Share

ฝาแฝดจากยุคอดีต 1.7

last update Tanggal publikasi: 2025-01-03 01:41:13

  แม่น้ำเฟิ่ง

  แม่น้ำเฟิ่งอยู่ในเขตรอยต่อระหว่างเมืองผิงหยางและเมืองหยง ขวางกั้นระหว่างสองเมืองใหญ่ของแคว้นฉิน บริเวณต้นแม่น้ำมีบ้านหลังไม่ใหญ่ไม่เล็กถูกสร้างขึ้นอยู่ริมลำธารฝั่งเขตเมืองหยง ภายในบริเวณกว้างขวางมีรั้วรอบขอบชิด จัดแบ่งเป็นสัดเป็นส่วน มีเรือนนอนแยกเป็นกิจจะลักษณะ เรือนครัวและห้องโถงเล็กๆ จัดวางไว้อย่างสวยงาม ตัวบ้านทำจากไม้ไผ่เขียวยืนต้นสูง เนื้อแข็งแรงทานทน ทำให้บ้านออกมาสวยงามและน่าอยู่

  ภายในห้องนอนบนเตียงไม้ไผ่ปูด้วยเสื่อกลางเก่ากลางใหม่ทาบทับด้วยฟูกนอน ปรากฏร่างระหงของหญิงสาวนางหนึ่งนอนหมดสตินานกว่าห้าวัน บริเวณหน้าอกและคอมีผ้าพันแผลราวกับว่าได้รับบาดเจ็บ ใบหน้าสวยงดงามบัดนี้แลดูขาวซีดเซียว ริมฝีปากอิ่มไร้สิ้นสีเลือดเจือจางด้วยเพราะทั่วร่างถูกพิษและเพิ่งถูกขับออกไปจนหมด

  ร่างอวบของสตรีสูงวัยอายุประมาณห้าสิบเศษๆ นามว่าฉางอี๋นั่วกำลังเป่ายาซึ่งเคี่ยวมาอย่างต่อเนื่องอยู่เป็นเวลานาน โดยมีชายสูงวัยแลดูมีอายุนั่งอยู่บนโต๊ะกลางห้องกำลังค่อยๆ จิบน้ำชาพลางมองคนเจ็บที่ถูกช่วยขึ้นมาจากก้นแม่น้ำเมื่อห้าวันก่อน

  “ท่านพี่! แม่นางผู้นี้หมดสติเข้าวันที่ห้าแล้ว ยังไม่ยอมฟื้นขึ้นมาเลย หากเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ นางไม่ฟื้นขึ้นมาจะทำอย่างไรต่อไปดี” ฮูหยินฉางเอ่ยถามสามีของนาง

  ชายชราในวัยหกสิบปีเจ้าของแซ่หยงนามว่าอู่ คนทั่วไปเรียกว่าหยงอู่ ชายชรามีอาชีพเก็บสมุนไพรและหาของป่าไปขายในเมืองหลวง แต่หามีผู้ใดล่วงรู้ว่าชายชราวัยไม้ใกล้ฝั่งเช่นนี้แท้จริงแล้วคือหมอเทวดา จากแคว้นจงซานซึ่งภายหลังได้ล่มสลายด้วยถูกแคว้นจิ้นบุกยึดดินแดน ทำให้ต้องหนีหัวซุกหัวซุนเข้ามาตั้งรกรากอยู่ในแคว้นฉินและมีครอบครัวอยู่ที่นี่ สองสามีภรรยาดำรงชีวิตอยู่กลางป่าเขาอย่างมีความสุขโดยไร้สิ้นบุตรสืบสกุลแต่อย่างใด

  จวบจนกระทั่งทั้งสองนำเรือออกมาหาปลากลางแม่น้ำในขณะที่กำลังไหลเชี่ยวกราก น้ำใหม่พัดพาฝูงปลามากมายมาติดกับดักของสองสามีภรรยาที่ทำขึ้น และทั้งสองบังเอิญมาพบเห็นการฆ่าอย่างเลือดเย็นต่อหน้าต่อตาด้วยความบังเอิญ ทันทีที่ร่างของหญิงสาวถูกโยนลงในแม่น้ำ หยงอู่และภรรยาจึงได้ดำน้ำลงไปช่วยสตรีที่ถูกถ่วงน้ำขึ้นมาก่อนจะจมดิ่งลงก้นแม่น้ำและพบว่านางถูกเข็มเงินอาบยาพิษ 

  ครั้นนำร่างไร้วิญญาณขึ้นมาจากก้นแม่น้ำได้เป็นผลสำเร็จและพบว่านางได้สิ้นลมหายใจไปแล้ว แต่จู่ๆ นางก็สำลักน้ำออกมาอย่างไม่รู้สาเหตุพร้อมกลับมาหายใจดั่งเดิม ทำให้หมอเทวดาหยงอู่จากแคว้นจงซานรีบเร่งลงมือรักษากำจัดพิษที่อยู่ในร่างของสตรีผู้เคราะห์ร้ายให้ออกไปจากกายอย่างเร่งด่วน และหมอเทวดาหยงอู่ก็สามารถช่วยชีวิตนางได้เป็นผลสำเร็จ

