายแต่แล้วกลับต้องหยุดชะงักทันที

ครั้นพระหัตถ์สัมผัสถูกผ้าที่คลุมพระวรกายใหญ่เอาไว้ในขณะนี้ ผ้าห่มผืนน้อยค่อยๆ ถูกยกขึ้นมาทอดพระเนตรใกล้ๆ ด้วยความแปลกพระทัย ผืนผ้าเนียนนุ่มส่งกลิ่นหอมของดอกไม้แห้งที่นำมาอบจนฟุ้งกระจายและหอมทนทานนานหลายวันเลยทีเดียว

พระหัตถ์สัมผัสถึงความนุ่มเนียนของเนื้อผ้าได้อย่างชัดเจน ก่อนจะก้มลงทอดพระเนตรพระวรกายของพระองค์พร้อมสำรวจอย่างละเอียดถี่ถ้วน และพบว่าหลังพระหัตถ์ถูกเข็มเงินขนาดย่อมปักเสียบคาอยู่พร้อมแผ่นแปลกประหลาดปิดทับลงบนก้อนปุยสีขาว เท่านั้นยังไม่พอบริเวณข้อพับก็มีลักษณะเช่นเดียวกัน พระพักตร์อันปราศจากหน้ากากปิดบังรีบหันกลับไปทอดพระเนตรสายระโยงระยางที่ต่อจากเข็มเงินดังกล่าวทันที

“นี่มันคืออะไร!” รับสั่งออกมาทันใด

ราวไม้อเนกประสงค์ซึ่งจางเพ่ยอันนำมาใช้แขวนถุงน้ำเกลือและขวดยาสำหรับใช้ในการรักษามากมายยังคงห้อยค้างเอาไว้อยู่เช่นนั้น ขวดยาแก้อักเสบและยาฆ่าเชื้อหมดลงไปแล้ว เหลือเพียงน้ำเกลือที่ยังคงหยดลงมาตามจังหวะที่ถูกปรับอยู่ซึ่งเหลืออีกเพียงเล็กน้อยก็จะหมด

ภาพสตรีสาวร่างระหงที่เดินวนเวียนอยู่รอบพระวรกาย และคอยเช็ดเนื้อเช็ดตัวดูแลพระองค์ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาในขณะที่ทรงอยู่ในภาวะครึ่งหลับครึ่งตื่น ซึ่งในขณะนั้นทรงทอดพระเนตรทุกสิ่งทุกอย่างได้เพียงเลือนรางเท่านั้น เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มผุดขึ้นในความทรงจำขึ้นมาทันที

“ข้าไม่ได้ฝันไป! แต่นางมารักษาอาการบาดเจ็บข้าจริง! นางมีตัวตนจริงๆ ข้าไม่ได้ฝัน! ไม่ได้ฝัน!” สุรเสียงเพียรเฝ้ารับสั่งอยู่เช่นนั้น 

พระพักตร์ที่มิเคยปรากฏรอยยิ้มเลยสักครากลับเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อทรงล่วงรู้แล้วว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับพระองค์หาใช่ความฝันแต่นั่นคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้น ครั้นทรงเหลือบไปพบโต๊ะข้างเตียงจากโลกอนาคตปรากฏอยู่ข้างแท่นพระบรรทมยิ่งทำให้ทรงมั่นพระทัยมากยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม อุปกรณ์ในการรักษายังคงวางไว้อยู่บนโต๊ะรวมไปถึงถุงผ้าที่เต็มไปด้วยตัวยาทันสมัยมากมายวางอยู่ด้านล่างก็ปรากฏให้พระองค์ได้ทอดพระเนตรเช่นเดียวกัน

“นางเป็นชาวแคว้นใดเล่า เหตุใดแคว้นนั้นช่างแปลกประหลาดเสียจริง ข้าวของเครื่องใช้แลดูชอบกลนัก ราวกับว่ามิใช่สิ่งที่ปรากฏในเวลานี้แต่อย่างใด” รับสั่งพึมพำก่อนจะทอดพระเนตรปิ่นหยกที่เพิ่งทำเสร็จวางไว้อยู่บนโต๊ะข้างเตียง

