Share

ตอนที่สอง ฝึกซ้อมร่ายรำ

last update Tanggal publikasi: 2026-01-19 12:35:40

ตอนที่สอง

ฝึกซ้อมร่ายรำ

“อาจารย์ ท่านเอาแต่สอนให้หลินหลิน ไม่ใส่ใจพวกเราเลย” เสียงเพื่อนร่วมเรียนเอ่ยทักท้วงอย่างไม่จริงจัง

                พวกนางใช้ชีวิตอยู่ในสำนักสังคีตหลวงด้วยกันมาหลายปี กินร่วมกัน นอนร่วมกัน ฝึกซ้อมร่วมกัน จึงมีความสนิทสนมกันอย่างมาก แม้จะอิจฉาริษยากันอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับให้ร้ายกันจนน่าเกลียด

                การที่หลี่ลี่หลินได้เป็นดาวเด่นทุกคนย่อมยอมรับได้ ด้วยหญิงสาวมีข้อได้เปรียบเรื่องรูปร่างหน้าตาอยู่แล้ว เมื่อนางสามารถร่ายรำได้ดีจึงกลายเป็นจุดดึงดูดสายตาได้ไม่ยาก การจะเป็นคู่แข่งกับนางจึงต้องคิดให้มากสักหน่อย

                “พวกเจ้าเองก็ขยันฝึกซ้อมเข้า การแสดงชุดนี้ต้องให้พวกเจ้าช่วยส่งเสริมจึงจะสมบูรณ์ได้” อาจารย์หันไปเอ่ยกับลูกศิษย์คนอื่นๆ

                “อ้าว...พวกเราเป็นพวกตัวเสริมเท่านั้นหรือ น่าน้อยใจนัก” เสี่ยวจูเพื่อนสนิทของหลี่ลี่หลินแสร้งเอ่ย

                “อย่าน้อยใจไปเลย ถึงอย่างไรการแสดงชุดอื่นๆ เจ้าก็ได้เป็นตัวเด่นเช่นกัน” หลินหลินรีบหันไปปลอบใจเพื่อน

                “ข้าไม่ได้น้อยใจจริงหรอก เพียงกลั่นแกล้งอาจารย์เล่นเท่านั้น” เสี่ยวจูหันมาป้องปากกระซิบกับเพื่อนสาว ก่อนจะแสร้งทำหน้าน้อยอกน้อยใจต่อหน้าอาจารย์

                “ไม่ต้องมาทำหน้าเช่นนั้นกับข้า รีบไปซ้อมได้แล้ว” แต่อาจารย์กลับไม่ใส่ใจการเสแสร้งนั้น

                “ว้า...ไม่ได้ผลเลย” เสี่ยวจูแสร้งถอนหายใจ ก่อนจะหัวเราะออกมา

                “ไป พวกเราไปซ้อมกันเถอะ”

กลุ่มนางรำสาวเดินจับมือยิ้มแย้มกันไปอย่างสนิทสนมกลมเกลียว

หลี่ลี่หลินฝึกซ้อมการร่ายรำชุดพิเศษอย่างเข้มงวดแม้จะยังคงไม่เข้าใจว่าเหตุใดต้องพยายามแสดงการรำอันยั่วยวนโอ้อวดเรือนร่างถึงเพียงนี้

แน่นอนว่านางย่อมไม่เข้าใจเพราะนางไม่ใช่หลี่ลี่หลินซึ่งโดนซื้อตัวมาเป็นนางรำตั้งแต่เยาว์วัย แต่เธอคือ’ลิลลี่’ ครูสาวผู้สอนวิชาการบริหารร่างกายในสถาบันออกกำลังกายแห่งหนึ่ง

