Se connecter
บทนำ
“ห้ามสิ บอกเค้าว่าไม่ให้เค้าไป พูดสิว่าอย่าไป ฮึก”
น้ำตาที่ไหลรินรดสองแก้มสะท้อนความเจ็บปวดที่ฝังแน่นอยู่ในหัวใจยามทอดมองร่างสูงโปร่งของผู้ชายที่ตนมอบหัวใจให้เขาทั้งดวงอย่างเจ็บปวดแสนสาหัส ถ้าหากเขาเพียงเอ่ยห้าม ไม่ต้องกอดปลอบ แค่ขยับริมฝีปากหยักรูปหัวใจรั้งเธอเอาไว้สักนิด หัวใจภักดีที่มีแต่เขาเพียงคนเดียวคงไม่เจ็บปวดทุกข์ทรมานแทบขาดใจเช่นนี้
“พูดสิ พูดว่าอย่าไป พูด! ฮึก” เสียงสะอื้นไห้ที่พยายามเค้นคำขอร้องบอกเขาเหมือนสายลมที่พัดผ่านไปเพียงเท่านั้น เมื่อร่างสูงที่ยืนอยู่เบื้องหน้าทำเพียงถอนหายใจเบาๆ ก้มหน้ามองพื้นไร้เสียงตอบรับหรือคำพูดที่หัวใจภักดีอยากได้ยิน
7 ปีกับการเป็นแขนขา ลมหายใจให้เขา
7 ปีกับการมีหัวใจไว้เพื่อ ‘ปกน้อย’ ของเธอ ทว่าวันนี้เธอเพิ่งรู้ตัวว่าเป็นแค่เศษฝุ่นไร้ค่าที่เขามีไว้เพียงเพื่อให้ตัวเองได้เดินออกไปบนเส้นทางความฝันที่ไม่มีวันที่เธอจะร่วมอยู่ในนั้น ความฝันที่เขาพยายามก้าวขึ้นไปเป็นที่หนึ่งเพื่อใครอีกคน
ลิลลารู้สึกเหมือนหัวใจแตกละเอียดอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขา เธอร้องไห้เหมือนหัวใจแตกเป็นเสี่ยง ทอดสายตามองเขาด้วยความรู้สึกผิดหวัง เสียใจ และเจ็บปวดกับการถูกเขาปฏิเสธอย่างโหดร้าย ทิ้งขว้างเธอเหมือนขยะในชีวิตที่ไม่ต้องการ
เจ็บ! ลิลลาร้องไห้สุดเสียงก่อนจะทรุดฮวบลงบนพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง
“ทำไมต้องเป็นเค้า ทำไมถึงทำกับเค้าแบบนี้ ฮือ” ร่างสูงที่ยืนก้มหน้าไร้ความรู้สึกเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าเปื้อนน้ำตาของ ‘หุ่นเชิด’ ที่เขาใช้เธอเป็นสะพานข้ามไปหาความฝัน ก่อนจะถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่าย
“เพราะเธอเป็นน้องสาวของพี่กี้ ถ้าฉันอยากให้พี่กี้สนใจ ฉันต้องเป็นคนในสายตาของเขา และเธอ…” นิ้วชี้เรียวยาวที่เคยจับจูงมือเธอเมื่อวันวานยกขึ้นชี้ที่ใบหน้าเปื้อนน้ำตา ก่อนที่ริมฝีปากหยักรูปหัวใจจะแสยะยิ้มร้ายที่มุมปากแล้วเอ่ยต่อด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึกใดๆ “เป็นคนเดียวที่พี่กี้รักมากที่สุด ถ้าจะโทษต้องโทษที่เธอโง่คิดว่าฉันมีใจให้เธอทั้งๆ ที่ หึ”
สายตาคู่คมที่เคยอบอุ่นทอดมองมาด้วยแววตาสมเพชตอกย้ำความเจ็บปวดแสนสาหัสให้ร้าวรานมากขึ้น
“เธอไม่มีอะไรเทียบโบวี่ได้เลย เธอคิดเหรอว่าฉันจะชอบเธอจริงๆ ไม่ดูสารรูปตัวเองเลยเหรอ หึ แบบนี้ไงใครๆ ถึงด่าว่าเธอโง่ เสียดายที่พี่กี้ไม่โง่เหมือนเธอ ไอ้เหี้ยนั่นมันถึงได้รู้ว่ากูมาหลอกน้องสาวมัน บ้าเอ้ย อุตส่าห์วางแผนเอาไว้อย่างดี สุดท้ายก็ล้มไม่เป็นท่าเพราะมึง!”