พระหัตถ์เอื้อมไปหยิบปิ่นหยกนำมาทอดพระเนตรใกล้ๆ อย่างละเอียด และทรงพบว่าปิ่นหยกตรงพระพักตร์ที่มีพระบัญชาให้ทำขึ้นมานั้น มีลวดลายและขนาดเหมือนกับที่สตรีประหลาดมีไว้ในครอบครอง

“เหตุใดปิ่นหยกที่ข้าสั่งให้ทำขึ้น ใยช่างเหมือนกับของสตรีผู้นั้นมีไว้ในครอบครองนักเล่า แล้วเหตุใดปิ่นของนางจึงสูญสลายหายไปต่อหน้าข้า ทันทีที่ปิ่นนี้มาปรากฏเคียงคู่ ช่างประหลาดเสียจริง” รับสั่งเต็มไปด้วยความสงสัยอย่างยิ่งยวด

“แต่ถึงอย่างไรเสียปิ่นหยกอันนี้ก็ทำขึ้นเหมือนกับปิ่นของนางอย่างไม่น่าเชื่อ เช่นนั้นปิ่นของนางที่เคยครอบครองก็ไม่มีอีกต่อไปแล้วน่ะสิ มีเพียงของข้าเท่านั้นที่ยังคงอยู่” รับสั่งพลางกำปิ่นหยกไว้ในพระหัตถ์พร้อมรอยแย้มเยือนยิ้มออกมาบางๆ ปรากฏออกมาเป็นครั้งที่สองครั้นทรงนึกถึงสตรีที่ครอบครองปิ่นหยกที่เหมือนกับพระองค์

“นี่ข้ากำลังยิ้มอยู่หรือนี่!” รับสั่งออกมาทันทีครั้นทรงรู้สึกองค์ ความรู้สึกในยามนี้ยากเกินกว่าจะพรรณนาออกมาได้ว่าเป็นเยี่ยงไร

“เจ้าเป็นคนที่ทำให้ข้ามีรอยยิ้มปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกในชีวิต อันอัน ข้าอยากรู้ยิ่งนักว่าเจ้ามาจากที่แห่งหนใด ใยจึงเต็มไปด้วยปริศนาและแปลกประหลาดเสียจริง” รับสั่งด้วยความสงสัยมิรู้คลาย

“ทหาร!! เข้ามาหาข้า” รับสั่งพร้อมเอื้อมพระหัตถ์หยิบหน้ากากสีเงินที่วางอยู่บนโต๊ะรูปทรงประหลาดจากโลกอนาคต นำขึ้นมาปกปิดพระพักตร์หล่อเหลา งดงามรัญจวนจิตราวอิสตรีเอาไว้ดั่งเดิม

เพียงครู่ทหารรับใช้รีบก้าวเข้ามาภายในกระโจมที่ประทับจำนวนสองนายเพื่อรอรับคำสั่งแม่ทัพใหญ่

“ไปตามบรรดานายกองและรองแม่ทัพที่เหลือให้มาพบข้าเดี๋ยวนี้!” สุรเสียงสั่งการออกไปทันที

“พ่ะย่ะค่ะ!!” ทหารรับใช้ขานรับอย่างแข็งขัน หากแต่ยังมิทันหันหลังกลับสุรเสียงดังแทรกขึ้น

“เดี๋ยว!!” รับสั่งเรียกรั้งเอาไว้

ทหารรับใช้สองนายหันกลับมาทันทีด้วยความหวาดหวั่น เมื่อบรรดานายกองที่เพิ่งนำร่างไร้วิญญาณของรองแม่ทัพออกไปจากกระโจม ต่างบอกเล่ากันว่าจู่ๆ แม่ทัพใหญ่ก็ปรากฏพระวรกายภายในกระโจมที่ประทับ ทั้งๆ ที่ตลอดสามวันที่ผ่านมา เหล่าทหารต่างพากันค้นหาแทบพลิกแผ่นดิน 

