Home / รักโบราณ / แรงรักลมหวน / บทที่ 4 ฟางเฟยตัวจริง

Share

บทที่ 4 ฟางเฟยตัวจริง

last update publish date: 2026-02-08 16:35:26

ณ เวลากลางคืนอันเงียบสงัด ฟางเสียงรู้สึกกึ่งหลับกึ่งตื่นอยู่ตลอดทั้งคืน ทันใดนั้นเอง เธอก็รับรู้ถึงสายลมอ่อนๆ พัดผ่านข้อมื้อข้างซ้ายของเธอ

“ฟางเสียง ใช่เจ้ารึไม่?” เสียงอ่อนหวานของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นอยู่บริเวณข้างหู

ฟางเสียงลืมตาขึ้นมา มองหาเจ้าของเสียงนั้น

เธอลุกขึ้นจากเตียง และเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้งอย่างช้าๆ ภาพที่เธอเห็นในกระจก ทำให้เธอแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง

ผู้หญิงผิวขาวอมชมพู ร่างกายผอมบางราวกับเหลือเพียงหนังที่หุ้มกระดูกไว้ แต่ใบหน้ากลับสดใส สวยงามอ่อนหวานเป็นรูปไข่ ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับดั่งเงาน้ำต้องแสงจันทร์ คิ้วเรียวยาวโค้งดุจใบหลิวลู่ลม จมูกได้รูปประหนึ่งสลักจากหยกขาว งดงามอย่างผู้สูงศักดิ์โดยกำเนิด ริมฝีปากอ่อนระเรื่อดังกลีบเหมยต้องลมหนาว อีกทั้งยังมีผมดำยาวสลวยดุจแพรไหม และแม้ร่างกายจะดูอิดโรย แต่ก็มิอาจทำให้ความงามนั้นหมองหม่นไปได้เลย

“นั่นเสียงใครน่ะ?” ฟางเสียงพึมพำออกมา

“ข้าเอง ฟางเฟย” เสียงตอบรับอันอ่อนหวาน ชวนให้หลงไหล

ฟางเสียงพยายามหันไปหาเจ้าของเสียงนั้น แต่ก็มิพบสิ่งใด

“เจ้าจงมองที่กระจกเถิด ต่อแต่นี้ไป เจ้าจักต้องอาศัยอยู่ในร่างของข้า เพื่อทำหน้าที่ลูกสาวคนเดียวแห่งอัครมหาเสนาบดีแทนข้า ชาติภพนี้ เราคงมีบุญสัมพันธ์กัน เมื่อข้าหมดหน้าที่แล้ว เจ้าจึงต้องมาสานต่อ”

ฟางเสียงได้ยินดังนั้นก็เข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง ว่านางเองได้ตายจากร่างของนางไปแล้ว และกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ในร่างของสาวงามผู้มียศศักดิ์ผู้นี้

“คุณหนูฟางเฟย ข้าน้อยคือฟางเสียง ลูกสาวหัวหน้าพ่อครัว และแม่นมแห่งตระกูลหลู่ ข้าน้อยสัญญาว่า จะดูแลรักษาร่างกายของท่าน เกียรติยศของท่าน แลครอบครัวของท่าน ตราบชีวิตจะหาไม่”

“ขอบใจเจ้ามาก ก่อนข้าจะไป ข้ามีบางอย่างจะบอกเจ้า” ฟางเฟยย้ำเตือน

“หากวันใด ที่มีคนสงสัยในตัวเจ้า เจ้าจงเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า เปิดเข้าไปด้านในสุด เจ้าจักเห็นถุงกำมะหยี่สีแดง ในนั้นจะมีจี้หยกสลักสัญลักษณ์ประจำตระกูลของข้า ที่ท่านพ่อได้มอบให้เมื่อครั้งข้าอายุได้สิบห้าปี จี้หยกชิ้นนี้ มีเพียงข้า ท่านพ่อ และท่านแม่เท่านั้นที่รู้” ฟางเฟยกล่าวเสริม

“ขอบพระคุณคุณหนูมากเจ้าค่ะ ข้าน้อยจะรักษามันไว้เป็นอย่างดี” ฟางเฟยก้มโค้งพลางยิ้มอ่อนหน้ากระจก

“คุณหนูเจ้าคะ คุณหนู” เสียงซู่หยางดังขึ้น

ฟางเสียงค่อยๆลืมตาขึ้นมา เห็นผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ แลผู้หญิงรูปร่างสะโอดสะอง ยืนอยู่ข้างเตียง

