LOGINไม่จริง..ไม่จริงหยุดเต้นนะไอหัวใจบ้า!..ไม่สิถ้าหยุดเต้นฉันก็ตายสิย่ะเต้นเบาๆก็พอเพราะตอนนี้มันเหมือนกับหัวใจฉันจะหลุดออกมาจากตัวเลย
“อาจจะเป็นฉัน”งั้นหรอบ้าจริงนายที่บอกว่าเกลียดฉันเนี่ยนะจะมาชอบคนอย่างฉันไม่มีทางหรอกเพราะฉันยังจำได้ดีในวันนั้นวันที่นายพูดขึ้นมากับปากตัวเองว่านายเกลียดฉันน่ะ
-ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน-
“ไอหอมมายังเพื่อนกูมาแล้ว”
“ใกล้ถึงแล้วรถติดอ่ะโทษทีนะ”
“เคๆรออยู่ในร้านนะ”
“อืมๆ”ฉันรีบเก็บมือถือใส่กระเป๋าก่อนจะวิ่งไปยังร้านอาหารที่นัดกันไว้ทันทีวันนี้เป็นวันที่ไอวินเพื่อนสนิทตั้งแต่เด็กของฉันจะแนะนำเพื่อนคนใหม่ให้รู้จักที่จริงมันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับชีวิตฉันหรอกว่าไอวินจะมีเพื่อนเป็นใครบ้างแต่ครั้งนี้เราเลือกที่จะเรียนมหาลัยเดียวกันแม้จะต่างคณะไอวินเลยอยากให้ฉันรู้จักเพื่อนของมันไว้เพื่อมีเรื่องอะไรจะได้ขอความช่วยเหลือจากเพื่อนมันได้ในตอนที่มันไม่อยู่
“ไอวินกูมะ..”
“ผู้หญิง?ไม่เห็นบอกเลยว่าเพื่อนที่มาจะเป็นผู้หญิง”ฉันนิ่งไปทันทีก่อนจะหยุดชะงักมองไอวินและผู้ชายคนนึงที่กำลังนั่งหันหลังให้ฉันอยู่
“คนนี้เพ่ือนจริงๆเพื่อนตั้งแต่เด็กแล้ว”
“มึงก็รู้ว่ากูไม่ชอบผู้หญิงมาเกาะแกะอยู่ใกล้ๆ”น้ำเสียงปนหงุดหงิดของเขาทำเอาใจฉันสั่นทันที
“กูสาบานนี่เพื่อนกูจริงๆไม่ใช่ผู้หญิงที่มาขอร้องให้กูได้ใกล้ชิดมึงเหมือนครั้งที่แล้วแน่นอน”ไอวินเอ่ยบอกกับอีกฝ่ายด้วยสีหน้าจริงจังแต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือเสียงถอนหายใจอย่างหงุดหงิด
ทำไงดียังไม่ได้เจอหน้ากันเลยเขาก็เกลียดฉันที่เป็นผู้หญิงซะแล้ว
“อ่าวไอหอมทางนี้!”
