หน้าหลัก / รักโบราณ / แรงรักลมหวน / บทที่ 2 ร่างใหม่หัวใจดวงเดิม

แชร์

บทที่ 2 ร่างใหม่หัวใจดวงเดิม

ผู้เขียน: ดาวจรัสแสง
last update วันที่เผยแพร่: 2026-02-08 16:35:17

ฟางเสียงตื่นจากความตายขึ้นมาอยู่ในร่างของ “ฟางเฟย” ลูกสาวคนเดียวของเต๋อหมิง อัครมหาเสนาบดี ผู้มีตำแหน่งใหญ่รองจากองค์จักรพรรดิ เป็นขุนนางชั้นหนึ่งเอก หรือที่ผู้คนขนานนามว่า “ท่านไจ่เสียง”

เธอค่อยๆลืมตาอย่างช้าๆ ในขณะที่ยังมีอาการมึนงงอยู่จากการหลับไหลไปชั่วครู่ ภาพแรกที่เธอเห็น คือ ห้องที่ใหญ่โตโอ่อ่า ประดับประดาไปด้วยของใช้มีราคามากมายสำหรับชนชั้นสูง ส่วนเตียงที่นอนอยู่นั้น ก็สัมผัสได้ถึงผ้าแพรพันธุ์หนานุ่มที่รองรับร่างของเธออยู่ เธอเริ่มเกิดความสงสัย และกล่าวพึมพำว่า “ที่นี่ที่ไหน?”

ไม่ทันที่จะคลายความสงสัย แม่นมที่นอนฟุบอยู่ข้างเตียง ได้ยินเสียงเล็กๆ ฟังดูคุ้นหูนั้น จึงเงยหน้าขึ้นมามอง

“คุณหนูฟื้นแล้ว!” เธอร้องตะโกนออกมาด้วยความดีใจ

“คุณหนูหิวน้ำไหมเจ้าคะ เดี๋ยวข้าจะนำมาให้?” เสียงสดใสของสาวแก่ดังขึ้น พร้อมกระวีกระวาดไปหาน้ำมาให้ผู้เป็นนายหญิง

“ใช่...ข้าหิวน้ำ” ฟางเสียงพึมพำออกมาแบบคนยังไม่ได้สติ

ซู่หยาง แม่นมของคุณหนูฟางเฟย ค่อยๆพยุงร่างอันผอมบางพลันป้อนน้ำให้เธอจิบอย่างช้าๆ

“คุณหนูของข้าฟื้นแล้วจริงๆ ด้วย หลายวันมานี้ ข้าเฝ้าแต่สวดมนต์ภาวนาให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์โปรดดลบันดาลให้ท่านฟื้นขึ้นมาโดยเร็ววัน” ซู่หยางพูดเสริมอีกว่า “หมอหลวงบอกว่าชีพจรของท่านอ่อนแรงมาก เกรงว่าท่านจะไม่รอด แลอาจจะมีชีวิตอยู่ได้เพียงไม่กี่ชั่วยาม ทั้งข้าแลท่านไจ่เสียง ได้ยินดังนั้นแล้วก็แทบจะล้มทั้งยืนเจ้าค่ะ”

ฟางเสียงได้ยินดังนั้นก็ตกใจเป็นอย่างมาก แต่เธอต้องเก็บอาการเอาไว้ เธอชักไม่แน่ใจแล้วว่า เธอยังคือฟางเสียงอยู่หรือป่าว

แต่ยังไม่ทันจะได้หาคำตอบ ซู่หยางก็พูดขึ้นมาว่า “ข้าต้องไปเรียนท่านไจ่เสียงและท่านหญิงใหญ่ก่อนนะเจ้าคะ ว่าคุณหนูฟื้นแล้ว นอนพักนะเจ้าคะ” พอพูดจบ นางก็ส่งยิ้มหวานให้ฟางเสียง แล้วค่อยๆเดินจากไป

“ข้าขอบใจท่านมากนะ” ฟางเสียงกล่าว แม้ว่าซู่หยางจะรู้สึกประหลาดที่คุณหนูเรียกนางว่า “ท่าน” แต่ก็ไม่มีเวลาจะสงสัยมากนัก เพราะนางต้องรีบไปแจ้งข่าวดีกับเจ้านายของนางเสียก่อน