  ร่างสันทัดลุกจากตั่งที่นั่งอยู่ เดินตรงไปที่ร่างของหญิงสาวที่ยังนอนหมดสติมานานกว่าห้าวัน สองนิ้วจับจุดชีพจรเพื่อตรวจจังหวะหายใจว่าเป็นเช่นไรบ้าง พร้อมรอยยิ้มปรากฏขึ้นที่ใบหน้าบางๆ

  “พลังหยินหยางของนางกลับมาเป็นปกติแล้ว ยาพิษที่ทำลายทวารทั้งเจ็ดบัดนี้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง อีกไม่นานนางก็จะฟื้นขึ้นมาเอง รอเวลาว่าเมื่อไรจะลืมตาตื่นขึ้นมาเท่านั้น” หยงอู่บอกกลับไปท่ามกลางความโล่งใจของภรรยา

  “ดีจริงๆ เลยท่านพี่ที่เด็กสาวผู้นี้รอดปลอดภัย ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ แลดูบอบบางเช่นนี้ คนพวกนั้นจะสามารถฆ่าได้ลงคอ มิหนำซ้ำยังใช้วิธีการฆ่าอย่างเลือดเย็นยิ่งนัก ดูสิ! ท่าทางยังไม่ออกเรือนเสียด้วยกระมัง อายุไม่น่าจะเกินสิบหกสิบเจ็ดเสียด้วยซ้ำไป” ผู้เป็นภรรยากล่าวพร้อมนั่งเพ่งพิศเด็กสาวที่ตนและสามีเพิ่งช่วยชีวิต

  “ท่านพี่คิดเหมือนกับข้าหรือไม่ เด็กสาวผู้นี้ช่างงดงามยิ่งนัก ยิ่งมองยิ่งงาม ทั้งหน้าตาและผิวพรรณต้องมาจากตระกูลชั้นสูงแน่ๆ เลยหรือท่านคิดเห็นเช่นไร”

  หยงอู่นั่งเพ่งพิศมองใบหน้างามของเด็กสาวตรงหน้าอย่างละเอียด ก่อนจะพยักหน้าขึ้นลงติดๆ กัน

  “แม่หนูคนนี้งดงามดั่งคำของเจ้าจริงนั่นแหละ ส่วนจะเป็นใครมาจากไหนเอาไว้รอนางฟื้นขึ้นมาค่อยถามไถ่ก็แล้วกันนะฮูหยิน” หยงอู่ตอบกลับไป

  ทันใดนั้นเอง

  “เจี๋ยเจี๋ย! เจี๋ยเจี๋ยไปไหนรอด้วย! พี่รอฉันด้วย!” หญิงสาวเพ้อเรียกหาพี่สาวฝาแฝดออกมา พลางยื่นมือพยายามที่จะไขว่คว้าคนที่เธอเรียกให้หวนกลับคืนมาให้ได้

  พรึบ!!! เปลือกตาที่ปิดสนิทพลันเปิดขึ้นมาทันใด ดวงตากลมโตสีดำสนิทกลอกกลิ้งไปมา 

  หญิงสาวเห็นเพดานด้านบนทำจากไม้ไผ่นำมาวางเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบ ตัวบ้านล้วนทำจากไม้ไผ่ทั้งสิ้นไม่เว้นแม้กระทั่งเครื่องเรือนล้วนทำจากไม้ไผ่ทั้งหมด ไม่เว้นแม้กระทั่งเตียงเล็กๆ ที่ยกสูงจากพื้นมาเพียงเล็กน้อยมีผ้าสีขาวบางๆ ถูกรัดมุมไว้ทั้งสองข้าง เผยให้เห็นร่างของสตรีและบุรุษสูงวัยกำลังส่งยิ้มให้

  “ฟื้นแล้วท่านพี่!” เสียงฮูหยินของหยงอู่เอ่ยขึ้นมาทันที เมื่อเห็นแม่สาวน้อยรู้สึกตัวและหันมามองทั้งคู่

  “ที่นี่ที่ไหน! เราตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมจู่ๆ ถึงมาอยู่ตรงนี้ได้” จางเพ่ยอันรำพึงอยู่ภายในใจ

  ร่างระหงพยายามลุกขึ้นจากฟูกนอน โดยมีฮูหยินฉางตรงเข้าประคองร่างของแม่สาวน้อยคนงามให้ลุกขึ้นนั่ง ท่ามกลางสายตาของหญิงสาวซึ่งกำลังมองสองสามีภรรยาด้วยความแปลกใจ

  “เจ้าฟื้นแล้วเช่นนี้ค่อยหายห่วงขึ้นมาหน่อย... เอ้า! ดื่มยานี่เสียสิ นี่คือยาถอนพิษที่เจ้าได้รับมาจะได้กำจัดพิษที่มีอยู่ในกายของเจ้าให้หมด” กล่าวพร้อมยื่นถ้วยยาส่งให้หญิงสาว ในขณะที่อีกฝ่ายกำลังนั่งงงกับคำกล่าวของฮูหยินฉาง แต่ก็ยื่นมือรับถ้วยยามาถือไว้แบบงงๆ พลางก้มลงดมกลิ่นยาที่ช่างฉุนเสียนี่กระไร

