Mag-log in“เราจะทำอะไรกินกันดีคะคุณป้า” เซวียนเซวียนเอ่ยถามเฉียวอิงที่เดินตามมา เมื่อทั้งหมดเดินเข้ามาในซุปเปอร์มาเก็ตไม่ไกลจากบ้านนัก
“อันนี้คงจะต้องถามคุณแม่ครัวสองคนข้างหน้าโน้นนะจ้ะเพราะป้าน่ะแค่ลูกมือ” เฉียวอิงหัวเราะ
“ว่าง่ายๆ ว่าทำอาหารไม่เป็นว่างั้นเถอะ” ซวงซวงแขวะ
“แล้วเธอทำเป็นหรือไง” เฉียวอิงมองเพื่อนรักตาขวาง
“จะแต่งงานอยู่แล้วยังทำอาหารไม่เป็น สงสารเจ้าบ่าวแล้วสิ”
“ก็ฉันจะแต่งงานกับคนที่ทำอาหารเก่งนี่นา ฉะนั้นฉันก็ไม่ต้องทำอาหาไง” เฉียวอิงหัวเราะ ตอนนี้แม้แต่หยางหลินเองก็พลอยขำไปด้วย
“เอาละเรามาแบ่งเป็นสองฝั่งละกัน จะได้ซื้อของเสร็จเร็วๆ” หยางหลินแบ่งลิสต์ที่จะต้องซื้อออกมาเป็นสองแผ่น
“ได้ งั้นฉันกับเสี่ยวเหยียนจะไปซื้อของสด” เฉียวอิงเสนอตัว
“เอางั้นก็ได้ งั้นเราสามคนไปซื้อของอื่นๆ ใครเสร็จก่อนก็มารอกันด้านหน้า” หยางหลินจูงมือเซวียนเซวียน ส่วนซวงซวงรับหน้าที่เลือกของลงรถเข็น
“พี่เสี่ยวเหยียน คุณป้า อย่าลืมแตงโมของเซวียนเซวียนนะคะ” เซวียนเซวียนเรียกตามผู้เป็นพี่
“ได้เลย” เหยียนเหยียนชะโงกหน้าตอบกลับมา
“เอาละเสี่ยวเซวียนเราจะต้องชนะพวกนั้นนะจ้ะ เราไปกันเลย” ซวงซวงหัวเราะและหยอกล้อไปกับเซวียนเซวียนด้วยความเอ็นดู
“ไปกันเล้ย” เซวียนเซวียนพูดตามเสียงดัง เล่นเอาหลายคนหันขวับมองมา ถึงอย่างนั้นซวงซวงผู้ไม่สนใจโลกไหนเลยจะสนใจ
หยางหลินให้อ่อนอกอ่อนใจ รู้สึกไม่แน่ใจว่าระหว่างลูกสองคนกับเพื่อนสาว ใครมีความเป็นเด็กมากกว่ากัน ก้มลงดูรายละเอียดของที่ซื้อ หญิงสาวเดินออกไปอีกทางเพื่อไปหยิบมาใส่รถเข็น
“เสี่ยวหลิน...เสี่ยวหลินใช่มั้ย”
เสียงเรียกด้านหลังทำให้เธอหันหลังกลับไปมอง
“เสี่ยวหลินจริงๆ ด้วย” ฟางฟางเดินเข้ามาหาหยางหลินด้วยความยินดี
“พี่ฟางฟาง” หยางหลินอุทาน ไม่รู้ว่าสมควรจะดีใจหรือเสียใจกับความบังเอิญนี้ดี
“กลับมาจากอเมริกาตั้งแต่เมื่อไหร่จ้ะ พี่ติดต่อเธอไม่ได้เลยตั้งแต่เกิดเรื่อง” ฟางฟางเข้ามากอดเธอแน่นอย่างยินดี
“สบายดีหรือเปล่าคะ” หยางหลินถามออกไปอย่างนั้น ในใจหวั่นๆ เกรงว่าฟางฟางจะล่วงรู้ความจริงที่ซุกซ่อนเอาไว้ ...เรื่องราวหลังจากที่เธอตัดสินใจบินไปอเมริกา
“แล้วเธอละ ไม่ติดต่อพี่มาบ้างเลย พี่อยากจะส่งการ์ดไปให้ยังทำไม่ได้ พี่แต่งงานกับอวิ๋นเมื่อตอนต้นปี” ฟางฟางยังอยากจะชวนอีกฝ่ายไปหาที่นั่งคุยกัน แต่ดูเหมือนหยางหลินเอาแต่บ่ายเบี่ยง