ลิลลาเงยหน้ามองคนที่ใช้คำพูดหยาบคายด่าทอเธอด้วยความรู้สึกเจ็บจนแทบกระอัก ใบหน้าชาราวกับถูกเขาฟาดฝ่ามือลงมา หัวใจแหลกละเอียดไปกับการถูกทรยศ และหลอกลวงครั้งนี้ จบสิ้นกันสักทีกับความภักดี และหัวใจที่มอบให้ผู้ชายคนนี้ เธอผิดเองที่ไม่เคยเชื่อฟังคำตักเตือนของคนรอบกายที่ต่างลงความเห็นว่า ‘ปกปักษ์’ ที่เธอคบหากำลังหลอกลวงเธอ!
“และกูจะบอกมึงเอาไว้ให้หายโง่นะ กูไม่เคยนึกพิศวาสมึงเลย ไม่เคยแม้จะคิดยกย่องมึงขึ้นมาเป็นแฟน สิ่งเดียวที่กูต้องการจากมึงคือการทำให้พี่ชายของมึงสนใจในตัวกู จนกูได้โอกาสเป็นนักฟุตบอลในสโมสรของเขา!”
ได้คำตอบหรือยัง ลิลลาตอกย้ำคำพูดของคนที่ครั้งหนึ่งหัวใจเคยมอบให้เขาทั้งดวงด้วยน้ำตา
ร่างสูงเจ้าของคำพูดเจ็บแสบสะบัดตัวเดินหนีไปแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงความรู้สึกมากมายที่สรรหาคำอธิบายความเจ็บปวดออกมาไม่หมด ความจริงใจที่เธอเคยพร่ำบอก และแสดงให้เขาเห็น การเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้เหมาะสมกับเขาคือความโง่ในความโง่ที่คงไม่มีสิ่งใดเปรียบเทียบกับความเขลาของเธอได้อีกแล้ว
ลิลลาสะอื้นตัวโยน ร้องไห้ออกมาแทบขาดใจเมื่อฝนที่ตั้งเค้าจะตกลงมาตั้งแต่เมื่อเช้าเทกระหน่ำลงมาซ้ำเติมความเสียใจของเธอให้ทบเท่าทวีคูณ
เสียใจเหรอ ลิลลาถามตัวเองทั้งน้ำตา ยกมือขึ้นปาดไล้คราบความเสียใจบนแก้มแรงๆ ทว่ายิ่งปาดน้ำตาที่ควรเหือดหายกลับไหลทะลักออกมารวมกับสายฝนจนมือบางที่กำลังปาดไล่ต้องหยุดและยินยอมร้องไห้พร้อมสายฝนต่อไป
เธออยากเข้มแข็ง อยากหยุดน้ำตาแล้วก้าวเดินต่อไปให้ได้ ทว่าแค่เพียงคิดว่าวันพรุ่งนี้ข้างกายจะไร้เขา หัวใจที่แตกละเอียดก็ปวดแสบจนต้องยกมือขึ้นกุมมันเอาไว้แน่น ในวันที่เธอยอมเปิดหัวใจรับใครบางคนเข้ามา ยอมให้เขาเป็นเจ้าของหัวใจที่ไร้เดียงสาของเธอทั้งดวงกลับเป็นวันที่ชีวิตอันแสนเงียบเหงาของเธอต้องพบเจอกับคำว่า ‘เสียใจ’ แสนสาหัส ไม่มีอีกแล้วความหวังที่จะมีชีวิตเพื่อใคร หมดสิ้นแล้วกำลังใจที่จะเดินต่อไปในวันข้างหน้า วันนี้ปกปักษ์ไม่ได้ทำลายความรู้สึกของเธอเพียงอย่างเดียวแต่เขายังเหยียบย่ำทำลายหัวใจของเธอจนแหลกละเอียด และมันยากเหลือเกินที่เธอจะเปิดหัวใจยอมให้ใครเข้ามาอีก
