Masuk(ต่อ)
ตอนพิเศษ 4เดทแรก“ทานข้าวก่อนกลับไหม” จิณณวัตรหันไปถามคนที่นั่งข้างๆ ด้วยรอยยิ้มลิลลาหันมองก่อนพยักหน้าตอบรับ “ก็ดีค่ะ พี่กี้กับพี่เจตจะได้มีเวลาคุยกัน”ความจริงเรื่องการมาของเจตพลได้รับความร่วมมือจากคุณลุงปรัชญ์ซึ่งเป็นคุณลุงของสามพี่น้อง ท่านเห็นว่าช่วงนี้เจตพลดูเซื่องซึมจึงอยากให้หลานคืนดีกับเพื่อนจะได้กลับมาร่าเริงเหมือนเดิม“ลินคิดว่าพี่กี้จะหายโกรธพี่เจตไหม” ความจริงเขาไม่มั่นใจว่ากีรติโกรธหรือไม่โกรธเจตพล แต่ความน้อยใจคงมีอยู่บ้าง ทว่าลิลลากับเห็นต่าง หล่อนมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นว่าพี่ชายไม่ได้โกรธอะไรเจตพลแม้แต่นิดเดียว“ลินรู้จักพี่กี้ดีค่ะ” เพราะหล่อนมองแววตาของพี่ชายออก“พี่กี้ไม่ได้โกรธพี่เจตหรอกค่ะ พี่เจตก็รู้ดี เพียงแค่สองคนนั้นต้องการเวล
ตอนพิเศษ3ความหนักใจของหลานรัก“แกจะมาโกรธฉันไม่ถูกนะเว้ย”ใบหน้ากลมอิ่มเอียงคอมองการสนทนาของคุณลุงทั้งสองด้วยความสงสัย มือข้างนึงอุ้มเจ้าราฟฟี่เอาไว้แน่น มืออีกข้างเกาแก้มอวบพลางครุ่นคิด“ไอ้กี้ได้ยินที่ฉันพูดไหมวะ” กานต์รักนึกสงสัย เหตุใดเด็กตัวเล็กๆ เช่นตนต้องมานั่งมึนงงกับการสนทนาของผู้ใหญ่ด้วย หากไม่เพราะแม่ถาไปข้างนอก พ่อถาไปทำงาน ป้าสายใจไปตลาด ส่วนชัยต้องไปส่ง เขาก็คงไม่ต้องมานั่งกลางวงสนทนาน่าเวียนหัว“ถ่อ” เจ้าตัวแสบร้องออกมาเป็นคำเมื่อทนไม่ไหว หากสองคุณลุงกลับยังนิ่งเฉย ลุงกี้นั่งอยู่บนโซฟาเขม็งมองหน้าลุงเจตที่ยืนเท้าสะเอวบริภาษราวกับตนเองเป็นผู้ถูกทำร้าย ส่วนเขา… เด็กชายวัยสองขวบเศษนั่งจมปุกอยู่บนพื้นพร้อมราฟฟี่ในอ้อมแขน“ไอ้เหี้ยกี้ มึงได้ยิ
ตอนพิเศษ2ปัญหาของคุณลุงรุ่งเช้าร่างสูง ใบหน้าหล่อเหลาติดหวานเล็กๆ คล้ายมารดาเดินผิวปากสบายใจพร้อมหอบผักผลไม้จากจังหวัดจันทบุรีเข้ามาในบ้าน ทว่าเพียงก้าวขายังไม่ทันพ้นประตู สายตาก็เหลือบไปเห็นร่างของเพื่อนที่ไม่ได้พบหน้ามาเป็นเดือนนั่งไขว่ห้างอ่านหนังสือพิมพ์อยู่บนโซฟาในห้องรับแขก“คุณเจต!” เจตพลสะดุ้ง ก่อนหันไปยกมือไหว้ป้าสายใจ“สวัสดีครับป้าสายใจ” ชายหนุ่มมองรอบกาย ก่อนขมวดคิ้วแน่น“ทำไมบ้านเงียบจัง เมื่อคืนไอ้จิณณะไม่ได้ค้างที่นี่หรือครับ แล้วลินละ ปกติต้องออกมารับผมด้วย”ปกติถ้าเขาจะมามักจะโทรมาถามว่าพี่ชายของลิลลาอยู่ด้วยไหม แต่เมื่อวานนี้ได้ยินว่าหลานคิดถึงเขาเลยตรงดิ่งกลับกรุงเทพฯ ทันทีโดยไม่ถามว่ากีรติอยู่หรือไม่“อ่อ วันนี้