  “นี่คือยาถอนพิษอย่างนั้นเหรอ! เราถูกพิษมาตั้งแต่เมื่อไร... อันที่จริงฉันหัวใจวายตายไม่ใช่เหรอ แล้วก็ได้พบกับเจี๋ยเจี๋ย จริงสิเจี๋ยเจี๋ยไปไหน! ทำไมฉันถึงได้มาอยู่ที่แบบนี้” หญิงสาวรำพึงรำพันก่อนจะได้ยินเสียงของสายน้ำจากลำธารและเสียงคล้ายน้ำตกกระทบหินผาไม่ไกลจากที่นี่เท่าใดนัก

  “เออ… คุณตาคุณยายคะ ที่นี่ที่ไหนอย่างนั้นเหรอ ทำไมเหมือนว่าที่นี่จะอยู่กลางป่า ละ... แล้ว หนูเป็นอะไรไปเหรอคะ... จริงๆ แล้วต้องอยู่ที่โรงพยาบาลไม่ใช่อยู่ในที่แบบนี้… อีกอย่างพี่สาวของหนู! เห็นพี่สาวฝาแฝดของหนูไหม” จางเพ่ยอันถามกลับไปด้วยความอยากรู้

  ในขณะที่สองสามีภรรยาหันกลับมามองหน้ากันด้วยความงุนงง เมื่อถูกเด็กสาวหน้าตาสวยงามถามกลับมาเช่นนั้นเล่นเอาไม่รู้จะเริ่มต้นตอบเช่นไรดี

  “แม่หนูเจ้าจดจำอะไรได้บ้าง” หยงอู่เอ่ยถามกลับไปพลางมองหน้าเด็กสาว ที่มีท่าทางงุนงงและแปลกประหลาดใจกับสิ่งรอบตัวที่เกิดขึ้น

  “จะ… จำอะไรได้บ้างอย่างนั้นเหรอคะ” จางเพ่ยอันทวนประโยคของชายชราก่อนจะเอ่ยตอบกลับไปทันที

  “หนูจำได้ว่ากำลังยืนอยู่บนสะพานเพื่อรอรถคันใหม่ของศูนย์วิจัยมาเปลี่ยน แต่แล้วจู่ๆ ก็เกิดหัวใจวายล้มลง… แล้วหนูก็มากับพี่สาวฝาแฝด คุณตาคุณยายเห็นพี่สาวของหนูไหม เราสองคนเดินจูงมือมาด้วยกัน” หญิงสาวเล่าเรื่องราวของเธอแต่ไม่ถึงกับหมดเปลือก ด้วยการพบวิญญาณพี่สาวฝาแฝดใช่ว่าจะมีคนเชื่อหากเล่าให้ผู้ใดฟัง จึงเอ่ยแต่เรื่องของเธอเท่านั้น

  ในขณะที่สองสามีภรรยายิ่งฟังยิ่งงงเข้าไปกันใหญ่ ทั้งสองได้แต่ส่ายหน้าไปมาก่อนจะได้ยินเสียงหยงอู่เอ่ยขึ้น

  “ท่าทางแม่หนูคงจะสูญเสียความทรงจำไปบางส่วนเสียแล้วกระมัง ข้าและฮูหยินไม่เข้าใจในสิ่งที่เจ้าบอกแม้แต่น้อย แต่สิ่งที่ยืนยันกับเจ้าได้นั่นก็คือ ข้าสองคนช่วยเจ้าขึ้นมาจากการโดนถ่วงน้ำก่อนจะจมดิ่งลงสู่ก้นแม่น้ำเฟิ่ง”

  “หา! หนูนะเหรอถูกถ่วงน้ำ!” จางเพ่ยอันเอ่ยออกมาด้วยความตกใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น

  “ใช่! เจ้าถูกถ่วงน้ำให้กลายเป็นผีเฝ้าก้นแม่น้ำเฟิ่ง ถามจริงเถอะเด็กสาวเช่นเจ้าซึ่งอยู่ในวัยยังมิทันออกเรือนด้วยซ้ำไป เหตุใดจึงมีเรื่องบาดหมางถึงกับต้องถูกสังหารเอาชีวิต เจ้าถูกเข็มเงินอาบยาพิษร้ายแรงจนทำลายทวารทั้งเจ็ดสูญสิ้นลมหายใจไปก่อนหน้าที่ข้าสองคนจะลงไปช่วยเสียอีก”

  คำกล่าวของหยงอู่ทำให้จางเพ่ยอันนึกถึงภาพเหตุการณ์ในอดีตของพี่สาวฝาแฝดซึ่งเธอได้เห็นขึ้นมาทันที 

  “นั่นมันเหตุการณ์วันลอบสังหารที่เกิดขึ้นกับเจี๋ยเจี๋ย มิใช่เหรอ” หญิงสาวครุ่นคิดอยู่ภายในใจพร้อมเสียงของฮูหยินฉางเอ่ยแทรกขึ้น

