แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ

แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ

last updateDernière mise à jour : 2026-05-12
Par:  พลอยชนาEn cours
Langue: Thai
goodnovel12goodnovel
Notes insuffisantes
31Chapitres
284Vues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

เรื่องราวของ ซูเหยียนหรู คุณหนูตระกูลใหญ่ที่ตกอับเพราะครอบครัวถูกใส่ร้าย ต้องหนีตายไปซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านชนบทภายใต้ชื่อใหม่ว่า ชุนเซียง นางกัดฟันสู้ชีวิตโดยใช้พรสวรรค์ด้านการทอผ้าและย้อมสีเพื่อเอาตัวรอด แต่โชคชะตากลับเล่นตลก เมื่อ หลินหวินจื่อ แม่ทัพใหญ่ผู้เป็นสวามีที่ทิ้งนางไปตั้งแต่วันเข้าหอ ถูกส่งมารักษาอาการบาดเจ็บและพักฟื้นที่บ้านหลังติดกัน จากคู่กัดข้างรั้วที่ปะทะคารมกันไม่เว้นวัน ชายหนุ่มกลับเริ่มหลงเสน่ห์และคอยออกหน้าปกป้องแม่หญิงชาวบ้านปากร้ายคนนี้จากศัตรูทางการค้า โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่านางคือฮูหยินที่เขาได้รับคำสั่งให้ตามหา กลายเป็นเรื่องราวความรักที่ค่อยๆ ถักทอขึ้นใหม่ท่ามกลางความลับ การชิงไหวชิงพริบ และการร่วมกันต่อสู้เพื่อทวงคืนความยุติธรรม

Voir plus

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
31
ปฐมบทแห่งชะตาที่พลิกผัน
กลิ่นหอมสะอาดของใบหม่อนสดผสมกับกลิ่นดินจางๆ จากสีย้อมธรรมชาติลอยอวลไปทั่ว "หอสุ่ยเซียน" เรือนทำงานริมสระบัวอันเป็นหัวใจของจวนตระกูลซู เสียงกี่กระตุกไม้ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอราวกับเสียงดนตรีขับกล่อม บรรยากาศทั้งหมดอบอวลไปด้วยความสงบสุขและความภาคภูมิใจซูเหยียนหรูในวัยสิบหกปีบริบูรณ์กำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะไม้จันทน์ขัดมัน นางไม่ได้จับพู่กันเขียนบทกวีเช่นคุณหนูตระกูลอื่น แต่ในมือนางคือพู่กันถ่านที่กำลังตวัดวาดลวดลาย "ผีเสื้อหยอกโบตั๋น" ลงบนกระดาษซวนจื่อเนื้อดีอย่างคล่องแคล่ว ปลายนิ้วเรียวงามของนางเคลื่อนไหวอย่างมั่นคงทว่าอ่อนช้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายสดใสจดจ่ออยู่กับผลงานเบื้องหน้าอย่างมุ่งมั่น“ลวดลายเส้นสายของเจ้าเฉียบคมขึ้นมากนะ เหยียนหรู”เสียงอ่อนโยนของผู้เป็นมารดาดังขึ้นจากด้านหลัง คุณนายซูนั่งลงข้างบุตรสาวอย่างแช่มช้อย แม้นางจะมีสุขภาพที่ไม่แข็งแรงนักจนใบหน้าดูซีดเซียวอยู่เสมอ แต่รอยยิ้มและแววตาที่มองบุตรสาวนั้นกลับเปี่ยมไปด้วยความรักและความภาคภูมิใจอย่างปิดไม่มิด“ท่านแม่ ท่านดูสิเจ้าคะ ข้าลองเปลี่ยนองศาของปีกผีเสื้อให้ดูราวกับกำลังต้องลมจริงๆ”เหยียนหรูอธิบายอย่างกระตือรือร้นคุณนาย
