Share

ตอนที่สอง ฝึกซ้อมร่ายรำ

ตอนที่สอง

ฝึกซ้อมร่ายรำ

“อาจารย์ ท่านเอาแต่สอนให้หลินหลิน ไม่ใส่ใจพวกเราเลย” เสียงเพื่อนร่วมเรียนเอ่ยทักท้วงอย่างไม่จริงจัง

                พวกนางใช้ชีวิตอยู่ในสำนักสังคีตหลวงด้วยกันมาหลายปี กินร่วมกัน นอนร่วมกัน ฝึกซ้อมร่วมกัน จึงมีความสนิทสนมกันอย่างมาก แม้จะอิจฉาริษยากันอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับให้ร้ายกันจนน่าเกลียด

                การที่หลี่ลี่หลินได้เป็นดาวเด่นทุกคนย่อมยอมรับได้ ด้วยหญิงสาวมีข้อได้เปรียบเรื่องรูปร่างหน้าตาอยู่แล้ว เมื่อนางสามารถร่ายรำได้ดีจึงกลายเป็นจุดดึงดูดสายตาได้ไม่ยาก การจะเป็นคู่แข่งกับนางจึงต้องคิดให้มากสักหน่อย

                “พวกเจ้าเองก็ขยันฝึกซ้อมเข้า การแสดงชุดนี้ต้องให้พวกเจ้าช่วยส่งเสริมจึงจะสมบูรณ์ได้” อาจารย์หันไปเอ่ยกับลูกศิษย์คนอื่นๆ

                “อ้าว...พวกเราเป็นพวกตัวเสริมเท่านั้นหรือ น่าน้อยใจนัก” เสี่ยวจูเพื่อนสนิทของหลี่ลี่หลินแสร้งเอ่ย

                “อย่าน้อยใจไปเลย ถึงอย่างไรการแสดงชุดอื่นๆ เจ้าก็ได้เป็นตัวเด่นเช่นกัน” หลินหลินรีบหันไปปลอบใจเพื่อน

                “ข้าไม่ได้น้อยใจจริงหรอก เพียงกลั่นแกล้งอาจารย์เล่นเท่านั้น” เสี่ยวจูหันมาป้องปากกระซิบกับเพื่อนสาว ก่อนจะแสร้งทำหน้าน้อยอกน้อยใจต่อหน้าอาจารย์

                “ไม่ต้องมาทำหน้าเช่นนั้นกับข้า รีบไปซ้อมได้แล้ว” แต่อาจารย์กลับไม่ใส่ใจการเสแสร้งนั้น

                “ว้า...ไม่ได้ผลเลย” เสี่ยวจูแสร้งถอนหายใจ ก่อนจะหัวเราะออกมา

                “ไป พวกเราไปซ้อมกันเถอะ”

กลุ่มนางรำสาวเดินจับมือยิ้มแย้มกันไปอย่างสนิทสนมกลมเกลียว

หลี่ลี่หลินฝึกซ้อมการร่ายรำชุดพิเศษอย่างเข้มงวดแม้จะยังคงไม่เข้าใจว่าเหตุใดต้องพยายามแสดงการรำอันยั่วยวนโอ้อวดเรือนร่างถึงเพียงนี้

แน่นอนว่านางย่อมไม่เข้าใจเพราะนางไม่ใช่หลี่ลี่หลินซึ่งโดนซื้อตัวมาเป็นนางรำตั้งแต่เยาว์วัย แต่เธอคือ’ลิลลี่’ ครูสาวผู้สอนวิชาการบริหารร่างกายในสถาบันออกกำลังกายแห่งหนึ่ง

