Share

ร้านปะผ้า

last update publish date: 2026-04-13 20:57:12

มันเป็นความรู้สึกที่คุ้นเคยและปลอบประโลมใจอย่างประหลาด ราวกับได้พบพานสหายเก่าที่พลัดพรากจากกันไปนาน

นางไม่ได้หลับเลยทั้งคืน แต่กลับไม่รู้สึกเหนื่อยล้าแม้แต่น้อย ในที่สุด เมื่องานชิ้นสุดท้ายเสร็จสิ้นลง เสื้อตัวนั้นก็ถูกวางพาดไว้อย่างดี รอยขาดเป็นทางยาวหายไปอย่างไร้ร่องรอย หากไม่สังเกตอย่างละเอียดถี่ถ้วน ก็จะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเสื้อตัวนี้เคยชำรุดมาก่อน นี่คือฝีมือของทายาทตระกูลซูโดยแท้จริง

เช้าตรู่วันนั้น ป้าหยางอวี้ก็กลับมาทวงของตามสัญญา ท่าทางของนางยังคงแฝงแววไม่เชื่อถืออยู่เจือจาง

"เสร็จแล้วรึแม่นางตัวน้อย อย่าบอกนะว่าเจ้าแค่เย็บลวกๆ พอให้ข้าตายใจ"

ชุนเซียงไม่ตอบโต้อะไร เพียงยื่นเสื้อที่พับไว้อย่างดีส่งให้ ป้าหยางอวี้รับมาคลี่ออกอย่างรวดเร็ว ดวงตาของนางกวาดหา "แผลเป็น" ของเสื้อตัวเก่ง...แต่นางกลับหามันไม่พบ

"นี่...นี่เจ้าเอาตัวใหม่มาให้ข้ารึ!"

นางอุทานออกมา พลิกเสื้อกลับไปกลับมาอย่างไม่อยากเชื่อสายตา นางลูบไปตรงตำแหน่งที่เคยขาด เนื้อผ้าเรียบสนิทเป็นเนื้อเดียวกันอย่างน่าอัศจรรย์                                 

"สวรรค์! เจ้าทำได้อย่างไรกัน"

ชุนเซียงยิ้มบางๆ                                               

"ข้าเพียงแค่ทำตามที่ตกลงกันไว้เจ้าค่ะท่านป้า"

ป้าหยางอวี้ยืนตะลึงอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะยอมรับความพ่ายแพ้อย่างหมดจด นางหยิบเหรียญทองแดงห้าอีแปะออกจากถุงผ้า ส่งให้ชุนเซียงอย่างจำนน                 

"ฝีมือเจ้า...ยอดเยี่ยมจริงๆ ข้ายอมรับ"                   

แม้จะจ่ายเงิน แต่แววตาของนางกลับเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น นางได้เรื่องใหม่ไปเล่าให้คนทั้งหมู่บ้านฟังแล้ว!

เมื่อชุนเซียงกำเหรียญทองแดงห้าอีแปะไว้ในมือ ความรู้สึกตื้นตันก็แล่นพล่านขึ้นมาจับใจ นี่คือเงินก้อนแรกที่นางหามาได้ด้วยวิชาความรู้ของตระกูลในดินแดนแห่งใหม่แห่งนี้

สี่ปีที่ผ่านมา...นับตั้งแต่ตระกูลล่มสลาย การแต่งงานที่น่าอดสูและจบลงด้วยการหย่าร้างตั้งแต่อายุสิบหกปี                                                                     

นางผ่านความลำบากมานับไม่ถ้วน เคยเป็นทั้งสาวใช้ในโรงครัว ล้างจานจนมือเปื่อย รับจ้างแบกของในตลาดจนบ่าแทบทรุด ทำทุกอย่างที่สุจริตชนจะทำได้เพื่อประทังชีวิต                                                       

ความเป็นคุณหนูซูเหยียนหรูถูกฝังกลบไปพร้อมกับศักดิ์ศรีที่แหลกสลาย เหลือเพียงหญิงสาวธรรมดาที่ด้านชากับความทุกข์ยาก

แต่วันนี้การได้กลับมาจับงานผ้าอีกครั้ง มันเหมือนการได้ต่อชีวิตและตัวตนของนางกลับคืนมา

