LOGIN“ผมขอโทษครับคุณพ่อ ผมดูแลเธอไม่ดีเอง ผมจะรับผิดชอบทุกอย่างครับ หลังจากนี้ผมจะดูแลเธอให้ดีที
“เอ่อ...ขอน้ำหน่อยได้มั้ยคะ” เมื่อไม่รู้จะพูดอะไร เพราะยังเขินกับเรื่องที่ได้ยินอยู่ ก็คงต้องแก้ปัญหาด้วยบทละครที่เขียนเป็นประจำแล้วล่ะนิต้าหันไปรินน้ำใส่แก้วมาให้ฉัน ในขณะที่แม่เข้ามาพยุงให้ฉันนั่งขึ้นพร้อมกับที่พ่อกำลังปรับเตียงให้หัวเตียงตั้งขึ้นมาให้ฉันสามารถนั่งพิงและดื่มน้ำได้สะดวก ทุกคนดูจะมีหน้าที่ของตัวเองยกเว้นคุณหมอที่ยืนมองนิ่งๆ อยู่ที่ปลายเตียง และในขณะที่ฉันกำลังยกน้ำขึ้นดื่ม ภายในห้องเงียบสงัด ยิ่งทำให้ฉันเกร็งจนดื่มน้ำผิดจังหวะสำลักออกมา“ค่อยๆ สิ ระวังหน่อย” แม่หยิบทิชชูมาช่วยเช็ดปากให้“เอ่อ...อัยย์ไม่เป็นอะไรแล้วล่ะค่ะ รู้สึกดีขึ้นแล้วทุกคนไม่ต้องห่วงนะคะ” หลังจากหายสำลักแล้ว ฉันมองหน้าทุกคนและบอกอาการเพื่อไม่อยากให้ทุกคนเป็นห่วง“เดี๋ยวผมไปตามหมอวัตมาก่อนนะครับ ให้ตรวจอีกซักหน่อย ถ้าไม่เป็นไรแล้วก็ทำเรื่อง พรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้ครับ” ในที่สุดภีมก็พูดขึ้นมา“กลับวันนี้เลยไม่ได้เหรอ เราไม่เป็นอะไรแล้วจริงๆ” ฉันแย้งเพราะไม่อยากนอนค้างที่โรงพยาบาลแล้ว“วันนี้เย
“ผมขอโทษครับคุณพ่อ ผมดูแลเธอไม่ดีเอง ผมจะรับผิดชอบทุกอย่างครับ หลังจากนี้ผมจะดูแลเธอให้ดีที่สุดครับ” ผมรีบตอบเพื่ออยากแสดงความรับผิดชอบที่ทำให้เธอเสียใจจนกระทบกับร่างกาย และอยากขอโอกาสให้ได้ดูแลเธอต่อไป“อะไรนะภีม นี่ตกลงอัยย์ไม่ได้แค่เป็นลมเพราะพักผ่อนน้อยเหรอ ทำไมภีมต้องรับผิดชอบอะไร” แม่อัยย์ที่ได้ยินผมพูดกับพ่อแบบนั้นก็ตกใจ ถึงกับลุกจากที่นั่งแล้วเดินมาทางผมผมเริ่มทำตัวไม่ถูก ต้องยอมรับว่าในใจรู้สึกกลัวว่าพ่อกับแม่อัยย์จะโกรธจนอยากกีดกันไม่ให้ผมยุ่งเกี่ยวกับลูกสาวคนเดียวของท่าน ถ้าเกิดเป็นแบบนั้นจริงๆ ผมคงต้องเร่งให้ถึงขั้นตอนสุดท้ายให้เร็วที่สุดถึงแม้ว่าตอนนี้อัยย์ยังคงหลับอยู่ และเราก็ยังสรุปเรื่องปัญหาที่ผ่านมาของเราไม่ได้เลย อัยย์ยังไม่ให้คำตอบผมว่าเรายังคบกันอยู่เหมือนเดิมหรือไม่ แต่เรื่องถึงพ่อแม่เธอแบบนี้แล้ว ผมคงไม่รอให้เธอตื่นขึ้นมาให้คำตอบ ผมต้องแสดงความจริงใจกับพ่อแม่ของเธอก่อนดีที่สุดเมื่อในหัวผมคิดวิเคราะห์พิจารณาสถานการณ์จนได้ข้อสรุปให้ตัวเองแล้ว ผมก็เริ่มเดินหน้