  “แต่ดูเหมือนว่าสวรรค์จะลิขิตยังมิให้เจ้าถึงที่ตายกระมังแม่หนู จู่ๆ เจ้าก็กลับมามีลมหายใจอีกครั้ง ทั้งๆ ที่หยุดหายใจไปสักพักแล้ว พวกข้าจึงนำเจ้ากลับมารักษาที่กระท่อมริมลำธารจนเจ้าฟื้นขึ้นมานี่แหละ”

  ถ้อยคำของฮูหยินฉางทำให้จางเพ่ยอันนั่งนิ่งเหมือนถูกสตัฟฟ์เอาไว้ไม่มีผิด ครั้นได้ยินเช่นนั้นดวงตากลมโตเพ่งมองใบหน้าสองสามีภรรยาได้อย่างชัดเจน ไม่มีอาการพร่าเลือนแม้แต่น้อย ด้วยหญิงสาวสายตาสั้นถึงแปดร้อยต้องใส่คอนแทกต์เลนส์จึงจะเห็นทุกอย่างชัดเจน

  มือเรียวยกขึ้นจับใบหน้าของเธอไปมาก่อนจะจับดวงตาทั้งสองข้าง เมื่อเห็นทุกอย่างเป็นปกติ 

  “หน้ากลมๆ หายไป ตาของฉันที่มองอะไรไม่ชัดตอนนี้เห็นอะไรชัดแจ๋วเลย” หญิงสาวพึมพำออกมาเบาๆ

  มือค่อยๆ สำรวจร่างกายของเธอในขณะนี้ไปทั่ว ก่อนจะเลื่อนลงไปจับหน้าอกอวบอิ่ม ซึ่งมีขนาดใหญ่ล้นมือเลยทีเดียว หากเทียบขนาดในปัจจุบันก็ไม่ต่ำกว่าคัปดีหรือประมาณสามสิบเจ็ดนิ้วปาเข้าไปนั่น ในขณะที่หน้าอกของจางเพ่ยอันระดับไม้กระดานเรียกพี่ก็ว่าได้

  “โอ้โฮ! นม! นมใหญ่จริงๆ เลยวุ้ย” จางเพ่ยอันกล่าวออกมาพร้อมดวงตาลุกวาว ก่อนจะเห็นใบหน้าสะท้อนอยู่ในน้ำซึ่งเป็นยาแก้พิษอยู่ในชามยาที่กำลังถืออยู่ในขณะนี้ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นมาทันที

  ตึก!!! ชามยาที่ถืออยู่ในมือวางลงบนขอบเตียงทันใด หญิงสาวสะบัดผ้าห่มออกจากกายพร้อมลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วท่ามกลางเสียงร้องห้ามปราม

  “แม่หนูอย่ารีบด่วนลุกขึ้น! เจ้าเพิ่งจะฟื้น” ฮูหยินฉางรีบร้องเตือนในขณะที่อีกฝ่ายอยู่ในภาวะสับสนว่าจะตกใจก็มิใช่หรือจะดีใจก็มิอาจรู้ได้ มีเพียงสิ่งเดียวที่จะบอกได้นั่นก็คือ

  “กระจก! กระจก! หนูอยากได้กระจก! เอามาให้หนูทีตา! ยาย!” หญิงสาวร้องเรียกหากระจกส่องเงากับสองสามีภรรยาจ้าละหวั่นไปหมด

  “อยากได้กระจกส่องเงาอย่างนั้นเหรอ... รอเดี๋ยว! ข้าจะไปเอามาให้” ฮูหยินฉางบอกเด็กสาว พร้อมรีบก้าวออกไปจากห้องนอนดังกล่าว

  เพียงครู่ฮูหยินฉางกลับเข้ามาพร้อมกับกระจกสัมฤทธิ์ที่ขัดจนขึ้นเป็นมันวาว สามารถส่องเห็นใบหน้าได้อย่างชัดเจนพร้อมรีบยื่นส่งให้แม่สาวน้อย

  “เอ้านี่กระจกของเจ้า แม่หนู”

  จางเพ่ยอันมองกระจกสัมฤทธิ์ที่ขัดจนขึ้นเป็นมันสะท้อนเงาวาววับ

  “หา! นี่น่ะเหรอกระจกของคุณยาย” หญิงสาวถามกลับไปทันทีเมื่อเห็นกระจกหน้าตาโบราณยื่นส่งให้เธอ ก่อนจะรีบหยิบจากมือฮูหยินฉางพร้อมรีบนำมาส่องใบหน้าของตัวเองทันที

  ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นมาโดยพลัน ครั้นเห็นเงาสะท้อนอยู่ในกระจก

  “เฮ้ย! นี่มัน... เจี๋ยเจี๋ย!” จางเพ่ยอันรำพึงเรียกชื่อพี่สาวฝาแฝดของเธอ ก่อนจะยกกระจกขึ้นมาส่องใบหน้าอีกรอบเพื่อความแน่ใจ

  “ทำไม… ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ นี่มันร่างของเจี๋ยเจี๋ยในชาติที่แล้วไม่ใช่เหรอ อย่าบอกนะว่าฉันย้อนกลับมาเกิดใหม่ในอดีตชาติของตัวเอง” หญิงสาวรำพึงรำพันออกมา ก่อนจะเดินโซซัดโซเซออกจากห้องนอนเพื่อไปนอกตัวบ้าน

