Beranda / รักโบราณ / แม่หม้ายแฝดสาม / กลิ่นหอมข้าวผัดไข่

Share

กลิ่นหอมข้าวผัดไข่

last update Tanggal publikasi: 2025-02-15 05:49:54

มื้ออาหารแห่งความสุข

หลังจากเดินซื้อของในตลาดเสร็จ ซูหนิงเหยียนก็พาลูก ๆ กลับมาถึงเรือน เด็กทั้งสามคนวิ่งเข้าบ้านด้วยความตื่นเต้น ขณะที่ซูหนิงเหยียนถือถุงของกินมากมายตามเข้าไป

"วันนี้ท่านแม่จะทำอะไรให้พวกเรากินหรือเจ้าคะ?" เด็กหญิงฝาแฝดเดินตามมาอย่างตื่นเต้น

เด็กชายคนโตช่วยแม่ถือของไปวางที่ห้องครัว ก่อนจะหันมามองด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น

 "ข้าก็อยากรู้เช่นกัน ท่านแม่ซื้อของมาตั้งเยอะ!"

ซูหนิงเหยียนยิ้มบาง ๆ พลางลูบศีรษะลูก ๆ "วันนี้… ท่านแม่จะทำอาหารที่พวกเจ้าไม่เคยกินมาก่อนให้ลองชิมกัน"

"จริงหรือ!?"

เด็ก ๆ ตาโตเป็นประกายด้วยความดีใจ พวกเขาไม่เคยเห็นแม่ทำอาหารด้วยท่าทางตั้งใจเช่นนี้มาก่อน

ซูหนิงเหยียนเริ่มลงมือทำอาหาร นางใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ในเรือน รวมกับของที่ซื้อมาจากตลาด แล้วค่อย ๆ ปรุงแต่งรสชาติให้คล้ายกับอาหารจากยุคอนาคตให้มากที่สุด

เมนูที่เธอเลือกทำคือ "ข้าวผัดไข่"

เธอจุดเตา ใส่น้ำมันหมูลงไปในกระทะ พอเริ่มร้อนก็ใส่ไข่ไก่ลงไปตีจนฟู ตามด้วยข้าวสวยหุงใหม่ที่เธอเตรียมไว้ นางใช้ตะหลิวไม้ค่อย ๆ คลุกข้าวกับไข่ให้เข้ากันดี

จากนั้นก็ใส่หมูสามชั้นหั่นเต๋า เพิ่มผักซอยเล็กน้อย ปรุงรสด้วยเกลือและซอสถั่วเหลืองที่เธอเจอในห้องครัว เสียงข้าวผัดกระทบกับกระทะร้อน ๆ ดัง ฉ่า ๆ ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วเรือน

เด็ก ๆ ที่ยืนดูอยู่ถึงกับกลืนน้ำลาย

"กลิ่นหอมจังเลย!"

"ท่านแม่เคยทำอาหารแบบนี้มาก่อนหรือ?"

ซูหนิงเหยียนหัวเราะเบา ๆ "ท่านแม่เคยทำมาหลายครั้งแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ทำให้พวกเจ้ากิน"

หลังจากข้าวผัดเสร็จ นางก็ตักใส่จานไม้ให้ลูก ๆ พร้อมกับยื่นตะเกียบให้

"ลองชิมดูสิ ว่าอร่อยหรือไม่?"

เด็ก ๆ รีบหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบข้าวเข้าปากทันที

"อร่อยมาก!"

"ข้าไม่เคยกินข้าวแบบนี้มาก่อนเลย!"