Read More
งานแต่งอัปยศ
หนึ่งเดือนผ่านไปจวนตระกูลซูถูกประดับประดาด้วยผ้าไหมสีชาดและโคมไฟมงคลนับร้อย ชาวเมืองลือกันว่าพิธีสมรสครั้งนี้ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบสิบปีเหยียนหรูนั่งสงบนิ่งอยู่ในห้องแต่งตัว ร่างงามสะคราญในชุดเจ้าสาวสีแดงสดปักลายหงส์คู่มังกรด้วยดิ้นทอง อาภรณ์หนักอึ้งกดทับบ่าเล็กจนแทบยกไม่ขึ้น ศีรษะคลุมด้วยผ้าปักไหมแดงที่ปิดบังใบหน้างามไว้ แต่แววตาที่ซ่อนอยู่ข้างใต้กลับพร่าเลือนและว่างเปล่าเสียงฆ้องกลองจากหน้าจวนเงียบงันผิดปกติ แขกเหรื่อที่มาร่วมพิธีต่างเริ่มกระซิบกระซาบ ฤกษ์มงคลที่กำหนดไว้ได้ล่วงเลยไปทีละชั่วยาม แต่ขบวนขันหมากของจวนแม่ทัพยังไม่มาถึงนางถูกประคองออกไปยังเกี้ยวที่ตั้งรอหน้าประตูใหญ่ ทุกสายตาของแขกเหรื่อจับจ้องอย่างคาดหวัง หากแต่เกี้ยวนั้นยังคงว่างเปล่าไร้การเคลื่อนไหว ขบวนม้าศึกและกลองพิธีที่ควรจะมาส่งเสียงอึกทึก…กลับไม่มีแม้เงาความอับอายไหลซึมเข้าสู่ทุกสายตาของญาติผู้ใหญ่ ตระกูลซูถูกทิ่มแทงด้วยสายตาเย้ยหยันของผู้คนทั่วทั้งเมืองจนกระทั่ง… เสียงม้าควบเร่งฝีเท้าดังลั่นเข้ามาแทนที่ความเงียบ ทหารนายหนึ่งลงจากหลังม้า ก้มศีรษะกราบเรียนด้วยเสียงหนักแน่น“เกิดเหตุการณ์ไม่สงบที่ชายแดนเหนือ อง
Read More
กำเนิดชีวิตให้ม่
ณ ท้องพระโรงยามวิกาล...เปลวเทียนบนเชิงเทียนรูปมังกรสั่นไหวไปมา สร้างเงาตะคุ่มน่าเกรงขามไปทั่วทั้งห้องโถงอันโอ่อ่า องค์จักรพรรดิในชุดลำลองผ้าไหมสีดำสนิทประทับนิ่งอยู่บนบัลลังก์มังกร พระหัตถ์ข้างหนึ่งกำลังลูบไล้หยกเย็นเฉียบที่เท้าแขนอย่างเชื่องช้า พระเนตรที่เคยคมปลาบดุจพญาเหยี่ยว บัดนี้ทอประกายครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง“ฝ่าบาท…”กงกงชราคนสนิทก้มกายรายงานเสียงเบา“จวนตระกูลซูมอดไหม้จนหมดสิ้นแล้วพ่ะย่ะค่ะ”องค์จักรพรรดิถอนพระปัสสาสะ (ถอนหายใจ) ยาวพระสุรเสียงที่เปล่งออกมานั้นแผ่วเบา แต่แฝงไปด้วยความเยือกเย็น“ซูไท่เหวินเป็นขุนนางที่ดีและเป็นพ่อค้าที่ซื่อสัตย์ แต่ความสัตย์ซื่อเพียงอย่างเดียวมิอาจปกป้องเขาในวังวนแห่งอำนาจที่เชี่ยวกรากนี้ได้ การเสียสละของเขาในวันนี้ คือการปูทางสำหรับหมากตัวที่สำคัญกว่า”“แล้ว…บุตรีของเขาเล่าพ่ะย่ะค่ะ?” กงกงถามอย่างระมัดระวัง“นางหนีรอดไปได้...