ลิลลี่ชื่นชอบการออกกำลังกายอย่างมากโดยเฉพาะการบริหารร่างกายซึ่งเน้นการเคลื่อนไหวร่วมกับกาย จิตใจ และจิตวิญญาณให้สอดผสานรวมกันเป็นหนึ่งเดียว การฝึกฝนจึงเป็นกระบวนการสำหรับฝึกกาย ฝึกการหายใจ และฝึกจิตให้มีความจดจ่อกับเรื่องลมหายใจเข้าออกอันจะนำไปสู่การมีสมาธิที่ดีขึ้น โดยการฝึกต้องรวมสามอย่างเข้าด้วยกัน คือ การเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ การประสานลมหายใจเข้าออกกับการเคลื่อนไหว และมีจิตสงบนิ่งในขณะที่เคลื่อนไหวด้วย จึงเป็นการฝึกทางกายพร้อมกับทางใจที่จดจ่อกับการทำลมหายใจเข้าออกให้จิตสงบนิ่ง ซึ่งเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่มีมาอย่างช้านาน

หญิงสาวเรียนการบริหารชนิดนี้ตั้งแต่อายุยังน้อยจนกระทั่งได้เป็นครูที่อายุน้อยที่สุดยังสถาบันแห่งหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ เธอมีความสุขกับการสอนมากโดยเฉพาะการบริหารร่างกายแบบร้อนซึ่งเป็นการฝึกในห้องที่มีอุณหภูมิสูง โดยความร้อนจะช่วยให้เส้นเอ็นหรือกล้ามเนื้อผ่อนคลายได้ดี อุณหภูมิที่สูงยังช่วยให้ร่างกายสามารถกำจัดของเสียออกมาในรูปของเหงื่อได้อย่างดี ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้น้ำหนักตัวลดลงและรู้สึกสดชื่น สบายตัวหลังการเล่น จึงเป็นการบริหารร่างกายแบบเคลื่อนไหวที่เล่นได้ทุกเพศทุกวัยโดยไม่ต้องมีประสบการณ์

ลูกศิษย์ของเธอมีทั้งสาวน้อย สาวใหญ่ วัยทำงานหรือคุณแม่หลังคลอด  ด้วยท่าต่างๆของการเคลื่อนไหวจะช่วยกระชับกล้ามเนื้อ และช่วยให้ระบบการไหลเวียนของเลือดดีขึ้นด้วย  

                แต่การที่ผู้ฝึกจะต้องอยู่ในห้องที่มีอุณหภูมิสูงใกล้เคียงกับอุณหภูมิภายในร่างกาย ประมาณ 36-37 องศาเซลเซียสประกอบกับอุณหภูมิอากาศในหน้าร้อนซึ่งสูงผิดปกติ ประกอบกับการที่เธออดนอนมาหลายวันจึงทำให้ลิลลี่เกิดอาการหน้ามืดหมดสติไปในบ่ายวันหนึ่ง

                หญิงสาวฟื้นขึ้นมาก่อนจะต้องตกใจอย่างมากเมื่อพบว่าตนเองไม่ใช่ลิลลี่อีกแล้ว ผู้คนรอบข้างต่างเรียกเธอว่า’หลินหลิน’ กว่าเธอจะทำความเข้าใจในสถานการณ์ได้ก็ผ่านไปหลายวัน

                ผู้ที่อธิบายเรื่องราวต่างๆให้เธอฟังก็คือเสี่ยวจูเพื่อนสนิทของสาวน้อยหลี่ลี่หลินนั่นเอง

                “เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง หลินหลิน จู่ๆก็ล้มลงไป ข้าตกใจแทบสิ้นสติ” เสี่ยวจูเข้ามาดูแลเพื่อนซึ่งเติบโตมาด้วยกันในสำนักสังคีตหลวงแห่งนี้

                “หลินหลินหรือ” ลิลลี่ทวนคำด้วยความสับสน

                “เจ้าอย่าทำให้ข้าตกใจสิ เพียงล้มลงไปเท่านั้น เจ้าถึงกับจำตนเองมิได้เชียวหรือ” เสี่ยวจูทำหน้าไม่ค่อยเชื่อ

                “เธอคือใคร” ลิลลี่ถามออกไปอย่างงงงัน

                ที่นี่ที่ไหน มองดูไม่คุ้นตา แล้วสาวน้อยตรงหน้านี่คือใคร ทำไมพูดจาแปลกๆ แต่งกายก็ประหลาด

แล้วใครคือหลินหลิน?

