LOGIN“เราจะทำอะไรกินกันดีคะคุณป้า” เซวียนเซวียนเอ่ยถามเฉียวอิงที่เดินตามมา เมื่อทั้งหมดเดินเข้ามาในซุปเปอร์มาเก็ตไม่ไกลจากบ้านนัก
“อันนี้คงจะต้องถามคุณแม่ครัวสองคนข้างหน้าโน้นนะจ้ะเพราะป้าน่ะแค่ลูกมือ” เฉียวอิงหัวเราะ
“ว่าง่ายๆ ว่าทำอาหารไม่เป็นว่างั้นเถอะ” ซวงซวงแขวะ
“แล้วเธอทำเป็นหรือไง” เฉียวอิงมองเพื่อนรักตาขวาง
“จะแต่งงานอยู่แล้วยังทำอาหารไม่เป็น สงสารเจ้าบ่าวแล้วสิ”
“ก็ฉันจะแต่งงานกับคนที่ทำอาหารเก่งนี่นา ฉะนั้นฉันก็ไม่ต้องทำอาหาไง” เฉียวอิงหัวเราะ ตอนนี้แม้แต่หยางหลินเองก็พลอยขำไปด้วย
“เอาละเรามาแบ่งเป็นสองฝั่งละกัน จะได้ซื้อของเสร็จเร็วๆ” หยางหลินแบ่งลิสต์ที่จะต้องซื้อออกมาเป็นสองแผ่น
“ได้ งั้นฉันกับเสี่ยวเหยียนจะไปซื้อของสด” เฉียวอิงเสนอตัว
“เอางั้นก็ได้ งั้นเราสามคนไปซื้อของอื่นๆ ใครเสร็จก่อนก็มารอกันด้านหน้า” หยางหลินจูงมือเซวียนเซวียน ส่วนซวงซวงรับหน้าที่เลือกของลงรถเข็น
“พี่เสี่ยวเหยียน คุณป้า อย่าลืมแตงโมของเซวียนเซวียนนะคะ” เซวียนเซวียนเรียกตามผู้เป็นพี่
“ได้เลย” เหยียนเหยียนชะโงกหน้าตอบกลับมา
“เอาละเสี่ยวเซวียนเราจะต้องชนะพวกนั้นนะจ้ะ เราไปกันเลย” ซวงซวงหัวเราะและหยอกล้อไปกับเซวียนเซวียนด้วยความเอ็นดู
“ไปกันเล้ย” เซวียนเซวียนพูดตามเสียงดัง เล่นเอาหลายคนหันขวับมองมา ถึงอย่างนั้นซวงซวงผู้ไม่สนใจโลกไหนเลยจะสนใจ
หยางหลินให้อ่อนอกอ่อนใจ รู้สึกไม่แน่ใจว่าระหว่างลูกสองคนกับเพื่อนสาว ใครมีความเป็นเด็กมากกว่ากัน ก้มลงดูรายละเอียดของที่ซื้อ หญิงสาวเดินออกไปอีกทางเพื่อไปหยิบมาใส่รถเข็น
“เสี่ยวหลิน...เสี่ยวหลินใช่มั้ย”
เสียงเรียกด้านหลังทำให้เธอหันหลังกลับไปมอง
“เสี่ยวหลินจริงๆ ด้วย” ฟางฟางเดินเข้ามาหาหยางหลินด้วยความยินดี
“พี่ฟางฟาง” หยางหลินอุทาน ไม่รู้ว่าสมควรจะดีใจหรือเสียใจกับความบังเอิญนี้ดี
“กลับมาจากอเมริกาตั้งแต่เมื่อไหร่จ้ะ พี่ติดต่อเธอไม่ได้เลยตั้งแต่เกิดเรื่อง” ฟางฟางเข้ามากอดเธอแน่นอย่างยินดี
“สบายดีหรือเปล่าคะ” หยางหลินถามออกไปอย่างนั้น ในใจหวั่นๆ เกรงว่าฟางฟางจะล่วงรู้ความจริงที่ซุกซ่อนเอาไว้ ...เรื่องราวหลังจากที่เธอตัดสินใจบินไปอเมริกา
“แล้วเธอละ ไม่ติดต่อพี่มาบ้างเลย พี่อยากจะส่งการ์ดไปให้ยังทำไม่ได้ พี่แต่งงานกับอวิ๋นเมื่อตอนต้นปี” ฟางฟางยังอยากจะชวนอีกฝ่ายไปหาที่นั่งคุยกัน แต่ดูเหมือนหยางหลินเอาแต่บ่ายเบี่ยง
“ยินดีด้วยนะคะ” หยางหลินหวนนึกไปถึงโม่อวิ๋นแล้วยิ้มออกมา “พี่อวิ๋นเป็นยังไงบ้างคะ สบายดีหรือเปล่า”
