Share

ทางที่เลือก

last update publish date: 2026-04-13 21:00:41

นางจะไม่ใช่แค่ช่างปะชุนเสื้อผ้าอีกต่อไปแล้ว แต่นางจะเป็นผู้สร้างสรรค์ความงดงาม จะเป็นผู้ที่เปลี่ยนเส้นไหมสีขาวธรรมดาๆ เหล่านี้ให้กลายเป็นผืนผ้าหลากสีสันที่ล้ำค่าดุจงานศิลปะ

นางจะปลุกวิญญาณของหอผ้าซูฟางให้ฟื้นคืนขึ้นมาอีกครั้ง…ที่หมู่บ้านชิงเหอแห่งนี้

เย็นวันนั้น ชุนเซียงกลับมาถึงกระท่อมพร้อมกับเงินอีแปะทั้งหมดที่นางหามาได้จากการทำงานตลอดหลายวันที่ผ่านมา นางกำถุงเงินเล็กๆ ไว้ในมือแน่น สัมผัสเย็นๆ ของเหรียญทองแดงที่เสียดสีกันอยู่ภายในให้ความรู้สึกมั่นคงอย่างประหลาด มันคือทุนรอนทั้งหมดที่นางมี คือความหวังเดียวที่จะใช้พลิกชะตาชีวิตของตนเอง คือน้ำพักน้ำแรงที่แลกมาด้วยฝีเข็มและความอดทน

วันรุ่งขึ้น นางนำเงินทั้งหมดที่มีไปแลกซื้อเส้นไหมจากชาวบ้านคนหนึ่ง มันไม่ใช่เส้นไหมคุณภาพดีที่สุด แต่เป็นเส้นไหมเกรดรองที่ชาวบ้านมักจะเก็บไว้ทอใช้เองในครัวเรือน

นางค่อยๆ คลี่มันออกอย่างทะนุถนอมเมื่อกลับมาถึงกระท่อม เส้นไหมนั้นหยาบกระด้างและมีสีขาวอมเหลืองไม่สม่ำเสมอ เป็นของคุณภาพต่ำที่โรงทอผ้าใหญ่ๆ ในเมืองหลวงคงโยนทิ้งไปแล้ว แต่สำหรับนางในยามนี้ มันคือสมบัติล้ำค่า คือวัตถุดิบแห่งความฝัน

นางหลับตาลงชั่วครู่ ภาพความทรงจำในอดีตก็ไหลบ่าเข้ามา…ภาพของมารดาผู้มีรอยยิ้มอ่อนโยนเสมอขณะนั่งอยู่หน้ากี่ทอผ้าในหอซูฟาง นางจำได้ถึงกลิ่นหอมของสีย้อมธรรมชาติที่อบอวลไปทั่วห้องโถงขนาดใหญ่ จำได้ถึงสัมผัสของตำราปกไหมเล่มหนาที่มารดามอบให้ก่อนวันแต่งงานหนึ่งวัน

‘เหยียนหรู…นี่คือหัวใจของตระกูลเรา เคล็ดวิชาที่สืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษ จงเก็บรักษามันไว้ให้ดี’

น้ำเสียงอันอบอุุ่นของมารดายังคงก้องอยู่ในความทรงจำ

‘จำไว้นะลูก…ความงดงามที่แท้จริงไม่ได้มาจากวัตถุดิบที่ล้ำค่าที่สุดเสมอไป แต่มาจากหัวใจของผู้สร้างสรรค์ต่างหาก แม้แต่ดอกไม้ใบหญ้าที่ไร้ค่าในสายตาผู้อื่น ก็สามารถมอบสีสันที่งดงามที่สุดให้แก่ผืนผ้าได้ หากเรารู้จักคุณค่าของมัน’

ชุนเซียงลืมตาขึ้นอีกครั้ง ความเศร้าจางหายไป ถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้า นางไม่ได้มีตำราเล่มนั้นติดตัวมาด้วย แต่ทุกตัวอักษร ทุกภาพวาด ทุกขั้นตอนที่มารดาเคยพร่ำสอน…มันถูกจารึกไว้ในสมองและหัวใจของนางอย่างไม่มีวันลืมเลือน

