Se connecterเรื่องราวของ ซูเหยียนหรู คุณหนูตระกูลใหญ่ที่ตกอับเพราะครอบครัวถูกใส่ร้าย ต้องหนีตายไปซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านชนบทภายใต้ชื่อใหม่ว่า ชุนเซียง นางกัดฟันสู้ชีวิตโดยใช้พรสวรรค์ด้านการทอผ้าและย้อมสีเพื่อเอาตัวรอด แต่โชคชะตากลับเล่นตลก เมื่อ หลินหวินจื่อ แม่ทัพใหญ่ผู้เป็นสวามีที่ทิ้งนางไปตั้งแต่วันเข้าหอ ถูกส่งมารักษาอาการบาดเจ็บและพักฟื้นที่บ้านหลังติดกัน จากคู่กัดข้างรั้วที่ปะทะคารมกันไม่เว้นวัน ชายหนุ่มกลับเริ่มหลงเสน่ห์และคอยออกหน้าปกป้องแม่หญิงชาวบ้านปากร้ายคนนี้จากศัตรูทางการค้า โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่านางคือฮูหยินที่เขาได้รับคำสั่งให้ตามหา กลายเป็นเรื่องราวความรักที่ค่อยๆ ถักทอขึ้นใหม่ท่ามกลางความลับ การชิงไหวชิงพริบ และการร่วมกันต่อสู้เพื่อทวงคืนความยุติธรรม
Voir plusภาพของชุนเซียงที่กำลังส่งยิ้มและสนทนากับบัณฑิตหนุ่มรูปงามอย่างออกรส...มันเป็นภาพที่ทิ่มแทงสายตาของหลินหวินจื่ออย่างรุนแรง เขายืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตูเรือนของตนเอง ความรู้สึกร้อนรุ่มที่ไม่คุ้นเคยบางอย่างได้ก่อตัวขึ้นในอกอย่างรวดเร็ว เหตุใดนางจึงต้องยิ้มให้บุรุษผู้นั้นด้วยรอยยิ้มเช่นนั้นด้วย? เขาถามตัวเองในใจ รอยยิ้มที่สดใสและจริงใจ...อย่างที่เขาไม่เคยได้รับมาก่อนเขาบอกกับตัวเองว่ามันเป็นเพียงความหงุดหงิด…ความรำคาญใจที่ความสงบของเขาถูกรบกวน แต่ลึกลงไปในใจ เขารู้ดีว่ามันคือความรู้สึกอื่น…ความรู้สึกที่ไม่น่าพึงพอใจอย่างยิ่งเมื่อเห็นสตรีข้างบ้านของตนเองกำลังสนิทสนมกับบุรุษอื่น เขาหมุนตัวกลับอย่างรวดเร็ว เดินตรงไปยังกลางลานบ้านแล้วชักกระบี่คู่ใจออกมา! ฟุ่บ! ฟุ่บ! เคร้ง! เสียงโลหะกระทบกันและเสียงลมหวีดหวิวดังขึ้นอย่างรุนแรงจากเรือนข้างๆ เสียงนั้นไม่ได้สงบนิ่งและมั่นคงเหมือนทุกครั้ง แต่กลับเต็มไปด้วยความดุดันและเกรี้ยวกราด ทุกท่วงท่าที่ฟาดฟันออกไปราวกับจะฉีกกระชากอากาศให้ขาดเป็นชิ้นๆ เสียงกระบี่ที่เคยน่าเกรงขาม บัดนี้กลับแฝงไปด้วยไอสังหารจนน่าขนลุก เสียงอึกทึกนั้นทำให้บทสนทนาที่กำลังเพลิ
