LOGIN“คุณกิ่งทำงานมาที่นี่นานหรือยังครับ”
“อย่าเรียกคุณเลยค่ะ กิ่งเป็นแค่แม่บ้านเรียกว่ากิ่งเฉย ๆ ก็พอ”
กิ่งแก้วบอกอย่างรู้สึกเกรงใจ
ตั้งแต่เธอมาทำงานที่นี่เธอไม่เคยรู้สึกเหมือนตัวเองมาเป็นแม่บ้านเลยสักนิด เพราะเธอไม่เคยต้องทำงานหนัก ไม่ต้องมีเจ้านายมาคอยชี้นิ้วสั่ง เช้าตื่นมาก็แค่เตรียมอาหารสำหรับพระพาย ทำความสะอาดดูแลบ้าน
ตกเย็นก็กลับเข้าบ้านหลังเล็กพักผ่อน เพลงพรและภาคินทร์ไม่เคยลงมาดูเธอทำงานเลยสักครั้ง
นอกเสียจากว่าวันไหนจะมีอะไรพิเศษที่ต้องทำนอกเหนือจากงานปกติทุกวัน ก็จะเป็นเพลงพรที่ลงมาคุยกับเธอด้วยตนเอง
จะว่าดีก็ดีหรือถ้าคิดว่าแปลกมันก็แปลก แต่สำหรับกิ่งแก้วแล้วเธอยังจำทุกคำที่เพลงพรเอ่ยเตือนเธอไว้ในวันแรกของการเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ได้อย่างดี
เธอจึงตั้งหน้าตั้งตาและตั้งใจทำตามที่ถูกสั่งมาเท่านั้น และจะไม่ทำอะไรนอกเหนือคำสั่งให้เดือดร้อนมาถึงตัวเองเด็ดขาด
“กิ่งทำงานที่นี่มายังไม่ถึงเดือนเลยค่ะ ประมาณสองสัปดาห์กว่า ๆ”
“เก่งจังเลยนะครับ ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนเดียวดูแลทำความสะอาดบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้”
“ค่ะ งานมันไม่ได้หนักหนาขนาดนั้น คุณท่านกับคุณเพลงพรก็ใจดี มันก็เลยทำงานได้สบายใจค่ะ”
กิ่งแก้วตอบไปตามที่คิด
“นี่ค่ะห้องหนังสือ เชิญคุณพระพายตามสบายนะคะ เดี๋ยวกิ่งไปเอาของว่างมาให้”
กิ่งแก้วพาพระพายมาหยุดที่หน้าประตูบานใหญ่ที่เธอบอกว่าเป็นห้องหนังสือ ทันทีที่พระพายเข้าไปในห้อง เขามองไปรอบ ๆ ด้วยความตื่นตาตื่นใจ สำหรับเขาแล้วนี่คงจะเรียกว่าห้องสมุดมากกว่า เพราะมีหนังสืออยู่มากมายเต็มไปหมด แถมบางเล่มยังหาซื้อไม่ได้โดยทั่วไป บางเล่มก็ดูมีอายุเก่าแก่หลายสิบหรืออาจจะเป็นร้อยปี
เห็นทีว่านอกจากศาลาข้างบ้านแล้วห้องนี้ก็คงจะกลายเป็นห้องโปรดของเขาไปอีกหนึ่งห้องแน่ ๆ
“คุณพระพายเป็นอย่างไรบ้างกิ่งแก้ว”
“คุณเพลงพร!!”