ตอนพิเศษ 1เริ่มต้นความสัมพันธ์หลังจากได้รับโอกาสจากทั้งลิลลา และกีรติ จิณณวัตรก็ทำหน้าของพ่อ และ (ว่าที่) สามีอย่างดีที่สุด เขายังคงขับรถไปกลับไซต์งานที่ปทุมธานี-กรุงเทพฯ ทุกๆ วันเพื่อมาพบลูกชาย และร่วมทานมื้อเย็นกับลิลลา ความสัมพันธ์ที่เพิ่งเริ่มต้นดำเนินไปอย่างเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความรู้สึกดี จิณณวัตรเรียนรู้ที่จะอดทน เอาใจคนอื่นมาใส่ใจตน และที่สำคัญเขารู้จักยอม ยอมในทุกๆ เรื่องที่ทำให้คนที่เขารักมีรอยยิ้ม ทุกวันนี้ลิลลาพูดคุยกับเขามากกว่าแค่คำว่า ค่ะ หล่อนอาจไม่ได้ชวนคุย ไม่ได้ยิ้มหัวร่าเริงเหมือนสาวๆ คนอื่นที่เคยเข้าหาเขา แต่สำหรับจิณณวัตรเพียงแค่หล่อนยิ้มให้ ไม่ต้องหวานหยดย้อย ไม่ต้องฉอเลาะ เขาก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเจ้าชาย“วันนี้พี่กลับเร็วนะ วันสุดท้ายแล้ว ลินกับลูกอยากได้อะไรไหมครับ”ครบสองสัปดาห์สำหรับช่วงเวลาของการลงโทษจากบิดาแล้ว แต่
“ไอ้จิณณะ” ใบหน้าของ‘พี่เมีย’ ไม่ได้ยิ้มหัว หากก็ไม่บึ้งตึงจนจิณณวัตรทำตัวไม่ถูก แต่ไหนแต่ไรมากีรติเดาใจยากยิ่งกว่ายากเสียอีก มีไม่กี่คนที่รู้ใจกันดี หนึ่งในนั้นก็คือเจตพล หากเขาไม่ใช่เจตพลจึงไม่รู้จะเริ่มยังไง“ครับพี่กี้”กีรติเห็นสายตาที่จิณณวัตรมองไปรอบๆ ห้องก็รู้ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายมองหาใคร“ลินไปคุยกับหมอ”สายตาที่กำลังกวาดมองรอบๆ ถูกดึงกลับมาที่ร่างคนป่วยอีกครั้ง“อ่อ ครับ”บรรยากาศระหว่างทั้งสองเริ่มอึดอัดขึ้นมาทีละนิด กระทั่งคนที่นอนมองตาไม่กะพริบกระแอมเสียงดัง“อะแฮ่ม”จิณณวัตรสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนถาม“พี่กี้อยากได้อะไรไหมครับ”กีรติส่ายหน้า มองเข้าไปในดวงตาคู่คมของอีกฝ่ายพักใหญ่ ก่อนถอนหายใจออกมา เขาปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้ชายคนนี