โดยปกติแล้ว ฟางเฟยจะเรียกซู่หยางว่า “พี่” แม้อายุจะห่างกันมาก แต่เธอก็มิอาจทำใจเรียกนางว่า “เจ้า” หรือ เรียกชื่อเฉยๆได้ หากมิได้ออกไปนอกฝู

ฟางเฟยนับถือซู่หยางเสมือนคนในครอบครัวคนหนึ่ง เพราะนางเป็นแม่นมที่เลี้ยงเธอมาตั้งแต่แบเบาะ ซู่หยางเป็นคนใจดี พูดจาอ่อนหวาน อ่อนโยน สุขุม ใจเย็น รอบคอบ และเธอสัมผัสได้ว่านางรักเธอสุดหัวใจ จนสามารถตายแทนได้ ซู่หยางได้รับความไว้วางใจจากทั้งตัวฟางเฟยเอง แลท่านแม่และท่านพ่อของนางเป็นอย่างมาก อาจเป็นเพราะนางอาศัยอยู่ที่ฝูแห่งนี้มาตั้งแต่เด็ก โดยการตามพ่อและแม่ของนางมาดูแลสวนในฝู ได้เที่ยวเล่น อีกทั้งช่วยงานพ่อแม่ในสวน จนเป็นที่คุ้นตา เมื่อนางเติบโตเป็นสาว จึงมีโอกาสได้เข้ารับการอบรมความประพฤติ ก่อนที่จะเข้ามาเป็นแม่นมให้แก่ฟางเฟย

ซู่หยางกึ่งเดินกึ่งวิ่งด้วยความดีใจไปยังฝูอีกด้านหนึ่ง เพื่อไปหาท่านไจ่เสียง เมื่อมองเข้าไปจากด้านนอก เห็นท่านกำลังอ่านบางอย่างอยู่

“ท่านไจ่เสียงเจ้าคะ ข้าน้อยซู่หยาง ขอเข้าพบได้ไหมเจ้าคะ?” เสียงอ่อนน้อมของซู่หยางดังอยู่ด้านนอก

“เข้ามาได้” น้ำเสียงเคร่งขรึมแต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนตอบกลับมา

“เจ้ามีธุระอันใดรึ ซู่หยาง?” ท่านไจ่เสียงถามด้วยน้ำเสียงเรียบ

“คุณหนูฟื้นแล้วเจ้าค่ะ” ซู่หยางตอบพลางอมยิ้ม

“อะไรนะ เจ้าว่าอะไรนะ อาเฟยฟื้นแล้วหรอ?” น้ำเสียงเรียบนั้นกลับกลายเป็นตื่นเต้น

 “ใช่เจ้าค่ะ ตอนนี้คุณหนูพักผ่อนอยู่บนเตียงเจ้าค่ะ ข้าจึงรีบมาแจ้งข่าวดีให้ท่านไจ่เสียงทราบ”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ในที่สุด ลูกสาวของข้าก็ฟื้นแล้ว ขอขอบคุณเทวดาฟ้าดิน ที่เห็นใจข้า ปกปักรักษาลูกสาวของข้าให้ฟื้นคืนมาได้” ท่านไจ่เสียงพูดพลางหัวเราะออกมาด้วยความดีใจ

“เจ้ารีบกลับไปเฝ้าอาเฟยเถิด เดี๋ยวข้าจะไปแจ้งข่าวดีกับท่านหญิงใหญ่ด้วยตัวของข้าเอง”

“เจ้าค่ะ” ซู่หยางรับคำพร้อมจากไปทันที

ย้อนกลับมาที่ในห้องนอนของฟางเฟย นางมิได้นอนหลับแต่อย่างใด ในใจเฝ้าแต่ครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ในอดีต พลางยกมือขึ้นมาดู

“ทำไมมือของข้าถึงอ่อนนุ่มยิ่งนัก ราวกับว่ามิเคยสัมผัสงานเรือนมาก่อน?”