เมื่อถึงหน้าร้าน นิต้าหยุดและให้ฉันเป็นคนเดินนำเข้าไปด้านในเป็นคนแรก เธอกับหมอวัตจึงค่อยเดินตามหลังเข้ามา แค่ก้าวพ้นประตูเข้าไปในร้านฉันก็ได้ยินเสียงภีมทันที“อัยย์” ฉันเห็นเขารีบเดินมาจากโต๊ะที่อยู่ริมหน้าต่างร้าน ตรงมาที่เราสามคน แต่เมื่อมายืนตรงหน้าฉัน เขาเอาแต่มองหน้าฉันนิ่งไม่พูดอะไรออกมาซักคำ ส่วนฉันเองก็ไม่รู้จะเปิดปากพูดอะไร จนนิต้าต้องเป็นคนแรกที่ทำลายความเงียบลง“หมอภีมคะ ชั้นคุยกับอัยย์แล้วว่าอยากให้เธอลองฟังคุณอธิบายก่อน ไม่อยากให้เชื่อแค่คำพูดคนอื่นและคิดไปเอง ถ้ายังไงลองคุยกันดีๆ นะคะ และชั้นก็อยากให้คุณเคารพการตัดสินใจของเธอ ไม่ว่าเธอจะคบกับคุณต่อไปหรือไม่ก็ตาม ชั้นช่วยคุณได้แค่นี้นะคะ”“คุยกันดีๆ นะ ชั้นเชื่อว่าหมอภีมรักเธอจริงๆ ถ้ายังไงโทรหาชั้นนะ ชั้นอยู่ใกล้ๆ แถวนี้แหละ” นิต้ากระซิบข้างหูฉัน ก่อนที่เธอจะหันหลังเดินออกไปจากร้านกาแฟกับหมอวัต ปล่อยฉันไว้กับภีมสองคนจนฉันทำตัวไม่ถูกได้แค่มองหน้าเขาอยู่อย่างนั้น“อัยย์ เราไปนั่งคุยกันในห้องดีมั้ย”
ตอนนี้ฉันรู้สึกหัวหนักอึ้งไปหมด หลังจากที่เมื่อคืนพยายามข่มตานอนให้หลับแต่ก็ไม่สามารถทำได้ การพยายามห้ามน้ำตาไม่ให้ไหลกลับเป็นการเร่งให้มันยิ่งไหลออกมาอาบแก้มทั้งสองข้าง ตาที่บวมช้ำนั้นจึงทำให้ฉันไม่สามารถลืมตาขึ้นมาได้ ถึงแม้ว่าภายในสมองจะคิดสับสนวนไปมาไม่ได้หลับลงเหมือนดวงตาทั้งสองข้างจนกระทั่งรุ่งสาง ฉันเริ่มทนไม่ไหวกับตัวเองที่เป็นอยู่ตอนนี้ ฉันลุกขึ้นจากที่นอนพยายามปรือตามองทางเพื่อจะเดินไปทำธุระในห้องน้ำจนสามารถทำทุกอย่างให้เสร็จไปได้ น้ำผลไม้เย็นในตู้เย็นพอทำให้ฉันรู้สึกสดชื่นขึ้นมาได้นิดหน่อย แต่ในใจก็ยังคงเจ็บปวดหดหู่อยู่ไม่หายฉันหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นเปิดดูสายเรียกเข้า และข้อความที่ยังไม่ได้อ่านตั้งแต่เมื่อคืน มันยังไม่เพิ่มขึ้นมาจากที่ฉันดูก่อนจะเริ่มเข้านอนเมื่อคืน ฉันตัดสินใจวางสมาร์ตโฟนกลับลงที่เดิมทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เปิดเข้าไปอ่านข้อความครืดดดด ครืดดดดสมาร์ตโฟนในมือฉันสั่นขึ้นก่อนที่จะได้วางลงบนโต๊ะ ฉันจึงพลิกขึ้นมาดูเมื่อเห็นเป็นนิต้าจึงกดรับสาย(อัยย์ ตื่นแล