“อะเอ่อว่าไง”ฉันสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อจู่ๆไอวินก็เรียกฉันเสียงดังฉันยกมือขึ้นทักทายพร้อมกับมองอีกฝ่ายที่ค่อยๆหันหน้ามามองฉันเราสองคนสบสายตากันเขาจ้องฉันเขม็งจนฉันต้องหลบสายตาไปทันที
“นี่ต้นหอมเพื่อนกูเอง”
“เอ่อหวัดดีเราต้นหอม..”ฉันเอ่ยทักทายเขาอย่างประหม่าแต่ให้ตายเถอะไอวินหน้าแบบแกทำไมถึงมีเพื่อนหน้าตาหล่อแบบนี้ล่ะดูจากหน้าแล้วคงไม่ใช่ไทยแท้อย่างแน่นอน
“ฉันเซย์จิ”
“เป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นหรอ”ฉันเอ่ยถามคือหน้าเขาก็บอกอยู่แหละว่าไม่ไทยแท้แน่นอนแถมชื่อก็ยังพอเดาประเทศได้แต่ฉันแค่อยากคุยกับเขาเฉยๆน่ะ
“อืม”เจ้าตัวเอ่ยตอบสั่นๆหลังจากนั้นเราก็สั่งอาหารมากินซึ่งจานหลักของทุกคนจะเป็นข้าวส่วนจานรองเป็นพวกซูชิและปลาดิบอ๋าร้านอาหารที่มาทานกันก็ร้านญี่ปุ่นแหะ
“ไอวินแกคีบปลาดิบตรงนั้นให้หน่อยสิ”ฉันหันไปบอกไอวินด้วยน้ำเสียงที่เบาที่สุดเพราะ
“ไม่คีบเองวะ”ไอวินหันมาถามฉันด้วยสีหน้าหงุดหงิดแต่คือฉันไม่กล้าไงเพราะปลาดิบมันอยู่ใกล้ๆกับเซย์จิพอดีคือฉันนั่งข้างไอวินส่วนเซย์จินั่งตรงข้ามกับไอวินส่วนตรงข้ามฉันโล่งจ้า
“เอาไปสิ”ฉันว่าฉันพูดเบาแล้วนะแต่เซย์จิรู้ได้ยังไงว่าฉันต้องการปลาจานนั้น
“ขะขอบใจ”ฉันเอ่ยบอกอย่างเกร็งๆบางครั้งเซย์จิก็เอาแต่จ้องฉันจนฉันกินข้าวไม่ลงเลยอ่ะเขาไม่ชอบฉันขนาดนั้นเลยหรอแค่เพราะฉันเป็นผู้หญิงเนี่ยนะ
“ฉันกินเพลินเลยเดี๋ยวสั่งให้อีกจานนะ”ฉันเอ่ยขึ้นอย่างรู้สึกผิดที่กินปลาดิบคนเดียวจนเกือบหมดไอวินไม่ค่อยกินอยู่แล้วแต่ปลาดิบน่ะมันคือของโปรดฉันเลยก็เลยเผลอกินไปเยอะเลยน่ะสิน่าอายจังเซย์จิกินไปได้ไม่กี่ชิ้นเอง
“ไม่ต้อง..ที่เหลือเธอเอาไปกินเถอะฉันไม่กินแล้ว”เซย์จิเอ่ยขึ้นก่อนจะดันจานเข้าใกล้ฉันมากขึ้น
“ทำไมล่ะฉันสั่งเพิ่มให้ได้นะฉันเกรงใจที่ตัวเองเอาแต่กินอยู่คนเดียว”
“ฉันไม่ชอบปลาดิบน่ะ”ฉันนิ่งไปทันทีกับคำพูดของเขาไม่ชอบปลาดิบแต่สั่งปลาดิบจานใหญ่มาทั้งๆที่ไอวินก็ไม่ค่อยกินอะนะแต่เขาก็อาจจะไม่รู้ก็ได้นี่หน่าว่าไอวินมันไม่ค่อยชอบกินเลยเผลอสั่งมา