“ยินดีด้วยนะคะ” หยางหลินหวนนึกไปถึงโม่อวิ๋นแล้วยิ้มออกมา “พี่อวิ๋นเป็นยังไงบ้างคะ สบายดีหรือเปล่า”
“เขาสบายดีจ้ะ ตอนนี้ร่วมหุ้นกับพี่เฉวียน...” ฟางฟางลืมตัวจนพูดถึงโม่เฉวียน กว่าจะนึกขึ้นได้ว่าทำให้บรรยากาศกระอักกระอ่วนก็สายไปแล้ว “เสี่ยวหลิน”
“ไม่เป็นไรค่ะ เขาสบายดีเหรอคะ” หยางหลินพยายามรักษาน้ำเสียงและสีหน้าเต็มที่
“ตั้งแต่เกิดเรื่อง เขาก็เอาแต่ทำงานเป็นบ้าเป็นหลังเลยละจ้ะ เขายังรู้สึกผิดกระทั่งทุกวันนี้ แถมยังไม่ยอมมีใครเลย” ฟางฟางพูดออกมาเสียงเศร้า
“คุณแม่คะ”
เสียงเซวียนเซวียนเรียกด้านหลังทำเอาหยางหลินขมวดคิ้ว
“ลูกเหรอจ้ะ เธอแต่งงานแล้วเหรอ” ฟางฟางอ้าปากค้างมองตรงไปยังเซวียนเซวียนตาไม่กะพริบ
“เอ่อ...ค่ะ” หยางหลินโกหก “เสี่ยวเซวียนมาทักทายคุณป้าสิจ้ะ” หยางหลินเอ่ยอย่างเสียไม่ได้ ในใจเริ่มรู้สึกกังวลอย่างไม่อาจห้าม
“สวัสดีค่ะคุณป้า” เซวียนเซวียนโค้งศีรษะให้อย่างว่าง่าย
“ชื่อเสี่ยวเซวียนเหรอจ้ะ”
“ค่ะ” เซวียนเซวียนยิ้มให้ฟางฟาง
หยางหลินไม่มีทางเลือกจึงต้องแลกเบอร์โทรกันกับฟางฟาง แต่เธอขอร้องว่าอย่าเอ่ยถึงเรื่องเธอให้ครอบครัวตระกูลโม่รู้ รวมไปถึงโม่อวิ๋นด้วย ดังนั้นฟางฟางจึงได้แต่รับปาก ทั้งที่สงสัยเหลือเกินว่าทำไมเซวียนเซวียนจึงมีหน้าตาละม้ายคล้ายกันโม่เฉวียน ยิ่งเวลาที่ยิ้มก็ยิ่งดูเหมือน...
หลังจากกลับมาที่บ้าน หยางหลินก็ใจลอยจนซวงซวงและเฉียวอิงอดเป็นห่วงไม่ได้ แม้ว่าจะพยายามกลบเกลื่อน แต่เธอก็ไม่สามารถซ่อนมันเอาไว้ได้ทั้งหมด แม้อยากให้ลูกๆ ได้เจอกับพ่อแท้ๆ สักครั้ง ทว่าความกังวลก็ยังคอยหลอกหลอนเพราะกลัวปฏิกิริยาของเขา
เขาจะทำยังไงเมื่อรู้ว่ามีลูกถึงสองคน หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น
เขาจะผลักไสแล้วสร้างบาดแผลให้ลูกน้อยของเธออย่างที่เคยทำกับเธอมาแล้ว หรือว่าเขาจะพยายามแย่งลูกไปจากเธอกัน
ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์หยางหลินมีนัดกับเฉียวอิง หญิงสาวรับปากจะพาเด็กแฝดไปถ่ายรูปแต่งงาน เพราะเด็กทั้งสองถูกจองตัวเอาไว้ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ทำหน้าที่โปรยดอกไม้ในงานวันแต่งงานด้วย
“แม่คะเราจะสายแล้วนะคะ” เซวียนเซวียนตะโกนบอกผู้เป็นแม่