เจ็บ! ลิลลาบอกย้ำหัวใจที่แหลกสลายให้จดจำความเจ็บปวดจากการถูกทรยศหักหลังในครั้งนี้เอาไว้ให้ดี และต่อจากนี้ไปชีวิตของเธอจะต้องไม่พบเจอกับความเจ็บปวดแสนสาหัสเช่นนี้อีก
เธอจะไม่ยอมเปิดใจรับใครอีกแล้ว ไม่ว่าคนคนนั้นจะเข้ามาเพื่อสิ่งใด…
มีคนเคยพูดว่าคนเราเมื่อหัวใจแตกสลายก็ไม่ต่างอะไรจากหุ่นยนต์ ร่างกายเคลื่อนไหวได้ตามหน้าที่แต่ไร้สิ่งหนุนนำกับความรู้สึก ลิลลากำลังรู้สึกเช่นนั้น ความผิดหวังเสียใจจากการกระทำของคนที่ตนเองเทิดทูนทำให้หญิงสาวแทบเสียสติ ร้องไห้ฟูมฟายแทบตายแต่ก็ไม่อาจหยุดยั้งความรู้สึกเจ็บปวดที่กำลังกัดกินหัวใจได้
3 ชั่วโมงแล้วที่หญิงสาวนั่งดื่มเหล้าย้อมใจในร้าน ‘Ginn-Tonic’ ผับชื่อดังที่เต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตาซึ่งต่างมาที่นี่ด้วยความต้องการแตกต่างกัน บ้างมาผ่อนคลาย บ้างมาเพื่อหาใครสักคนกลับไปด้วย หรือแม้กระทั่งบางคนที่มาที่นี่เพื่อปลดปล่อยความเสียใจที่มีเต็มอกเช่นเธอ
“มาคนเดียวเหรอครับ” เสียงทุ้มติดแหบเพราะอาการมึนเมาทำให้ใบหน้าแดงก่ำผินมองก่อนที่คนถูกถามจะแสยะยิ้มร้ายแล้วเอ่ยตอบเสียงแข็ง
“มากับผัว!” บอกก่อนจะยกแก้วเครื่องดื่มในมือขึ้นกระดกรวดเดียวหมดแล้วยกมือขึ้นปาดคราบน้ำสีอำพันซึ่งเปรอะเลอะริมฝีปากปากอิ่มออก ขยับกายอวบลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเดินเลี่ยงจากเคาน์เตอร์ของร้านเพื่อหนีพวกผู้ชายที่เมาแล้วเรื้อนออกมา ครั้นพอหญิงสาวเดินหนีได้ไม่กี่ก้าวก็ถูกมือหนาจากชายคนเดิมกระชากต้นแขนเอาไว้แล้วเดินมาดักข้างหน้า
“เมาแล้วเดี๋ยวพี่ไปส่งดีกว่าครับ” บอกพร้อมรอยยิ้มร้ายก่อนจะสอดมือไปที่เอวหมายจะรั้งร่างอวบอิ่มเข้าหาตัว ทว่าถูกมือของใครอีกคนกระชากออก
ผลัก!