“ขอโทษที่ทำให้เธอตกใจ”
“ไม่เป็นไรค่ะ”
กิ่งแก้วรีบหยิบผลไม้บนพื้นโยนใส่ถังขยะแล้วจัดการล้างทำความสะอาดมือ หลังจากที่เธอกำลังยืนหั่นผลไม้อยู่แล้วเพลงพรก็ดันเข้ามาในห้องครัวอย่างเงียบ ๆ จนเธอตกใจ
“คุณพระพายตอนนี้อยู่ในห้องหนังสือค่ะ ก็ดูไม่ได้อะไรมากนะคะ ปกติก็ชอบไปนั่งที่ศาลาข้างบ้าน แต่วันนี้คงจะเบื่อก็เลยให้กิ่งพาไปที่ห้องหนังสือแทน”
“การถูกกักขังมันก็คงน่าเบื่อมากจริง ๆ”
“แต่ดูท่าทางคงจะปลื้มห้องหนังสือมากนะคะ ตอนเปิดประตูเข้าไปตาเป็นประกายเลย ก็คงจะแก้เบื่อไปได้อีกหลายวัน”
กิ่งแก้วอธิบายไปตามสิ่งที่เธอเห็นในตอนที่พระพายเข้าไปในห้องหนังสือ
“ขอบใจเธอมาก ฝากเธอดูแลคุณพระพายด้วยนะถ้าขาดเหลืออะไรก็บอกฉันได้โดยตรง คงไม่ยากเกินไปใช่ไหม”
“ไม่เลยค่ะคุณเพลงพร”
“ก็ดี วันนี้ฉันมีธุระสำคัญต้องออกไปข้างนอก คงจะกลับค่ำ ๆ ยังไงฝากเธอดูแลบ้านให้เรียบร้อยด้วยนะ เพราะคืนนี้ฝนคงจะตกหนัก”
เพลงพรสั่งงานเพียงแค่นั้นแล้วเดินออกจากห้องครัวไป
มันกลายเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้วกับการพูดคุยเพียงครั้งละไม่กี่ประโยคระหว่างเธอกับเจ้าของบ้านแห่งนี้
ห้องหนังสือ
“ชอบอ่านหนังสือเหมือนกันเหรอครับ”
เสียงทุ้มนุ่มดังมาจากด้านหลังจนพระพายเผลอสะดุ้งเล็กน้อย
“ครับ ก็คงติดนิสัยมาตั้งแต่ตอนเด็ก ๆ มั้งครับ พ่อผมเขาชอบซื้อหนังสือมาให้ผมกับน้องชายอ่าน”
“ที่นี่มีหนังสือเก่า ๆ อยู่หลายเล่ม จริง ๆ มีเรื่องของแวมไพร์ด้วยนะครับ เผื่อคุณพระพายอยากอ่าน”
ภาคินทร์ยืนอยู่หน้าชั้นหนังสือแล้วไล่เรียงสายตาหาหนังสือเกี่ยวกับแวมไพร์ที่เขารู้ดีว่าพระพายชื่นชอบมากแค่ไหน
“นี่ครับ...”
ปกติแวมไพร์จะมีสัมผัสที่ไวกว่าคนปกติทั่วไป แต่เพราะไม่ทันตั้งตัวหรือมัวแต่ให้ความสนใจกับอย่างอื่นมากกว่า เมื่อหันกลับมาถึงได้เห็นว่าพระพายเดินมาประชิดถึงตัวเขาเข้าแล้ว
“ขอโทษครับพอดีผมตื่นเต้นไปหน่อย”
“ครับ ผมพอจะทราบว่าคุณพระพายชอบแวมไพร์มาก”
ภาคินทร์จงใจลากเสียงเพราะเขารู้สึกชื่นชอบในท่าทางลุกลี้ลุกลนในยามที่พระพายเขินอายแบบนี้
พระพายรีบรับหนังสือมาถือเอาไว้แล้วรีบกลับไปนั่งที่โต๊ะทันที โดยมีภาคินทร์เดินตามหลังมาเงียบ ๆ
“ผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ”
“ถามได้ครับ ผมจะตอบทุกอย่างที่คุณพระพายอยากจะทราบ”
ภาคินทร์นั่งลงที่ฝั่งตรงข้าม
“คือผมอยากทราบ...”