“นี่ข้าฝันไปหรือนี่” ฟางเสียงพึมพำออกมา

“ลูกมิได้ฝันไปหรอกอาเฟย พ่อกับแม่มาเยี่ยมเจ้าแล้ว” เต๋อหมิงกล่าวขึ้นพลางก้มลงไปลูบหัวฟางเฟยเบาๆ

“ท่านพ่อ ท่านแม่?” ฟางเสียงย้ำ พลางนึกขึ้นมาได้ว่า ในตอนนี้นางคือคุณหนูฟางเฟย

“ลูกเป็นอย่างไรบ้าง อาเฟย?” เสียงของจางเหม่ยหลิง ผู้เป็นแม่ของฟางเฟยเสริมขึ้นด้วยน้ำเสียงห่วงใย

“ลูกรู้สึกดีขึ้นแล้วเจ้าค่ะ เพียงแต่ยังมิอาจลุกขึ้นมาแสดงความเคารพท่านพ่อและท่านแม่ได้” ฟางเสียงกล่าว

“มิเป็นไรเลยลูก ลูกจงพักผ่อนให้สบายก่อนเถิด หากลูกต้องการสิ่งใด จงบอกแก่ซู่หยาง แม่นมของเจ้า นางจักหาทุกอย่างมาให้เจ้า” เต๋อหมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงอบอุ่น

“เห็นที ข้าจักต้องจัดงานใหญ่ เพื่อรับขวัญอาเฟยหลังจากการเจ็บป่วยแล้วหนา เจ้ามีความเห็นว่าอย่างไร ท่านหญิงจาง?” เต๋อหมิงถาม

“แล้วแต่ท่านพี่เถิด ข้าเพียงเห็นลูกสาวลืมตามาพูดคุยกับข้า ข้าก็มิต้องการสิ่งใดอีกแล้ว” จางเหม่ยหลิงกล่าวน้ำตาคลอ

“ดี ถ้าเจ้ามีความเห็นเช่นนั้น รอให้อาเฟยหายดี ข้าจักจัดงานใหญ่เลี้ยงฉลองสุขภาพดีให้แก่ลูกสาวคนเดียวของข้า ข้าจักเชิญแขกเหรื่อชั้นผู้ใหญ่มากมายมาร่วมแสดงความยินดีกันที่ฝูแห่งนี้ อายุอานามของอาเฟยก็มากแล้ว เผื่อนางจักได้พบเจอชายที่ถูกใจ แลจักได้มีงานวิวาห์ต่อไป” เต็มหมิงพูดพลางกระหยิ่มยิ้มย่อง

“ท่านพี่ การเลือกคู่ครองเป็นเรื่องสำคัญยิ่งนัก ข้ามีความเห็นว่า ยังมิใช่เรื่องที่จะนำมาพูดในเพลานี้เพคะ”

จางเหม่ยหลิงกล่าวเสียงเข้มขึ้น

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าก็พูดไปอย่างนั้นท่านหญิงจาง” เต๋อหมิงกล่าวอย่างอารมณ์ดี

“ท่านหญิงจาง ข้าว่าเราปล่อยให้อาเฟยพักผ่อนเถิดหนา ส่วนเจ้า ซู่หยาง วันรุ่งขึ้น เจ้าจงไปบอกทุกคนในฝู ว่าคุณหนูฟางเฟยฟื้นแล้ว จงเตรียมจัดงานฉลองสุขภาพดีให้นางในเร็ววัน” เต๋อหมิงกำชับ

“เจ้าค่ะท่านไจ่เสียง” ซู่หยางรับคำสั่ง

เต๋อหมิงและจางเหม่ยหลิงเดินออกจากห้องไป ปล่อยให้ซู่หยางอยู่รับใช้ฟางเฟย

“คุณหนูต้องการสิ่งใดหรือไม่เจ้าคะ?”

“ยังหรอก ขอบใจท่านมาก” ฟางเสียงกล่าว

“เหตุใด… คุณหนูจึงเรียกข้าว่า “ท่าน” ล่ะเจ้าคะ ฟังดูห่างเหินเหลือเกิน?”