“เฮ้ย เสือกอะไรด้วยวะ” คำพูดหยาบคายที่กำลังจะเปล่งออกมาจากปากถูกกลืนกลับเข้าที่เมื่อมองเห็นใบหน้าของคนขัดคอชัดเจน
‘จิณณวัตร’ จ้องมองชายหนุ่มที่กำลังลวนลามผู้หญิงในร้านของเขาด้วยดวงตาดุดันอำมหิต เผลอคลาดสายตาจากยัยอ้วนแค่แป๊บเดียวก็ถูกมือมารที่ไหนไม่รู้เกือบมาฉกของหวงของเขาไปแล้ว
“มีปัญหา?” ถามห้วนๆ แล้วสาวเท้าเข้าไปใกล้พร้อมดึงร่างคนเมาไม่ได้สติเข้ามากอดเอาไว้ สายตาจ้องมองคนที่บังอาจแตะต้องผู้หญิงที่ตนเองหมายตาเขม็ง
“มะ ไม่มีครับคุณจิณณะ อะ เอ่อ ขอตัวก่อนนะครับ”
ร่างสูงใหญ่กึ่งเดินกึ่งวิ่งจากไปแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงความหงุดหงิดของชายหนุ่มที่มีต่อหญิงสาวในอ้อมแขน
“ดื่มไม่รู้จักดูตัวเอง!” กล่าวพร้อมตวัดอุ้มร่างอวบอิ่มขึ้นแนบอก ก้าวเดินออกไปยังที่พักส่วนตัวหลังร้าน โดยไม่ลืมหันไปสั่งการทางสายตากับลูกน้องให้ ‘จัดการ’ ผู้ชายคนนั้นให้เรียบร้อย
จิณณวัตรพาร่างปวกเปียกไร้สติของ ‘ยัยอ้วน’ น้องสาวบุญธรรมของพี่ชายคนสนิทในกลุ่มที่เขารู้จักคุ้นเคยกันดีเข้ามาในห้องพักส่วนตัวซึ่งจัดเอาไว้ด้านหลังของผับ ผนังห้องเก็บเสียงจากทั้งข้างนอกและข้างใน เขาจึงมักใช้พักผ่อนยามเหนื่อยล้าจากการงานจนกลับบ้านไม่ไหว
“อื้อ” ชายหนุ่มวางร่างอวบอิ่มลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะนั่งตามลงไปแล้วจ้องมองดวงหน้าแดงก่ำจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ด้วยความรู้สึกหลากหลาย วันนี้เธอคงเจอเรื่องมาหนัก เพราะเรื่องเหล่านั้นเขามีส่วนรู้เห็น
“ยัยเด็กบ้า จะเสียใจอะไรนักหนากับผู้ชายคนเดียว”
ผู้ชายที่หลอกลวงเธอ ใช้เธอเป็นเครื่องมือเพื่อความสำเร็จของตัวเอง!
“ปก ฮึก ปกอย่าไป ฮือ” มือหนาที่เกลี่ยไรผมคนเมาทัดใบหูชะงักก่อนจะกำแน่นเข้าหากันยามมือนั้นถูกรวบไปกอดเอาไว้แนบแก้ม
คิดถึงมันมากหรือไง!
เขาอยากตะคอกถาม หากก็ยั้งใจกับคำพูดของตนได้ เธอยังอ่อนแอ ยังเสียใจ เขาต้องเข้าใจเธอ
ทว่าผู้ชายที่ไม่เคยต้องอดทนกับสิ่งใดในโลก ลูกชายมาเฟียที่ชีวิตพบเจอความดำมืดของสังคมมาตลอดหรือจะทนสิ่งใดไหว… หลังจากที่ลิลลาพร่ำพูดรำพันหาผู้ชายที่หลอกลวงเธอมานานพอสมควร อารมณ์กรุ่นโกรธ บวกความหงุดหงิดเมื่อครู่ทำให้เขาตัดสินใจปิดริมฝีปากอิ่มที่เอาแต่พร่ำหาคนอื่น
จากจุมพิตที่ต้องการปิดเสียงร้องหาคนอื่นหอมหวานจนลมหายใจของชายหนุ่มนักรักสะดุด ริมฝีปากอิ่มนุ่มนิ่มแต่กรุ่นไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ยิ่งกระตุ้นให้เลือดในกายลุกไหม้ ริมฝีปากหยักละเลียดชิมหนักหน่วงแต่ไม่รุนแรง อ่อนหวานและตราตรึง เขาไม่เคยรู้สึกว่าจูบใครแล้วตัวเองอิ่มหนำสำราญขนาดนี้มาก่อน จูบไม่ประสาแต่เร่าร้อนในความรู้สึกของจิณณวัตรเรียกเลือดลมให้คนเชี่ยวชาญจนยากจะหยุดยั้งการกระทำที่ต้องการมากกว่าแค่จูบลงได้