บทที่ 19 ให้โอกาสรุ่งเช้าลิลลาตื่นแต่เช้าตรู่ช่วยปาริมาทำอาหารเช้าไปเยี่ยมกีรติที่โรงพยาบาล หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จจิณณวัตรก็อาสาพาหญิงสาวไปส่ง และตั้งใจจะไปเยี่ยมพี่ชายของหญิงสาวด้วย บิดามารดาเห็นว่าเป็นการดีที่ลูกชายจะได้ทำคะแนนจึงช่วยกันสนับสนุน ส่วนกานต์รักปู่กับย่าอาสาจะช่วยดูแลให้จนกว่าทั้งคู่จะกลับ“ไม่ต้องห่วงนะจ๊ะลิน ป้าสายใจก็อยู่ รักไม่งอแงหรอกจ๊ะ”ใบหน้ากลมพองในอ้อมแขนของปาริมาพยักหงึกหงักตอบรับ ในมือมีกล้วยผลโตที่ถูกแทะไปแล้วเกินครึ่ง“เห็นไหม เจ้าตัวแสบเห็นด้วยกับย่า” ไม่รู้เพราะกำลังห่วงกินหรือเพราะเห็นด้วยกับย่าจริงๆ กันแน่ หากลิลลาก็คลายกังวลใจได้ กานต์รักเป็นเด็กเลี้ยงง่าย หากมีคนที่แกคุ้นตาอยู่ใกล้ๆ ต่อให้แม่ไม่อยู่ แกก็ไม่งอแงง่ายๆ“คุณลินไม่ต้องห่วงค่ะ ป้าจะช่วยดูแลคุณรักเอง” ป้าสายใจช่วยส
“พี่อยากเจอลูก ให้พี่กอดลูกสักครั้งได้ไหมลิน”ร่างผอมบางสั่นสะท้าน น้ำตาร่วงหล่นอาบสองแก้ม เจ็บร้าวปวดระบมไปทั้งอกเกลียด! หล่อนกัดฟันแน่น อยากจะทำอะไรสักอย่างกับผู้ชายสารเลวคนหนึ่งที่ยืนประกาศตัวปาวๆ ว่าเป็น ‘พ่อ’ ของลูกเธอ ทั้งๆ ที่คนอย่างเขาแค่คนรู้จักก็ยังมากเกินไป“ที่นี่ไม่มีคนที่คุณตามหา!” ห
(ต่อ)“ลินอยู่ที่นี่สบายดีค่ะ”สบายที่ว่าคือจิตใจ อย่างน้อยก็ไม่ต้องคอยหวาดระแวงว่าจะได้พบเขาโดยบังเอิญหรืออาจพบคนที่รู้จักเขา กลัว… หล่อนรู้ตัวเองดีว่าหวาดกลัวการพบกันในวันข้างหน้าอย่างที่สุด“ตามใจเรา” ในที่สุดกีรติก็พ่ายแพ้จนต้องล้มเลิกความต้องการของตัวเองเป็นครั้งที่เท่าไหร่เขาก็ไม่อาจแน่ใจ แต่
บทที่ 1 ฝันร้ายสามปีต่อมาตึก ตึก ตึกเสียงฝีเท้าที่ก้าวเดินดังก้องในโสตประสาทจนร่างบอบบางที่นอนนิ่งบนเตียงสั่นเกร็ง ร่างกายแข็งค้างทว่าสั่นเทาจากความหวาดกลัว ดวงตากลมโศกหลับแน่น กัดริมฝีปากจนเลือดซิบ มือที่แนบข้างลำตัวกำเข้ากันจนเส้นเลือดปูดโปน หัวใจเต้นแรง และเร็วจนลมหายใจเข้าออกแทบขาดห้วง กลัว…
บทนำ“ห้ามสิ บอกเค้าว่าไม่ให้เค้าไป พูดสิว่าอย่าไป ฮึก”น้ำตาที่ไหลรินรดสองแก้มสะท้อนความเจ็บปวดที่ฝังแน่นอยู่ในหัวใจยามทอดมองร่างสูงโปร่งของผู้ชายที่ตนมอบหัวใจให้เขาทั้งดวงอย่างเจ็บปวดแสนสาหัส ถ้าหากเขาเพียงเอ่ยห้าม ไม่ต้องกอดปลอบ แค่ขยับริมฝีปากหยักรูปหัวใจรั้งเธอเอาไว้สักนิด หัวใจภักดีที่มีแต่เข







