Beranda / รักโบราณ / แรงรักลมหวน / บทที่ 3 ดวงใจของแม่

Share

บทที่ 3 ดวงใจของแม่

last update Tanggal publikasi: 2026-02-08 16:35:21

“ทำไมป่านนี้ฟางเสียงยังไม่มาช่วยจัดสำรับอีกนะ” เสียงบ่นพึมพำของเหมยเซียง ผู้เป็นแม่ของฟางเสียงดังขึ้น

“เดี๋ยวข้าช่วยเอง” เสี่ยวหลิว เพื่อนสนิทของฟางเสียงกล่าว

“น่าแปลกใจยิ่งนัก ปกติแล้ว ฟางเสียงไม่เคยมาช่วยข้าช้าเลยแม้แต่ครั้งเดียว” เหมยเซียงพูดเสริม

“ข้าก็ไม่เห็นนางตั้งแต่ช่วงบ่ายแล้ว เดินไปเคาะประตูห้องก็ไม่มีเสียงตอบรับ” เสี่ยวหลิวเสริม

“อาเสียง เจ้าอยู่ที่ไหน เกิดอะไรขึ้นกับเจ้ารึป่าว?” เสียงของเหมยเซียงเริ่มสั่นเครือ ราวกับว่าสามารถคาดเดาเรื่องร้ายๆที่อาจจะเกิดกับลูกสาวของตนเองได้ ตามสัญชาตญาณของความเป็นแม่

เสี่ยวหลิวได้ยินดังนั้นก็เงียบไป เพราะนางเองก็กังวลใจอยู่เช่นกัน

ฝ่ายชิงเยียนเอง ก็เดินกลับจวนมาเพียงผู้เดียวด้วยท่าทีกระปรี้กระเปร่า ใบหน้าของนางยิ้มแย้ม มีความสุขราวกับดอกบัวบาน ทำเหมือนไม่รู้เห็นเหตุการณ์ว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้คนในบ้านต้องตาย!

“อาเยียน ไปไหนมาลูก แล้วทำไมเดินกลับมาคนเดียว” เสียงเหรินจงทักลูกสาวด้วยความประหลาดใจ

ชิงเยียนได้ยินดังนั้น รีบหุบยิ้ม และหันไปตามเสียง “ข้า...เอ่อ...ข้า...ข้าหิวแล้วท่านพ่อ สำรับเสร็จรึยังเจ้าคะ?”

เหรินจงมิได้สนใจคำตอบของลูกสาว เพียงแค่ได้ยินว่านางกำลังหิว ก็เปลี่ยนเรื่องทันที

“ป่านนี้สำรับคงเสร็จแล้วล่ะ ไปกันเถิดอาเยียน” พูดจบก็หันไปโอบไหล่ลูกสาวมุ่งหน้าไปยังตำหนักทานอาหาร

ณ ตำหนักทานอาหาร

ชิงเยียนรับประทานอาหารได้เยอะจนผิดหูผิดตา ทำให้หัวหน้าพ่อครัวอย่างหลี่ผิงอดอมยิ้มไม่ได้ เขาคิดว่าอาหารของเขาสำรับนี้ต้องอร่อยถูกใจคุณหนูเป็นแน่

แต่แล้วจู่ๆบรรยากาศในตำหนักทานอาหารก็เปลี่ยนไป เมื่อเหรินจงถามถึงฟางเสียงกับชิงเยียน

“ฟางเสียงไปไหนล่ะ ทำไมถึงไม่มาดูแลเจ้า?”

ชิงเยียนที่กำลังรับประทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยก็ต้องวางช้อนลงในทันที พูดพลางร้องไห้ออกมา

“ท่านพ่อ อีกไม่กี่ชั่วยาม ก็จะถึงวันเกิดของข้า ข้าเพียงแต่พูดลอยๆกับฟางเสียงว่า ถ้าข้าได้ดอกบัวมาถวายพระในวันเกิดของข้าก็คงดี ข้าไม่เห็นนางตั้งแต่บ่ายแล้ว ข้าไม่แน่ใจว่า...นางได้ไปเก็บดอกบัวให้ข้าหรือไม่เจ้าค่ะ” ชิงเยียนพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“อาเยียน เจ้าว่าอะไรนะ! เก็บดอกบัวงั้นรึ ดอกบัวที่ไหน ในบึงต้องห้ามหรือไม่?” เหรินจงถามเสียงดัง

“ข้า...ข้าไม่รู้ท่านพ่อ” ชิงเยียนตอบด้วยความกลัว

“เหตุใดเจ้าจึงไปพูดเอื้อนเอ่ยกับนางเช่นนั้น เจ้าก็รู้ว่า เพียงแค่เจ้าเอ่ยปาก นางก็พร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อเจ้า ข้าหวังว่า...”

