공유

หมู่บ้านชิงเหอ

last update 게시일: 2026-04-08 23:08:37

กลิ่นดิน กลิ่นใบหม่อน และกลิ่นควันจางๆ จากเตาไฟลอยมาปะทะจมูก มันเป็นกลิ่นของชีวิตที่เรียบง่ายและสงบสุขอย่างที่นางไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน

ชุนเซียงเดินผ่านชาวบ้านที่กำลังทำงานในไร่นา พวกเขามองมายังนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยระคนระแวงในคนแปลกหน้า ก่อนจะหันไปกระซิบกระซาบกันเสียงเบา

นางเดินมาจนถึงใจกลางหมู่บ้าน ที่ซึ่งมีโรงน้ำชาเล็กๆ ตั้งอยู่ใต้ต้นไทรใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาราวกับเป็นผู้พิทักษ์ของหมู่บ้าน

บนโต๊ะไม้เก่าๆ สองสามตัว มีชายชรากำลังนั่งล้อมวงเล่นหมากรุกกันอย่างคร่ำเคร่ง สตรีวัยกลางคนอีกกลุ่มหนึ่งกำลังนั่งเลือกผักพลางพูดคุยเรื่องสัพเพเหระเสียงดังฟังชัด ชุนเซียงหยุดยืนอยู่หน้าร้านด้วยความลังเล ท้องของนางร้องประท้วงด้วยความหิวโหย แต่เงินอีแปะที่เหลือติดตัวอยู่เพียงน้อยนิดทำให้นางไม่กล้าที่จะใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย

ขณะนั้นเอง ประตูไม้ของโรงน้ำชาก็ถูกเปิดออก สตรีชราผมสีดอกเลาผู้หนึ่งเดินออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา ริ้วรอยบนใบหน้าของนางบ่งบอกถึงกาลเวลาที่ผ่านไป แต่ดวงตากลับยังคงแจ่มใสและอบอุ่น นางคือ คุณย่าโจว เจ้าของโรงน้ำชาแห่งนี้ “แม่หนู…เดินทางมาไกลคงจะเหนื่อยน่าดู เข้ามานั่งพักดื่มน้ำชาก่อนสิ” คุณย่าโจวเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าแต่แฝงความห่วงใย

ชุนเซียงสะดุ้งเล็กน้อย นางรีบโค้งคำนับอย่างนอบน้อมตามความเคยชินจนแผ่นหลังตั้งตรงงดงาม “ขอบคุณเจ้าค่ะท่านย่า แต่ข้าเกรงว่าจะรบกวน…”

“ไม่มีแต่หรอกน่า น้ำชาถ้วยเดียวไม่ทำให้โรงน้ำชาของข้าล่มจมได้หรอก” คุณย่าโจวกล่าวอย่างอารมณ์ดีพลางจูงมือนางเข้าไปนั่งที่โต๊ะไม้ตัวหนึ่งที่ว่างอยู่

“คนเดินทาง ผ่านมาพึ่งใบบุญกันเล็กๆ น้อยๆ เป็นเรื่องธรรมดา”

น้ำชาร้อนๆ ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นและหมั่นโถวหนึ่งลูกที่ยังอุ่นๆ ถูกนำมาวางตรงหน้า ชุนเซียง กล่าวขอบคุณเสียงแผ่วก่อนจะลงมือกินอย่างช้าๆ แม้จะหิวเพียงใด แต่มารยาทที่ถูกอบรมมาตั้งแต่เด็กก็ยังคงติดตัวนางอยู่ นางฉีกหมั่นโถวเป็นคำเล็กๆ แล้วค่อยๆ เคี้ยวอย่างสำรวม

คุณย่าโจวมองดูนางด้วยแววตาที่เอ็นดูระคนพินิจพิเคราะห์

“ดูท่าทางของเจ้าแล้ว ไม่น่าจะใช่คนจากหมู่บ้านแถบนี้สินะ มาหาญาติรึ?”