“ระหรองั้นก็ขอบใจนะ”ฉันเอ่ยขึ้นก่อนจะคีบปลาเข้าปากอย่างฟินๆหลังจากนั้นฉันก็นั่งฟังไอวินขอโทษเซย์จิที่เคยพาผู้หญิงมาและอ้างว่าเป็นเพื่อนให้มาอยู่ในกลุ่มด้วยกันจนสุดท้ายเซย์จิจับได้ว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่เพื่อนแต่เป็นคนที่แอบชอบเขาและขอร้องไอวินเพื่อที่จะได้อยู่ใกล้ๆ
“มึงลองมาเจอสายตาที่พวกนั้นมองกูบ้างไหมไอสายตาที่จับกูกินน่ะขนลุกจะตายไป”เซย์จิพูดออกมาอย่างนึกขยาดฉันที่ได้ฟังก็ยังขนลุกตามเลยมีผู้หญิงแบบนี้อยู่ด้วยสินะแต่ก็นะความรักมันเป็นเรื่องที่เข้าใจยากแหละ
“นายไม่ต้องห่วงนะเซย์จิฉันจะไม่ชอบนายอย่างแน่นอน!”ฉันเอ่ยขึ้นอย่างมั่นใจเพื่อให้เจ้าตัวประทับใจในคำพูดของฉันแต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือสายตาของเขาที่จ้องฉันเขม็ง
นี่เขาไม่เชื่อใจฉันสินะแงงT^T
“จะตั้งเป็นกฏเลยก็ได้ว่าต่อไปนี้ฉันจะไม่ชอบนายและจะไม่มองนายในฐานะอื่นที่ไม่ใช่เพื่อนเด็ดขาดหากฉันทำผิดกฏฉันจะหนีหายไปจากนายและจะไม่มาให้นายเห็นหน้าอีกเลยฉันสาบาน”ฉันพูดออกมาอย่างฉะฉานเพื่อให้อีกฝ่ายเชื่อมั่นในตัวฉัน
“อ่า..อืม”เซย์จิเอ่ยขึ้นเสียงเบาก่อนจะนั่งทานข้าวต่อเงียบๆโดยที่ฉันยังคงโดนจ้องมองจากสายตาของเซย์จิอยู่ตลอดนี่เขาเป็นคนที่เชื่อใจคนยากสินะ
“นี่เหม่ออะไรอยู่ถึงบ้านแล้ว”
“อะอ่าวหรอ..”ฉันดึงสติตัวเองกลับมาก่อนจะมองเซย์จิที่ช่วยฉันปลดเข็มขัดที่จริงฉันก็บอกแล้วว่าตัวเองไม่ได้เป็นอะไรแต่เซย์จิก็ไม่เชื่อพอฉันเลิกคลาสฉันก็เห็นเซย์จิกำลังนั่งรอฉันและบอกว่าจะมาส่งฉันที่บ้านเพราะเป็นห่วง
เขานี่แสนดีจริงๆอ่อนโยนและสุภาพบุรุษตรงสเปคฉันจริงๆเล้ย~น่าเสียดายที่เราสองคนไม่มีทางเป็นได้มากกว่าเพื่อนนี่สิ
“ไม่สบายหรอ?”มือหนาอังเข้ามาที่หน้าผากฉันใบหน้าหล่อของเซย์จิอยู่ห่างจากใบหน้าฉันแค่คีบจนฉันตกใจต้องรีบดันอีกฝ่ายให้ถอยออกไป
“มะไม่ได้เป็นอะไรว่าแต่เสื้อคลุมนี่ของนายที่ให้ฉันคลุมเมื่อวานรึเปล่าเปื้อนหมดเลยฉันคงโยนมันตอนเมาสินะนายซื้อจากที่ไหนล่ะฉันจะไปซื้อคืนมาให้” ฉันรีบเปลี่ยนเรื่องทันทีก่อนจะหยิบเสื้อคลุมที่เปื้อนขึ้นมาปัดๆแต่ปัดยังไงมันก็ยังไม่หายเปื้อนเลยกะว่าจะซื้อคืนให้แทน
“ไม่เป็นไร..”เซย์จิเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ
เขานี่เกรงใจฉันสินะ
“บอกมาเถอะราคาเท่าไหร่หรอฉันจะซะ..”