“เขาสบายดีจ้ะ ตอนนี้ร่วมหุ้นกับพี่เฉวียน...” ฟางฟางลืมตัวจนพูดถึงโม่เฉวียน กว่าจะนึกขึ้นได้ว่าทำให้บรรยากาศกระอักกระอ่วนก็สายไปแล้ว “เสี่ยวหลิน”
“ไม่เป็นไรค่ะ เขาสบายดีเหรอคะ” หยางหลินพยายามรักษาน้ำเสียงและสีหน้าเต็มที่
“ตั้งแต่เกิดเรื่อง เขาก็เอาแต่ทำงานเป็นบ้าเป็นหลังเลยละจ้ะ เขายังรู้สึกผิดกระทั่งทุกวันนี้ แถมยังไม่ยอมมีใครเลย” ฟางฟางพูดออกมาเสียงเศร้า
“คุณแม่คะ”
เสียงเซวียนเซวียนเรียกด้านหลังทำเอาหยางหลินขมวดคิ้ว
“ลูกเหรอจ้ะ เธอแต่งงานแล้วเหรอ” ฟางฟางอ้าปากค้างมองตรงไปยังเซวียนเซวียนตาไม่กะพริบ
“เอ่อ...ค่ะ” หยางหลินโกหก “เสี่ยวเซวียนมาทักทายคุณป้าสิจ้ะ” หยางหลินเอ่ยอย่างเสียไม่ได้ ในใจเริ่มรู้สึกกังวลอย่างไม่อาจห้าม
“สวัสดีค่ะคุณป้า” เซวียนเซวียนโค้งศีรษะให้อย่างว่าง่าย
“ชื่อเสี่ยวเซวียนเหรอจ้ะ”
“ค่ะ” เซวียนเซวียนยิ้มให้ฟางฟาง
หยางหลินไม่มีทางเลือกจึงต้องแลกเบอร์โทรกันกับฟางฟาง แต่เธอขอร้องว่าอย่าเอ่ยถึงเรื่องเธอให้ครอบครัวตระกูลโม่รู้ รวมไปถึงโม่อวิ๋นด้วย ดังนั้นฟางฟางจึงได้แต่รับปาก ทั้งที่สงสัยเหลือเกินว่าทำไมเซวียนเซวียนจึงมีหน้าตาละม้ายคล้ายกันโม่เฉวียน ยิ่งเวลาที่ยิ้มก็ยิ่งดูเหมือน...
หลังจากกลับมาที่บ้าน หยางหลินก็ใจลอยจนซวงซวงและเฉียวอิงอดเป็นห่วงไม่ได้ แม้ว่าจะพยายามกลบเกลื่อน แต่เธอก็ไม่สามารถซ่อนมันเอาไว้ได้ทั้งหมด แม้อยากให้ลูกๆ ได้เจอกับพ่อแท้ๆ สักครั้ง ทว่าความกังวลก็ยังคอยหลอกหลอนเพราะกลัวปฏิกิริยาของเขา
เขาจะทำยังไงเมื่อรู้ว่ามีลูกถึงสองคน หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น
เขาจะผลักไสแล้วสร้างบาดแผลให้ลูกน้อยของเธออย่างที่เคยทำกับเธอมาแล้ว หรือว่าเขาจะพยายามแย่งลูกไปจากเธอกัน
ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์หยางหลินมีนัดกับเฉียวอิง หญิงสาวรับปากจะพาเด็กแฝดไปถ่ายรูปแต่งงาน เพราะเด็กทั้งสองถูกจองตัวเอาไว้ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ทำหน้าที่โปรยดอกไม้ในงานวันแต่งงานด้วย
“แม่คะเราจะสายแล้วนะคะ” เซวียนเซวียนตะโกนบอกผู้เป็นแม่
“เสร็จแล้วจ้ะ แม่จะเสร็จแล้ว” หยางหลินตอบออกมา
“แม่พูดแบบนี้มาสามรอบแล้วนะคะ”
“แม่ขอโทษจ้ะลูก ต่อไปแม่จะไม่นอนตื่นสายอีกแล้ว”
“เร็วเข้าเถอะครับ คุณป้าเฉียวรอแย่แล้ว” เหยียนเหยียนเร่งอีกรอบพร้อมกับส่งกุญแจรถให้ผู้เป็นแม่