จิณณวัตรจมดิ่งเข้าสู่ห้วงเสน่หาอย่างลืมตัว ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่เคยมีถูกตีแตกและลืมเลือนไปจนหมดยามคนใต้ร่างจูบตอบอย่างไม่ประสา กว่าจะรู้ตัวเขาก็หลงใหลวนเวียนคลอเคลียริมฝีปากอิ่มเนิ่นนาน กระทั่งร่างทั้งร่างสะท้านไหว เปลือยเปล่าเหลือเพียงเนื้อหนังสัมผัสกัน
ลิลลาไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำ สติถูกครอบงำด้วยราคะจากการดื่มเครื่องดื่มมึนเมามากเกินไป หล่อนกลายเป็นคนไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี ตอบสนองความต้องการของเขา และของตนเองจนคนทั้งคู่จมดิ่งลงไปในห้วงเสน่หาที่ยากจะกลับขึ้นมาได้ ทุกสิ่งเกิดขึ้นเหมือนฝัน มันรวดเร็ว เจ็บแปลบแต่ก็หวามไหวจนไม่อาจหยุดยั้งความต้องการตามธรรมชาติได้ กว่าจะรู้ตัวว่าทุกอย่างไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องก็สายเกินไป
บทที่9หน้าที่ของพ่อ“พี่ขอโอกาสให้น้องชายสารเลวของพี่สักครั้งนะ”ช่วงเวลาอ้อนวอนพร้อมนั่งคุกเข่าเคล้าน้ำตาของจักรภพผ่านพ้นไปแล้ว หลังจากพร่ำรำพันถึงการขอโอกาสให้น้องชายร่วมสองชั่วโมง กีรติก็เดินเข้ามาไล่ในที่สุด แต่ก็ยังอุตส่าห์ให้ความหวังไปเล็กน้อยด้วยการขอเวลาให้ทุกคนร่วมกันตัดสินใจก่อน แม้จะเหมือนความหวังล้มๆ แล้งๆ หากคนเป็นพี่ที่ได้รับโอกาสแทนน้อง แม้เพียงเศษเสี้ยวก็ยิ้มออก ก่อนจากไป นักธุรกิจหนุ่มมาดขรึมก็ค้อมกายให้ทั้งกีรติ และลิลลาอยู่นานสองนาน“ลิน”กีรติเดินกลับเข้ามานั่งเคียงข้างน้องสาวที่โซฟาตัวเดิม ลิลลายังคงนั่งเงียบ ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธคำขอร้องของจักรภพจนเขาทนไม่ไหวจึงต้องเดินออกมาไล่พี่เพื่อนออกไปจากบ้านในที่สุดเจ้าของสโมสรหนุ่มมองใบหน้าหม่นเศร้าของน้อง ก่อนมองเลยไปยังร่างเล็กป้อมที่กำลังสู้รบกับตุ๊กตายีราฟตัวโปรดบนพื้นเบาะรองคลานในคอก
(ต่อ)“กี้”ชายหนุ่มเจ้าของชื่อขมวดคิ้วรอฟังอย่างตั้งใจ“ให้ไอ้จิณณะได้ทำหน้าที่พ่อได้ไหม”มันฟังเหมือนคำถาม หากความจริงเขาต้องการส่งสารบางอย่างให้คนเป็นลุงได้ฉุกคิด จริงอยู่ที่กานต์รักเกิดมาจากความไม่ได้ตั้งใจ หรือตั้งใจเขาก็ยังไม่ได้ซักฟอกน้องชายคนเล็ก แต่สำหรับลิลลาความรู้สึกของหญิงสาวที่มีต่อน้องชายของเขามันมีแต่ความเกลียดชังคงไม่ใช่เรื่องน่ายินดีที่ต้องสูญเสียพรหมจรรย์ให้ชายที่ตนเองเกลียดแสนเกลียด แถมยังต้องอุ้มท้องลูกของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นศัตรูในความรู้สึกมาตลอดชีวิตทว่า…เขาต้องนับถือในความเป็นแม่ของหญิงสาว เคารพต่อความรักที่กีรติมีต่อสองแม่ลูก ตลอดเวลาสามปีที่ผ่านมาเจ้าของสโมสรหนุ่มไม่เคยแง้มเปิดความลับให้ใครได้รู้ แม้กระทั่งเจตพลผู้เป็นเพื่อนรักเพียงคนเดียว เพียงเท่านี้เขาก็รู้แล้วว่าจะใช้สิ่งใดในการต่อรองทุกอย่างในวันนี้…กานต์รัก…&