เด็กหญิงฝาแฝดเคี้ยวข้าวตุ้ย ๆ ตาเป็นประกายด้วยความชอบใจ ส่วนเด็กชายคนโตแม้จะไม่พูดมาก แต่ก็กินข้าวคำแล้วคำเล่าไม่หยุด

ซูหนิงเหยียนมองลูก ๆ ด้วยความอบอุ่น

"ถ้าพวกเจ้าชอบ วันหลังท่านแม่จะทำให้กินอีก"

เด็ก ๆ ยิ้มกว้าง ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตากินต่อ

วันนี้เป็นวันแรก… ที่เด็ก ๆ ได้กินอาหารอร่อย ๆ จนอิ่มจนพุงกาง และเป็นวันแรก… ที่พวกเขารู้สึกถึงความรักจากแม่ของตนเองอย่างแท้จริง

กลิ่นหอมที่ลอยไปถึงเรือนข้าง ๆ

ซูหนิงเหยียนมองลูก ๆ ที่กำลังตักข้าวผัดไข่เข้าปากคำแล้วคำเล่าอย่างเอร็ดอร่อย นางอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจ

แต่ในขณะที่พวกเขากำลังกินกันอย่างมีความสุข กลิ่นหอมของข้าวผัดไข่ ก็ลอยตามลมออกไปจากเรือน จนไปถึง…

เรือนของแม่หม้ายข้างบ้าน

"หืม… กลิ่นอะไรหอมนัก?"

หวังซื่อ แม่หม้ายวัยกลางคนที่อาศัยอยู่เรือนติดกัน หรี่ตาแล้วสูดกลิ่นหอมเข้าไปเต็มจมูก เธอวางตะเกียบลง เพราะทันทีที่ได้กลิ่นนั้น อาหารจืด ๆ บนโต๊ะของตัวเองก็ดูไม่น่ากินขึ้นมาทันที

"แม่! ข้าหิว!"

เสียงลูกชายวัยห้าขวบของนางดังขึ้นข้าง ๆ

หวังซื่อขมวดคิ้วก่อนจะหันไปมองลูกชาย นางมองดูข้าวต้มจืดชืดในถ้วย แล้วเปรียบเทียบกับกลิ่นหอมที่ลอยมาจากเรือนข้าง ๆ

มันต่างกันราวฟ้ากับเหว!

"เจ้ารอก่อน!" นางเอ่ยเสียงแข็ง ก่อนจะลุกขึ้น เดินไปที่ประตูรั้วเรือนของตนเอง แล้วแอบชะเง้อมองเข้าไปในเรือนของซูหนิงเหยียน

และนั่น… ทำให้นางต้องตาโตด้วยความตกตะลึง!

เด็กทั้งสามคนนั่งกินข้าวกันอย่างมีความสุข!

"เป็นไปได้อย่างไร!?"

หวังซื่ออดไม่ได้ที่จะพึมพำกับตัวเอง ก็เมื่อก่อน… หญิงซูหนิงเหยียนคนนั้นขี้เกียจและใจร้ายกับลูกของตนเองมิใช่หรือ? นางจำได้ว่าเด็ก ๆ มักจะอดอยาก และแทบไม่ได้กินอาหารดี ๆ เลย

แต่ตอนนี้… พวกเขากำลังกินข้าวผัดไข่หอมกรุ่น แถมหน้าตาของเด็ก ๆ ยังดูสดใสขึ้นกว่าเดิมมาก!

หวังซื่อยิ่งสงสัย นางลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วตัดสินใจเดินเข้าไปหา

เคาะ! เคาะ! เคาะ!

เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้ซูหนิงเหยียนเงยหน้าขึ้นมอง เด็ก ๆ ก็หันไปมองเช่นกัน

"ท่านแม่ มีคนมา" เด็กชายคนโตกระซิบเบา ๆ

ซูหนิงเหยียนวางตะเกียบลงก่อนจะลุกขึ้นไปเปิดประตู พอเห็นว่าเป็น หวังซื่อ นางก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

"แม่นางหวัง มีอะไรหรือ?"

หวังซื่อพยายามยิ้มให้อ่อนโยนที่สุด "ข้าแค่เดินผ่านมาพอดี แล้วก็ได้กลิ่นหอมของอาหาร เลยอยากมาถามว่า… เจ้าทำอะไรกินหรือ?"