“จางฮ่าว” เหรินจงเรียกทหารองครักษ์ของเขาเสียงดังลั่น

“ขอรับ” จางฮ่าวผู้เฝ้าประตูตำหนักทานอาหารอยู่ตอบรับทันที

“เจ้าจงรีบไปดูที่บึงต้องห้าม ว่ามีใครอยู่แถวนั้นหรือไม่”

“ขอรับ” พูดจบเขาก็รีบวิ่งออกไป

แม้ว่าเหรินจงและชิงเยียนจะรับประทานอาหารเย็นเสร็จแล้ว แต่ทั้งสองก็ยังคงอยู่ในตำหนักทานอาหาร เพื่อรอฟังข่าวของฟางเสียง

เวลาผ่านไปหลายชั่วยาม จางฮ่าวก็กลับเข้ามากล่าวรายงาน

“ข้าน้อยไม่เห็นผู้ใดเลยขอรับ ข้าน้อยและผู้ดูแลบึงช่วยกันหาจนทั่วแล้ว ข้าน้อยพบเพียงสิ่งนี้อยู่ที่ริมฝั่ง”

จางฮ่าวพูดจบพลางยื่นของในมือให้แก่เหรินจง

“เข็มติดเสื้อไม้ลายดอกบัว ของใครกัน” เหรินจงกล่าวพึมพำออกมาเบาๆ

เหมยเซียงผู้ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคนรับใช้ คอยควบคุมการจัดสำรับเจ้านาย เมื่อได้ยินดังนั้น จึงเอ่ยปากถามว่า

“ท่านไจ่เสียง ข้าขอดูเข็มติดเสื้อนั่นได้ไหมเจ้าคะ?” 

“ได้สิ” พูดพลางยื่นของในมือให้

ทันทีที่เหมยเซียงเห็นเข็มติดเสื้อไม้ลายดอกบัวชิ้นนั้น เธอก็ร้องไห้โฮออกมาทันที พร้อมกล่าวว่า

“เข็มติดเสื้อไม้นี้ข้าเป็นคนสลักให้ฟางเสียงเอง เมื่อครั้งนางอายุได้สิบห้าปีเต็ม ฟางเสียงของแม่”

พูดจบ เหมยเซียงก็เป็นลมล้มพับไปข้างโต๊ะรับประทานอาหาร

สามวันต่อมา ร่างอันไร้วิญญาณของฟางเสียงก็ลอยมาติดที่ริมบึง ตามคำบอกเล่าของจางฮ่าว ทุกคนจึงเดินทางไปที่บึงต้องห้าม เพื่อนำร่างของฟางเสียงมาทำพิธีตามศาสนา เมื่อพิธีกรรมเสร็จสิ้นแล้ว เหรินจงอนุญาตให้นำร่างของฟางเสียงฝังไว้ใกล้ๆกับบึงต้องห้าม เพื่อเป็นเครื่องย้ำเตือนใจ มิให้ผู้ใดกล้าไปที่นั่นอีก

ชิงเยียนมองดูร่างไร้วิญญาณของฟางเสียง ในใจก็แอบกระหยิ่มยิ้มย่อง แต่ภายนอกต้องแสร้งทำเป็นเสียใจ และรู้สึกผิด ที่เป็นต้นเหตุให้นางต้องตาย 

เหรินจงไม่รอช้า รีบหาคนใช้ข้างกายคนใหม่ให้แก่ชิงเยียน ลูกสาวสุดที่รัก พร้อมทั้งให้เงินแก่พ่อและแม่ของฟางเสียงจำนวนหนึ่ง เพื่อเป็นการไถ่โทษแทนลูกสาว อีกทั้งยังอนุญาตให้ทั้งสองกลับบ้านเกิดเพื่อไปใช้ชีวิตในบั้นปลายได้ แต่...ทั้งสองคนยินดีที่จะอยู่ดูแลรับใช้ตระกูลหลู่ต่อ เพียงเพื่ออยากมาเยี่ยมหลุมฝังศพของลูกสาวบ่อยๆ เท่านั้นเอง