“ก็ไม่มากเท่าไหร่แค่4หมื่น5พันบาทถ้วนเท่านั้นเอง”มือของฉันสั่นทันทีก่อนจะหยิบเสื้อคลุมขึ้นมาดูด้วยมือที่สั่นเทานี่ฉันกล้าโยนของแพงๆแบบนี้ได้ยังไงกันกรี๊ดดยัยต้นหอมแกซวยแล้ว
“ไม่ต้องคิดมากหรอกฉันก็ว่าจะทิ้งพอดีมันเก่าแล้วน่ะ”เซย์จิเอ่ยขึ้นก่อนจะแย่งเสื้อคลุมไปจากมือฉันเก่าบ้าเก่าบออะไรนี่มันกลิ่นของใหม่ชัดๆและที่จริงแล้วเขาไม่ได้ทำหน้าเกรงใจฉันแต่เขาคงรู้แน่ๆว่ายังไงฉันก็ไม่มีปัญญาซื้อคืนเข้าได้
สมเพชตัวเองจริงๆ-.-
“ขอโทษนะเซย์..ฉันเอาแต่ทำให้นายเดือดร้อนตลอดเลยไม่ว่าจะผ้าเช็ดหน้าที่ให้ฉันเช็ดน้ำตาหรือให้เสื้อมาคลุมตอนหนาวหรือพาฉันมาส่งตอนเมาแถมยังทำเสื้อคลุมแพงๆของนายเปื้อนอีกฉันเอาแต่ทำให้เซย์เดือดร้อนตลอดเลย”ฉันพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเศร้าขนาดไอวินที่คบมาตั้งแต่เด็กมันยังไม่เคยช่วยเหลือฉันขนาดนี้มาก่อนเลยมีแต่ฉันนี่แหละต้องไปช่วยเหลือมัน
แต่เซย์จิเอาแต่ช่วยเหลือฉันตลอดเลยเขามักจะถามฉันเสมอว่าเป็นอะไรหรือเวลาไปกินข้าวด้วยกันก็ถามถึงสิ่งที่ฉันอยากกินตลอดเขาใส่ใจฉันมากจนฉันคิดว่าเขาน่าจะไม่เกลียดฉันแล้วแต่หัวใจของฉันที่กำลังหวั่นไหวนี่สิฉันจะทำยังไงดีฉันอาจจะเป็นคนผิดกฏที่ตัวเองตั้งเอาไว้เองก็ได้
แต่ฉันก็พยายามยับยั้งชั่งใจมาตลอดเพราะฉันไม่อยากเสียเซย์จิไปฉันเลยพยายามมองใครสักคนและพยายามหันไปสนใจคนนั้นแทนเพราะฉันยังอยากอยู่กับเขาฉันยังอยากที่จะอยู่คอยให้เขาถามคำถามกับฉันและแสดงความอ่อนโยนกับฉันอีกไปนานๆ
“ต้นหอม”เซย์จิเรียกชื่อฉันอย่างแผ่วเบาฉันค่อยๆเงยหน้าไปหาเขาก่อนที่จะ
จุ้บ~
“อื้อออ”ฉันเบิกตากว้างทันทีเมื่อจู่ๆเซย์จิก็เข้ามาจุ้บฉันก่อนจะผละตัวออกไปใบหน้าหล่อจ้องมองฉันอย่างอึกอักก่อนที่เขาจะพูดประโยคที่ทำให้ฉันอยากจะกรี๊ดออกมาอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยินทันที
“ฉันชอบเธอ”