อีกทั้งภายในกระโจมก็ถูกค้นทุกซอกทุกมุมอย่างละเอียด แต่จู่ๆ ก็ทรงปรากฏพระวรกายขึ้นมาเอง มิหนำซ้ำพระอาการบาดเจ็บบรรเทาเบาบางลงไปอย่างเห็นได้ชัด แต่ที่ยังคงเหมือนเดิมนั่นก็คือทันทีที่ผู้คนได้พานพบพระพักตร์ของพระองค์ก็ต้องจบชีวิตลงอย่างไม่รู้ตัวดั่งเช่นรองแม่ทัพคนสนิท

“พระองค์มีพระประสงค์สิ่งใดอีกพ่ะย่ะค่ะ” หนึ่งในทหารรับใช้กราบทูลถามกลับไปด้วยท่าทีหวาดหวั่น

พระวรกายใหญ่ทำท่าจะลุกขึ้นจากแท่นพระบรรทม แต่แล้วกลับต้องหยุดชะงักเมื่อเข็มเงินที่เสียบอยู่หลังพระหัตถ์และข้อพับดึงรั้งเอาไว้จนรู้สึก พระพักตร์ภายใต้หน้ากากสีเงินหันกลับไปทอดพระเนตรราวแขวนอเนกประสงค์ที่แขวนถุงน้ำเกลือพร้อมสายระโยงระยางทำให้พระดำเนินไปมาไม่สะดวก ก่อนจะทรุดพระวรกายลงประทับนั่งตามเดิม

“เรียกสายข่าวให้มาพบข้าให้หมด!” รับสั่งกลับไปก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้

“อ่อ... ไปบอกโรงครัวให้เตรียมอาหารสำหรับข้า! เยอะๆ หน่อยนะเพราะข้าหิว!” รับสั่งในสิ่งที่พระองค์ต้องการ

“พ่ะย่ะค่ะ” ทหารรับใช้ทั้งสองนายรีบขานรับพร้อมหันหลังกลับเดินออกจากกระโจมไปอย่างรวดเร็ว

ในขณะที่องค์ชายหนุ่มหันกลับไปทอดพระเนตรสายระโยงระยางและเข็มสีเงินที่เสียบอยู่ในขณะนั้น พระหัตถ์ลงมือจัดการกระชากเข็มเงินที่เสียบติดอยู่กับพระวรกายออกมาทันที 

พรืด! พรืด! เข็มที่นำน้ำเกลือและตัวยาจากยุคอนาคตถูกพระหัตถ์ขององค์ชายหนุ่มดึงออกไปอย่างรวดเร็ว ด้วยความรู้สึกรำคาญที่ไม่สามารถพระดำเนินไปไหนต่อไหนได้ ในขณะที่โลหิตแดงฉานไหลรินออกมาจากรูเข็มที่ถูกเจาะนั้นออกมาโดยพลัน ก่อนจะถูกพระองค์ใช้ผ้าที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงจากยุคอนาคตนำมาเช็ดพร้อมใช้นิ้วพระหัตถ์กดเอาไว้เพื่อห้ามพระโลหิตมิให้ไหลออกมา

พระหัตถ์ยกเข็มที่ถูกดึงออกจากพระวรกายทอดพระเนตรด้วยความแปลกพระทัยมากยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม

“เข็มของเจ้าสามารถรักษาอาการบาดเจ็บของข้าได้อย่างน่าประหลาดยิ่งนัก ไม่น่าเชื่อว่าน้ำเหล่านี้จะมาจากสิ่งเล็กๆ อันน้อยนิดเช่นนี้”

รับสั่งพร้อมวางเข็มจากยุคอนาคตลงบนโต๊ะประหลาด ก่อนจะทอดพระเนตรข้าวของเครื่องใช้ รวมไปถึงตัวยามากมายที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงด้วยความสนพระทัยระคนสงสัย พลางเอื้อมพระหัตถ์หยิบถุงผ้าซึ่งวางอยู่ชั้นล่างสุดออกมาทอดพระเนตร และพระองค์ก็ทรงวุ่นวายกับการที่จะพยายามเปิดถุงผ้าที่ถูกรูดซิบเอาไว้อย่างแน่นหนาอยู่เช่นนั้น

