Masukตอนที่ห้า
ร่ายรำยั่วยวน
หลี่ลี่หลินตั้งใจจดจ่อกำหนดจิตให้สงบนิ่งเพียงท่วงท่าลีลาของตนเองเท่านั้น แม้จะรู้สึกว่ายิ่งโยกย้ายเสียงฮือฮาก็ยิ่งดังขึ้น หญิงสาวทำได้เพียงแสดงต่อไป ไม่สามารถหยุดยั้งหรือลดน้อยถอยลงได้แต่อย่างใด
จนถึงท่วงท่าก้มลง สาวน้อยพยายามก้มแต่น้อยเพื่อไม่ให้เต้าทรวงอันอวบอิ่มล้นทะลักออกมาจากชุดสวย เมื่อเงยหน้าขึ้นหญิงสาวสังเกตเห็นสายตาร้อนแรงดุจเปลวไฟมองจ้องตรงมา นางรู้สึกอายอย่างมากที่ต้องเปิดเปลือยทรวงอกต่อหน้าผู้คน จึงหันหลังโยกย้ายร่ายรำเพื่อหลบสายตาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะทำใจแล้วหันหน้ากลับมา
ผู้ใดจะคาดคิดว่าเมื่อนางหันกลับมากับพบเจ้าของดวงตาร้อนแรงนั้นอยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อม เขาเดินมาอยู่ตรงหน้าหญิงสาวตั้งแต่เมื่อใดก็สุดรู้ หลี่ลี่หลินถอยหลังตามสัญชาตญาณแต่ชายหนุ่มกลับเดินคืบหน้าเข้ามาอย่างรุกไล่
“เจ้าร่ายรำได้งดงามนัก ขอข้าชมใบหน้าสักหน่อยว่าจะงดงามเช่นกันหรือไม่” มือหนาเอื้อมมาดึงผ้าปิดหน้าของหลี่ลี่หลินออกอย่างรวดเร็วจนหญิงสาวตั้งตัวไม่ทัน
“อา...เจ้าช่างงดงามนัก เหตุใดต้องปิดหน้าเอาไว้ด้วยเล่า” เสียงรัวเร็วด้วยฤทธิ์สุราดังขึ้น ก่อนจะโยนผ้าปิดหน้าของหญิงสาวลงพื้นอย่างไม่ไยดี
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า แม่ทัพซุน ท่านทำนางรำของข้าตกใจเสียแล้ว” เสียงทรงพลังของฮ่องเต้ตรัสหยอกล้อ
แม่ทัพซุนหรือ แม่ทัพใหญ่ผู้ชนะศึกคนนั้นหน่ะหรือ
หลี่ลี่หลินคิดขณะก้มหน้าไม่กล้าสบตาชายหนุ่มตรงหน้า ยามนี้นางไม่รู้ว่าควรจะร่ายรำต่อหรือควรจะกลับเข้าไปดี
“กระหม่อมเพียงอยากเห็นใบหน้าของนางว่าจะงดงามเช่นเรือนร่างหรือไม่ พระองค์ทรงมีนางรำซึ่งงดงามมากนักพ่ะย่ะค่ะ”
“เจ้าชื่นชอบนางเช่นนั้นหรือ” ฮ่องเต้ตรัสถาม
“ไม่มีชายใดไม่ชื่นชอบหญิงงามหรอกนะพ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพใหญ่ซุนหย่งเล่อเอ่ยตอบขณะเดินเซกลับยังที่นั่งของตนเอง
“ข้าขอโทษที่ทำให้ตกใจ เจ้าร่ายรำต่อเถิด” ชายหนุ่มโบกมือให้คณะดนตรีทำการแสดงต่อไป
หลี่ลี่หลินซึ่งหยุดยืนค้างอยู่จึงจำต้องร่ายรำต่อ ยามนี้หญิงงามโยกย้ายร่ายรำอย่างอ่อนช้อยด้วยท่วงท่าล่อแหลม
หญิงสาวยกเรียวขางามกวาดเป็นวงกลมก่อนจะยกขึ้นชี้ฟ้า เมื่อยืนได้อีกครานางก็โยกย้ายส่ายสะโพกพร้อมยกแขนขยับไปมาจนทรวงอกสั่นไหว หญิงสาวร่ายรำโยกย้ายไปด้านหน้าก่อนจะหงายหลังเพื่อวนมือขึ้นลง ท่วงท่านี้ย่อมส่งให้เต้าทรวงล้นออกไปทางลำคอ เมื่อนางเงยหน้าขึ้นผ้าห่อหุ้มจึงโอบทรวงอวบไม่มิด ทรวงงามล้นทะลักออกเกือบเต็มเต้า
