Share

ตอนที่3

last update Tanggal publikasi: 2026-07-20 08:21:05

ตอนที่ 3 ออกเดินทาง

“องค์หญิง องค์หญิงเพคะ”

เสียงเรียกที่ไม่คุ้นหูปลุกให้ฉู่หว่านหนิงลืมตาตื่น นางหันไปมองคนตรงหน้า ดวงตาพร่ามัวจ้องมองอย่างเหนื่อยล้า ในลำคอแห้งผาก

“น้ำ ขอน้ำหน่อย”

น้ำเสียงแหบแห้งของฉู่หว่านหนิงดังขึ้น

ถ้วยน้ำอุ่นถูกยื่นมาตรงหน้า ฉู่หว่านหนิงยกมือขึ้นรับอย่างรีบร้อนพร้อมกับขยับกายลุกขึ้นนั่ง นางยกถ้วยน้ำอุ่นตรงหน้าขึ้นดื่มจนหมดอย่างรวดเร็ว

“ขออีก ขออีกหน่อย”

น้ำเสียงนั้นทำให้กู้เหยียนหลินรู้สึกสงสารจับใจ นางรีบรินกาน้ำอุ่นส่งให้องค์หญิงฉู่หว่านหนิงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะทรุดกายลงนั่งบนขอบเตียงเคียงข้างองค์หญิง ในยามที่องค์หญิงสำลักนางยังช่วยตบหลังให้เบา ๆ อย่างเป็นห่วง รู้สึกสงสารสตรีสูงศักดิ์ผู้นี้ที่ต้องมาพบเจอกับเรื่องเลวร้ายในต่างแดนเช่นนี้

มาอภิเษกเป็นสนมทว่ากลับมีร่างกายที่ซูบผอม เสื้อผ้าอาภรณ์ก็ดูขาดแคลนยิ่งนัก มีแต่ชุดเก่า ๆ

นางอยู่ที่นี่คงไม่ได้เป็นที่โปรดปรานเลยต้องทนทุกข์ทรมานเช่นนี้

หลังจากฉู่หว่านหนิงดื่มน้ำอุ่นจนหมดไปหลายถ้วยแล้วก็พลันรู้สึกมีแรงขึ้นมาบ้างเล็กน้อย มือแห้งกร้านยื่นถ้วยเล็กให้กู้เหยียนหลินพร้อมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“เจ้าเป็นใครหรือ”

กู้เหยียนหลินรีบลุกขึ้นจากเตียงยืนตัวตรงประสานมืออย่างนอบน้อมก้มศีรษะเล็กน้อยท่าทางเก้ ๆ กัง แล้วเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มบาง

“หม่อมฉันกู้เหยียนหลิน เป็นภรรยาของแม่ทัพมู่หานเซียวเพคะ”

ฉู่หว่านหนิงพยักหน้ารับเล็กน้อย แม้ใบหน้าจะสงบนิ่งทว่าในใจกลับแตกสลายไม่เหลือชิ้นดี ที่จริงนางพยายามตัดใจตั้งแต่เขาทรยศนางในวันนั้นแล้ว นางคิดว่าตอนนี้จะไม่รู้สึกอะไรแล้วทว่าเมื่อได้ยินเช่นนั้นในใจกลับเจ็บปวดยิ่งนัก

ฉู่หว่านหนิงมองดูสตรีผู้ไร้เดียงสาตรงหน้า นางดูมีชีวิตชวาใบหน้าเต็มไปด้วยความสดใสดูเหมือนนางเองก็ไม่ได้รู้เรื่องราวของตนเองกับมู่หานเซียว

เขาคงรักนางมากไม่อยากทำให้นางคิดมากจึงไม่ได้บอกเรื่องของพวกเขาให้นางได้รับรู้

“องค์หญิง…”

