แชร์

ตอนที่ 32

ผู้เขียน: ขนมปังรสหวาน
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-26 18:21:21

ตอนที่ 32

“วางเอาไว้แล้วไปพักเถอะ วันนี้คงไม่มีอะไร”

ค่ะคุณท่าน

กิ่งแก้วโค้งตัวเล็กน้อยก่อนจะเดินออกจากห้องไป

ผมถามได้แล้วใช่ไหมครับ

ครับ ถามมาได้เลย

ทำไมแวมไพร์ถึงต้องการเลือดบริสุทธิ์ของมนุษย์เหรอครับ มันแตกต่างจากเลือดคนธรรมดายังไง

นี่คงจะเป็นคำถามที่ภาคินทร์พอจะเดาได้อยู่แล้วว่าสักวันพระพายก็คงต้องมีข้อสงสัยว่า ทำไมเลือดบริสุทธิ์ถึงได้เป็นที่ต้องการของพวกแวมไพร์นัก

จริง เราดื่มเลือดจากมนุษย์คนไหนก็ได้ครับหากต้องการเพื่อยืดอายุชีวิต แต่เลือดบริสุทธิ์ของมนุษย์เช่นคุณ มันจะหวานกว่า หอมกว่า และมีประสิทธิภาพมากกว่าเลือดทั่ว ไป

ประสิทธภาพ... ยังไงเหรอครับ

ให้อธิบายแบบเข้าใจง่าย ก็คือมันจะทำให้แวมไพร์แข็งแรงขึ้น ให้พลังแก่แวมไพร์มากขึ้นประมาณนั้นครับ

คงจะมีไม่กี่ครั้งนักที่ภาคินทร์จะลงมานั่งพูดคุยกับคนทั่วไปแบบนี้ หรืออันที่จริงอาจจะมีแค่พระพายเป็นคนแรกด้วยซ้ำ

ซึ่งภาคินทร์รู้ดีว่าเพราะอะไรเพียงแต่เขายังไม่แน่ใจ ที่สำคัญหากมันเป็นเช่นนั้นจริงมันก็อาจจะสร้างความลำบากให้กับทั้งสองฝ่าย

แล้วผมจะเจ็บไหมครับ

คุณพระพายกลัว... ผมเหรอครับ

เปล่าครับ ผมไม่ได้กลัวคุณ นอกจากรูปลักษณ์ภายนอกที่คุณดูแตกต่างจากคนอื่น คุณก็ดูไม่เหมือนแวมไพร์ด้วยซ้ำ แต่ผมแค่อยากรู้ว่ามันเจ็บไหมตอนคุณดื่มเลือดผม

ก็คงคล้ายกับเวลามนุษย์ไปบริจาคเลือดครับ เพลงพรจะใช้เข็มแทงเข้าไปที่แขนคุณพระพายตรงนี้

ภาคินทร์เอื้อมมือไปจับแขนของพระพายเบา ๆ แล้วชี้ไปที่จุดข้อพับของแขน

มือคุณเย็นจัง

พระพายตั้งข้อสังเกต

ครับ แวมไพร์เลือดในตัวจะเย็น ยิ่งผมเป็นลูกผสมแบบนี้แล้ว เลือดในตัวผมก็จะเย็นกว่าแวมไพร์ปกติทั่วไป

ภาคินทร์รีบปล่อยมือเพราะเขารู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมา เหมือนเขากำลังกังวลว่าพระพายจะหวาดกลัวกับสิ่งที่เขาเป็น

ไม่เห็นต้องเอาออกเลย ผมแค่บอกว่ามันเย็น ไม่ได้บอกให้เอาออกสักหน่อย เล่าต่อสิครับ ผมอยากฟัง

หากแต่พระพายกลับรั้งมือของเขาเอาไว้แล้วเอามันมาวางตรงจุดเดิม

ภาคินทร์กระตุกยิ้มเบา ๆ เขาไม่เคยเจอมนุษย์คนไหนที่เหมือนพระพายมาก่อนจริง ๆ ถ้าเป็นคนอื่นแค่รู้ว่าเขาเป็นใครก็คงตั้งท่าหวาดกลัว รังเกียจหรือวิ่งหนีเขาไปแล้ว