ถึงยามนี้เหล่าชายหนุ่มทั้งหลายย่อมนั่งไม่ติดที่แล้ว พวกเขาลุกขึ้นมายืนลุ้นการร่ายรำอย่างอยากให้หญิงงามได้เปิดเปลือยเรือนร่างให้มากขึ้นอีก ส่วนกลางกายของแต่ละคนคับแน่นแทบทั่วทุกคนไม่เว้นแม้แต่บรรดาชายหนุ่มเชื้อพระวงศ์ทั้งหลาย
“อืม...การแสดงชุดนี้ของนางรำของฝ่าบาท ทำให้กระหม่อมทนไม่ไหวแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เสียงชายหนุ่มเจ้าของแววตาเร่าร้อนดังขึ้น
“ฝ่าบาทย่อมรู้ดีว่าพวกเราตรากตรำอยู่ชายแดนมาหลายเดือน ไม่มีหญิงสาวข้างกายมาเนิ่นนาน พระองค์ให้สาวงามมาร่ายรำยั่วยวนถึงเพียงนี้ ช่างโหดร้ายยิ่งนัก”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไหนเลยข้าจะใจร้ายกับเจ้าเล่าแม่ทัพซุน ในเมื่อทนไม่ไหวเช่นนั้นก็ไม่ต้องทน นางรำหญิงงามนางนี้ ข้ายกให้เจ้าก็แล้วกัน” ฮ่องเต้ตรัสพระราชทานอย่างง่ายๆ
“ขอบพระทัยฝ่าบาท ถ้าเช่นนั้นกระหม่อมขอบังอาจเสียมารยาท ทูลลาเลยนะพ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพหนุ่มทำความเคารพก่อนจะเดินมาอุ้มร่างหญิงงามพาดบ่าแล้วกระโดดออกไปอย่างรวดเร็ว
กว่าหลี่ลี่หลินจะรู้ตัวนางก็โดนอุ้มไปวางบนหลังม้าแล้วนั่งโยกโยนโดนลมตีหน้าอย่างแรงไปตลอดทางโดยไม่ทันตั้งตัว
หลี่ลี่หลินนั่งหลับตาไปตลอดทางกว่าจะลืมตาขึ้นได้ก็เมื่อแม่ทัพหนุ่มอุ้มนางลงมาแล้วเดินกึ่งวิ่งอย่างรวดเร็ว
เขาเตะประตูห้องหนึ่งอย่างแรงก่อนจะวางร่างบางของนางลงบนเตียง หญิงสาวยังไม่ทันได้เอ่ยคำใด ริมฝีปากหนาซึ่งอบอวลไปด้วยกลิ่นสุราก็ประกบลงมาอย่างรวดเร็ว
“อือ...” หญิงสาวพยายามประท้วงแต่มีหรือที่ชายหนุ่มจะใส่ใจ ยามนี้ส่วนกลางกายของเขาคับแน่นอย่างอยากจะออกมาอยู่รอมร่อ
หญิงสาวนางนี้ร่ายรำยั่วยวนถึงเพียงนั้น เขาอยากจะเห็นนักว่าลีลาบนเตียงของนางจะเร่าร้อนเพียงใด
แม่ทัพหนุ่มไม่รอช้ากระชากชุดสวยซึ่งปกปิดเรือนร่างงามออกอย่างง่ายดาย หลี่ลี่หลินรู้สึกเย็นวาบจนต้องเอื้อมมือมาปกปิดส่วนสงวนของตนเองทั้งบนล่าง
“จะปกปิดไปไย ถึงอย่างไรวันนี้ข้าก็ย่อมเห็นทั้งหมดอยู่ดี” แม่ทัพหนุ่มพูดอย่างย่ามใจ ก่อนจะถอดเสื้อผ้าของตนเองอย่างรวดเร็ว เขารบพุ่งอยู่หลายเดือนโดยไม่ได้มีเรื่องสตรีเพศมาข้องแวะ ยามอยู่ในสนามรบผู้ใดจะมีกะจิตกะใจคิดถึงเรื่องพรรคนี้
ยามนี้เมื่อมีหญิงงามมาทอดร่างอยู่เบื้องหน้า มีหรือที่เขาจะรั้งรอ ชายหนุ่มทั้งอดอยากทั้งหิวโหย ทั้งมือทั้งปากจึงกระหน่ำลงไปอย่างไม่ปรานี