3เดือนต่อมา“ครับๆรักกันเข้าไปครับ..ต่อให้กูอ้วกตรงนี้พวกมึงก็คงไม่สนใจกูหรอกใช่ไหม”ฉันมองไอวินที่มันบ่นอะไรของมันก็ไม่รู้มาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วเป็นฝ่ายอกหักและเรียกฉันกับเซย์จิที่งานยุ่งทั้งคู่มานั่งดื่มแท้ๆยังจะมาบ่นอีกฉันก็แค่นั่งป้อนของกินให้เซย์จิเองหวานกันตรงไหน“มึงเป็นเด็ก3ขวบหรอที่จะมาอ้วกไม่เป็นที่เป็นทางอ่ะ”ฉันเอ่ยบ่นมันดูจากสภาพคงจะหนักเอาการแต่ก็อย่างว่าผู้หญิงคนไหนจะทนอยู่กับความใบโพล่าของมันได้กันแถมยังไม่ค่อยมีเวลาให้อีกเล่นไปเจอเขาเดือนละครั้งงี้ผู้หญิงคนไหนจะทนคบ“เออกูมันทำอะไรก็ผิดไปหมดนั่นแหละ!”ไอวินเพ้ออีกครั้งซึ่งฉันกับเซย์จิก็ได้แต่ส่ายหัวอย่างเพลียๆ“ยังไม่เสร็จอีกหรอ?”ฉันละความสนใจจากไอวินปล่อยให้มันเพ้อไปแบบนั้นแหละเดี๋ยวก็ซัดเหล้าจนเมาหลับไปเองแต่เซย์จินี่สิแม้ขนาดอยู่ร้านเหล้าเขายังคงนั่งทำงานอยู่เลยมือไม่ว่างจนฉันต้องมาป้อนข้าวเขาแทนเนี่ย
กึกๆกักๆฉันค่อยๆลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงรบกวนแปลกๆภายในห้องมืดสนิทดูจากที่ฉันไม่รู้สึกปวดเมื่อยใดๆแล้วแสดงว่าฉันคงหลับไปนานพอควรฉันค่อยๆลุกขึ้นก่อนจะคว้ามือถือมาดูและพบว่าตอนนี้เป็นเวลาเกือบจะ1ทุ่มแล้วกึกๆกักๆฉันขมวดคิ้วตอนแรกเสียงมันเงียบไปแล้วแต่ตอนนี้เสียงกลับมาดังอีกครั้งฉันเลยลุกออกจากเตียงแม้ว่าร่างกายยังคงระบมอยู่เล็กน้อยก็ตามทีแต่เสียงมันน่าสงสัยจนฉันอดที่จะอยากรู้ไม่ได้เลย“เซย์?”ฉันเอ่ยเรียกอีกฝ่ายหลังจากเดินมาอย่างไม่รู้ทางและพบว่าทางที่เดินมันก็มืดขึ้นเรื่อยๆนี่เขาเป็นคนมีตังที่ชอบประหยัดไฟรึไงกัน“เซย์นายอยู่แถวนี้รึเปล่า?”ฉันเอ่ยขึ้นอีกครั้งแต่ก็ยังคงไม่มีการตอบกลับใดๆฉันเลยเดินไปเรื่อยๆจนกระทั่งเห็นแสงสว่างที่ลอดมาจากใต้ประตูพอฉันยิ่งเข้าไปใกล้ฉันก็ได้ยินเสียงแปลกๆชัดขึ้น“อ๊าเซย์จิเดี๋ยวมีคนเห็
แกร้ก“เชี่ยใครวะ!”พลั่ก! ตุ้บ!ฉันค่อยๆลืมตาขึ้นมองดูความวุ่นวายด้วยสายตาเลื่อนลอยภาพของชายชุดดำจำนวนกี่คนก็ไม่รู้รู้แต่ว่าเยอะมากจนนับไม่หมดกำลังรุมทำร้ายหัวหน้าของฉันที่เสื้อผ้าหลุดรุ่ย“เป็นอะไรรึเปล่าครับ”ฉันมองผู้ชายที่ไม่เคยรู้จักในชีวิตมาก่อนเจ้าตัวเดินมาก่อนจะถอดเสื้อสูทมาคลุมหน้าอกเปล่ือยๆของฉันพร้อมกับถามอย่าสุภาพฉันไม่ได้ตอบเพราะยังคงรู้สึกมึนและงงเหมือนคนไม่มีสติหลังจากปล่อยจิตปล่อยใจไปตั้งแต่โดนมันถอดเสื้อแล้ว“ผมจะพาคุณไปหาคุณเซย์จินะครับ”ชายคนนั้นพูดขึ้นก่อนจะเข้ามาช้อนตัวฉันขึ้นอุ้มเพียงแค่ได้ยินชื่อเขาจิตใจฉันมันโล่งและสงบขึ้นจนสามารถที่จะปิดตาลงได้อย่างสนิทใจเซย์จิ PART“ต้นหอม..”ผมเอ่ยเรียกร่างบางที่ยังคงนอนหลับสนิทมือของผมลูบผมเธออย่างปลอ
