Beranda / รักโบราณ / แรงรักลมหวน / บทที่ 4 ฟางเฟยตัวจริง

Share

บทที่ 4 ฟางเฟยตัวจริง

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-08 16:35:26

ณ เวลากลางคืนอันเงียบสงัด ฟางเสียงรู้สึกกึ่งหลับกึ่งตื่นอยู่ตลอดทั้งคืน ทันใดนั้นเอง เธอก็รับรู้ถึงสายลมอ่อนๆ พัดผ่านข้อมื้อข้างซ้ายของเธอ

“ฟางเสียง ใช่เจ้ารึไม่?” เสียงอ่อนหวานของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นอยู่บริเวณข้างหู

ฟางเสียงลืมตาขึ้นมา มองหาเจ้าของเสียงนั้น

เธอลุกขึ้นจากเตียง และเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้งอย่างช้าๆ ภาพที่เธอเห็นในกระจก ทำให้เธอแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง

ผู้หญิงผิวขาวอมชมพู ร่างกายผอมบางราวกับเหลือเพียงหนังที่หุ้มกระดูกไว้ แต่ใบหน้ากลับสดใส สวยงามอ่อนหวานเป็นรูปไข่ ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับดั่งเงาน้ำต้องแสงจันทร์ คิ้วเรียวยาวโค้งดุจใบหลิวลู่ลม จมูกได้รูปประหนึ่งสลักจากหยกขาว งดงามอย่างผู้สูงศักดิ์โดยกำเนิด ริมฝีปากอ่อนระเรื่อดังกลีบเหมยต้องลมหนาว อีกทั้งยังมีผมดำยาวสลวยดุจแพรไหม และแม้ร่างกายจะดูอิดโรย แต่ก็มิอาจทำให้ความงามนั้นหมองหม่นไปได้เลย

“นั่นเสียงใครน่ะ?” ฟางเสียงพึมพำออกมา

“ข้าเอง ฟางเฟย” เสียงตอบรับอันอ่อนหวาน ชวนให้หลงไหล

ฟางเสียงพยายามหันไปหาเจ้าของเสียงนั้น แต่ก็มิพบสิ่งใด

“เจ้าจงมองที่กระจกเถิด ต่อแต่นี้ไป เจ้าจักต้องอาศัยอยู่ในร่างของข้า เพื่อทำหน้าที่ลูกสาวคนเดียวแห่งอัครมหาเสนาบดีแทนข้า ชาติภพนี้ เราคงมีบุญสัมพันธ์กัน เมื่อข้าหมดหน้าที่แล้ว เจ้าจึงต้องมาสานต่อ”

ฟางเสียงได้ยินดังนั้นก็เข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง ว่านางเองได้ตายจากร่างของนางไปแล้ว และกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ในร่างของสาวงามผู้มียศศักดิ์ผู้นี้

“คุณหนูฟางเฟย ข้าน้อยคือฟางเสียง ลูกสาวหัวหน้าพ่อครัว และแม่นมแห่งตระกูลหลู่ ข้าน้อยสัญญาว่า จะดูแลรักษาร่างกายของท่าน เกียรติยศของท่าน แลครอบครัวของท่าน ตราบชีวิตจะหาไม่”

“ขอบใจเจ้ามาก ก่อนข้าจะไป ข้ามีบางอย่างจะบอกเจ้า” ฟางเฟยย้ำเตือน

“หากวันใด ที่มีคนสงสัยในตัวเจ้า เจ้าจงเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า เปิดเข้าไปด้านในสุด เจ้าจักเห็นถุงกำมะหยี่สีแดง ในนั้นจะมีจี้หยกสลักสัญลักษณ์ประจำตระกูลของข้า ที่ท่านพ่อได้มอบให้เมื่อครั้งข้าอายุได้สิบห้าปี จี้หยกชิ้นนี้ มีเพียงข้า ท่านพ่อ และท่านแม่เท่านั้นที่รู้” ฟางเฟยกล่าวเสริม