“ข้าไม่มีญาติที่ไหนหรอกเจ้าค่ะ”

ชุนเซียงตอบเสียงเบา สายตาหลุบต่ำลงมองถ้วยชา “ข้า…ข้าเพียงแค่เดินทางผ่านมา และกำลังมองหางานทำและที่ซุกหัวนอนเล็กๆ เท่านั้น”

“งานรึ?” คุณย่าโจวทวนคำพลางรินน้ำชาเพิ่มให้

“งานในหมู่บ้านเรามีแต่เพียงงานหนักในไร่นา ไม่ก็งานเลี้ยงไหมที่ต้องอดทน เจ้าดูท่าทางบอบบางเช่นนี้จะทำไหวรึ?”

“ข้าทำได้ทุกอย่างเจ้าค่ะ”

ชุนเซียงเงยหน้าขึ้นสบตาอย่างแน่วแน่

“ขอเพียงแค่มีที่พักและมีอาหารให้กินก็พอ ข้าไม่เกี่ยงงานหนัก”

คุณย่าโจวมองลึกลงไปในดวงตาของนาง แววตาที่แม้จะเหนื่อยล้า แต่ก็ยังคงฉายประกายของความเด็ดเดี่ยวและไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาซ่อนอยู่ นางถอนใจเบาๆ “ถ้าเช่นนั้น…ที่ท้ายหมู่บ้านมีกระท่อมร้างอยู่หลังหนึ่ง มันเก่าและโทรมมาก เป็นของชายชราผู้หนึ่งที่สิ้นใจไปเมื่อปีก่อน ลูกหลานเขาก็ย้ายเข้าเมืองไปหมด ไม่มีใครต้องการมันอีกแล้ว หากเจ้าไม่รังเกียจ ก็ไปพักที่นั่นก่อนได้ ส่วนเรื่องงาน…ก็ค่อยๆ มองหาไปแล้วกัน”

ข้อเสนอนั้นราวกับแสงสว่างที่ส่องลงมาในความืดมิด!

“จริงหรือเจ้าคะ” ชุนเซียงดีใจจนเผลอลุกขึ้นยืน น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความตื้นตันใจ “ท่านย่า…ท่าน…” นางโค้งคำนับครั้งแล้วครั้งเล่าจนคุณย่าโจวต้องรีบห้ามไว้

“พอแล้วๆ แม่หนู ไม่ต้องมากมายขนาดนั้น” คุณย่าโจวหัวเราะเบาๆ “คนเราตกทุกข์ได้ยาก ช่วยเหลือกันได้ก็ต้องช่วยกัน ไปเถอะ เดินตรงไปตามทางนี้จนสุดหมู่บ้านก็จะเห็นเอง”

ขณะที่ย่าโจวบอกทาง ฟืนสองสามท่อนที่วางพะเนินตรงหน้าร้านพลันกลิ้งตกลงมากระแทกพื้นดิน ชุนเซียงรีบก้าวไปเก็บขึ้นมาเรียงให้เรียบร้อย ราวกับเป็นสัญชาตญาณที่มิอาจนิ่งเฉยได้

เด็กเล็กสองคนวิ่งกรูกันเข้ามาในโรงน้ำชา ส่งเสียงเจื้อยแจ้วว่าหิวโหย คุณย่าโจวจึงบอกให้รอ ชุนเซียงเห็นดังนั้นก็ก้าวไปช่วยยกกาน้ำร้อนจากเตา ตักน้ำชาส่งให้เด็ก ๆ ด้วยท่าทีอ่อนโยน เด็กน้อยทั้งสองยกมือไหว้แล้วหัวเราะคิกคัก ทำให้รอยยิ้มบางคลี่ขึ้นบนริมฝีปากของนาง รอยยิ้มที่อบอุ่นกว่าที่นางเคยมีมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา

คุณย่าโจวมองภาพนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ดวงตาที่เดิมเต็มไปด้วยความเมตตาก็ยิ่งทอประกายลึกซึ้ง

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ    หัวใจที่เริ่มตัดสินใจ

    แสงแดดยามเช้าของวันใหม่สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างไม้เข้ามาอาบไล้กระท่อมเล็กๆ ให้สว่างไสว ชุนเซียงตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่สับสนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นางนอนลืมตาจ้องมองเพดานไม้เงียบๆ ปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปกับฝุ่นผงที่เต้นระยิบระยับอยู่ในลำแสงเมื่อคืนนี้นางนอนไม่หลับเลยทั้งคืน...บนโต๊ะทำงานไม้ตัวเก่าของนาง มีกล่องไม้จันทน์หอมฉลุลายเมฆาอันวิจิตรของคุณชายสวีวางอยู่ เมื่อเปิดออก ด้านในบุด้วยผ้าไหมเนื้อดี มีแท่นฝนหมึก จานสี และพู่กันขนกระต่ายชั้นเลิศเรียงรายอยู่อย่างเป็นระเบียบ มันคือของขวัญที่งดงามและเปี่ยมไปด้วยความเข้าใจ ของขวัญชิ้นนี้เป็นตัวแทนของโลกที่นางเคยจากมา...โลกแห่งศิลปะ บทกวี การจิบชาชมจันทร์ และความเข้าใจอันลึกซึ้งในความงาม มันคือโลกของคุณหนูซูเหยียนหรูแห่งจวนเสนาบดีฝ่ายขวาส่วนอีกมุมหนึ่งของห้อง กี่ทอผ้าที่แข็งแรงมั่นคงซึ่งเพิ่งได้รับการซ่อมแซมขาที่โยกคลอนไปเมื่อหลายวันก่อนตั้งตระหง่านอยู่ มันคือเครื่องมือทำมาหากิน คือเพื่อนคู่ทุกข์คู่ยากตลอดสี่ปีที่ผ่านมา มันคือตัวแทนของโลกปัจจุบันที่นางกำลังต่อสู้ดิ้นรน...โลกแห่งความเป็นจริง การลงมือทำ และความมั่นคงที่จับต้องได้ กี่ทอผ

  • แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ   สงครามเงียบ

    สองวันต่อมา คุณชายสวีก็กลับมาที่หมู่บ้านชิงเหออีกครั้งตามสัญญา เขาไม่ได้มามือเปล่า แต่นอกจากจะนำเงินค่ามัดจำผ้าล็อตแรกมามอบให้แล้ว ในมือของเขายังมีกล่องไม้จันทน์ขนาดพอเหมาะกล่องหนึ่งถือมาด้วย​ “แม่นางชุนเซียง” เขากล่าวพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น “ข้าน้อยเห็นว่าท่านมีพรสวรรค์ในการออกแบบลวดลายผ้า จึงนำของขวัญเล็กๆ น้อยๆ มามอบให้ หวังว่าท่านจะชอบ”​ เมื่อชุนเซียงเปิดกล่องออกดูก็ต้องประหลาดใจ ภายในนั้นคือชุดเครื่องเขียนชั้นเลิศ…มีทั้งพู่กันขนกระต่ายอย่างดี แท่งหมึกชั้นเยี่ยม และกระดาษซวนจื่อเนื้อละเอียดซึ่งมีราคาแพงลิบลิ่ว มันเป็นของที่นางไม่ได้จับต้องมานานแสนนานนับตั้งแต่จากเมืองหลวงมา​ “สิ่งนี้…มันล้ำค่าเกินไป ข้ารับไว้ไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ” นางรีบปฏิเสธด้วยความเกรงใจ​ “สำหรับข้าน้อยแล้ว พรสวรรค์ของท่านล้ำค่ายิ่งกว่า” คุณชายสวีกล่าวอย่างจริงใจ “ข้าเพียงแค่อยากเห็นท่านได้สร้างสรรค์ผลงานที่งดงามยิ่งๆ ขึ้นไปเท่านั้น ได้โปรดรับมันไว้ด้วยเถิด”​ คำพูดที่อ่อนโยนและเข้าอกเข้าใจของเขาทำให้ชุนเซียงรู้สึกตื้นตัน

  • แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ   การแข่งขันเงียบๆ ของสองบุรุษ

    ราวกับพายุอารมณ์ลูกย่อมๆ ได้พัดกระหน่ำแล้วผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัด เสียงกระทืบเท้าปิดประตูรั้วอย่างแรงของหลินหวินจื่อยังคงก้องอยู่ในโสตประสาทของชุนเซียง บรรยากาศที่เคยสดชื่นด้วยบทสนทนาอันราบรื่นพลันหนักอึ้งลงถนัดตาคุณชายสวีจื่อหยางมองตามร่างสูงสง่าที่เพิ่งจะหายลับเข้าเรือนไป ก่อนจะหันกลับมามองชุนเซียงด้วยรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความเข้าใจและขบขันเล็กน้อย รอยยิ้มของเขาอบอุ่นราวกับแสงตะวันในยามเช้า ช่วยขับไล่ความกระอักกระอ่วนใจของนางไปได้บ้าง“เหตุการณ์เมื่อครู่... ดูท่าเพื่อนบ้านของแม่นางจะเป็นบุรุษผู้มีอารมณ์ศิลปินอยู่ไม่น้อย” เขากล่าวอย่างสุภาพ เลือกใช้คำพูดที่นุ่มนวลที่สุดเพื่อไม่ให้นางต้องลำบากใจ “หากการมาของข้าน้อยในวันนี้สร้างความขุ่นเคืองใจให้ท่านและเขา ข้าต้องขออภัยเป็นอย่างสูง”“ไม่เลยเจ้าค่ะ! ไม่เลย!” ชุนเซียงรีบโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน แก้มร้อนผ่าวด้วยความอับอายแทนคนข้างบ้าน “ไม่ใช่ความผิดของคุณชายเลยแม้แต่น้อย เขา… เขาเป็นคนอารมณ์แปรปรวนเช่นนี้เองเจ้าค่ะ อย่าได้ถือสาเลย”คุณชายสวียิ้มบางๆ ดวงตาของเขาฉายแววหยั่งรู้ แต่ก็ไม่ได้ซักไซ้ต่อ

  • แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ   พายุอารมณ์ข้างรั้ว

    ภาพของชุนเซียงที่กำลังส่งยิ้มและสนทนากับบัณฑิตหนุ่มรูปงามอย่างออกรส...มันเป็นภาพที่ทิ่มแทงสายตาของหลินหวินจื่ออย่างรุนแรง เขายืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตูเรือนของตนเอง ความรู้สึกร้อนรุ่มที่ไม่คุ้นเคยบางอย่างได้ก่อตัวขึ้นในอกอย่างรวดเร็ว เหตุใดนางจึงต้องยิ้มให้บุรุษผู้นั้นด้วยรอยยิ้มเช่นนั้นด้วย? เขาถามตัวเองในใจ รอยยิ้มที่สดใสและจริงใจ...อย่างที่เขาไม่เคยได้รับมาก่อนเขาบอกกับตัวเองว่ามันเป็นเพียงความหงุดหงิด…ความรำคาญใจที่ความสงบของเขาถูกรบกวน แต่ลึกลงไปในใจ เขารู้ดีว่ามันคือความรู้สึกอื่น…ความรู้สึกที่ไม่น่าพึงพอใจอย่างยิ่งเมื่อเห็นสตรีข้างบ้านของตนเองกำลังสนิทสนมกับบุรุษอื่น เขาหมุนตัวกลับอย่างรวดเร็ว เดินตรงไปยังกลางลานบ้านแล้วชักกระบี่คู่ใจออกมา! ฟุ่บ! ฟุ่บ! เคร้ง! เสียงโลหะกระทบกันและเสียงลมหวีดหวิวดังขึ้นอย่างรุนแรงจากเรือนข้างๆ เสียงนั้นไม่ได้สงบนิ่งและมั่นคงเหมือนทุกครั้ง แต่กลับเต็มไปด้วยความดุดันและเกรี้ยวกราด ทุกท่วงท่าที่ฟาดฟันออกไปราวกับจะฉีกกระชากอากาศให้ขาดเป็นชิ้นๆ เสียงกระบี่ที่เคยน่าเกรงขาม บัดนี้กลับแฝงไปด้วยไอสังหารจนน่าขนลุก เสียงอึกทึกนั้นทำให้บทสนทนาที่กำลังเพลิ

  • แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ   การปรากฏตัวของคุณชายสวี

    หลายสัปดาห์ผ่านไป หมู่บ้านชิงเหอได้กลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง แต่เป็นความสงบสุขที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ กองทหารฝีมือดีที่แม่ทัพหลินเรียกมาได้ทำการ "ล้างภูเขา" กวาดล้างโจรป่าจนสิ้นซาก สร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้แก่ชาวบ้านอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แม้จะไม่มีใครรู้ว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังปฏิบัติการครั้งนี้ แต่ทุกคนก็รู้สึกขอบคุณในความช่วยเหลือจากเบื้องบนชีวิตในกระท่อมท้ายหมู่บ้านของชุนเซียงก็กลับมาดำเนินไปอย่างราบรื่นอีกครั้ง กิจการของนางไม่ได้หยุดชะงักลงเพราะเหตุการณ์ร้าย แต่กลับรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไปอีก! ข่าวเรื่องฝีมือการย้อมผ้าและปักผ้าอันน่าทึ่งของนาง ประกอบกับวีรกรรม (ที่ถูกแต่งเติมสีสันโดยป้าหยางอวี้) ในคืนนั้น ทำให้ชื่อเสียงของ "แม่นางชุนเซียง" ขจรไกลไปจนถึงเมืองข้างเคียงกระท่อมเล็กๆ ที่เคยซอมซ่อ บัดนี้กลายเป็นโรงทอผ้าขนาดย่อมที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา ชุนเซียงตัดสินใจจ้างสตรีในหมู่บ้านอีกสองสามคนมาเป็นลูกมือ ช่วยในงานที่ไม่ซับซ้อนนัก ส่วนนางกับอาเหมยจะรับผิดชอบในส่วนที่ต้องใช้ฝีมือชั้นสูง “พี่ชุนเซียง! ท่านดูสิเจ้าคะ! นี่คือรายรับของเดือนนี้!” อาเหมยยื่นสมุดบั

  • แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ   สงครามเย็นที่อบอุ่น

    แต่แล้ว…บรรยากาศอันเงียบงันและซาบซึ้งนั้นก็ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิงด้วยเสียงแหลมๆ ที่ดังขึ้นจากหน้าประตู!“ว๊าย! ตาเถร! ข้ามาเห็นอะไรเอาตอนนี้นะ!”ป้าหยางอวี้นั่นเอง! นางยืนเท้าสะเอวอยู่ที่หน้าประตู ดวงตาคู่เล็กเป็นประกายระยิบระยับราวกับเจอขุมทรัพย์ นางมาที่นี่โดยอ้างว่าจะมาเยี่ยมเยียนผู้ประสบภัย แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือการสอดแนมหาข่าวใหม่ๆ ต่างหาก!นางกวาดตามองภาพตรงหน้า…ชุนเซียงที่อยู่ในชุดนอน ซึ่งเป็นชุดสะอาดที่อาเหมยหามาให้เปลี่ยน ยืนหน้าแดงก่ำอยู่ไม่ห่างจากคุณชายหลินที่กำลังเปลือยท่อนแขนที่มีผ้าพันแผลสดๆ ใหม่ๆ! สวรรค์! นี่มันเรื่องอะไรกัน! นางมาอยู่ที่เรือนของเขาได้อย่างไร! แถมยังมาทำแผลให้อย่างใกล้ชิดสนิทสนมกันถึงเพียงนี้!“เอ่อ…ท่านป้าหยางอวี้…” ชุนเซียงพยายามจะอธิบาย “คือว่า…”“ไม่ต้องพูดอะไรแล้วแม่นางชุนเซียง!”ป้าหยางอวี้ยกมือขึ้นห้าม ปากก็ยิ้มกว้างจนแก้มแทบปริ “ข้าเข้าใจ! ข้าเข้าใจทุกอย่างแล้ว! แหม…ไม่น่าแปลกใจเลยว่าเหตุใดคุณชายหลินถึงได้ต่อสู้กับโจรป่าอย่างไม่คิดชีวิตถึงเพียงนั้น ที่แท้ก็เพื่อปกป้องแม่หญิงในดวงใจนี่

  • แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ   ก้าวแรกแห่งความหวัง

    ตลาดเช้าของหมู่บ้านชิงเหอไม่ได้ใหญ่โตหรือหรูหราเหมือนในเมืองหลวง มันเป็นเพียงลานดินกว้างๆ ที่อัดแน่นไปด้วยชีวิตและเสียงจอแจชาวบ้านนำของมาวางขายกันอย่างเรียบง่ายใต้ร่มเงาของต้นไทรใหญ่ เสียงตะโกนเรียกลูกค้า เสียงต่อรองราคา และเสียงพูดคุยทักทายดังผสมปนเปกันไปจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ กลิ่นหมั่นโถวร้อนๆ จาก

  • แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ   ทางที่เลือก

    นางจะไม่ใช่แค่ช่างปะชุนเสื้อผ้าอีกต่อไปแล้ว แต่นางจะเป็นผู้สร้างสรรค์ความงดงาม จะเป็นผู้ที่เปลี่ยนเส้นไหมสีขาวธรรมดาๆ เหล่านี้ให้กลายเป็นผืนผ้าหลากสีสันที่ล้ำค่าดุจงานศิลปะนางจะปลุกวิญญาณของหอผ้าซูฟางให้ฟื้นคืนขึ้นมาอีกครั้ง…ที่หมู่บ้านชิงเหอแห่งนี้เย็นวันนั้น ชุนเซียงกลับมาถึงกระท่อมพร้อมกับเงิน

  • แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ   หนทางของนาง

    นางยังซื้อผ้าฝ้ายเนื้อหยาบราคาถูกมาตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าชุดใหม่ที่สะอาดสะอ้านและพอดีตัวกว่าเดิม แม้จะยังดูเรียบง่าย แต่ก็ทำให้นางดูไม่ซอมซ่อเหมือนตอนที่มาถึงวันแรก“นี่แน่ะ! ค่าแรงของเจ้า” ป้าหยางอวี้โยนถุงเงินเล็กๆ ลงตรงหน้านางหลังจากที่นางเพิ่งจะปักลายดอกไม้เล็

  • แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ   ร้านปะผ้า

    มันเป็นความรู้สึกที่คุ้นเคยและปลอบประโลมใจอย่างประหลาด ราวกับได้พบพานสหายเก่าที่พลัดพรากจากกันไปนานนางไม่ได้หลับเลยทั้งคืน แต่กลับไม่รู้สึกเหนื่อยล้าแม้แต่น้อย ในที่สุด เมื่องานชิ้นสุดท้ายเสร็จสิ้นลง เสื้อตัวนั้นก็ถูกวางพาดไว้อย่างดี รอยขาดเป็นทางยาวหายไปอย่างไร้ร่องรอย หากไม่สังเกตอย่างละเอียดถี่

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status