ซูหนิงเหยียนมองอีกฝ่ายแวบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มบาง ๆ "ข้าทำข้าวผัดไข่ ให้ลูก ๆ กิน"

หวังซื่อตาเป็นประกาย "ข้าวผัดไข่หรือ? ทำไมถึงหอมเช่นนี้?"

"ข้าเพียงใช้วัตถุดิบธรรมดา แต่ใส่ใจในการปรุงรส" ซูหนิงเหยียนตอบเสียงเรียบ

หวังซื่อกลืนน้ำลาย จริงสิ! นางเองก็อยากลองกินดูบ้าง!

"เอ่อ… แม่นางซู" หวังซื่อยิ้มแหย ๆ "ไม่ทราบว่าข้าจะลองชิมได้หรือไม่?"

ซูหนิงเหยียนมองหญิงตรงหน้าก่อนจะยิ้มเล็กน้อย นางเดินไปตักข้าวผัดไข่ใส่ถ้วยใบเล็กแล้วยื่นให้ "เชิญชิมได้"

หวังซื่อรีบรับมาแล้วตักเข้าปากทันที

ดวงตาของนางเบิกกว้าง!

"อร่อยมาก!"

นางตกใจจนเผลออุทานออกมา ข้าวผัดไข่ของซูหนิงเหยียนอร่อยกว่าที่คิดไว้มาก! ไข่นุ่ม หอมกลิ่นกระทะ ข้าวเม็ดเรียงตัวสวยและเคลือบซอสอย่างลงตัว รสชาติเค็มนิด ๆ หวานหน่อย ๆ มันแตกต่างจากอาหารจืดชืดที่นางกินทุกวันโดยสิ้นเชิง!

หวังซื่อเงยหน้าขึ้นมองซูหนิงเหยียนด้วยความตกใจ 

"เจ้าทำอาหารเก่งเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใด?"

ซูหนิงเหยียนหัวเราะเบา ๆ

 "ไม่นานมานี้เอง"

หวังซื่อพยักหน้า ถ้านางสามารถทำอาหารอร่อยขนาดนี้ได้ ก็น่าจะหาเงินจากการขายอาหารได้ไม่น้อย!

หวังซื่อคิดอะไรบางอย่างก่อนจะยิ้มออกมา "แม่นางซู ข้ามีเรื่องอยากคุยด้วย เจ้าสนใจจะร่วมมือกับข้าไหม?"

ซูหนิงเหยียนขมวดคิ้ว "ร่วมมือ?"

"ใช่!" หวังซื่อยิ้มกว้าง "ข้ามีคนรู้จักที่เปิดร้านอาหารในตลาด หากเจ้าสนใจ ข้าสามารถช่วยเจ้าไปฝากขายอาหารที่ร้านนั้นได้!"

ซูหนิงเหยียนนิ่งคิด

โอกาสในการหาเงินมาถึงแล้ว!