กู้เหยียนหลินเปล่งเสียงอย่างปลอบโยนเมื่อเห็นสตรีสูงศักดิ์ตรงหน้านิ่งเงียบ

ฉู่หว่านหนิงเผยรอยยิ้มบางแล้วเงยหน้าขึ้นมองสตรีตรงหน้า ช่างเป็นสตรีที่สง่าผาเผยยิ่งนัก รูปร่างสูงโปร่งราวบุรุษ ไหล่ตั้งตรงดูแข็งแกร่ง ทว่าใบหน้ากลับงดงามเต็มไปด้วยความใสซื่อ ดูแล้วยังอายุน้อยไร้เดียงสายิ่งนัก

ในขณะเดียวกันร่างสูงโปร่งสง่างาม ท่วงท่าน่าเกรงขามก็พลันก้าวย่างเข้ามา ใบหน้าเรียบนิ่ง เขาก้าวมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าฉู่หว่านหนิงแล้วประสานมือโค้งกายอย่างนอบน้อม

“องค์หญิงขออภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ ภรรยาของกระหม่อมนั้นยังเด็กและหยาบกระด้างนักเกรงว่าจะรบกวนพระองค์แล้ว”

กล่าวจบ มู่หานเซียวก็หันไปทำตาดุใส่กู้เหยียนหลินทีหนึ่ง

“ข้าบอกแล้วมิใช่หรือให้เจ้าอยู่ดูแลแต่ภายนอก ห้ามเข้ามารบกวนองค์หญิง”

น้ำเสียงตำหนิของมู่หานเซียวดังขึ้น

กู้เหยียนหลินก้มศีรษะเล็กน้อย ดวงตาสดใสแปรเปลี่ยนเป็นระห้อยราวยอมรับความผิดอย่างว่าง่าย

“องค์หญิง เชิญเสด็จพ่ะย่ะค่ะ”

น้ำเสียงหนักแน่นของมู่หานเซียวดังขึ้น

ฉู่หว่านหนิงที่นั่งอยู่บนเตียงพยักหน้ารับเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้นยืนตัวตรง แล้วก้าวออกจากห้อง

ด้านนอกเต็มไปด้วยเหล่าทหารอารักขาของต้าซ่ง ยืนเรียงรายล้อมรอบ ด้านหน้ามีขบวนรถม้าหรูหราอยู่ ความหรูหราที่นางแทบจะลืมเลือนไปแล้วในระยะสองปีมานี้

นางถูกกักขังในห้องมืด ในบางวันต้องติดสินบนเหล่านางกำนัลเพื่อจะได้ออกไปทำงานหนักหลายอย่างเพื่อแลกกับข้าวดี ๆ สักมือเพื่อประทังชีวิต ความรุ่งโรจน์ในสถานะองค์หญิงนั้นนางแทบไม่เหลือเค้ารางใด ๆ อีก

ฉู่หว่านหนิงยืนนิ่งครู่หนึ่ง ด้วยความไม่ตั้งใจพลันหันกลับมองด้านหลัง

ภาพของทั้งสองคนที่ยืนอยู่เคียงข้างกันช่างเป็นภาพที่งดงามยิ่งนัก ทั้งสองดูเหมาะสมกันมากจริง ๆ แม้จะปล่อยวางแล้วทว่าในส่วนลึกกลับยังคงเจ็บอยู่

ฉู่หว่านหนิงพลันรู้สึกแสบปลายจมูกขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ นางรีบหันกลับมา พยายามข่มบางอย่างในใจ แล้วก้าวตรงไปยังรถม้าที่จอดรออยู่ด้วยท่าทางที่สงบนิ่งที่สุด

ไม่นานรถม้าก็ค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกไปจากเผ่าเทียนหลาง สายลมเย็นพัดต้องผ้าม่านให้ปลิวไหวเบา ๆ

ฉู่หว่านหนิงนั่งนิ่งอยู่ในรถม้าหรูหรา ดวงตาเหม่อลอยมองออกไปนอกหน้าต่างรถม้าอย่างไม่ได้ใส่ใจทว่ากลับสบเข้ากับเงาร่างหนึ่ง