แต่พระพายกลับให้ความสนใจในเรื่องราวของแวมไพร์อย่างพวกเขา จนบางครั้งตัวพระพายก็ดูเหมือนจะลืมไปด้วยซ้ำ ว่าเหตุผลที่ต้องมาอยู่ที่นี่คืออะไร

งั้นความรู้สึกก็คงคล้าย กับผมไปบริจาคเลือดสินะครับ

ก็คงจะประมาณนั้น

แล้วก่อนหน้านี้คุณเพลงพรเอาเลือดที่ไหนมาให้คุณภาคินทร์เหรอครับ ในเมื่อมันใช้เลือดเพียงแค่แก้วเดียว ถ้าจะจับคนมาดูดเลือดออกก็คงไม่ได้แน่

คุณเคยได้ยินชื่อโรงพยาบาล VP ไหมครับ ที่มีการรับบริจาคเลือดโดยให้ค่าตอบแทนแก่ผู้เข้ามาบริจาคทุกคน แต่จะเปิดรับบริจาคแค่เดือนละครั้ง

พระพายลองคิดทบทวนถึงชื่อสถานที่ที่ภาคินทร์บอกกับเขา ก่อนจะจำได้ราง ๆ ว่าเขาเองก็เคยไปส่งอาหารให้เจ้าหน้าที่พยาบาลที่โรงพยาบาลนั้นมาก่อน

ครับ หลัก ที่นั่นคือแหล่งเลือดของผม เพลงพรเป็นคนจัดสรรไว้ให้

ดูเป็นธุรกิจไปเลยนะครับ

แวมไพร์สมัยนี้

ก็ดีกว่าไปไล่กัดคอคนอย่างที่คุณอ่านมาใช่ไหมครับ

ก็จริงครับ... ดีจังที่แวมไพร์แบบคุณไม่ได้น่ากลัวเหมือนในหนังสือที่ผมเคยอ่าน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • แวมไพร์มายเลิฟ (ภาคินทร์ - พระพาย)   ตอนที่ 58

    ตอนที่ 58“พระพายได้ยินผมหรือเปล่า”ภาคินทร์ค่อย ๆ ประคองพระพายนอนลงบนเตียง แล้วก้มลงกระซิบข้างหูของพระพายเบา ๆไม่นานเขาก็รู้สึกตัว“คุณภาคินทร์ ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”“ผมเป็นคนพาคุณมาเอง เกือบไปแล้วนะรู้หรือเปล่า”“เกือบอะไรเหรอครับ ผมจำได้ว่าตอนแรกผมอยู่ที่โรงพยาบาลกับเมฆ... แล้วหลังจากนั้น”พระพายพยายามนึกเหตุการณ์ที่โรงพยาบาลในตอนที่เขาคิดว่าตัวเองยังพอมีสติ แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก“แล้วพระนาย...”“น้องชายคุณจะไม่เป็นอะไร แต่เห็นทีเราคงต้องมาจัดการเรื่องของคุณสองคนกันใหม่”“หมายความว่ายังไงครับ”“คนสุดท้ายที่คุณอยู่ด้วยคือใคร คุณจำได้หรือเปล่า”“ก็ไอ้เมฆไงครับ”“คุณชอบศึกษาเรื่องแวมไพร์มากใช่ไหม คุณรู้จักตระกูลอีแวนสัน แล้วคุณเคยได้ยินเรื่องของตระกูลที่เป็นคู่แข่งของอีแวนสันหรือเปล่า”ภาคินทร์ถามกลับอย่างใจเย็น ถึงอย่างไรวันนี้พระพายก็ต้องรู้เรื่องของเพื่อนสนิทตัวเอง“หมายถึงตระกูลโรเจอร์เหรอครับ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเมฆ”“คุณลองปะติดปะต่อดูสิพระพาย คุณไม่ใช่คนโง่”“คุณภาคินทร์กำลังจะบอกผมว่าเมฆคือแวมไพร์ของตระกูลโรเจอร์เหรอครับ”เพียงแค่คิดขึ้นมาก็ชักจะเริ่มกลืนน้ำลายลงคอลำบากเต

