LOGIN
เสียงล้อกระเป๋าเดินทางที่บดลากไปกับพื้นกระเบื้องแกรนิตโต้มันวาวของตัวบ้าน ขัดจังหวะความเงียบสงบในยามบ่าย วันนี้เป็นวันที่แม่ต้องเดินทางไปดูงานที่ต่างจังหวัดเป็นเวลาสามวันเต็ม
และนั่นหมายความว่าบ้านหลังใหญ่ที่มีสวนร่มรื่นแห่งนี้จะเหลือเพียงแค่ฉัน... ‘แอน’ เด็กสาววัยยี่สิบปีที่กำลังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย กับผู้ชายอีกคนหนึ่งที่เพิ่งเข้ามาอยู่ในฐานะ ‘พ่อเลี้ยง’ ได้ไม่ถึงปี ‘ศรัณย์’ หนุ่มกลางคนวัยสามสิบแปดปี เขาเป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าคมคายคมสัน และมีเสน่ห์ดึงดูดบางอย่างจนบางครั้งฉันเองก็เผลอใจสั่น ทุกครั้งที่เขาเดินผ่าน กลิ่นน้ำหอมบผู้ชายผสมกลิ่นบุหรี่จาง ๆ มักจะทำให้ส่วนลึกในกายของฉันร้อนผ่าวอย่างห้ามไม่ได้ แม้จะรู้ดีว่าเขาคือคนของแม่ แต่สายตาที่เขาใช้มองฉันในบางคราวมันช่างเต็มไปด้วยประกายไฟที่พร้อมจะแผดเผา “แอน... แม่ไปแล้วนะ ลูกอยู่บ้านก็ล็อกประตูหน้าต่างให้ดี ๆ ล่ะ มีอะไรก็เรียกคุณศรัณย์เขานะลูก” เสียงของแม่ทิ้งท้ายขณะก้าวขึ้นรถตู้ของบริษัทที่มารับ “ค่ะแม่ เดินทางปลอดภัยนะคะ” ฉันโบกมือลาด้วยรอยยิ้มละมุน ทว่าในใจกลับเต้นระทึกอย่างประหลาดเมื่อหันไปสบตากับร่างสูงใหญ่ที่ยืนกอดอกอยู่ข้าง ๆ รถตู้ของแม่เคลื่อนตัวพ้นประตูรั้วอัลลอยด์สีเข้มไปแล้ว บรรยากาศรอบตัวพลันเปลี่ยนเป็นเงียบเชียบและอบอ้าวขึ้นมาทันตา ศรัณย์หันมามองฉัน สายตาคมกริบคู่ขนานกวาดมองตั้งแต่ใบหน้าเรียวรี ไล่ลงมายังลำคอระหง และหยุดนิ่งอยู่ที่ทรวงอกอวบหยัดภายใต้เสื้อยืดสีขาวพอดีตัว “แม่เราไปแล้ว... คราวนี้ก็เหลือแค่เราสองคน” น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาฟังดูมีนัยบางอย่างซ่อนอยู่ มันนุ่มลึกทรงพลังจนฉันรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว “ค่ะ... งั้นแอนขอตัวขึ้นห้องก่อนนะคะ พอดีมีรายงานต้องเคลียร์” ฉันแสร้งทำเป็นเอ่ยเสียงเรียบพลางหมุนตัวเดินขึ้นบันได ทว่าในจังหวะที่ก้าวเดิน ฉันจงใจบิดสะโพกกลมกลึงที่มีขนาดถึงสี่สิบสองนิ้วให้ส่ายไหวไปมาอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด ทราบดีว่าสายตาของคนข้างหลังกำลังจับจ้องมองตามก้อนเนื้อแน่นตึงนั้นอย่างไม่วางตา เมื่อเข้าสู่ห้องนอนส่วนตัว ฉันปิดประตูลงกลอนแล้วพิงแผ่นหลังเข้ากับบานไม้ หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำราวกับกลองรบ ร่างกายมันรุ่มร้อนตื่นตัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความเงียบและโอกาสที่ประจวบเหมาะเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ และฉันก็ไม่อยากปล่อยให้มันหลุดลอยไปโดยเปล่าประโยชน์ เวลาล่วงเลยไปจนถึงช่วงหัวค่ำ แสงอาทิตย์ลับขอบฟ้าเปลี่ยนเป็นความมืดมิด ภายในบ้านเปิดไฟสว่างไสว ฉันจงใจเดินลงมาที่ห้องแต่งตัวรวมและห้องน้ำชั้นล่างซึ่งอยู่ติดกับห้องทำงานของศรัณย์ ฉันรู้เวลาดีว่าช่วงเวลานี้เขาจะต้องออกมาหยิบเอกสารหรือดื่มกาแฟ ฉันจัดการอาบน้ำชำระร่างกายจนเนื้อตัวหอมฟุ้งไปด้วยกลิ่นสบู่เหลวกลิ่นพีชอ่อน ๆ เมื่อก้าวออกจากห้องน้ำ ฉันเลือกที่จะไม่สวมใส่เสื้อผ้าชิ้นใดเลย มีเพียงผ้าขนหนูผืนสีขาวนุ่มขนาดปานกลางที่พันรอบอกอวบอิ่มเอาไว้หลวม ๆ ปลายผ้าสั้นเต่อจนแทบจะปิดก้นงอนงามไม่มิด ทุกย่างก้าวที่เดินผ่านหน้ากระจกบานใหญ่ในห้องแต่งตัว เผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนและส่วนเว้าส่วนโค้งที่ยั่วยวนตา ฉันยืนอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง แสร้งทำเป็นหวีผมยาวสลวยที่เปียกชื้น โดยที่ประตูห้องแต่งตัวนั้นแง้มเปิดเอาไว้เล็กน้อย... จงใจเปิดโอกาสให้คนที่เดินผ่านไปมาสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน และแล้ว เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ที่คุ้นเคยก็ดังใกล้เข้ามา หัวใจของฉันกระตุกวูบ ลมหายใจเริ่มติดขัดเมื่อเงาร่างสูงใหญ่ของศรัณย์ปรากฏขึ้นที่หน้ากรอบประตู เขาหยุดชะงักทันทีที่สายตาทอดมองเข้ามาเห็นฉันที่กำลังอวดเรือนร่างอันงดงามด้านใน ศรัณย์ยืนนิ่งราวกับถูกสาป ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนเป็นประกายขุ่นมัวด้วยไฟราคะที่ถูกจุดขึ้นอย่างรวดเร็ว ลำคอแกร่งของเขาขยับขึ้นลงจากการลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ “อุ๊ย! คุณศรัณย์... มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ แอนไม่ทันได้ยินเสียงเลย” ฉันเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าที่แสร้งทำเป็นตกใจ ทว่าสายตากลับทอดมองเขาอย่างมีประกาย “เพิ่งมา... พอดีจะไปเอาน้ำดื่ม” เขาตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า สายตาไม่ยอมละไปจากเนินเนื้อขาวผ่องที่โผล่พ้นขอบผ้าขนหนูขึ้นมาแม้แต่วินาทีเดียว “อ๋อ... งั้นแอนขอโทษทีนะคะที่ทำให้ตกใจ พอดีลืมหยิบชุดเข้ามาเปลี่ยนน่ะค่ะ” ฉันพูดพลางหมุนตัวหันมาเผชิญหน้ากับเขาโดยตรง การขยับกายอย่างรวดเร็วทำให้นมสองเต้าเบียดชิดกันจนเห็นร่องลึกชัดเจน ศรัณย์ก้าวเข้ามาในห้องแต่งตัวหนึ่งก้าวอย่างลืมตัว ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงาน บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความต้องการที่ซ่อนเร้นมานานแสนนาน “แอน... โตขึ้นมากเลยนะ” ศรัณย์เอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาต่ำและสั่นพร่าอย่างเห็นได้ชัด สายตาจับจ้องที่ลาดไหล่เนียนใสและไหปลาร้าที่ดูบอบบางทว่าน่ากัดกิน “โตพอที่จะ... ทำอะไรหลาย ๆ อย่างได้แล้วค่ะ” ฉันตอบกลับพร้อมรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก นัยน์ตากลมโตฉายแววท้าทายอย่างชัดเจน ความกลัวในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้นท้าทายศีลธรรมอันดีงาม ศรัณย์สูดลมหายใจเข้าลึก มือหนาที่ข้างลำตัวกำแน่นคล้ายกำลังต่อสู้กับสัญชาตญาณดิบในกาย “แอนรู้ไหมว่าพูดแบบนี้มันอันตราย... โดยเฉพาะเวลาที่อยู่กับผู้ชายสองต่อสองแบบนี้” “แล้วคุณศรัณย์... เป็นผู้ชายที่อันตรายหรือเปล่าคะ?” ฉันแกล้งถามพลางก้าวเท้าเข้าหาเขาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างเราลดลงจนได้กลิ่นกายของกันและกัน สายตาของพ่อเลี้ยงหนุ่มแปรเปลี่ยนเป็นความดุดันดั่งนักล่าที่เห็นเหยื่อรสโอชะอยู่ตรงหน้า ขีดจำกัดความอดทนของเขากำลังจะสิ้นสุดลงเพราะท่าทางยั่วยวนของลูกเลี้ยงสาวอย่างฉันเสียงเครื่องสักยังคงสั่นดังหึ่ง...เบา ๆ ท่ามกลางความเงียบงันของห้อง กรณ์ตั้งสมาธิอยู่กับการเดินเข็มอย่างระมัดระวังบนยอดปทุมถันข้างขวาของลูกค้าสาวสวยที่นอนแผ่กายเปลือยเปล่าอยู่บนเตียงสัก แรงสั่นจากเข็มที่กระทบลงบนผิวเนื้อบอบบางทำให้เธอสะดุ้งตัวโยน เม็ดลูกเกดชูชันเกร็งสู้ปลายเข็มด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความเจ็บจี๊ดแปลบปลาบและความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วสันหลัง หญิงสาวกัดริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด มือเรียวทั้งสองข้างจิกกำผ้าปูเตียงสักไว้จนยับย่น ลมหายใจของเธอกระชั้นชิดขึ้นเรื่อย ๆ หน้าอกอวบอิ่มกระเพื่อมไหวตามจังหวะการหายใจเข้าออก เมื่อปลายเข็มลากผ่านผิวเนื้อสีระเรื่อ เสียงครางหวานหูที่พยายามกลั้นไว้ก็เล็ดลอดออกมาจากลำคอระหง “อื้อ... เจ็บจังค่ะพี่... แต่อื้อ... เสียว...” กรณ์เหลือบสายตามองใบหน้าหวานที่กำลังเคลิบเคลิ้มด้วยความเสียวซ่าน เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผมและเนินอกขาวเนียนของหญิงสาว ภาพตรงหน้าทำเอาช่างหนุ่มต้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ด้วยความยากลำบาก ความแนบชิดทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ เต้าอวบอิ่มของลูกค้าสาวทั้งใหญ่และเนียนละเอียดราวน้ำนม ยิ่งมองยิ่งทำให้ส
เสียงกระดิ่งลมหน้าร้านสั่นกริ๊งแผ่วเบา ท่ามกลางบรรยากาศช่วงบ่ายแก่ ๆ ภายในร้านสักย่านชุมชนที่ตกแต่งด้วยโทนสีดำและไฟส้มสลัว ‘กรณ์’ ชายหนุ่มวัย 27 ปี เจ้าของร้านสักฝีมือประณีต กำลังนั่งเช็ดอุปกรณ์เข็มและทำความสะอาดเครื่องสักอยู่หลังเคาน์เตอร์หลังจากเพิ่งสักลูกค้าคนล่าสุดเสร็จไป ทันใดนั้นเงาร่างของหญิงสาวคนหนึ่งก็เดินเก้ ๆ กัง ๆ เข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าร้าน เธอสวมเสื้อฮู้ดตัวโคร่งแต่ทว่าใบหน้ากลับแดงก่ำ แววตาลุกลี้ลุกลนเหมือนคนกำลังตัดสินใจเรื่องคอขาดบาดตายบางอย่างกรณ์วางสำลีในมือลงแล้วเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มต้อนรับตามมารยาท“สวัสดีครับ สนใจดูแบบรอยสัก หรืออยากให้ผมออกแบบลายไหนเป็นพิเศษไหมครับ เข้ามาด้านในก่อน ๆ” เสียงทุ้มเอ่ยถามออกไป แต่ทว่าหญิงสาวคนนั้นกลับยิ่งก้มหน้าหลบสายตา มือเล็ก ๆ ขยุ้มชายเสื้อฮู้ดเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่าเธอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้เคาน์เตอร์มากขึ้น กวาดสายตามองซ้ายมองขวาเหมือนกลัวว่าจะมีใครได้ยิน แล้วโน้มตัวลงกระซิบเสียงแผ่วจนแทบไม่ได้ยิน “เอ่อ... พี่คะ... คือว่า... หนูอยากสักตรงนั้น พี่รับสักมั้ยคะ?”กรณ์ชะงักไปชั่วขณะ ขมวดคิ้วด้วยความงุน
“เฮือก! อื๊ออออ!” ฉันเบิกตากว้างเกือบร้องเสียงหลงเมื่อท่อนเนื้อกระทุ้งเข้าชนมดลูกจนจุกและเสียวไปทั้งร่าง ทว่ายังไม่ทันได้เปล่งเสียงออกไป ฝ่ามือหยาบของน้าชัยก็เอื้อมมาตะปบปิดปากของฉันไว้แน่น ดันร่างของฉันให้แนบไปกับแผงสุ่มไก่ทว่าก็ต้องเสียวสันหลังวาบ เมื่อจู่ ๆ เสียงของพ่อก็ตะโกนไล่หลังมาจากใต้ถุนบ้านดังลั่นข้ามฝั่งมาดื้อ ๆ“เฮ้ยไอ้ชัย! ซ่อมสุ่มไก่เสร็จยังวะ! ช้าฉิบหาย เดี๋ยวเสร็จแล้วเดินมาแดกเหล้าต่อกับกูนี่มา!”ใจของฉันวูบไปที่ตาตุ่ม ตัวเกร็งขึงด้วยความหวาดกลัวจนน้ำตาเล็ด ร่องเนื้อสาวบีบรัดตอดท่อนเอ็นของน้าชัยแน่นจนน้าชัยซี้ดปากครางลั่นในลำคอ สายตาของฉันคอยชำเลืองมองผ่านมุ้งลวดสุ่มไก่กลัวพ่อจะเดินมาดู ทว่าน้าชัยกลับกระตุกยิ้ม ดันเอวสอบขยับซอยท่อนเนื้อเข้าออกร่องสาวของฉันเบา ๆ พลางกระซิบ“เงียบไว้... ร้องออกไปกูเย็ดหีฉีกแน่”น้าชัยสูดหายใจลึก ตะโกนตอบพ่อกลับไปด้วยน้ำเสียงนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ใกล้เสร็จแล้วพี่! เหลือตอกตะปูอีกสองสามตัว! พี่กินรอเลย เดี๋ยวผมตามไป!” พริบตาที่สิ้นเสียงตอบ น้าชัยก็เริ่มกระ
