Share

บทที่ 9 องค์ชายห้า

last update publish date: 2026-07-04 18:00:04

เหวินจือเวยหันขวับไล่สายตาตามเส้นสายสีแดงที่พุ่งผ่านไปทางด้านหลังของนางในทันที ก่อนที่ปลายจมูกรั้นจะหันไปชนเข้ากับแผงอกหนาของใครบางคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังของนาง

ปึก!

“อ๊ะ! โอ๊ย!” เหวินจือเวยร้องพลางกุมปลายจมูกตนเองไว้แน่นตามสัญชาตญาณ ทำให้เท้าเล็ก ๆ ก้าวถอยหลังเพื่อรักษาระยะห่าง ทว่าในความลนลานนั้น ส้นรองเท้าปักกลับขัดกันเองจนร่างบางเสียหลักหงายหลัง

แย่แล้ว!

สองมือของเหวินจือเวยไขว่คว้าหาที่ยึดมั่น ด้วยไม่อยากล้มลงบนพื้นท่ามกลางสายตาของคนทั้งงาน หากแต่นางกลับคว้าได้เพียงอากาศ

“เวยเวย!” เสียงโม่ซื่อร้องดังลั่น

ในพริบตาก่อนที่นางจะล้มลงไป มือหนาแข็งแรงฉวยจับข้อมือบางของนางไว้แน่น ก่อนจะออกแรงรั้งตัวนางให้กลับมายืนได้อย่างมั่นคง ทว่าเจ้าตัวคำนวณแรงมากเกินไป ทำให้ร่างของเหวินจือเวยถูกรั้งเข้าไปปะทะกับอกกว้างอีกครั้ง

คราวนี้ จมูกของนางซุกอยู่กับสาบเสื้อไหมเนื้อละเอียดที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมสะอาดของไม้กฤษณา ซึ่งเป็นกลิ่นที่ต่างจากน้ำหมึกในร้านของนางอย่างสิ้นเชิง

ดวงตากลมโตของเหวินจือเวยเบิกกว้างขึ้น เมื่อเงยหน้ามองผู้ที่ช่วยชีวิตนางไว้ ใบหน้าคมคายราวกับสลักจากหยกเย็นนั้นนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบจ้องมองนางด้วยแววตาที่ยากจะอ่านออกเช่นเดียวกับวันนั้น…

วันที่เขาเสียบดาบทะลุอกของหลงจื่อซวนเมื่อชาติก่อน!

หลงมู่เฉิน!

“ระวังหน่อย... คุณหนูเหวิน” เสียงทุ้มต่ำและกังวานดังขึ้นเหนือศีรษะ

เมื่อเห็นว่าหญิงสาวในอ้อมกอดเริ่มทรงตัวได้แล้ว หลงมู่เฉินก็รีบปล่อยข้อมือของนางออกอย่างสุภาพและรักษาระยะห่างในทันทีราวกับไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้น

“อ๊ะ! หม่อมฉันขอโทษเพคะ องค์ชายห้า” เหวินจือเวยใจเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก การได้พบเจอเขาอีกครั้งมิใช่เรื่องที่นางเสียใจ หากแต่นางยังไม่ได้เตรียมใจที่จะเจอเขาต่างหาก!

เหวินจือเวยรีบสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงกลับมา

ไม่สิ… นี่เป็นโอกาสอันดีต่างหาก เพราะในวันนั้น ดาบเดียวที่แทงทะลุถึงสองครั้งของหลงมู่เฉิน... จึงสามารถสังหารหลงจื่อซวนที่บังอาจฆ่าล้างบางตระกูลของนาง!

นางยังไม่ได้มีโอกาสที่จะพูดขอบคุณเขาเลย…

“หม่อมฉันขอบพระทัยองค์ชายห้าสำหรับ ‘การช่วยเหลือ’ เพคะ” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงซาบซึ้ง ไม่เพียงแต่ช่วยไม่ให้นางต้องล้มขายหน้าในวันนี้ แต่ยังรวมถึงการสังหารหลงจื่อซวนในวันนั้นอีกด้วย!

