Share

บทที่ 2

Author: อี้ซัวเยียนอวี่
เฟิ่งจิ่วเหยียนที่อยู่ในห้องหรี่ดวงเนตรงามลงเล็กน้อย

วันนี้ไม่ว่าผลตรวจร่างกายเป็นเช่นไร ก็ล้วนแต่ไม่เป็นผลดีต่อตระกูลเฟิ่งทั้งสิ้น

หวงกุ้ยเฟยจะต้องตัดสินว่าบุตรีตระกูลเฟิ่งไม่บริสุทธิ์เป็นแน่ จากนั้นก็ใช้เหตุนี้สร้างเรื่องตามมา

ถ้าคนที่มาสวมรอยแทนอย่างนางถูกตรวจร่างกายได้ผลว่ายังบริสุทธิ์ ถึงจะสามารถป้องกันแผนร้ายของหวงกุ้ยเฟย แต่ก็คงจะทำให้หวงกุ้ยเฟยนึกสงสัยขึ้นมา

ทันทีที่เรื่องสวมรอยแต่งงานมีพิรุธปรากฏ ถึงยามนั้นโทษฐานหลอกลวงเบื้องสูงก็เพียงพอให้ตระกูลเฟิ่งประสบหายนะได้แล้ว!

สายตาเฟิ่งจิ่วเหยียนมองตรงไปข้างหน้า ใช้มือที่จับทวนมาจนชินนั้นแต้มบุปผาตรงหว่างคิ้วของตนเองอย่างหนักแน่น

สิ่งที่อาจารย์สั่งสอนนางมีเพียงหลักพิชัยสงครามและหลักการเป็นขุนนาง

อาจารย์หญิงเคยสอนหลักการครองเรือนให้นาง ในนั้นย่อมมีธรรมเนียมปฏิบัติในวังหลวงด้วยเช่นกัน ยามนั้นแม้นางได้เรียนรู้ แต่ก็ไม่คิดว่าจะได้นำมาใช้งาน

เพราะปณิธานของนางอยู่ที่ใต้หล้า ไม่ต้องการถูกคุมขังไว้ในเรือน เป็นเพียงภรรยาตัวน้อยที่โอนอ่อนผ่อนตามสามี

คิดไม่ถึงว่าคนคำนวณมิสู้ฟ้าลิขิต

นอกห้อง

ขันทีผู้นั้นเดินนำนางกำนัลจากในวังหลวงตรงมาอย่างดุดัน

“ฮูหยิน นี่คือบัญชาของหวงกุ้ยเฟย ท่านยังกล้าฝ่าฝืน?”

เฟิ่งฮูหยินขวางอยู่หน้าห้องบุตรสาว ไม่ยอมถอยแม้ก้าวเดียว

“ต่อให้เป็นหวงกุ้ยเฟยก็ไม่อาจกระทำหุนหันเหยียดหยามกันเช่นนี้! คิดว่าบุตรีตระกูลเฟิ่งของข้าเป็นอะไรกัน!”

ขันทีเลิกคิ้ว ความเยาะหยันฉายชัดในแววตา

ตระกูลนี้คิดว่าตัวเองเป็นหงส์จริง ๆ งั้นรึ?

ต่อให้เป็นหงส์จริง ขนร่วงไปหมดแล้ว กระทั่งไก่ยังสู้ไม่ได้

“เฟิ่งฮูหยิน ท่านไม่ชอบไม้อ่อนแต่จะเอาไม้แข็งใช่หรือไม่? เช่นนั้นก็ล่วงเกินแล้ว!” น้ำเสียงขันทีกดต่ำ สีหน้าสะท้อนความเหี้ยมเกรียมหลายส่วน

จากนั้น เขาก็โบกมือทีหนึ่ง บัญชาองครักษ์ด้านหลัง

เฟิ่งฮูหยินมีสีหน้าตะลึงงัน

ที่นี่คือจวนตระกูลเฟิ่งนะ!

พวกเขาจะเหิมเกริมเกินไปแล้ว!