“ขอบพระคุณคุณหนูมากเจ้าค่ะ ข้าน้อยจะรักษามันไว้เป็นอย่างดี” ฟางเฟยก้มโค้งพลางยิ้มอ่อนหน้ากระจก

“คุณหนูเจ้าคะ คุณหนู” เสียงซู่หยางดังขึ้น

ฟางเสียงค่อยๆลืมตาขึ้นมา เห็นผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ แลผู้หญิงรูปร่างสะโอดสะอง ยืนอยู่ข้างเตียง

“นี่ข้าฝันไปหรือนี่” ฟางเสียงพึมพำออกมา

“ลูกมิได้ฝันไปหรอกอาเฟย พ่อกับแม่มาเยี่ยมเจ้าแล้ว” เต๋อหมิงกล่าวขึ้นพลางก้มลงไปลูบหัวฟางเฟยเบาๆ

“ท่านพ่อ ท่านแม่?” ฟางเสียงย้ำ พลางนึกขึ้นมาได้ว่า ในตอนนี้นางคือคุณหนูฟางเฟย

“ลูกเป็นอย่างไรบ้าง อาเฟย?” เสียงของจางเหม่ยหลิง ผู้เป็นแม่ของฟางเฟยเสริมขึ้นด้วยน้ำเสียงห่วงใย

“ลูกรู้สึกดีขึ้นแล้วเจ้าค่ะ เพียงแต่ยังมิอาจลุกขึ้นมาแสดงความเคารพท่านพ่อและท่านแม่ได้” ฟางเสียงกล่าว

“มิเป็นไรเลยลูก ลูกจงพักผ่อนให้สบายก่อนเถิด หากลูกต้องการสิ่งใด จงบอกแก่ซู่หยาง แม่นมของเจ้า นางจักหาทุกอย่างมาให้เจ้า” เต๋อหมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงอบอุ่น

“เห็นที ข้าจักต้องจัดงานใหญ่ เพื่อรับขวัญอาเฟยหลังจากการเจ็บป่วยแล้วหนา เจ้ามีความเห็นว่าอย่างไร ท่านหญิงจาง?” เต๋อหมิงถาม

“แล้วแต่ท่านพี่เถิด ข้าเพียงเห็นลูกสาวลืมตามาพูดคุยกับข้า ข้าก็มิต้องการสิ่งใดอีกแล้ว” จางเหม่ยหลิงกล่าวน้ำตาคลอ

“ดี ถ้าเจ้ามีความเห็นเช่นนั้น รอให้อาเฟยหายดี ข้าจักจัดงานใหญ่เลี้ยงฉลองสุขภาพดีให้แก่ลูกสาวคนเดียวของข้า ข้าจักเชิญแขกเหรื่อชั้นผู้ใหญ่มากมายมาร่วมแสดงความยินดีกันที่ฝูแห่งนี้ อายุอานามของอาเฟยก็มากแล้ว เผื่อนางจักได้พบเจอชายที่ถูกใจ แลจักได้มีงานวิวาห์ต่อไป” เต็มหมิงพูดพลางกระหยิ่มยิ้มย่อง

“ท่านพี่ การเลือกคู่ครองเป็นเรื่องสำคัญยิ่งนัก ข้ามีความเห็นว่า ยังมิใช่เรื่องที่จะนำมาพูดในเพลานี้เพคะ”

จางเหม่ยหลิงกล่าวเสียงเข้มขึ้น

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าก็พูดไปอย่างนั้นท่านหญิงจาง” เต๋อหมิงกล่าวอย่างอารมณ์ดี

“ท่านหญิงจาง ข้าว่าเราปล่อยให้อาเฟยพักผ่อนเถิดหนา ส่วนเจ้า ซู่หยาง วันรุ่งขึ้น เจ้าจงไปบอกทุกคนในฝู ว่าคุณหนูฟางเฟยฟื้นแล้ว จงเตรียมจัดงานฉลองสุขภาพดีให้นางในเร็ววัน” เต๋อหมิงกำชับ

“เจ้าค่ะท่านไจ่เสียง” ซู่หยางรับคำสั่ง

เต๋อหมิงและจางเหม่ยหลิงเดินออกจากห้องไป ปล่อยให้ซู่หยางอยู่รับใช้ฟางเฟย

“คุณหนูต้องการสิ่งใดหรือไม่เจ้าคะ?”