                “เจ้าพูดจาอันใดช่างแปลกนัก หรือเจ้าจะล้มฟาดจนความจำเลอะเลือนไปแล้ว ไม่ได้การล่ะ ข้าต้องรีบไปบอกอาจารย์” เสี่ยวจูรีบลุกขึ้น

                “เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งไป” ลิลลี่รีบเรียกหญิงสาวตรงหน้าเอาไว้ เพราะอยากถามให้รู้เรื่องก่อน

                “เอาล่ะ หลินหลินก็หลินหลิน เธอชื่ออะไร” หญิงสาวถาม

                “ข้าเสี่ยวจูอย่างไรเล่า เจ้าอย่าบอกนะว่าจำข้าซึ่งเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของเจ้ามิได้”

                “เพื่อนสนิทที่สุด ถ้าอย่างนั้น ช่วยบอกหน่อย เอ่อ...ข้าจำไม่ได้ คงล้มฟาดหนักไปหน่อย” ลิลลี่พยายามพูดตามน้ำเพื่อถามรายละเอียดให้ได้มากที่สุด

“โธ่ หลินหลิน ช่างน่าสงสารยิ่งนัก” เสี่ยวจูคร่ำครวญ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • แม่ทัพโยกส่ายหรือจะสู้ข้าร่ายรำ    บทส่งท้าย

    บทส่งท้ายมือหนาเลื่อนขึ้นกอบกุมทรวงอกอิ่มที่เปิดโล่ง นิ้วยาวคีบจุกชมพูซึ่งถูกบดจนแข็งสู้มือแล้วใช้ลิ้นสะกิดรัวเร็วจนหญิงสาวส่งเสียงครางแผ่วขณะแอ่นเนินโหนกรับลำเอ็นใหญ่ที่บดเบียดเข้าหาอย่างแนบแน่นครั้งนี้หัวบานปูดโปนอันใหญ่โตผลุบเข้าไปเล็กน้อยโดยไม่ยอมเข้าไปจนสุด แต่กลับชักออกค้างคาสร้างความเสียวซ่านจนไป๋ซินหยาต้องพยุงตัวเองให้เงยหน้าขึ้นสบสายตาเจ้าเล่ห์“หากเจ้ายอมรับปากว่าจะยอมอ้าขาให้ข้าทุกคืน ข้าจึงจะลงแรงต่อ”เงื่อนไขของอู๋เจิ้งช่างน่าขัน แต่ไป๋ซินหยารู้ดีว่าเขาแค่ต้องการกลั่นแกล้งนางจึงทำทีอ่อนข้อยอมพยักหน้าด้วยสีหน้ายอมจำนน“ดี น้องซินหยา รอรับความสุขสันต์อย่างต่อเนื่องได้เลย”อู๋เจิ่งใช้แรงกายที่ยังมีเหลือเฟือโยกสะโพกส่งท่อนลำลากครูดในร่องบวมแดงปลุกเสียงครวญครางซ่านกระเส่าให้ดังก้องอีกครั้งเพียงระบายความอัดอั้นได้ไม่นาน สายธารอันขาวขุ่นก็พวยพุ่งเปรอะเปื้อนไปทั่วหน้าท้องแบนราบที่บัดนี้เต็มไปด้วยคราบน้ำกามาของผู้ใดบ้างก็แยกไม่ออกไป๋ซินหยาถูกเคี่ยวกรำหนักหน่วงจึงหลั

  • แม่ทัพโยกส่ายหรือจะสู้ข้าร่ายรำ    ตอนที่แปด คืนข้ามปี (NC)

