Se connecterร้านอาหารอิตาเลียนริมทะเลแห่งนี้ไม่ได้เป็นที่นิยมมากนัก เพราะถูกขนาบด้วยร้านอาหารชื่อดังทั้งซ้ายและขวา...เรียกได้ว่า ลูกค้าที่จะมาร้านนี้ได้ต้องมั่นคงพอสมควร ถึงสามารถขับรถผ่านร้านอาหารชื่อดังที่เปิดให้บริการมานานกว่ายี่สิบปีได้โดยไม่ไขว้เขว...แถมยังต้องจิตแข็งสุด ๆ ถึงได้ไม่ขับรถเลยไปร้านบุฟเฟต์ทะเลเผาแบบไม่จำกัดเวลา ที่กำลังกวักมือเรียกอยู่เบื้องหน้า
ขนาดเจ้าของร้านเองยังมักจะพูดทีเล่นทีจริงอยู่บ่อย ๆ เวลามีรถขับผ่านหน้าร้านว่า...
ลูกค้าที่จิตใจมั่นคงว่าหายากแล้ว ลูกค้าที่จิตแข็งนั้นกลับหายากกว่า!
สุดท้ายก็มีแต่ลูกค้าขาประจำที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีทั้งนั้น...
ภาพรวมของร้านอาหารค่อนข้างสงบและเป็นส่วนตัว ตัวอาคารเป็นทรงยุโรปสีครามที่มีพื้นหลังเป็นทะเลกว้างสุดสายตาชวนผ่อนคลาย ชั้นแรกคือโถงทางเดินและโต๊ะอาหารสำหรับแขกที่ชื่นชอบการถ่ายรูปเป็นพิเศษ เพราะมีลานกว้างและซุ้มเล็ก ๆ น่ารักเหมาะแก่การเซฟฟี่หลายจุด
เมื่อขึ้นบันไดสีขาวไปยังชั้นสองจะเห็นเฉลียงทางเดินเป็นแนวยาว สังเกตได้ว่าโต๊ะอาหารมีไม่มากแต่ทุกโต๊ะกลับสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของท้องทะเลกว้างได้อย่างเท่าเทียม
ฉากกั้นระหว่างโต๊ะเป็นผ้าม่านผืนบางสีขาวลวดลายสวยงาม ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้ลูกค้าที่มารับประทานอาหาร หากเดินไปจนสุดเฉลียงจะพบบันไดวนขึ้นไปยังชั้นบนสุดของร้าน ดาดฟ้าถูกออกแบบให้เป็นรั้วไม้ระแนงสีขาวสะอาดตาสูงขึ้นมาประมาณห้าสิบเซนติเมตร เสริมด้วยกระจกนิรภัยแบบใสเพื่อความปลอดภัยป้องกันไว้อีกชั้น
ความสวยงามกับการออกแบบที่ลงตัว และยังสามารถคงไว้ด้วยความมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้ลูกค้าแทบทุกคนที่มาเยือนร้านอาหารแห่งนี้ต้องออกปากชม
“ที่นี่สวยมากเลย!” ยักษิณีสาวก็เอ่ยปากทันทีที่นั่งลงบนเก้าอี้บุนวมสีฟ้าอ่อนเช่นกัน แถมยังกวาดตามองสำรวจสรรพสิ่งรอบกายด้วยท่าทางตื่นเต้นจนออกนอกหน้า “…โดยเฉพาะบันไดวนตรงนั้น เฮ้อ! น่าเสียดายชะมัดเลยที่ชั้นดาดฟ้าไม่เปิด”