แต่หากว่าจำเป็นที่จะต้องยุ่งเกี่ยวจริงๆ ผมคงต้องขอแรงให้ไอ้เพื่อนซี้ของผมยื่นมือเข้ามาช่วย เมื่อคิดทุกอย่างได้แล้ว ผมโทรคุยกับมินท์ทันที ไม่ทันได้มองเวลาด้วยซ้ำและไม่สนใจว่าเธอจะสะดวกรับสายผมหรือไม่ ผมรู้แต่เพียงว่าผมต้องรีบเคลียร์ทุกอย่างเตรียมไว้เพื่อสามารถไปอธิบายให้อัยย์ฟังเมื่อเจอเธอพรุ่งนี้ได้ผมเขียนเช็กให้มินท์เป็นจำนวนเงินก้อนหนึ่งที่พอจะสามารถเอาไปใช้หนี้ตามที่เธอบอกได้ และบอกให้เธอเข้าไปรับกับเลขาผมที่โรงพยาบาล หลังจากนั้นก็โทรบอกไอ้หมอวัตไว้ เผื่อว่าพวกมาเฟียเจ้าของเงินจะเล่นตุกติกไม่ยอมล้างหนี้ให้ ปัญหาจะได้ไม่ย้อนกลับมาอีกตลอดทั้งคืนหลังจากทำทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ผมนั่งเอนตัวอยู่ที่โซฟา ยังไม่สามารถข่มตาหลับลงได้จนกระทั่งแสงแดดยามเช้าลอดเข้ามาตามร่องผ้าม่าน ผมจึงตัดสินใจลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวเพื่อออกไปจัดการเรื่องเช็กที่ห้องทำงานที่โรงพยาบาล ก่อนที่พนักงานจะเริ่มงานในตอนเช้าผมออกมานั่งอยู่ที่ร้านกาแฟตรงข้ามโรงพยาบาลหลังจากจัดการธุระทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย กาแฟเอสเปรสโซถูกวางไว้บนโต๊ะจนเย็น ทั้งๆ ที่มันยังเหลืออยู่เกือบเต็มแก้ว สิ่งที่ผมทำเพียงอย่างเ
ผมกลับมารอไอ้วัตอยู่ที่คอนโดตัวเองด้วยความกระวนกระวายอยู่ไม่สุข เดี๋ยวนั่ง เดี๋ยวลุกยืน เดินไปเดินมา เวลาผ่านไปเป็นชั่วโมงแล้ว แต่มันก็ยังไม่โผล่หัวมาซักที จนกระทั่งผมตัดสินใจจะโทรไปตามมันอีกรอบปิ้งป่อง ปิ้งป่องเร็วที่สุดเท่าที่ผมจะวิ่งได้ ผมรีบวิ่งไปเปิดประตูห้องทันที โดยที่ไม่แม้แต่จะหยุดดูที่จอมอนิเตอร์ว่าใครที่เป็นคนกดกริ่งเรียก“นิต้า..?” ผมตกใจเก็บอาการไม่อยู่ จากที่ควรจะเป็นไอ้วัต แต่กลับเป็นนิต้า เพื่อนของอัยย์ที่กำลังยืนอยู่ที่หน้าห้องคอนโดผม“ใช่ค่ะ ชั้นเอง แปลกใจเหรอ อ้อ เดี๋ยวหมอวัตจะตามขึ้นมาค่ะ ชั้นไม่ได้อยู่กับคุณแค่สองต่อสองหรอกสบายใจได้”“เอ่อครับ งั้นเชิญครับ” ผมหลีกทางให้เธอเดินเข้าไปด้านในห้อง ก่อนประตูจะปิดลงผมบิดตัวล็อกประตูไม่ให้มันทำงาน เพื่อตอนไอ้วัตขึ้นมาจะได้สามารถเปิดเข้ามาในห้องได้เลย“ดื่มอะไรมั้ยครับ” ผมถามออกไปตามมารยาท ยังคงจ้องเธอด้วยความสงสัยว่าทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ ผมคิดว่าเธอจะอยู่กับอัยย์เสียอีก“ไม่เป็นไรค่ะ เข้าเรื่องเลยดีกว่