ลิลลี่ชื่นชอบการออกกำลังกายอย่างมากโดยเฉพาะการบริหารร่างกายซึ่งเน้นการเคลื่อนไหวร่วมกับกาย จิตใจ และจิตวิญญาณให้สอดผสานรวมกันเป็นหนึ่งเดียว การฝึกฝนจึงเป็นกระบวนการสำหรับฝึกกาย ฝึกการหายใจ และฝึกจิตให้มีความจดจ่อกับเรื่องลมหายใจเข้าออกอันจะนำไปสู่การมีสมาธิที่ดีขึ้น โดยการฝึกต้องรวมสามอย่างเข้าด้วยกัน คือ การเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ การประสานลมหายใจเข้าออกกับการเคลื่อนไหว และมีจิตสงบนิ่งในขณะที่เคลื่อนไหวด้วย จึงเป็นการฝึกทางกายพร้อมกับทางใจที่จดจ่อกับการทำลมหายใจเข้าออกให้จิตสงบนิ่ง ซึ่งเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่มีมาอย่างช้านาน

หญิงสาวเรียนการบริหารชนิดนี้ตั้งแต่อายุยังน้อยจนกระทั่งได้เป็นครูที่อายุน้อยที่สุดยังสถาบันแห่งหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ เธอมีความสุขกับการสอนมากโดยเฉพาะการบริหารร่างกายแบบร้อนซึ่งเป็นการฝึกในห้องที่มีอุณหภูมิสูง โดยความร้อนจะช่วยให้เส้นเอ็นหรือกล้ามเนื้อผ่อนคลายได้ดี อุณหภูมิที่สูงยังช่วยให้ร่างกายสามารถกำจัดของเสียออกมาในรูปของเหงื่อได้อย่างดี ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้น้ำหนักตัวลดลงและรู้สึกสดชื่น สบายตัวหลังการเล่น จึงเป็นการบริหารร่างกายแบบเคลื่อนไหวที่เล่นได้ทุกเพศทุกวัยโดยไม่ต้องมีประสบการณ์

ลูกศิษย์ของเธอมีทั้งสาวน้อย สาวใหญ่ วัยทำงานหรือคุณแม่หลังคลอด  ด้วยท่าต่างๆของการเคลื่อนไหวจะช่วยกระชับกล้ามเนื้อ และช่วยให้ระบบการไหลเวียนของเลือดดีขึ้นด้วย  

                แต่การที่ผู้ฝึกจะต้องอยู่ในห้องที่มีอุณหภูมิสูงใกล้เคียงกับอุณหภูมิภายในร่างกาย ประมาณ 36-37 องศาเซลเซียสประกอบกับอุณหภูมิอากาศในหน้าร้อนซึ่งสูงผิดปกติ ประกอบกับการที่เธออดนอนมาหลายวันจึงทำให้ลิลลี่เกิดอาการหน้ามืดหมดสติไปในบ่ายวันหนึ่ง

                หญิงสาวฟื้นขึ้นมาก่อนจะต้องตกใจอย่างมากเมื่อพบว่าตนเองไม่ใช่ลิลลี่อีกแล้ว ผู้คนรอบข้างต่างเรียกเธอว่า’หลินหลิน’ กว่าเธอจะทำความเข้าใจในสถานการณ์ได้ก็ผ่านไปหลายวัน

                ผู้ที่อธิบายเรื่องราวต่างๆให้เธอฟังก็คือเสี่ยวจูเพื่อนสนิทของสาวน้อยหลี่ลี่หลินนั่นเอง

                “เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง หลินหลิน จู่ๆก็ล้มลงไป ข้าตกใจแทบสิ้นสติ” เสี่ยวจูเข้ามาดูแลเพื่อนซึ่งเติบโตมาด้วยกันในสำนักสังคีตหลวงแห่งนี้

                “หลินหลินหรือ” ลิลลี่ทวนคำด้วยความสับสน

                “เจ้าอย่าทำให้ข้าตกใจสิ เพียงล้มลงไปเท่านั้น เจ้าถึงกับจำตนเองมิได้เชียวหรือ” เสี่ยวจูทำหน้าไม่ค่อยเชื่อ

                “เธอคือใคร” ลิลลี่ถามออกไปอย่างงงงัน

                ที่นี่ที่ไหน มองดูไม่คุ้นตา แล้วสาวน้อยตรงหน้านี่คือใคร ทำไมพูดจาแปลกๆ แต่งกายก็ประหลาด

แล้วใครคือหลินหลิน?

