เข้าสู่ระบบรุ่งเช้า
พระพายออกมานั่งที่ศาลาข้างบ้าน ดูท่าทางว่ามุมนี้จะกลายเป็นมุมโปรดของเขาไปเสียแล้ว
พระพายหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อโทร.ติดต่อไปหาน้องชาย เขาไม่อยากให้น้องชายเป็นกังวล
[ไงหายหัวไปเลย ไปทำงานหรือไปติดสาวกันแน่]
“นี่แกรู้ด้วยเหรอว่าฉันมาทำงาน”
[ก็พี่เป็นคนส่งข้อความบอกผมเองเมื่อหลายวันก่อน นี่งานเยอะจนเบลอเลยหรือไง]
พระพายทบทวนความทรงจำในหลายวันที่ผ่านมา เขามั่นใจว่าเขายังไม่ได้โทร.หรือส่งข้อความใด ๆ ไปให้น้องชายเขาเลยสักครั้ง
“เออ ๆ ก็จะบอกว่าคงทำงานอยู่ที่นี่ยาว ๆ อาจจะไม่ได้กลับบ้านสักเท่าไร”
[ผมถามหน่อยพี่ไปทำงานอะไร ที่ไหน กับใคร มันโอเคจริง ๆ ใช่ไหม]
พระนายถามด้วยความเป็นห่วง
แต่ไหนแต่ไรถึงแม้ทั้งสองคนจะแยกย้ายกันไปทำงาน แต่ก็ไม่เคยมีสักครั้งที่พระพายจะหายหน้าออกจากบ้านไปนานหลายวันขนาดนี้
“โอเค เงินเดือนดีด้วย แต่แค่งานมันไม่เป็นเวลาเขาก็เลยให้ฉันพักกับที่ทำงาน”
[พี่ทำงานกับบริษัทอะไร ไหนเอามาให้ผมเช็กหน่อยสิ]
“ดิไอเทมไง แกก็รู้จักไม่ใช่เหรอ”
พระพายนิ่งเงียบและงุนงงที่จู่ ๆ พี่ชายของเขาจะเข้าทำงานที่ดิไอเทมบริษัทในการบริหารของภาคินทร์ได้อย่างไร ในเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเขาเพิ่งเข้าไปเซ็นสัญญาเรื่องการลงทุน และเมฆาก็เพิ่งบอกว่าพี่ชายเขาบุกเข้าไปในบ้านของภาคินทร์เพื่อตามหาเขา ก่อนที่จะมาบอกว่ามีงานด่วนที่ต่างจังหวัด
แต่จู่ ๆ วันนี้กลับมาบอกว่าทำงานให้กับดิไอเทม ยิ่งคิดก็ยิ่งเจอแต่อะไรแปลก ๆ ไปหมด
[วันก่อนพี่ยังไปตามหาผมที่บ้านเขาอยู่เลย วันนี้ไปทำงานกับเขาได้ไงพี่พาย พี่อย่าทำนิสัยโกหก]
“นี่ไอ้นายฉันพี่ชายแกนะ ก็ตอนแรกฉันไปรับงานที่ต่างจังหวัด แล้วฉันก็เพิ่งรู้ว่ามันเป็นงานของบริษัทคุณภาคินทร์เขา เขาก็คงเห็นว่าฉันเก่งเลยชวนมาทำงานด้วย”
รู้ทั้งรู้ว่าน้องชายของตัวเองเป็นคนขี้สงสัย แต่ถ้าจะไม่บอกอะไรเลย สุดท้ายพระนายก็คงต้องออกตามหาเขาจนเจอ ดีไม่ดีก็คงมาวุ่นวายกับที่นี่แน่ ๆ
[พี่พาย]
“เออ เอาเป็นว่าถ้าแกไม่เชื่อ วันไหนว่าง ๆ ก็แวะมาที่บ้านคุณภาคินทร์สิ ฉันก็พักอยู่ที่นี่แหละ”
พระพายเหนื่อยจะต่อปากต่อคำ อีกอย่างภาคินทร์ก็เป็นคนอนุญาตเองว่าให้พระนายมาหาเขาที่นี่ได้ บางทีถ้าพระนายมาเห็นเขาอยู่บ้านของภาคินทร์จริง ๆ ก็อาจจะหยุดสงสัยและหยุดถามไปเอง