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • แม่หม้ายแฝดสาม   จบ

    ทุกสิ่งเริ่มเปลี่ยนไปหลังจากการเปิดเผยความจริงนั้น ทุกคนในราชวงศ์ต่างจับตามองการดำเนินการของลู่เหรินเจ๋อและซูหนิงเหยียน เมื่อมีการเตรียมการทางการทหารและการเมืองเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อปกป้องอาณาจักรจากภัยคุกคามใหม่ที่เกิดขึ้น ลู่เหรินเจ๋อและซูหนิงเหยียนเตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับศัตรูที่อาจจะเข้ามาโจมตีได้ทุกเมื่อ ทั้งสองมั่นใจว่าพวกเขาจะสามารถทำลายแผนการของศัตรูได้อย่างรวดเร็ว หากพวกเขาทำงานร่วมกันและสนับสนุนกันอย่างเต็มที่ ลู่เหรินเจ๋อ "ตอนนี้เราไม่สามารถถอยหลังได้แล้ว ทุกการเคลื่อนไหวของเราต้องเป็นการเคลื่อนไหวที่มุ่งมั่นเพื่อชัยชนะ" ซูหนิงเหยียน: "เราจะไม่ยอมให้ทุกสิ่งที่เรารักถูกทำลาย เราจะสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับราชวงศ์นี้" ทั้งสองมองไปข้างหน้า ด้วยความมั่นใจและความรักที่ไม่มีวันเสื่อมคลายเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ความมุ่งมั่นที่ลู่เหรินเจ๋อและซูหนิงเหยียนได้พยายามกันมาเริ่มเห็นผล ความรักและการทำงานร่วมกันในครั้งนี้ได้สร้างความแข็งแกร่งให้กับทั้งสองฝ่าย ทำให้พวกเขาเผชิญหน้ากับอุปสรรคและอันตรายต่างๆ ได้อย่างมั่นคงทั้งสองได้ร่วมมือกันหาวิธีป้องกันและแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จ

  • แม่หม้ายแฝดสาม   ความรัก

    ในห้องที่เงียบสงบของตำหนักหลังใหญ่แห่งนี้ ทั้งพระเอกและซูหนิงเหยียนนั่งอยู่ข้างกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดหลายวันมานี้ แม้ภายนอกจะดูสงบ แต่ทั้งสองคนรู้ดีว่าความจริงนั้นแฝงไปด้วยความซับซ้อนและอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา“ข้ารู้ดีว่าเรากำลังจะเผชิญกับอะไร...” องค์ชายเจ็ดกล่าวเสียงแหบต่ำ รู้สึกถึงน้ำหนักของคำพูดนั้นอย่างมาก ขณะที่สายตาของเขาจ้องไปยังนางเอกซูหญิงเหยียนมองกลับไปด้วยสายตาที่มุ่งมั่นและไม่หวั่นไหว “สิ่งที่เราเผชิญนั้นยากลำบากแน่นอน แต่เราก็ต้องยืนหยัดและเผชิญมันไปพร้อมกัน ข้าจะไม่ยอมให้สิ่งใดมาพรากสิ่งที่เรามีไป”คำพูดของซูหนิงเหยียนนั้นจริงจังและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น มันเหมือนการบอกกับองค์ชายเจ็ดว่า นางพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับอุปสรรคที่กำลังจะเกิดขึ้น แม้ว่าจะเป็นอันตรายแค่ไหน แต่เธอเชื่อมั่นว่า ถ้าทั้งสองคนร่วมมือกัน ก็ไม่มีอะไรที่พวกเขาจะเอาชนะไม่ได้องค์ชายเจ็ดพยักหน้าเล็กน้อยและยิ้มบางๆ “ข้าเองก็เช่นกัน ถ้าเราทำทุกอย่างไปด้วยกัน ไม่มีอะไรที่ต้องกลัว”ในขณะที่ทั้งสองพูดคุยกันอยู่นั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้อ