                “เจ้าพูดจาอันใดช่างแปลกนัก หรือเจ้าจะล้มฟาดจนความจำเลอะเลือนไปแล้ว ไม่ได้การล่ะ ข้าต้องรีบไปบอกอาจารย์” เสี่ยวจูรีบลุกขึ้น

                “เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งไป” ลิลลี่รีบเรียกหญิงสาวตรงหน้าเอาไว้ เพราะอยากถามให้รู้เรื่องก่อน

                “เอาล่ะ หลินหลินก็หลินหลิน เธอชื่ออะไร” หญิงสาวถาม

                “ข้าเสี่ยวจูอย่างไรเล่า เจ้าอย่าบอกนะว่าจำข้าซึ่งเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของเจ้ามิได้”

                “เพื่อนสนิทที่สุด ถ้าอย่างนั้น ช่วยบอกหน่อย เอ่อ...ข้าจำไม่ได้ คงล้มฟาดหนักไปหน่อย” ลิลลี่พยายามพูดตามน้ำเพื่อถามรายละเอียดให้ได้มากที่สุด

“โธ่ หลินหลิน ช่างน่าสงสารยิ่งนัก” เสี่ยวจูคร่ำครวญ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แม่ทัพโยกส่ายหรือจะสู้ข้าร่ายรำ   ตอนที่สาม ไม่อยากโดดเด่น2

    ตอนที่สาม ไม่อยากโดดเด่นอาจารย์ผู้ฝึกสอนชุ่ยเหยาเอ่ยชมเมื่อเห็นร่างของลูกศิษย์คนโปรดก้าวย่างเข้ามาด้วยชุดที่จะใส่ร่ายรำในวันงาน “นี่มิเปิดเผยเนื้อตัวเกินไปหรือเจ้าคะ” หลินหลินโอดครวญเบาๆ ขณะเดินกระบิดกระบวนออกมาอย่างไม่มั่นใจนัก “เราควรเปิดเผยในสิ่งที่งดงามนะหลินหลิน เจ้ามีทรวงอกอวบอิ่ม หน้าท้องแบนราบ ช่วงขาเรียวงาม ชุดนี้ขับเด่นความงดงามของเจ้าออกมาให้ได้เห็นอย่างเด่นชัด อาจารย์มั่นใจ ไม่ว่าชายหนุ่มคนใดได้เห็นเจ้าร่ายรำในชุดนี้ย่อมตกหลุมเสน่ห์ของเจ้าอย่างแน่นอน” อาจารย์สาวใหญ่จับร่างลูกศิษย์สาวน้อยหมุนกายไปมาอย่างชื่นชม “โอ้...หลินหลิน เจ้า...เหตุใดจึงใหญ่ถึงเพียงนี้” เสี่ยวจูซึ่งเพิ่งเดินเข้ามาร้องโวยวายก่อนที่จะวิ่งเข้ามาจับทรวงอกอิ่มของเพื่อนสาวอย่างกลั่นแกล้ง “ว๊าย...เสี่ยวจู อย่าได้แกล้งข้า” หลินหลินขยับถอยอย่างตกใจด้วยไม่คาดว่าเพื่อนจะถลามาขยำทรวงอกของตนเอง “ข้าอิจฉาเจ้ายิ่งนักหลินหลิน เจ้าทั้งมีใบหน้างดงาม มีทรวงอกใหญ่ล้น เอวคอด ขาเรียว โอ๊ย...เหตุใดความงดงามจึงไปรวมอยู่ที่เจ้าผู้เดียว เหตุใดสวรร