“สักครู่นะครับ”
ภาคินทร์ยกปลายนิ้วแตะที่ริมฝีปากของพระพายเบา ๆ ก่อนจะหันไปที่ประตูทางเข้า
“กิ่งแก้ว เข้ามาได้”
กิ่งแก้วค่อย ๆ เปิดประตูออก เธอยังไม่ทันเคาะด้วยซ้ำแต่ภาคินทร์ก็สามารถรับรู้ได้ว่าเธอเดินมาถึงหน้าห้องพอดิบพอดี
“ขออนุญาตนะคะ”
กิ่งแก้วไม่คุ้นชินกับการเจอภาคินทร์สักเท่าไร ด้วยปกติเวลานี้ภาคินทร์จะพักอยู่ที่ชั้นสามของบ้านเสียมากกว่า
ตอนที่ 58“พระพายได้ยินผมหรือเปล่า”ภาคินทร์ค่อย ๆ ประคองพระพายนอนลงบนเตียง แล้วก้มลงกระซิบข้างหูของพระพายเบา ๆไม่นานเขาก็รู้สึกตัว“คุณภาคินทร์ ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”“ผมเป็นคนพาคุณมาเอง เกือบไปแล้วนะรู้หรือเปล่า”“เกือบอะไรเหรอครับ ผมจำได้ว่าตอนแรกผมอยู่ที่โรงพยาบาลกับเมฆ... แล้วหลังจากนั้น”พระพายพยายามนึกเหตุการณ์ที่โรงพยาบาลในตอนที่เขาคิดว่าตัวเองยังพอมีสติ แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก“แล้วพระนาย...”“น้องชายคุณจะไม่เป็นอะไร แต่เห็นทีเราคงต้องมาจัดการเรื่องของคุณสองคนกันใหม่”“หมายความว่ายังไงครับ”“คนสุดท้ายที่คุณอยู่ด้วยคือใคร คุณจำได้หรือเปล่า”“ก็ไอ้เมฆไงครับ”“คุณชอบศึกษาเรื่องแวมไพร์มากใช่ไหม คุณรู้จักตระกูลอีแวนสัน แล้วคุณเคยได้ยินเรื่องของตระกูลที่เป็นคู่แข่งของอีแวนสันหรือเปล่า”ภาคินทร์ถามกลับอย่างใจเย็น ถึงอย่างไรวันนี้พระพายก็ต้องรู้เรื่องของเพื่อนสนิทตัวเอง“หมายถึงตระกูลโรเจอร์เหรอครับ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเมฆ”“คุณลองปะติดปะต่อดูสิพระพาย คุณไม่ใช่คนโง่”“คุณภาคินทร์กำลังจะบอกผมว่าเมฆคือแวมไพร์ของตระกูลโรเจอร์เหรอครับ”เพียงแค่คิดขึ้นมาก็ชักจะเริ่มกลืนน้ำลายลงคอลำบากเต
ตอนที่ 57“คุณเมฆาหยุดเดี๋ยวนี้นะ คิดจะทำอะไร”“แกนี่มันจมูกไวเหมือนนะ แล้วทำไมมาคนเดียวล่ะ เจ้านายแกไปไหน...”“ฉันมาเจรจากับคุณดี ๆ ปล่อยตัวคุณพระพายมาให้เรา แล้วฉันจะถือเสียว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น”“ยโสเหมือนเจ้านายไม่มีผิด พระพายเป็นของฉันทำไมฉันต้องคืนให้เจ้านายแกด้วย”พระพายถูกมัดติดกับเก้าอี้อย่างแน่นหนาและยังไม่ได้สติ ส่วนเมฆา ในเวลานี้ไม่เหลือเค้าโครงเพื่อนที่แสนดีอีกต่อไป“คุณก็ทราบดีว่าพระพายไม่ใช่ของคุณ พระพายสมสู่กับคุณท่านแล้ว คุณจะมาครอบครองเขาไม่ได้”“แล้วใครบอกแกว่าฉันจะครอบครองมัน ฉันอุตส่าห์อดทนปกป้อง ดูแลมันมาจากแวมไพร์ตนอื่นมานานหลายปี แต่สุดท้ายมันกลับมอบทั้งเลือดอันบริสุทธิ์และพรหมจรรย์ให้เจ้านายของแก ก็ดีฉันจะได้ตัดสินใจอะไร ๆ ให้มันง่ายขึ้น”ปลายเล็บเกลี่ยลงไปที่แก้มเนียนของพระพายก่อนจะปรากฏเป็นรอยแผลเล็ก ๆ ที่มีเลือดไหลซึมออกมาเมฆาแลบลิ้นเพื่อลิ้มรสอันหอมหวานจากปลายนิ้วของตัวเอง“คุณท่านไม่ปล่อยให้มันเกิดขึ้นแน่ ๆ”“แล้วภาคินทร์มันจะทำอะไรได้ เพราะหลังจากที่ฉันดื่มเลือดของพระพายในคืนนี้แล้ว แม้แต่ร่างกายของพระพายก็คงจะไม่เหลือซากกลับไปหาภาคินทร์”เสียงขู่ค