“ยังหรอก ขอบใจท่านมาก” ฟางเสียงกล่าว

“เหตุใด… คุณหนูจึงเรียกข้าว่า “ท่าน” ล่ะเจ้าคะ ฟังดูห่างเหินเหลือเกิน?”

ฟางเสียงในร่างของฟางเฟยฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ดูจากท่าทีสนิทสนมและไว้ใจของขุนนางทั้งสองเมื่อครู่ นางจึงพูดออกไปว่า

“ข้าขอโทษ...พี่หยาง”

“มิเป็นอะไรเลยเจ้าค่ะคุณหนูของข้า” ซู่หยางดีใจที่คุณหนูของเธอเรียกเธอเช่นนั้น

“ต่อแต่นี้ไป ข้าจักปกป้องคุณหนูด้วยชีวิตของข้า ข้าจักมิยอมให้ผู้ใดเข้าใกล้ และมาทำร้ายคุณหนูของข้าได้อีก!” ซู่หยางกล่าวเสียงเข้ม

“เกิดอะไรขึ้นกับคุณหนูฟางเฟยกันแน่?” ฟางเสียงพึมพำในใจ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 11 คิดทบทวน

    ฟางเสียงสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากความฝัน เหงื่อออกทั่วร่าง หัวใจเต้นแรงดั่งกลองเพลิง“คุณหนูเจ้าคะ ฝันร้ายรึเจ้าคะ?” ซู่หยางเอ่ยถามด้วยความห่วงใย“ใช่...ข้าฝันว่าข้าจมน้ำตาย” ฟางเฟยตอบ“จริงรึเจ้าคะ!...วันก่อน พวกเราเพิ่งจะไปไหว้พระมาที่วัด เหตุใด คุณหนูจึงฝันร้าย?” ซู่หยางเอ่ยถามด้วยความสงสัย“พระท่านคงเมตตามาเตือนให้ข้าระวังตัวกระมัง” ฟางเฟยตอบ พลันหายใจแรงด้วยความเหนื่อยหอบ“นั่งก่อนนะเจ้าคะคุณหนู เดี๋ยวข้าไปชงชาให้” ซู่หยางพูดจบ ก็รีบเดินจากไปฟางเสียงพนมมือกล่าวขอบคุณที่พระท่านได้เปิดนิมิตให้นางได้รับรู้ถึงสาเหตุแห่งการตาย“นี่คุณหนูชิงเยียนฆ่าข้าเพราะความอิจฉางั้นรึ? ถึงว่า...พักหลัง...นางมิยอมให้ข้าเข้าไปปรนนิบัติ”ฟางเสียงกล่าวพึมพำแล้วพ่อแม่ของข้าล่ะ จะเป็นเช่นไรบ้างเพลานี้ อีกทั้งท่านแม่ทัพ...“ดี...ถ้านางอยากได้ท่านแม่ทัพซงเฟิงมาเป็นคู่ล่ะก็ ข้านี่ล่ะ...จะขัดขวางนางทุกทาง มิให้นางได้สมหวัง ด้วยฐานะของข้า ณ เพลานี้ นางมิอาจจะต่อกรกับข้าได้เป็นแน่!” ฟางเสียงกล่าวด้วยความโกรธคุณหนูชิงเยียนกับท่านแม่ทัพซงเฟิง มีโอกาสจะได้เป็นคู่ร่วมหอลงโลง เหตุเพราะพ่อของทั้งสอง เป็นเพื่อนรักกันมาต