เหวินจือเวยก้มหน้าย่อกายขอบคุณตามธรรมเนียมอย่างอ่อนช้อย ก่อนที่ดวงตาแทบจะถลนออกมานอกเบ้า เมื่อดวงตากลมโตของนางเหลือบไปเห็นด้ายแดงที่โคนนิ้วก้อยของอีกฝ่าย

เหวินจือเวย “!!!”

ใครกัน!?

คู่ครองวาสนาด้ายแดงของหลงมู่เฉินคือใคร?

เหวินจือเวยรีบเงยหน้าไล่สายตาตามเส้นด้ายแดงนั้นไปอีกครั้ง ก่อนจะเห็นว่าปลายอีกด้านทะลุตัวของนางไปทางด้านหลัง ดวงหน้าจิ้มลิ้มเอี้ยวมองตามไปก่อนจะเห็นปลายด้ายแดงอยู่ที่โคนนิ้วก้อยของใครบางคนที่สวมใส่ชุดสีแดงเพลิงโดดเด่นเป็นตัวหลักของงานเลี้ยงในวันนี้

หื้ม? เหวินจือเวยมองไล่จากโคนนิ้วก้อยไปตามท่อนแขน ผ่านอาภรณ์ลายปักประณีตไปถึงดวงหน้างดงามของเฉินอวี้หลาน

เฉินอวี้หลาน? ข้าหรือ!?

หลงมู่เฉินคือคู่วาสนาด้ายแดงของข้าหรอกหรือ?

เหวินจือเวยเบิกตากว้าง แทบอยากจะยกปลายนิ้วขึ้นมากดจุดเหนือริมฝีปาก เพื่อไม่ให้ตนเองเป็นลมล้มพับลงไปอีกครั้ง ในขณะที่กำลังคิดทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

สรุปว่าหลงมู่เฉินคือวาสนาด้ายแดงของข้า ส่วนหลงจื่อซวนคือวาสนาด้ายแดงของอีอี...?

แต่เพราะชาติก่อนที่ข้าฝืนวาสนาด้ายแดงแต่งงานครองคู่กับหลงจื่อซวน ข้าจึงต้องประสบโชคร้ายถึงเพียงนั้น?

วาสนาด้ายแดงน่ากลัวเกินไปแล้ว!

ให้ตายชาตินี้ ข้าก็คงจะไม่กล้าฝืนวาสนาด้ายแดง ไม่โต้แย้งกับผู้เฒ่าจันทราอีกแล้ว!

มีอย่างที่ใด แต่งงานออกเรือน มีสามีคนเดียว แต่ทำล่มจมไปทั้งตระกูล ผู้ใดจะเอาก็เอาไปเถิด แต่ข้าไม่เอา!

หากเป็นเช่นนี้ คู่ครองที่เหมาะสมและส่งเสริมซึ่งกันและกัน ย่อมเป็นข้าและหลงมู่เฉินต่างหาก!

เหวินจือเวยหันซ้ายมองปลายนิ้วของหลงมู่เฉินทีหนึ่ง ก่อนจะหันขวาไปมองปลายนิ้วของเฉินอวี้หลานอีกทีหนึ่ง จนมั่นใจแล้วว่าสองคนนี้มีด้ายแดงผูกเชื่อมสัมพันธ์กันจริง ๆ

เอาล่ะ... แม้ว่าเจ้าจะมีสัญญาหมั้นหมายกับหลงจื่อซวนไปแล้ว แต่ข้าก็จะเป็นผู้เฒ่าจันทราจับคู่ให้พวกเจ้าใหม่เองก็แล้วกัน!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แม่สื่อด้ายแดงขององค์ชายห้า   บทที่ 150 แม่สื่อของเขา (จบ)