  • แม่ทัพโยกส่ายหรือจะสู้ข้าร่ายรำ   ตอนที่สาม ไม่อยากโดดเด่น

    ตอนที่สาม ไม่อยากโดดเด่นหลี่ลี่หลินใช้เวลาฝึกซ้อมการแสดงชุดพิเศษอย่างคร่ำเคร่ง แม้สาวน้อยจะร่ายรำจนชำนาญแต่การแสดงออกซึ่งความยั่วยวนให้ติดตราตรึงใจยังคงต้องใช้เวลาด้วยนางไม่คุ้นชิน “อย่าเคร่งเครียดไปนักเลยหลินหลิน เจ้างดงามถึงเพียงนี้ เพียงทิ้งหางตาใส่ ไม่ว่าชายหนุ่มคนใดก็ต้องหลงใหลแน่นอน” เสี่ยวจูซึ่งนั่งพักอยู่ด้านข้างปลอบเพื่อนสาว “แต่อาจารย์ฝากความหวังไว้ที่ข้ามากนัก ข้าเกรงท่านจะผิดหวัง” “ใช่ว่าชายหนุ่มเหล่านั้นจะชื่นชอบหญิงสาวอย่างพวกเรากันทุกคน พวกเราเป็นเพียงนางรำเท่านั้น หากได้ตัวพวกเราไปก็ต้องเลี้ยงดูอย่างดี อีกทั้งยังทอดทิ้งไม่ได้ พวกเขาคงต้องคิดให้มากสักหน่อย” “อาจารย์บอกว่าการได้ไปอยู่กับชายหนุ่มเหล่านั้นคือความสุขสบาย ข้าเองก็ไม่ค่อยเข้าใจ แต่เจ้ากลับบอกว่า พวกเขาต้องเลี้ยงดูพวกเราห้ามทอดทิ้ง นี่คือกฎเกณฑ์อันใดหรือ” “พวกเราเป็นคนของสำนักสังคีตหลวง ย่อมนับว่าเป็นข้ารับใช้ของฮ่องเต้ หากพระองค์พระราชทานพวกเราให้แก่ผู้ใด ผู้นั้นย่อมต้องเลี้ยงดูอย่างดี หากทอดทิ้งโดยไร้เหตุผลก็คือการขัดดำริของฮ่อ

  • แม่ทัพโยกส่ายหรือจะสู้ข้าร่ายรำ   ตอนที่สอง ฝึกซ้อมร่ายรำ2

    ตอนที่สอง ฝึกซ้อมร่ายรำลิลลี่พยายามพูดตามน้ำเพื่อถามรายละเอียดให้ได้มากที่สุด “โธ่ หลินหลิน ช่างน่าสงสารยิ่งนัก” เสี่ยวจูคร่ำครวญกว่าสองสาวจะพูดจาเล่าเรื่องราวจนเป็นอันเข้าใจก็ผ่านไปนานจนลิลลี่รู้สึกปวดหัวเป็นอย่างมาก โชคดีที่เธอยังฟังและเข้าใจคำพูดเหล่านั้นไม่อย่างนั้นเธอคงต้องถูกกล่าวหาว่าความจำเลอะเลือนไปแล้วอย่างแน่นอนลิลลี่จับใจความได้ว่า ร่างหญิงสาวที่เธออยู่นางนี้มีนามว่า’หลี่ลี่หลิน’ แต่เพื่อนๆและอาจารย์มักเรียกนางว่า’หลินหลิน’ สาวน้อยโดนซื้อตัวมาอยู่ในสำนักสังคีตหลวงตั้งแต่วัยยังไม่เต็มสิบขวบดี และอาศัยอยู่ที่นี่มาโดยตลอด ที่สำนักสังคีตหลวงได้แบ่งหน่วยงานออกไปอีกมากมายทั้ง หน่วยเครื่องดนตรี เครื่องสาย ร้องเพลง และการร่ายรำซึ่งหลี่ลี่หลินได้รับการจัดให้อยู่ในหน่วยหลังนี้ หญิงสาวได้รับการสั่งสอนและฝึกซ้อมการรำมาหลายปี นางมีเพื่อนรุ่นพี่และเพื่อนร่วมรุ่นหลายคน แต่ที่สนิทที่สุดก็คือเสี่ยวจูซึ่งโดนซื้อตัวเข้ามาในเวลาไล่ๆกัน แม้การฝึกซ้อมจะเข้มงวดมาก แต่ด้วยนิสัยร่าเริงสดใสของเสี่ยวจูจึงทำให้พวกนางไม่เคร่งเครียดกับการซ้อมจนมากเกิ