ตอนที่ 56เธอรู้ว่าภาคินทร์กระวนกระวายใจมากแค่ไหนหากแต่สิ่งที่ต้องทำในวันนี้ ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน“คุณวางทุกอย่างไว้เดี๋ยวผมจัดการเอง ส่วนคุณรีบออกไปช่วยพระพาย อย่าให้เขาเป็นอันตรายเด็ดขาด”“คุณท่านแน่ใจเหรอคะ”“ผมทำมันมาเป็นร้อย ๆ ปี แค่นี้ทำไมผมถึงจะไม่แน่ใจ ตอนนี้สิ่งที่สำคัญคือพระพายต่างหาก”“ค่ะคุณท่าน ดิฉันจะรีบตามไปช่วยคุณพระพายให้เร็วที่สุด”เพลงพรวางถุงเลือดสำรองไว้ให้ภาคินทร์ ส่วนตัวเธอก็รีบออกจากคฤหาสน์ไปในทันที โชคไม่เข้าข้างเธอเพราะรถที่ซื้อเอาไว้จะมาถึงในอีกสองวัน เธอจึงจำเป็นต้องหารถสักคันที่พอจะพาเธอเดินทางไปตามตัวพระพายได้“อ้าว คุณคะมาทำอะไรแถวนี้ รถยังซ่อมไม่เสร็จเหรอคะ”“ฉันไม่มีเวลามาคุยกับคุณ”“คนอุตส่าห์ถามดี ๆ จะไปที่ไหนล่ะ ฉันไปส่งคุณได้นะ”มีจันทร์ขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมาพอดีเห็นว่าเป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตาเลยกล่าวทักทาย แต่ดูท่าทางตัวของอีกฝ่ายจะไม่อยากสนทนากับเธอสักเท่าไร“ว่าไงคะ ดูท่าทางรีบร้อนไม่ต้องเล่นตัวก็ได้ค่ะ ฉันไม่คิดเงิน จะไปที่ไหนก็บอก”“ต่อให้คุณคิดฉันก็มีปัญญาจ่าย คุณช่วยขับไปตามที่ฉันบอกทีได้ไหม แบบด่วนที่สุดฉันรีบ”“ได้ค่ะ งั้นขึ้นมาเลย”ทางเลือก
ตอนที่ 55“ไอ้พายทางนี้”“เออมึง นายมันเป็นบ้างวะ”“อยู่ในห้องฉุกเฉิน แล้วนี่มึงมายังไง”“คุณภาคินทร์ให้คนมาส่ง”เมฆามองไปด้านหลังเห็นชายชุดดำสองคนยืนเฝ้าพระพายอยู่ ภาคินทร์คงระวังตัวเอาไว้อยู่แล้ว เพราะเขารู้ดีว่าวันนี้อันตรายมากขนาดไหน แต่ที่ยอมให้ออกมาก็คงเพราะเห็นแก่พระพายที่เป็นห่วงน้องชายตัวเอง“หมอเข้าไปนานหรือยัง ปกตินายมันแข็งแรงมากนะ ทำไมจู่ ๆ ถึงมาป่วยหนักได้”“กูก็ไม่รู้เหมือนกัน จริง ๆ มันป่วยมาตั้งแต่ต้นสัปดาห์ หาหมอกินยาแล้วแต่ไม่ดีขึ้น จู่ ๆ วันนี้ก็มาทรุดอีก โชคดีกูแวะไปหามันที่บ้าน”เมฆาแสดงสีหน้าเป็นห่วง เขาเองรู้จักพระพายมานานหลายปี สองพี่น้องรักกันมาก เขาถึงได้มั่นใจว่าพระพายจะไม่มีทางปล่อยพระนายอยู่ที่โรงพยาบาลตามลำพังแน่นอน“มึงใจเย็น ๆ ก่อน มานั่งพักมา หมอเข้าไปสักพักแล้วเดี๋ยวก็คงออกมา”เมฆาพาพระพายมานั่งพักที่เก้าอี้หน้าห้องฉุกเฉิน โดยทุกการกระทำของทั้งคู่อยู่ในสายตาคนของภาคินทร์ตลอดเวลา“แล้วนี่คุณภาคินทร์เขาต้องส่งคนมาเฝ้ามึงขนาดนี้เลยเหรอวะ แค่มาโรงพยาบาล”“อืม ก็นิดหน่อย”“อย่างกับหนังมาเฟีย กูนึกว่ามึงเป็นผู้ร้ายหนีคดีซะอีก”“มึงก็เวอร์”“เอ้าก็ดูดิ จู