“สั่งคนของไอ้จิณณะกับคนของไอ้เจตปิดปากให้สนิท อย่าให้เรื่องนี้หลุดไปเข้าหูพ่อกับแม่เด็ดขาดเข้าใจไหม”จักรภพสั่งเสียงเฉียบ ก่อนเดินนำคนสนิทของตนเองไปยังลานจอดรถของโรงพยาบาล ตอนนี้ชายหนุ่มต้องการเวลา เขาต้องคิดหาวิธีจัดการเรื่องวุ่นวายเหล่านี้ให้จบก่อนผู้ให้กำเนิดทั้งสองจะเดินทางมาถึงในต้นเดือนหน้า“ทัช” ชายหนุ่มเอ่ยเรียกคนสนิทที่เพิ่งขึ้นนั่งประจำที่นั่งคนขับ ก่อนถอนหายใจยาวเหยียด หนักใจกับการกระทำต่อไปของตนจนแทบบ้าตาย ไม่รู้ว่าการไปแก้ปัญหาให้น้องในวันนี้จะสร้างปัญหาอะไรให้ตนบ้าง!“ไปบ้านคุณลิลลา”อินทัชเหลือบมองใบหน้าของเจ้านายเล็กน้อยอย่างเห็นใจ ก่อนเคลื่อนรถออกไปตามคำสั่งพี่ชายคนโตผู้แบกรับหลายๆ สิ่งจากการกระทำของน้องๆ ถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่รู้ว่าตนเองจะจัดการปัญหาใหญ่ในครั้งนี้สำเร็จหรือไม่ ทว่า… ก็รู้ดีว่าบิดาต้องไม่ระคายหูพ่อรู้ไม่ได้!
(ต่อ)วินาทีนี้เจตพลคือคนเดียวที่อาจหยุดยั้งทุกอย่างได้!ตืด ตืด ตืดเสียงสัญญาณรอการตอบรับเหมือนเข็มเล่มเล็กๆ ทิ่มตำลงมาบนร่างสูงโปร่ง บอดี้การ์ดหนุ่มถอนหายใจหลายต่อหลายครั้งขณะยืนกระสับกระส่ายรอให้พี่ชายของเจ้านายรับสาย กระทั่งเสียงกดตอบรับสัญญาณดังขึ้นเขาจึงไม่รีรอที่จะกรอกเสียงไปตามสายด้วยความร้อนรน“คุณเจต!”เจตพลนิ่วหน้ายกเครื่องมือสื่อสารในมือออกจากหูเล็กน้อย ก่อนตอบรับ (“ว่า?”)ภานุกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ขณะยืนกำหมัดมองภาพเจ้านายโดน ‘กระทืบ’ อยู่ในรั้วบ้านของผู้มีอิทธิอีกคนด้วยความหวาดกลัว“เอ่อ นะ นาย นายโดนกระทืบครับ”“ห๊ะ!” ปลายสายร้องรับเสียงงุนงงมากกว่าจะเข้าใจ“นายจิณณะโดนคุณกีรติกระทืบค
ปัง!เพล้ง!เสียงกัมปนาทก้องกังวานลั่นในตอนที่จิณณวัตรกล่าวจบ ควันสีเทาลอยอวลอยู่รอบๆ เศษซากกระถางต้นไม้ใกล้เพียงปลายนิ้วสัมผัส กระแสความร้อนจากวิถีกระสุขที่พุ่งฉีดร่างสูงไปเพียงนิดทำให้หัวใจชายหนุ่มกระตุกวูบ จิณณวัตรหันขวับหลับไปยังต้นทางของเสียง หัวใจเต้นลึก หวาดหวิว เมื่อพบใบหน้าของใครอีกคนยืนตระหง่านนอยู่ตรงหน้าบ้าน แววตาเคร่งขึ้ง ใบหน้าถมึงทึงจดจ้องมองตรงมายังเขาอย่างเคียดแค้นชิงชัง วินาทีที่ได้สบตากันขายในกายตลอดร่างทั้งร่างตั้งชัน