    ตอนที่แปดคืนข้ามปีไป๋ซินหยาโดนแรงทิ่มแทงตอกสวนไปมาไม่หยุด เมื่อไปข้างหน้าก็โดนกระแทกมาข้างหลัง ครั้นมาด้านหลังย่อมถูกตอกย้ำจนพุ่งไปด้านหน้าราวตุ๊กตาล้มลุกร่างบางเอนไปเอียงมากระเด็นกระดอนสะท้านสะเทือน ก่อนจะโดนบีบขย้ำเต้าทรวงสำทับอีกครั้งจนลมหายใจพัวพันในอากาศพบความหฤหรรษ์ไปอีกครา“ซี้ดดด...”“อู้ววว...”เกือบพร้อมกับเสียงครางต่ำที่ดังคำรามในลำคอพร้อมกระตุกหลั่งน้ำจนล้นเอ่อแข่งกันหยดย้อยลงบนพื้นทั้งด้านหน้าและด้านหลังยามถูกพยุงให้ลงจากตัวของพวกเขามายืนบนพื้น ขาเรียวของไป๋ซินหยาสั่นระริกจนแทบหยัดยืนไม่ไหวด้วยถูกกระแทกตอกแทงอยู่เนิ่นนานไป๋ซินหยาทิ้งกายอ่อนระทวยลงนอนขาถ่างเผยร่องกลีบบวมแดงโดยไม่อาจขยับตัวด้วยเมื่อยล้ายิ่งนักพลางครุ่นคิดในใจแรกเริ่มพวกเขาบอกว่าจะทะนุถนอมนางมิใช่หรือเหตุใดจึงรุนแรงดุดันครั้งแล้วครั้งเล่าเช่นนี้“พอแล้ว...ข้าไม่ไหวแล้ว” เสียงแผ่วเบาของหญิงสาวบ่งบอกความอ่อนแรงเมื่อโดนการถาโถมโหมกระหน่ำไม่ได้หยุดหย่อนจนลืมความหนาวไปแล้ว

  • แม่ทัพโยกส่ายหรือจะสู้ข้าร่ายรำ    ตอนที่เจ็ด พวกเขาบอกว่าจะทะนุถนอมนางมิใช่หรือ (NC)

    ตอนที่เจ็ด พวกเขาบอกว่าจะทะนุถนอมนางมิใช่หรือติงเหวินรีบตอบรับขณะสายตามองท่อนเอ็นใหญ่ของเพื่อนสนิทที่สอดลึกเข้าไปในร่องกลีบสีแดงฉ่ำจนปลิ้นไปปลิ้นมา“ใช่ มีพวกเราอยู่ด้วย เจ้าย่อมอุ่นจนร้อนเช่นกัน ไป๋ซินหยา” อู๋เจิ้งก้มลงบอกหญิงสาวที่เอาแต่หลับหูหลับตากรีดร้องยามเขาโยกเข้าโยกออกสร้างความสะท้านเสียวชายหนุ่มขบกรามแน่นโน้มแรงส่งมือขึ้นบีบขยำอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวไปตามแรงกระแทกกระทั้นอย่างเร่าร้อนลำเอ็นใหญ่เสือกแทงมุดเข้าถอนออกพุ่งกระแทกบุกทะลวงไม่ยั้ง ขณะไป๋ซินหยาทนไม่ไหวส่งเสียงครวญครางระงมก้องด้วยทั้งเสียวทั้งทรมานยังไม่ทันไร อู๋เจิ้งก็หลั่งน้ำสีขาวสาดกระจายออกมาอย่างรวดเร็วด้วยอดกลั้นเอาไว้นานจนกลิ่นน้ำสวาทคละคลุ้งไปทั่วกระท่อมเล็กเมื่อผ่านไปแล้วถึงสองครั้ง ครั้งที่สามความลื่นไหลย่อมสอดประสานกลายเป็นความต่อเนื่องทำให้ไป๋ซินหยารู้จักการยกสะโยกเด้งตามท่อนกายของติงเหวินที่สอดใส่อย่างเป็นจังหวะแล้วอู๋เจิ้งเห็นสองหนุ่มสาวโหมกายสนุกสนานจึงเดินวนไปด้านบนจับใบหน้าหวานให้อ้าปากแล้วยั

  • แม่ทัพโยกส่ายหรือจะสู้ข้าร่ายรำ    ตอนที่หก ค่ำคืนนี้ไม่มีผู้ใดนอกจากพวกเรา (NC)