บทส่งท้ายมือหนาเลื่อนขึ้นกอบกุมทรวงอกอิ่มที่เปิดโล่ง นิ้วยาวคีบจุกชมพูซึ่งถูกบดจนแข็งสู้มือแล้วใช้ลิ้นสะกิดรัวเร็วจนหญิงสาวส่งเสียงครางแผ่วขณะแอ่นเนินโหนกรับลำเอ็นใหญ่ที่บดเบียดเข้าหาอย่างแนบแน่นครั้งนี้หัวบานปูดโปนอันใหญ่โตผลุบเข้าไปเล็กน้อยโดยไม่ยอมเข้าไปจนสุด แต่กลับชักออกค้างคาสร้างความเสียวซ่านจนไป๋ซินหยาต้องพยุงตัวเองให้เงยหน้าขึ้นสบสายตาเจ้าเล่ห์“หากเจ้ายอมรับปากว่าจะยอมอ้าขาให้ข้าทุกคืน ข้าจึงจะลงแรงต่อ”เงื่อนไขของอู๋เจิ้งช่างน่าขัน แต่ไป๋ซินหยารู้ดีว่าเขาแค่ต้องการกลั่นแกล้งนางจึงทำทีอ่อนข้อยอมพยักหน้าด้วยสีหน้ายอมจำนน“ดี น้องซินหยา รอรับความสุขสันต์อย่างต่อเนื่องได้เลย”อู๋เจิ่งใช้แรงกายที่ยังมีเหลือเฟือโยกสะโพกส่งท่อนลำลากครูดในร่องบวมแดงปลุกเสียงครวญครางซ่านกระเส่าให้ดังก้องอีกครั้งเพียงระบายความอัดอั้นได้ไม่นาน สายธารอันขาวขุ่นก็พวยพุ่งเปรอะเปื้อนไปทั่วหน้าท้องแบนราบที่บัดนี้เต็มไปด้วยคราบน้ำกามาของผู้ใดบ้างก็แยกไม่ออกไป๋ซินหยาถูกเคี่ยวกรำหนักหน่วงจึงหลั
ตอนที่แปดคืนข้ามปีไป๋ซินหยาโดนแรงทิ่มแทงตอกสวนไปมาไม่หยุด เมื่อไปข้างหน้าก็โดนกระแทกมาข้างหลัง ครั้นมาด้านหลังย่อมถูกตอกย้ำจนพุ่งไปด้านหน้าราวตุ๊กตาล้มลุกร่างบางเอนไปเอียงมากระเด็นกระดอนสะท้านสะเทือน ก่อนจะโดนบีบขย้ำเต้าทรวงสำทับอีกครั้งจนลมหายใจพัวพันในอากาศพบความหฤหรรษ์ไปอีกครา“ซี้ดดด...”“อู้ววว...”เกือบพร้อมกับเสียงครางต่ำที่ดังคำรามในลำคอพร้อมกระตุกหลั่งน้ำจนล้นเอ่อแข่งกันหยดย้อยลงบนพื้นทั้งด้านหน้าและด้านหลังยามถูกพยุงให้ลงจากตัวของพวกเขามายืนบนพื้น ขาเรียวของไป๋ซินหยาสั่นระริกจนแทบหยัดยืนไม่ไหวด้วยถูกกระแทกตอกแทงอยู่เนิ่นนานไป๋ซินหยาทิ้งกายอ่อนระทวยลงนอนขาถ่างเผยร่องกลีบบวมแดงโดยไม่อาจขยับตัวด้วยเมื่อยล้ายิ่งนักพลางครุ่นคิดในใจแรกเริ่มพวกเขาบอกว่าจะทะนุถนอมนางมิใช่หรือเหตุใดจึงรุนแรงดุดันครั้งแล้วครั้งเล่าเช่นนี้“พอแล้ว...ข้าไม่ไหวแล้ว” เสียงแผ่วเบาของหญิงสาวบ่งบอกความอ่อนแรงเมื่อโดนการถาโถมโหมกระหน่ำไม่ได้หยุดหย่อนจนลืมความหนาวไปแล้ว