นางก่อไฟขึ้นในเตาดินเก่าๆ นำหม้อดินที่ได้มาจากคุณย่าโจวมาตั้งแล้วต้มน้ำจนเดือด จากนั้นจึงเดินออกไปรอบกระท่อม

กวาดสายตามองพืชพรรณต่างๆ ที่คนอื่นอาจมองข้ามไป สองมือเล็กๆ ของนางเด็ดยอดอ่อนของหญ้าชนิดหนึ่งที่มารดาเคยบอกว่าสามารถช่วยให้สีติดทนนาน เก็บดอกไม้ป่าสีม่วงเข้มที่ไม่รู้จักชื่อ และขุดรากของไม้พุ่มเล็กๆ ขึ้นมาส่วนหนึ่ง

นางนำวัตถุดิบจากธรรมชาติเหล่านั้นกลับมาล้างจนสะอาดแล้วทุบให้พอแหลกด้วยก้อนหิน ก่อนจะโยนลงไปในหม้อดินทีละอย่างตามลำดับขั้นตอนที่จำได้ขึ้นใจ กลิ่นหอมสดชื่นของดอกไม้ใบไม้ค่อยๆ ระเหยขึ้นมาพร้อมกับไอน้ำร้อน ชั่วครู่ใหญ่ น้ำในหม้อก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อคล้ายสีของลูกท้อสุก

หัวใจของชุนเซียงเต้นระรัว นางจุ่มกลุ่มเส้นไหมสีขาวหม่นลงไปในหม้อย้อมอย่างช้าๆ เฝ้ามองมันดูดซับเอาสีสันเข้าไปอย่างใจจดใจจ่อ

นี่คือการทดลองครั้งแรกนับตั้งแต่นางจากเมืองหลวงมา หากสำเร็จมันคือหนทางรอด แต่หากล้มเหลว…นางก็ไม่เหลือเงินพอที่จะเริ่มต้นใหม่อีกแล้ว

นางกวนเส้นไหมในหม้ออย่างสม่ำเสมอ ควบคุมความร้อนของไฟไม่ให้แรงเกินไป เวลาผ่านไปราวหนึ่งชั่วยาม เมื่อเห็นว่าสีเริ่มอิ่มตัวดีแล้ว จึงใช้คีมไม้คีบกลุ่มเส้นไหมขึ้นมาอย่างระมัดระวัง

วินาทีที่เส้นไหมพ้นจากผิวน้ำกระทบกับแสงแดดยามบ่าย ชุนเซียงถึงกับกลั้นหายใจ

จากเส้นไหมสีขาวอมเหลืองหยาบๆ บัดนี้มันได้แปรเปลี่ยนเป็นสีชมพูอ่อนหวานราวกับกลีบดอกเหมยยามต้องน้ำค้างในฤดูใบไม้ผลิ มันเป็นสีที่นุ่มนวล อบอุ่น และเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาอย่างน่าอัศจรรย์

เทคนิคการย้อมแบบโบราณได้ขับเอาความเงางามที่ซ่อนอยู่ในเส้นใยออกมา ทำให้ไหมที่เคยดูไร้ค่ากลับดูมีราคาขึ้นมาทันที

นางนำเส้นไหมไปล้างในน้ำเย็นของลำธารหลังกระท่อมเพื่อหยุดสี ก่อนจะนำไปผึ่งลมไว้บนกิ่งไม้ เมื่อเส้นไหมแห้งสนิทดีแล้ว นางจึงนำมันมาถักทอเป็นผ้าผืนเล็กๆ ด้วยกี่ทอขนาดจิ๋วที่ทำขึ้นเองอย่างง่ายๆ จากเศษไม้ที่เก็บได้ในป่า