ครั้นเฟิ่งฮูหยินกำลังจะถูกองครักษ์จากวังหลวงควบคุมตัว น้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอก็ดังมาจากภายในห้องโดยมีประตูคั่นกลาง

“ตระกูลเฟิ่งของข้าเคยมีฮองเฮาทั้งสิ้นสิบสามคน ทุกคนล้วนมีชื่อเสียงดีงาม

“วันนี้มีคนกังขาในความบริสุทธิ์ของข้า คิดว่าข้าคงมีสิ่งใดน่าแคลงใจ มิฉะนั้นไยจึงมีคนสงสัยในตัวข้ากันเล่า?

“ในเมื่อเป็นความผิดของข้าเพียงผู้เดียว ข้าไม่อยากเห็นตระกูลเฟิ่งต้องได้รับความไม่เป็นธรรมเพราะเรื่องนี้ จึงได้แต่ใช้ความตายมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์

“รบกวนท่านแม่หาแพรขาวสามฉื่อ[1]มาให้ข้า รอหลังข้าตายไปแล้ว โปรดยกศพของข้าให้พวกเขาตรวจสอบ ยามนั้นย่อมจะทราบเองว่าลูกเป็นผู้บริสุทธิ์

“เช่นนี้ จะได้ไม่กระทบต่อชื่อเสียงตระกูลเฟิ่ง!”

เฟิ่งฮูหยินหน้าซีดเผือด “ไม่ได้เด็ดขาดนะ!”

ขันทีที่เมื่อครู่นี้ยังจองหองพองขน ชั่วขณะนี้กลับลังเลขึ้นมาเสียแล้ว จากนั้นก็โบกมือส่งสัญญาณให้องครักษ์หยุดอยู่กับที่

เขาเดินหน้ามาหลายก้าว กล่าวกับคนในห้องด้วยท่าทีอ่อนน้อมจอมปลอม

“คุณหนูใหญ่เฟิ่ง เรื่องหาได้ร้ายแรงถึงขั้นนั้นไม่

“หากท่านบริสุทธิ์จริงก็ไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวการตรวจสอบ

“นางกำนัลสองท่านนี้เป็นผู้มากประสบการณ์ จะต้องปรนนิบัติเป็นอย่างดีแน่นอน”

จากคำกล่าวของเขา หากเฟิ่งจิ่วเหยียนไม่ให้ความร่วมมือก็เท่ากับว่าร้อนตัว

ขณะที่เขานึกว่าตัวเองจัดการคนในห้องได้อยู่หมัดแล้วนั่นเอง ก็ได้ยินเสียงถามมาอีกว่า

“กงกง ตกลงแล้วเป็นหวงกุ้ยเฟยที่สงสัยข้า หรือว่าฝ่าบาทที่ทรงสงสัยกันแน่?”

ขันทีผู้นั้นขมวดคิ้วน้อย ๆ

เขายังไม่ทันตอบ เฟิ่งจิ่วเหยียนก็ชิงตอบเสียเอง

“คิดดูแล้วก็เป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นหวงกุ้ยเฟย

“นางเป็นเพียงสนมในวังหลังคนหนึ่ง จะกล้าล้ำเส้นมาสงสัยฮองเฮาที่แต่งเข้าราชวงศ์อย่างถูกต้องตามธรรมเนียมเช่นข้าได้อย่างไร?

“เป็นได้เพียงฝ่าบาทหรือไม่ก็ไทเฮาที่ทรงสงสัย จึงอ้างนามหวงกุ้ยเฟยมากระมัง”

ขันทีได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกเย็นสันหลังวาบ

เขาโต้แย้งกลับไปโดยพลัน

“คุณหนูใหญ่เฟิ่ง! ท่านกล้าดีอย่างไร...”

เฟิ่งจิ่วเหยียนสงบนิ่งอย่างยิ่ง ไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย

“ถ้าเป็นราชวงศ์ที่สงสัยในตัวข้า บุตรีตระกูลเฟิ่งของข้าไม่ยินดีรับคำครหาที่ไม่มีมูลเช่นนี้

“ต่อให้วันนี้พิธีอภิเษกสมรสไม่สำเร็จเสร็จสิ้น ก็ต้องไปร้องทุกข์ที่สุสานหลวงบนเขาอวิ๋นไถให้จงได้!”