ข่าวลือเรื่อง “เด็กสาวหน้าใหม่ผู้มีฝีเข็มดุจเทพเซียน” แพร่กระจายไปทั่วหมู่บ้านชิงเหออย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง แน่นอนว่าเป็นผลงานการกระจายข่าวชั้นเยี่ยมของป้าหยางอวี้ ที่แม้ปากจะบ่นอุบอิบเรื่องราคา แต่กลับอดไม่ได้ที่จะอวดแขนเสื้อที่ถูกซ่อมแซมจนเรียบเนียนสนิทราวกับของใหม่ให้ใครต่อใครได้ดู

เพียงไม่กี่วัน ป้าย "รับปะชุนเสื้อผ้า" หน้ากระท่อมของชุนเซียงก็เริ่มแสดงผล ลูกค้าคนแรกๆ คือเหล่าสตรีที่ได้ยินข่าวจากป้าหยางอวี้ พวกนางเดินทางมาถึงกระท่อมท้ายหมู่บ้านด้วยความสงสัย แต่เมื่อได้เห็นผลงานที่เสร็จสิ้นกลับไป ก็ได้นำเรื่องราวฝีมืออันน่าทึ่งของนางไปบอกเล่าต่อกันปากต่อปาก

กระท่อมที่เคยเงียบเหงา บัดนี้จึงเริ่มมีผู้คนแวะเวียนมาไม่ขาดสาย ชุนเซียงมักจะนำโต๊ะไม้ขาโยกเยกตัวเก่าออกมาตั้งไว้หน้ากระท่อมเป็นที่ทำงาน บรรยากาศรอบๆ แม้จะไม่จอแจเท่าตลาด แต่ก็เต็มไปด้วยเสียงพูดคุยของเหล่าสตรีที่นำเสื้อผ้ามาซ่อมแซม

สองมือของนางขยับเข็มอย่างคล่องแคล่วไม่หยุดพัก

แม่นางซุนเซียง! ช่วยดูเสื้อของลูกชายข้าหน่อยเถิด ซนนัก วิ่งหกล้มจนเข่าขาดเป็นรูเบ้อเริ่มเลย!”

สตรีนางหนึ่งยื่นกางเกงตัวเล็กๆ ส่งให้นาง ชุนเซียงรับมาพินิจดูด้วยรอยยิ้มบางๆ          

“ได้เจ้าค่ะคุณป้า รอยขาดแค่นี้ ข้าจะปะให้เนียนสนิทจนหาไม่เจอเลยเจ้าค่ะ”

ฝีมืออันประณีตของนางเป็นที่เลื่องลือจนสตรีในหมู่บ้านต่างพากันมาเข้าคิวรอใช้บริการไม่ขาดสาย รายได้ของนางเริ่มมั่นคงขึ้น จากที่เคยต้องกังวลเรื่องอาหารมื้อต่อไป บัดนี้นางมีเงินพอที่จะซื้อข้าวสารเก็บไว้ได้ทีละหลายๆ วัน มีเงินพอที่จะซื้อเกลือ น้ำมัน และผักดองมาติดครัวไว้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ   พายุอารมณ์ข้างรั้ว

    ภาพของชุนเซียงที่กำลังส่งยิ้มและสนทนากับบัณฑิตหนุ่มรูปงามอย่างออกรส...มันเป็นภาพที่ทิ่มแทงสายตาของหลินหวินจื่ออย่างรุนแรง เขายืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตูเรือนของตนเอง ความรู้สึกร้อนรุ่มที่ไม่คุ้นเคยบางอย่างได้ก่อตัวขึ้นในอกอย่างรวดเร็ว เหตุใดนางจึงต้องยิ้มให้บุรุษผู้นั้นด้วยรอยยิ้มเช่นนั้นด้วย? เขาถามตัวเองในใจ รอยยิ้มที่สดใสและจริงใจ...อย่างที่เขาไม่เคยได้รับมาก่อนเขาบอกกับตัวเองว่ามันเป็นเพียงความหงุดหงิด…ความรำคาญใจที่ความสงบของเขาถูกรบกวน แต่ลึกลงไปในใจ เขารู้ดีว่ามันคือความรู้สึกอื่น…ความรู้สึกที่ไม่น่าพึงพอใจอย่างยิ่งเมื่อเห็นสตรีข้างบ้านของตนเองกำลังสนิทสนมกับบุรุษอื่น เขาหมุนตัวกลับอย่างรวดเร็ว เดินตรงไปยังกลางลานบ้านแล้วชักกระบี่คู่ใจออกมา! ฟุ่บ! ฟุ่บ! เคร้ง! เสียงโลหะกระทบกันและเสียงลมหวีดหวิวดังขึ้นอย่างรุนแรงจากเรือนข้างๆ เสียงนั้นไม่ได้สงบนิ่งและมั่นคงเหมือนทุกครั้ง แต่กลับเต็มไปด้วยความดุดันและเกรี้ยวกราด ทุกท่วงท่าที่ฟาดฟันออกไปราวกับจะฉีกกระชากอากาศให้ขาดเป็นชิ้นๆ เสียงกระบี่ที่เคยน่าเกรงขาม บัดนี้กลับแฝงไปด้วยไอสังหารจนน่าขนลุก เสียงอึกทึกนั้นทำให้บทสนทนาที่กำลังเพลิ

  • แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ   การปรากฏตัวของคุณชายสวี

    หลายสัปดาห์ผ่านไป หมู่บ้านชิงเหอได้กลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง แต่เป็นความสงบสุขที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ กองทหารฝีมือดีที่แม่ทัพหลินเรียกมาได้ทำการ "ล้างภูเขา" กวาดล้างโจรป่าจนสิ้นซาก สร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้แก่ชาวบ้านอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แม้จะไม่มีใครรู้ว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังปฏิบัติการครั้งนี้ แต่ทุกคนก็รู้สึกขอบคุณในความช่วยเหลือจากเบื้องบนชีวิตในกระท่อมท้ายหมู่บ้านของชุนเซียงก็กลับมาดำเนินไปอย่างราบรื่นอีกครั้ง กิจการของนางไม่ได้หยุดชะงักลงเพราะเหตุการณ์ร้าย แต่กลับรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไปอีก! ข่าวเรื่องฝีมือการย้อมผ้าและปักผ้าอันน่าทึ่งของนาง ประกอบกับวีรกรรม (ที่ถูกแต่งเติมสีสันโดยป้าหยางอวี้) ในคืนนั้น ทำให้ชื่อเสียงของ "แม่นางชุนเซียง" ขจรไกลไปจนถึงเมืองข้างเคียงกระท่อมเล็กๆ ที่เคยซอมซ่อ บัดนี้กลายเป็นโรงทอผ้าขนาดย่อมที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา ชุนเซียงตัดสินใจจ้างสตรีในหมู่บ้านอีกสองสามคนมาเป็นลูกมือ ช่วยในงานที่ไม่ซับซ้อนนัก ส่วนนางกับอาเหมยจะรับผิดชอบในส่วนที่ต้องใช้ฝีมือชั้นสูง “พี่ชุนเซียง! ท่านดูสิเจ้าคะ! นี่คือรายรับของเดือนนี้!” อาเหมยยื่นสมุดบั

  • แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ   สงครามเย็นที่อบอุ่น

    แต่แล้ว…บรรยากาศอันเงียบงันและซาบซึ้งนั้นก็ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิงด้วยเสียงแหลมๆ ที่ดังขึ้นจากหน้าประตู!“ว๊าย! ตาเถร! ข้ามาเห็นอะไรเอาตอนนี้นะ!”ป้าหยางอวี้นั่นเอง! นางยืนเท้าสะเอวอยู่ที่หน้าประตู ดวงตาคู่เล็กเป็นประกายระยิบระยับราวกับเจอขุมทรัพย์ นางมาที่นี่โดยอ้างว่าจะมาเยี่ยมเยียนผู้ประสบภัย แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือการสอดแนมหาข่าวใหม่ๆ ต่างหาก!นางกวาดตามองภาพตรงหน้า…ชุนเซียงที่อยู่ในชุดนอน ซึ่งเป็นชุดสะอาดที่อาเหมยหามาให้เปลี่ยน ยืนหน้าแดงก่ำอยู่ไม่ห่างจากคุณชายหลินที่กำลังเปลือยท่อนแขนที่มีผ้าพันแผลสดๆ ใหม่ๆ! สวรรค์! นี่มันเรื่องอะไรกัน! นางมาอยู่ที่เรือนของเขาได้อย่างไร! แถมยังมาทำแผลให้อย่างใกล้ชิดสนิทสนมกันถึงเพียงนี้!“เอ่อ…ท่านป้าหยางอวี้…” ชุนเซียงพยายามจะอธิบาย “คือว่า…”“ไม่ต้องพูดอะไรแล้วแม่นางชุนเซียง!”ป้าหยางอวี้ยกมือขึ้นห้าม ปากก็ยิ้มกว้างจนแก้มแทบปริ “ข้าเข้าใจ! ข้าเข้าใจทุกอย่างแล้ว! แหม…ไม่น่าแปลกใจเลยว่าเหตุใดคุณชายหลินถึงได้ต่อสู้กับโจรป่าอย่างไม่คิดชีวิตถึงเพียงนั้น ที่แท้ก็เพื่อปกป้องแม่หญิงในดวงใจนี่

  • แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ   บาดแผลและความห่วงใย

    รุ่งอรุณของวันใหม่มาถึงพร้อมกับความโกลาหล หมู่บ้านชิงเหอค่อยๆ ฟื้นคืนจากฝันร้ายในค่ำคืนที่ผ่านมา ชาวบ้านต่างออกมาช่วยกันซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหายและดูแลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ เสียงร้องไห้ยังคงดังแว่วมาเป็นระยะ แต่ก็แฝงไปด้วยความโล่งใจที่รอดชีวิตมาได้ภายในเรือนพักของหลินหวินจื่อ บรรยากาศกลับเงียบสงบอย่างน่าประหลาด อาเหมยคอยดูแลเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ชุนเซียงอย่างใกล้ชิด ส่วนตัวชุนเซียงนั้น แม้ร่างกายจะยังคงอ่อนเพลีย แต่จิตใจกลับสงบลงมากอย่างน่าประหลาด คำสัญญาที่หนักแน่นดุจขุนเขาของบุรุษผู้หนึ่งได้กลายเป็นเกราะป้องกันความหวาดกลัวในใจของนางนางนั่งพิงหัวเตียงเงียบๆ สายตาทอดมองออกไปยังโถงด้านนอก ที่ซึ่งหลินหวินจื่อกำลังยืนสั่งการเว่ยฉีและกลุ่มชายฉกรรจ์ในหมู่บ้านให้จัดเวรยามและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างแข็งขัน ทุกท่วงท่าของเขาเต็มไปด้วยอำนาจและความน่าเกรงขาม“พี่ชุนเซียง” อาเหมยกระซิบเบาๆ “ดูแขนของคุณชายหลินสิเจ้าคะ!”ชุนเซียงมองตามสายตาของเพื่อนรักไป ก็เห็นรอยดาบยาวบนแขนเสื้อข้างหนึ่งของหลินหวินจื่อซึ่งบัดนี้มีเลือดสีเข้ม

  • แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ   บาดแผลและคำสัญญา

    อ้อมแขนที่แข็งแกร่งราวกับคีมเหล็กของหลินหวินจื่อประคองร่างอันไร้สติของชุนเซียงไว้แน่น ความโกรธแค้นและความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่ใจของเขาราวกับคลื่นพายุ เขากวาดสายตามองสภาพกระท่อมที่พังยับเยิน ก่อนจะตัดสินใจในเสี้ยววินาทีเขาช้อนร่างของนางขึ้นในท่าอุ้มแล้วก้าวเดินอย่างมั่นคง มุ่งตรงไปยังเรือนพักของตนเองโดยไม่ลังเล เขาไม่สามารถทิ้งนางไว้ในสถานที่อันน่าสะพรึงกลัวนี้ได้อีกต่อไปเมื่อมาถึงเรือน เว่ยฉีซึ่งจัดการโจรในบริเวณนั้นเสร็จแล้วก็รีบตามเข้ามา “นายท่าน!”หลินหวินจื่อวางร่างของชุนเซียงลงบนเตียงนอนของตนเองอย่างแผ่วเบาที่สุด แสงตะเกียงส่องให้เห็นรอยฟกช้ำและรอยขีดข่วนบนผิวของนางชัดเจน ภาพนั้นบีบคั้นหัวใจของเขายิ่งกว่าการเห็นทหารนับร้อยล้มตายในสนามรบ“ไปตามท่านย่าฉิน หมอหญิงท้ายหมู่บ้านมา!” เขาสั่งเสียงกร้าว “และที่สำคัญที่สุด... ไปตามหาแม่นางอาเหมยให้พบ! พลิกแผ่นดินหาก็ต้องหาให้เจอ!”เว่ยฉีรับคำสั่งแล้วรีบวิ่งออกไปทันที ทิ้งให้หลินหวินจื่ออยู่กับชุนเซียงตามลำพังในห้อง เขาทรุดตัวลงนั่งข้างเตียง ค่อยๆ ใช้ปลายนิ้วเก

  • แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ   นางเป็นใครกันแน่

    เขานึกย้อนไปถึงผ้าไหมผืนนั้น…สีเขียวหยกที่งดงามราวกับมีชีวิต…ลวดลายคลื่นน้ำที่พลิ้วไหวราวกับของจริง…มันไม่ใช่แค่ผ้าธรรมดา แต่มันคืองานศิลปะ คือสิ่งที่นางสร้างขึ้นมาจากหัวใจและสองมือ‘ศักดิ์ศรีของข้าไม่ได้มีไว้ให้ท่านใช้เงินฟาดหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า!’คำพูดของนางยังคงดังก้องอยู่ในหัวของเขา ในวินาทีนั้นเอง หลินหวินจื่อก็ได้ตระหนักรู้อย่างชัดเจน…ว่านางแตกต่างจากสตรีทุกคนที่เขาเคยพบเจอมาโดยสิ้นเชิง นางไม่ได้อ่อนหวานว่าง่าย ไม่ได้ทำตัวบอบบางน่าทะนุถนอม แต่กลับมีความแข็งแกร่ง ความทระนงองอาจ และความภาคภูมิใจในฝีมือของตนเองอย่างเต็มเปี่ยมความรู้สึกรำคาญใจที่เคยมีต่อ “สตรีชาวบ้านปากร้าย” ผู้นี้…บัดนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกทึ่งและความสนใจอย่างลึกซึ้งโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัวเขาเดินไปที่หน้าต่าง มองลอดผ่านรั้วไม้ไผ่ไปยังกระท่อมข้างๆ เห็นนางกำลังนั่งทำงานอยู่หน้ากี่ทอผ้าด้วยท่าทีที่สงบนิ่งและมุ่งมั่น ภาพของสตรีร่างเล็กที่กำลังต่อสู้กับโชคชะตาด้วยสองมือของตนเองอย่างไม่ยอมแพ้…มันช่างเป็นภาพที่สลักลึกลงไปในหัวใจของแม่ทัพหนุ่มหลายวันผ่านไปหลังจากเหตุการณ์ผ้าไหมล่มสลายครั้งที่สอง บรรยากาศระหว่างกระท่

  • แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ   ตั้งหลักสร้างตัวตนใหม่

    เย็นวันนั้น ชุนเซียงก็ได้มายืนอยู่หน้ากระท่อมหลังเล็กที่อยู่ท้ายหมู่บ้านสมใจ มันเก่าและโทรมยิ่งกว่าที่คุณย่าโจวบอกไว้เสียอีก หลังคาที่มุงด้วยฟางมีรูโหว่ให้เห็นแสงตะวันรำไร ประตูไม้ผุพังจนบานพับหลุดไปข้างหนึ่ง ต้องใช้ไม้ค้ำยันไว้จึงจะปิดได้ ผนังดินมีรอยร้าวและคราบน้ำฝนอยู่ทั่วไปหมดนางสูดหายใจเข้าลึ

  • แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ   หมู่บ้านชิงเหอ

    กลิ่นดิน กลิ่นใบหม่อน และกลิ่นควันจางๆ จากเตาไฟลอยมาปะทะจมูก มันเป็นกลิ่นของชีวิตที่เรียบง่ายและสงบสุขอย่างที่นางไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนชุนเซียงเดินผ่านชาวบ้านที่กำลังทำงานในไร่นา พวกเขามองมายังนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยระคนระแวงในคนแปลกหน้า ก่อนจะหันไปกระซิบกระซาบกันเสียงเบานางเดินมาจนถึงใ

  • แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ   กำเนิดชีวิตให้ม่

    ณ ท้องพระโรงยามวิกาล...เปลวเทียนบนเชิงเทียนรูปมังกรสั่นไหวไปมา สร้างเงาตะคุ่มน่าเกรงขามไปทั่วทั้งห้องโถงอันโอ่อ่า องค์จักรพรรดิในชุดลำลองผ้าไหมสีดำสนิทประทับนิ่งอยู่บนบัลลังก์มังกร พระหัตถ์ข้างหนึ่งกำลังลูบไล้หยกเย็นเฉียบที่เท้าแขนอย่างเชื่องช้า พระเนตรที่เคยคมปลาบดุจพญาเหยี่ยว บัดนี้ทอประกายครุ่

  • แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ   งานแต่งอัปยศ

    หนึ่งเดือนผ่านไปจวนตระกูลซูถูกประดับประดาด้วยผ้าไหมสีชาดและโคมไฟมงคลนับร้อย ชาวเมืองลือกันว่าพิธีสมรสครั้งนี้ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบสิบปีเหยียนหรูนั่งสงบนิ่งอยู่ในห้องแต่งตัว ร่างงามสะคราญในชุดเจ้าสาวสีแดงสดปักลายหงส์คู่มังกรด้วยดิ้นทอง อาภรณ์หนักอึ้งกดทับบ่าเล็กจนแทบยกไม่ขึ้น ศีรษะคลุมด้วยผ้าปักไหม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status