ไม่นาน เหมยเซียงก็ล้มป่วย จากความเศร้าโศกที่สูญเสียลูกสาว นางร้องไห้จนผลอยหลับไปในทุกๆคืน ส่วนหลี่ผิงผู้เป็นสามี ก็ทำได้เพียงปลอบใจภรรยาของตนเองให้สบายใจขึ้น แม้ภายในใจของตนจะปวดร้าวไม่ต่างกัน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 26 สารภาพ

    ศาลาริมสวนในฝูของท่านไจ่เสียงวันนี้คึกคัก ท่านแม่ทัพใหญ่ ท่านหญิง แลท่านแม่ทัพซงเฟิงได้มาร่วมดื่มน้ำชาแลพูดคุยธุระสำคัญระหว่างสองตระกูลใหญ่"ตกลงตามนั้น!" ท่านไจ่เสียงเอ่ยออกมาพลางลูบเคราอย่างพอใจ"ข้าพเจ้ายินดียิ่งนักที่พวกเราสองตระกูลจะได้เป็นทองแผ่นเดียวกัน" ท่านแม่ทัพใหญ่กล่าวด้วยความปิติ "หม่อมฉันก็ปลาบปลื้มใจเป็นอย่างยิ่ง ที่จะได้คุณหนูฟางเฟยมาเป็นลูกสะใภ้" เฉินซืออวิ๋น แม่ของท่านแม่ทัพซงเฟิงกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม"ข้าพเจ้าว่า พวกเราปล่อยให้หนุ่มสาวได้พูดคุยกันตามลำพังเถิดเพคะ" ท่านหญิงใหญ่เอ่ยขึ้น"ดี...งั้นพวกเราเข้าไปที่เรือนรับรองด้านในกันเถิด ข้าพเจ้าได้ให้คนครัวจัดสำรับเรียกน้ำย่อยไว้แล้ว"ณ เพลานี้ เหลือเพียงท่านแม่ทัพซงเฟิงและคุณหนูฟางเฟยที่มองตากันไปมาด้วยความเขินอาย"ข้าเก่งแต่รบ แต่มิเก่งเรื่องรักนัก ข้ามิรู้จะสนทนาสิ่งใดกับคุณหนูขอรับ" คุณหนูฟางเฟยยิ้มออกมาอย่างพอใจ พลางเอ่ยขึ้นว่า"งั้นเราสองคนมาสนทนาภาษากวีกันไหมเจ้าคะ?" "ข้าได้ยินมาว่า คุณหนูฟางเฟยมีพรสวรรค์ด้านกวีนิพนธ์อย่างลึกซึ้ง ข้าคงต้องให้คุณหนูช่วยแนะนำแล้วขอรับ"คุณหนูฟางเฟยยิ้มหวาน ก่อนจะเริ่มบทกลอน"

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 25 ถึงเวลาพิสูจน์

    ท่านไจ่เสียง ท่านหญิงใหญ่ และเติ้งจ้าว เดินมุ่งหน้าไปยังเรือนของท่านหญิงรองอย่างรีบร้อน ท่านไจ่เสียงโบกมือไล่ให้คนรับใช้บริเวณนั้นออกไป เพื่อที่ทั้งสามคนจะได้แอบฟังบทสนทนาของท่านหญิงรองและไท่โป๋อย่างใกล้ชิด“อะไรนะ นังคุณหนูฟางเฟยดีขึ้นแล้วงั้นรึ?!”“เจ้าค่ะ ซู่หยางบอกข้าเช่นนั้น”“ไอ้เหอเฟิงนะ ไอ้เหอเฟิง ทำไมมันต้องบอกยาถอนพิษกับท่านพี่ด้วย แล้วครานี้ ข้าจะหาหนทางใดกำจัดนางได้อีกเล่า...”ยังมิทันที่ท่านหญิงรองจะพูดจบ ประตูเรือนก็ถูกเปิดออกกว้าง พร้อมกับท่านไจ่เสียงและท่านหญิงใหญ่ที่เดินเข้ามาด้วยความโกรธ“เจ้าจะมิมีหนทางใดที่จะกำจัดลูกของข้าได้อีก เฉิงเต๋อเสียน!” ท่านไจ่เสียงกล่าวเสียงดัง“ทะ...ท่านพี่!” ท่านหญิงรองเอ่ยออกมาด้วยความตกใจ“จะมาหาน้อง เหตุใดจึงมิบอกล่วงหน้าล่ะเพคะ หม่อมฉันจะได้ให้ไท่โป๋เตรียมชารับรอง”“ถ้าข้าบอกเจ้าล่วงหน้า ข้าจะล่วงรู้ได้รึ ว่าเจ้าเป็นคนบงการฆ่าฟางเฟย”“ท่านพี่เข้าใจหม่อมฉันผิดแล้วเพคะ หม่อมฉันเพียงแค่...”“หุบปาก!” “เติ้งจ้าว!”“ขอรับ”“ค้นห้องนาง!” “ขอรับ”“ท่านพี่!” ท่านหญิงรองร้องเสียงหลง“ท่านพี่ใจเย็นๆก่อนนะเพคะ ท่านหญิงใหญ่เชิญนั่งลงก่อนเถิด