    ภายในรถม้าคันใหญ่ของจวนมู่อ๋องที่กำลังเคลื่อนตัวไปตามถนนสายหลักมุ่งหน้ากลับสู่จวนที่พัก บรรยากาศรอบกายอบอวลไปด้วยความเงียบสงบแสนหวาน ละอองแดดยามบ่ายส่องผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาเป็นสายรำไรหลงมู่เฉินเอนกายพิงเบาะนุ่มพลางสอดลำแขนแกร่งโอบกอดร่างระหงของเฉินอวี้หลานเอาไว้แนบอก ฝ่ามือหนาคอยลูบไล้แผ่นหลังบางอย่างทะนุถนอม ราวกับต้องการปลอบประโลมความกังวลสุดท้ายให้เหือดหายไปจากใจของนางชายหนุ่มก้มลงมองใบหน้าเนียนใสที่พิงอยู่กับอกตนเอง ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำนุ่มนวล “เป็นอย่างไรบ้าง... ตอนนี้สบายใจขึ้นบ้างแล้วใช่หรือไม่?”เฉินอวี้หลานขยับกายซุกเข้าหาไออุ่นจากแผงอกกว้างให้แน่นขึ้น พลางพยักหน้ารับน้อย ๆ ริมฝีปากบางคลี่รอยยิ้มกว้างอย่างมีความสุข“เพคะ... สบายใจขึ้นมากแล้ว หม่อมฉันเกิดมาสองชาติภพ ผ่านเรื่องราวขมขื่นมามากมาย ยามนี้ หม่อมฉันถึงได้ตระหนักรู้ว่าสิ่งที่มนุษย์เราต้องการแท้จริงแล้วไม่ได้มากมายใหญ่โตอันใดเลย ขอเพียงมีร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ มีข้าวอุ่น ๆ ให้กินอิ่มท้อง มีคนที่รักอยู่เคียงข้าง และมีความสุขสงบในทุก ๆ วันที่ตื่นลืมตาขึ้นม

  • แม่สื่อด้ายแดงขององค์ชายห้า   บทที่ 149 ความสงบสุข

    เมื่อได้ฟังดังนั้น เฉินอวี้หลานก็ขยับยิ้มบางเบา ก่อนจะเอ่ยเสนอความคิดเห็นออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล“ในเมื่อทุกแคว้นล้วนตียาก และต่างมีตระกูลแม่ทัพเสาหลักคอยปกป้อง แล้วเหตุใดพวกเราไม่เปลี่ยนจากการทำสงคราม มาเป็นการจับมือร่วมกันเล่าเจ้าคะ?” เฉินอวี้หลานพูดต่อ “การลงนามเป็นพันธมิตรข้ามแคว้น ร่วมเปิดด่านทำการค้าขายรุ่งเรืองร่วมกัน มิต้องมีผู้ใดต้องสูญเสียคนในครอบครัว เลือดไม่ต้องหลั่งลงแผ่นดิน ดีกว่าต้องมากระหายสงครามที่ไม่มีวันสิ้นสุด”เฉินสงหยวนได้ยินคำพูดของบุตรสาวก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะระบายยิ้มละมุน แววตาเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจและเห็นด้วย ชายชราเอนหลังพิงพนักเก้าอี้พลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำลึกซึ้ง“หลานเอ๋อร์... เจ้ากล่าวได้ถูกต้องแล้ว คนทุกคนที่ก้าวเท้าเข้าสู่สมรภูมิ ล้วนมีบิดามารดา มีภรรยาและลูกน้อยรอคอยอยู่ที่บ้านทั้งสิ้น เหตุใดต้องเอาชีวิตอันมีค่ามาทิ้งขว้างในสงครามที่ไร้ประโยชน์ด้วยเล่า?”“แต่ทว่า... ฮ่องเต้ผู้ครองแว่นแคว้นแต่ละยุคสมัยล้วนแต่มีความทะเยอทะยาน อยากขยายแผ่นดิน เพื่อครอบครองใต้หล้า ทว่าค

