เข้าสู่ระบบ“ลงมาได้แล้ว! ข้าขี้เกียจจะมีปัญหา...”
ยักษิณีสาวออกแรงเพียงเล็กน้อย เถาวัลย์ที่ในตอนแรกดิ้นรนยังไงก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากพันธนาการได้ ตอนนี้กลับแตกออกง่ายดายเหมือนไข่ถูกกะเทาะเปลือก
“แล้ว...น้องของฉันจะตายไหม?”
เหมือนรู้อยู่แล้วว่าน้องสาวของตนจะตัดสินใจอย่างไร และแม้ว่าจะรู้อยู่แล้วว่ายักษานั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่ฆ่าไม่ตายแน่ ๆ ...แต่หากเป็นการดึงแก่นวิญญาณออกจากร่าง มันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง!
“ไม่ถึงตายหรอก แค่แข็งแรงน้อยลงหน่อยเท่านั้น”
แม่มดตอบกลับเหมือนไม่ค่อยใส่ใจนัก
“...แน่ใจนะ?”
“หากน้องสาวเจ้าตกลงปลงใจจะมอบแก่นวิญญาณให้มนุษย์นั่นจริง ข้าก็ตั้งใจไว้ว่าจะดึงออกไปเพียงครึ่งดวงเท่านั้น เอาแค่ฟื้นได้ไม่ตายก็ถือว่าจบเรื่องกันไป”
“ไม่ตายแน่นะ?”
“เฮ้อ พวกเจ้าสองตนพี่น้องนี่มันน่ารำคาญจริง ๆ เลย!”
แม่มดในคราบเด็กน้อยบ่นอย่างเบื่อหน่าย แต่พอเห็นสีหน้าเป็นกังวลของผู้พิทักษ์ประตูกาลก็ทำได้เพียงถอนใจ
“ไม่ตายหรอก! ขนาด ‘ไอ้บ้า’ บางตน ที่ไม่มีแก่นวิญญาณอยู่ในตัวเลยแม้แต่เสี้ยวเดียว ก็ยังมีชีวิตอยู่ได้ไม่เห็นจะตายเลย? แต่สำหรับเจ้าหมอนั่น...ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันนะ ว่าเป็นเพราะมันมีพลังสูงมาก หรือเพราะว่ามันเป็นพวกดื้อด้านไม่ยอมตาย”
“...”
“แต่ก็ช่างเถอะ...เอาเป็นว่าข้ารับประกันว่าน้องสาวของเจ้าจะไม่ตาย”
แม่มดในคราบเด็กน้อยที่เอาแต่พูดเจื้อยแจ้วตัดบทง่าย ๆ ก่อนจะหรี่ตามองคู่สนทนาคล้ายจับผิด อดชี้หน้านางยักษาคล้ายคาดโทษไม่ได้
“อย่าให้ข้ารู้นะ ว่าเจ้าเอาเรื่องที่ข้านินทาเจ้าหมอนั่นไปปูด!”
“...ไม่พูดหรอกน่า”
ถึงจะฟังแล้วไม่ค่อยเข้าใจ แต่แสนดีก็ตอบกลับให้อีกฝ่ายสบายใจ
“ถ้าเจ้าหมอนั่นมาตามเล่นงานข้าทีหลัง ข้ารับรองเลยว่าข้าจะตามราวีเจ้าเป็นเงาแค้นไปจนสุดขอบโลกทีเดียว!”
ยังไม่วายคาดโทษอีกรอบ ก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีกลับไปหายักษิณีสาวอีกตนที่เหมือนจะตัดสินใจได้แล้ว ว่าจะเลือกอะไรให้กับชะตาชีวิตที่เหลือนับจากนี้...
“ฉันจะได้เขาคืนมาแน่ ๆ ใช่ไหม?”