  “ที่นี่คือยุคอดีตของฉันจริงๆ น่ะเหรอ! ฉันกลับมาจริงๆ หรือนี่” หญิงสาวกล่าวพร้อมเดินออกนอกประตูบ้านไปทันที ท่ามกลางสายตาของสามีภรรยาที่มองตามด้วยความเป็นห่วง

  “ท่านพี่แม่หนูเป็นอะไรอย่างนั้นเหรอ ท่าทางแปลกประหลาดชอบกลนัก” ฮูหยินฉางเอ่ยถามสามีของนาง

  “ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน บางทีนางอาจจะกำลังฟื้นความทรงจำให้หวนกลับ มาก็อาจเป็นได้นะ” หยงอู่ตอบภรรยากลับไป

  ร่างงามระหงของหญิงสาวโฉมสะคราญล่มเมือง ค่อยๆ เดินออกจากตัวบ้านจนกระทั่งมาหยุดอยู่ตรงริมธารของแม่น้ำ ทั่วบริเวณบ้านเต็มไปด้วยป่าดงดิบล้อมรอบและสายน้ำไหลผ่านหน้าอยู่ไหนขณะนี้ จางเพ่ยอันหันไปมองจนทั่วบริเวณพร้อมความทรงจำในอดีตชาติของเธอและพี่สาวฝาแฝดปรากฏให้เธอได้เห็นในจิตสัมผัสขึ้นมาทันที ตั้งแต่ต้นจนถึงวาระสุดท้ายชีวิตของจางเจี๋ยอี้และของจางเพ่ยอันในชาติอดีต

  ตุบ!!! ร่างอรชรทรุดฮวบลงกับพื้นดินตรงหน้าลำธาร เมื่อล่วงรู้ว่าดวงจิตของเธอได้มาสถิตอยู่ในร่างของพี่สาวฝาแฝดที่อุตส่าห์ไปตามหาถึงในยุคปัจจุบัน และนำเธอกลับมาในยุคอดีตนี้อีกครั้ง

  “พี่ให้ฉันกลับมาเพื่อใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ต่อไป แต่กลับให้ฉันอยู่คนเดียวแทนที่จะมีพี่อยู่ด้วย ต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยวเพียงลำพังในยุคโบราณแบบนี้น่ะเหรอเจี๋ยเจี๋ย” เธอรำพึงรำพันถึงพี่สาวฝาแฝด พลางเงยหน้ามองไปรอบบริเวณที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ขึ้นอัดแน่นเต็มไปหมด

  “นี่ฉันกลับเข้ามาอยู่ในยุคประวัติศาสตร์ช่วงไหนก็ไม่รู้” หญิงสาวรำพึงรำพัน พลางจ้องใบหน้าแสนสวยผ่านทางกระจกสัมฤทธิ์ซึ่งเธอถือติดมือมาด้วย

  มือเรียวรีบยกกระจกขึ้นมาส่องให้เห็นใบหน้าชัดๆ อีกคราเมื่ออยู่นอกตัวบ้าน แสงสว่างในเวลากลางวันทำให้เห็นใบหน้าโฉมสะคราญล่มเมืองได้อย่างชัดเจนจนเธอถือกระจกค้างมองเงาที่สะท้อนออกมานั้นถึงกับตะลึงตะลานไปเลยทีเดียว

  “ว้าว! แม่เจ้าโว้ย! สวยเป๊ะโดนใจเป็นบ้าเล้ยยยย!” หญิงสาวกล่าวพร้อมหัวเราะชอบอกชอบใจเป็นการใหญ่ด้วยความรู้สึกดีใจเมื่ออยู่ในร่างใหม่ซึ่งเป็นของพี่สาวฝาแฝดในชาติอดีตของเธอ

  ครั้นสองมือเอื้อมลงไปจับหน้าอกพร้อมขยำไปมาเบาๆ ใบหน้าสวยปรากฏสายตาเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที ก่อนจะกรีดร้องออกมาจนสุดเสียงพร้อมตะโกนก้องออกมาทันทีด้วยความดีใจ

  “ฉันมีนมแล้วเว้ยยยย!!!”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • แม่ทัพร้ายโหยหารัก   ดวงพิฆาต รักนิรันดร์ (ตอนอวสาน)