จะทรงให้คนตามหาหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”องค์จักรพรรดิแย้มพระสรวลบางๆ เป็นรอยยิ้มที่ยากจะหยั่งถึง พระองค์หยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตรัสต่อด้วยน้ำเสียงของผู้กุมกระดานหมากทั้งหมดไว้ในมือ “ส่งคนของเราคอยเฝ้าดูนางอยู่ห่างๆ อย่าให้ผู้ใดล่ว
Read More
หมู่บ้านชิงเหอ
กลิ่นดิน กลิ่นใบหม่อน และกลิ่นควันจางๆ จากเตาไฟลอยมาปะทะจมูก มันเป็นกลิ่นของชีวิตที่เรียบง่ายและสงบสุขอย่างที่นางไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนชุนเซียงเดินผ่านชาวบ้านที่กำลังทำงานในไร่นา พวกเขามองมายังนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยระคนระแวงในคนแปลกหน้า ก่อนจะหันไปกระซิบกระซาบกันเสียงเบานางเดินมาจนถึงใจกลางหมู่บ้าน ที่ซึ่งมีโรงน้ำชาเล็กๆ ตั้งอยู่ใต้ต้นไทรใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาราวกับเป็นผู้พิทักษ์ของหมู่บ้านบนโต๊ะไม้เก่าๆ สองสามตัว มีชายชรากำลังนั่งล้อมวงเล่นหมากรุกกันอย่างคร่ำเคร่ง สตรีวัยกลางคนอีกกลุ่มหนึ่งกำลังนั่งเลือกผักพลางพูดคุยเรื่องสัพเพเหระเสียงดังฟังชัด ชุนเซียงหยุดยืนอยู่หน้าร้านด้วยความลังเล ท้องของนางร้องประท้วงด้วยความหิวโหย แต่เงินอีแปะที่เหลือติดตัวอยู่เพียงน้อยนิดทำให้นางไม่กล้าที่จะใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยขณะนั้นเอง ประตูไม้ของโรงน้ำชาก็ถูกเปิดออก สตรีชราผมสีดอกเลาผู้หนึ่งเดินออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา ริ้วรอยบนใบหน้าของนางบ่งบอกถึงกาลเวลาที่ผ่านไป แต่ดวงตากลับยังคงแจ่มใสและอบอุ่น นางคือ คุณย่าโจว เจ้าของโรงน้ำชาแห่งนี้ “แม่หนู…เดินทางมาไกลคงจะเหนื่อยน่า
Read More
ตั้งหลักสร้างตัวตนใหม่