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 24 หาตัวคนบงการ

    ในที่สุด ขบวนของท่านแม่ทัพซงเฟิงก็เดินทางมาถึง ณ ฝูของท่านไจ่เสียง ทุกคนต่างเปล่งเสียงโห่ร้องออกมาด้วยความดีใจ ในที่สุด ภาระกิจก็เสร็จสิ้นลงเสียทีท่านไจ่เสียงแลท่านหญิงใหญ่ได้ยินดังนั้น ก็ออกมาต้อนรับทุกคนอย่างกระวีกระวาด“คารวะท่านไจ่เสียง” ท่านแม่ทัพพูด แลทหารทุกคนคำนับตามท่านไจ่เสียงพยักหน้า แลมองไปที่ถุงในมือของเว่ยหลง พลางยิ้มอย่างภาคภูมิใจ“ข้าน้อยแลทหารทุกคน ได้ขุดพบโสมป่าสภาพสมบูรณ์มาหกหัวขอรับ หวังว่าจะเพียงพอ”“ข้าพเจ้าขอขอบคุณน้ำใจท่านแม่ทัพ แลขอขอบใจทหารทุกคนเป็นอย่างมาก คืนวันพรุ่ง ข้าจักให้คนครัวจัดสำรับมื้อใหญ่ไว้ขอบคุณทุกคน แลท่านแม่ทัพและผู้ติดตาม จะพำนักที่ฝูของข้าเพื่ออยู่ฉลองร่วมกันได้รึไม่?”“ข้าน้อยขอลากลับก่อนดีกว่าขอรับ ข้าน้อยจากมานานมิได้แจ้งท่านแม่ทัพใหญ่ เดี๋ยวท่านจะเป็นกังวล ขอบพระคุณขอรับ”“ถ้าเป็นดังนั้น ก็ตามความปรารถนาของท่านแม่ทัพเถิด เดินทางปลอดภัย”“ขอบพระคุณขอรับ” พูดจบ ท่านแม่ทัพและเว่ยหลงก็เดินจากไปณ เรือนคุณหนูฟางเฟย“ไหนขอข้าดูโสมป่าหน่อยซิ” ท่านไจ่เสียงเอ่ยถามเติ้งจ้าว“นี่ขอรับ”“อืม...งดงามประดุจเรือนร่างของหญิงสาว ข้าขอบใจเจ้ามากจริงๆ เต