“เห็นว่าเพื่อนสนิทของเจ้าของร้านแวะมา ก็เลยปิดวันนึง” แสนรักว่ายิ้ม ๆ ทั้งที่กำลังพลิกหน้าเมนูอาหารไปมา หันหาน้องสาวตนรองที่นั่งอยู่อีกด้าน “ยายหนูดี ๆ ฟิลเลท์สเต๊กของที่นี่อร่อยไหม? จำได้ว่ารอบก่อนเธอสั่งมากินตั้งแปดจาน”
“สิบต่างหาก” ยักษิณีสาวผู้กินจุที่สุดในบ้านแก้ไขความเข้าใจผิดทันที ทำหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่เดียวก็พยักพเยิดเป็นเชิงยืนยัน
“อร่อยอยู่นะ ติดตรงเนื้อมันนิ่มไปหน่อย ละมุนเกินเลยเคี้ยวไม่ค่อยสนุก...พี่รักลองสั่งมาชิมสักจานก่อนสิ”
“เหรอ?” แสนรักดูลังเลเล็กน้อยเพราะตัวเองกินไม่เก่งเท่าไร เต็มที่ก็แค่สองสามจานเท่านั้น “แล้วหนูดีจะสั่งหรือเปล่า พี่จะได้ลองชิมก่อน”
“ไม่เอา รอบนี้น้องว่าจะสั่งริบอายมาลอง ๆ”
“ยายหลงล่ะ จะสั่งอะไร?” หันมาถามน้องสาวตนเล็กที่ยังสนใจสิ่งแวดล้อมรอบกายมากกว่าเมนูอาหารในมือ
“พี่รักว่าหลงจะเป็นสถาปนิกได้ไหม? อยากออกแบบอะไรสวย ๆ แบบนี้ได้บ้างจังเลย”
สรุปคือไม่ได้ฟังที่ถามเลยสักนิด?
“เลิกวาดหมูแล้วดูเหมือนหมาให้ได้ก่อน...แล้วสรุปจะกินอะไร?”
“ชิ! เอาฟิลเลท์สเต๊กสามจาน แล้วก็ริบอายกับทีโบนอย่างละจานค่ะ”
ตัวกินจุอีกตัวของบ้านร่ายรายการอาหารยาวเหยียด ก่อนจะบ่นพึมพำ
“เหมือนหมาแล้วยังไง ศิลปะมันเป็นเรื่องของจินตนาการ!”
“จินตนาการอะไรหือ?” น้ำเสียงหวานล้ำของ ‘แสนเสน่ห์’ เอ่ยถามอย่างเอื้อเอ็นดู ลูบเรือนผมของบุตรสาวตนเล็กเบา ๆ แล้วนั่งลงฝั่งตรงข้าม หันไปยิ้มให้คู่ชีวิตที่เลื่อนเก้าอี้ให้ด้วยรอยยิ้มหวานหยด
“พี่รักหาว่าหลงวาดหมูแล้วกลายเป็นหมา หลงเลยว่าจินตนาการสำคัญกว่าค่ะ ท่านแม่ก็คิดแบบนั้นใช่ไหมคะ?”
“อืม” ยักษิณีผู้เป็นมารดาพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะเอ่ยกับสามีเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายถามถึงรายการอาหารที่จะสั่ง “ของฉันเอาเหมือนเดิมค่ะ”
หันกลับมาหาบุตรสาวตนเล็กอีกหน
“แม่ก็ว่ามันดูเหมือนหมามากกว่าหมูนะลูก”
“ท่านแม่!”
