Mag-log in“เราไปแล้วนะคะคุณพ่อ” เซวียนเซวียนกับเหยียนเหยียนหันไปบอกกรอบรูปใบเล็กที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ มันเป็นรูปแต่งงานของหยางหลินกับโม่เฉวียนนั่นเอง
ก่อนหน้านี้เมื่อเธอค้นรูปนี้ออกมา เด็กทั้งสองแย่งกันจนถึงกับทะเลาะกันหลายครั้ง ดังนั้นเธอจึงเอาไปใส่กรอบวางไว้ให้ในห้องนอนของทั้งสองคนละอัน แต่วันนี้น่าจะเป็นเหยียนเหยียนที่ถือออกมาวางเอาไว้ที่ห้องรับแขก
ที่ร้านทำผมในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง เซวียนเซวียนกำลังถูกจับแต่งหน้าอ่อนๆ เพื่อให้เหมาะกับชุดนางฟ้าตัวน้อย
ส่วนเหยียนเหยียนนั้นหล่อเหลาอยู่ในชุดสูท พร้อมที่จะถ่ายรูปแล้ว
หยางหลินรับโทรศัพท์ก่อนเดินออกไปคุยข้างนอกร้าน เธอไม่รู้เลยว่าเหยียนเหยียนมองเห็นใครบางคนเดินผ่านหน้าร้านทำผมไป ก่อนจะได้คิดอะไรเด็กน้อยก็วิ่งตามออกไปโดยที่ไม่มีใครเห็น
“พ่อฮะ”
เหยียนเหยียนวิ่งเข้าไปกอดใครบางคนจากด้านหลัง
โม่เฉวียน... อดีตนักแสดงนำชายดีเด่นหลายปีซ้อนซึ่งตอนนี้ผันตัวไปทำงานเบื้องหลัง
ชายหนุ่มหันกลับมามองพร้อมกับก้มลงมองเด็กน้อยที่ใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับเขางงๆ
“เด็กที่ไหนกัน” แอนจี้อุทานเมื่อได้ยินว่าเด็กชายตรงหน้าเรียกโม่เฉวียนว่าพ่อ ทั้งยังกอดขาเอาไว้ไม่ยอมปล่อย
“ตามหาคุณพ่ออยู่เหรอครับ” โม่เฉวียนย่อลงนั่งตรงหน้าเด็กน้อย
“ทำไมพ่อถึงไม่เคยไปหาเราที่อเมริกาเลยละฮะ” เหยียนเหยียนร้องไห้โผเข้าไปกอดคอโม่เฉวียนเอาไว้ทันทีที่เขานั่งลง
“อเมริกา?” โม่เฉวียนประหลาดใจ
“ฮะ เราคิดถึงพ่อมากเลย” เหยียนเหยียนพยักหน้า
“เธอชื่ออะไร”
“เหยียนเหยียนไงฮะ เซวียนเซวียนก็มานะฮะ”
“เซวียนเซวียน?”
“ฮะน้องสาวไงฮะ เซวียนเซวียน”
แอนจี้หลุดหัวเราะออกมา “นี่คุณไปแอบมีลูกทิ้งไว้ที่อเมริกาตั้งสองคนตั้งแต่เมื่อไหร่กันคะ” มองดูด้านหลังผู้จัดการและการ์ดกำลังเดินตามมา “เราไปกันเถอะค่ะ เรากำลังจะสายแล้วนะ”
ไม่พูดเปล่าแอนจี้ดึงเหยียนเหยียนออกมาจากโม่เฉวียนทำให้เด็กน้อยล้มหงายลงบนพื้น อารามตกใจเหยียนเหยียนจึงคว้าชายกระโปรงของหญิงสาวติดมือไปด้วย ทำให้กระโปรงของเธอปริ และนั่นก็ทำให้เธอเริ่มอารมณ์เสียขึ้นมา
“เด็กคนนี้นี่ พ่อแม่ไม่สั่งสอนหรือไง ไปให้พ้นไป๊” แอนจี้แกะมือเด็กน้อยออกจากกระโปรง เสียงตวาดนั้นไม่เบา บวกกับผู้เป็นพ่อที่ไม่สนใจ เหยียนเหยียนจึงร้องไห้ออกมาเสียงดังลั่น
“เสี่ยวเหยียน...”