    ตอนที่หก ค่ำคืนนี้ไม่มีผู้ใดนอกจากพวกเราอู๋เจิ้งเห็นสายตาของหญิงสาวที่เบนไปสบกับอีกฝ่ายทั้งไป๋ซินหยายังเจตนาล้วงแหวกร่องบุปผาเผยความชุ่มฉ่ำให้มากขึ้นอีก ทำให้ต้องกลืนน้ำลายรู้สึกถึงอารมณ์กระสันที่ก่อตัวจนไม่อาจยับยั้งประโยคทุ่มเทจึงเอ่ยออกมาโดยไม่ยั้งคิด“ข้ารับปากว่าจะปกป้องเจ้าไปตลอดชีวิต ไม่ให้ผู้ใดใช้เจ้าเป็นหมากหรือซื้อขายเจ้าอีกเด็ดขาด”ในฐานะบุตรชายแม่ทัพ เรื่องเช่นนี้เขาย่อมทำได้ดีกว่า ทั้งท่าทางที่พร้อมปกป้องและลงมือทันทีนั้นช่างมั่นคงหนักแน่น นับว่าอู๋เจิ้งยอมทุ่มสุดตัวแล้วติงเหวินจึงไม่ยอมน้อยหน้า“ข้าจะออกเงินทุนให้เจ้าเปิดร้านค้าสักร้านสองร้าน ดีหรือไม่ มีการค้าของตัวเองย่อมไม่ต้องกลัวผู้ใดจะรังแก”ความหมายของติงเหวินย่อมครอบคลุมไปถึงภรรยาในภายภาคหน้าของเขาซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาชายหนุ่มทั้งสองต่างถูกภาพหญิงสาวที่อ้าขากว้างเขี่ยบดเม็ดเสียวไปมาจนน้ำใสไหลเยิ้มเคลือบนิ้วเรียวทั้งยังใช้มือบีบเคล้นเต้าอวบพร้อมบีบบี้เม็ดสีชมพูไปด้ว

  • แม่ทัพโยกส่ายหรือจะสู้ข้าร่ายรำ    ตอนที่ห้า เปิดประมูล (กรุบกริบ)

    ตอนที่ห้า เปิดประมูลสายตาหวั่นไหวจับจ้องแท่งเนื้อกลางกายที่แข่งกันผงาดชี้หน้าอย่างน่าหวาดหวั่นโอ้!...ใหญ่เพียงนี้ เห็นทีต้องเจ็บปางตายแน่หญิงสาวคิดหนักก่อนจะเอ่ยเสียงสั่น“คุณชายทั้งสองโปรดรอก่อน ในเมื่อพวกท่านเสนอให้ข้าเลือก เช่นนั้นโปรดให้โอกาสข้าได้หรือไม่”ติงเหวินที่กำลังชักรูดลำท่อนเตรียมความปูดโปนให้พร้อมทิ่มแทง หันขวับไปมองสายตาเว้าวอนของหญิงสาวก่อนจะใจอ่อน “เจ้าจะเลือกเขาหรือ”“มิได้เจ้าค่ะ”“เช่นนั้นเจ้าจะเลือกเขาเช่นนั้นหรือ” เพียงนางเอ่ยปฏิเสธ อู๋เจิ่งจึงรีบส่งสายตาไม่พอใจออกมาทันทีด้วยหากนางไม่เลือกตนเองย่อมต้องเป็นเพื่อนสนิทที่ยืนอยู่ด้านข้างที่จะได้เบิกร่องช่องทางสีแดงสดนั้นในเมื่อภายในกระท่อมนี้มีกันอยู่เพียงสองคน“ข้ายังไม่ได้ตัดสินใจ ได้ยินว่าคณิกาที่เปิดประมูลพรหมจรรย์เป็นครั้งแรก ยังสามารถเรียกร้องและมีค่าตอบแทนมากหน่อยในเมื่อคืนนี้ คุณชายทั้งสองอยากเปิดบริสุทธิ์ในร่างกายของข้า เช่นนั้นก็ควรแข่งขันกันสักหน่อย ดีหรือไม่เจ้

  • แม่ทัพโยกส่ายหรือจะสู้ข้าร่ายรำ    ตอนที่สี่ ลองดูก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ (NC)