    ยุคอดีตตำหนักจินไท่ทั่วบริเวณในเวลานี้เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของดอกเหมยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ แจกันดินเผาขนาดใหญ่วาดลวดลายเป็นลายเมฆและนกยูงสลับไปมา เพิ่มความสวยงามได้อย่างลงตัวและแจกันดังกล่าวเต็มไปด้วยกิ่งดอกเหมยปักลงบนแจกันวางตั้งไว้บนโต๊ะข้างแท่นพระบรรทมเพื่อให้คนงามได้สูดกลิ่นหอมดังกล่าวร่างอรชรของจางเพ่ยอันบัดนี้นอนสงบนิ่งอยู่บนแท่นพระบรรทม และเธอหลับใหลอยู่เช่นนี้มานานนับเดือนแล้ว โดยมีสายตาของพระสวามีผู้หล่อเหลาจับจ้องอยู่กับดวงหน้างามของพระชายาอยู่ตลอดเวลา พระองค์จะเพียรเข้าคอยมาดูแลพระชายาเพียงหนึ่งเดียวทันทีที่เสร็จภารกิจจากการออกว่าราชการในท้องพระโรงเหตุการณ์ในวันที่รัชทายาทหลี่จิ้งบุกโจมตีพระราชวังหลวงของต้าฉินอย่างอุกอาจ และจบลงคือเซ่นสังเวยพระชนม์ชีพของพระองค์ให้กับแม่ทัพปีศาจพร้อมชีวิตทหารต้าหลู่ไปอีกนับไม่ถ้วน ต่างพากันสิ้นชีพวิบัติโรยรากลายเป็นหินไปชั่วพริบตาเหตุการณ์ในวันนั้นเล่าลือไปอย่างกว้างขวางจนล่วงรู้ไปทั่วทุกแคว้นแดนดิน และต่างพากันขยาดแม่ทัพปีศาจกันอย่างถ้วนหน้า จนมีคำกล่าวติดปากออกมา

  • แม่ทัพร้ายโหยหารัก   โหยหามิคลาดครา 1.1

    ในขณะเดียวกันบริเวณลานกว้างหน้าท้องพระโรงกองทหารของแคว้นต้าหลู่และกองทหารจากต้าฉิน ต่างวิ่งเข้าโจมตีปะทะกันอย่างดุเดือด ทั่วทั้งพระราชวังหลวงเต็มไปด้วยเปลวเพลิงและกลุ่มควันขาวพร้อมเสียงกรีดร้องของเหล่านางกำนัลและเชื้อพระวงศ์ บรรดาขุนนางที่อยู่ในท้องพระโรงต่างแตกฮือแยกย้ายกันหนีตายจนจ้าละหวั่น เมื่อทหารต้าหลู่บุกเข้ามาถึงในท้องพระโรงและปะทะกับจางฟงอัครเสนาบดีที่เคยเป็นขุนศึกในวัยหนุ่มแม้จะมีอายุมากถึงหกสิบปีแล้วก็ตาม แต่จางฟงมีวิทยายุทธ์ในระดับสูงจึงเป็นฝ่ายใช้อาวุธออกปกป้องเหล่าขุนนางเอาไว้ ก่อนจะวิ่งตามไปสมทบกับกองทหารของตนและกองทหารขององค์ชายปีศาจที่ยกตามมาช่วยอย่างทันท่วงที ทั่ววังหลวงเต็มไปด้วยซากศพมากมายมิรู้ใครเป็นใครท่ามกลางความวุ่นวายองค์ชายปีศาจอิ๋งหยางและองค์ชายหลี่จิ้ง รัชทายาทจากต้าหลู่กำลังปะทะฝีมือกันอย่างดุเดือด ทั้งสองยืนจ้องหน้ากันในขณะที่องค์ชายหลี่จิ้งถือทวนยาวและองค์ชายอิ๋งหยางใช้ดาบง้าวอาวุธประจำพระวรกายไล่ฟาดฟันองค์ชายผู้นี้อย่างบ้าคลั่ง“เจ้าเอาอันอันของข้าไปไว้ไหน! เอาคนของข้าคืนมา!!

  • แม่ทัพร้ายโหยหารัก   โหยหามิคลาดครา 1.2

    ทันทีที่พระพักตร์หล่อเหลาขององค์ชายปีศาจเงยขึ้นทอดพระเนตร ทหารของต้าหลู่ที่กำลังมองมาที่พระองค์เป็นจุดเดียวค่อยๆ แปรเปลี่ยนไปทันที เมื่อร่างค่อยๆ กลายเป็นหินลามเลียตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าและแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างเพียงชั่วเวลาไม่กี่อึดใจ ติดตามด้วยเสียงของเหล่าทหารดังแทรกขึ้นมา“แม่ทัพปีศาจ!!!” เสียงเรียกขานดังออกมาได้เพียงแค่นั้นก็ต้องเงียบงันลงไปโดยพลันเมื่อทุกอย่างกลับหยุดการเคลื่อนไหวทั้งสิ้น ลมหายใจของเหล่าทหารต้าหลู่หลุดลอยไปทันใดนับหนึ่งพันนายที่แออัดอยู่ภายในท้องพระโรงท่ามกลางสายพระเนตรขององค์ชายหลี่จิ้ง ครั้นได้ทอดพระเนตรเหตุการณ์ที่มีผู้คนกล่าวขานเลื่องลือมานานแสนนาน และตอนนี้กำลังเกิดขึ้นอยู่ตรงพระพักตร์ในขณะนี้“เป็นความจริงหรือนี่! คนผู้นี้คือแม่ทัพปีศาจอิ๋งหยางอย่างนั้นหรอกรึ!” องค์ชายหลี่จิ้งรับสั่งได้เพียงเท่านั้นองค์ชายปีศาจหันกลับไปทอดพระเนตรรัชทายาทผู้นั้นทันที โดยที่อีกฝ่ายมิทันได้ตั้งตัวเพียงแค่เห็นใบหน้าก็สิ้นชีพไปโดยมิรู้ตัว พระเศียรค่อยๆ กลายเป็นหินลามเลียไปทั่วพระวรกายก่อนจะกลืนกินจนกระทั่งยืนแข็ง