ขันทีเห็นเรื่องมาถึงขั้นนี้ก็พลันรู้สึกร้อนใจ หนังตากระตุกยิบ

ถ้าเรื่องนี้ลุกลามบานปลายก็จัดการยากแล้ว!

เฟิ่งเวยเฉียงเปลี่ยนมามีคารมคมคายเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใด!

วังหลวง

ตำหนักหลิงเซียว

หวงกุ้ยเฟยเอนกายบนตั่งคนงามอย่างเกียจคร้าน นางกำนัลหลายคนช่วยกันบีบไหล่ทุบขาให้นาง

ฟังคำรายงานของขันทีจบแล้ว ดวงตาเปี่ยมเสน่ห์เย้ายวนดุจจิ้งจอกของนางก็ฉายแววเย็นชา

“เฟิ่งเวยเฉียง นางคนชั้นต่ำนั่น นางพูดเช่นนี้จริง ๆ รึ ?”

ขันทีพยักหน้าติดต่อกัน

แววตาหวงกุ้ยเฟยเย็นชากว่าเดิม นางถีบนางกำนัลที่กำลังทุบขากระเด็นแล้วหยัดร่างขึ้นนั่ง

“นางกล้าแต่งเข้าวังมา ไม่กลัวว่าจะถูกจับได้ในคืนเข้าหอ หรือว่าข่าวสารผิดพลาด นางไม่ได้เสียพรหมจรรย์?”

ขันทีคุกเข่าลงบนพื้นทันที “หวงกุ้ยเฟย บ่าวมิทราบขอรับ!”

...…

เกี้ยวเจ้าสาวถูกหามเข้าไปในประตูวัง ตามธรรมเนียม เฟิ่งจิ่วเหยียนจะต้องถูกนำตัวไปยังตำหนักข้าง รอจนถึงฤกษ์มงคลจึงจะเข้าไปทำพิธีในตำหนักหลัก

เหลียนซวง สาวใช้ของนางยังประหม่ากว่านางเสียอีก ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้าง ๆ

“คุณหนู ว่ากันว่าฝ่าบาททรงเอาใจยากนัก เคยสั่งประหารขุนนางใหญ่หลายสิบคนในวันเดียว สตรีที่มาเป็นสนมโดยสมัครใจในวังหลังเหล่านั้น ล้วนได้รับพระราชทานความตายด้วยวิธีโหดเหี้ยมเหลือแสน

“ยังถึงขั้นพูดกันว่า ฝ่าบาทเป็นเทพสังหารมาจุติ โหดร้ายกระหายเลือด...”

ข่าวลือเหล่านี้ เฟิ่งจิ่วเหยียนเคยได้ยินตั้งแต่ตอนอยู่ที่ชายแดนแล้ว

ฮ่องเต้เซียวอวี้เป็นฮ่องเต้ทรราชองค์หนึ่ง

เหลียนซวงยังคงพูดต่อไป

“แต่ตอนแรกฝ่าบาทไม่ได้เป็นเช่นนี้ ทว่านับแต่หรงเฟยที่ทรงรักใคร่เสียชีวิตก็เหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน

“คุณหนู ท่านรู้ไหมเจ้าคะ สาเหตุที่ฝ่าบาททรงโปรดปรานหวงกุ้ยเฟยก็เพราะหวงกุ้ยเฟยมีหน้าตาคล้ายหรงเฟยอย่างมาก สนมทั้งหลายในวังหลังเหล่านั้น ทุกคนล้วนคล้ายหรงเฟยไม่มากก็น้อย

“แต่สำหรับสตรีที่ฝ่าบาทไม่โปรดปราน เขาล้วนแต่...”

เหลียนซวงมองไปทางคุณหนู อดกังวลแทนอีกฝ่ายไม่ได้

คุณหนูไม่มีส่วนคล้ายหรงเฟยเลยแม้สักนิด ไม่เพียงจะไม่ได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้ แต่ยังอาจถูกฮ่องเต้รังเกียจเดียดฉันท์อีกด้วย