  • แวมไพร์มายเลิฟ (ภาคินทร์ - พระพาย)   ตอนที่ 57

    ตอนที่ 57“คุณเมฆาหยุดเดี๋ยวนี้นะ คิดจะทำอะไร”“แกนี่มันจมูกไวเหมือนนะ แล้วทำไมมาคนเดียวล่ะ เจ้านายแกไปไหน...”“ฉันมาเจรจากับคุณดี ๆ ปล่อยตัวคุณพระพายมาให้เรา แล้วฉันจะถือเสียว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น”“ยโสเหมือนเจ้านายไม่มีผิด พระพายเป็นของฉันทำไมฉันต้องคืนให้เจ้านายแกด้วย”พระพายถูกมัดติดกับเก้าอี้อย่างแน่นหนาและยังไม่ได้สติ ส่วนเมฆา ในเวลานี้ไม่เหลือเค้าโครงเพื่อนที่แสนดีอีกต่อไป“คุณก็ทราบดีว่าพระพายไม่ใช่ของคุณ พระพายสมสู่กับคุณท่านแล้ว คุณจะมาครอบครองเขาไม่ได้”“แล้วใครบอกแกว่าฉันจะครอบครองมัน ฉันอุตส่าห์อดทนปกป้อง ดูแลมันมาจากแวมไพร์ตนอื่นมานานหลายปี แต่สุดท้ายมันกลับมอบทั้งเลือดอันบริสุทธิ์และพรหมจรรย์ให้เจ้านายของแก ก็ดีฉันจะได้ตัดสินใจอะไร ๆ ให้มันง่ายขึ้น”ปลายเล็บเกลี่ยลงไปที่แก้มเนียนของพระพายก่อนจะปรากฏเป็นรอยแผลเล็ก ๆ ที่มีเลือดไหลซึมออกมาเมฆาแลบลิ้นเพื่อลิ้มรสอันหอมหวานจากปลายนิ้วของตัวเอง“คุณท่านไม่ปล่อยให้มันเกิดขึ้นแน่ ๆ”“แล้วภาคินทร์มันจะทำอะไรได้ เพราะหลังจากที่ฉันดื่มเลือดของพระพายในคืนนี้แล้ว แม้แต่ร่างกายของพระพายก็คงจะไม่เหลือซากกลับไปหาภาคินทร์”เสียงขู่ค

  • แวมไพร์มายเลิฟ (ภาคินทร์ - พระพาย)   ตอนที่ 56

    ตอนที่ 56เธอรู้ว่าภาคินทร์กระวนกระวายใจมากแค่ไหนหากแต่สิ่งที่ต้องทำในวันนี้ ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน“คุณวางทุกอย่างไว้เดี๋ยวผมจัดการเอง ส่วนคุณรีบออกไปช่วยพระพาย อย่าให้เขาเป็นอันตรายเด็ดขาด”“คุณท่านแน่ใจเหรอคะ”“ผมทำมันมาเป็นร้อย ๆ ปี แค่นี้ทำไมผมถึงจะไม่แน่ใจ ตอนนี้สิ่งที่สำคัญคือพระพายต่างหาก”“ค่ะคุณท่าน ดิฉันจะรีบตามไปช่วยคุณพระพายให้เร็วที่สุด”เพลงพรวางถุงเลือดสำรองไว้ให้ภาคินทร์ ส่วนตัวเธอก็รีบออกจากคฤหาสน์ไปในทันที โชคไม่เข้าข้างเธอเพราะรถที่ซื้อเอาไว้จะมาถึงในอีกสองวัน เธอจึงจำเป็นต้องหารถสักคันที่พอจะพาเธอเดินทางไปตามตัวพระพายได้“อ้าว คุณคะมาทำอะไรแถวนี้ รถยังซ่อมไม่เสร็จเหรอคะ”“ฉันไม่มีเวลามาคุยกับคุณ”“คนอุตส่าห์ถามดี ๆ จะไปที่ไหนล่ะ ฉันไปส่งคุณได้นะ”มีจันทร์ขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมาพอดีเห็นว่าเป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตาเลยกล่าวทักทาย แต่ดูท่าทางตัวของอีกฝ่ายจะไม่อยากสนทนากับเธอสักเท่าไร“ว่าไงคะ ดูท่าทางรีบร้อนไม่ต้องเล่นตัวก็ได้ค่ะ ฉันไม่คิดเงิน จะไปที่ไหนก็บอก”“ต่อให้คุณคิดฉันก็มีปัญญาจ่าย คุณช่วยขับไปตามที่ฉันบอกทีได้ไหม แบบด่วนที่สุดฉันรีบ”“ได้ค่ะ งั้นขึ้นมาเลย”ทางเลือก