  • แม่ทัพโยกส่ายหรือจะสู้ข้าร่ายรำ   ตอนที่สอง ฝึกซ้อมร่ายรำ

    ตอนที่สอง ฝึกซ้อมร่ายรำ“อาจารย์ ท่านเอาแต่สอนให้หลินหลิน ไม่ใส่ใจพวกเราเลย” เสียงเพื่อนร่วมเรียนเอ่ยทักท้วงอย่างไม่จริงจัง พวกนางใช้ชีวิตอยู่ในสำนักสังคีตหลวงด้วยกันมาหลายปี กินร่วมกัน นอนร่วมกัน ฝึกซ้อมร่วมกัน จึงมีความสนิทสนมกันอย่างมาก แม้จะอิจฉาริษยากันอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับให้ร้ายกันจนน่าเกลียด การที่หลี่ลี่หลินได้เป็นดาวเด่นทุกคนย่อมยอมรับได้ ด้วยหญิงสาวมีข้อได้เปรียบเรื่องรูปร่างหน้าตาอยู่แล้ว เมื่อนางสามารถร่ายรำได้ดีจึงกลายเป็นจุดดึงดูดสายตาได้ไม่ยาก การจะเป็นคู่แข่งกับนางจึงต้องคิดให้มากสักหน่อย “พวกเจ้าเองก็ขยันฝึกซ้อมเข้า การแสดงชุดนี้ต้องให้พวกเจ้าช่วยส่งเสริมจึงจะสมบูรณ์ได้” อาจารย์หันไปเอ่ยกับลูกศิษย์คนอื่นๆ “อ้าว...พวกเราเป็นพวกตัวเสริมเท่านั้นหรือ น่าน้อยใจนัก” เสี่ยวจูเพื่อนสนิทของหลี่ลี่หลินแสร้งเอ่ย “อย่าน้อยใจไปเลย ถึงอย่างไรการแสดงชุดอื่นๆ เจ้าก็ได้เป็นตัวเด่นเช่นกัน” หลินหลินรีบหันไปปลอบใจเพื่อน “ข้าไม่ได้น้อยใจจริงหรอก เพียงกลั่นแกล้งอาจารย์เล่นเท่านั้น” เสี่ยวจูห