และแล้วผลงานชิ้นแรกของนางก็เสร็จสมบูรณ์… มันคือผ้าเช็ดหน้าผืนบางเบาขนาดเท่าฝ่ามือ ย้อมด้วยสีชมพูอ่อนหวานที่ไม่เคยมีใครในหมู่บ้านชิงเหอเคยเห็นมาก่อน

ชุนเซียงถือผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นไว้ในมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ความรู้สึกตื้นตันใจแล่นพล่านไปทั่วร่างจนหยาดน้ำตาหยดหนึ่งรินไหลลงมาอาบแก้มโดยไม่รู้ตัว

นี่ไม่ใช่แค่ผ้าเช็ดหน้าแต่มันคือบทพิสูจน์ว่านางยังไม่สิ้นหวัง มันคือวิญญาณของหอผ้าซูฟางที่นางจะปลุกให้ฟื้นคืนขึ้นมาอีกครั้ง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ   พายุอารมณ์ข้างรั้ว

    ภาพของชุนเซียงที่กำลังส่งยิ้มและสนทนากับบัณฑิตหนุ่มรูปงามอย่างออกรส...มันเป็นภาพที่ทิ่มแทงสายตาของหลินหวินจื่ออย่างรุนแรง เขายืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตูเรือนของตนเอง ความรู้สึกร้อนรุ่มที่ไม่คุ้นเคยบางอย่างได้ก่อตัวขึ้นในอกอย่างรวดเร็ว เหตุใดนางจึงต้องยิ้มให้บุรุษผู้นั้นด้วยรอยยิ้มเช่นนั้นด้วย? เขาถามตัวเองในใจ รอยยิ้มที่สดใสและจริงใจ...อย่างที่เขาไม่เคยได้รับมาก่อนเขาบอกกับตัวเองว่ามันเป็นเพียงความหงุดหงิด…ความรำคาญใจที่ความสงบของเขาถูกรบกวน แต่ลึกลงไปในใจ เขารู้ดีว่ามันคือความรู้สึกอื่น…ความรู้สึกที่ไม่น่าพึงพอใจอย่างยิ่งเมื่อเห็นสตรีข้างบ้านของตนเองกำลังสนิทสนมกับบุรุษอื่น เขาหมุนตัวกลับอย่างรวดเร็ว เดินตรงไปยังกลางลานบ้านแล้วชักกระบี่คู่ใจออกมา! ฟุ่บ! ฟุ่บ! เคร้ง! เสียงโลหะกระทบกันและเสียงลมหวีดหวิวดังขึ้นอย่างรุนแรงจากเรือนข้างๆ เสียงนั้นไม่ได้สงบนิ่งและมั่นคงเหมือนทุกครั้ง แต่กลับเต็มไปด้วยความดุดันและเกรี้ยวกราด ทุกท่วงท่าที่ฟาดฟันออกไปราวกับจะฉีกกระชากอากาศให้ขาดเป็นชิ้นๆ เสียงกระบี่ที่เคยน่าเกรงขาม บัดนี้กลับแฝงไปด้วยไอสังหารจนน่าขนลุก เสียงอึกทึกนั้นทำให้บทสนทนาที่กำลังเพลิ

  • แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ   การปรากฏตัวของคุณชายสวี