หลายสัปดาห์ผ่านไป หมู่บ้านชิงเหอได้กลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง แต่เป็นความสงบสุขที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ กองทหารฝีมือดีที่แม่ทัพหลินเรียกมาได้ทำการ "ล้างภูเขา" กวาดล้างโจรป่าจนสิ้นซาก สร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้แก่ชาวบ้านอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แม้จะไม่มีใครรู้ว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังปฏิบัติการครั้งนี้ แต่ทุกคนก็รู้สึกขอบคุณในความช่วยเหลือจากเบื้องบนชีวิตในกระท่อมท้ายหมู่บ้านของชุนเซียงก็กลับมาดำเนินไปอย่างราบรื่นอีกครั้ง กิจการของนางไม่ได้หยุดชะงักลงเพราะเหตุการณ์ร้าย แต่กลับรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไปอีก! ข่าวเรื่องฝีมือการย้อมผ้าและปักผ้าอันน่าทึ่งของนาง ประกอบกับวีรกรรม (ที่ถูกแต่งเติมสีสันโดยป้าหยางอวี้) ในคืนนั้น ทำให้ชื่อเสียงของ "แม่นางชุนเซียง" ขจรไกลไปจนถึงเมืองข้างเคียงกระท่อมเล็กๆ ที่เคยซอมซ่อ บัดนี้กลายเป็นโรงทอผ้าขนาดย่อมที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา ชุนเซียงตัดสินใจจ้างสตรีในหมู่บ้านอีกสองสามคนมาเป็นลูกมือ ช่วยในงานที่ไม่ซับซ้อนนัก ส่วนนางกับอาเหมยจะรับผิดชอบในส่วนที่ต้องใช้ฝีมือชั้นสูง “พี่ชุนเซียง! ท่านดูสิเจ้าคะ! นี่คือรายรับของเดือนนี้!” อาเหมยยื่นสมุดบั
แต่แล้ว…บรรยากาศอันเงียบงันและซาบซึ้งนั้นก็ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิงด้วยเสียงแหลมๆ ที่ดังขึ้นจากหน้าประตู!“ว๊าย! ตาเถร! ข้ามาเห็นอะไรเอาตอนนี้นะ!”ป้าหยางอวี้นั่นเอง! นางยืนเท้าสะเอวอยู่ที่หน้าประตู ดวงตาคู่เล็กเป็นประกายระยิบระยับราวกับเจอขุมทรัพย์ นางมาที่นี่โดยอ้างว่าจะมาเยี่ยมเยียนผู้ประสบภัย แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือการสอดแนมหาข่าวใหม่ๆ ต่างหาก!นางกวาดตามองภาพตรงหน้า…ชุนเซียงที่อยู่ในชุดนอน ซึ่งเป็นชุดสะอาดที่อาเหมยหามาให้เปลี่ยน ยืนหน้าแดงก่ำอยู่ไม่ห่างจากคุณชายหลินที่กำลังเปลือยท่อนแขนที่มีผ้าพันแผลสดๆ ใหม่ๆ! สวรรค์! นี่มันเรื่องอะไรกัน! นางมาอยู่ที่เรือนของเขาได้อย่างไร! แถมยังมาทำแผลให้อย่างใกล้ชิดสนิทสนมกันถึงเพียงนี้!“เอ่อ…ท่านป้าหยางอวี้…” ชุนเซียงพยายามจะอธิบาย “คือว่า…”“ไม่ต้องพูดอะไรแล้วแม่นางชุนเซียง!”ป้าหยางอวี้ยกมือขึ้นห้าม ปากก็ยิ้มกว้างจนแก้มแทบปริ “ข้าเข้าใจ! ข้าเข้าใจทุกอย่างแล้ว! แหม…ไม่น่าแปลกใจเลยว่าเหตุใดคุณชายหลินถึงได้ต่อสู้กับโจรป่าอย่างไม่คิดชีวิตถึงเพียงนั้น ที่แท้ก็เพื่อปกป้องแม่หญิงในดวงใจนี่