[ผมไปแน่ขอเคลียร์งานโพรเจกต์ให้เสร็จก่อน พี่เจอผมแน่]
“เออ แค่นี้นะ
ทำตัวเป็นพ่ออยู่ได้รำคาญ”พระพายกดวางสายจากน้องชายแล้วถอนหายใจออกมา
เขาเข้าใจดีที่พระนายจะออกอาการเป็นห่วงเขา เพราะทั้งชีวิตนี้เขากับพระนายก็เหลือกันอยู่แค่สองคนพี่น้อง ตั้งแต่พ่อกับแม่ตายไป ญาติคนอื่น ๆ ที่เคยมีก็ไม่เคยติดต่อมาอีกเลยเพราะกลัวว่าจะต้องมารับภาระเลี้ยงดูเขาทั้งสองคน
ถ้าวันนี้คนตรงนี้เป็นพระนายเขาก็คงจะอดกระวนกระวายใจเหมือนอย่างที่พระนายเป็นไม่ได้เหมือนกัน แต่เพราะเขาเลือกแล้ว
เงินเดือนหลักแสนบาทในยุคสมัยนี้กับคนที่เรียนจบมาด้วยเกรดแบบเส้นยาแดงผ่าแปด มันจะไปหาได้จากไหนอีก ถึงแม้ว่าสิ่งต้องแลกมันคือเลือดในร่างกายของเขาก็ตาม
ตั้งแต่เขามาอยู่ที่นี่อาหารการกินก็ถูดจัดแจงด้วยอาหารชั้นดีมาโดยตลอด รวมทั้งวิตามินผลไม้และของบำรุงที่มีให้เขากินได้ตลอดทั้งวัน
ถ้าไม่รวมเรื่องที่เขาต้องเอาเลือดให้แวมไพร์ดื่ม ชีวิตเขาตอนนี้ก็คงจะเป็นชีวิตในฝันของใครหลาย ๆ คน
“คุณพระพายคะ รับผลไม้เป็นอะไรดีคะ”
“อะไรก็ได้ครับ”
ไม่ทันขาดคำ กิ่งแก้วแม่บ้านของที่นี่ก็เดินมาสอบถามเกี่ยวกับผลไม้ที่เขาจะได้กินเป็นของว่างในช่วงบ่าย
“คุณกิ่งครับ”
“คะ”
“ผมจำได้ว่าที่นี่มีห้องหนังสือ พาผมไปหน่อยได้ไหมครับ พอดีเบื่อ ๆ อยากอ่านหนังสือ”
“ได้ค่ะ เชิญทางนี้ได้เลย”
กิ่งแก้วได้รับคำสั่งจากเพลงพรว่าให้ดูแลพระพายให้ดี จัดเตรียมอาหารดี ๆ ให้พระพายกินอย่าขาด และถ้าพระพายอยากได้อะไร ก็ให้จัดหามาให้ห้ามขาดตกบกพร่อง ให้ถือว่าพระพายคือเจ้านายอีกหนึ่งคนในบ้านหลังนี้
ตอนที่ 58“พระพายได้ยินผมหรือเปล่า”ภาคินทร์ค่อย ๆ ประคองพระพายนอนลงบนเตียง แล้วก้มลงกระซิบข้างหูของพระพายเบา ๆไม่นานเขาก็รู้สึกตัว“คุณภาคินทร์ ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”“ผมเป็นคนพาคุณมาเอง เกือบไปแล้วนะรู้หรือเปล่า”“เกือบอะไรเหรอครับ ผมจำได้ว่าตอนแรกผมอยู่ที่โรงพยาบาลกับเมฆ... แล้วหลังจากนั้น”พระพายพยายามนึกเหตุการณ์ที่โรงพยาบาลในตอนที่เขาคิดว่าตัวเองยังพอมีสติ แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก“แล้วพระนาย...”