    หลายสัปดาห์ผ่านไป หมู่บ้านชิงเหอได้กลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง แต่เป็นความสงบสุขที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ กองทหารฝีมือดีที่แม่ทัพหลินเรียกมาได้ทำการ "ล้างภูเขา" กวาดล้างโจรป่าจนสิ้นซาก สร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้แก่ชาวบ้านอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แม้จะไม่มีใครรู้ว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังปฏิบัติการครั้งนี้ แต่ทุกคนก็รู้สึกขอบคุณในความช่วยเหลือจากเบื้องบนชีวิตในกระท่อมท้ายหมู่บ้านของชุนเซียงก็กลับมาดำเนินไปอย่างราบรื่นอีกครั้ง กิจการของนางไม่ได้หยุดชะงักลงเพราะเหตุการณ์ร้าย แต่กลับรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไปอีก! ข่าวเรื่องฝีมือการย้อมผ้าและปักผ้าอันน่าทึ่งของนาง ประกอบกับวีรกรรม (ที่ถูกแต่งเติมสีสันโดยป้าหยางอวี้) ในคืนนั้น ทำให้ชื่อเสียงของ "แม่นางชุนเซียง" ขจรไกลไปจนถึงเมืองข้างเคียงกระท่อมเล็กๆ ที่เคยซอมซ่อ บัดนี้กลายเป็นโรงทอผ้าขนาดย่อมที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา ชุนเซียงตัดสินใจจ้างสตรีในหมู่บ้านอีกสองสามคนมาเป็นลูกมือ ช่วยในงานที่ไม่ซับซ้อนนัก ส่วนนางกับอาเหมยจะรับผิดชอบในส่วนที่ต้องใช้ฝีมือชั้นสูง “พี่ชุนเซียง! ท่านดูสิเจ้าคะ! นี่คือรายรับของเดือนนี้!” อาเหมยยื่นสมุดบั

  • แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ   สงครามเย็นที่อบอุ่น

    แต่แล้ว…บรรยากาศอันเงียบงันและซาบซึ้งนั้นก็ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิงด้วยเสียงแหลมๆ ที่ดังขึ้นจากหน้าประตู!“ว๊าย! ตาเถร! ข้ามาเห็นอะไรเอาตอนนี้นะ!”ป้าหยางอวี้นั่นเอง! นางยืนเท้าสะเอวอยู่ที่หน้าประตู ดวงตาคู่เล็กเป็นประกายระยิบระยับราวกับเจอขุมทรัพย์ นางมาที่นี่โดยอ้างว่าจะมาเยี่ยมเยียนผู้ประสบภัย แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือการสอดแนมหาข่าวใหม่ๆ ต่างหาก!นางกวาดตามองภาพตรงหน้า…ชุนเซียงที่อยู่ในชุดนอน ซึ่งเป็นชุดสะอาดที่อาเหมยหามาให้เปลี่ยน ยืนหน้าแดงก่ำอยู่ไม่ห่างจากคุณชายหลินที่กำลังเปลือยท่อนแขนที่มีผ้าพันแผลสดๆ ใหม่ๆ! สวรรค์! นี่มันเรื่องอะไรกัน! นางมาอยู่ที่เรือนของเขาได้อย่างไร! แถมยังมาทำแผลให้อย่างใกล้ชิดสนิทสนมกันถึงเพียงนี้!“เอ่อ…ท่านป้าหยางอวี้…” ชุนเซียงพยายามจะอธิบาย “คือว่า…”“ไม่ต้องพูดอะไรแล้วแม่นางชุนเซียง!”ป้าหยางอวี้ยกมือขึ้นห้าม ปากก็ยิ้มกว้างจนแก้มแทบปริ “ข้าเข้าใจ! ข้าเข้าใจทุกอย่างแล้ว! แหม…ไม่น่าแปลกใจเลยว่าเหตุใดคุณชายหลินถึงได้ต่อสู้กับโจรป่าอย่างไม่คิดชีวิตถึงเพียงนั้น ที่แท้ก็เพื่อปกป้องแม่หญิงในดวงใจนี่

  • แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ   บาดแผลและความห่วงใย

    รุ่งอรุณของวันใหม่มาถึงพร้อมกับความโกลาหล หมู่บ้านชิงเหอค่อยๆ ฟื้นคืนจากฝันร้ายในค่ำคืนที่ผ่านมา ชาวบ้านต่างออกมาช่วยกันซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหายและดูแลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ เสียงร้องไห้ยังคงดังแว่วมาเป็นระยะ แต่ก็แฝงไปด้วยความโล่งใจที่รอดชีวิตมาได้ภายในเรือนพักของหลินหวินจื่อ บรรยากาศกลับเงียบสงบอย่างน่าประหลาด อาเหมยคอยดูแลเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ชุนเซียงอย่างใกล้ชิด ส่วนตัวชุนเซียงนั้น แม้ร่างกายจะยังคงอ่อนเพลีย แต่จิตใจกลับสงบลงมากอย่างน่าประหลาด คำสัญญาที่หนักแน่นดุจขุนเขาของบุรุษผู้หนึ่งได้กลายเป็นเกราะป้องกันความหวาดกลัวในใจของนางนางนั่งพิงหัวเตียงเงียบๆ สายตาทอดมองออกไปยังโถงด้านนอก ที่ซึ่งหลินหวินจื่อกำลังยืนสั่งการเว่ยฉีและกลุ่มชายฉกรรจ์ในหมู่บ้านให้จัดเวรยามและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างแข็งขัน ทุกท่วงท่าของเขาเต็มไปด้วยอำนาจและความน่าเกรงขาม“พี่ชุนเซียง” อาเหมยกระซิบเบาๆ “ดูแขนของคุณชายหลินสิเจ้าคะ!”ชุนเซียงมองตามสายตาของเพื่อนรักไป ก็เห็นรอยดาบยาวบนแขนเสื้อข้างหนึ่งของหลินหวินจื่อซึ่งบัดนี้มีเลือดสีเข้ม

  • แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ   บาดแผลและคำสัญญา

    อ้อมแขนที่แข็งแกร่งราวกับคีมเหล็กของหลินหวินจื่อประคองร่างอันไร้สติของชุนเซียงไว้แน่น ความโกรธแค้นและความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่ใจของเขาราวกับคลื่นพายุ เขากวาดสายตามองสภาพกระท่อมที่พังยับเยิน ก่อนจะตัดสินใจในเสี้ยววินาทีเขาช้อนร่างของนางขึ้นในท่าอุ้มแล้วก้าวเดินอย่างมั่นคง มุ่งตรงไปยังเรือนพักของตนเองโดยไม่ลังเล เขาไม่สามารถทิ้งนางไว้ในสถานที่อันน่าสะพรึงกลัวนี้ได้อีกต่อไปเมื่อมาถึงเรือน เว่ยฉีซึ่งจัดการโจรในบริเวณนั้นเสร็จแล้วก็รีบตามเข้ามา “นายท่าน!”หลินหวินจื่อวางร่างของชุนเซียงลงบนเตียงนอนของตนเองอย่างแผ่วเบาที่สุด แสงตะเกียงส่องให้เห็นรอยฟกช้ำและรอยขีดข่วนบนผิวของนางชัดเจน ภาพนั้นบีบคั้นหัวใจของเขายิ่งกว่าการเห็นทหารนับร้อยล้มตายในสนามรบ“ไปตามท่านย่าฉิน หมอหญิงท้ายหมู่บ้านมา!” เขาสั่งเสียงกร้าว “และที่สำคัญที่สุด... ไปตามหาแม่นางอาเหมยให้พบ! พลิกแผ่นดินหาก็ต้องหาให้เจอ!”เว่ยฉีรับคำสั่งแล้วรีบวิ่งออกไปทันที ทิ้งให้หลินหวินจื่ออยู่กับชุนเซียงตามลำพังในห้อง เขาทรุดตัวลงนั่งข้างเตียง ค่อยๆ ใช้ปลายนิ้วเก

  • แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ   นางเป็นใครกันแน่

    เขานึกย้อนไปถึงผ้าไหมผืนนั้น…สีเขียวหยกที่งดงามราวกับมีชีวิต…ลวดลายคลื่นน้ำที่พลิ้วไหวราวกับของจริง…มันไม่ใช่แค่ผ้าธรรมดา แต่มันคืองานศิลปะ คือสิ่งที่นางสร้างขึ้นมาจากหัวใจและสองมือ‘ศักดิ์ศรีของข้าไม่ได้มีไว้ให้ท่านใช้เงินฟาดหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า!’คำพูดของนางยังคงดังก้องอยู่ในหัวของเขา ในวินาทีนั้นเอง หลินหวินจื่อก็ได้ตระหนักรู้อย่างชัดเจน…ว่านางแตกต่างจากสตรีทุกคนที่เขาเคยพบเจอมาโดยสิ้นเชิง นางไม่ได้อ่อนหวานว่าง่าย ไม่ได้ทำตัวบอบบางน่าทะนุถนอม แต่กลับมีความแข็งแกร่ง ความทระนงองอาจ และความภาคภูมิใจในฝีมือของตนเองอย่างเต็มเปี่ยมความรู้สึกรำคาญใจที่เคยมีต่อ “สตรีชาวบ้านปากร้าย” ผู้นี้…บัดนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกทึ่งและความสนใจอย่างลึกซึ้งโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัวเขาเดินไปที่หน้าต่าง มองลอดผ่านรั้วไม้ไผ่ไปยังกระท่อมข้างๆ เห็นนางกำลังนั่งทำงานอยู่หน้ากี่ทอผ้าด้วยท่าทีที่สงบนิ่งและมุ่งมั่น ภาพของสตรีร่างเล็กที่กำลังต่อสู้กับโชคชะตาด้วยสองมือของตนเองอย่างไม่ยอมแพ้…มันช่างเป็นภาพที่สลักลึกลงไปในหัวใจของแม่ทัพหนุ่มหลายวันผ่านไปหลังจากเหตุการณ์ผ้าไหมล่มสลายครั้งที่สอง บรรยากาศระหว่างกระท่

  • แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ   ก้าวแรกแห่งความหวัง

    ตลาดเช้าของหมู่บ้านชิงเหอไม่ได้ใหญ่โตหรือหรูหราเหมือนในเมืองหลวง มันเป็นเพียงลานดินกว้างๆ ที่อัดแน่นไปด้วยชีวิตและเสียงจอแจชาวบ้านนำของมาวางขายกันอย่างเรียบง่ายใต้ร่มเงาของต้นไทรใหญ่ เสียงตะโกนเรียกลูกค้า เสียงต่อรองราคา และเสียงพูดคุยทักทายดังผสมปนเปกันไปจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ กลิ่นหมั่นโถวร้อนๆ จาก

  • แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ   หนทางของนาง

    นางยังซื้อผ้าฝ้ายเนื้อหยาบราคาถูกมาตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าชุดใหม่ที่สะอาดสะอ้านและพอดีตัวกว่าเดิม แม้จะยังดูเรียบง่าย แต่ก็ทำให้นางดูไม่ซอมซ่อเหมือนตอนที่มาถึงวันแรก“นี่แน่ะ! ค่าแรงของเจ้า” ป้าหยางอวี้โยนถุงเงินเล็กๆ ลงตรงหน้านางหลังจากที่นางเพิ่งจะปักลายดอกไม้เล็

  • แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ   ร้านปะผ้า

    มันเป็นความรู้สึกที่คุ้นเคยและปลอบประโลมใจอย่างประหลาด ราวกับได้พบพานสหายเก่าที่พลัดพรากจากกันไปนานนางไม่ได้หลับเลยทั้งคืน แต่กลับไม่รู้สึกเหนื่อยล้าแม้แต่น้อย ในที่สุด เมื่องานชิ้นสุดท้ายเสร็จสิ้นลง เสื้อตัวนั้นก็ถูกวางพาดไว้อย่างดี รอยขาดเป็นทางยาวหายไปอย่างไร้ร่องรอย หากไม่สังเกตอย่างละเอียดถี่

  • แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ   ฝีเข็มพิสูจน์ ฝีมือ

    วันแรกผ่านไปอย่างเงียบเชียบ กระท่อมเล็กยังคงไร้เงาผู้คน ชุนเซียงนั่งอยู่ตรงธรณีประตู ละสายตาจากเข็มด้ายบ่อยครั้ง วิ่งออกไปชะโงกมองทางเดินดินที่ทอดผ่านหน้าบ้านอยู่เนือง ๆ หัวใจเต้นแรงทุกคราที่ได้ยินเสียงฝีเท้าหรือเสียงเกวียนคลอนผ่าน แต่ท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status