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 23 หนทางพิสูจน์รัก

    แม่ทัพซงเฟิงได้อ่านสาส์นของท่านไจ่เสียงอย่างละเอียด พลันนึกไปถึงวันประลองศาสตราวุธ ที่เขาดึงคุณหนูฟางเฟยมาไว้ในอ้อมแขน ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงอีกครั้ง“นี่ข้าตกหลุมรักคุณหนูฟางเฟยแล้วหรือนี่?”สองวันต่อมาขบวนทหารพร้อมเสบียงตั้งแถวที่หน้าประตูของฝูท่านไจ่เสียงแต่เช้าตรู่ พร้อมกับการมาถึงของท่านแม่ทัพซงเฟิงและทหารคู่ใจอย่างเว่ยหลงท่านไจ่เสียงที่กำลังควบคุมการจัดขบวนด้วยตนเอง เมื่อเห็นการมาถึงของแม่ทัพซงเฟิง เขาก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย“คารวะท่านไจ่เสียงขอรับ” แม่ทัพซงเฟิงกล่าว เว่ยหลงคำนับตาม“ข้าพเจ้าขอบน้ำใจท่านแม่ทัพซงเฟิงยิ่งนัก ที่ให้เกียรติมาร่วมขบวนในวันนี้ หากมียอดฝีมืออย่างท่านร่วมทางด้วยแล้ว ข้าพเจ้ามั่นใจยิ่งนัก ว่าการออกตามหาโสมป่าครั้งนี้ จะต้องสำเร็จลุล่วง” ท่านไจ่เสียงกล่าว“ขอบพระคุณในความกรุณาขอรับ ข้าน้อยและทหารคู่ใจ จะร่วมทำภารกิจครั้งนี้อย่างเต็มที่ขอรับ”เติ้งจ้าวได้ยินดังนั้น ก็เผลอยิ้มออกมาอย่างอดมิได้“ข้าขอแต่งตั้งท่านแม่ทัพซงเฟิง เป็นผู้นำขบวน แลขอให้ทุกท่านโชคดี” ท่านไจ่เสียงกล่าวหน้าแถว“ขอบพระคุณขอรับ” ทุกคนขานตอบในระหว่างทางไปยังเทือกเขาฉางไป๋ซาน เนื่องด้วยขณ

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 22 ดวงใจแตกสลาย

    ทุกคนในฝูของท่านไจ่เสียงเพลานี้ล้วนแล้วแต่มีภาระกิจที่ต้องทำ เริ่มที่ท่านไจ่เสียงกับไท่ซงที่กำลังจัดการศพของเหอเฟิง ท่านหญิงใหญ่รีบมาดูแลคุณหนูฟางเฟย เติ้งจ้าวนำสาส์นไปให้แม่ทัพซงเฟิงที่ฝู เว้นเพียงแต่ท่านหญิงรองที่เป็นลมล้มพับไปหลังจากเห็นฉากอัตวินิบาตกรรมของเหอเฟิงในเรือนสืบสวนณ เรือนคุณหนูฟางเฟย“ซู่หยาง เดิมที ข้าคิดว่าจะคุยกับไท่โป๋หลังจากการไต่สวนคนร้ายของท่านไจ่เสียง แต่ข้าคิดว่าเพลานี้คงจะมิเหมาะนัก นางคงต้องอยู่ดูแลนายหญิงของนาง” ท่านหญิงใหญ่กล่าว“ไว้คราหน้านะเจ้าคะท่านหญิงใหญ่ ข้าจะหาโอกาสไปเรียกนางมาอีกครั้ง” ซู่หยางแนะนำ“อืม...”เสียงประตูเปิดเข้ามาอย่างช้าๆ“ลูกเป็นอย่างไรบ้างท่านหญิงใหญ่?” ท่านไจ่เสียงเอ่ยถามเสียงอ่อน“ลูกนอนกระสับกระส่ายเพคะ ซู่หยางเพิ่งจะเช็ดตัวให้ แลลูกเพิ่งจะผลอยหลับไปเมื่อครู่”ท่านไจ่เสียงนำมือมาลูบหัวของฟางเฟยอย่างแผ่วเบา พลางกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ดวงใจของพ่อ”“ท่านหญิงใหญ่ ข้าให้เติ้งจ้าวนำสาส์นไปให้ท่านแม่ทัพซงเฟิงที่ฝู แจ้งข่าวอาการป่วยของฟางเฟย แลชักชวนให้เขาร่วมขบวนไปเก็บโสมป่าที่เทือกเขาฉางไป๋ซานทางตอนเหนือ หากเขาตอบรับ แสดงว่าเขา