“องค์หญิง องค์หญิงเพคะ”

น้ำเสียงสดใสนั้นก็คือ กู้เหยียนหลิน ที่กำลังขี่ม้าอยู่ข้าง ๆ กับรถม้าของนาง เพียงชั่วพริบตาร่างสูงโปร่งบอบบางในชุดเกาะก็กระโดดขึ้นมาในรถม้าของนาง

กู้เหยียนหลินก้าวเข้ามาด้านในด้วยใบหน้าร่าเริง นางรู้สึกว่าสตรีสูงศักดิ์ตรงหน้านั้นดูโศกเศร้าเกินไปคงเจอเรื่องทุกข์ใจมาไม่น้อย

“องค์หญิง อากาศหนาวนักข้านำผ้ารองเตาพิงมาให้ท่าน เพื่อท่านจะได้รับไออุ่นเต็มที่จากเตาเพคะ”

น้ำเสียงอ่อนโยนของกู้เหยียนหลินดังขึ้นพร้อมกับหยิบผ้ารองเตาพิงออกมาจากอกเสื้อ ดวงตาของนางเบิกกว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นรอยเย็บชัดเจน ใบหน้างดงามนั้นก็พลันยิ้มเขินอายขึ้นมาทันที นางหันไปยกเตาพิงที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ขึ้นมาใส่ไว้ในผ้ารองนั้นอย่างเก้ ๆ กัง

…

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • แม่ทัพใจร้ายเลิกตามข้าขึ้นจากหลุมเถิด   ตอนที่43

    ตำหนักคุ้นตาตรงหน้าทำให้เขาชะงักฝีเท้าเล็กน้อย เวลาของสวรรค์และโลกมนุษย์นั้นต่างกันมากไม่รู้ว่าตอนนี้นางยังมีชีวิตอยู่อีกหรือไม่ร่างสูงโปร่งในร่างเทพนั้น มนุษย์ธรรมดาไม่อาจมองเห็นเขาได้ หลิงเซียวตี้จวินก้าวผ่านทางที่เคยเดิน ตำหนักที่เคยพัก สวนที่เคยชม ทว่าในใจกลับยังรู้สึกไม่พอมือใหญ่กำแน่นขึ้นอย่างไม่รู้ตัว สุดท้ายก็เดินเข้าไปยังตำหนักของเขาและฉู่หว่านหนิงทว่าด้านในนั้นกลับเงียบสงบราวกับไม่มีผู้ใดอยู่อีกต่อไปกลิ่นเครื่องหอมที่นางเคยชอบ กลิ่นชาที่นางดื่มเป็นประจำ กลิ่นเครื่องประทินผิวที่นางเคยใช้ทุกอย่างล้วนหายไปในใจพลันสับสนหรือว่านางจะจากไปแล้ว เมื่อคิดได้เช่นนั้น มือใหญ่ของเขาก็กำแน่นโดยที่ไม่รู้ตัว ในอกราวกับมีสิ่งใดคอยบีบรัดอย่างรุนแรงหลิงเซียวตี้จวินยกมือขึ้นกุมหน้าอกของตนที่ปวดร้าวอย่างรุนแรง คิ้วเข้มนั้นขมวดแน่น เขายังคงก้าวฝีเท้าต่อไปเพราะจำได้ว่าด้านในข้างเตียงนอนนั้นเคยมีรูปวาดของนางแขวนอยู่หลิงเซียวตี้จวินหยุดยืนอยู่เบื้องหน้ารูปวาดที่งดงาม เขาจ้องมองมันอย่างไม่กระพริบตาอยู่นานราวกับมองเท่าไรก็ไม่พอ ยิ่งมองก็ยิ่งไม่อาจละสายตาเขายกมือใหญ่ขึ้นแล้ววางทาบลงบนภาพนั้นอย่า