“เสร็จแล้วจ้ะ แม่จะเสร็จแล้ว” หยางหลินตอบออกมา
“แม่พูดแบบนี้มาสามรอบแล้วนะคะ”
“แม่ขอโทษจ้ะลูก ต่อไปแม่จะไม่นอนตื่นสายอีกแล้ว”
“เร็วเข้าเถอะครับ คุณป้าเฉียวรอแย่แล้ว” เหยียนเหยียนเร่งอีกรอบพร้อมกับส่งกุญแจรถให้ผู้เป็นแม่
“พี่ขอโทษ ขอโทษนะ ยกโทษให้พี่” เขากอดหญิงสาวแน่นพร่ำพูดซ้ำๆความรักมักทำให้คนอ่อนแอคำกล่าวนี้ไม่เกินจริงเลยสักนิด จนแล้วจนรอดหลังจากแสร้งทำเป็นเข้มแข็ง ท้ายที่สุดหยางหลินก็ยังพ่ายแพ้อยู่ดี เธอยอมรับในที่สุดว่าในใจยังคงรักโม่เฉวียนสุดใจ หากไม่รักก็ไม่ต้องเจ็บปวดจนถึงทุกวันนี้ท่ามกลางเสียงหัวเราะและใบหน้ายิ้มแย้มด้วยความยินดี โม่เฉวียนในชุดสูทหล่อเหลามองดูเจ้าสาวที่กำลังเดินเข้ามา ด้านหน้ามีเด็กแฝดซึ่งเป็นดังโซ่ทองคล้องใจให้เขาได้มีโอกาสแก้ตัว ให้เขาได้มีโอกาสมีหยางหลินกลับมายืนเคียงข้างโม่เหยียนเหยียน โม่เซวียนเซวียน ลูกที่น่ารักของเขาเขาสาบานกับตัวเองว่าจากวันนี้จะไม่ปล่อยมือหยางหลิน จะรักและดูแลจนชั่วชีวิตนี้ลมหายใจจะพรากจากกัน จะอุ้มชูลูกที่น่ารักทั้งสองคน ดูแลสั่งสอนให้เติบโต คอยมองดูและคอยประคับประคองให้พวกเขาสามารถข้ามผ่านเรื่องเลวร้ายเขาเคยบอกกับหยางหลินในค่ำคืนที่เขาขอโอกาส เขาไม่อาจรับปากว่าชีวิตคู่ของทั้งสองจะราบรื่นไปตลอดทาง เพราะทุกชีวิตต่างก็มีเส้นทางที่ขรุขระบ้าง เจอปัญหาบ้าง แต่เขาสัญญาว่าจะไม่ทำผิดซ้ำสอง จะไม่ทำอะไรให้หญิงสาวรู้สึกไม่มั่นคง จะรักและซื่อสัตย์ตราบที่
โม่เฉวียนสบตากับหยางหลินนิ่ง หญิงสาวพูดไม่ออกได้แต่เก็บความเจ็บปวดเอาไว้ในใจ เห็นลูกน้อยพูดเรื่องนี้ออกมาด้วยใบหน้าไร้เดียงสา ความรู้สึกผิดก็ยิ่งเพิ่มพูนเต็มอก“นอนกันได้แล้วจ๊ะดึกแล้ว ฝันดีจ๊ะ” หยางหลินเปลี่ยนเรื่อง หญิงสาวก้มลงจูบแก้มสองข้างของเซวียนเซวียน จากนั้นก็เหยียนเหยียนอย่างเคยชินสองฝาแฝดทำเช่นเดียวกันทั้งกับหยางหลินและโม่เฉวียน ทว่าเมื่อโม่เฉวียนจะเอื้อมมือไปปิดไฟหัวเตียงเด็กแฝดกลับร้องลั่น“แล้วคุณพ่อกับคุณแม่ล่ะครับ/คะ!!”“พ่อทำไมจ๊ะ”หยางหลินสังหรณ์ใจบางอย่างขึ้นมา “ได้เวลานอนแล้วจ๊ะ”“กู๊ดไนท์คิสของคุณแม่ละครับคุณพ่อ”“นั่นสิคะ เราต้องกู๊ดไนท์คิสด้วยสิคะ จะได้ฝันดีไง”เซวียนเซวียนและเหยียนเหยียนมองหน้าผู้เป็นพ่อกับแม่ด้วยสายตาอันบริสุทธิ์ หยางหลินขยับตัวมองหน้าโม่เฉวียนอย่างทำอะไรไม่ถูกผิดกับโม่เฉวียนที่ยิ้มอย่างผู้มีชัย“วันนี้คุณพ่อทำตัวไม่ดีเหรอครับถึงไม่ได้กู๊ดไนท์คิสจากคุณแม่”“จริงเหรอคะคุณพ่อ” เซวียนเซวียนหันไปมองโม่เฉวียนบ้าง“เอ่อ...ก็คงใช่ครับ” โม่เฉวียนไม่กล้าสบตาหยางหลิน “พ่อ...ทำตัวไม่ดีจริงๆ สมควรถูกแม่เค้าลงโทษแล้ว”หยางหลินทำอะไรไม่ถูกอยู่ครู่หนึ่ง ถึง