เสียงหวานเหมือนกังสดาลแก้วที่ฟังแล้วให้ความรู้สึกเว้าวอนมากกว่าถาม แต่กลับหนักแน่นและเต็มไปด้วยความคาดหวังในเวลาเดียวกัน
เด็กหญิงวัยสิบขวบเศษผู้มีดวงตาสีแดงก่ำพยักหน้ารับ เหลือบมองกริชเงินที่ยักษิณีสาวขอถือไว้เมื่อครู่ก่อนเล็กน้อย เห็นมันเปล่งแสงวูบวาบแล้วดับลงอยู่หลายครั้งราวกับหิ่งห้อยที่ใกล้จะแตกดับแล้วก็ได้แต่ถอนใจ
หนึ่งคนพยายามปกป้องแม้ต้องตาย
กับอีกหนึ่งตนที่ยอมตายหากได้อีกฝ่ายคืนมา
ความรักมีอิทธิพลอันแรงกล้าเช่นนี้เสมอ ไม่ว่าวันเวลาจะหมุนเวียนเปลี่ยนผันมาแล้วหลายพันปี...น่าแปลกที่กลับมีใครบางตนยังคงพยายามหลบหนี? แม่มดกระตุกยิ้มเมื่อบังเอิญนึกถึงเพื่อนเก่าที่แทบลืมหน้าไปแล้ว ก่อนถอนใจแล้วสลัดไล่ความคิดวุ่นวายทิ้งไป
“เหลือเวลาไม่มากแล้วนะ ยายยักษ์ขี้เหร่...ข้าต้องการคำตอบที่ชัดเจน สรุปว่าเจ้ายังอยากให้ข้าช่วยชีวิตของเจ้ามนุษย์เลือดบริสุทธิ์คนนี้อยู่ไหม?”
แสนหลงพยักหน้าแทนคำตอบ มือบางปาดน้ำตาที่ยังไหลอาบแก้มตัวเองลวก ๆ ดวงตาสีดำอมม่วงที่มองเจ้าของคำถามเต็มไปด้วยความมั่นคงไร้รอยลังเล
“ตกลง ฉันจะแลกแก่นวิญญาณกับชีวิตของนายคราม”
ประโยคสนทนาของสองแม่ลูกทำเอาข้ามสมุทรนึกอยากกุมขมับขึ้นมาเสียเฉย ๆ ชักสงสัยว่าตัวเองคิดถูกหรือผิดที่ตามใจภรรยายักษา ด้วยการทำเรื่องขออนุญาตนำบุตรสาวกลับมาอยู่บนโลกมนุษย์ในช่วงปิดเทอมฤดูหนาวในตอนแรกก็เหมือนจะติดปัญหาอยู่บ้าง เพราะชาวโลกบรรพกาลนั้นไม่ได้รับอนุญาตให้ออกมายังโลกมนุษย์ก่อนบรรลุนิติภาวะ แต่เพราะว่าเป็นเด็กเลือดผสมที่เกิดจากมนุษย์และยักษา ลูก ๆ ของเขาจึงได้รับการอนุญาตมาเป็นกรณีพิเศษ...“แดดดี๊ ๆ ทำไมหม่ามี๊ถึงสอนซนแบบนั้นล่ะ?”เสียงเล็ก ๆ ของเด็กอีกคนที่มีใบหน้าเหมือนกับแสนซนทุกประการ เงยหน้าขึ้นจากการทำการบ้านแล้วเอ่ยถาม“แสบไม่เห็นเข้าใจเลย?”ข้ามสมุทรลูบหัวบุตรสาวอีกตนที่มีนามว่า...แสนแสบ เบา ๆ คล้ายจะเอ็นดู ก่อนจะหยิบคุกกี้ชิ้นโตขึ้นมาหักเป็นชิ้นพอดีคำแล้วป้อนใส่ปากเล็กจิ้มลิ้มของเด็กหญิงที่นั่งอยู่ข้างกาย“ไม่เข้าใจก็ดีแล้ว...”จุมพิตกระหม่อมเล็กได้รูปหนัก ๆ ค่อยเปลี่ยนหัวข้อสนทนา“แล้วแสบทำการบ้านถึงไหนแล้วลูก?”“เกือบเสร็จแล้วค่ะ ทำการบ้านเสร็จแล้วเราไปเล่นวิ่งไล่จับกันนะคะ”แสนแสบบอกความต้องการของตนทันที ก่อนจะก้มลงเขียนหนังสืออีกครั้งเมื่อเป็นข้ามสมุทรระบายยิ้มเอ