  • แม่ทัพใจร้ายเลิกตามข้าขึ้นจากหลุมเถิด   ตอนที่42

    ตอนพิเศษ 1 หลิงเซียวตี้จวินสวรรค์เก้าชั้นฟ้าตำหนักเทพสงครามผู้พิทักษ์เหนือสวรรค์ หลิงเซียวตี้จวินแสงสีขาววาบผ่านสวรรค์อย่างรวดเร็ว ร่างสูงโปร่งในอาภรณ์สีดำสนิทที่กำลังนอนหลับใหลอยู่บนแท่นแก้วลืมตาขึ้นช้า ๆ สวรรค์เก้าชั้นฟ้า หลิงเซียวตี้จวินลืมตาขึ้น เขากลับมาแล้ว จากนี้จะไม่มีมู่หานเซียวความเจ็บปวดแล่นขึ้นมาจนหน้าอกของเขาแทบหายใจไม่ออก หลิงเซียวตี้จวินขยับกายลุกขึ้นนั่งแล้วรวบรพลังเทพในกาย พลังเทพสับสนวุ่นวายและมีบางส่วนหายไปสร้างความเจ็บปวดแก่เจ้าของร่าง ไอคาวเลือดพุ่งขึ้นไปยังลำคอจนเขากระอักเลือดออกมาคำใหญ่มือใหญ่ยกขึ้นกุมหน้าอกอย่างทรมาน คำพูดของเซียนหลงซือดังขึ้นในหัว“แม่ทัพมู่ ท่านแน่นใจหรือว่าจะทำเช่นนี้ ทุกสิ่งมีสิ่งที่ต้องจ่าย”ริมฝีปากหยักได้รูปยกยิ้มมุมปากครู่หนึ่ง แล้วยกมือขึ้นเช็ดคราบเลือดสดข้างริมฝีปากออกอย่างนิ่งหลิงเซียวตี้จวินเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยมองตำหนักสวรรค์ที่คุ้นเคยด้วยดวงตาที่เหม่อลอยครู่หนึ่ง ในเมื่อเป็นเพียงด่านเคราะห์สวรรค์เท่านั้น ก็ควรปล่อยวางมันลงเขาลุกขึ้นยืนแล้วร่ายเวทเปลี่ยนเป็นอาภรณ์เต็มยศก่อนจะก้าวออกจากตำหนักที่เงียบสงบนี้ด้วยท่าทางสง่างาม“คาร

  • แม่ทัพใจร้ายเลิกตามข้าขึ้นจากหลุมเถิด   ตอนที่41

    ตอนที่ 41 ตื่นขึ้นอีกครั้งสายลมเย็นพัดต้องใบหน้างดงาม ปลุกให้คนที่กำลังหลับใหลนั้นตื่นขึ้นมา ดวงตาของนางพร่ามัวเล็กน้อย“องค์หญิงเก้า ท่านตื่นแล้วหรือเพคะ”องค์หญิงเก้าหลิงเยว่ลืมตาขึ้น แล้วลุกขึ้นจากแท่นแก้ว บนแดดสวรรค์ นางลุกขึ้นนั่งนิ่ง ๆ“เป็นอย่างไรบ้าง ท่านผ่าด่านเคราะห์ได้หรือไม่”หลิงเยว่พยักหน้าเล็กน้อย เมื่อรับรู้ถึงพลังเทพที่เพิ่มขึ้น นางถอนหายใจแล้วลุกขึ้นยืนนิ่ง ๆ ทอดสายตามองตำหนักสวรรค์อย่างเหม่อลอยต่อไปนางไม่ใช่ฉู่หว่านหนิงอีกแล้ว ดวงตาคู่สวยหันไปมองเซียนน้อยที่คอยอยู่เฝ้านาง แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ“เหตุใดวันนี้ที่ตำหนักถึงได้เงียบนัก”เซียนน้อยหันกลับมา แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น“วันนี้เง็กเซียนฮ่องเต้ ทรงจัดงานเลี้ยงเพคะ และวันนี้ หลิงเซียวตี้จวินก็มาด้วยเพคะ”หลิงเยว่ขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วเอ่ยถามขึ้น“หลิงเซียวตี้จวินเช่นนั้นหรือ?”เซียนน้อยพยักหน้ารับ ก่อนจะเอ่ยต่อ“ใช่เพคะ องค์หญิงไม่เคยเห็นหรอกเพคะ เขาเป็นเทพสงครามรูปงาม ทว่าชอบเก็บตัวอยู่แต่ในตำหนักของตน ไม่ชอบพบปะผู้คน ได้ยินว่าเป็นเพราะไปโลกมนุษย์แล้วทำผิดกฎ จึงถูกลงโทษ ทำให้พลังเทพหายไปครึ่งหน