  • แม่หม้ายแฝดสาม   วางแผน

    ความมืดของค่ำคืนไม่สามารถหยุดยั้งความมุ่งมั่นของทั้งองค์ชายเจ็ดและซูหนิงเหยียนได้ ความจริงที่พวกเขาค้นพบในค่ายทหารทำให้พวกเขาตระหนักถึงความร้ายแรงที่กำลังจะเกิดขึ้นในราชสำนัก พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องลงมือแทรกซึมเข้าไปในกลุ่มขุนนางที่มีอำนาจและวางแผนลับเหล่านั้นระหว่างการเดินทางกลับที่ตำหนักหลวง องค์ชายเจ็ดหันไปมองซูหนิงเหยียนและกล่าวเสียงต่ำ “เราอาจต้องใช้วิธีที่ไม่เป็นทางการในการหาความจริง อาจจะต้องทำให้พวกขุนนางเหล่านั้นเชื่อว่าเราอยู่ฝ่ายเดียวกัน”ซูหนิงเหยียนนิ่งเงียบก่อนจะตอบกลับด้วยเสียงเรียบ “ข้ารู้ว่าจะต้องทำอย่างไร ข้าไม่อยากให้ใครตกเป็นเหยื่อของการสมคบคิดนี้อีก”เมื่อกลับถึงตำหนัก หลายสิ่งที่พวกเขาต้องทำยังคงรออยู่ การเตรียมการเพื่อเข้าร่วมในวงการขุนนางนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย การได้รู้จักและชักชวนผู้อื่นให้ร่วมมือกับพวกเขาจะเป็นเรื่องที่ท้าทายมากองค์ชายเจ็ดจึงเริ่มพิจารณาแผนการที่จะต้องใช้ในการเข้าใกล้กลุ่มขุนนางเหล่านั้น ทันทีที่คิดได้ เขาก็ส่งสัญญาณให้ทหารผู้ไว้ใจและผู้ที่ทำงานในตำหนักมาร่วมช่วยกันสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มขุนนางในราชสำนัก“เราไม่สา

  • แม่หม้ายแฝดสาม   เงามืด

    ความมืดของคืนนี้ยังคงปกคลุมไปทั่วเมืองหลวง ขณะที่องค์ชายและนางเอกยืนอยู่ตรงหน้าฝ่าบาทที่ถูกลักพาตัวไป พวกเขาก็เริ่มรู้สึกถึงบางสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ความลับที่ซ่อนอยู่ภายในตำหนักและความเคลื่อนไหวของขุนนางที่ไม่ชัดเจนทำให้สถานการณ์ยิ่งทวีความซับซ้อนมากขึ้นฝ่าบาทที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้ท่ามกลางความมืดพูดขึ้นอีกครั้งด้วยเสียงที่แผ่วเบาและจริงจัง“ทุกอย่างมันซับซ้อนมากกว่าที่เจ้าทั้งสองคิด ความขัดแย้งในราชวงศ์นี้ไม่ได้เกิดจากคนภายนอก แต่มันมาจากภายใน เหล่าขุนนางบางกลุ่มกำลังวางแผนที่จะทำให้การปกครองของข้าอ่อนแอลง”องค์ชายมองไปที่ฝ่าบาทด้วยความตระหนัก เขารู้ว่าแผนการของศัตรูในราชวงศ์นั้นซับซ้อนยิ่งกว่าแค่การลักพาตัวฝ่าบาทเพียงอย่างเดียว“หมายความว่า...การลักพาตัวครั้งนี้เป็นเพียงแค่การเริ่มต้น?” พระเอกถามเสียงต่ำ พร้อมจับตามองฝ่าบาทด้วยท่าทีที่จริงจังฝ่าบาทพยักหน้า “ใช่ การลักพาตัวของข้าเป็นแค่การทดสอบความพร้อมของฝ่ายขุนนางบางกลุ่ม พวกเขากำลังจับตาดูข้าและคอยหาจังหวะที่ข้าอ่อนแอเพื่อลงมือทำบางอย่างที่ยิ่งใหญ่”ซูหนิงเหยียนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ฟังแล้วรู้สึกกังวลใจ เธอรู้ดีว่าการต่อสู้ทางการเมืองในรา