  • แวมไพร์มายเลิฟ (ภาคินทร์ - พระพาย)   ตอนที่ 55

    ตอนที่ 55“ไอ้พายทางนี้”“เออมึง นายมันเป็นบ้างวะ”“อยู่ในห้องฉุกเฉิน แล้วนี่มึงมายังไง”“คุณภาคินทร์ให้คนมาส่ง”เมฆามองไปด้านหลังเห็นชายชุดดำสองคนยืนเฝ้าพระพายอยู่ ภาคินทร์คงระวังตัวเอาไว้อยู่แล้ว เพราะเขารู้ดีว่าวันนี้อันตรายมากขนาดไหน แต่ที่ยอมให้ออกมาก็คงเพราะเห็นแก่พระพายที่เป็นห่วงน้องชายตัวเอง“หมอเข้าไปนานหรือยัง ปกตินายมันแข็งแรงมากนะ ทำไมจู่ ๆ ถึงมาป่วยหนักได้”“กูก็ไม่รู้เหมือนกัน จริง ๆ มันป่วยมาตั้งแต่ต้นสัปดาห์ หาหมอกินยาแล้วแต่ไม่ดีขึ้น จู่ ๆ วันนี้ก็มาทรุดอีก โชคดีกูแวะไปหามันที่บ้าน”เมฆาแสดงสีหน้าเป็นห่วง เขาเองรู้จักพระพายมานานหลายปี สองพี่น้องรักกันมาก เขาถึงได้มั่นใจว่าพระพายจะไม่มีทางปล่อยพระนายอยู่ที่โรงพยาบาลตามลำพังแน่นอน“มึงใจเย็น ๆ ก่อน มานั่งพักมา หมอเข้าไปสักพักแล้วเดี๋ยวก็คงออกมา”เมฆาพาพระพายมานั่งพักที่เก้าอี้หน้าห้องฉุกเฉิน โดยทุกการกระทำของทั้งคู่อยู่ในสายตาคนของภาคินทร์ตลอดเวลา“แล้วนี่คุณภาคินทร์เขาต้องส่งคนมาเฝ้ามึงขนาดนี้เลยเหรอวะ แค่มาโรงพยาบาล”“อืม ก็นิดหน่อย”“อย่างกับหนังมาเฟีย กูนึกว่ามึงเป็นผู้ร้ายหนีคดีซะอีก”“มึงก็เวอร์”“เอ้าก็ดูดิ จู