แสงแดดจัดยามบ่ายโมงแผดเผาลงมาจนใบมะพร้าวและกอไผ่หลังบ้านสวนลู่แห้ง อากาศร้อนอบอ้าวชวนให้เนื้อตัวเหนียวเหนอะหนะจนแสบผิว พ่อนั่งก๊งเหล้าขาวอยู่ใต้ถุนบ้านไม้หลังเก่าส่งเสียงคุยจ้อกับพวกผู้ใหญ่บ้านไม่ขาดสาย ทันใดนั้นพ่อก็ตะโกนเรียกฉันเสียงดังลั่นบ้าน“อีอิง! ตักน้ำแข็งใส่แก้วแล้วเอาเหล้าขาวขวดใหม่ไปส่งให้ไอ้ชัยมันหลังบ้านหน่อยซิ! มันกำลังซ่อมหลังคาเล้าไก่ชนอยู่ท้ายสวนนู่น!”ฉันสะดุ้งโหยงแสร้งทำเป็นขานรับเสียงอ่อย หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำรัวขึ้นมาทันทีที่ได้ยินชื่อของน้าชัย ชายจอมหื่นที่เพิ่งบรรเลงฉากสยิวกับฉันเมื่อวานนี้ ฉันอยู่ในชุดเสื้อคอกระเช้าสีส้มสดเนื้อบางเฉียบโชว์เนินอกขาวผ่อง คู่กับกางเกงสั้นกุดเอวยางยืดหลวม ๆ ร่องเนื้อสาวอุ่นนุ่มเริ่มขยับตอดรัดตึบ ๆ ทันที มีหยาดน้ำหวานใสซึมเยิ้มออกมาจนเสียววาบฉันถือแก้วพลาสติกใส่น้ำแข็งและขวดเหล้าขาวก้าวขาเดินเลี่ยงออกมาทางหลังบ้าน มุ่งหน้าสู่เล้าไก่ชนที่ตั้งอยู่ใต้ร่มเงาต้นมะม่วงใหญ่ท้ายสวน เสียงไก่ชนในสุ่มขันสลับกับเสียงค้อนตอกตะปูดัง ปึก... ปึก... บ่งบอกว่าน้าชัยกำลังทำงานอยู่ ด้านในเล้าไก่ล้อมด้วยมุ้งลวดตาข่ายเก่า
ฝ่ามือหนาของเขาเปลี่ยนเป็นอุดปากและกดใบหน้าของฉันลงกับหลังตู้ เพื่อเก็บเสียงครางไม่ให้ลอดออกไปถึงชานหน้าบ้าน สะโพกผายของฉันส่ายร่อนรับแรงอัดกระแทกอันป่าเถื่อนจนร่างระหงสั่นโยกไหวตามแรงอย่างหมดสภาพ เนื้อนุ่มบีบตอดหัวบานของเขาแน่น“ซี้ดดด...เป็นไงอีอิง เสียวดีไหม” น้าชัยสบถสะท้อนอารมณ์ดิบเขาขยับเอวซอยจังหวะถี่รัว ท่อนเนื้อใหญ่ยาวเข้าออกรูสวาทบดบี้จุดเสียวภายในซ้ำ ๆ จนฉันสมองขาวโพลน ตาพร่าเลือนบิดกายสั่นพะเยิบพะยาบ ความเสียวซ่านแล่นจนถึงขีดสุด ช่องทางรักบีบตอดแกนกายของเขาแน่น สะโพกผายของฉันแอ่นรับแรงกระแทก ฉันถึงสวรรค์ไปแล้วแต่น้าชัยยังไม่หยุดซอย ด้วยความใหญ่ยาวของเขาทำให้ฉันตอดรัดจนเสร็จอีกรอบ และฉี่พุ่งออกมาพร้อมน้ำรักน้าชัยซี้ดปากคำรามลั่นกดสะโพกกระแทกย้ำ ๆ ถี่ ๆ ก่อนจะฉีดพ่นหยาดน้ำรักสีขาวขุ่นจนไหลออกมาตามเรียวขาฉันเสียวเหลือเกิน... เสียงเครื่องเย็บผ้าของแม่ด้านนอกยังคงดังต่อเนื่องแสดงว่าแม่ยังไม่เอะใจเรื่องราวลามกที่เกิดขึ้นในครัว น้าชัยถอนท่อนเนื้ออันใหญ่ออกช้า ๆ สองร่างหอบหายใจเฮือกใหญ่ ทว่าหนุ่มใหญ่ผู้ไม่รู้จักอิ่มเอิบก