เกรงว่าคืนเข้าหอคงไม่สงบนัก

----------------------------------------------

[1] แพรขาวสามฉื่อ คือผ้าที่ใช้ในการผูกคอตาย ไม่จำเป็นต้องยาวสามฉื่อเสมอไป แค่ยาวพอสำหรับการผูกคอก็พอแล้ว (ทั้งนี้ 1 ฉื่อ เท่ากับ 33.33 ซม.)
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App
Mga Comments (29)
goodnovel comment avatar
Niti
อ่านสนุกดีขนาดพึ่งเริ่มอ่าน ก็สนุก
goodnovel comment avatar
Sariya Rodraungsri
สนุกมากน่าติดตาม
goodnovel comment avatar
Kalookpook Bhornwalai
สนุกมากน่าติดตาม
Tignan lahat ng Komento

Pinakabagong kabanata

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1737

    ไม่รู้จริง ๆ ว่าเสด็จแม่ทรงคิดเช่นไรวันที่ออกเดินทาง ข้าไปรับพี่จี๋เอ๋อร์ที่จวนรุ่ยอ๋อง ก็เห็นท่านอารุ่ยอ๋องดวงตาแดงก่ำ กำชับพี่จี๋เอ๋อร์ดูแลตัวเองให้ดีส่วนท่านอาสะใภ้อาอวี้กลับจับมือของข้า ให้ข้าพาพี่จี๋เอ๋อร์ไปเที่ยวให้สนุก ให้เขาเที่ยวไปนาน ๆข้าสงสัยอย่างมากพอออกจากจวนรุ่ยอ๋อง ข้าก็ถามพี่จี๋เอ๋อร์“ท่านมีน้องชายแล้ว พวกเขาก็ไม่ต้องการท่านแล้วหรือ?”บนใบหน้าหล่อเหลาของพี่จี๋เอ๋อร์ปรากฏความกลัดกลุ้ม“ไม่ใช่ พวกท่านพ่ออยากได้บุตรสาว”“หา? เพราะเหตุใด?”“เพื่อจะได้แต่งกับเสด็จพี่ของเจ้า ครอบครัวพวกเราจะต้องมีคนแต่งกับเสด็จพี่ของเจ้า นี่คือความมุ่งมั่นของท่านแม่”ข้าพูดโพล่งออกมา: “ท่านก็แต่งให้เสด็จพี่ของข้าได้แล้วนี่!”พี่จี๋เอ๋อร์ตกใจจนไอไม่หยุด เกือบจะตกจากหลังม้าข้าแสดงสีหน้าภูมิใจทันที“อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ ท่านพ่อของท่านชอบเสด็จพ่อของข้า หากไม่ได้พบกับท่านอาสะใภ้อาอวี้ ท่านพ่อของท่านก็คงเป็นสนมของเสด็จพ่อข้าไปแล้ว“ท่านดำเนินรอยตามท่านพ่อของท่านได้นี่!”ใบหน้าของพี่จี๋เอ๋อร์ซีดขาวไปหมด“องค์หญิง ท่านไม่ควรพูดเช่นนี้”ตอนที่พวกเราจะออกจากประตูเมือง พี่สามก็ตามม

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1736

    ข้าคือเซียวจื่อเหิงที่เกือบจะถูกพี่สามแย่งชื่อไป เป็นองค์หญิงน้อยที่เสด็จพ่อตั้งตารอคอยมานานหลังจากที่ข้าเกิดมา ก็ได้รับความโปรดปรานอย่างมากเสด็จพ่อยังทรงโปรดให้สร้างตำหนักมุกหลังหนึ่งสำหรับข้าโดยเฉพาะภายในตำหนักมีไข่มุกและสมบัติล้ำค่าต่าง ๆ นานา ซึ่งสื่อความหมายว่าข้าคือไข่มุกล้ำค่าในมือของเสด็จพ่อแม้ว่าเสด็จพ่อจะดีกับข้าที่สุดในใต้หล้า แต่คนที่ข้ารักที่สุดกลับเป็นเสด็จแม่ตอนที่เสด็จแม่ทรงอุ้มท้องข้า ต้องทนทุกข์ทรมานอย่างมากหมอหลวงพากันเกลี้ยกล่อมให้นางละทิ้งข้า แม้แต่เสด็จพ่อก็ไม่ต้องการข้า แต่เป็นเสด็จแม่ที่ยืนกรานจะให้กำเนิดข้าดังนั้นหากเสด็จแม่ทรงบอกให้ทำสิ่งใด ข้าจะไม่ทำสิ่งที่ตรงกันข้ามเด็ดขาดข้าอาจทำให้ผู้อื่นเสียใจหรือโมโหได้ แต่มีเพียงเสด็จแม่ที่ไม่สามารถทำร้ายจิตใจได้พอเสด็จพ่อได้ยินคำพูดนี้ ทรงเสียพระทัยในทันทีแน่นอนว่า ข้าก็รักเสด็จพ่ออย่างมากเช่นกันเพียงแต่ เสด็จพ่อมักจะคิดว่าตนเองทำสิ่งดี ๆ ให้ข้าเสมอ แต่ของบางอย่าง ก็หาใช่ว่าข้าจะพึงพอใจอย่างเช่นตำหนักมุกนั่นกลับเป็นพี่สามที่ชื่นชอบ และมักจะมาหาข้าที่นี่เพื่อ “ยืม” เครื่องประดับอยู่เสมอพูดถึง