  • แม่หม้ายแฝดสาม   ศาลาใต้ดิน

    ลู่เหรินเจ๋อและซูหนิงเหยียนเดินมาถึงศาลาใต้ดินที่ตั้งอยู่ในส่วนลึกของตำหนัก ศาลานี้เป็นที่เก็บข้อมูลลับที่ได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด โดยมีเพียงไม่กี่คนในราชวงศ์ที่รู้ว่ามันมีอยู่ ซูหนิงเหยียนหยิบคัมภีร์เก่าขึ้นมาเล่มหนึ่งที่พระเอกเพิ่งจัดการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของเงามืดในราชวงศ์“หากเราไม่หาข้อมูลจากที่นี่ เราจะไม่สามารถรู้ทันศัตรูได้” บู่เหรินเจ๋อพูดขึ้นขณะที่นางเอกกำลังอ่านข้อความในคัมภีร์“เรื่องนี้มันซับซ้อนเกินไป... ข้าไม่มั่นใจว่าพวกเขาจะหยุดแค่การโจมตีครั้งนี้” นางเอกกล่าวด้วยความกังวลในใจลู่เหรินเจ๋อหันมามองซูหนิงเหยียนแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “ข้ารู้ แต่ข้าคิดว่าเราควรตั้งรับและโจมตีพวกเขาก่อน พวกเขากำลังรวบรวมอำนาจในทุกๆ ด้าน หากเราช้าเกินไป เราจะถูกซ้อนเร้นและถูกทำลาย”ลู่เหรินเจ๋อมองไปยังแผนที่ที่วางอยู่บนโต๊ะ โดยมีสัญลักษณ์ของหน่วยต่างๆ ในราชวงศ์ที่พยายามวางแผนการคุมเมืองและเสริมอำนาจให้มากขึ้น“เราต้องกระชับทุกสิ่งในมือไว้ เราต้องรู้ความเคลื่อนไหวทั้งหมดของพวกเขา” ลู่เหรินเจ๋อกล่าวต่อขณะที่พระเอกพูดอยู่นั้น พวกเขาก็ได้ยินเสียงบางอย่างที่มาจากทางด้า

  • แม่หม้ายแฝดสาม   สนใจ

    เสียงกรีดร้องจากด้านนอกทำให้นางเอกสะดุ้ง เธอไม่รอช้า รีบหยิบมีดครัวในมือเตรียมตัวรับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น ทันทีที่เธอก้าวออกจากครัวไป ก็เห็นเงาร่างของคนหลายคนวิ่งข้ามประตูเข้ามาในตำหนักของตน“มีคนบุกเข้ามา!” นางตะโกนออกไปอย่างรวดเร็วลู่เหรินเจ๋อที่ยืนอยู่ข้างนางก้าวไปข้างหน้า ก่อนจะสั่งการให้บ่าวรับใช้จัดการกับการป้องกันรอบตำหนักอย่างเร่งด่วน "อย่าปล่อยให้ใครเข้ามาใกล้!"ทันทีที่คำสั่งถูกออกมา คนในตำหนักก็เริ่มกระจายไปยังจุดต่างๆ ของวังหลวงเพื่อปิดทางและป้องกันไม่ให้ศัตรูเข้าถึงตัวซูหนิงเหยียนขณะที่เสียงดังอึกทึกจากการต่อสู้ดังขึ้น เสียงของลู่เหรินเจ๋อก็ดังตามมา "ห้ามทำร้ายใคร!" ลู่เหรินเจ๋อก้าวเข้ามาด้วยท่าทางมั่นคงและดวงตาแสดงออกถึงความตั้งใจที่จะปกป้องซูหนิงเหยียนอย่างสุดความสามารถศัตรูที่บุกเข้ามาคือกลุ่มผู้คนที่ได้รับการว่าจ้างจากพระสนมเหมยฮวาเพื่อทำลายความเชื่อถือของซูหนิงเหยียนและสร้างความสับสนให้กับคนในวังหลวง แต่เมื่อเห็นลู่เหรินเจ๋อเข้ามา ทุกคนก็ลังเลและหยุดชะงัก"พระองค์จะทำอะไร?" หนึ่งในคนร้ายถามด้วยเสียงที่สั่นลู่เหรอนเจ๋อยิ้มเย็น "ไม่ต้องถามคำถามที่รู้คำตอบ" เข

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status