เย็นวันนั้น ชุนเซียงก็ได้มายืนอยู่หน้ากระท่อมหลังเล็กที่อยู่ท้ายหมู่บ้านสมใจ มันเก่าและโทรมยิ่งกว่าที่คุณย่าโจวบอกไว้เสียอีก หลังคาที่มุงด้วยฟางมีรูโหว่ให้เห็นแสงตะวันรำไร ประตูไม้ผุพังจนบานพับหลุดไปข้างหนึ่ง ต้องใช้ไม้ค้ำยันไว้จึงจะปิดได้ ผนังดินมีรอยร้าวและคราบน้ำฝนอยู่ทั่วไปหมดนางสูดหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นอับชื้นและฝุ่นหนาเตอะลอยออกมาปะทะจมูก แต่นางกลับไม่รู้สึกรังเกียจแม้แต่น้อย นางค่อยๆ ผลักประตูที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเข้าไป ภายในมีเพียงแคร่ไม้เก่าๆ หนึ่งตัวกับเตาดินที่มุมห้องเท่านั้น ทุกอย่างถูกปกคลุมไปด้วยหยากไย่และฝุ่นที่จับตัวหนาเป็นนิ้วสตรีอื่นอาจจะร่ำไห้เมื่อต้องเจอกับสภาพเช่นนี้ แต่สำหรับชุนเซียงแล้ว นางกลับมองไปรอบๆ ด้วยสายตาที่ค่อยๆ ทอประกายแห่งความหวังขึ้นมาทีละน้อย นางวางห่อผ้าเล็กๆ ของนางลงบนแคร่ไม้เบาๆ ราวกับเป็นการประกาศความเป็นเจ้าของนี่ไม่ใช่ห้องหับอันโอ่อ่าในจวนตระกูลซู ไม่ใช่ที่พักชั่วคราวตามโรงเตี๊ยมราคาถูก แต่นี่คือ ‘บ้าน’ แห่งแรกของนาง…บ้านที่นางจะสร้างขึ้นมาใหม่ด้วยสองมือของตนเองนางไม่ได้พักผ่อนแม้แต่น้อย แต่กลับเริ่มลงมือปัดกวาดเช็ดถูทันที นางใช้ชายแขนเสื้อเช
Read More
ฝีเข็มพิสูจน์ ฝีมือ
วันแรกผ่านไปอย่างเงียบเชียบ กระท่อมเล็กยังคงไร้เงาผู้คน ชุนเซียงนั่งอยู่ตรงธรณีประตู ละสายตาจากเข็มด้ายบ่อยครั้ง วิ่งออกไปชะโงกมองทางเดินดินที่ทอดผ่านหน้าบ้านอยู่เนือง ๆ หัวใจเต้นแรงทุกคราที่ได้ยินเสียงฝีเท้าหรือเสียงเกวียนคลอนผ่าน แต่ทุกครั้งก็เป็นเพียงชาวบ้านที่เดินเลยไปโดยไม่แลแม้ป้ายไม้เล็ก ๆ ที่เขียนว่า “รับปะชุนเสื้อผ้า”ชุนเซียงได้แต่เดินวนออกมาดูทางดินครั้งแล้วครั้งเล่า หูเงี่ยฟังทุกเสียงฝีเท้า แต่เมื่อใดที่เห็นเพียงชาวบ้านเดินเลยไปโดยไม่แลก็รู้สึกเหมือนหัวใจถูกทิ่มแทงทีละเล็กทีละน้อยระหว่างที่นั่งถอนใจอยู่นั้น เด็กชายตัวเล็กสองคนวิ่งเล่นใกล้ ๆ กระท่อม หนึ่งในนั้นสะดุดหกล้มทำให้ตุ๊กตาผ้าขาดเป็นรอย เด็กน้อยร้องไห้สะอึกสะอื้นกอดตุ๊กตาแน่นเพราะเป็นของเล่นชิ้นเดียวที่มีชุนเซียงเห็นดังนั้นก็รีบเข้าไปย่อตัวลงตรงหน้า เอื้อมมือไปรับตุ๊กตา“ไม่ต้องร้องนะเจ้าหนู พี่สาวจะช่วยซ่อมให้” น้ำเสียงอ่อนโยนและสายตาที่เต็มไปด้วยเมตตาทำให้เด็กลดเสียงสะอื้นลงนางหยิบเข็มด้ายขึ้นมาอย่างคล่องแคล่ว เย็บรอยขาดเล็ก ๆ นั้นอย่างประณีตไม่ต่า
Read More
ร้านปะผ้า