ในขณะที่ฟางเสียงกำลังมองไปที่มือผิวสีขาวอมชมพูอ่อนนุ่ม นิ้วยาวเรียวเรียงสวยราวกับกลีบดอกบัวเรียงกัน นางก็สะดุดตากับกำไลหยกที่ข้อมือด้านซ้าย เพราะกำไลหยกนี้ บ่งบอกถึงความสูงศักดิ์ของสตรีผู้สวมใส่ นางจึงพยายามที่จะลุกขึ้นมาเพื่อมองหน้าตนเองในกระจก

“ข้าจะต้องเห็นหน้าตัวเองให้ได้” ฟางเสียงกล่าวพลันขยับตัวเล็กน้อย

แต่ความพยายามครั้งแล้วครั้งเล่าของนางกลับไม่เป็นผล นางไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะลุกขึ้นมานั่ง น้ำตาแห่งความสิ้นหวังพลั่งพลูออกมาอาบสองแก้ม นางบ่นพึมพำด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง

“นี่ข้าเป็นใคร และอยู่ที่ไหนกันแน่?”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 26 สารภาพ

    ศาลาริมสวนในฝูของท่านไจ่เสียงวันนี้คึกคัก ท่านแม่ทัพใหญ่ ท่านหญิง แลท่านแม่ทัพซงเฟิงได้มาร่วมดื่มน้ำชาแลพูดคุยธุระสำคัญระหว่างสองตระกูลใหญ่"ตกลงตามนั้น!" ท่านไจ่เสียงเอ่ยออกมาพลางลูบเคราอย่างพอใจ"ข้าพเจ้ายินดียิ่งนักที่พวกเราสองตระกูลจะได้เป็นทองแผ่นเดียวกัน" ท่านแม่ทัพใหญ่กล่าวด้วยความปิติ "หม่อมฉันก็ปลาบปลื้มใจเป็นอย่างยิ่ง ที่จะได้คุณหนูฟางเฟยมาเป็นลูกสะใภ้" เฉินซืออวิ๋น แม่ของท่านแม่ทัพซงเฟิงกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม"ข้าพเจ้าว่า พวกเราปล่อยให้หนุ่มสาวได้พูดคุยกันตามลำพังเถิดเพคะ" ท่านหญิงใหญ่เอ่ยขึ้น"ดี...งั้นพวกเราเข้าไปที่เรือนรับรองด้านในกันเถิด ข้าพเจ้าได้ให้คนครัวจัดสำรับเรียกน้ำย่อยไว้แล้ว"ณ เพลานี้ เหลือเพียงท่านแม่ทัพซงเฟิงและคุณหนูฟางเฟยที่มองตากันไปมาด้วยความเขินอาย"ข้าเก่งแต่รบ แต่มิเก่งเรื่องรักนัก ข้ามิรู้จะสนทนาสิ่งใดกับคุณหนูขอรับ" คุณหนูฟางเฟยยิ้มออกมาอย่างพอใจ พลางเอ่ยขึ้นว่า"งั้นเราสองคนมาสนทนาภาษากวีกันไหมเจ้าคะ?" "ข้าได้ยินมาว่า คุณหนูฟางเฟยมีพรสวรรค์ด้านกวีนิพนธ์อย่างลึกซึ้ง ข้าคงต้องให้คุณหนูช่วยแนะนำแล้วขอรับ"คุณหนูฟางเฟยยิ้มหวาน ก่อนจะเริ่มบทกลอน"

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 25 ถึงเวลาพิสูจน์

    ท่านไจ่เสียง ท่านหญิงใหญ่ และเติ้งจ้าว เดินมุ่งหน้าไปยังเรือนของท่านหญิงรองอย่างรีบร้อน ท่านไจ่เสียงโบกมือไล่ให้คนรับใช้บริเวณนั้นออกไป เพื่อที่ทั้งสามคนจะได้แอบฟังบทสนทนาของท่านหญิงรองและไท่โป๋อย่างใกล้ชิด“อะไรนะ นังคุณหนูฟางเฟยดีขึ้นแล้วงั้นรึ?!”“เจ้าค่ะ ซู่หยางบอกข้าเช่นนั้น”“ไอ้เหอเฟิงนะ ไอ้เหอเฟิง ทำไมมันต้องบอกยาถอนพิษกับท่านพี่ด้วย แล้วครานี้ ข้าจะหาหนทางใดกำจัดนางได้อีกเล่า...”ยังมิทันที่ท่านหญิงรองจะพูดจบ ประตูเรือนก็ถูกเปิดออกกว้าง พร้อมกับท่านไจ่เสียงและท่านหญิงใหญ่ที่เดินเข้ามาด้วยความโกรธ“เจ้าจะมิมีหนทางใดที่จะกำจัดลูกของข้าได้อีก เฉิงเต๋อเสียน!” ท่านไจ่เสียงกล่าวเสียงดัง“ทะ...ท่านพี่!” ท่านหญิงรองเอ่ยออกมาด้วยความตกใจ“จะมาหาน้อง เหตุใดจึงมิบอกล่วงหน้าล่ะเพคะ หม่อมฉันจะได้ให้ไท่โป๋เตรียมชารับรอง”“ถ้าข้าบอกเจ้าล่วงหน้า ข้าจะล่วงรู้ได้รึ ว่าเจ้าเป็นคนบงการฆ่าฟางเฟย”“ท่านพี่เข้าใจหม่อมฉันผิดแล้วเพคะ หม่อมฉันเพียงแค่...”“หุบปาก!” “เติ้งจ้าว!”“ขอรับ”“ค้นห้องนาง!” “ขอรับ”“ท่านพี่!” ท่านหญิงรองร้องเสียงหลง“ท่านพี่ใจเย็นๆก่อนนะเพคะ ท่านหญิงใหญ่เชิญนั่งลงก่อนเถิด