ตอนที่ 54เช่นนั้นเขาก็คงไม่จำเป็นต้องทนยอมดูเฉย ๆ อีกต่อไป“อีกไม่นานจะถึงคืนพระจันทร์เต็มดวงที่จะเวียนบรรจบมาอีกครั้ง เราจะไปพาตัวพระพายออกมาจากที่นั่น”“แล้วนายท่านจะทำยังไงครับ ผมว่าวันนั้นทางคนของอีแวนสันก็คงจะเตรียมรับมือเอาไว้แน่ ๆ”“ภาคินทร์มันแค่ห่วงว่าจะกันพระพายออกจากแวมไพร์ตัวอื่นได้ยังไง แต่อย่าลืมสิว่าฉันไม่ใช่แวมไพร์ที่พระพายรู้จักเพราะฉันเป็นเพื่อนสนิทของเขากับน้องชายเขาต่างหาก”ผงเครื่องดื่มที่เมฆาอ้างว่าซื้อมาจากเมืองจีน และอยากให้พระนายลองดื่มดูจะช่วยให้หลับสบายขึ้น ด้วยช่วงนี้เห็นเพื่อนรักทำงานจนดึกดื่นจึงนึกเป็นห่วงพระนายไม่รอช้าทันทีที่กลับมาบ้าน น้ำอุ่นในกาน้ำถูกเทใส่แก้วตามด้วยผงชาสีดำในคราวแรกที่เทลงไปสีน้ำดูน่ากลัวจนเขาไม่กล้ายกขึ้นดื่มแต่ด้วยกลิ่นหอมรัญจวนชวนให้อยากลิ้มลอง เขาจึงจิบมันเพียงเล็กน้อยและพบว่ารสชาติของมันแตกต่างจากภาพลักษณ์โดยสิ้นเชิง“สงสัยบ้านเขาจะชอบกินอะไรแบบนี้ แต่ก็อร่อยดีเหมือนกัน”พระนายยกดื่มเสียจนหมดแก้วก่อนจะอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอนในเวลานี้แอร์ที่ถูกเปิดไว้ก็ไม่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกเย็นเลยสักนิดพระนายนอนเหงื่อไหลเต็มใบหน้า กลิ้งไปมา
ตอนที่ 53วันต่อมา พระนายโทร.มาในตอนบ่ายบอกว่า ช่วงเย็นอยากแวะมากินข้าวด้วย พระพายพยายามปฏิเสธแต่สุดท้ายก็จนมุมจำต้องยอมให้น้องชายมาหา“แกจะมาอะไรบ่อย ๆ วะไอ้นาย นี่มันบ้านคุณภาคินทร์เขานะ ยังไงก็เกรงใจเขาหน่อย”“ก็เขาเป็นคนบอกเองว่าอยากจะมาที่นี่เมื่อไหร่ก็ได้ตามที่ต้องการ”“เขาก็พูดตามมารยาทแล้วนี่ไอ้เมฆก็อีกคน ไม่ห้ามมันหน่อยวะ”“ขี้เกียจห้าม อีกอย่างบ้านนี้ก็เลี้ยงอาหารดีจะตาย กูจะพลาดได้ไง”และตลอดทั้งสัปดาห์พระนายกับเมฆาก็มาฝากท้องที่คฤหาสน์ของอีแวนสันแบบวันเว้นวัน โดยที่คนหนักใจดูเหมือนว่าจะเป็นพระพายเสียมากกว่าส่วนเจ้าของบ้านอย่างภาคินทร์ก็ดูไม่ได้ยี่หระกับความวุ่นวายของทั้งสองคน เพียงแต่เขาจับตาดูเมฆาเอาไว้เป็นพิเศษซึ่งจนถึงตอนนี้เมฆาก็ยังดูปกติดี ยังไม่ได้มีท่าทีใด ๆ“คุณภาคินทร์ไม่น่าไปบอกไอ้นายว่าให้มันมาที่นี่ได้ตามต้องการเลยครับ ดูสิ อีกนิดมันก็แทบจะขนข้าวของเข้ามาอยู่ด้วยแล้วนะครับ”“แต่มันก็ช่วยให้คุณรู้สึกเบื่อน้อยลงไม่ใช่หรือไง”“แต่ผมเกรงใจ”“บ้านผมก็เหมือนบ้านคุณ คุณต้อนรับคนของคุณได้ตามสบายแค่อย่าให้เขามาวุ่นวายในสิ่งที่มันไม่สมควรก็พอ”“นั่นแหละครับที่ผมกังวล