หยางหลินลืมตาตื่นขึ้นมาหลังจากที่สลบไปหนึ่งวันกับอีกหนึ่งคืนเต็มๆ สวีลั่วนั่งนวดฝ่ามือเล็กๆ อยู่ข้างเตียงด้วยใบหน้าอิดโรย ดูแล้วเหมือนคนที่ยังไม่ได้นอนเมื่อเรียบเรียงเหตุการณ์ต่างๆ ขึ้น หยางหลินก็มองไปรอบๆ ห้อง สายตาของเธอก็ปะทะเข้ากับดวงตาคมเข้มที่มองมายังเธออยู่ก่อนหน้านี้แล้วโม่เฉวียน...เขาจ้องเธอตาไม่กระพริบ พร้อมกับเดินเข้ามาใกล้“อย่าเข้ามานะ!!!” หยางหลินตวาดลั่นพร้อมกับลุกขึ้นกระถดตัวไปจนติดหัวเตียง ใบหน้าซีดขาวดูน่าสงสารจนตัวต้นเหตุใจหล่นวูบโม่เฉวียนเห็นดังนั้นจึงหยุดเดินสวีลั่วหันมามองลูกชายแล้วส่ายหน้า “ออกไปก่อนเถอะ”เขายอมเดินออกไปจากห้องโดยดี“เสี่ยวหลิน” สวีลั่วแตะมือไปที่ไหล่หยางหลินเบาๆหญิงสาวยังคงมองไปที่ประตูสะดุ้ง “คุณป้าคะ” หยางหลินปล่อยโฮออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ สองแขนกอดร่างของสวีลั่วเอาไว้แน่น“ไม่เป็นไรนะไม่เป็นไร ระวังหน่อย ระวังสายน้ำเกลือด้วย หนูหลับไปทั้งคืนเพิ่งตื่นขึ้นมา ป้าตกใจแทบแย่ ยังดีที่อาหมอบอกว่าไม่เป็นไร” ร่างสั่นเทาเพราะความหวาดกลัวและสับสน ทำเอาสวีลั่วใจหายวาบ สงสารจนอดร้องไห้ตามไม่ได้เสียงร้องไห้บวกกับเสียงสะอื้นของทั้งสองดังออกมาข้างนอก ก
แผ่นหลังงองุ้มที่กำลังก้มลงกอดตัวเอง ทำเอาโม่เฉวียนเผลอกลั้นหายใจ หญิงสาวยังคงไม่รู้ว่าเขาเดินเข้ามาในห้อง กระทั่งโม่เฉวียนกดสวิตช์เปิดไฟจนสว่างทั่วห้องหยางหลินสะดุ้งและหันหน้ากลับมามองเขา ดวงหน้าหวานที่นองน้ำตาเอาไว้ด้วยความตระหนก น้ำตาที่ยังคงคลออยู่ในดวงตาทั้งสองกลิ้งลงมาสองข้างแก้ม ผมยาวที่ถูกมัดรวบเอาไว้หลุดลุ่ยลงมาเคลียไหล่สองข้าง โม่เฉวียนลมหายใจสะดุดไปครู่หนึ่ง เขามองไปหญิงสาวที่ยืนสั่นเทาซึ่งอยู่อีกฟากของเตียง สายตาหวาดกลัวมองไปที่ประตูซึ่งอยู่เบื้องหลังเขาเหมือนมองหาทางหนี“ผมโม่เฉวียน” เขากะละมังลงบนโต๊ะ ในใจหวังจะพูดคุยกับหญิงสาวให้หายตกใจก่อน ที่ไหนได้หญิงสาวกลับอาศัยจังหวะที่เขาเดินไปยังอีกฟากของเตียง เบี่ยงตัวหนีและวิ่งตรงไปที่ประตูโม่เฉวียนส่งเสียง โอ๊ะ จากนั้นรีบพุ่งตัวไปคว้าต้นแขนของอีกฝ่ายเอาไว้ได้ “ใจเย็นๆ พูดกันก่อน” เขาเข้าใจจึงพยายามใจเย็นอย่างถึงที่สุด ใจเย็นอย่างที่เขาไม่เคยมาก่อน“ปล่อยฉันนะ!!!”หยางหลินร้องอาการปวดหัวรุนแรง พิษไข้กลับมาจู่โจมอีกครั้งพร้อมกับอาการหน้ามืด ร่างเล็กยืนซวนเซ อ่อนเพลียรุนแรงจนทำให้สติของเธอเลือนรางหยางหลินพยายามผลักเขาออกทว่าก