    ตอนที่สี่ลองดูก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ“หรือว่าจะลองดูก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ”ใบหน้าที่ยื่นเข้ามาจนชิดทั้งรอยยิ้มหยอกล้อกับคำพูดหยาบโลนทำให้ไป๋ซินหยาหลับตาแน่นเขา...หมายความอย่างไรกันเรื่องเช่นนี้ก็ลองดูก่อนได้ด้วยหรือ ไป๋ซินหยาไม่เข้าใจ แต่สองชายหนุ่มซึ่งสนิทสนมกลมเกลียวมานานหลายปี เพียงมองตาย่อมรู้ใจและเข้าใจความหมายและเจตนานั้นดีพวกเขาไม่ปล่อยเวลาให้นางได้คิดตัดสินใจสักนิด ยังไม่ทันไรก็ปลุกเร้าด้วยความร้อนแรงจนร่างของนางแทบลุกเป็นไฟอู๋เจิ้งเลื่อนตัวลงไปครอบครองกลืนกินที่ด้านล่างโดยทั้งลงลิ้นละเลงเลียความนุ่มนวล ทั้งใช้ปากขบเม้มแล้วยังใช้นิ้วหลายนิ้วสอดแทงชักเข้าดึงออกสำรวจความคับแคบไม่ได้หยุดเรี่ยวแรงของคนตรงหน้าทั้งรวดเร็ว ดุดัน แข็งกร้าวราวกับจะลงโทษนางให้ขาดใจตายนั่นทำให้ไป๋ซินหยาซึ่งถูกจับนอนถ่างขากว้างกระเสือกกระสนบีบเรียวขาเข้าหากันอยู่หลายครั้งจนศีรษะของอู๋เจิ้งแทบจมหายไปกับส่วนกลางกายของนาง“คิดสู้หรือ เช่นนั้นต้องลงมือให้หนัก” เสียงต่ำท

  • แม่ทัพโยกส่ายหรือจะสู้ข้าร่ายรำ    ตอนที่หนึ่ง คิดจะรังแกข้าหรือ กรุบกริบ

    ตอนที่หนึ่ง คิดจะรังแกข้าหรือร่างใหญ่ดิ้นรนด้วยความเจ็บปวดแต่ไม่อาจหลีกหนีด้วยบัดนี้ถูกจับกดเอาไว้ด้วยชายหนุ่มอีกสองคนซึ่งโผล่มาอย่างเงียบเชียบ“จะฆ่าทิ้งหรือปล่อยไว้เช่นนี้ขอรับ คุณหนู” ชายคนหนึ่งเอ่ยปากถ

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-05
  • แม่ทัพโยกส่ายหรือจะสู้ข้าร่ายรำ    อย่ารังแกข้าเลยท่านแม่ทัพ

    อย่ารังแกข้าเลยท่านแม่ทัพโดยแม่นางว่างจิงจิงนางเป็นเพียงคุณหนูน้อยผู้อ่อนแอซึ่งทำการค้าเพื่อหาเงินทอง เหตุใดจึงต้องจับตัวนางมาคาดคั้นเช่นนี้ ขอความเมตตาสักนิดเถิด อย่ารังแกข้าด้วยของใหญ่เช่นนั้นเลยท่านแม่ทัพใ

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-05
  • แม่ทัพโยกส่ายหรือจะสู้ข้าร่ายรำ    ตอนที่สิบสี่ บนกำแพง

    ตอนที่สิบสี่ บนกำแพงด้วยความอยากรู้แม้ใจจะเต้นระทึกด้วยความสั่นรัว แต่เท้าทั้งสองของหญิงสาวก็ก้าวตามเงานั้นไปอย่างรวดเร็ว เงาร่างสายนั้นรวดเร็วมาก ไม

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-21
  • แม่ทัพโยกส่ายหรือจะสู้ข้าร่ายรำ    ตอนที่แปด กลับมาแล้ว

    ตอนที่แปด กลับมาแล้วซุนหย่งเล่อย่อมไม่คุ้นเคยกับน้ำตาของหญิงสาว คืนนั้นเขาเมาสุราอย่างหนักจึงย่ำยีนางไปโดยไม่ใส่ใจอื่นใด แต่ยามนี้เขามีสติเต็มร้อย แม้จะรู้สึกอึดอัดอยากระบายเพียงใด ก็อยากให้หญิงสาวยินยอมมากกว่า 

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-18
Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status