ฟางเสียงในร่างของฟางเฟยฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ดูจากท่าทีสนิทสนมและไว้ใจของขุนนางทั้งสองเมื่อครู่ นางจึงพูดออกไปว่า

“ข้าขอโทษ...พี่หยาง”

“มิเป็นอะไรเลยเจ้าค่ะคุณหนูของข้า” ซู่หยางดีใจที่คุณหนูของเธอเรียกเธอเช่นนั้น

“ต่อแต่นี้ไป ข้าจักปกป้องคุณหนูด้วยชีวิตของข้า ข้าจักมิยอมให้ผู้ใดเข้าใกล้ และมาทำร้ายคุณหนูของข้าได้อีก!” ซู่หยางกล่าวเสียงเข้ม

“เกิดอะไรขึ้นกับคุณหนูฟางเฟยกันแน่?” ฟางเสียงพึมพำในใจ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 26 สารภาพ

    ศาลาริมสวนในฝูของท่านไจ่เสียงวันนี้คึกคัก ท่านแม่ทัพใหญ่ ท่านหญิง แลท่านแม่ทัพซงเฟิงได้มาร่วมดื่มน้ำชาแลพูดคุยธุระสำคัญระหว่างสองตระกูลใหญ่"ตกลงตามนั้น!" ท่านไจ่เสียงเอ่ยออกมาพลางลูบเคราอย่างพอใจ"ข้าพเจ้ายินดียิ่งนักที่พวกเราสองตระกูลจะได้เป็นทองแผ่นเดียวกัน" ท่านแม่ทัพใหญ่กล่าวด้วยความปิติ "หม่อมฉันก็ปลาบปลื้มใจเป็นอย่างยิ่ง ที่จะได้คุณหนูฟางเฟยมาเป็นลูกสะใภ้" เฉินซืออวิ๋น แม่ของท่านแม่ทัพซงเฟิงกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม"ข้าพเจ้าว่า พวกเราปล่อยให้หนุ่มสาวได้พูดคุยกันตามลำพังเถิดเพคะ" ท่านหญิงใหญ่เอ่ยขึ้น"ดี...งั้นพวกเราเข้าไปที่เรือนรับรองด้านในกันเถิด ข้าพเจ้าได้ให้คนครัวจัดสำรับเรียกน้ำย่อยไว้แล้ว"ณ เพลานี้ เหลือเพียงท่านแม่ทัพซงเฟิงและคุณหนูฟางเฟยที่มองตากันไปมาด้วยความเขินอาย"ข้าเก่งแต่รบ แต่มิเก่งเรื่องรักนัก ข้ามิรู้จะสนทนาสิ่งใดกับคุณหนูขอรับ" คุณหนูฟางเฟยยิ้มออกมาอย่างพอใจ พลางเอ่ยขึ้นว่า"งั้นเราสองคนมาสนทนาภาษากวีกันไหมเจ้าคะ?" "ข้าได้ยินมาว่า คุณหนูฟางเฟยมีพรสวรรค์ด้านกวีนิพนธ์อย่างลึกซึ้ง ข้าคงต้องให้คุณหนูช่วยแนะนำแล้วขอรับ"คุณหนูฟางเฟยยิ้มหวาน ก่อนจะเริ่มบทกลอน"

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 25 ถึงเวลาพิสูจน์

    ท่านไจ่เสียง ท่านหญิงใหญ่ และเติ้งจ้าว เดินมุ่งหน้าไปยังเรือนของท่านหญิงรองอย่างรีบร้อน ท่านไจ่เสียงโบกมือไล่ให้คนรับใช้บริเวณนั้นออกไป เพื่อที่ทั้งสามคนจะได้แอบฟังบทสนทนาของท่านหญิงรองและไท่โป๋อย่างใกล้ชิด“อะไรนะ นังคุณหนูฟางเฟยดีขึ้นแล้วงั้นรึ?!”“เจ้าค่ะ ซู่หยางบอกข้าเช่นนั้น”“ไอ้เหอเฟิงนะ ไอ้เหอเฟิง ทำไมมันต้องบอกยาถอนพิษกับท่านพี่ด้วย แล้วครานี้ ข้าจะหาหนทางใดกำจัดนางได้อีกเล่า...”ยังมิทันที่ท่านหญิงรองจะพูดจบ ประตูเรือนก็ถูกเปิดออกกว้าง พร้อมกับท่านไจ่เสียงและท่านหญิงใหญ่ที่เดินเข้ามาด้วยความโกรธ“เจ้าจะมิมีหนทางใดที่จะกำจัดลูกของข้าได้อีก เฉิงเต๋อเสียน!” ท่านไจ่เสียงกล่าวเสียงดัง“ทะ...ท่านพี่!” ท่านหญิงรองเอ่ยออกมาด้วยความตกใจ“จะมาหาน้อง เหตุใดจึงมิบอกล่วงหน้าล่ะเพคะ หม่อมฉันจะได้ให้ไท่โป๋เตรียมชารับรอง”“ถ้าข้าบอกเจ้าล่วงหน้า ข้าจะล่วงรู้ได้รึ ว่าเจ้าเป็นคนบงการฆ่าฟางเฟย”“ท่านพี่เข้าใจหม่อมฉันผิดแล้วเพคะ หม่อมฉันเพียงแค่...”“หุบปาก!” “เติ้งจ้าว!”“ขอรับ”“ค้นห้องนาง!” “ขอรับ”“ท่านพี่!” ท่านหญิงรองร้องเสียงหลง“ท่านพี่ใจเย็นๆก่อนนะเพคะ ท่านหญิงใหญ่เชิญนั่งลงก่อนเถิด