เซย์จิ PART“ทำไงดีเซย์ต้นหอมรู้เรื่องแล้ว”ผมยังคงนั่งเอามือกุมขมับตลอดบอกตรงๆเลยว่าไม่โอเคสักนิดแถมตอนนี้ก็ยังหาต้นหอมไม่เจอเลยด้วยแม้ว่าผมจะส่งลูกน้องไปหาเธอรอบเมืองแล้วก็ตาม“มันทำอะไรไม่ได้แล้วปล่อยไปก่อนเถอะ”ผมเอ่ยบอกเสียงเรียบ“แต่..”“มินะผมขออยู่คนเดียวสักพักเถอะ”ผมเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเหนื่อยๆ“ก็ได้”สิ้นเสียงประะตูปิดลงผมก็ตบโต๊ะด้วยความโมโหทันทีเพราะลูกน้องพึ่งจะมารายงานว่าต้นหอมบินมาญี่ปุ่นแถมยังมาเจอซ็อตเด็ดจนหนีหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้อีกก๊อก ก๊อก ก๊อก“เข้ามา”“คุณต้นหอมกลับโรงแรมแล้วครับเธอกำลังเตรียมตัวบินกลับไทย”ผมถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกอย่างน้อยเธอก็ถึงโรงแรมอย่างปลอดภัยก่อนท
-สนามบิน-ตอนนี้ฉันอยู่ที่สนามบินเพื่อเตรียมตัวบินไปญี่ปุ่นในคืนนี้ซึ่งฉันก็พยายามติดต่อหาเซย์จิอยู่ตลอดแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้เลยจนปลงแล้วแหละคือฉันไม่รู้หรอกว่าทำไมต้องขาดการติดต่อไปเหมือนครั้งนั้นด้วยฉันเลยจะถามให้รู้ความไปเลยไงเผื่อเขาซุกลูกซุกเมียไว้ที่ญี่ปุ่นทำไงล่ะแม้ว่าเซย์จิจะไม่ใช่คนที่จะหลอกฉันแบบนี้ก็ตามที[ขออภัยผู้โดยสารทุกท่านทางสายการบินแจแปนแอร์ไลน์กำลังประสบปัญหาทำให้ไม่สามารถนำเครื่องบินออกได้..]ฉันนิ่งไปทันทีกับคำประกาศที่กำลังพูดอยู่ในตอนนี้และไม่ใช่แค่ฉันผู้โดยสารคนอื่นๆก็เช่นกันทุกคนต่างทำหน้าตาตกใจปนแตกตื่นไปหมดแล้วทำไมต้องมามีปัญหาเฉพาะสายการบินที่ฉันจะไปด้วยเนี่ย!2ชั่วโมงต่อมาโอเคตอนนี้ฉันกลับมาบ้านแล้วเพราะไม่สามารถบินได้ส่วนสายการบินอื่นที่พอจะบินไปต่อเครื่องไปญี่ปุ่นได้ก็โดนผู้โดยสารคนอื่นแย่งกันไปหมดฉันเลยจำใจลากกระเป๋ากลับบ้านแทนRrrrrดวงตาของฉันเบิกกว้างทันทีเมื่อเห็นชื่อของใครบางคนอยู่ที่มือถือของฉันและมันดันเป็นชื่อที่ฉันเฝ้ารอเขามาทั้งอาทิตย์“เซย์…นาย…ไอบ้าเอ้ย!หายไปไหนมาทำไมติดต่อไม่ได้!เซย์นายมันบ้าที่สุดเลยฮึก!”ฉันกดรับพร้อมกับระเบิดอารมณ์ออก