“น้องชายคุณจะไม่เป็นอะไร แต่เห็นทีเราคงต้องมาจัดการเรื่องของคุณสองคนกันใหม่”“หมายความว่ายังไงครับ”“คนสุดท้ายที่คุณอยู่ด้วยคือใคร คุณจำได้หรือเปล่า”“ก็ไอ้เมฆไงครับ”“คุณชอบศึกษาเรื่องแวมไพร์มากใช่ไหม คุณรู้จักตระกูลอีแวนสัน แล้วคุณเคยได้ยินเรื่องของตระกูลที่เป็นคู่แข่งของอีแวนสันหรือเปล่า”ภาคินทร์ถามกลับอย่างใจเย็น ถึงอย่างไรวันนี้พระพายก็ต้องรู้เรื่องของเพื่อนสนิทตัวเอง“หมายถึงตระกูลโรเจอร์เหรอครับ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเมฆ”“คุณลองปะติดปะต่อดูสิพระพาย คุณไม่ใช่คนโง่”“คุณภาคินทร์กำลังจะบอกผมว่าเมฆคือแวมไพร์ของตระกูลโรเจอร์เหรอครับ”เพียงแค่คิดขึ้นมาก็ชักจะเริ่มกลืนน้ำลายลงคอลำบากเต
ตอนที่ 57“คุณเมฆาหยุดเดี๋ยวนี้นะ คิดจะทำอะไร”“แกนี่มันจมูกไวเหมือนนะ แล้วทำไมมาคนเดียวล่ะ เจ้านายแกไปไหน...”“ฉันมาเจรจากับคุณดี ๆ ปล่อยตัวคุณพระพายมาให้เรา แล้วฉันจะถือเสียว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น”“ยโสเหมือนเจ้านายไม่มีผิด พระพายเป็นของฉันทำไมฉันต้องคืนให้เจ้านายแกด้วย”พระพายถูกมัดติดกับเก้าอี้อย่างแน่นหนาและยังไม่ได้สติ ส่วนเมฆา ในเวลานี้ไม่เหลือเค้าโครงเพื่อนที่แสนดีอีกต่อไป“คุณก็ทราบดีว่าพระพายไม่ใช่ของคุณ พระพายสมสู่กับคุณท่านแล้ว คุณจะมาครอบครองเขาไม่ได้”“แล้วใครบอกแกว่าฉันจะครอบครองมัน ฉันอุตส่าห์อดทนปกป้อง ดูแลมันมาจากแวมไพร์ตนอื่นมานานหลายปี แต่สุดท้ายมันกลับมอบทั้งเลือดอันบริสุทธิ์และพรหมจรรย์ให้เจ้านายของแก ก็ดีฉันจะได้ตัดสินใจอะไร ๆ ให้มันง่ายขึ้น”ปลายเล็บเกลี่ยลงไปที่แก้มเนียนของพระพายก่อนจะปรากฏเป็นรอยแผลเล็ก ๆ ที่มีเลือดไหลซึมออกมาเมฆาแลบลิ้นเพื่อลิ้มรสอันหอมหวานจากปลายนิ้วของตัวเอง“คุณท่านไม่ปล่อยให้มันเกิดขึ้นแน่ ๆ”“แล้วภาคินทร์มันจะทำอะไรได้ เพราะหลังจากที่ฉันดื่มเลือดของพระพายในคืนนี้แล้ว แม้แต่ร่างกายของพระพายก็คงจะไม่เหลือซากกลับไปหาภาคินทร์”เสียงขู่ค
ตอนที่ 56เธอรู้ว่าภาคินทร์กระวนกระวายใจมากแค่ไหนหากแต่สิ่งที่ต้องทำในวันนี้ ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน“คุณวางทุกอย่างไว้เดี๋ยวผมจัดการเอง ส่วนคุณรีบออกไปช่วยพระพาย อย่าให้เขาเป็นอันตรายเด็ดขาด”“คุณท่านแน่ใจเหรอคะ”“ผมทำมันมาเป็นร้อย ๆ ปี แค่นี้ทำไมผมถึงจะไม่แน่ใจ ตอนนี้สิ่งที่สำคัญคือพระพายต่างหาก”“ค่ะคุณท่าน ดิฉันจะรีบตามไปช่วยคุณพระพายให้เร็วที่สุด”เพลงพรวางถุงเลือดสำรองไว้ให้ภาคินทร์ ส่วนตัวเธอก็รีบออกจากคฤหาสน์ไปในทันที โชคไม่เข้าข้างเธอเพราะรถที่ซื้อเอาไว้จะมาถึงในอีกสองวัน เธอจึงจำเป็นต้องหารถสักคันที่พอจะพาเธอเดินทางไปตามตัวพระพายได้“อ้าว คุณคะมาทำอะไรแถวนี้ รถยังซ่อมไม่เสร็จเหรอคะ”“ฉันไม่มีเวลามาคุยกับคุณ”“คนอุตส่าห์ถามดี ๆ จะไปที่ไหนล่ะ ฉันไปส่งคุณได้นะ”มีจันทร์ขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมาพอดีเห็นว่าเป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตาเลยกล่าวทักทาย แต่ดูท่าทางตัวของอีกฝ่ายจะไม่อยากสนทนากับเธอสักเท่าไร“ว่าไงคะ ดูท่าทางรีบร้อนไม่ต้องเล่นตัวก็ได้ค่ะ ฉันไม่คิดเงิน จะไปที่ไหนก็บอก”“ต่อให้คุณคิดฉันก็มีปัญญาจ่าย คุณช่วยขับไปตามที่ฉันบอกทีได้ไหม แบบด่วนที่สุดฉันรีบ”“ได้ค่ะ งั้นขึ้นมาเลย”ทางเลือก
ตอนที่ 55“ไอ้พายทางนี้”“เออมึง นายมันเป็นบ้างวะ”“อยู่ในห้องฉุกเฉิน แล้วนี่มึงมายังไง”“คุณภาคินทร์ให้คนมาส่ง”เมฆามองไปด้านหลังเห็นชายชุดดำสองคนยืนเฝ้าพระพายอยู่ ภาคินทร์คงระวังตัวเอาไว้อยู่แล้ว เพราะเขารู้ดีว่าวันนี้อันตรายมากขนาดไหน แต่ที่ยอมให้ออกมาก็คงเพราะเห็นแก่พระพายที่เป็นห่วงน้องชายตัวเอง“หมอเข้าไปนานหรือยัง ปกตินายมันแข็งแรงมากนะ ทำไมจู่ ๆ ถึงมาป่วยหนักได้”“กูก็ไม่รู้เหมือนกัน จริง ๆ มันป่วยมาตั้งแต่ต้นสัปดาห์ หาหมอกินยาแล้วแต่ไม่ดีขึ้น จู่ ๆ วันนี้ก็มาทรุดอีก โชคดีกูแวะไปหามันที่บ้าน”เมฆาแสดงสีหน้าเป็นห่วง เขาเองรู้จักพระพายมานานหลายปี สองพี่น้องรักกันมาก เขาถึงได้มั่นใจว่าพระพายจะไม่มีทางปล่อยพระนายอยู่ที่โรงพยาบาลตามลำพังแน่นอน“มึงใจเย็น ๆ ก่อน มานั่งพักมา หมอเข้าไปสักพักแล้วเดี๋ยวก็คงออกมา”เมฆาพาพระพายมานั่งพักที่เก้าอี้หน้าห้องฉุกเฉิน โดยทุกการกระทำของทั้งคู่อยู่ในสายตาคนของภาคินทร์ตลอดเวลา“แล้วนี่คุณภาคินทร์เขาต้องส่งคนมาเฝ้ามึงขนาดนี้เลยเหรอวะ แค่มาโรงพยาบาล”“อืม ก็นิดหน่อย”“อย่างกับหนังมาเฟีย กูนึกว่ามึงเป็นผู้ร้ายหนีคดีซะอีก”“มึงก็เวอร์”“เอ้าก็ดูดิ จู