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1735

    ข้าคือเซียวจื่อซูข้าต่างหากคือลูกที่เชื่อฟังที่สุดพี่ใหญ่เป็นรัชทายาท ดีไปหมดทุกอย่าง แต่ไม่ยอมอยู่ใต้การควบคุมพี่รองมีนิสัยรักอิสระ ชอบฝึกวรยุทธ์ แต่ยังควบคุมยากกว่าพี่ใหญ่เสียอีกมีแต่ข้าเท่านั้น ที่ทำตัวว่านอนสอนง่ายอยู่ข้างกายเสด็จพ่อและเสด็จแม่ ไม่มีทางสร้างปัญหาให้พวกเขาข้าชอบสิ่งสวย ๆ งาม ๆนี่คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตอะไรกระมังเสด็จพ่อไม่เข้าใจข้าแม้แต่น้อย ถึงได้ตั้งชื่อที่น่าเกลียดเช่นนั้นให้ข้าหากจริงอย่างที่เขาพูดว่า ชื่อเซียวอู๋หมิงนี้ดีมาก แล้วตอนนั้นที่ข้าเสนอจะเปลี่ยนชื่อกับน้องหญิง เหตุใดเสด็จพ่อถึงได้คัดค้านอย่างเต็มที่ด้วยเล่า?ดูเถอะ ชื่อเซียวจื่อเหิงยังไพเราะกว่าเซียวอู๋หมิงตามที่คิดไว้จริง ๆ!ภายใต้การหว่านล้อมทุกวิถีทางของข้า ในที่สุดข้าก็มีชื่อที่ไพเราะข้าชอบวาดภาพ อาจารย์ตงฟางซื่อของข้ายอดเยี่ยม เขาสอนข้าหลายอย่างข้าขยันและตั้งใจเรียน เสด็จพ่อและเสด็จแม่ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ชอบข้าพี่รองก็เพราะอิจฉาข้า จึงมักจะรังแกข้าอยู่เสมอวันนั้นเขามาที่ห้องนอนของข้า “นี่! เซียวอู๋หมิง! ข้าวของที่นี่ของเจ้าล้วนน่าเกลียด!”ระหว่างที่พูด มือของเขาก็ยังสัมผัสไป