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 24 หาตัวคนบงการ

    ในที่สุด ขบวนของท่านแม่ทัพซงเฟิงก็เดินทางมาถึง ณ ฝูของท่านไจ่เสียง ทุกคนต่างเปล่งเสียงโห่ร้องออกมาด้วยความดีใจ ในที่สุด ภาระกิจก็เสร็จสิ้นลงเสียทีท่านไจ่เสียงแลท่านหญิงใหญ่ได้ยินดังนั้น ก็ออกมาต้อนรับทุกคนอย่างกระวีกระวาด“คารวะท่านไจ่เสียง” ท่านแม่ทัพพูด แลทหารทุกคนคำนับตามท่านไจ่เสียงพยักหน้า แลมองไปที่ถุงในมือของเว่ยหลง พลางยิ้มอย่างภาคภูมิใจ“ข้าน้อยแลทหารทุกคน ได้ขุดพบโสมป่าสภาพสมบูรณ์มาหกหัวขอรับ หวังว่าจะเพียงพอ”“ข้าพเจ้าขอขอบคุณน้ำใจท่านแม่ทัพ แลขอขอบใจทหารทุกคนเป็นอย่างมาก คืนวันพรุ่ง ข้าจักให้คนครัวจัดสำรับมื้อใหญ่ไว้ขอบคุณทุกคน แลท่านแม่ทัพและผู้ติดตาม จะพำนักที่ฝูของข้าเพื่ออยู่ฉลองร่วมกันได้รึไม่?”“ข้าน้อยขอลากลับก่อนดีกว่าขอรับ ข้าน้อยจากมานานมิได้แจ้งท่านแม่ทัพใหญ่ เดี๋ยวท่านจะเป็นกังวล ขอบพระคุณขอรับ”“ถ้าเป็นดังนั้น ก็ตามความปรารถนาของท่านแม่ทัพเถิด เดินทางปลอดภัย”“ขอบพระคุณขอรับ” พูดจบ ท่านแม่ทัพและเว่ยหลงก็เดินจากไปณ เรือนคุณหนูฟางเฟย“ไหนขอข้าดูโสมป่าหน่อยซิ” ท่านไจ่เสียงเอ่ยถามเติ้งจ้าว“นี่ขอรับ”“อืม...งดงามประดุจเรือนร่างของหญิงสาว ข้าขอบใจเจ้ามากจริงๆ เต