  • แม่ทัพร้ายโหยหารัก   พระสนมชายของข้า! 1.2

    ทันทีที่พระหัตถ์ของรัชทายาทรูปงามสัมผัสกับแก้มนวลเนียนของหญิงสาว ภาพเหตุการณ์ในอนาคตบังเกิดขึ้นมาให้เธอได้เห็นทันทีท่ามกลางกองทหารของทั้งสองฝ่ายกำลังสู้รบกันอย่างดุเดือด ร่างของจางฟงท่านพ่อและจางฮั่นพี่ชายคนโตกำลังใช้ดาบสู้รบกับทหารของต้าหลู่ ในขณะที่พระสวามีปีศาจของเธอกำลังบุกเข้าโจมตีไล่ฟาดฟันองค์ชายหลี่จิ้งจนถอยไม่เป็นท่า“อันอันของข้าอยู่ไหน! ไอ้คนถ่อย! ลักพาตัวชายาของข้าไปไว้ที่ใด!!!” รับสั่งพร้อมบุกไล่ฆ่ากองทหารมากมายที่เข้ามาปกป้ององค์ชายของตน จนล้มตายกองสุมมิรู้กี่ร้อยชีวิตองค์ชายหลี่จิ้งวิ่งหนีการไล่ล่าอย่างบ้าคลั่งของแม่ทัพปีศาจจนวิ่งเข้าไปอยู่ในท้องพระโรง “คนผู้นี้มันบ้าไปแล้ว! ช่างบ้าคลั่งราวปีศาจร้ายยิ่งนัก” รับสั่งพร้อมพยายามหาอาวุธที่สามารถทุ่นแรงของพระองค์ได้ดีกว่าดาบ ก่อนจะไปสะดุดกับคันธนูและลูกธนูรวมไปถึงอาวุธอื่นๆ ที่มีเกลื่อนกลาดท่ามกลางร่างไร้วิญญาณของทหารทั้งสองฝ่ายและขุนนางบางคนที่หนีตายไม่ทันคันธนูถูกหยิบขึ้นจากพื้นพร้อมลูกธนูสามดอก พระหัตถ์ล้วงเข้าไปในอกเสื้อฉลองพระองค์ก่อนจะดึงขวดยาใบน้อยออกมาพร้อมรีบดึงจุกออกเทผงสีขาวลงบนลูกธนูทั้งสามดอกพรึบ! ภาพเหตุการ

  • แม่ทัพร้ายโหยหารัก   พระสนมชายของข้า! 1.1

    บริเวณคุกใต้ดิน ดวงเนตรสีนิลดำใหญ่ทอดสายตามองร่างไร้วิญญาณขององค์ชายอิ๋งเฟิ่ง เจ้าของพระตำหนักหรดีในสภาพศพลิ้นจุกปาก ดวงตาถลนแทบจะทะลักออกมานอกเบ้า รอบลำคอถูกรัดอย่างรุนแรงจนเห็นเป็นรอยโซ่ และสิ่งที่ใช้สังหารองค์ชายโฉดผู้นี้ก็ตกอยู่ใกล้ๆ พระศพนั่นเอง พระพักตร์หล่อเหลาขององค์ชายหลี่จิ้ง ค่อยๆ เงยขึ้นจากพระศพขององค์ชายโฉดพร้อมสำรวจไปทั่วบริเวณคุกใต้ดินไปโดยรอบก่อนจะพบว่า กองทหารของพระองค์ที่คอยรักษาเวรยามตั้งแต่ปากทางเข้าแม่น้ำทางชายป่ารกร้าง จนถึงคุกใต้ดิน มีเพียงทหารยามที่คอยดูแลบริเวณคุกเท่านั้นจบชีวิตทั้งหมด สภาพศพร่างแหลกเหลวและมีรอยโซ่ทิ้งร่องรอยเอาไว้บนศพเหล่านั้น “พวกเจ้าที่เหลือรอดชีวิตล่วงรู้หรือไม่ว่าผู้ใดเข้ามาสังหารผู้คนภายในนี้รวมไปถึงเจ้าของตำหนักนี้ด้วย!” รับสั่งถามกองทหารที่รอดชีวิต “กระหม่อมได้ยินว่าคนผู้นั้นเป็นพี่ชายของเด็กหนุ่มหน้าหวาน ซึ่งถูกจับตัวมาจากตำหนักบูรพาพร้อมกันพ่ะย่ะค่ะ แต่องค์ชายอิ๋งเฟิ่งทรงแยกขังเจ้าคนพี่ไว้ที่คุกใต้ดิน ส่วนคนน้องนำไปขังในตำหนักหรดีเพื่อนำไปมอบให้พระองค์ที่จวนสกุลไป๋ต่อไปพ่ะย่ะค่ะ” ทหารที่รอดชีวิตกราบทูลรายงานอย่างละเอียดเท่าที่ล่ว