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • แม่ทัพร้ายโหยหารัก   ดวงพิฆาต รักนิรันดร์ (ตอนอวสาน)

    ยุคอดีตตำหนักจินไท่ทั่วบริเวณในเวลานี้เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของดอกเหมยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ แจกันดินเผาขนาดใหญ่วาดลวดลายเป็นลายเมฆและนกยูงสลับไปมา เพิ่มความสวยงามได้อย่างลงตัวและแจกันดังกล่าวเต็มไปด้วยกิ่งดอกเหมยปักลงบนแจกันวางตั้งไว้บนโต๊ะข้างแท่นพระบรรทมเพื่อให้คนงามได้สูดกลิ่นหอมดังกล่าวร่างอรชรของจางเพ่ยอันบัดนี้นอนสงบนิ่งอยู่บนแท่นพระบรรทม และเธอหลับใหลอยู่เช่นนี้มานานนับเดือนแล้ว โดยมีสายตาของพระสวามีผู้หล่อเหลาจับจ้องอยู่กับดวงหน้างามของพระชายาอยู่ตลอดเวลา พระองค์จะเพียรเข้าคอยมาดูแลพระชายาเพียงหนึ่งเดียวทันทีที่เสร็จภารกิจจากการออกว่าราชการในท้องพระโรงเหตุการณ์ในวันที่รัชทายาทหลี่จิ้งบุกโจมตีพระราชวังหลวงของต้าฉินอย่างอุกอาจ และจบลงคือเซ่นสังเวยพระชนม์ชีพของพระองค์ให้กับแม่ทัพปีศาจพร้อมชีวิตทหารต้าหลู่ไปอีกนับไม่ถ้วน ต่างพากันสิ้นชีพวิบัติโรยรากลายเป็นหินไปชั่วพริบตาเหตุการณ์ในวันนั้นเล่าลือไปอย่างกว้างขวางจนล่วงรู้ไปทั่วทุกแคว้นแดนดิน และต่างพากันขยาดแม่ทัพปีศาจกันอย่างถ้วนหน้า จนมีคำกล่าวติดปากออกมา

  • แม่ทัพร้ายโหยหารัก   โหยหามิคลาดครา 1.1

    ในขณะเดียวกันบริเวณลานกว้างหน้าท้องพระโรงกองทหารของแคว้นต้าหลู่และกองทหารจากต้าฉิน ต่างวิ่งเข้าโจมตีปะทะกันอย่างดุเดือด ทั่วทั้งพระราชวังหลวงเต็มไปด้วยเปลวเพลิงและกลุ่มควันขาวพร้อมเสียงกรีดร้องของเหล่านางกำนัลและเชื้อพระวงศ์ บรรดาขุนนางที่อยู่ในท้องพระโรงต่างแตกฮือแยกย้ายกันหนีตายจนจ้าละหวั่น เมื่อทหารต้าหลู่บุกเข้ามาถึงในท้องพระโรงและปะทะกับจางฟงอัครเสนาบดีที่เคยเป็นขุนศึกในวัยหนุ่มแม้จะมีอายุมากถึงหกสิบปีแล้วก็ตาม แต่จางฟงมีวิทยายุทธ์ในระดับสูงจึงเป็นฝ่ายใช้อาวุธออกปกป้องเหล่าขุนนางเอาไว้ ก่อนจะวิ่งตามไปสมทบกับกองทหารของตนและกองทหารขององค์ชายปีศาจที่ยกตามมาช่วยอย่างทันท่วงที ทั่ววังหลวงเต็มไปด้วยซากศพมากมายมิรู้ใครเป็นใครท่ามกลางความวุ่นวายองค์ชายปีศาจอิ๋งหยางและองค์ชายหลี่จิ้ง รัชทายาทจากต้าหลู่กำลังปะทะฝีมือกันอย่างดุเดือด ทั้งสองยืนจ้องหน้ากันในขณะที่องค์ชายหลี่จิ้งถือทวนยาวและองค์ชายอิ๋งหยางใช้ดาบง้าวอาวุธประจำพระวรกายไล่ฟาดฟันองค์ชายผู้นี้อย่างบ้าคลั่ง“เจ้าเอาอันอันของข้าไปไว้ไหน! เอาคนของข้าคืนมา!!

  • แม่ทัพร้ายโหยหารัก   โหยหามิคลาดครา 1.2

    ทันทีที่พระพักตร์หล่อเหลาขององค์ชายปีศาจเงยขึ้นทอดพระเนตร ทหารของต้าหลู่ที่กำลังมองมาที่พระองค์เป็นจุดเดียวค่อยๆ แปรเปลี่ยนไปทันที เมื่อร่างค่อยๆ กลายเป็นหินลามเลียตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าและแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างเพียงชั่วเวลาไม่กี่อึดใจ ติดตามด้วยเสียงของเหล่าทหารดังแทรกขึ้นมา“แม่ทัพปีศาจ!!!” เสียงเรียกขานดังออกมาได้เพียงแค่นั้นก็ต้องเงียบงันลงไปโดยพลันเมื่อทุกอย่างกลับหยุดการเคลื่อนไหวทั้งสิ้น ลมหายใจของเหล่าทหารต้าหลู่หลุดลอยไปทันใดนับหนึ่งพันนายที่แออัดอยู่ภายในท้องพระโรงท่ามกลางสายพระเนตรขององค์ชายหลี่จิ้ง ครั้นได้ทอดพระเนตรเหตุการณ์ที่มีผู้คนกล่าวขานเลื่องลือมานานแสนนาน และตอนนี้กำลังเกิดขึ้นอยู่ตรงพระพักตร์ในขณะนี้“เป็นความจริงหรือนี่! คนผู้นี้คือแม่ทัพปีศาจอิ๋งหยางอย่างนั้นหรอกรึ!” องค์ชายหลี่จิ้งรับสั่งได้เพียงเท่านั้นองค์ชายปีศาจหันกลับไปทอดพระเนตรรัชทายาทผู้นั้นทันที โดยที่อีกฝ่ายมิทันได้ตั้งตัวเพียงแค่เห็นใบหน้าก็สิ้นชีพไปโดยมิรู้ตัว พระเศียรค่อยๆ กลายเป็นหินลามเลียไปทั่วพระวรกายก่อนจะกลืนกินจนกระทั่งยืนแข็ง

  • แม่ทัพร้ายโหยหารัก   พระสนมชายของข้า! 1.2

    ทันทีที่พระหัตถ์ของรัชทายาทรูปงามสัมผัสกับแก้มนวลเนียนของหญิงสาว ภาพเหตุการณ์ในอนาคตบังเกิดขึ้นมาให้เธอได้เห็นทันทีท่ามกลางกองทหารของทั้งสองฝ่ายกำลังสู้รบกันอย่างดุเดือด ร่างของจางฟงท่านพ่อและจางฮั่นพี่ชายคนโตกำลังใช้ดาบสู้รบกับทหารของต้าหลู่ ในขณะที่พระสวามีปีศาจของเธอกำลังบุกเข้าโจมตีไล่ฟาดฟันองค์ชายหลี่จิ้งจนถอยไม่เป็นท่า“อันอันของข้าอยู่ไหน! ไอ้คนถ่อย! ลักพาตัวชายาของข้าไปไว้ที่ใด!!!” รับสั่งพร้อมบุกไล่ฆ่ากองทหารมากมายที่เข้ามาปกป้ององค์ชายของตน จนล้มตายกองสุมมิรู้กี่ร้อยชีวิตองค์ชายหลี่จิ้งวิ่งหนีการไล่ล่าอย่างบ้าคลั่งของแม่ทัพปีศาจจนวิ่งเข้าไปอยู่ในท้องพระโรง “คนผู้นี้มันบ้าไปแล้ว! ช่างบ้าคลั่งราวปีศาจร้ายยิ่งนัก” รับสั่งพร้อมพยายามหาอาวุธที่สามารถทุ่นแรงของพระองค์ได้ดีกว่าดาบ ก่อนจะไปสะดุดกับคันธนูและลูกธนูรวมไปถึงอาวุธอื่นๆ ที่มีเกลื่อนกลาดท่ามกลางร่างไร้วิญญาณของทหารทั้งสองฝ่ายและขุนนางบางคนที่หนีตายไม่ทันคันธนูถูกหยิบขึ้นจากพื้นพร้อมลูกธนูสามดอก พระหัตถ์ล้วงเข้าไปในอกเสื้อฉลองพระองค์ก่อนจะดึงขวดยาใบน้อยออกมาพร้อมรีบดึงจุกออกเทผงสีขาวลงบนลูกธนูทั้งสามดอกพรึบ! ภาพเหตุการ