สวีลั่วถอนหายใจออกมาเสียงเบา “กะจะเซอรไพร์สลูกแต่ดันมาเจอเรื่องเซอร์ไพร์สซะเอง ว่าแต่ลูกเถอะมายังไง”“ผมขับรถพี่ใหญ่มาครับ ตอนเลิกงานพี่เขาโทรบอกให้ผมไปรับ”“เสี่ยวเฉวียน?”“ครับ เรากำลังจะถึงบ้านผมรู้เรื่องก็รีบมาหลังส่งพี่ใหญ่ที่บ้าน”“เอ๋จริงเหรอ เสี่ยวหลินเองก็อยู่ที่บ้านนะ”“เอ๋” โม่อวิ๋นเลิกคิ้ว “ป่านนี้ไม่เจอกันแล้วเหรอครับ ไม่ใช่ว่าถูกพี่ใหญ่จับกินแล้วหรอกนะ พี่ใหญ่ยิ่งไม่ชอบคนแปลกหน้าอยู่ รีบกลับกันเถอะครับ”“ไม่หรอกเสี่ยวหลินกำลังไม่สบายแม่เลยให้ใช้ห้องของเสี่ยวเฉวียน เธอน่าจะนอนหลับอยู่...” สวีลั่วชะงักเพราะคิดถึงความไม่เหมาะสม“แม่ว่าอะไรนะ!! เสี่ยวหลินไม่สบายนอนอยู่ในห้องพี่ใหญ่เหรอครับ!!” โม่อวิ๋นเสียงดังขึ้นมาเล็กน้อย ในใจของเขาสังหรณ์ว่าคงเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นแล้ว“แกจะเสียงดังทำไม ตกอกตกใจหมด ใช่แล้วแม่ให้นอนในห้องเสี่ยวเฉวียน ก็เขาไม่เคยกลับมาใช้ห้องตัวเองนานแล้วนี่ แค่นี้ยังจะห่วงหรือไง”“รีบกลับบ้านกันเถอะครับ”“ทำไม มีอะไรหรือลูก” โม่จวงสังเกตเห็นความกังวลของลูกชายคนเล็กก็ขมวดคิ้ว“นั่นสิทำอย่างกับเสี่ยวเฉวียนจะเข้าไปทำอะไรเสี่ยวหลินอย่างงั้นแหละ พอเขาเห็นว่ามีคนคงถ
หยางหลินหอบหายใจเข้าเมื่อเขาถอนจูบ ความรู้สึกแปลกใหม่บางอย่างที่เธอไม่เข้าใจเริ่มเข้าจู่โจม สติที่พยายามควบคุม รวมไปถึงเรี่ยวแรงที่คล้ายเริ่มหดหายมือทั้งสองข้างที่เพิ่งได้รับอิสระ พยายามดันอกแกร่งที่บดเบียดแนบชิด แต่ชั่วขณะนั้นเขากลับสอดมือดันตัวเสื้อขึ้น สัมผัสครอบครองยังอกอวบอิ่ม ส่งผลให้ร่างสาวแอ่นหยัด ความรู้สึกวูบวาบแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ปลายลิ้นร้อนที่ป่ายปัดดูดดึง ส่งผลให้ห้วงอารมณ์วาบหวามทะยานสูงหญิงสาวอ้าปากหายใจหอบ บางอย่างในกายคล้ายถูกปลุกเร้า สตินึกคิดถูกบิดเบือนไปจากเดิม สองมือที่ดันอกแกร่งเริ่มอ่อนแรงลง เป็นจังหวะให้เขาใช้สองมือดันกระโปรงพลีทสีหวานขึ้นจนเผยต้นขาเพรียว“ขะ...ขอร้องหยุดเถอะ...ได้โปรด” หยางหลินสะดุ้งเฮือกพยายามร้องขอให้เขาหยุด ทว่าเขาคล้ายไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น กระทั่งหยางหลินเริ่มดิ้นรนอีกครั้งเพราะรับรู้ว่าปราการส่วนล่างถูกเลื่อนลงไป กระโปรงพลีทยับยู่ยี่ถูกเหวี่ยงออกไปจนพ้นจากเตียง หญิงสาวเริ่มดิ้นรนขัดขืนด้วยแรงเฮือกสุดท้ายโม่เฉวียนสติหลุดจนไม่รับรู้ถึงการขัดขืน ร่างแกร่งที่ไม่รู้ว่าถอดกางเกงนอนออกไปจนพ้นทางตั้งแต่เมื่อไร ทาบทับกับร่างนุ่มกดตรึงห