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 10 นิมิตของฟางเสียง

    ฟางเสียงหมดเรี่ยวแรงจะว่ายน้ำต่อไป พลันปล่อยดอกบัวออกจากอ้อมแขนทีละดอกๆ นางยอมรับชะตากรรม ปล่อยตัวเองจมดิ่งสู่ก้นบึง ร่างกายอันผอมบางชักกระตุกอยู่หลายครา พร้อมกับเลือดที่ไหลออกมาจากทั้งทางปากและทางจมูก ส่งสัญญาณว่าจบสิ้นแล้ว…ฟางเสียง“คุณหนูเจ้าคะ!” ซู่หยางเรียกคุณหนูของเธอด้วยความตกใจ หลังจากเห็นฟางเฟยชักกระตุกฟางเสียงยังคงมิตื่นจากความฝัน ภาพการตายของนางถูกตัดไปที่ภาพของชาย-หญิงคู่หนึ่งกำลังมองตากันอย่างหวานซึ้งณ จวนของท่านฉีซื่อ“ชาเขียวต้นฤดูของเจ้าชั่งหอมแลรสชาติดียิ่งนัก” แม่ทัพซงเฟิงกล่าวชมฟางเสียง ที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดดอกไม้ให้คุณหนูชิงเยียนของเธอ โดยมิทันได้สนใจต้นเสียงนั้น“ขอบพระคุณท่านฉีซื่อเจ้าค่ะ ข้าคิดว่า ข้าจะชงไปให้คุณหนูชิงเยียนด้วยเจ้าค่ะ หากคุณหนูได้ลิ้มลองชาเขียวต้นฤดูอ่อนๆ คุณหนูคง...” พูดยังมิทันจบ นางก็เหลือบไปเห็นปลายรองเท้าหนังสัตว์สีดำ พลันตกใจ“นี่มิใช่ท่านฉีซื่อนี่!” ฟางเสียงคิดในใจนางค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา ดวงตากลมโตสดใสประสานกับดวงตาเรียวยาวคมกริบ แต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยน คิ้วดกดำพาดเฉียง จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากสีชมพูบางได้รูป เส้นผมดำขลับถูกรวบม

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 9 ขอพร

    ซู่หยางกำลังหวีผมยาวสลวยของฟางเฟยอย่างแผ่วเบา ผมของเธอพริ้วไหวราวกับน้ำตกยามต้องแสงจันทร์เมื่อกระทบกับหวี ซู่หยางซึ่งกำลังชื่นชมกับความงามตรงหน้า พลันนึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องราวอยู่ในใจที่ใคร่อยากจะรู้“คุณหนูเจ้าคะ เหตุใดครานี้ คุณหนูจึงเชื่อคำของเติ้งจ้าวล่ะเจ้าคะ?” ซู่หยางเอ่ยถาม“เพราะข้าไม่เชื่อเขานี่ไง ข้าจึงป่วยหนักถึงเพียงนี้”“จริงด้วยเจ้าค่ะ” ซู่หยางใคร่ครวญ“ข้านึกไม่ถึงจริงๆเจ้าค่ะ ว่าเหตุใดท่านหญิงรองจึงต้องกระทำการอุกอาจเช่นนั้น?” ซู่หยางเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย“เป็นไปได้รึไม่ ที่ท่านพ่อมิยอมมีบุตรสืบสกุลให้กับนาง นางจึงรู้สึกโกรธแค้น แลคิดกำจัดข้า?”“คุณพระ! เหตุใดใจคอท่านหญิงรองจึงโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้!” ซู่หยางตะโกนออกมาด้วยความตกใจ“อย่าเอ็ดไปพี่หยาง เรามิรู้ได้ว่า ณ เพลานี้ ผู้ใดไว้ใจได้ ผู้ใดไว้ใจมิได้” ฟางเฟยเตือนสติ“ข้าขอโทษเจ้าค่ะคุณหนู”“แล้วพี่คิดเห็นอย่างไรเล่า กับข้อสันนิษฐานของข้า?” ฟางเฟยเอ่ยถาม“ข้าคิดว่ามีความเป็นไปได้ที่สุดเจ้าค่ะ เหตุเพราะท่านไจ่เสียง รักและให้เกียรติท่านหญิงใหญ่มาก ท่านมักจะพูดอยู่เสมอว่า ท่านดีใจเหลือเกินที่มีเพียงคุณหนูสืบตระกูลหานเจ้าค่