  • แม่ทัพใจร้ายเลิกตามข้าขึ้นจากหลุมเถิด   ตอนที่40

    ตอนที่ 40 จากไปหลายเดือนผ่านไปเสียงฟ้าร้องคำรามดังสนั่น ผสานกับเสียงกรีดร้องของ ฉู่หว่านหนิงในตำหนักฮองเฮา เหล่าบรรดานางกำนัลและแม่นม ต่างวิ่งวุ่นกันไปมาทั่วตำหนักมู่หานเซียวที่ยืนอยู่นอกตำหนักนั้น ก็มีสีหน้าเคร่งเครียด มือใหญ่ของเขากำแน่น ในใจสับสนวุ่นวายและกระวนกระวายใจ จนไม่อาจยืนสงบนิ่งได้ร่างสูงโปร่งเดินไปมาอย่างร้อนใจ เมื่อได้ยินเสียงนาง กรีดร้อง ก็พลันเจ็บปวดหัวใจยิ่งนักทว่าเพียงไม่นาน เสียงทารกน้อยก็ร้องดังขึ้นแทรกเสียงความวุ่นวายทั้งหมดที่มีมู่หานเซียวเมื่อได้ยิน สีหน้าที่ตึงเครียดนั้นก็พลันผ่อนคลายลงเล็กน้อย เขาไม่รีรอรีบวิ่งเข้าไปในตำหนักทันทีเมื่อก้าวเข้าไปด้านใน แม่นมสองคนก็ก้าวออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แล้วทำความเคารพอย่างนอบน้อมก่อนจะเอ่ยขึ้น“ฝ่าบาท ได้องค์หญิงเพคะ”แม่นมที่อุ้มทารกน้อยไว้ในอ้อมกอด ก็พลันเดินเข้ามาพร้อมกับยื่นทารกน้อยที่ยังอยู่ในห่อผ้าอยู่ ให้กับมู่หานเซียวอย่างนอบน้อมและเคารพมู่หานเซียวจ้องมองทารกตัวน้อย เขาตัวขาวผ่อง ใบหน้ารูปไข่ ดูงดงามราวกับเทพธิดาน้อย ริมฝีปากหยักได้รูปนั้น พลันปรากฏรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความปลื้มปีติออกมามือใหญ่ของมู่