“พ่อบอกว่าไม่เป็นไร แม่เองก็กำลังไปที่สถานีตำรวจ ผมออกไปดูหน่อยดีมั้ย มา...ผมเข้าไปส่งพี่ในห้องก่อน ขืนไปที่สถานีตำรวจสภาพพี่แบบนี้ ใครเห็นเดี๋ยวจะเป็นข่าวอีก ข่าวของดีกว่างโจวถูกวางยาคนคงสนใจน่าดู”“นี่ก็บ้านฉัน ฉันจำทางได้ นายรีบไปเถอะ” โม่เฉวียนรู้สึกมึนหัวและร้อนรุ่มไปหมดจนลิ้นชา เขาเกือบจะพูดไม่รู้เรื่องจึงเลือกที่จะไม่ด่าเจ้าน้องชายตัวดี “ฝากนายจัดการด้วยแล้วกัน เอากระเป๋าพี่ไปด้วยในนั้นมีเงินสดอยู่ นายจัดการไปตามที่เห็นสมควร” โม่เฉวียนพยายามรักษาสติ“พี่เดินไหวแน่นะ”“ไม่เป็นไรหรอกนายรีบไปเถอะ”หลังจากที่โม่อวิ๋นออกรถไป โม่เฉวียนก็รีบเดินเข้าบ้าน ตรงไปยังห้องนอนของตัวเอง ถอดเสื้อผ้าออกอย่างเร่งร้อนพร้อมกับปรับแอร์ให้อุณหภูมิต่ำสุด เพื่อให้ช่วยลดความร้อนในร่างกายร่างสูงก้าวเข้าไปในห้องน้ำให้น้ำเย็นช่วยลดอุณหภูมิเบื้องต้นที่กำลังทนทรมาน ยืนภายใต้ม่านน้ำเย็นเยียบทำให้ร่างกายเขาสงบลงเล็กน้อย ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่มั่นใจว่าฤทธิ์ยานี้จะออกฤทธิ์นานเท่าไร ดังนั้นจึงได้แต่กลับไปที่เตียงนอน รอรับผลแห่งความทรมานจากความโง่ของตัวเองชายหนุ่มปีนขึ้นไปบนเตียงแล้วมุดเขาไปในผ้าห่ม ในหัวมีความคิด
“ดื่มซะหน่อยนะจ๊ะ” กลิ่นเหล้าจัดเต็มจนหยางหลินคิ้วขมวด “แต่หนูคออ่อนมากเลยนะคะ ดื่มนิดเดียวแล้วหลับไม่รู้เรื่องเลย” หยางหลินกล่าวติดตลก “ก็ดีสิจ๊ะ หลับให้สนิทตื่นมาจะได้สดชื่น นอนสักพักถ้าไม่ดีขึ้นยังไงคุณลุงกลับมาเราจะได้ไปโรงพยาบาลกัน” สวีลั่วเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาบนผนัง มันบอกเวลาบ่ายสอง ในใจคิดจะโทรหาลูกชายคนเล็กก่อนเผื่อมีอะไรฉุกเฉิน “ดูสิคะเลยงานกร่อยเลย ตั้งใจจะจัดงานวันเกิดเซอร์ไพร์สพี่อวิ๋นแท้ๆ กลับมาเซอไพร์สเพราะหนูมาไม่สบายซะงั้น” หยางหลินจิบยาเข้าไปแล้วตาโต “ว้าวอร่อยแฮะ ไม่ยักกะมีกลิ่นเหล้าเลย หวานหอมเหมือนน้ำผลไม้” หยางหลินยิ้มออกมา“เห็นไหมป้าบอกแล้วว่ากินง่าย งั้นดื่มให้หมดถ้วยแล้วนอนเสีย ข้างนอกป้าจะจัดการเองเหลือไม่มากแล้ว” สวีลั่วช่วยหญิงสาวเอนตัวลงนอนบนโซฟา ตอนนั้นเองที่เสียงมือถือดังขึ้น“อะไรนะคะ!!!”เสียงร้อนรนของสวีลั่วทำเอาหยางหลินผุดตัวขึ้นนั่ง แต่เพราะฤทธิ์เหล้าหมักตระกูลโม่กำลังออกฤทธิ์ หญิงสาวจึงรีบเอนพิงพนักโซฟา“ได้ค่ะเดี๋ยวฉันจะรีบไป” สวีลั่ววางสายด้วยท่าทีพะว้าพะวง“เกิดอะไรขึ้นคะคุณป้า” หยางหลินเองก็พลอยตกใจไปด้วยเมื่