เสียงคุ้นเคยแม้ไม่ได้ยินมานานทำให้โม่เฉวียนถึงกับตัวแข็งทื่อ แม้ว่าจะผ่านไปแล้วสี่ปีเต็ม ทว่าเขากลับไม่เคยลืมเลือนทุกสิ่งที่เกี่ยวกับตัวเธอ
โม่เฉวียนค่อยๆ หันหลังกลับไปมองหญิงสาวในชุดกระโปรงสีน้ำเงิน ร่างคุ้นตาเดินใกล้เข้ามาทว่าสายตาของเธอกลับเอาแต่ก้มลงไปมองเด็กน้อยที่นั่งอยู่บนพื้น
“ลูกมาทำอะไรตรงนี้จ้ะ” หยางหลินมองเห็นลูกชายนั่งอยู่บนพื้นก็ตกใจจนลืมสนใจกระทั่งคนที่ยืนอยู่รอบๆ
“แม่ฮะ” เหยียนเหยียนไม่ยอมลุกขึ้น กลับเบ้หน้าและร้องไห้หนักกว่าเดิม
“แม่บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเดินไปไหนคนเดียวแบบนี้” หยางหลินพยุงเหยียนเหยียนให้ลุกขึ้น
“เสี่ยวหลิน”
เสียงเรียกของโม่เฉวียนทำให้หยางหลินชะงัก หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเขาในที่สุด ดวงตาเบิกกว้าง ตกใจจนพูดไม่ออกร่างทั้งร่างเซไปด้านหลัง
มองดูมือใหญ่ที่ยื่นออกมาหมายจะช่วย แต่หยางหลินกลับตวาดออกมา “อย่าแตะต้องตัวฉัน!”
หลายคนขมวดคิ้วกับท่าทางนั้น รวมไปถึงแอนจี้ “รู้จักกันเหรอคะ” หญิงสาวมองสองคนด้วยความสงสัย
“คุณแม่ขา” เสียงเซวียนเซวียนวิ่งตามมาด้านหลัง ทำให้ทั้งหมดหันหลังกลับไปมอง โม่เฉวียนเบิกตากว้างกว่าเดิมเมื่อเห็นเด็กผู้หญิงที่วิ่งตรงเข้ามาหาหยางหลิน
“เสี่ยวเซวียนพี่เจอคุณพ่อแล้ว” เหยียนเหยียนเดินเข้าไปจับมือโม่เฉวียนแล้วเงยหน้ายิ้มให้เขา แต่เซวียนเซวียนกลับจับมือผู้เป็นแม่เอาไว้แล้วหลบอยู่ด้านหลัง
“นี่มันเรื่องอะไรกันเสี่ยวหลิน” โม่เฉวียนตกตะลึงจนพูดไม่ออก
หยางหลินได้แต่ยืนนิ่งเงียบ เหตุการณ์ตรงหน้าค่อนข้างอยู่นอกเหนือจากความคาดหมาย ตอนแรกอยากขอเวลาก่อนนัดเจอเขาและตกลงกันอย่างใจเย็น ตอนนี้เห็นชัดว่าทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว
“อย่าเสียมารยาทสิลูก เสี่ยวเหยียนมาหาแม่มา” หยางหลินกวักมือเรียกเหยียนเหยียนที่ยังจับมือโม่เฉวียนไม่ปล่อย
“พี่ถามว่านี่มันเรื่องอะไรกัน!!!!” โม่เฉวียนตวาดเสียงดังลั่นจนเด็กสองคนสะดุ้ง เซวียนเซวียนโผเขาไปกอดผู้เป็นแม่ ส่วนเหยียนเหยียนรีบปล่อยโม่เฉวียนแล้ววิ่งกลับมากอดหยางหลินอีกคน
“อย่าคิดว่าแค่เสียงดังก็จะได้ทุกอย่างที่ต้องการสิคะ พี่นี่ไม่เปลี่ยนไปสักนิด” หยางหลินพยายามควบคุมตัวเองอย่างถึงที่สุด และมันก็ได้ผลทั้งน้ำเสียงและใบหน้าเย็นชาจนคนฟังอึ้งงัน
“เสี่ยวหลินเธอ...” เขาไม่เคยเห็นหญิงสาวที่เป็นแบบนี้มาก่อน
ผู้คนรอบข้างเริ่มหันมาให้ความสนใจสถานการณ์ดังกล่าวมากขึ้น ดังนั้นหยางหลินจึงจำเป็นต้องรีบจัดการ และก็โชคดีที่เฉียวอิงตามมา
“เสี่ยวหลิน”