“อื้อเซย์”ฉันร้องครางออกมาเมื่อเซย์จิขบเม้มที่ลำคอของฉันเบาๆมือหนาซุกเข้ามาในเสื้อของฉันก่อนจะปลดตะขอบลาออกอย่างชำนาญ“หอม..ซี๊ดด..”ฉันมองใบหน้าหล่อที่เหเกเล็กน้อยจากการที่โดนฉันจับตรงนั้นของเขาฉันค่อยๆปลดกางเกงของอีกฝ่ายออกก่อนจะควักแก่นกายร้อนๆของเขาออกมาสาวขึ้นลง“อ๊าาาอื้ออ~”เซย์จิถอดเสื้อของฉันออกพร้อมกับใช้ปากดูดกลืนหน้าอกอย่างหื่นกระหายเขาทั้งบีบและนวดไปพร้อมกันจนฉันเสียวซ่านไปทั้งร่างกาย“ไม่ไหวแล้วหอมผมอยากใส่แล้ว”เซย์จิเอ่ยขึ้นเสียงกระเซ่าเขายันตัวลุกขึ้นก่อนจะเปิดลิ้นชักที่เดิมและหยิบถุงยางมาแกะสวมในระหว่างนั้นฉันก็อำนวยความสะดวกให้เขาโดยการถอดส่วนล่างออกให้เซย์จิจับฉันให้หันหลังพร้อมกับยกก้นฉันขึ้นในท่าหมาสวบบบ!“อ๊าาาาจุกอื้อออ!”ฉันเบิกตาโตทันทีเมื่อเซย์จิดันแก่นกายเข้ามารวดเดียวจนสุดไม่ต่างอะไรกับร่างสูงท
2วันต่อมาตอนนี้ฉันได้แต่นอนเปื่อยอยู่ในห้องและเฝ้ารองานใหม่กำลังติดต่อกลับมาแต่ก็ยังไร้วี่แววก็นะฉันพึ่งเรียนจบและเริ่มทำงานได้ไม่นานก็ต้องมาลาออกเพราะเจอหัวหน้างานลามกต้องขอบคุณเซย์จิอีกแล้วที่จัดการเรื่องของฉันให้หมดทั้งไปขนของที่
“ไอหอมแม่กูฝากแกงมะ…ไอเซย์จิ!”แผละ..ฉันมองถุงแกงที่ไอวินถือมาแตกต่อหน้าต่อตาพร้อมกับเจ้าตัวที่เบิกตาโตทันทีเมื่อเห็นเซย์จิ“ไงไอวิน..&
สวบบบบ“อื้ออออฮึก”“ชู่วววว”ฉันร้องไห้ออกมาโดยมีเซย์จิกอดปลอบไม่ห่างเจ้าตัวจูบเข้าที่ขมับของฉันก่อนไล้ไปตามใบหน้าอย่างอ่อนโยน“ยะอ
“อื้อออ..”“ตื่นแล้วหรอ”“เซย์!?”ฉันลุกพรวดขึ้นมาทันทีก่อนจะเบิกตากว้างมือของฉันรีบพุ่งไปจับยังใบหน้าที่ไม่ได้เห็นนานนับ2ปีเขาดูแปลกตาเล็กน้อยเหมือนจะดูคมเข้มขึ้นและดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นด้วย“อืม..ฉันเอง^^”เจ้าตัวทาบทับมือลงมายังมือที่ฉันจับหน้าเขาอยู่ก่อนจะระบายยิ้มบางอย่างอ่อนโยนพลันน้ำตาก็ไหลลงมา