ประโยคสนทนาของสองแม่ลูกทำเอาข้ามสมุทรนึกอยากกุมขมับขึ้นมาเสียเฉย ๆ ชักสงสัยว่าตัวเองคิดถูกหรือผิดที่ตามใจภรรยายักษา ด้วยการทำเรื่องขออนุญาตนำบุตรสาวกลับมาอยู่บนโลกมนุษย์ในช่วงปิดเทอมฤดูหนาวในตอนแรกก็เหมือนจะติดปัญหาอยู่บ้าง เพราะชาวโลกบรรพกาลนั้นไม่ได้รับอนุญาตให้ออกมายังโลกมนุษย์ก่อนบรรลุนิติภาวะ แต่เพราะว่าเป็นเด็กเลือดผสมที่เกิดจากมนุษย์และยักษา ลูก ๆ ของเขาจึงได้รับการอนุญาตมาเป็นกรณีพิเศษ...“แดดดี๊ ๆ ทำไมหม่ามี๊ถึงสอนซนแบบนั้นล่ะ?”เสียงเล็ก ๆ ของเด็กอีกคนที่มีใบหน้าเหมือนกับแสนซนทุกประการ เงยหน้าขึ้นจากการทำการบ้านแล้วเอ่ยถาม“แสบไม่เห็นเข้าใจเลย?”ข้ามสมุทรลูบหัวบุตรสาวอีกตนที่มีนามว่า...แสนแสบ เบา ๆ คล้ายจะเอ็นดู ก่อนจะหยิบคุกกี้ชิ้นโตขึ้นมาหักเป็นชิ้นพอดีคำแล้วป้อนใส่ปากเล็กจิ้มลิ้มของเด็กหญิงที่นั่งอยู่ข้างกาย“ไม่เข้าใจก็ดีแล้ว...”จุมพิตกระหม่อมเล็กได้รูปหนัก ๆ ค่อยเปลี่ยนหัวข้อสนทนา“แล้วแสบทำการบ้านถึงไหนแล้วลูก?”“เกือบเสร็จแล้วค่ะ ทำการบ้านเสร็จแล้วเราไปเล่นวิ่งไล่จับกันนะคะ”แสนแสบบอกความต้องการของตนทันที ก่อนจะก้มลงเขียนหนังสืออีกครั้งเมื่อเป็นข้ามสมุทรระบายยิ้มเอ
วันนี้สวนกุหลาบที่อยู่ติดกับบ้านท้ายสวนของไร่ฟ้าครามเหมือนจะคึกคักเป็นพิเศษ ด้วยเพราะมีร่างเล็กป้อมและสองขาสั้น ๆ ของเด็กหญิงวัยห้าขวบเศษกำลังวิ่งตามร่างบางระหงที่เอาแต่วิ่งหนีอย่างไม่ลดละ ดวงตาสีดำอมน้ำตาลคู่สวยส่องประกายสดใสยามตัดสินใจกระโดดตะครุบข้อเท้าบางของอีกฝ่ายไว้!อืม ผลคือล้มคะมำหน้าคว่ำไปกับพื้นหญ้าทั้งคู่“หม่ามี๊...ซนเจ็บ!”เด็กน้อยร้องบอกหน้าเบ้ แต่ก็เหลียวซ้ายแลขวาคล้ายหาใครบางคนเหมือนนึกขึ้นได้ พอเห็นว่าร่างสูงของ ‘แดดดี๊’ ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่ศาลาริมน้ำก็ถอนใจเฮือกใหญ่ ค่อยรีบปัดเศษหญ้าที่ติดตามตัวออกด้วยตัวเอง ปัดเสร็จก็หันมาเขย่า ‘หม่ามี๊’ ที่นอนแผ่หลาอยู่บนพื้นอีกรอบ เห็นอีกฝ่ายทำเป็นไม่สนใจก็เขย่าซ้ำ“มี๊! ซนเจ็บ”“...เจ็บแล้วไง?”เจ้าของชื่อ ‘มี๊’ ที่หันมานอนตะแคงท้าวค้างมองเด็กน้อยที่นั่งเบ้หน้าอยู่ข้าง ๆ ร้องถาม ใบหน้าหวานสวยเหมือนจะเคร่งครึมขึ้นกว่าปกติหลายเท่า“...ซนหกล้ม เจ็บ”“ซนไม่ได้หกล้ม แต่ซนวิ่งมาตะครุบขามี๊ก็เลยล้มต่างหากละ”แสนหลงบอกพลางหรี่ตามองบุตรสาวคล้ายคาดโทษ มีอย่างที่ไหน? เล่นวิ่งแข่งแต่คว้าข้อเท้าเธอล้มซะหน้าคะมำเสียอย่างนั้น! คิดแล้วก็ได้แต่ส