ตอนที่ 54เช่นนั้นเขาก็คงไม่จำเป็นต้องทนยอมดูเฉย ๆ อีกต่อไป“อีกไม่นานจะถึงคืนพระจันทร์เต็มดวงที่จะเวียนบรรจบมาอีกครั้ง เราจะไปพาตัวพระพายออกมาจากที่นั่น”“แล้วนายท่านจะทำยังไงครับ ผมว่าวันนั้นทางคนของอีแวนสันก็คงจะเตรียมรับมือเอาไว้แน่ ๆ”“ภาคินทร์มันแค่ห่วงว่าจะกันพระพายออกจากแวมไพร์ตัวอื่นได้ยังไง แต่อย่าลืมสิว่าฉันไม่ใช่แวมไพร์ที่พระพายรู้จักเพราะฉันเป็นเพื่อนสนิทของเขากับน้องชายเขาต่างหาก”ผงเครื่องดื่มที่เมฆาอ้างว่าซื้อมาจากเมืองจีน และอยากให้พระนายลองดื่มดูจะช่วยให้หลับสบายขึ้น ด้วยช่วงนี้เห็นเพื่อนรักทำงานจนดึกดื่นจึงนึกเป็นห่วงพระนายไม่รอช้าทันทีที่กลับมาบ้าน น้ำอุ่นในกาน้ำถูกเทใส่แก้วตามด้วยผงชาสีดำในคราวแรกที่เทลงไปสีน้ำดูน่ากลัวจนเขาไม่กล้ายกขึ้นดื่มแต่ด้วยกลิ่นหอมรัญจวนชวนให้อยากลิ้มลอง เขาจึงจิบมันเพียงเล็กน้อยและพบว่ารสชาติของมันแตกต่างจากภาพลักษณ์โดยสิ้นเชิง“สงสัยบ้านเขาจะชอบกินอะไรแบบนี้ แต่ก็อร่อยดีเหมือนกัน”พระนายยกดื่มเสียจนหมดแก้วก่อนจะอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอนในเวลานี้แอร์ที่ถูกเปิดไว้ก็ไม่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกเย็นเลยสักนิดพระนายนอนเหงื่อไหลเต็มใบหน้า กลิ้งไปมา
ตอนที่ 53วันต่อมา พระนายโทร.มาในตอนบ่ายบอกว่า ช่วงเย็นอยากแวะมากินข้าวด้วย พระพายพยายามปฏิเสธแต่สุดท้ายก็จนมุมจำต้องยอมให้น้องชายมาหา“แกจะมาอะไรบ่อย ๆ วะไอ้นาย นี่มันบ้านคุณภาคินทร์เขานะ ยังไงก็เกรงใจเขาหน่อย”“ก็เขาเป็นคนบอกเองว่าอยากจะมาที่นี่เมื่อไหร่ก็ได้ตามที่ต้องการ”“เขาก็พูดตามมารยาทแล้วนี่ไอ้เมฆก็อีกคน ไม่ห้ามมันหน่อยวะ”“ขี้เกียจห้าม อีกอย่างบ้านนี้ก็เลี้ยงอาหารดีจะตาย กูจะพลาดได้ไง”และตลอดทั้งสัปดาห์พระนายกับเมฆาก็มาฝากท้องที่คฤหาสน์ของอีแวนสันแบบวันเว้นวัน โดยที่คนหนักใจดูเหมือนว่าจะเป็นพระพายเสียมากกว่าส่วนเจ้าของบ้านอย่างภาคินทร์ก็ดูไม่ได้ยี่หระกับความวุ่นวายของทั้งสองคน เพียงแต่เขาจับตาดูเมฆาเอาไว้เป็นพิเศษซึ่งจนถึงตอนนี้เมฆาก็ยังดูปกติดี ยังไม่ได้มีท่าทีใด ๆ“คุณภาคินทร์ไม่น่าไปบอกไอ้นายว่าให้มันมาที่นี่ได้ตามต้องการเลยครับ ดูสิ อีกนิดมันก็แทบจะขนข้าวของเข้ามาอยู่ด้วยแล้วนะครับ”“แต่มันก็ช่วยให้คุณรู้สึกเบื่อน้อยลงไม่ใช่หรือไง”“แต่ผมเกรงใจ”“บ้านผมก็เหมือนบ้านคุณ คุณต้อนรับคนของคุณได้ตามสบายแค่อย่าให้เขามาวุ่นวายในสิ่งที่มันไม่สมควรก็พอ”“นั่นแหละครับที่ผมกังวล



![ไขรหัสรัก You’re my keys. [OMEGAVERSE]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