รุ่งอรุณของวันใหม่มาถึงพร้อมกับความโกลาหล หมู่บ้านชิงเหอค่อยๆ ฟื้นคืนจากฝันร้ายในค่ำคืนที่ผ่านมา ชาวบ้านต่างออกมาช่วยกันซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหายและดูแลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ เสียงร้องไห้ยังคงดังแว่วมาเป็นระยะ แต่ก็แฝงไปด้วยความโล่งใจที่รอดชีวิตมาได้ภายในเรือนพักของหลินหวินจื่อ บรรยากาศกลับเงียบสงบอย่างน่าประหลาด อาเหมยคอยดูแลเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ชุนเซียงอย่างใกล้ชิด ส่วนตัวชุนเซียงนั้น แม้ร่างกายจะยังคงอ่อนเพลีย แต่จิตใจกลับสงบลงมากอย่างน่าประหลาด คำสัญญาที่หนักแน่นดุจขุนเขาของบุรุษผู้หนึ่งได้กลายเป็นเกราะป้องกันความหวาดกลัวในใจของนางนางนั่งพิงหัวเตียงเงียบๆ สายตาทอดมองออกไปยังโถงด้านนอก ที่ซึ่งหลินหวินจื่อกำลังยืนสั่งการเว่ยฉีและกลุ่มชายฉกรรจ์ในหมู่บ้านให้จัดเวรยามและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างแข็งขัน ทุกท่วงท่าของเขาเต็มไปด้วยอำนาจและความน่าเกรงขาม“พี่ชุนเซียง” อาเหมยกระซิบเบาๆ “ดูแขนของคุณชายหลินสิเจ้าคะ!”ชุนเซียงมองตามสายตาของเพื่อนรักไป ก็เห็นรอยดาบยาวบนแขนเสื้อข้างหนึ่งของหลินหวินจื่อซึ่งบัดนี้มีเลือดสีเข้ม
ตลาดเช้าของหมู่บ้านชิงเหอไม่ได้ใหญ่โตหรือหรูหราเหมือนในเมืองหลวง มันเป็นเพียงลานดินกว้างๆ ที่อัดแน่นไปด้วยชีวิตและเสียงจอแจชาวบ้านนำของมาวางขายกันอย่างเรียบง่ายใต้ร่มเงาของต้นไทรใหญ่ เสียงตะโกนเรียกลูกค้า เสียงต่อรองราคา และเสียงพูดคุยทักทายดังผสมปนเปกันไปจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ กลิ่นหมั่นโถวร้อนๆ จาก
นางจะไม่ใช่แค่ช่างปะชุนเสื้อผ้าอีกต่อไปแล้ว แต่นางจะเป็นผู้สร้างสรรค์ความงดงาม จะเป็นผู้ที่เปลี่ยนเส้นไหมสีขาวธรรมดาๆ เหล่านี้ให้กลายเป็นผืนผ้าหลากสีสันที่ล้ำค่าดุจงานศิลปะนางจะปลุกวิญญาณของหอผ้าซูฟางให้ฟื้นคืนขึ้นมาอีกครั้ง…ที่หมู่บ้านชิงเหอแห่งนี้เย็นวันนั้น ชุนเซียงกลับมาถึงกระท่อมพร้อมกับเงิน
นางยังซื้อผ้าฝ้ายเนื้อหยาบราคาถูกมาตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าชุดใหม่ที่สะอาดสะอ้านและพอดีตัวกว่าเดิม แม้จะยังดูเรียบง่าย แต่ก็ทำให้นางดูไม่ซอมซ่อเหมือนตอนที่มาถึงวันแรก“นี่แน่ะ! ค่าแรงของเจ้า” ป้าหยางอวี้โยนถุงเงินเล็กๆ ลงตรงหน้านางหลังจากที่นางเพิ่งจะปักลายดอกไม้เล็
มันเป็นความรู้สึกที่คุ้นเคยและปลอบประโลมใจอย่างประหลาด ราวกับได้พบพานสหายเก่าที่พลัดพรากจากกันไปนานนางไม่ได้หลับเลยทั้งคืน แต่กลับไม่รู้สึกเหนื่อยล้าแม้แต่น้อย ในที่สุด เมื่องานชิ้นสุดท้ายเสร็จสิ้นลง เสื้อตัวนั้นก็ถูกวางพาดไว้อย่างดี รอยขาดเป็นทางยาวหายไปอย่างไร้ร่องรอย หากไม่สังเกตอย่างละเอียดถี่