ตอนที่เจ็ด พวกเขาบอกว่าจะทะนุถนอมนางมิใช่หรือติงเหวินรีบตอบรับขณะสายตามองท่อนเอ็นใหญ่ของเพื่อนสนิทที่สอดลึกเข้าไปในร่องกลีบสีแดงฉ่ำจนปลิ้นไปปลิ้นมา“ใช่ มีพวกเราอยู่ด้วย เจ้าย่อมอุ่นจนร้อนเช่นกัน ไป๋ซินหยา” อู๋เจิ้งก้มลงบอกหญิงสาวที่เอาแต่หลับหูหลับตากรีดร้องยามเขาโยกเข้าโยกออกสร้างความสะท้านเสียวชายหนุ่มขบกรามแน่นโน้มแรงส่งมือขึ้นบีบขยำอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวไปตามแรงกระแทกกระทั้นอย่างเร่าร้อนลำเอ็นใหญ่เสือกแทงมุดเข้าถอนออกพุ่งกระแทกบุกทะลวงไม่ยั้ง ขณะไป๋ซินหยาทนไม่ไหวส่งเสียงครวญครางระงมก้องด้วยทั้งเสียวทั้งทรมานยังไม่ทันไร อู๋เจิ้งก็หลั่งน้ำสีขาวสาดกระจายออกมาอย่างรวดเร็วด้วยอดกลั้นเอาไว้นานจนกลิ่นน้ำสวาทคละคลุ้งไปทั่วกระท่อมเล็กเมื่อผ่านไปแล้วถึงสองครั้ง ครั้งที่สามความลื่นไหลย่อมสอดประสานกลายเป็นความต่อเนื่องทำให้ไป๋ซินหยารู้จักการยกสะโยกเด้งตามท่อนกายของติงเหวินที่สอดใส่อย่างเป็นจังหวะแล้วอู๋เจิ้งเห็นสองหนุ่มสาวโหมกายสนุกสนานจึงเดินวนไปด้านบนจับใบหน้าหวานให้อ้าปากแล้วยั
ตอนที่หก ค่ำคืนนี้ไม่มีผู้ใดนอกจากพวกเราอู๋เจิ้งเห็นสายตาของหญิงสาวที่เบนไปสบกับอีกฝ่ายทั้งไป๋ซินหยายังเจตนาล้วงแหวกร่องบุปผาเผยความชุ่มฉ่ำให้มากขึ้นอีก ทำให้ต้องกลืนน้ำลายรู้สึกถึงอารมณ์กระสันที่ก่อตัวจนไม่อาจยับยั้งประโยคทุ่มเทจึงเอ่ยออกมาโดยไม่ยั้งคิด“ข้ารับปากว่าจะปกป้องเจ้าไปตลอดชีวิต ไม่ให้ผู้ใดใช้เจ้าเป็นหมากหรือซื้อขายเจ้าอีกเด็ดขาด”ในฐานะบุตรชายแม่ทัพ เรื่องเช่นนี้เขาย่อมทำได้ดีกว่า ทั้งท่าทางที่พร้อมปกป้องและลงมือทันทีนั้นช่างมั่นคงหนักแน่น นับว่าอู๋เจิ้งยอมทุ่มสุดตัวแล้วติงเหวินจึงไม่ยอมน้อยหน้า“ข้าจะออกเงินทุนให้เจ้าเปิดร้านค้าสักร้านสองร้าน ดีหรือไม่ มีการค้าของตัวเองย่อมไม่ต้องกลัวผู้ใดจะรังแก”ความหมายของติงเหวินย่อมครอบคลุมไปถึงภรรยาในภายภาคหน้าของเขาซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาชายหนุ่มทั้งสองต่างถูกภาพหญิงสาวที่อ้าขากว้างเขี่ยบดเม็ดเสียวไปมาจนน้ำใสไหลเยิ้มเคลือบนิ้วเรียวทั้งยังใช้มือบีบเคล้นเต้าอวบพร้อมบีบบี้เม็ดสีชมพูไปด้ว
ตอนที่ห้า เปิดประมูลสายตาหวั่นไหวจับจ้องแท่งเนื้อกลางกายที่แข่งกันผงาดชี้หน้าอย่างน่าหวาดหวั่นโอ้!...ใหญ่เพียงนี้ เห็นทีต้องเจ็บปางตายแน่หญิงสาวคิดหนักก่อนจะเอ่ยเสียงสั่น“คุณชายทั้งสองโปรดรอก่อน ในเมื่อพวกท่านเสนอให้ข้าเลือก เช่นนั้นโปรดให้โอกาสข้าได้หรือไม่”ติงเหวินที่กำลังชักรูดลำท่อนเตรียมความปูดโปนให้พร้อมทิ่มแทง หันขวับไปมองสายตาเว้าวอนของหญิงสาวก่อนจะใจอ่อน “เจ้าจะเลือกเขาหรือ”“มิได้เจ้าค่ะ”“เช่นนั้นเจ้าจะเลือกเขาเช่นนั้นหรือ” เพียงนางเอ่ยปฏิเสธ อู๋เจิ่งจึงรีบส่งสายตาไม่พอใจออกมาทันทีด้วยหากนางไม่เลือกตนเองย่อมต้องเป็นเพื่อนสนิทที่ยืนอยู่ด้านข้างที่จะได้เบิกร่องช่องทางสีแดงสดนั้นในเมื่อภายในกระท่อมนี้มีกันอยู่เพียงสองคน“ข้ายังไม่ได้ตัดสินใจ ได้ยินว่าคณิกาที่เปิดประมูลพรหมจรรย์เป็นครั้งแรก ยังสามารถเรียกร้องและมีค่าตอบแทนมากหน่อยในเมื่อคืนนี้ คุณชายทั้งสองอยากเปิดบริสุทธิ์ในร่างกายของข้า เช่นนั้นก็ควรแข่งขันกันสักหน่อย ดีหรือไม่เจ้
ตอนที่สี่ลองดูก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ“หรือว่าจะลองดูก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ”ใบหน้าที่ยื่นเข้ามาจนชิดทั้งรอยยิ้มหยอกล้อกับคำพูดหยาบโลนทำให้ไป๋ซินหยาหลับตาแน่นเขา...หมายความอย่างไรกันเรื่องเช่นนี้ก็ลองดูก่อนได้ด้วยหรือ ไป๋ซินหยาไม่เข้าใจ แต่สองชายหนุ่มซึ่งสนิทสนมกลมเกลียวมานานหลายปี เพียงมองตาย่อมรู้ใจและเข้าใจความหมายและเจตนานั้นดีพวกเขาไม่ปล่อยเวลาให้นางได้คิดตัดสินใจสักนิด ยังไม่ทันไรก็ปลุกเร้าด้วยความร้อนแรงจนร่างของนางแทบลุกเป็นไฟอู๋เจิ้งเลื่อนตัวลงไปครอบครองกลืนกินที่ด้านล่างโดยทั้งลงลิ้นละเลงเลียความนุ่มนวล ทั้งใช้ปากขบเม้มแล้วยังใช้นิ้วหลายนิ้วสอดแทงชักเข้าดึงออกสำรวจความคับแคบไม่ได้หยุดเรี่ยวแรงของคนตรงหน้าทั้งรวดเร็ว ดุดัน แข็งกร้าวราวกับจะลงโทษนางให้ขาดใจตายนั่นทำให้ไป๋ซินหยาซึ่งถูกจับนอนถ่างขากว้างกระเสือกกระสนบีบเรียวขาเข้าหากันอยู่หลายครั้งจนศีรษะของอู๋เจิ้งแทบจมหายไปกับส่วนกลางกายของนาง“คิดสู้หรือ เช่นนั้นต้องลงมือให้หนัก” เสียงต่ำท
ตอนที่หนึ่ง คิดจะรังแกข้าหรือร่างใหญ่ดิ้นรนด้วยความเจ็บปวดแต่ไม่อาจหลีกหนีด้วยบัดนี้ถูกจับกดเอาไว้ด้วยชายหนุ่มอีกสองคนซึ่งโผล่มาอย่างเงียบเชียบ“จะฆ่าทิ้งหรือปล่อยไว้เช่นนี้ขอรับ คุณหนู” ชายคนหนึ่งเอ่ยปากถ
อย่ารังแกข้าเลยท่านแม่ทัพโดยแม่นางว่างจิงจิงนางเป็นเพียงคุณหนูน้อยผู้อ่อนแอซึ่งทำการค้าเพื่อหาเงินทอง เหตุใดจึงต้องจับตัวนางมาคาดคั้นเช่นนี้ ขอความเมตตาสักนิดเถิด อย่ารังแกข้าด้วยของใหญ่เช่นนั้นเลยท่านแม่ทัพใ
ตอนที่สิบสี่ บนกำแพงด้วยความอยากรู้แม้ใจจะเต้นระทึกด้วยความสั่นรัว แต่เท้าทั้งสองของหญิงสาวก็ก้าวตามเงานั้นไปอย่างรวดเร็ว เงาร่างสายนั้นรวดเร็วมาก ไม
ตอนที่แปด กลับมาแล้วซุนหย่งเล่อย่อมไม่คุ้นเคยกับน้ำตาของหญิงสาว คืนนั้นเขาเมาสุราอย่างหนักจึงย่ำยีนางไปโดยไม่ใส่ใจอื่นใด แต่ยามนี้เขามีสติเต็มร้อย แม้จะรู้สึกอึดอัดอยากระบายเพียงใด ก็อยากให้หญิงสาวยินยอมมากกว่า 