  • แม่ทัพโยกส่ายหรือจะสู้ข้าร่ายรำ   ตอนที่หนึ่ง อนุหลี่

    ตอนที่หนึ่ง อนุหลี่“อนุหลี่จะกินอาหารหรืออาบน้ำก่อนดีเจ้าคะ” สาวใช้ผิงอันเอ่ยถามขึ้น “กินอาหารก่อนก็แล้วกัน” หญิงสาวตอบก่อนจะเดินเฉิดฉายไปยังห้องอาหารเพื่อกินมื้อเย็นโดยไม่ต้องรอผู้ใด แน่นอนว่ายามนี้นางคือเจ้านายเพียงคนเดียวในจวนแม่ทัพแห่งนี้ แม้นางจะเป็นเพียงหญิงสาวซึ่งท่านแม่ทัพพามาอยู่ด้วยได้เพียงสามวัน แล้วเขาก็จากไปโดยไม่ได้ร่ำลา แต่นางก็นับได้ว่าเป็นภรรยาคนหนึ่งของเขา ซ้ำยังเป็นภรรยาพระราชทานจากองค์ฮ่องเต้อีกด้วย จึงไม่มีผู้ใดกล้าเมินเฉยต่อนาง เมื่อแม่ทัพซุนควบม้ากลับไปยังชายแดน หญิงสาวจึงใช้ชีวิตอย่างสุขสบายอยู่ภายในจวนแห่งนี้ โดยพ่อบ้านและคนรับใช้ทุกคนล้วนให้เกียรติและปฏิบัติต่อนางอย่างมีมารยาทดุจเจ้านายคนหนึ่ง คำเรียกขานที่พวกเขาเรียกนางก็คือ’อนุหลี่’ ด้วยแม่ทัพซุนไม่ได้แต่งนางอย่างเป็นทางการอีกทั้งไม่มีคำสั่งใดออกมา นางจึงเป็นได้เพียงอนุคนหนึ่งซึ่งเคยนอนร่วมเตียงกับชายหนุ่มเท่านั้น หลี่ลี่หลินย่อมใช้ชีวิตอย่างสุขสบายไปวันวันโดยไม่อนาทรร้อนใจ ยิ่งไม่มีผู้ใดพักอยู่ในจวน นางก็ยิ่งมีความสุข ด้วยสามารถทำสิ่งใดได้ตา

  • แม่ทัพโยกส่ายหรือจะสู้ข้าร่ายรำ   แนะนำตัวละคร+ตอนที่หนึ่ง

    แม่ทัพโยกส่ายหรือจะสู้ข้าร่ายรำโดยแม่นางว่างจิงจิงสาวน้อยหลี่ลี่หลินฝึกฝนเพื่อการร่ายรำมาหลายปี เหตุไฉนจู่ๆแม่ทัพหนุ่มก็อุ้มนางออกมาแล้วโยกย้ายส่ายสะโพกใส่นางไม่ได้หยุด เขาทำเช่นนี้กับนางได้อย่างไรกันเนื้อเรื่องไม่ดราม่า ไม่มีเหตุผลมากนักเน้นฉากฟินแซ่บของคู่พระนาง เรื่องจบแบบHappy ค่ะชื่อคน ชื่อสถานที่ ไม่มีอยู่จริง สถานการณ์ต่างๆล้วนเป็นเรื่องสมมติจากจินตนาการ-------------------------------------------- แนะนำตัวละครหลี่ลี่หลิน อายุ15ขวบปี นางรำในสำนักสังคีตหลวง โดนซื้อตัวมาฝึกซ้อมร่ายรำตั้งแต่เยาว์วัยซุนหย่งเล่อ อายุ27ขวบปี แม่ทัพใหญ่ผู้เก่งกาจชนะการศึกใหญ่น้อยมากมากมายเยี่ยนเสี่ยวจู เพื่อนสาวคนสนิทของหลี่ลี่หลินชุ่ยเหยา อาจารย์สาวใหญ่ในสำนักสังคีตหลวงอู๋เจียวซิน สาวน้อยซึ่งพบเจอระหว่างทางซานเหวินฉี คุณชายรูปหล่อมาดดี บุตรชายของท่านเจ้าเมืองตอนที่หนึ่งอนุหลี่ผู้คนโดยรอบจวนแม่ทัพใหญ่สกุลซุนต่างสงสัยว่าเหตุใดช่วงนี้จึงมีเสียงหัวเราะอย่างสดใสดังขึ้นในจวนอยู่ทุกวี่วัน ทั้งที่เมื่อก่อนจวนแห่งนี้มักเงียบสงบด้วยร้างผู้อยู่อาศัย มีเพียงบ่าวไพร่อยู่กัน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status