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 8 จากปากเติ้งจ้าว

    หลังสำรับกลางวัน ขุนนางทั้งสี่ก็ได้กลับเข้าเรือนของตนเป็นที่เรียบร้อย แต่จะมีอยู่หนึ่งคนที่ออกมาจากเรือนรับประทานอาหารด้วยอารมณ์ที่แสนจะขุ่นมัว“ก๊อก ก๊อก” เสียงเคาะประตูสองครั้งเช่นนี้ มักจะเป็นเติ้งจ้าว“มีอะไรนะท่านองครักษ์” ซู่หยางบ่นพึมพำ“คุณหนูเจ้าคะ เดี๋ยวข้าไปเปิดประตูให้ท่านองครักษ์ก่อนนะเจ้าคะ” พูดจบนางก็เดินออกไป“แม่นมซู่หยาง ข้าขอเข้าพบคุณหนูสักครู่ได้รึไม่?” เติ้งจ้าวเอ่ยถาม“ได้สิเจ้าคะ เชิญเจ้าค่ะ” ซู่หยางหลีกทาง“ข้าขอคำนับคุณหนูฟางเฟย” พูดจบพลางยืนตรงและก้มศรีษะให้“มีเหตุอันใดรึท่านองครักษ์” ฟางเฟยเอ่ยถาม“เมื่อสักครู่ ข้าได้เฝ้าสังเกตการณ์อยู่นอกเรือนรับประทานอาหาร พลันได้ยินท่านสนมเอกเอ่ยถึงเหตุการณ์วันขี่ม้าที่ทุ่งราบฝูผิง ข้าจึงอยากกล่าวชี้แจงเพิ่มเติมขอรับ”“ว่ามาเถิด” ฟางเฟยเอ่ยขึ้น“ในวันนั้น ข้าได้เดินผ่านไปสังเกตการณ์ความเรียบร้อยอยู่บริเวณหน้ากระโจมอุ่นสำรับ แม่นมซู่หยางและแม่นมไท่โป๋กำลังอุ่นสำรับสำหรับทุกคนด้วยอารมณ์เบิกบาน แต่กลับมิเห็นคุณหนูอยู่บริเวณนั้นด้วย จึงได้ออกตามหาห่างออกไปประมาณหนึ่งลี้ ข้าเห็นคุณหนูกับท่านสนมเอกกำลังยืนคุยกันด้วยท่าทีสนุกส