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 21 สอบสวน

    บ่ายวันนี้ ท่านไจ่เสียง ท่านหญิงใหญ่ ท่านหญิงรอง ไท่ซง เติ้งจ้าว และทหารบางส่วนมารวมตัวกันที่เรือนสืบสวนชั่วคราวข้างเรือนคุมขังด้วยสีหน้าเคร่งขรึม“เบิกตัวคนร้าย” เสียงของผู้คุมคนหนึ่งดังขึ้นเหอเฟิงถูกคุมตัวเข้ามาในเรือนสืบสวนในสภาพอิดโรย และมือก็ถูกตรึงไว้ด้วยห่วงเหล็ก“คุกเข่าแลคารวะท่านไจ่เสียง” เสียงของผู้คุมดังขึ้นอีกครั้งเหอเฟิงค่อยๆโค้งคำนับและนั่งคุกเข่าลงอย่างช้าๆ เนื่องด้วยบาดแผลทางด้านหลังจากคมดาบของเติ้งจ้าวในคราก่อน อีกทั้งขาดน้ำแลสำรับมาหลายวัน ทำให้เขาทรงตัวแทบไม่อยู่“เจ้าเป็นใคร?” ท่านไจ่เสียงเอ่ยถามเสียงเข้ม“ข้าน้อยมีนามว่าเหอเฟิง เป็นชาวหัวโจว ขายของหาบเร่ไปทั่วขอรับ”“เหตุใดเจ้าจึงคิดปองร้ายลูกสาวของข้า?”“วันหนึ่ง ข้าน้อยได้ไปพบกับสตรีรูปงามนางหนึ่ง นางได้ว่าจ้างข้าน้อยให้ทำชั่วด้วยอัฐจำนวนมากพอที่จะมารักษาแม่ที่ป่วยของข้าน้อยได้ขอรับ”“เจ้าบอกข้าว่า เจ้าเป็นเพียงชายหาบเร่ แล้วเจ้าไปฝึกยิงธนู แลหายาพิษมาจากที่ใด?” ท่านไจ่เสียงไต่ถามเสียงเข้ม“สตรีนางนั้นพาข้าไปฝึกฝนยิงธนูขอรับ แลจัดหายาพิษมาให้ข้า รอเพียงข้าเก่งกล้ามากพอท

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 17 ณ ลานประลอง

    ลานศาตราวุธที่ถูกใช้ในงานประลองครานี้ เป็นพื้นที่เปิดโล่งขนาดมหึมาปูด้วยอิฐ ตั้งอยู่หลังเรือนหลักของท่านไจ่เสียง ห้อมล้อมไปด้วยกำแพงสูงเพื่อความปลอดภัย มีคลังอาวุธที่ทำจากไม้และปิดด้วยหลังคาสีน้ำตาลเข้มอยู่ติดกับขอบลาน ภายในเก็บอาวุธหลากชนิดอย่างเป็นระบบ ด้านหนึ่งของลานถูกจัดเป็นลานซ้อมรบย่อมๆ มีท

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 15 แผนร้ายของหญิงเจ้าเล่ห์

    งานเลี้ยงฉลองสุขภาพดีของคุณหนูฟางเฟยใกล้จะจบลงแล้ว เหล่าขุนนางทั้งหลายได้กล่าวคำอำลาแลนัดพบกันอีกครั้งในวันประลองศาสตราวุธ เฉิงเต๋อเสียนผู้สังเกตเห็นเหตุการณ์ในห้องโถงรับประทานอาหาร ก็มิพลาดที่จะเห็นสายตาอันมิเป็นมิตรของคุณหนูชิงเยียนที่มองไปทางคุณหนูฟางเฟย“ข้าคงจะได้ใช้ประโยชน์จากนังเด็กนี่ไม่มาก

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 14 บทสนทนาบนโต๊ะอาหาร

    ท่านไจ่เสียงนั่งลงตรงกึ่งกลางของโต๊ะอาหารอย่างสง่างามด้วยชุดเซินอีผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มตัดขอบด้วยลายคลื่นทองบางๆ แลดูน่าเกรงขาม ด้านซ้ายประกอบไปด้วยคุณหนูฟางเฟย ท่านหญิงใหญ่ ท่านหญิงรอง และขุนนางชั้นกลาง ส่วนด้านขวา ประกอบไปด้วยท่านไท่ฉางชิง ท่านแม่ทัพใหญ่ แลข้าราชการชั้นสูงท่านอื่นๆ เมื่อแขกทุกท่าน

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 10 นิมิตของฟางเสียง

    ฟางเสียงหมดเรี่ยวแรงจะว่ายน้ำต่อไป พลันปล่อยดอกบัวออกจากอ้อมแขนทีละดอกๆ นางยอมรับชะตากรรม ปล่อยตัวเองจมดิ่งสู่ก้นบึง ร่างกายอันผอมบางชักกระตุกอยู่หลายครา พร้อมกับเลือดที่ไหลออกมาจากทั้งทางปากและทางจมูก ส่งสัญญาณว่าจบสิ้นแล้ว…ฟางเสียง“คุณหนูเจ้าคะ!” ซู่หยางเรียกคุณหนูของเธอด้วยความตกใจ หลังจากเห็นฟ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status