“เฉียวอิง ช่วยพาเหยียนเหยียนกับเซวียนเซวียนไปกลับก่อนได้ไหม” หยางหลินยังพยายามรักษาน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด
ต้องขอบใจหวังฮ่าว ว่าที่เจ้าบ่าวของเฉียวอิงที่เดินเข้าที่เข้ามาอุ้มเซวียนเซวียนขึ้น อีกมือก็ยื่นมาหาเหยียนเหยียนพร้อมกับยิ้มอย่างใจดี “เด็กๆ เราไปถ่ายรูปกันดีกว่า ลุงฮ่าวจะถ่ายให้เยอะๆ เลย ใครอยากไปบ้าง”
“พี่ขอโทษ ขอโทษนะ ยกโทษให้พี่” เขากอดหญิงสาวแน่นพร่ำพูดซ้ำๆความรักมักทำให้คนอ่อนแอคำกล่าวนี้ไม่เกินจริงเลยสักนิด จนแล้วจนรอดหลังจากแสร้งทำเป็นเข้มแข็ง ท้ายที่สุดหยางหลินก็ยังพ่ายแพ้อยู่ดี เธอยอมรับในที่สุดว่าในใจยังคงรักโม่เฉวียนสุดใจ หากไม่รักก็ไม่ต้องเจ็บปวดจนถึงทุกวันนี้ท่ามกลางเสียงหัวเราะและใบหน้ายิ้มแย้มด้วยความยินดี โม่เฉวียนในชุดสูทหล่อเหลามองดูเจ้าสาวที่กำลังเดินเข้ามา ด้านหน้ามีเด็กแฝดซึ่งเป็นดังโซ่ทองคล้องใจให้เขาได้มีโอกาสแก้ตัว ให้เขาได้มีโอกาสมีหยางหลินกลับมายืนเคียงข้างโม่เหยียนเหยียน โม่เซวียนเซวียน ลูกที่น่ารักของเขาเขาสาบานกับตัวเองว่าจากวันนี้จะไม่ปล่อยมือหยางหลิน จะรักและดูแลจนชั่วชีวิตนี้ลมหายใจจะพรากจากกัน จะอุ้มชูลูกที่น่ารักทั้งสองคน ดูแลสั่งสอนให้เติบโต คอยมองดูและคอยประคับประคองให้พวกเขาสามารถข้ามผ่านเรื่องเลวร้ายเขาเคยบอกกับหยางหลินในค่ำคืนที่เขาขอโอกาส เขาไม่อาจรับปากว่าชีวิตคู่ของทั้งสองจะราบรื่นไปตลอดทาง เพราะทุกชีวิตต่างก็มีเส้นทางที่ขรุขระบ้าง เจอปัญหาบ้าง แต่เขาสัญญาว่าจะไม่ทำผิดซ้ำสอง จะไม่ทำอะไรให้หญิงสาวรู้สึกไม่มั่นคง จะรักและซื่อสัตย์ตราบที่
โม่เฉวียนสบตากับหยางหลินนิ่ง หญิงสาวพูดไม่ออกได้แต่เก็บความเจ็บปวดเอาไว้ในใจ เห็นลูกน้อยพูดเรื่องนี้ออกมาด้วยใบหน้าไร้เดียงสา ความรู้สึกผิดก็ยิ่งเพิ่มพูนเต็มอก“นอนกันได้แล้วจ๊ะดึกแล้ว ฝันดีจ๊ะ” หยางหลินเปลี่ยนเรื่อง หญิงสาวก้มลงจูบแก้มสองข้างของเซวียนเซวียน จากนั้นก็เหยียนเหยียนอย่างเคยชินสองฝาแฝดทำเช่นเดียวกันทั้งกับหยางหลินและโม่เฉวียน ทว่าเมื่อโม่เฉวียนจะเอื้อมมือไปปิดไฟหัวเตียงเด็กแฝดกลับร้องลั่น“แล้วคุณพ่อกับคุณแม่ล่ะครับ/คะ!!”“พ่อทำไมจ๊ะ”หยางหลินสังหรณ์ใจบางอย่างขึ้นมา “ได้เวลานอนแล้วจ๊ะ”“กู๊ดไนท์คิสของคุณแม่ละครับคุณพ่อ”“นั่นสิคะ เราต้องกู๊ดไนท์คิสด้วยสิคะ จะได้ฝันดีไง”เซวียนเซวียนและเหยียนเหยียนมองหน้าผู้เป็นพ่อกับแม่ด้วยสายตาอันบริสุทธิ์ หยางหลินขยับตัวมองหน้าโม่เฉวียนอย่างทำอะไรไม่ถูกผิดกับโม่เฉวียนที่ยิ้มอย่างผู้มีชัย“วันนี้คุณพ่อทำตัวไม่ดีเหรอครับถึงไม่ได้กู๊ดไนท์คิสจากคุณแม่”“จริงเหรอคะคุณพ่อ” เซวียนเซวียนหันไปมองโม่เฉวียนบ้าง“เอ่อ...ก็คงใช่ครับ” โม่เฉวียนไม่กล้าสบตาหยางหลิน “พ่อ...ทำตัวไม่ดีจริงๆ สมควรถูกแม่เค้าลงโทษแล้ว”หยางหลินทำอะไรไม่ถูกอยู่ครู่หนึ่ง ถึง