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 7 พร้อมหน้าพร้อมตา

    เช้านี้ ท่านไจ่เสียงมิได้ออกไปว่าราชการ จึงได้ชวนท่านหญิงจางมาเยี่ยมลูกสาวถึงเรือนนอน“ก๊อก ก๊อก ก๊อก” เสียงเคาะประตูดังขึ้นจากด้านนอก “พ่อเข้าไปได้รึไม่?” เต๋อหมิงเอ่ยถามลูกสาวอย่างอ่อนโยน“ท่านไจ่เสียงมาเจ้าค่ะ เดี๋ยวข้าไปเปิดประตูก่อนนะเจ้าคะ” ซู่หยางกล่าว“เชิญเจ้าค่ะ” พูดจบพลางโค้งคำนับ“ข้าน้อยขอคารวะท่านไจ่เสียงและท่านหญิงใหญ่เจ้าค่ะ”ทั้งสองยิ้มให้ซู่หยางอย่างเป็นมิตร ก่อนที่จะเดินตรงไปหาลูกสาวที่เตียงนอน“ลูกเป็นอย่างไรบ้าง อาเฟย?” เต๋อหมิงเอ่ยถามพลางลูบหัวลูกสาวอย่างแผ่วเบา“ลูกดีขึ้นมากแล้วเจ้าค่ะ เมื่อวาน ลูกขอให้พี่หยางพาไปชมสวนด้านนอกด้วยเจ้าค่ะ ขออภัยท่านพ่อที่มิได้แจ้งล่วงหน้า”“มิเป็นไรหรอกลูก สวนแห่งนี้พ่อกับแม่ได้สร้างไว้เพื่อให้ลูกได้ออกไปชื่นชมเมื่อไหร่ก็ได้ตามที่ใจปรารถนา แต่...ซู่หยาง ลูกข้าดีขึ้นถึงเพียงนี้ เหตุใดเจ้าจึงมิไปแจ้งต่อข้า?” เต๋อหมิงถามเสียงเข้ม“ข้าน้อยผิดไปแล้วเจ้าค่ะ” ซู่หยางก้มโค้ง“ช่างเถอะ ที่อาเฟยดีขึ้นมาก ส่วนหนึ่งก็เพราะการดูแลของเจ้า ข้ามิโกรธเคืองเจ้าแต่อย่างใด”คุณหญิงใหญ่เอ่ยขึ้นอย่างใจดีฟางเฟยค่อยๆลุกขึ้นจากเตียง พลางยกมือทั้งสองข้างป

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 6 สืบหาความจริง

    แสงแรกของวันค่อยๆ ลอดผ่านช่องหน้าต่างกระดาษสีงาช้าง ทำให้ห้องนอนสว่างขึ้นอย่างนุ่มนวล ก่อนที่ลมเย็นยามรุ่งอรุณจะพัดกลิ่นไม้จันทน์จากแท่นธูปลอยลอดเข้ามา เสียงนกกระจิบ ที่เกาะอยู่บนกิ่งท้อหน้าลานเริ่มส่งเสียงเจื้อยแจ้ว เป็นจังหวะแผ่วเบาราวกับจะปลุกให้ผู้คนทั้งฝูตื่นจากนิทราหลายวันมานี้ ฟางเสียงรู้สึกได้ว่าซู่หยาง ปรนนิบัติเธอในร่างของฟางเฟยเป็นอย่างดี ทั้งจัดสำรับอาหาร เสื้อผ้าอาภรณ์ จัดหายาสมุนไพรบำรุงกำลัง เช็ดเนื้อเช็ดตัว บีบนวดทั่งร่าง อีกทั้งยังคอยเล่าเรื่องมากมายในฝูให้เธอฟัง ฟางเสียงเก็บข้อมูลไปเรื่อยๆ ในใจก็พลันคิดไปว่า “ข้าจะไว้ใจซู่หยางผู้นี้ได้มากน้อยเพียงไหน? ”ในขณะที่ซู่หยางกำลังจัดห้อง ฟางเสียงก็ลองใจเอ่ยถามขึ้นว่า“พี่หยาง พี่จะบอกทุกสิ่งที่ข้าอยากรู้ได้หรือไม่?”“ได้สิเจ้าคะ ทุกเรื่องที่คุณหนูอยากรู้ และถ้าข้าไม่รู้ ข้าจะไปหาข่าวมาให้เจ้าค่ะ” ซู่หยางยืนกรานเสียงเข้ม“ต่อไปนี้ เรื่องในฝู ข้าคงจะได้รู้ทุกอย่างจากซู่หยาง แต่ข้าจะสืบหาความจริงเพื่อคุณหนูฟางเฟย ว่าเกิดอะไรขึ้นกับนาง เพราะเหตุใดนางถึงเป็นไข้ จนต้องจบชีวิตลงเช่นนี้ ฝูแห่งนี้ แท้จริงแล้วคงจะมิได้สงบสุขนักสินะ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status