เขารับรู้ได้โดยสัญชาตญาณว่ากีรติพร้อมเสมอที่จะปลดปล่อยกระสุนมรณะฝังฝ่าทะลุหัวใจของเขา“มึงบอกว่าต่อให้กูเอากระสุนกรอกปากก็จะไม่ไปไหนงั้นเหรอ หึ” เจ้าของสโมสรหนุ่มในวันนี้กำลังจะกลายร่างเป็นฆาตรกรอย่างเต็มตัว ร่างสูงใหญ่ย่างเข้าหาประตูเล็กด้านข้าง ไขกุญแจเปิดเข้ามาอย่างเชื่องช้า ทว่าช่วงว่องไวในความรู้สึกของคนมอง จิณณวัตรร่างกายแข็งเกร็ง มือไม้สั่นเทาเมื่อสายตาปะทะกับปืนสั้นในมือของอีกฝ่ายไม่เพียงจิณณวัตรที่สั่
(ต่อ)“เมื่อกี้เห็นรูป” บอกพลางกดปุ่มนั่นนี่เพื่อหาทางเข้าใช้งานโทรศัพท์มือถือของคนอื่นกีรติไม่ได้มีทีท่าว่าจะสนใจ เพราะอย่างไรเจตพลก็ไม่ได้รู้จักกานต์รักอยู่แล้ว ต่อให้อีกฝ่ายเปิดเข้าใช้งานโทรศัพท์มือถือของเขาได้ก็ใช่ว่าจะมีปัญหาอะไรน่าหนักใจ ทว่า… ทุกอย่างไม่ได้เป็นเช่นนั้น“เฮ้ย!” เสียงร้องตกอกตกใจ ใบหน้าหล่อร้ายถอดสี ก่อนดวงตาคู่คมจะเบิกโพลง ลนลานวางเครื่องมือสื่อสารของเพื่อนลงราวกับต้องของร้อนพร้อมร้องถามเสียงดังลั่น “เด็กนี่ใครวะ!”ใบหน้าของลุงผู้รักหลานเข้มขึ้น เมื่อได้ยินคนอื่นเรียกหลานรักว่า ‘เด็กนี่’ ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนตอบเสียงราบเรียบไร้ความรู้สึกใดใด “เด็กที่ไหนแล้วทำไม”เจตพลกลืนน้ำลายลงคอ ชะโงกหน้ามองรูปภาพเด็กชายในแกลลอรี่บนโทรศัพท์ของเพื่อนซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยอาการแตกตื่นตกใจอย่างที่
บทที่ 4 โลกกลม หรือเวรกรรม“ไม่ให้พี่ไปส่งแน่หรือ” ใบหน้าบูดบึ้งอย่างเห็นได้ชัดด้วยขัดใจที่น้องสาวไม่ยินยอมให้ขับรถไปส่ง แต่กลับเรียกแท็กซี่มารอรับถึงหน้าบ้าน กีรติรู้สึกไม่ค่อยดีกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขาสังหรณ์ใจว่าจะมีเรื่องไม่ดีเก
บทที่ 3 กานต์รัก“ไอ้จิณณะ!”ใบหน้ากลมพองที่ห่างไปแค่คืบต้องห่างไกลออกไปอีกมากโข เมื่อร่างสูงใหญ่ก้าวฉับๆ เข้ามาแย่งร่างน้อยในอ้อมอกของเขาไป ใบหน้าของพี่ชายข้างบ้านถมึงทึงดุดันราวกับจงอางหวงไข่ ชายหนุ่มก้าวถอยหลังด้วยเกรงใจในตัวเพื่อนพี่ชายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก่อนยกมือไหว้ด้วยใบหน้าเจื่อนสี“สวัสดี
(ต่อ)“ผะ ผม ผมขอโทษครับ”“ขอโทษ หึ” จักรภพแค่นหัวเราะในลำคอเสียงเย็น ใบหน้าถมึงทึงจ้องมองน้องชายราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ที่ผ่านมาแม้อีกฝ่ายจะแย
(ต่อ)“หาอะไรอ่านอีกแล้วเหรอพี่จักร”จักรภพหันขวับตามเสียงทักทาย ใบหน้าคมสันถอดแบบผู้เป็นบิดาคลี่ยิ้มนิดๆ อย่างที่ชอบทำ“ฉันก็หาอะไรอ่านไปเรื่อย ว่าแต่แกทำไมวันนี้ถึงโผล่มาแถวนี้ได้” พี่ชายคนโตแสร้งถามทั้งๆ ที่รู้ทุกอย่างดีอยู่แล้ว เพราะลูก



![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