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 24 หาตัวคนบงการ

    ในที่สุด ขบวนของท่านแม่ทัพซงเฟิงก็เดินทางมาถึง ณ ฝูของท่านไจ่เสียง ทุกคนต่างเปล่งเสียงโห่ร้องออกมาด้วยความดีใจ ในที่สุด ภาระกิจก็เสร็จสิ้นลงเสียทีท่านไจ่เสียงแลท่านหญิงใหญ่ได้ยินดังนั้น ก็ออกมาต้อนรับทุกคนอย่างกระวีกระวาด“คารวะท่านไจ่เสียง” ท่านแม่ทัพพูด แลทหารทุกคนคำนับตามท่านไจ่เสียงพยักหน้า แลมองไปที่ถุงในมือของเว่ยหลง พลางยิ้มอย่างภาคภูมิใจ“ข้าน้อยแลทหารทุกคน ได้ขุดพบโสมป่าสภาพสมบูรณ์มาหกหัวขอรับ หวังว่าจะเพียงพอ”“ข้าพเจ้าขอขอบคุณน้ำใจท่านแม่ทัพ แลขอขอบใจทหารทุกคนเป็นอย่างมาก คืนวันพรุ่ง ข้าจักให้คนครัวจัดสำรับมื้อใหญ่ไว้ขอบคุณทุกคน แลท่านแม่ทัพและผู้ติดตาม จะพำนักที่ฝูของข้าเพื่ออยู่ฉลองร่วมกันได้รึไม่?”“ข้าน้อยขอลากลับก่อนดีกว่าขอรับ ข้าน้อยจากมานานมิได้แจ้งท่านแม่ทัพใหญ่ เดี๋ยวท่านจะเป็นกังวล ขอบพระคุณขอรับ”“ถ้าเป็นดังนั้น ก็ตามความปรารถนาของท่านแม่ทัพเถิด เดินทางปลอดภัย”“ขอบพระคุณขอรับ” พูดจบ ท่านแม่ทัพและเว่ยหลงก็เดินจากไปณ เรือนคุณหนูฟางเฟย“ไหนขอข้าดูโสมป่าหน่อยซิ” ท่านไจ่เสียงเอ่ยถามเติ้งจ้าว“นี่ขอรับ”“อืม...งดงามประดุจเรือนร่างของหญิงสาว ข้าขอบใจเจ้ามากจริงๆ เต