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 23 หนทางพิสูจน์รัก

    แม่ทัพซงเฟิงได้อ่านสาส์นของท่านไจ่เสียงอย่างละเอียด พลันนึกไปถึงวันประลองศาสตราวุธ ที่เขาดึงคุณหนูฟางเฟยมาไว้ในอ้อมแขน ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงอีกครั้ง“นี่ข้าตกหลุมรักคุณหนูฟางเฟยแล้วหรือนี่?”สองวันต่อมาขบวนทหารพร้อมเสบียงตั้งแถวที่หน้าประตูของฝูท่านไจ่เสียงแต่เช้าตรู่ พร้อมกับการมาถึงของท่านแม่ทัพซงเฟิงและทหารคู่ใจอย่างเว่ยหลงท่านไจ่เสียงที่กำลังควบคุมการจัดขบวนด้วยตนเอง เมื่อเห็นการมาถึงของแม่ทัพซงเฟิง เขาก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย“คารวะท่านไจ่เสียงขอรับ” แม่ทัพซงเฟิงกล่าว เว่ยหลงคำนับตาม“ข้าพเจ้าขอบน้ำใจท่านแม่ทัพซงเฟิงยิ่งนัก ที่ให้เกียรติมาร่วมขบวนในวันนี้ หากมียอดฝีมืออย่างท่านร่วมทางด้วยแล้ว ข้าพเจ้ามั่นใจยิ่งนัก ว่าการออกตามหาโสมป่าครั้งนี้ จะต้องสำเร็จลุล่วง” ท่านไจ่เสียงกล่าว“ขอบพระคุณในความกรุณาขอรับ ข้าน้อยและทหารคู่ใจ จะร่วมทำภารกิจครั้งนี้อย่างเต็มที่ขอรับ”เติ้งจ้าวได้ยินดังนั้น ก็เผลอยิ้มออกมาอย่างอดมิได้“ข้าขอแต่งตั้งท่านแม่ทัพซงเฟิง เป็นผู้นำขบวน แลขอให้ทุกท่านโชคดี” ท่านไจ่เสียงกล่าวหน้าแถว“ขอบพระคุณขอรับ” ทุกคนขานตอบในระหว่างทางไปยังเทือกเขาฉางไป๋ซาน เนื่องด้วยขณ

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 22 ดวงใจแตกสลาย

    ทุกคนในฝูของท่านไจ่เสียงเพลานี้ล้วนแล้วแต่มีภาระกิจที่ต้องทำ เริ่มที่ท่านไจ่เสียงกับไท่ซงที่กำลังจัดการศพของเหอเฟิง ท่านหญิงใหญ่รีบมาดูแลคุณหนูฟางเฟย เติ้งจ้าวนำสาส์นไปให้แม่ทัพซงเฟิงที่ฝู เว้นเพียงแต่ท่านหญิงรองที่เป็นลมล้มพับไปหลังจากเห็นฉากอัตวินิบาตกรรมของเหอเฟิงในเรือนสืบสวนณ เรือนคุณหนูฟางเฟย“ซู่หยาง เดิมที ข้าคิดว่าจะคุยกับไท่โป๋หลังจากการไต่สวนคนร้ายของท่านไจ่เสียง แต่ข้าคิดว่าเพลานี้คงจะมิเหมาะนัก นางคงต้องอยู่ดูแลนายหญิงของนาง” ท่านหญิงใหญ่กล่าว“ไว้คราหน้านะเจ้าคะท่านหญิงใหญ่ ข้าจะหาโอกาสไปเรียกนางมาอีกครั้ง” ซู่หยางแนะนำ“อืม...”เสียงประตูเปิดเข้ามาอย่างช้าๆ“ลูกเป็นอย่างไรบ้างท่านหญิงใหญ่?” ท่านไจ่เสียงเอ่ยถามเสียงอ่อน“ลูกนอนกระสับกระส่ายเพคะ ซู่หยางเพิ่งจะเช็ดตัวให้ แลลูกเพิ่งจะผลอยหลับไปเมื่อครู่”ท่านไจ่เสียงนำมือมาลูบหัวของฟางเฟยอย่างแผ่วเบา พลางกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ดวงใจของพ่อ”“ท่านหญิงใหญ่ ข้าให้เติ้งจ้าวนำสาส์นไปให้ท่านแม่ทัพซงเฟิงที่ฝู แจ้งข่าวอาการป่วยของฟางเฟย แลชักชวนให้เขาร่วมขบวนไปเก็บโสมป่าที่เทือกเขาฉางไป๋ซานทางตอนเหนือ หากเขาตอบรับ แสดงว่าเขา