วันนี้สวนกุหลาบที่อยู่ติดกับบ้านท้ายสวนของไร่ฟ้าครามเหมือนจะคึกคักเป็นพิเศษ ด้วยเพราะมีร่างเล็กป้อมและสองขาสั้น ๆ ของเด็กหญิงวัยห้าขวบเศษกำลังวิ่งตามร่างบางระหงที่เอาแต่วิ่งหนีอย่างไม่ลดละ ดวงตาสีดำอมน้ำตาลคู่สวยส่องประกายสดใสยามตัดสินใจกระโดดตะครุบข้อเท้าบางของอีกฝ่ายไว้!อืม ผลคือล้มคะมำหน้าคว่ำไปกับพื้นหญ้าทั้งคู่“หม่ามี๊...ซนเจ็บ!”เด็กน้อยร้องบอกหน้าเบ้ แต่ก็เหลียวซ้ายแลขวาคล้ายหาใครบางคนเหมือนนึกขึ้นได้ พอเห็นว่าร่างสูงของ ‘แดดดี๊’ ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่ศาลาริมน้ำก็ถอนใจเฮือกใหญ่ ค่อยรีบปัดเศษหญ้าที่ติดตามตัวออกด้วยตัวเอง ปัดเสร็จก็หันมาเขย่า ‘หม่ามี๊’ ที่นอนแผ่หลาอยู่บนพื้นอีกรอบ เห็นอีกฝ่ายทำเป็นไม่สนใจก็เขย่าซ้ำ“มี๊! ซนเจ็บ”“...เจ็บแล้วไง?”เจ้าของชื่อ ‘มี๊’ ที่หันมานอนตะแคงท้าวค้างมองเด็กน้อยที่นั่งเบ้หน้าอยู่ข้าง ๆ ร้องถาม ใบหน้าหวานสวยเหมือนจะเคร่งครึมขึ้นกว่าปกติหลายเท่า“...ซนหกล้ม เจ็บ”“ซนไม่ได้หกล้ม แต่ซนวิ่งมาตะครุบขามี๊ก็เลยล้มต่างหากละ”แสนหลงบอกพลางหรี่ตามองบุตรสาวคล้ายคาดโทษ มีอย่างที่ไหน? เล่นวิ่งแข่งแต่คว้าข้อเท้าเธอล้มซะหน้าคะมำเสียอย่างนั้น! คิดแล้วก็ได้แต่ส
“จริงเหรอพี่รัก!?”เสียงหวานเหมือนกังสดาลแก้วร้องถามด้วยความตื่นเต้นตกใจ มือบางที่กอดถังคุกกี้ด้วยความหวงแหนแทบจะกลายเป็นโยนฉลอง ทำเอาพี่สาวทั้งสองตนที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ต้องเบี่ยงตัวหลบตามสัญชาตญาณ แสนหลงฉีกยิ้มจนปากแทบฉีกถึงใบหู ก่อนจะปล่อยมือจากถังคุกกี้แล้วเขย่าร่างบางของแสนรักจนหัวสั่นหัวคลอนไปหมด“เออ! จริงสิ พี่จะโกหกเธอไปเพื่ออะไ...”ยังพูดไม่ทันจบประโยคยักษาตนน้องก็วิ่งตึงตังออกไปไวปานพายุหมุน“...?”“พี่รัก ๆ น้องมันไปตั้งแต่คำว่า ‘จริง’ แล้วละ”ผู้พิทักษ์ประตูกาลหยิบคุกกี้ที่เหลือในกระป๋องขึ้นมากินแล้วดูทีวีต่อไปราวกับไม่คิดใส่ใจ แต่ก็ยังมีน้ำใจแวะตบบ่ามนพี่สาวที่นั่งมองตาปริบ ๆ คล้ายปลอบใจ“...”