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1734

    ข้าคือเซียวจื่อลี่ บุตรคนรองของเสด็จพ่อและเสด็จแม่แต่ข้ารู้สึกมาตลอดว่า ข้ากับพี่ชายหน้าตาเหมือนกัน ตอนที่เกิดมา หมอตำแยต้องผิดพลาดเป็นแน่ ข้าต่างหากคือคนที่เกิดก่อนก็ใครใช้ให้ข้าใจกว้างกันเล่าน้องชายก็น้องชายหลังจากเสด็จแม่ทรงคลอดน้องสาม ข้าก็มิใช่ว่าได้เป็นพี่ชายแล้วหรอกหรือจะเห็นได้ว่า การเป็นพี่ชายหรือน้องชาย ก็เป็นเพียงการเทียบเคียงเท่านั้นตั้งแต่เล็กข้าก็รู้ว่าจะเอาใจเสด็จพ่ออย่างไร อย่ามองว่าเสด็จพ่อทรงดุร้ายน่ากลัว แท้จริงแล้วกลับพระทัยอ่อนเสด็จแม่ต่างหากที่ทรงเข้มงวดแท้จริงไม่ว่าจะกับข้า หรือกับพี่ชายกระทั่งแม้แต่เสด็จพ่อก็ยังถูกเสด็จแม่บังคับให้ตื่นเช้ามาฝึกวรยุทธ์ทุกวันต่อมาข้าถูกส่งไปที่สถาบันทางการทหารอยู่ที่นั่น ข้าได้รู้จักสหายดี ๆ มากมายลูกหลานของขุนนางในราชสำนักจำนวนไม่น้อย ก็ถูกส่งไปที่สถาบันทางการทหารเช่นกันมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น อย่างเช่นบุตรคนโตของภรรยาเอกที่ถูกคาดหวังไว้สูง เหมือนกับพี่ชายข้า ก็จะถูกส่งไปที่ห้องเรียน เพื่อเป็นสหายร่วมเรียนของรัชทายาทหากเทียบกันแล้ว ข้าชอบสถาบันทางการทหารมากกว่าพวกเราสามารถเกลือกกลิ้งไปมา ทำให้เสื้อผ้

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1733

    ข้าคือเซียวจื่อหลิ่น บุตรคนแรกของเสด็จพ่อและเสด็จแม่แน่นอนว่า ข้ากับน้องชายคนที่สองเซียวจื่อลี่ แค่เกิดห่างกันไม่ถึงหนึ่งถ้วยชาเสด็จพ่อและเสด็จแม่ทรงพูดเสมอว่า นิสัยของพวกเราฝาแฝดนั้นแตกต่างกันอย่างมากข้าทำสิ่งต่าง ๆ อย่างจริงจัง ชอบไปห้องเรียน ชอบอ่านหนังสือ เสด็จพ่อยังทรงชอบพาข้าไปห้องทรงพระอักษรด้วยส่วนน้องชายคนที่สองชอบเล่นสนุก บางครั้งก็ขาดความสำรวมไปห้องเรียน? นั่นยิ่งเป็นไปไม่ได้เลยทุกครั้งที่ให้เขานั่งฟังบรรยายที่นั่น ก็ราวกับว่ากำลังลงโทษเขาเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนข้า เสด็จพ่อจึงปรึกษากับเสด็จแม่ว่า จะส่งน้องรองไปฝึกวรยุทธ์ด้วยเหตุนี้ พวกเขาสองคนยังพาน้องรองไปหาอาจารย์ปู่ที่ภูเขาหวูหยาโดยเฉพาะภูเขาหวูหยาอยู่ไกลเกินไป เสด็จแม่จึงคิดหาวิธีเจอกันครึ่งทาง โดยให้เหล่าอาจารย์ลุงและอาจารย์อาของภูเขาหวูหยาลงจากเขา มายังเมืองหลวง เพื่อรับหน้าที่สอนในสถาบันทางการทหารดังนั้น น้องรองจึงใช้ชีวิตโดยที่ทุกวันจะออกจากวังไปฝึกวรยุทธ์ในตอนเช้า และถูกส่งกลับเข้าวังในตอนเย็นหากเทียบกับไปห้องเรียน สถาบันทางการทหารมีคนเยอะกว่า และครึกครื้นกว่าเสด็จพ่อทรงกังวลว่าข้าจะมุ่งแต่ศึ