“เอาละวันนี้ใครอยากจะมานอนกับยายบ้าง”“ใช่ ใครอยากจะมานอนกับตาบ้าง”“เห่อหลานจริงนะฮะ” โม่อวิ๋นหัวเราะ“เอาไว้เรามีลูกบ้างดีไหมคะ” ฟางฟางกระซิบกับโม่อวิ๋น“ว่าไงจ๊ะ มีใครอยากนอนกับคุณตาคุณยายไหม”“ไม่ได้หรอกค่ะ/ครับ”“ทำไมละ” พวกผู้ใหญ่ถึงกับงงเมื่อเห็นว่าทั้งคู่เอ่ยออกมาพร้อมกับอย่างแข็งขัน“เดี๋ยวคุณแม่ฝันร้ายตื่นขึ้นมาไม่เจอเราแล้วจะร้องไห้อีก”เซวียนเซวียนพูดจบทุกคนถึงกับเงียบไป“คุณแม่ฝันร้ายบ่อยเหรอจ๊ะ” โม่เฉวียนเดินออกมาจากห้องนอน“ค่ะ ยิ่งตอนที่เรามาที่นี่ก็ยิ่งฝันร้ายบ่อยๆ” เซวียนเซวียนฉอเลาะ“เวลาฝันร้ายคุณแม่ก็จะเข้ามาในห้องของเรา ปูฟูกบนพื้น แล้วเราสามคนก็จะนอนคุยกันจนหลับไปเลย จนถึงวันนี้เราก็ยังนอนด้วยกันเพราะคุณแม่บอกว่านอนบนพื้นสบายกว่านอนบนเตียงนอนคนเดียว” เหยียนเหยียนเสริมด้วยรอยยิ้ม เขาเองก็ชอบนอนกันสามคนอาการเครียดสะสมและร่างกายที่ตรากตรำงานหนัก บวกกับการพักผ่อนน้อยทำให้หยางหลินล้มป่วย คุณอาหมอรับรองว่าไม่มีอะไรน่ากังวล ดังนั้นจึงฉีดยาให้แล้วย้ำให้พาหญิงสาวไปตรวจร่างกายให้สะเอียดที่โรงพยาบาลโม่เฉวียนยืนมองหยางหลินที่หลับสนิทบนเตียง ก่อนละสายตาไปมองฟูกนอนซึ่งมีเด็ก
“ก็ขึ้นรถมาแล้วนี่” โม่เฉวียนออกรถทันที“คุณยายคะ” เซวียนเซวียนเปิดสปีกเกอร์โทรศัพท์ของโม่เฉวียน“จ้าว่าไงจ๊ะหลานรักของยาย” เสียงของสวีลั่วทำให้หยางหลินชะงักและเงียบไป“คุณแม่อยู่บนรถแล้วค่ะ เรากำลังจะไปที่บ้านของคุณยายนะคะ”“เรามีของฝากด้วยนะครับ แต่คุณยายต้องทำขนมให้เรากินด้วยนะครับ คุณแม่บอกว่าคุณยายทำขนมอร่อยมาก ผมอยากกินหลายอย่างเลย”“หนูด้วยค่ะ”“เสี่ยวหลิน” สวีลั่วเสียงเครือ “ค่ะคุณแม่”โม่เฉวียนยิ้มกว้างเมื่อได้ยิน“กลับมาก็ดีแล้วนะลูก แม่อยากจะพบหนูกับเด็กๆ”“ค่ะคุณแม่” หยางหลินเองก็สูดจมูก แน่ละเธอคิดถึงกว่างโจว คิดถึงทุกๆ คนที่เคยรู้จัก ยิ่งกลับมาก็ยิ่งคิดถึงทุกอย่างที่นี่เมื่อวางสายหยางหลินก็เงียบผิดปกติ จะมีก็แต่เสียงคุยของพ่อลูกที่ดังต่อเนื่องไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย กระทั่งหยางหลินหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน เพราะสองสามวันมานี้เธอมีงานล้นมือต้องขนกลับมาทำที่บ้านทั้งยังต้องตื่นแต่เช้า ทั้งนี้ก็เพื่อเตรียมตัวให้สองแฝดไปโรงเรียน“คุณแม่หลับไปแล้วค่ะ” เซวียนเซวียนกระซิบกับโม่เฉวียน“ชู่ว อย่าเสียงดังสิเดี๋ยวคุณแม่ก็ตื่นหรอก”“แม่เค้าทำงานหนักแบบนี้บ่อยเหรอลูก” โม่เฉวียนคุยกับลู
“ทานอะไรก่อนเถอะนะเสี่ยวหลิน แล้วเราค่อยคุยกัน”เห็นลูกรักทำท่ารักใคร่และแย่งกันบอกว่าพ่อดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ หยางหลินรู้สึกสบสน “ฉันถามว่าพี่มาทำอะไรที่นี่!” หญิงสาวเผลอตวาดเสียงดังลั่นจนเด็กทั้งสองสะดุ้ง“เสี่ยวเหยียนและเสี่ยวเซวียน สองคนกลับไปข้างบนไปก่อน” หยางหลินเอ่ยเสียงเครียดแต่เมื่อก้าวเดินไปได้ก้าวหนึ่ง อาการปวดศีรษะกลับทำให้หน้ามืดล้มลง“เสี่ยวหลิน...” โม่เฉวียนรีบเข้าไปรับเอาไว้ได้ทัน“คุณแม่....” “แม่ฮะ” เหยียนเหยียนและเซวียนเซวียนตกใจจนร้องไห้ออกมาเมื่อเห็นโม่เฉวียนอุ้มหยางหลินขึ้นมาและพาไปนอนลงที่โซฟา“คุณแม่ไม่เป็นไรหรอก แค่หน้ามืดเท่านั้นเอง” โม่เฉวียนหันมาปลอบเด็กๆ“ปล่อยฉันนะ” หยางหลินยังเอ็ดเขาเสียงเขียว ทั้งที่ยังหลับตาและอ่อนเพลียเหยียนเหยียนวิ่งหายเข้าไปในครัวก่อนจะกลับมาพร้อมแก้วน้ำในมือ “ดื่มน้ำหน่อยนะฮะคุณแม่” เหยียนเหยียนส่งแก้วน้ำให้ผู้เป็นแม่“ขอบใจจ๊ะ” หยางหลินส่งยิ้มให้ลูกชายตัวน้อย“ถึงเธอจะโกรธพี่อยู่ แต่ยังไงวันนี้ก็ให้พี่ช่วยดูแลเด็กๆเถอะนะ ดูเหมือนว่าเธอจะไม่สบาย” โม่เฉวียนขมวดคิ้วมองหญิงสาวด้วยสายตากังวล“เราดูแลกันเองมาได้ขนาดนี้โดยที่ไม่เป็นอะไร
จริงแล้วเธอและลูกยังปลอดภัยดีสถานการณ์แบบนี้เธอไม่อาจปล่อยให้ดำเนินต่อไปอีกแล้ว ไม่อยากจะทน ไม่อาจเจ็บปวด และยิ่งไม่อยากให้ลูกต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทว่าลึกๆ เธอก็ยังอยากจะให้โอกาสกับเขาอยู่ ถึงอย่างนั้นเขากลับเซ็นเอกสารต่างๆ โดยที่ไม่อ่านด้วยซ้ำ“ฉันนี่ไร้สาระจริงๆ เลย ทำตัวเองแท้ๆ ยังจะมาร้องไห้เสียใจทำไมกันจริงมั้ย” หยางหลินหัวเราะทั้งน้ำตา “เธอว่าฉันบ้ามั้ย ทั้งอยากให้เขารู้ และไม่อยากให้เขารู้ไปพร้อมๆ กัน”“ไม่หรอก ฉันเข้าใจดี แต่ไม่เป็นไรเลย ไม่เป็นไรจริงๆ เธอมีสิทธิ์เลือกทางเดินนี่ เขาไม่อ่านก็เป็นความผิดของเขา” เฉียวอิงปลอบโยนเพื่อนรัก “แล้วเธอจะทำยังไงต่อ”“ฉันรับปากแม่กับพ่อแล้วว่าจะไปอเมริกา ที่นั่นอากาศกำลังดี ไปพักผ่อนและลองทบทวนหลายๆ เรื่อง บางทีฉันอาจอยู่ทำงานที่นั่นเลย”เฉียวอิงพยักหน้า “ฉันไปเยี่ยมเธอบ้างได้มั้ย”“แน่นอนสิ เธอเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันเลยนะ โดยเฉพาะช่วงที่ฉันเกิดเรื่อง”“พูดอะไรโง่ๆ” เฉียวอิงกอดหยางหลินแน่น “เอาเถอะ การตัดสินใจเป็นของเธอ ไม่ว่าเธอจะทำอะไรก็เดินหน้าไปเลย จะไม่ได้ต้องเสียใจทีหลัง”เธอ...จะไม่เสียใจในภายหลังจริง
ในห้องชุดซึ่งเป็นเรือนหอของหยางหลินเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะมาครั้งก่อนหญิงสาวเก็บข้าวของทุกอย่างที่มีน้อยนิดของโม่เฉวียนไปซ่อนทันมาคราวนี้ไม่มีการปิดบังเพราะเฉียวอิงหลุดปากบอกความลับออกมาแล้ว หยางหลินจึงได้แต่ปวดศีรษะที่เห็นเพื่อนสาวกรี๊ดกร๊าดกับรูปแต่งงานและข้าวของของโม่เฉวียน“เขาจริงๆ
“พี่ไม่ต้องไปทำงานหรอกเหรอคะ”“พี่อยากจะอยู่เป็นเพื่อนเธอ”“ฉันขอโทษนะคะ”“เสี่ยวหลิน มันไม่ใช่ความผิดเธอ ที่จริงมันเป็นความผิดพี่ที่ปล่อยให้เธออยู่คนเดียว”“แล้วที่ห้องนั้น...”“ปล่อยให้พี่เฟิงจัดการ เธอไม่ต้องกังวลไป ทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดีพี่สัญญา หรือหากเธออยากจะย้ายไปอยู่ที่อื่น...” โม่เฉวีย
“เดี๋ยวพี่จะโทรไปบอกเพื่อนเธอให้ ดีไหม เธอกำลังมีไข้ คงต้องพักสักวัน”“เอางั้นก็ได้ค่ะ อา...ฉันปวดหัวจังเลย” หยางหลินขยับตัวซุกเข้าไปในผ้าห่มอีกครั้ง“พี่จะไปเอาน้ำมาเช็ดตัวให้” โม่เฉวียนเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาบนผนัง ตอนนี้เกือบสิบโมงแล้ว เขาควรโทรไปลางานให้หญิงสาวก่อนเป็นอันดับแรก ถึงอย่างนั้นเมื่อเป
“เขา...เขาเหมือนอยากจะฆ่าฉัน...” หยางหลินสะอื้นฮัก“เธอน่าจะยังกลัวมากถ้ากลับไปที่ห้อง ถ้ายังไง...” ลู่หม่าโจวมองกระจกหลังพร้อมกล่าว“ครับ” โม่เฉวียนรับคำ มองหยางหลินที่ร้องไห้จนเหนื่อยอ่อนและหลับไปแล้ว หญิงสาวไม่รู้ตัวแม้กระทั่งตอนที่โม่เฉวียนอุ้มเธอลงจากรถและพาเข้าไปในห้องซึ่งมีเจียงรุ่ยนั่งรออยู




![พอหย่าจากคนเลว ผู้ชายทุกคนก็อยากได้ฉัน แม้แต่ผัวเลว [nc 35+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