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 23 หนทางพิสูจน์รัก

    แม่ทัพซงเฟิงได้อ่านสาส์นของท่านไจ่เสียงอย่างละเอียด พลันนึกไปถึงวันประลองศาสตราวุธ ที่เขาดึงคุณหนูฟางเฟยมาไว้ในอ้อมแขน ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงอีกครั้ง“นี่ข้าตกหลุมรักคุณหนูฟางเฟยแล้วหรือนี่?”สองวันต่อมาขบวนทหารพร้อมเสบียงตั้งแถวที่หน้าประตูของฝูท่านไจ่เสียงแต่เช้าตรู่ พร้อมกับการมาถึงของท่านแม่ทัพซงเฟิงและทหารคู่ใจอย่างเว่ยหลงท่านไจ่เสียงที่กำลังควบคุมการจัดขบวนด้วยตนเอง เมื่อเห็นการมาถึงของแม่ทัพซงเฟิง เขาก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย“คารวะท่านไจ่เสียงขอรับ” แม่ทัพซงเฟิงกล่าว เว่ยหลงคำนับตาม“ข้าพเจ้าขอบน้ำใจท่านแม่ทัพซงเฟิงยิ่งนัก ที่ให้เกียรติมาร่วมขบวนในวันนี้ หากมียอดฝีมืออย่างท่านร่วมทางด้วยแล้ว ข้าพเจ้ามั่นใจยิ่งนัก ว่าการออกตามหาโสมป่าครั้งนี้ จะต้องสำเร็จลุล่วง” ท่านไจ่เสียงกล่าว“ขอบพระคุณในความกรุณาขอรับ ข้าน้อยและทหารคู่ใจ จะร่วมทำภารกิจครั้งนี้อย่างเต็มที่ขอรับ”เติ้งจ้าวได้ยินดังนั้น ก็เผลอยิ้มออกมาอย่างอดมิได้“ข้าขอแต่งตั้งท่านแม่ทัพซงเฟิง เป็นผู้นำขบวน แลขอให้ทุกท่านโชคดี” ท่านไจ่เสียงกล่าวหน้าแถว“ขอบพระคุณขอรับ” ทุกคนขานตอบในระหว่างทางไปยังเทือกเขาฉางไป๋ซาน เนื่องด้วยขณ

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 22 ดวงใจแตกสลาย

    ทุกคนในฝูของท่านไจ่เสียงเพลานี้ล้วนแล้วแต่มีภาระกิจที่ต้องทำ เริ่มที่ท่านไจ่เสียงกับไท่ซงที่กำลังจัดการศพของเหอเฟิง ท่านหญิงใหญ่รีบมาดูแลคุณหนูฟางเฟย เติ้งจ้าวนำสาส์นไปให้แม่ทัพซงเฟิงที่ฝู เว้นเพียงแต่ท่านหญิงรองที่เป็นลมล้มพับไปหลังจากเห็นฉากอัตวินิบาตกรรมของเหอเฟิงในเรือนสืบสวนณ เรือนคุณหนูฟางเฟย“ซู่หยาง เดิมที ข้าคิดว่าจะคุยกับไท่โป๋หลังจากการไต่สวนคนร้ายของท่านไจ่เสียง แต่ข้าคิดว่าเพลานี้คงจะมิเหมาะนัก นางคงต้องอยู่ดูแลนายหญิงของนาง” ท่านหญิงใหญ่กล่าว“ไว้คราหน้านะเจ้าคะท่านหญิงใหญ่ ข้าจะหาโอกาสไปเรียกนางมาอีกครั้ง” ซู่หยางแนะนำ“อืม...”เสียงประตูเปิดเข้ามาอย่างช้าๆ“ลูกเป็นอย่างไรบ้างท่านหญิงใหญ่?” ท่านไจ่เสียงเอ่ยถามเสียงอ่อน“ลูกนอนกระสับกระส่ายเพคะ ซู่หยางเพิ่งจะเช็ดตัวให้ แลลูกเพิ่งจะผลอยหลับไปเมื่อครู่”ท่านไจ่เสียงนำมือมาลูบหัวของฟางเฟยอย่างแผ่วเบา พลางกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ดวงใจของพ่อ”“ท่านหญิงใหญ่ ข้าให้เติ้งจ้าวนำสาส์นไปให้ท่านแม่ทัพซงเฟิงที่ฝู แจ้งข่าวอาการป่วยของฟางเฟย แลชักชวนให้เขาร่วมขบวนไปเก็บโสมป่าที่เทือกเขาฉางไป๋ซานทางตอนเหนือ หากเขาตอบรับ แสดงว่าเขา