  • แวมไพร์มายเลิฟ (ภาคินทร์ - พระพาย)   ตอนที่ 54

    ตอนที่ 54เช่นนั้นเขาก็คงไม่จำเป็นต้องทนยอมดูเฉย ๆ อีกต่อไป“อีกไม่นานจะถึงคืนพระจันทร์เต็มดวงที่จะเวียนบรรจบมาอีกครั้ง เราจะไปพาตัวพระพายออกมาจากที่นั่น”“แล้วนายท่านจะทำยังไงครับ ผมว่าวันนั้นทางคนของอีแวนสันก็คงจะเตรียมรับมือเอาไว้แน่ ๆ”“ภาคินทร์มันแค่ห่วงว่าจะกันพระพายออกจากแวมไพร์ตัวอื่นได้ยังไง แต่อย่าลืมสิว่าฉันไม่ใช่แวมไพร์ที่พระพายรู้จักเพราะฉันเป็นเพื่อนสนิทของเขากับน้องชายเขาต่างหาก”ผงเครื่องดื่มที่เมฆาอ้างว่าซื้อมาจากเมืองจีน และอยากให้พระนายลองดื่มดูจะช่วยให้หลับสบายขึ้น ด้วยช่วงนี้เห็นเพื่อนรักทำงานจนดึกดื่นจึงนึกเป็นห่วงพระนายไม่รอช้าทันทีที่กลับมาบ้าน น้ำอุ่นในกาน้ำถูกเทใส่แก้วตามด้วยผงชาสีดำในคราวแรกที่เทลงไปสีน้ำดูน่ากลัวจนเขาไม่กล้ายกขึ้นดื่มแต่ด้วยกลิ่นหอมรัญจวนชวนให้อยากลิ้มลอง เขาจึงจิบมันเพียงเล็กน้อยและพบว่ารสชาติของมันแตกต่างจากภาพลักษณ์โดยสิ้นเชิง“สงสัยบ้านเขาจะชอบกินอะไรแบบนี้ แต่ก็อร่อยดีเหมือนกัน”พระนายยกดื่มเสียจนหมดแก้วก่อนจะอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอนในเวลานี้แอร์ที่ถูกเปิดไว้ก็ไม่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกเย็นเลยสักนิดพระนายนอนเหงื่อไหลเต็มใบหน้า กลิ้งไปมา

  • แวมไพร์มายเลิฟ (ภาคินทร์ - พระพาย)   ตอนที่ 53

    ตอนที่ 53วันต่อมา พระนายโทร.มาในตอนบ่ายบอกว่า ช่วงเย็นอยากแวะมากินข้าวด้วย พระพายพยายามปฏิเสธแต่สุดท้ายก็จนมุมจำต้องยอมให้น้องชายมาหา“แกจะมาอะไรบ่อย ๆ วะไอ้นาย นี่มันบ้านคุณภาคินทร์เขานะ ยังไงก็เกรงใจเขาหน่อย”“ก็เขาเป็นคนบอกเองว่าอยากจะมาที่นี่เมื่อไหร่ก็ได้ตามที่ต้องการ”“เขาก็พูดตามมารยาทแล้วนี่ไอ้เมฆก็อีกคน ไม่ห้ามมันหน่อยวะ”“ขี้เกียจห้าม อีกอย่างบ้านนี้ก็เลี้ยงอาหารดีจะตาย กูจะพลาดได้ไง”และตลอดทั้งสัปดาห์พระนายกับเมฆาก็มาฝากท้องที่คฤหาสน์ของอีแวนสันแบบวันเว้นวัน โดยที่คนหนักใจดูเหมือนว่าจะเป็นพระพายเสียมากกว่าส่วนเจ้าของบ้านอย่างภาคินทร์ก็ดูไม่ได้ยี่หระกับความวุ่นวายของทั้งสองคน เพียงแต่เขาจับตาดูเมฆาเอาไว้เป็นพิเศษซึ่งจนถึงตอนนี้เมฆาก็ยังดูปกติดี ยังไม่ได้มีท่าทีใด ๆ“คุณภาคินทร์ไม่น่าไปบอกไอ้นายว่าให้มันมาที่นี่ได้ตามต้องการเลยครับ ดูสิ อีกนิดมันก็แทบจะขนข้าวของเข้ามาอยู่ด้วยแล้วนะครับ”“แต่มันก็ช่วยให้คุณรู้สึกเบื่อน้อยลงไม่ใช่หรือไง”“แต่ผมเกรงใจ”“บ้านผมก็เหมือนบ้านคุณ คุณต้อนรับคนของคุณได้ตามสบายแค่อย่าให้เขามาวุ่นวายในสิ่งที่มันไม่สมควรก็พอ”“นั่นแหละครับที่ผมกังวล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status