  • แม่สื่อด้ายแดงขององค์ชายห้า   บทที่ 148 สงครามช่างยากเย็น

    ตกค่ำวันนั้น เฉินอวี้หลานก็ได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกี่ยวกับการติดต่อลับกับแคว้นต้าถังในอดีตชาติให้หลงมู่เฉินฟังจนหมดสิ้น หลังจากที่มู่อ๋องได้รับรู้ถึงลางหายนะที่อาจจะเกิดขึ้น ก็มิได้นิ่งนอนใจ ตัดสินใจว่าเช้าวันรุ่งขึ้นจะไปหาเฉินสงหยวนที่จวนเฉินต้าเจียงจวิน เพื่อหาทางสืบทราบความจริงบรรยากาศภายในห้องหนังสือของแม่ทัพใหญ่เฉินอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของตำราพิชัยสงครามและแผนที่ของแคว้นต่าง ๆ ยามนี้ในห้องมีเพียงเฉินสงหยวน เฉินอี้เฟยหลงมู่เฉิน และเฉินอวี้หลานนั่งกันอยู่เฉินอวี้หลานลอบสบตากับสามีแวบหนึ่งเพื่อส่งสัญญาณ ก่อนที่นางจะแสร้งทำเป็นรินชาให้บิดาและพี่ชายเพื่อเปิดบทสนทนาอย่างเรียบเรื่อย มิให้ดูมีพิรุธจนเกินไป“ท่านพ่อ พี่ชายใหญ่... ยามนี้สถานการณ์บ้านเมืองภายนอกและตามแนวชายแดนเป็นอย่างไรบ้างรึเจ้าคะ? ตามชายแดนมีปัญหาอันใดบ้างหรือไม่? หากเหล่าทหารต้องการสิ่งใด ข้าและท่านพี่จะได้จัดหาไว้ให้”เฉินอวี้หลานหยิบยกปัญหาของทหารชายแดนขึ้นมาสอบถาม ด้วยถ้าหากเกิดสงคราม ย่อมมีสิ่งที่ทางราชสำนักจำต้องเร่งจัดเตรียม ไม่ว่าจะเป็นเสบียงหรืออาวุธทั้งหลาย ดังนั้น

  • แม่สื่อด้ายแดงขององค์ชายห้า   บทที่ 147 ยาพิษที่รอเวลา

    “หากไม่เห็นด้วย องค์หญิงแปดคงจะไม่ได้เสด็จมาที่นี่ง่ายดายถึงเพียงนี้” เหวินจือเวยบอก “เพราะนี่มิใช่ครั้งแรกที่นางมา ดังนั้น การที่องค์หญิงแปดเสด็จมาคลุกคลีอยู่ที่นี่บ่อยครั้งเช่นนี้ มีหรือที่ซูกุ้ยเฟยจะไม่ทราบ หากพระนางคิดจะห้ามปรามคงสั่งกักบริเวณองค์หญิงไปนานแล้ว การที่ทรงนิ่งเฉยย่อมแปลว่าทรงเปิดทางให้ดูเชิง”คำพูดของสหายทำให้เฉินอวี้หลานนิ่งเงียบไป นางครุ่นคิดตามสายตาพลางพยักหน้าเห็นด้วย ด้วยประสบการณ์ในชาติก่อนที่นางต้องลงสนามชิงอำนาจกับหลงมู่เฉิน ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ ก็นับว่านางได้บทเรียนกลับมาไม่น้อยเชียวล่ะ!“หากคิดตามที่เจ้าว่า... ในแง่ของอำนาจแล้ว พี่ชายของเจ้าสอบได้ถึงตำแหน่งจอหงวน ถือเป็นบัณฑิตชั้นสูงที่ฝ่าบาททรงยอมรับและยกย่องมิใช่พ่อค้าธรรมดาอีกต่อไป แถมยามนี้ฝ่าบาทยังทรงโปรดปรานเรื่องเครื่องทดน้ำนั่นอีก มิหนำซ้ำตระกูลเหวินของเจ้าก็นับว่าเป็นพ่อค้าร้านเครื่องเขียนอันดับหนึ่งของแคว้นร่ำรวยเงินทอง”“หากได้เกี่ยวดองกันจริง ๆ พี่ชายเจ้าย่อมกลายเป็นฐานอำนาจฝ่ายบุ๋นที่แข็งแกร่งคอยหนุนหลังให้มู่อ๋องในราชสำนัก เพราะยาม