  • แม่ทัพร้ายโหยหารัก   พระสนมชายของข้า! 1.1

    บริเวณคุกใต้ดิน ดวงเนตรสีนิลดำใหญ่ทอดสายตามองร่างไร้วิญญาณขององค์ชายอิ๋งเฟิ่ง เจ้าของพระตำหนักหรดีในสภาพศพลิ้นจุกปาก ดวงตาถลนแทบจะทะลักออกมานอกเบ้า รอบลำคอถูกรัดอย่างรุนแรงจนเห็นเป็นรอยโซ่ และสิ่งที่ใช้สังหารองค์ชายโฉดผู้นี้ก็ตกอยู่ใกล้ๆ พระศพนั่นเอง พระพักตร์หล่อเหลาขององค์ชายหลี่จิ้ง ค่อยๆ เงยขึ้นจากพระศพขององค์ชายโฉดพร้อมสำรวจไปทั่วบริเวณคุกใต้ดินไปโดยรอบก่อนจะพบว่า กองทหารของพระองค์ที่คอยรักษาเวรยามตั้งแต่ปากทางเข้าแม่น้ำทางชายป่ารกร้าง จนถึงคุกใต้ดิน มีเพียงทหารยามที่คอยดูแลบริเวณคุกเท่านั้นจบชีวิตทั้งหมด สภาพศพร่างแหลกเหลวและมีรอยโซ่ทิ้งร่องรอยเอาไว้บนศพเหล่านั้น “พวกเจ้าที่เหลือรอดชีวิตล่วงรู้หรือไม่ว่าผู้ใดเข้ามาสังหารผู้คนภายในนี้รวมไปถึงเจ้าของตำหนักนี้ด้วย!” รับสั่งถามกองทหารที่รอดชีวิต “กระหม่อมได้ยินว่าคนผู้นั้นเป็นพี่ชายของเด็กหนุ่มหน้าหวาน ซึ่งถูกจับตัวมาจากตำหนักบูรพาพร้อมกันพ่ะย่ะค่ะ แต่องค์ชายอิ๋งเฟิ่งทรงแยกขังเจ้าคนพี่ไว้ที่คุกใต้ดิน ส่วนคนน้องนำไปขังในตำหนักหรดีเพื่อนำไปมอบให้พระองค์ที่จวนสกุลไป๋ต่อไปพ่ะย่ะค่ะ” ทหารที่รอดชีวิตกราบทูลรายงานอย่างละเอียดเท่าที่ล่ว