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 21 สอบสวน

    บ่ายวันนี้ ท่านไจ่เสียง ท่านหญิงใหญ่ ท่านหญิงรอง ไท่ซง เติ้งจ้าว และทหารบางส่วนมารวมตัวกันที่เรือนสืบสวนชั่วคราวข้างเรือนคุมขังด้วยสีหน้าเคร่งขรึม“เบิกตัวคนร้าย” เสียงของผู้คุมคนหนึ่งดังขึ้นเหอเฟิงถูกคุมตัวเข้ามาในเรือนสืบสวนในสภาพอิดโรย และมือก็ถูกตรึงไว้ด้วยห่วงเหล็ก“คุกเข่าแลคารวะท่านไจ่เสียง” เสียงของผู้คุมดังขึ้นอีกครั้งเหอเฟิงค่อยๆโค้งคำนับและนั่งคุกเข่าลงอย่างช้าๆ เนื่องด้วยบาดแผลทางด้านหลังจากคมดาบของเติ้งจ้าวในคราก่อน อีกทั้งขาดน้ำแลสำรับมาหลายวัน ทำให้เขาทรงตัวแทบไม่อยู่“เจ้าเป็นใคร?” ท่านไจ่เสียงเอ่ยถามเสียงเข้ม“ข้าน้อยมีนามว่าเหอเฟิง เป็นชาวหัวโจว ขายของหาบเร่ไปทั่วขอรับ”“เหตุใดเจ้าจึงคิดปองร้ายลูกสาวของข้า?”“วันหนึ่ง ข้าน้อยได้ไปพบกับสตรีรูปงามนางหนึ่ง นางได้ว่าจ้างข้าน้อยให้ทำชั่วด้วยอัฐจำนวนมากพอที่จะมารักษาแม่ที่ป่วยของข้าน้อยได้ขอรับ”“เจ้าบอกข้าว่า เจ้าเป็นเพียงชายหาบเร่ แล้วเจ้าไปฝึกยิงธนู แลหายาพิษมาจากที่ใด?” ท่านไจ่เสียงไต่ถามเสียงเข้ม“สตรีนางนั้นพาข้าไปฝึกฝนยิงธนูขอรับ แลจัดหายาพิษมาให้ข้า รอเพียงข้าเก่งกล้ามากพอท

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 15 แผนร้ายของหญิงเจ้าเล่ห์

    งานเลี้ยงฉลองสุขภาพดีของคุณหนูฟางเฟยใกล้จะจบลงแล้ว เหล่าขุนนางทั้งหลายได้กล่าวคำอำลาแลนัดพบกันอีกครั้งในวันประลองศาสตราวุธ เฉิงเต๋อเสียนผู้สังเกตเห็นเหตุการณ์ในห้องโถงรับประทานอาหาร ก็มิพลาดที่จะเห็นสายตาอันมิเป็นมิตรของคุณหนูชิงเยียนที่มองไปทางคุณหนูฟางเฟย“ข้าคงจะได้ใช้ประโยชน์จากนังเด็กนี่ไม่มาก

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 9 ขอพร

    ซู่หยางกำลังหวีผมยาวสลวยของฟางเฟยอย่างแผ่วเบา ผมของเธอพริ้วไหวราวกับน้ำตกยามต้องแสงจันทร์เมื่อกระทบกับหวี ซู่หยางซึ่งกำลังชื่นชมกับความงามตรงหน้า พลันนึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องราวอยู่ในใจที่ใคร่อยากจะรู้“คุณหนูเจ้าคะ เหตุใดครานี้ คุณหนูจึงเชื่อคำของเติ้งจ้าวล่ะเจ้าคะ?” ซู่หยางเอ่ยถาม“เพราะข้าไม่เชื่อเ

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 8 จากปากเติ้งจ้าว

    หลังสำรับกลางวัน ขุนนางทั้งสี่ก็ได้กลับเข้าเรือนของตนเป็นที่เรียบร้อย แต่จะมีอยู่หนึ่งคนที่ออกมาจากเรือนรับประทานอาหารด้วยอารมณ์ที่แสนจะขุ่นมัว“ก๊อก ก๊อก” เสียงเคาะประตูสองครั้งเช่นนี้ มักจะเป็นเติ้งจ้าว“มีอะไรนะท่านองครักษ์” ซู่หยางบ่นพึมพำ“คุณหนูเจ้าคะ เดี๋ยวข้าไปเปิดประตูให้ท่านองครักษ์ก่อนนะ

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 7 พร้อมหน้าพร้อมตา

    เช้านี้ ท่านไจ่เสียงมิได้ออกไปว่าราชการ จึงได้ชวนท่านหญิงจางมาเยี่ยมลูกสาวถึงเรือนนอน“ก๊อก ก๊อก ก๊อก” เสียงเคาะประตูดังขึ้นจากด้านนอก “พ่อเข้าไปได้รึไม่?” เต๋อหมิงเอ่ยถามลูกสาวอย่างอ่อนโยน“ท่านไจ่เสียงมาเจ้าค่ะ เดี๋ยวข้าไปเปิดประตูก่อนนะเจ้าคะ” ซู่หยางกล่าว“เชิญเจ้าค่ะ” พูดจบพลางโค้งคำนับ“ข้าน้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status