มันเป็นความรู้สึกที่คุ้นเคยและปลอบประโลมใจอย่างประหลาด ราวกับได้พบพานสหายเก่าที่พลัดพรากจากกันไปนานนางไม่ได้หลับเลยทั้งคืน แต่กลับไม่รู้สึกเหนื่อยล้าแม้แต่น้อย ในที่สุด เมื่องานชิ้นสุดท้ายเสร็จสิ้นลง เสื้อตัวนั้นก็ถูกวางพาดไว้อย่างดี รอยขาดเป็นทางยาวหายไปอย่างไร้ร่องรอย หากไม่สังเกตอย่างละเอียดถี่ถ้วน ก็จะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเสื้อตัวนี้เคยชำรุดมาก่อน นี่คือฝีมือของทายาทตระกูลซูโดยแท้จริงเช้าตรู่วันนั้น ป้าหยางอวี้ก็กลับมาทวงของตามสัญญา ท่าทางของนางยังคงแฝงแววไม่เชื่อถืออยู่เจือจาง"เสร็จแล้วรึแม่นางตัวน้อย อย่าบอกนะว่าเจ้าแค่เย็บลวกๆ พอให้ข้าตายใจ"ชุนเซียงไม่ตอบโต้อะไร เพียงยื่นเสื้อที่พับไว้อย่างดีส่งให้ ป้าหยางอวี้รับมาคลี่ออกอย่างรวดเร็ว ดวงตาของนางกวาดหา "แผลเป็น" ของเสื้อตัวเก่ง...แต่นางกลับหามันไม่พบ"นี่...นี่เจ้าเอาตัวใหม่มาให้ข้ารึ!"นางอุทานออกมา พลิกเสื้อกลับไปกลับมาอย่างไม่อยากเชื่อสายตา นางลูบไปตรงตำแหน่งที่เคยขาด เนื้อผ้าเรียบสนิทเป็นเนื้อเดียวกันอย่างน่าอัศจรรย์ "สวรรค์! เจ้าทำได้อย่างไรกัน"ชุนเซียงยิ้มบางๆ
Read More
หนทางของนาง
นางยังซื้อผ้าฝ้ายเนื้อหยาบราคาถูกมาตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าชุดใหม่ที่สะอาดสะอ้านและพอดีตัวกว่าเดิม แม้จะยังดูเรียบง่าย แต่ก็ทำให้นางดูไม่ซอมซ่อเหมือนตอนที่มาถึงวันแรก“นี่แน่ะ! ค่าแรงของเจ้า” ป้าหยางอวี้โยนถุงเงินเล็กๆ ลงตรงหน้านางหลังจากที่นางเพิ่งจะปักลายดอกไม้เล็กๆ ลงบนชายผ้าเช็ดหน้าให้เสร็จ“ฝีมือก็ดีอยู่หรอก แต่ราคาก็ยังแพงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ!”“ฝีมือของข้าย่อมคู่ควรกับราคาที่ท่านจ่ายนะเจ้าคะคุณป้า” ชุนเซียงตอบกลับอย่างนอบน้อมแต่ไม่ยอมลดราวาศอก นางเรียนรู้ที่จะรับมือกับลูกค้าขาประจำจอมขี้เหนียวแต่ก็อดที่จะมาใช้บริการไม่ได้อย่างป้าหยางอวี้ได้แล้วชีวิตของนางเริ่มดีขึ้น…แต่ในใจของชุนเซียงกลับรู้ดีว่านี่เป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น การรับจ้างปะชุนเสื้อผ้าอาจทำให้นางมีชีวิตรอดไปได้วันๆ แต่มันไม่ใช่หนทางที่จะทำให้นางสามารถ ‘สร้างชีวิต’ ขึ้นมาใหม่ได้อย่างที่ตั้งใจไว้ ทุกครั้งที่นางจรดปลายเข็มลงบนผ้าของผู้อื่น หัวใจของนางกลับโหยหาการได้สัมผัสเส้นไหม
Read More
ทางที่เลือก