  • แม่ทัพร้ายโหยหารัก   เป็นหรือตาย 1.3

    พระตำหนักหรดีภายในคุกใต้ดินพระตำหนักหรดีขององค์ชายอิ๋งเฟิ่ง ตั้งอยู่ห่างไกลจากพระตำหนักอื่นๆ อยู่ช่วงท้ายๆ ของพระราชวังมีพื้นที่ติดกับชายป่ารกร้างซึ่งองค์ชายโฉดใช้เป็นเส้นทางลำเลียงอาวุธและกองทหาร ทางเข้าออกต้องดำน้ำลงไป แม่น้ำซึ่งอยู่ติดกับชายป่าและมีทางเข้าเชื่อมต่อขุดไปถึงกับสระบัวในอุทยานส่วนพระองค์ ใช้เป็นเส้นทางเพื่อสะสมฐานกำลังเตรียมพร้อมช่วงชิงบัลลังก์เพื่อขึ้นเป็นเจ้าผู้ครองแคว้นภายในพระตำหนักลึกลงไปใต้ดิน ถูกสร้างเป็นห้องพักมากมายเพื่อใช้สะสมเงินทองและอาวุธรวมไปถึงเสบียงและคุกใต้ดิน เพื่อใช้ลักพาตัวผู้คนที่บังเอิญมาระแคะระคายการกระทำคิดคดทรยศขององค์ชายผู้นี้ และนี่คือสาเหตุว่าทำไมองค์ชายสามจึงไม่อนุญาตให้บุรุษเข้ามาในพระตำหนัก สืบเนื่องมาจากสาเหตุดังกล่าวด้วยส่วนหนึ่งและอีกเหตุผลนั่นก็คือ เกรงกลัวการถูกลอบปลงพระชนม์จากการจ้างวานฆ่าของผู้อื่นนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องร่วมสายโลหิตหรือพันธมิตรที่เคยร่วมมือและรีบหันหลังให้แก่กันทันใดที่หมดประโยชน์ร่วมกันพระวรกายสูงใหญ่ขององค์ชายปีศาจ ถูกล่ามไว้ที่ข้อพระหัตถ์และข้อพระบาทก่อนจะนำไปโยงกับคานที่แขวนไว้ เตรียมเครื่องทรมานเพื่อเ

  • แม่ทัพร้ายโหยหารัก   หมอจำเป็น 1.5

    ตีห้าของเช้าวันใหม่ ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังอยู่นอกห้องพัก ใบหน้าที่ฟุบอยู่บนเตียงนอนฝั่งตรงกันข้ามในลักษณะนั่งกับพื้นค่อยๆ รู้สึกตัวพลางเงยหน้าขึ้นมาอย่างช้าๆ เมื่อจางเพ่ยอันกลายร่างเป็นพยาบาลกะกลางคืนนอนเฝ้าคนเจ็บหลังจากทำหน้าที่เป็นหมอผ่าตัดด้วยสถานการณ์บังคับ “อันอัน! อยู่ห

  • แม่ทัพร้ายโหยหารัก   หมอจำเป็น 1.4

    เสียงเพ้อเรียกชื่อเล่นของเธอดังออกมาจากปากของคนที่กำลังนอนหมดสติยู่ในขณะนี้ จางเพ่ยอันถึงกับยืนนิ่งงันไปชั่วขณะครั้นได้ยินชื่อของตัวเองอย่างชัดเจน หญิงสาวค่อยๆ โน้มกายก้มลงจนชิดใบหน้าหล่อเหลาของคนเจ็บจากยุคอดีต พร้อมเงี่ยหูฟังว่าจะได้ยินอะไรออกมาจากปากอีกหรือไม่ ก่อนจะยืดกายยืนตัวตรงเช่นเดิมครั้

  • แม่ทัพร้ายโหยหารัก   หมอจำเป็น 1.3

    หนึ่งชั่วโมงผ่านไป รถฉุกเฉินจากโรงพยาบาลพร้อมเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นบุรุษสองนาย เดินถือกระเป๋าซึ่งมีเครื่องมือปฐมพยาบาลอย่างครบครันมุ่งหน้าตรงมายังทิศทางอันเป็นห้องพักของจางเพ่ยอัน ท่ามกลางความแปลกประหลาดใจของพนักงานซึ่งอยู่เวรกะกลางคืนของโฮมสเตย์ ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้นอย่า

  • แม่ทัพร้ายโหยหารัก   หมอจำเป็น 1.2

    บัดนี้องค์ชายอิ๋งหยางแห่งแคว้นฉิน ทรงมาปรากฏพระวรกายอยู่บนเตียงนอนของจางเพ่ยอันภายในโฮมสเตย์ที่พักในเขตเมืองซีอาน ด้วยเพราะสถานที่ดังกล่าวในยุคอนาคตถูกสร้างขึ้นตรงกับบริเวณซึ่งเป็นที่ตั้งค่ายกองทัพของแคว้นฉินในยุคโบราณ กระโจมที่ประทับของแม่ทัพใหญ่องค์ชายอิ๋งหยาง ก็ตั้งตรงกับห้องพักของจางเพ่ยอัน รวม

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status