“จริงเหรอพี่รัก!?”เสียงหวานเหมือนกังสดาลแก้วร้องถามด้วยความตื่นเต้นตกใจ มือบางที่กอดถังคุกกี้ด้วยความหวงแหนแทบจะกลายเป็นโยนฉลอง ทำเอาพี่สาวทั้งสองตนที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ต้องเบี่ยงตัวหลบตามสัญชาตญาณ แสนหลงฉีกยิ้มจนปากแทบฉีกถึงใบหู ก่อนจะปล่อยมือจากถังคุกกี้แล้วเขย่าร่างบางของแสนรักจนหัวสั่นหัวคลอนไปหมด“เออ! จริงสิ พี่จะโกหกเธอไปเพื่ออะไ...”ยังพูดไม่ทันจบประโยคยักษาตนน้องก็วิ่งตึงตังออกไปไวปานพายุหมุน“...?”“พี่รัก ๆ น้องมันไปตั้งแต่คำว่า ‘จริง’ แล้วละ”ผู้พิทักษ์ประตูกาลหยิบคุกกี้ที่เหลือในกระป๋องขึ้นมากินแล้วดูทีวีต่อไปราวกับไม่คิดใส่ใจ แต่ก็ยังมีน้ำใจแวะตบบ่ามนพี่สาวที่นั่งมองตาปริบ ๆ คล้ายปลอบใจ“...”แสนหลงวิ่งตึงตังตามหาข้ามสมุทรอยู่สักพัก พอเห็นว่าชายหนุ่มกำลังยืนรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้านก็พุ่งเข้าใส่ทันที“นายคราม!”เล่นเอามนุษย์เพียงหนึ่งเดียวในเมืองยักษาต้องถลาตัวเข้าไปรับแทบไม่ทัน เคราะห์ยังดีที่ปฏิกิริยาของชายหนุ่มค่อนข้างดี เลยสามารถช้อนรับร่างบางระหงไว้ได้...แถมยังอยู่ในท่าอุ้มเจ้าหญิงอีกด้วย!“...อย่าทำแบบนี้อีกนะ ใจหายใจคว่ำหมด!”ข้ามสมุทรเอ็ดเสียงเข้ม ก่อนจะกระชับวงแขนขึ
สองสามวันหลังจากที่ข้ามสมุทรและคนงานในไร่ต้องตื่นมาเก็บส้มตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสาง แสนหลงค่อยรู้ว่าออร์เดอร์มากมายที่ไหลทะลักเข้ามาในไร่แบบเร่งด่วนนั้น มีที่มาที่ไปจากเทศกาล...ตรุษจีน? และคงเห็นว่าเธอสนใจใคร่รู้เกี่ยวกับเทศกาลที่ไม่คุ้นเคยนี้อยู่มากพอสมควร ข้ามสมุทรเลยใจดีอธิบายเพิ่มเติมให้อีกเล็กน้อยว่า...วันตรุษจีนนั้นเป็นวันขึ้นปีใหม่ของมนุษย์ในอีกเขตพื้นที่หนึ่ง แต่เพราะจำนวนคนที่มีมากมายของพวกเขากระจัดกระจายกันไปอยู่ทั่วทุกมุมโลก วันตรุษจีนจึงจัดเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่มีอิทธิพลมาก ๆซึ่งส้มจากไร่ฟ้าครามก็น่าจะได้รับผลดีจากเทศกาลนี้มากพอสมควร เพราะส้มจัดว่าเป็นผลไม้มงคลชนิดหนึ่งที่พวกมนุษย์นิยมใช้กราบไหว้เทพเจ้า อืม...เทพเจ้าอย่างนั้นเหรอ?เสือขาวตัวน้อยเอียงคอคล้ายครุ่นคิด เธอก็ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องแบบนี้เท่าไร...คงเพราะวัฒนธรรมของสองโลกต่างกันอยู่พอสมควร และชาวโลกบรรพกาลก็เคารพนับถือแค่เพียงธรรมชาติเป็นหลักกระมัง?“คิดอะไรอยู่?”เสียงทุ้มของคนที่กำลังหยิบเงินใส่ซองสีแดงตั้งคำถาม‘คิดว่านายเอาเงินใส่ซองเพื่ออะไร?’ แสนหลงตอบกลับด้วยคำถาม นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่สงสั