แสนหลงวิ่งตึงตังตามหาข้ามสมุทรอยู่สักพัก พอเห็นว่าชายหนุ่มกำลังยืนรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้านก็พุ่งเข้าใส่ทันที“นายคราม!”เล่นเอามนุษย์เพียงหนึ่งเดียวในเมืองยักษาต้องถลาตัวเข้าไปรับแทบไม่ทัน เคราะห์ยังดีที่ปฏิกิริยาของชายหนุ่มค่อนข้างดี เลยสามารถช้อนรับร่างบางระหงไว้ได้...แถมยังอยู่ในท่าอุ้มเจ้าหญิงอีกด้วย!“...อย่าทำแบบนี้อีกนะ ใจหายใจคว่ำหมด!”ข้ามสมุทรเอ็ดเสียงเข้ม ก่อนจะกระชับวงแขนขึ
สองสามวันหลังจากที่ข้ามสมุทรและคนงานในไร่ต้องตื่นมาเก็บส้มตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสาง แสนหลงค่อยรู้ว่าออร์เดอร์มากมายที่ไหลทะลักเข้ามาในไร่แบบเร่งด่วนนั้น มีที่มาที่ไปจากเทศกาล...ตรุษจีน? และคงเห็นว่าเธอสนใจใคร่รู้เกี่ยวกับเทศกาลที่ไม่คุ้นเคยนี้อยู่มากพอสมควร ข้ามสมุทรเลยใจดีอธิบายเพิ่มเติมให้อีกเล็กน้อยว่า...วันตรุษจีนนั้นเป็นวันขึ้นปีใหม่ของมนุษย์ในอีกเขตพื้นที่หนึ่ง แต่เพราะจำนวนคนที่มีมากมายของพวกเขากระจัดกระจายกันไปอยู่ทั่วทุกมุมโลก วันตรุษจีนจึงจัดเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่มีอิทธิพลมาก ๆซึ่งส้มจากไร่ฟ้าครามก็น่าจะได้รับผลดีจากเทศกาลนี้มากพอสมควร เพราะส้มจัดว่าเป็นผลไม้มงคลชนิดหนึ่งที่พวกมนุษย์นิยมใช้กราบไหว้เทพเจ้า อืม...เทพเจ้าอย่างนั้นเหรอ?เสือขาวตัวน้อยเอียงคอคล้ายครุ่นคิด เธอก็ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องแบบนี้เท่าไร...คงเพราะวัฒนธรรมของสองโลกต่างกันอยู่พอสมควร และชาวโลกบรรพกาลก็เคารพนับถือแค่เพียงธรรมชาติเป็นหลักกระมัง?“คิดอะไรอยู่?”เสียงทุ้มของคนที่กำลังหยิบเงินใส่ซองสีแดงตั้งคำถาม‘คิดว่านายเอาเงินใส่ซองเพื่ออะไร?’ แสนหลงตอบกลับด้วยคำถาม นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่สงสั
งานเทศกาลของพวกมนุษย์นั้นมีเยอะมากจนแสนหลงจำได้ไม่หมด แต่ก็มีบางเทศกาลที่จำได้ค่อนข้างแม่น อาทิเช่น ประเพณีสงกรานต์ของมนุษย์แถบนี้ (จำได้เพราะรู้สึกว่ามันประหลาดที่พวกมนุษย์เอาน้ำมาสาดใส่กันในวันขึ้นปีใหม่?) หรือวันคริสมาสต์ของพวกมนุษย์อีกฟากโลก (ไก่งวงอบซอสอร่อยมากเลยจำได้แม่น) แล้วก็ยังมีเทศกาลยิบย่อยอีกเยอะแยะที่มีเอกลักษณ์...