นางจะไม่ใช่แค่ช่างปะชุนเสื้อผ้าอีกต่อไปแล้ว แต่นางจะเป็นผู้สร้างสรรค์ความงดงาม จะเป็นผู้ที่เปลี่ยนเส้นไหมสีขาวธรรมดาๆ เหล่านี้ให้กลายเป็นผืนผ้าหลากสีสันที่ล้ำค่าดุจงานศิลปะนางจะปลุกวิญญาณของหอผ้าซูฟางให้ฟื้นคืนขึ้นมาอีกครั้ง…ที่หมู่บ้านชิงเหอแห่งนี้เย็นวันนั้น ชุนเซียงกลับมาถึงกระท่อมพร้อมกับเงินอีแปะทั้งหมดที่นางหามาได้จากการทำงานตลอดหลายวันที่ผ่านมา นางกำถุงเงินเล็กๆ ไว้ในมือแน่น สัมผัสเย็นๆ ของเหรียญทองแดงที่เสียดสีกันอยู่ภายในให้ความรู้สึกมั่นคงอย่างประหลาด มันคือทุนรอนทั้งหมดที่นางมี คือความหวังเดียวที่จะใช้พลิกชะตาชีวิตของตนเอง คือน้ำพักน้ำแรงที่แลกมาด้วยฝีเข็มและความอดทนวันรุ่งขึ้น นางนำเงินทั้งหมดที่มีไปแลกซื้อเส้นไหมจากชาวบ้านคนหนึ่ง มันไม่ใช่เส้นไหมคุณภาพดีที่สุด แต่เป็นเส้นไหมเกรดรองที่ชาวบ้านมักจะเก็บไว้ทอใช้เองในครัวเรือนนางค่อยๆ คลี่มันออกอย่างทะนุถนอมเมื่อกลับมาถึงกระท่อม เส้นไหมนั้นหยาบกระด้างและมีสีขาวอมเหลืองไม่สม่ำเสมอ เป็นของคุณภาพต่ำที่โรงทอผ้าใหญ่ๆ ในเมืองหลวงคงโยนทิ้งไปแล้ว แต่สำหรับนางในยามนี้ มันคือสมบัติล้ำค่า คือวัตถุดิบแห่งความฝันนางหลับตาลงชั่วครู่ ภา
Read More
ก้าวแรกแห่งความหวัง
ตลาดเช้าของหมู่บ้านชิงเหอไม่ได้ใหญ่โตหรือหรูหราเหมือนในเมืองหลวง มันเป็นเพียงลานดินกว้างๆ ที่อัดแน่นไปด้วยชีวิตและเสียงจอแจชาวบ้านนำของมาวางขายกันอย่างเรียบง่ายใต้ร่มเงาของต้นไทรใหญ่ เสียงตะโกนเรียกลูกค้า เสียงต่อรองราคา และเสียงพูดคุยทักทายดังผสมปนเปกันไปจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ กลิ่นหมั่นโถวร้อนๆ จากร้านของลุงหวังโชยมาปะทะกับกลิ่นคาวปลาสดๆ และกลิ่นดินชื้นๆ ของหัวไชเท้าที่เพิ่งถอนขึ้นมาใหม่ชุนเซียงในชุดผ้าป่านสีซีดเดินแทรกตัวไปในฝูงชนอย่างเงียบเชียบ นี่เป็นครั้งแรกที่นางจะมาตั้งแผงขายของด้วยตนเอง ในอดีต นางเคยมาเดินตลาดในเมืองหลวงกับบ่าวไพร่เพื่อเลือกซื้อของที่ดีที่สุด แต่ในวันนี้...สถานะของนางกลับตาลปัตรอย่างสิ้นเชิง นางคือผู้ขาย คือคนที่ต้องหาทำเลเล็กๆ เพื่อวางสินค้าเพียงชิ้นเดียวของตนเองความรู้สึกประหม่าและไม่คุ้นเคยทำให้นางเดินวนอยู่หลายรอบ ทุกสายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความสงสัยระคนไม่ไว้ใจ นางเป็นคนแปลกหน้า...เป็นผู้บุกรุกเข้ามาในพื้นที่ทำกินของพวกเขา ในที่สุดนางก็เลือกมุมเล็กๆ ใต้ต้นไทรใหญ่ที่พอจะมีร
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status