งานเทศกาลของพวกมนุษย์นั้นมีเยอะมากจนแสนหลงจำได้ไม่หมด แต่ก็มีบางเทศกาลที่จำได้ค่อนข้างแม่น อาทิเช่น ประเพณีสงกรานต์ของมนุษย์แถบนี้ (จำได้เพราะรู้สึกว่ามันประหลาดที่พวกมนุษย์เอาน้ำมาสาดใส่กันในวันขึ้นปีใหม่?) หรือวันคริสมาสต์ของพวกมนุษย์อีกฟากโลก (ไก่งวงอบซอสอร่อยมากเลยจำได้แม่น) แล้วก็ยังมีเทศกาลยิบย่อยอีกเยอะแยะที่มีเอกลักษณ์...ก็จำได้บ้างไม่ได้บ้างตามประสาจะว่าไปแล้วเหมือนจะมีเทศกาลของพวกมนุษย์แถบใกล้ ๆ ที่เรียกว่า ‘วันตรุษจีน’ อยู่ด้วยหรือเปล่านะ?ดวงตากลมโตสีดำอมม่วงของเสือขาวที่นอนหมอบอยู่บนเบาะรถกอล์ฟเหลือบมองภาพเบื้องหน้าคล้ายสงสัย ตอนนี้คนงานหลายสิบคนกำลังเร่งรีบเก็บส้มผลโตใส่ตะกร้าจนดูวุ่นวายไปหมด แต่พอได้ยินเสียงซุบซิบของพวกคนงานที่ดังแว่วมาตามสายลมค่อยเข้าใจ ว่าถ้าเก็บผลส้มไม่ได้ตามออร์เดอร์ที่มีเข้ามา...น่าจะโดนค่าปรับอยู่มากโขมิน่าเล่า! วันนี้ข้ามสมุทรถึงลุกจากเตียงนอนมาทำงานตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสาง? แถมยังใจดีหิ้วพาเสือขาวตัวน้อยที่กำลังนอนหลับอุตุมาด้วยแบบไม่บอกกล่าว...รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกส้มนี่ละ!“ตื่นนานหรือยัง?”เสียงทุ้มของคนที่แอบหิ้วพาแสนหล
แสนหลงเพิ่งรู้ว่าพ่อของเธอเคยใช้ชีวิตเป็นชาวสวนอยู่ในโลกมนุษย์ช่วงหนึ่ง? แต่พอทำไปสักพักรู้สึกว่าไม่ใช่ทางของตัวเอง ก็เลยย้ายกลับเข้ามาอยู่ในโลกบรรพกาล นานจนลืมไปเลยว่าตัวเองมีที่ดินติดกับไร่ส้มของข้ามสมุทรเพราะรู้จักนิสัยใจคอมาตั้งแต่ข้ามสมุทรยังเด็ก สุดท้ายเลยตัดสินใจขายที่ดินตรงนั้นให้ชายหนุ่มไปเมื่อหลายปีก่อน เพราะเชื่อว่าเด็กหนุ่มอนาคตไกลและค่อนข้างมีวิสัยทัศน์ดีจะสามารถต่อยอดไร่ฟ้าครามได้อีกมากจากตอนแรกกลัวว่าพ่อจะไม่ชอบ ‘ว่าที่ลูกเขย’ ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าเธอนี่ละ! ยักษ์หัวเน่าที่แท้จริง!?“นึกไม่ถึงเลยนะครับ ว่าจะเป็นคนรู้จักกันทั้งนั้น”เขยขวัญของพ่อยักษาว่าด้วยรอยยิ้ม“จริง! ตอนแรกลุงก็นึกว่าไอ้ตัวแสบไปคว้ามนุษย์นี่ไหนมา? พอเห็นว่าเป็นคราม...ลุงก็คิดได้เลยว่าครามนี่ซวยจริง ๆ”แสนหลงที่นั่งกินขนมดูทีวีอยู่กับพี่สาวทั้งสองตนแอบมองค้อนจนตาแทบกลับ ต่างจากบรรดาพี่สาวที่กำลังกลั้นขำอย่างสุดความสามารถ“ไม่หรอกครับ ผมโชคดีมากกว่าที่ได้เจอลูกสาวคุณลุง”“อย่ามั่นใจไปนะตาคราม ป้าเป็นแม่แท้ ๆ ก็ยังไม่กล้ารับประกันเลย”คราวนี้แสนเสน่ห์ก็เหมือนจะย้ายข้างไปเชียร์เขยขวัญอีกตน“ผมมั่นใจครับ