ก็จำได้บ้างไม่ได้บ้างตามประสาจะว่าไปแล้วเหมือนจะมีเทศกาลของพวกมนุษย์แถบใกล้ ๆ ที่เรียกว่า ‘วันตรุษจีน’ อยู่ด้วยหรือเปล่านะ?ดวงตากลมโตสีดำอมม่วงของเสือขาวที่นอนหมอบอยู่บนเบาะรถกอล์ฟเหลือบมองภาพเบื้องหน้าคล้ายสงสัย ตอนนี้คนงานหลายสิบคนกำลังเร่งรีบเก็บส้มผลโตใส่ตะกร้าจนดูวุ่นวายไปหมด แต่พอได้ยินเสียงซุบซิบของพวกคนงานที่ดังแว่วมาตามสายลมค่อยเข้าใจ ว่าถ้าเก็บผลส้มไม่ได้ตามออร์เดอร์ที่มีเข้ามา...น่าจะโดนค่าปรับอยู่มากโขมิน่าเล่า! วันนี้ข้ามสมุทรถึงลุกจากเตียงนอนมาทำงานตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสาง? แถมยังใจดีหิ้วพาเสือขาวตัวน้อยที่กำลังนอนหลับอุตุมาด้วยแบบไม่บอกกล่าว...รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกส้มนี่ละ!“ตื่นนานหรือยัง?”เสียงทุ้มของคนที่แอบหิ้วพาแสนหล
แสนหลงเพิ่งรู้ว่าพ่อของเธอเคยใช้ชีวิตเป็นชาวสวนอยู่ในโลกมนุษย์ช่วงหนึ่ง? แต่พอทำไปสักพักรู้สึกว่าไม่ใช่ทางของตัวเอง ก็เลยย้ายกลับเข้ามาอยู่ในโลกบรรพกาล นานจนลืมไปเลยว่าตัวเองมีที่ดินติดกับไร่ส้มของข้ามสมุทรเพราะรู้จักนิสัยใจคอมาตั้งแต่ข้ามสมุทรยังเด็ก สุดท้ายเลยตัดสินใจขายที่ดินตรงนั้นให้ชายหนุ่มไปเมื่อหลายปีก่อน เพราะเชื่อว่าเด็กหนุ่มอนาคตไกลและค่อนข้างมีวิสัยทัศน์ดีจะสามารถต่อยอดไร่ฟ้าครามได้อีกมากจากตอนแรกกลัวว่าพ่อจะไม่ชอบ ‘ว่าที่ลูกเขย’ ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าเธอนี่ละ! ยักษ์หัวเน่าที่แท้จริง!?“นึกไม่ถึงเลยนะครับ ว่าจะเป็นคนรู้จักกันทั้งนั้น”เขยขวัญของพ่อยักษาว่าด้วยรอยยิ้ม“จริง! ตอนแรกลุงก็นึกว่าไอ้ตัวแสบไปคว้ามนุษย์นี่ไหนมา? พอเห็นว่าเป็นคราม...ลุงก็คิดได้เลยว่าครามนี่ซวยจริง ๆ”แสนหลงที่นั่งกินขนมดูทีวีอยู่กับพี่สาวทั้งสองตนแอบมองค้อนจนตาแทบกลับ ต่างจากบรรดาพี่สาวที่กำลังกลั้นขำอย่างสุดความสามารถ“ไม่หรอกครับ ผมโชคดีมากกว่าที่ได้เจอลูกสาวคุณลุง”“อย่ามั่นใจไปนะตาคราม ป้าเป็นแม่แท้ ๆ ก็ยังไม่กล้ารับประกันเลย”คราวนี้แสนเสน่ห์ก็เหมือนจะย้ายข้างไปเชียร์เขยขวัญอีกตน“ผมมั่นใจครับ