ไอแดดยามเที่ยงวันแผดเผาลงมาตรงชานบ้านสวนริมคลองจนต้นมะม่วงและกอไผ่ลู่เอนตามลมร้อน บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องจักรเย็บผ้าของแม่ที่ดัง ตึก... ตึก... ตึก... อยู่ตรงชานหน้าบ้านอย่างสม่ำเสมอ พ่อออกไปล้อมวงก๊งเหล้าขาวกับพวกผู้ใหญ่บ้านที่ท้ายหมู่บ้านตั้งแต่ช่วงสาย ทิ้งให้ฉันอยู่บ้านเฝ้าครัวหลังบ้านเพียงลำพังฉันชื่ออิง สาวบ้านสวนวัยขบเผาะที่ซ่อนความเร่าร้อนไว้ใต้ผ้าถุงผืนบางสีสด วันนี้อากาศร้อนจัดจนเหงื่อซึมตามร่องอกอวบ ฉันเลือกสวมเสื้อคอกลมตัวสั้นสีขาวเนื้อบางเฉียบ คู่กับผ้าถุงผืนเก่าที่มัดปมไว้หลวม ๆ ตรงเอวคอดแกร๊ก...เสียงเปิดประตูครัวหลังบ้านทำเอาฉันเสียววาบ หันไปมองทันที ร่างสูงใหญ่กำยำ ผิวเข้มคร้ามแดดของน้าชัยปรากฏตัวขึ้น น้าชัยเป็นเพื่อนสนิทรุ่นน้องของพ่อ มีอาชีพเป็นช่างตัดไม้ ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามแน่นและรอยสักดุดันเต็มแผ่นหลังและท่อนแขน วันนี้เขาเดินนุ่งกางเกงขาสั้นตัวเดียว เปลือยท่อนบน โชว์แผงอกที่มีไรขนและเหงื่อไหลซึม กลิ่นกายชายหนุ่มโชยเข้าจมูกจนฉันลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่“อ้าว... น้าชัย พ่อไม่อยู่นะคะ ออกไปตั้งวงท้ายหมู่บ้านนู่นแล้ว” ฉันแกล้งเอ่ยเสียงหวานอ่อย ข
และแล้ว วินาทีที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่างก็มาถึง... ฉันแสร้งทำเป็นเอื้อมมือไปหยิบโลชั่นบำรุงผิวที่วางอยู่บนชั้นวางของสูง ทว่าในจังหวะที่ยกแขนขึ้น ปมผ้าขนหนูที่พันรอบอกไว้หลวม ๆ ก็คลายตัวออกอย่างพอดิบพอดี‘ฟึ่บ...’ผ้าขนหนูผืนสีขาวร่วงหล่นลงไปกองกับพื้นห้องแต่งตัวอย่างนุ่มนวล เผยให้เห็นเรือนร่างเป
แสงแดดยามบ่ายอันอบอ้าวของวันต่อมาสาดส่องผ่านบานกระจกใสรอบห้องนั่งเล่น บรรยากาศในบ้านเงียบสงัดทว่ากลับอบอวลไปด้วยมวลความต้องการที่ซ่อนเร้น หลังจากผ่านพ้นค่ำคืนอันเร่าร้อนในห้องมืดมาได้ ร่างกายของฉัน ‘แอน’ ก็ดูเหมือนจะตื่นตัวและรุ่มร้อนอยู่ตลอดเวลา ทุกสัมผัสของศรัณย์ยังคงฝังลึกอยู่ในมโนสำนึกจนฉุดรั้ง
เขาพูดเสียงกระเส่าพลางส่งมือหนาลงไปลูบไล้หน้าท้องเนียนแผ่วเบา ก่อนจะค่อย ๆ เลื่อนต่ำลงไปยังเนินเนื้อโหนกนูนกึ่งกลางกายสาวที่บัดนี้เริ่มมีหยาดน้ำหวานใสหลั่งไหลออกมาต้อนรับการมาเยือนของเขาเพียงแค่นิ้วแกร่งสัมผัสถูกจุดอ่อนไหวแผ่วเบา ร่างกายของฉันก็กระตุกวูบ ความเสียวสะท้านแล่นริ้วขึ้นมาจนต้องจิกเล็บล
ความร้อนผ่าวจากบทเรียนแรกในห้องแต่งตัวเมื่อตอนหัวค่ำยังไม่ทันจางหายไปจากผิวเนื้อ ซ้ำร้ายบรรยากาศภายนอกบ้านในช่วงดึกยังแปรเปลี่ยนเป็นปั่นป่วน เสียงสายลมกรรโชกแรงพัดเอาใบไม้ในสวนปลิวว่อน ก่อนที่เมฆฝนก้อนใหญ่จะเคลื่อนตัวเข้าปกคลุมจนท้องฟ้ามืดสนิท พายุฤดูร้อนกำลังตั้งเค้า และมันมาพร้อมกับสายฝนชุดแรกที