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 21 สอบสวน

    บ่ายวันนี้ ท่านไจ่เสียง ท่านหญิงใหญ่ ท่านหญิงรอง ไท่ซง เติ้งจ้าว และทหารบางส่วนมารวมตัวกันที่เรือนสืบสวนชั่วคราวข้างเรือนคุมขังด้วยสีหน้าเคร่งขรึม“เบิกตัวคนร้าย” เสียงของผู้คุมคนหนึ่งดังขึ้นเหอเฟิงถูกคุมตัวเข้ามาในเรือนสืบสวนในสภาพอิดโรย และมือก็ถูกตรึงไว้ด้วยห่วงเหล็ก“คุกเข่าแลคารวะท่านไจ่เสียง” เสียงของผู้คุมดังขึ้นอีกครั้งเหอเฟิงค่อยๆโค้งคำนับและนั่งคุกเข่าลงอย่างช้าๆ เนื่องด้วยบาดแผลทางด้านหลังจากคมดาบของเติ้งจ้าวในคราก่อน อีกทั้งขาดน้ำแลสำรับมาหลายวัน ทำให้เขาทรงตัวแทบไม่อยู่“เจ้าเป็นใคร?” ท่านไจ่เสียงเอ่ยถามเสียงเข้ม“ข้าน้อยมีนามว่าเหอเฟิง เป็นชาวหัวโจว ขายของหาบเร่ไปทั่วขอรับ”“เหตุใดเจ้าจึงคิดปองร้ายลูกสาวของข้า?”“วันหนึ่ง ข้าน้อยได้ไปพบกับสตรีรูปงามนางหนึ่ง นางได้ว่าจ้างข้าน้อยให้ทำชั่วด้วยอัฐจำนวนมากพอที่จะมารักษาแม่ที่ป่วยของข้าน้อยได้ขอรับ”“เจ้าบอกข้าว่า เจ้าเป็นเพียงชายหาบเร่ แล้วเจ้าไปฝึกยิงธนู แลหายาพิษมาจากที่ใด?” ท่านไจ่เสียงไต่ถามเสียงเข้ม“สตรีนางนั้นพาข้าไปฝึกฝนยิงธนูขอรับ แลจัดหายาพิษมาให้ข้า รอเพียงข้าเก่งกล้ามากพอท

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 17 ณ ลานประลอง

    ลานศาตราวุธที่ถูกใช้ในงานประลองครานี้ เป็นพื้นที่เปิดโล่งขนาดมหึมาปูด้วยอิฐ ตั้งอยู่หลังเรือนหลักของท่านไจ่เสียง ห้อมล้อมไปด้วยกำแพงสูงเพื่อความปลอดภัย มีคลังอาวุธที่ทำจากไม้และปิดด้วยหลังคาสีน้ำตาลเข้มอยู่ติดกับขอบลาน ภายในเก็บอาวุธหลากชนิดอย่างเป็นระบบ ด้านหนึ่งของลานถูกจัดเป็นลานซ้อมรบย่อมๆ มีท

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 15 แผนร้ายของหญิงเจ้าเล่ห์

    งานเลี้ยงฉลองสุขภาพดีของคุณหนูฟางเฟยใกล้จะจบลงแล้ว เหล่าขุนนางทั้งหลายได้กล่าวคำอำลาแลนัดพบกันอีกครั้งในวันประลองศาสตราวุธ เฉิงเต๋อเสียนผู้สังเกตเห็นเหตุการณ์ในห้องโถงรับประทานอาหาร ก็มิพลาดที่จะเห็นสายตาอันมิเป็นมิตรของคุณหนูชิงเยียนที่มองไปทางคุณหนูฟางเฟย“ข้าคงจะได้ใช้ประโยชน์จากนังเด็กนี่ไม่มาก

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 14 บทสนทนาบนโต๊ะอาหาร

    ท่านไจ่เสียงนั่งลงตรงกึ่งกลางของโต๊ะอาหารอย่างสง่างามด้วยชุดเซินอีผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มตัดขอบด้วยลายคลื่นทองบางๆ แลดูน่าเกรงขาม ด้านซ้ายประกอบไปด้วยคุณหนูฟางเฟย ท่านหญิงใหญ่ ท่านหญิงรอง และขุนนางชั้นกลาง ส่วนด้านขวา ประกอบไปด้วยท่านไท่ฉางชิง ท่านแม่ทัพใหญ่ แลข้าราชการชั้นสูงท่านอื่นๆ เมื่อแขกทุกท่าน

  • แรงรักลมหวน   บทที่ 10 นิมิตของฟางเสียง

    ฟางเสียงหมดเรี่ยวแรงจะว่ายน้ำต่อไป พลันปล่อยดอกบัวออกจากอ้อมแขนทีละดอกๆ นางยอมรับชะตากรรม ปล่อยตัวเองจมดิ่งสู่ก้นบึง ร่างกายอันผอมบางชักกระตุกอยู่หลายครา พร้อมกับเลือดที่ไหลออกมาจากทั้งทางปากและทางจมูก ส่งสัญญาณว่าจบสิ้นแล้ว…ฟางเสียง“คุณหนูเจ้าคะ!” ซู่หยางเรียกคุณหนูของเธอด้วยความตกใจ หลังจากเห็นฟ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status