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1732

    นี่แตกต่างจากสิ่งที่ข้าเคยได้รับมาก่อนหน้านี้อย่างมาก!ข้าตัดสินใจแล้ว กลางดึกจะเลื้อยขึ้นเตียงของเขา ข้าจะทำให้เขาตกใจ!พอถึงกลางคืนข้าเลื้อยอย่างคืบคลานออกมาจากห้องเล็ก ๆ นั่นเดิมทีตั้งใจจะไปหาหลิวหวา ทว่า เลื้อยไปเลื้อยมา ข้าก็กลับมาถึงจวนอ๋องแล้วข้าตามกลิ่นของเจ้านายน้อยจี๋เอ๋อร์ จนมาถึงนอกประตูห้องข้าอยากเข้าไปดูเขาสักหน่อย กลับได้ยินภายในมีเสียงคุยกัน“อาอวี้ เจ้านำงูตัวโปรดไปทิ้งให้หลิวหวาจริงหรือ? เขาเป็นคนไม่ละเอียดรอบคอบ กลัวว่าจะดูแลไม่ดี...”“นั่นก็ไม่มีทางเลือก จี๋เอ๋อร์ขี้กลัว อีกอย่าง นี่ก็แค่ชั่วคราวเท่านั้น”“ไม่สู้ลองนำมันมาแต่งตัวดู? หากมันหน้าตาไม่น่าเกลียดนัก ก็คงไม่ทำให้จี๋เอ๋อร์ตกใจ”ข้าอยู่ด้านนอกได้ยินอย่างชัดเจนหากเทียบกับบอกว่าข้าน่ากลัวจนทำให้คนตกใจ ข้ายิ่งรับไม่ได้มากกว่าที่บอกว่าข้าน่าเกลียด!!!รุ่ยอ๋องที่อยู่ด้านในยังคงเสนอแนะ“อย่างเช่น ให้มันสวมเสื้อผ้า หรือทำเขามังกรให้มัน ถอนเขี้ยวมันออก... อืม ลิ้นก็ต้องดึงออกด้วย”ข้าถึงกับสั่นไปทั้งตัวอย่าพูดว่า “อย่างเช่น” อีกเลย! รุ่ยอ๋องช่างไม่ใช่คนจริง ๆ!นี่จะต่างอะไรกับการทรมาน?!ยังโชค

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1702

    กระทั่งฤดูใบไม้ผลิปีถัดมา หร่วนฝูอวี้ก็ยังไม่ได้เข้าพิธีอภิเษกสมรสกับรุ่ยอ๋องแต่ความสัมพันธ์แบบสามีภรรยาของพวกเขานั้น ในทางปฏิบัติยังคงอยู่หร่วนฝูอวี้พักอยู่ในจวนอ๋อง บรรดาบ่าวไพร่ต่างก็รู้ว่านางคือพระชายาหลังจากเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ จี๋เอ๋อร์ก็ตัวสูงขึ้นไม่น้อยเพียงแต่ร่างกายของเขายังฟื้นตัวได

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1692

    ในจดหมายของถานไถเหยี่ยน ระบุไว้ชัดเจนว่า ก่อนที่หยวนเฟยจะเข้าวัง ก็ได้ให้กำเนิดบุตรคนหนึ่งเซียวอวี้มีสีหน้าเหม่อลอย สำหรับชาติกำเนิดของตัวเอง มีความสงสัยเพิ่มขึ้นมาหลายส่วนมารดาแท้ ๆ ของเขา ไม่ใช่ซูเฟยจริงหรือเมื่อคิดอย่างถี่ถ้วน ดูเหมือนว่าทุกสิ่งจะมีร่องรอยให้ติดตามได้เขาเคยถามคนเก่าแก่ในว

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1668

    ณ แคว้นหนานฉี ทางเข้าประตูเมืองเขตพระราชวังในช่วงเริ่มต้นของปีใหม่ กองทัพใหญ่กลับมาพร้อมกับชัยชนะไทเฮาทรงจูงมืออาหลิ่น มารอต้อนรับเสด็จพ่อและเสด็จแม่พร้อมกับทุกคนดวงตาทั้งคู่ของอาหลิ่นดูจริงจัง กำลังสังเกตดูทุกสิ่งรอบตัวจนกระทั่งมองเห็นเงาสองเงาที่คุ้นเคย เขาถึงแสดงความบริสุทธิ์ไร้เดียงสาของ

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 1701

    รุ่ยอ๋องเอ่ยด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด “ข้าเผลอดีใจไปหน่อย ลืมไปว่าเจ้ามองไม่เห็น เจ้าไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่อาอวี้...”หร่วนฝูอวี้สะบัดมือเขา“ไสหัวไป! นี่เป็นคำเตือนจากสวรรค์ อยู่กับท่าน ข้าจะไม่มีวันราบรื่น!”พูดจบก็ตะโกนเรียกเก๋อสือชี “เจ้าสุนัขสือชี เจ้ามานำทางข้า”“มาแล้ว ศิษย์พี่!”……รุ่ยอ๋อง

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status