  • แม่สื่อด้ายแดงขององค์ชายห้า   บทที่ 146 รับเขยแต่งเข้า

    หลังจากที่เห็นสวามีเข้าไปแทรกกายขวางคอเช่นนั้นแล้ว เหวินจือเวยจึงฉวยโอกาสนี้จูงมือพาเฉินอวี้หลานเดินไปที่เรือนไม้แยกใกล้ ๆ ซึ่งเป็นเรือนที่ทั้งสองคุ้นเคยเป็นอย่างดี ภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของเนื้อไม้ น้ำมันขัดเงา และเศษแร่ต่าง ๆบนโต๊ะทำงานตัวยาวเต็มไปด้วยเครื่องมือช่างขนาดเล็ก แผ่นกระดาษร่างแบบแปลนยุ่งเหยิง และวัตถุทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกะทัดรัดชิ้นหนึ่งที่เหวินจือเวยกำลังหยิบจับประกอบชิ้นส่วนอย่างตั้งอกตั้งใจ โดยมีเฉินอวี้หลานทรุดกายลงนั่งเคียงข้าง คอยเฝ้ามองดูการทำงานอันแคล่วคล่องของสหายด้วยความสนใจ“เวยเวยกำลังทำสิ่งใดอยู่รึ?” เฉินอวี้หลานเอ่ยถามพลางกวาดสายตามองวัตถุไม้เนื้อแข็งสลักลายงดงามในมือของสหาย “หน้าตาแปลกประหลาดยิ่งนัก”เหวินจือเวยไม่ได้วางมือจากอุปกรณ์ในมือ นางขยับหมุนสลักขนาดเล็กพลางระบายยิ้มภาคภูมิใจ “สิ่งนี้เรียกว่าชุดกล่องพกพาหมื่นลี้อย่างไรเล่า หลานหลาน”“เมื่อหลายวันก่อน ข้าได้ยินพวกบัณฑิตและนักเดินทางบ่นกันว่ายามที่ต้องออกเดินทางไปไหนมาไหน หากคิดจะเขียนบทกวียามที่กำลังชมธรรมชาติ ก็ต้องมานั่งฝนหมึก กว่าจะได้เขียนบทกวี อารมณ์ก็แตกกระเจิงหมดแล้ว”“ไม่เพียงเท่านี

  • แม่สื่อด้ายแดงขององค์ชายห้า   บทที่ 145 ก้างขวางคอ

    “หว่านหว่าน!”หลงมู่เฉินตวาดเรียกน้องสาวอย่างดุดัน ทำให้หลงซือหว่านและเหวินโหย่วปินที่กำลังเพ่งสมาธิแน่วแน่อยู่กับชิ้นส่วนกลไกถึงกับสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจหลงซือหว่านที่กำลังประคองแกนฟันเฟืองทองเหลืองชิ้นสำคัญพลันกระตุกวูบ ส่งผลให้กลไกค้ำยันที่ยังประกอบไม่เสร็จสมบูรณ์พังครืนลงมาต่อหน้าต่อตา เสียงไม้ไผ่หักแกรกและเศษเฟืองหลุดกระจายเกลื่อนโต๊ะหินอ่อนในพริบตาเดียว“เสด็จพี่ห้า!” หลงซือหว่านหันขวับมามองตัวการด้วยตาเขียวปั๊ด นางลุกขึ้นยืนกอดอกพ่นลมหายใจออกทางจมูกฟืดฟาดแล้วโวยวายใส่พี่ชายร่วมอุทรทันควันอย่างไม่ไว้หน้า“ท่านจะส่งเสียงเรียกเสียงดังทำไม ดูเอาเถิด ตัวฟันเฟืองรับแรงดันน้ำกำลังจะเข้าที่อยู่แล้วเชียว! พอท่านตะโกน มือของข้าเลยพลั้งทำแกนเพลารับน้ำหนักหักสะบั้นไปด้วยเลย! สุดท้าย พวกข้าก็ต้องมาเริ่มใหม่ทั้งหมด ยุ่งไม่เข้าเรื่องเลย!”หลงมู่เฉิน “…”นี่เจ้ายังเห็นข้าเป็นพี่ชายอยู่หรือไม่? พูดฉอด ๆ ไม่เปิดโอกาสให้ข้าบ้างเลย!หลงซือหว่านสะบัดหน้าหนีเมินสายตาขุ่นเคืองของพี่ชายขี้หวงไป

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status