  • แม่ทัพใจร้ายเลิกตามข้าขึ้นจากหลุมเถิด   ตอนที่39

    ตำหนักของพระสนมฉู่เพียงไม่นาน มู่หานเซียวก็ก้าวเข้ามาถึงตำหนักของ ฉู่หว่านหนิง ด้านในตำหนักนั้นวุ่นวายเล็กน้อย เหล่านางกำนัลและขันทีต่างวิ่งวุ่นกันไปมามู่หานเซียวขมวดคิ้วแน่น แล้วรีบเดินเข้าไปด้านในตำหนัก เขามองเข้าไปก็เห็นฉู่หว่านหนิงนอนอยู่บนเตียง ใบหน้างดงามนั้นซีดเซียวเล็กน้อยข้าง ๆ เตียงนั้น หมอหลวงผู้หนึ่งกำลังนั่งเขียนใบสั่งยาให้อย่างตั้งใจมู่หานเซียวไม่รีรอ รีบก้าวเข้าไปหาฉู่หว่านหนิงอย่างรวดเร็ว ในใจเต็มไปด้วยความกังวล“ฝ่าบาท—”หมอหลวงรีบลุกขึ้นกำลังจะทำความเคารพ ทว่ากลับถูก มู่หานเซียวยกมือขึ้นห้ามไว้เสียก่อน แล้วถามอย่างกังวล“นางเป็นอะไร”หมอหลวงยิ้มบางแล้วเอ่ยขึ้น“พระสนมฉู่ กำลังตั้งครรภ์พ่ะย่ะค่ะ”เมื่อได้ยินคำตอบของหมอหลวง สีหน้าตึงเครียดเมื่อครู่ของมู่หานเซียว ก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นชะงักไปเล็กน้อย ในใจกลับเต้นแรงและเบิกบานเป็นพิเศษ ดวงตาคมแดงระเรื่อด้วยความปีติ เขาเองดีใจ จนมีคำพูดมากมายที่อยากจะพูดออกมา ทว่ากลับไม่รู้ต้องเริ่มอย่างไร ใบหน้าคมนั้นหันไปสบตากับดวงตาคู่สวยของนาง ที่กำลังจ้องมองเขาอยู่มู่หานเซียวก้าวเข้าไปทรุดกายลงนั่งเคียงข้าง แล้วยื่นมือ

  • แม่ทัพใจร้ายเลิกตามข้าขึ้นจากหลุมเถิด   ตอนที่38

    ตอนที่ 38 แต่งตั้งฮองเฮาสองเดือนผ่านไปณ ท้องพระโรงภายในท้องพระโรงที่โอ่อ่า เหล่าบรรดาขุนนางทั้งสองฝ่ายต่างยืนประจำที่ของตนเองอย่างเป็นระเบียบ เบื้องบนสุดนั้นคือมู่หานเซียว ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์มังกรสีทองมู่หานเซียวหยิบฎีกาที่ขันทีเพิ่งยื่นขึ้นไป มาเปิดอ่าน เมื่อเห็นข้อความในนั้น สีหน้าของเขากลับตึงเครียดและโยนมันลงพื้นทันที“บังอาจ!”เสียงตวาดของมู่หานเซียวดังลั่นเหล่าขุนนางที่ยืนอยู่ต่างตกใจ รีบคุกเข่าลงแล้วยกมือขึ้นประสานแน่นด้วยความหวาดหวั่น“ฝ่าบาทโปรด ทรงพิจารณาด้วยพ่ะย่ะค่ะ”เสียงขุนนางฝ่ายบุ๋นท่านหนึ่งดังขึ้น เสนาบดีซ่ง เขาเป็น ผู้ส่งฎีกาฉบับนั้นขึ้นไป เพราะอยากจะให้ฮ่องเต้รับสนมเพิ่ม หรือเลือกฮองเฮาจากบุตรสาวในตระกูลขุนนาง เพื่อกลบเกลื่อนข่าวที่ทรงโปรดปรานสนมฉู่ จนละเลยราชการดวงตาคมกริบของมู่หานเซียวจดจ้องลงมายังเสนาบดีผู้นั้น ริมฝีปากยกยิ้มอย่างโหดเหี้ยม มือใหญ่ของเขาเคาะลงบนโต๊ะเบา ๆ ในใจพลันหงุดหงิดยิ่งนัก“ลากตัวไปประหาร”น้ำเสียงราบเรียบ ทว่าคนฟังหนาวสั่นไปถึงกระดูก“ฝ่าบาท ได้โปรดไว้ชีวิตด้วยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมผิดไปแล้ว พ่ะย่ะค่ะ”เสนาบดีซ่งเอ่ยขึ้นด้วยความ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status