  • แม่ทัพร้ายโหยหารัก   เป็นหรือตาย 1.3

    พระตำหนักหรดีภายในคุกใต้ดินพระตำหนักหรดีขององค์ชายอิ๋งเฟิ่ง ตั้งอยู่ห่างไกลจากพระตำหนักอื่นๆ อยู่ช่วงท้ายๆ ของพระราชวังมีพื้นที่ติดกับชายป่ารกร้างซึ่งองค์ชายโฉดใช้เป็นเส้นทางลำเลียงอาวุธและกองทหาร ทางเข้าออกต้องดำน้ำลงไป แม่น้ำซึ่งอยู่ติดกับชายป่าและมีทางเข้าเชื่อมต่อขุดไปถึงกับสระบัวในอุทยานส่วนพระองค์ ใช้เป็นเส้นทางเพื่อสะสมฐานกำลังเตรียมพร้อมช่วงชิงบัลลังก์เพื่อขึ้นเป็นเจ้าผู้ครองแคว้นภายในพระตำหนักลึกลงไปใต้ดิน ถูกสร้างเป็นห้องพักมากมายเพื่อใช้สะสมเงินทองและอาวุธรวมไปถึงเสบียงและคุกใต้ดิน เพื่อใช้ลักพาตัวผู้คนที่บังเอิญมาระแคะระคายการกระทำคิดคดทรยศขององค์ชายผู้นี้ และนี่คือสาเหตุว่าทำไมองค์ชายสามจึงไม่อนุญาตให้บุรุษเข้ามาในพระตำหนัก สืบเนื่องมาจากสาเหตุดังกล่าวด้วยส่วนหนึ่งและอีกเหตุผลนั่นก็คือ เกรงกลัวการถูกลอบปลงพระชนม์จากการจ้างวานฆ่าของผู้อื่นนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องร่วมสายโลหิตหรือพันธมิตรที่เคยร่วมมือและรีบหันหลังให้แก่กันทันใดที่หมดประโยชน์ร่วมกันพระวรกายสูงใหญ่ขององค์ชายปีศาจ ถูกล่ามไว้ที่ข้อพระหัตถ์และข้อพระบาทก่อนจะนำไปโยงกับคานที่แขวนไว้ เตรียมเครื่องทรมานเพื่อเ

  • แม่ทัพร้ายโหยหารัก   หมอจำเป็น 1.5

    ตีห้าของเช้าวันใหม่ ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังอยู่นอกห้องพัก ใบหน้าที่ฟุบอยู่บนเตียงนอนฝั่งตรงกันข้ามในลักษณะนั่งกับพื้นค่อยๆ รู้สึกตัวพลางเงยหน้าขึ้นมาอย่างช้าๆ เมื่อจางเพ่ยอันกลายร่างเป็นพยาบาลกะกลางคืนนอนเฝ้าคนเจ็บหลังจากทำหน้าที่เป็นหมอผ่าตัดด้วยสถานการณ์บังคับ “อันอัน! อยู่ห

  • แม่ทัพร้ายโหยหารัก   หมอจำเป็น 1.4

    เสียงเพ้อเรียกชื่อเล่นของเธอดังออกมาจากปากของคนที่กำลังนอนหมดสติยู่ในขณะนี้ จางเพ่ยอันถึงกับยืนนิ่งงันไปชั่วขณะครั้นได้ยินชื่อของตัวเองอย่างชัดเจน หญิงสาวค่อยๆ โน้มกายก้มลงจนชิดใบหน้าหล่อเหลาของคนเจ็บจากยุคอดีต พร้อมเงี่ยหูฟังว่าจะได้ยินอะไรออกมาจากปากอีกหรือไม่ ก่อนจะยืดกายยืนตัวตรงเช่นเดิมครั้

  • แม่ทัพร้ายโหยหารัก   หมอจำเป็น 1.3

    หนึ่งชั่วโมงผ่านไป รถฉุกเฉินจากโรงพยาบาลพร้อมเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นบุรุษสองนาย เดินถือกระเป๋าซึ่งมีเครื่องมือปฐมพยาบาลอย่างครบครันมุ่งหน้าตรงมายังทิศทางอันเป็นห้องพักของจางเพ่ยอัน ท่ามกลางความแปลกประหลาดใจของพนักงานซึ่งอยู่เวรกะกลางคืนของโฮมสเตย์ ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้นอย่า

  • แม่ทัพร้ายโหยหารัก   หมอจำเป็น 1.2

    บัดนี้องค์ชายอิ๋งหยางแห่งแคว้นฉิน ทรงมาปรากฏพระวรกายอยู่บนเตียงนอนของจางเพ่ยอันภายในโฮมสเตย์ที่พักในเขตเมืองซีอาน ด้วยเพราะสถานที่ดังกล่าวในยุคอนาคตถูกสร้างขึ้นตรงกับบริเวณซึ่งเป็นที่ตั้งค่ายกองทัพของแคว้นฉินในยุคโบราณ กระโจมที่ประทับของแม่ทัพใหญ่องค์ชายอิ๋งหยาง ก็ตั้งตรงกับห้องพักของจางเพ่ยอัน รวม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status