“เอาละวันนี้ใครอยากจะมานอนกับยายบ้าง”“ใช่ ใครอยากจะมานอนกับตาบ้าง”“เห่อหลานจริงนะฮะ” โม่อวิ๋นหัวเราะ“เอาไว้เรามีลูกบ้างดีไหมคะ” ฟางฟางกระซิบกับโม่อวิ๋น“ว่าไงจ๊ะ มีใครอยากนอนกับคุณตาคุณยายไหม”“ไม่ได้หรอกค่ะ/ครับ”“ทำไมละ” พวกผู้ใหญ่ถึงกับงงเมื่อเห็นว่าทั้งคู่เอ่ยออกมาพร้อมกับอย่างแข็งขัน“เดี๋ยวคุณแม่ฝันร้ายตื่นขึ้นมาไม่เจอเราแล้วจะร้องไห้อีก”เซวียนเซวียนพูดจบทุกคนถึงกับเงียบไป“คุณแม่ฝันร้ายบ่อยเหรอจ๊ะ” โม่เฉวียนเดินออกมาจากห้องนอน“ค่ะ ยิ่งตอนที่เรามาที่นี่ก็ยิ่งฝันร้ายบ่อยๆ” เซวียนเซวียนฉอเลาะ“เวลาฝันร้ายคุณแม่ก็จะเข้ามาในห้องของเรา ปูฟูกบนพื้น แล้วเราสามคนก็จะนอนคุยกันจนหลับไปเลย จนถึงวันนี้เราก็ยังนอนด้วยกันเพราะคุณแม่บอกว่านอนบนพื้นสบายกว่านอนบนเตียงนอนคนเดียว” เหยียนเหยียนเสริมด้วยรอยยิ้ม เขาเองก็ชอบนอนกันสามคนอาการเครียดสะสมและร่างกายที่ตรากตรำงานหนัก บวกกับการพักผ่อนน้อยทำให้หยางหลินล้มป่วย คุณอาหมอรับรองว่าไม่มีอะไรน่ากังวล ดังนั้นจึงฉีดยาให้แล้วย้ำให้พาหญิงสาวไปตรวจร่างกายให้สะเอียดที่โรงพยาบาลโม่เฉวียนยืนมองหยางหลินที่หลับสนิทบนเตียง ก่อนละสายตาไปมองฟูกนอนซึ่งมีเด็ก
“ก็ขึ้นรถมาแล้วนี่” โม่เฉวียนออกรถทันที“คุณยายคะ” เซวียนเซวียนเปิดสปีกเกอร์โทรศัพท์ของโม่เฉวียน“จ้าว่าไงจ๊ะหลานรักของยาย” เสียงของสวีลั่วทำให้หยางหลินชะงักและเงียบไป“คุณแม่อยู่บนรถแล้วค่ะ เรากำลังจะไปที่บ้านของคุณยายนะคะ”“เรามีของฝากด้วยนะครับ แต่คุณยายต้องทำขนมให้เรากินด้วยนะครับ คุณแม่บอกว่าคุณยายทำขนมอร่อยมาก ผมอยากกินหลายอย่างเลย”“หนูด้วยค่ะ”“เสี่ยวหลิน” สวีลั่วเสียงเครือ “ค่ะคุณแม่”โม่เฉวียนยิ้มกว้างเมื่อได้ยิน“กลับมาก็ดีแล้วนะลูก แม่อยากจะพบหนูกับเด็กๆ”“ค่ะคุณแม่” หยางหลินเองก็สูดจมูก แน่ละเธอคิดถึงกว่างโจว คิดถึงทุกๆ คนที่เคยรู้จัก ยิ่งกลับมาก็ยิ่งคิดถึงทุกอย่างที่นี่เมื่อวางสายหยางหลินก็เงียบผิดปกติ จะมีก็แต่เสียงคุยของพ่อลูกที่ดังต่อเนื่องไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย กระทั่งหยางหลินหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน เพราะสองสามวันมานี้เธอมีงานล้นมือต้องขนกลับมาทำที่บ้านทั้งยังต้องตื่นแต่เช้า ทั้งนี้ก็เพื่อเตรียมตัวให้สองแฝดไปโรงเรียน“คุณแม่หลับไปแล้วค่ะ” เซวียนเซวียนกระซิบกับโม่เฉวียน“ชู่ว อย่าเสียงดังสิเดี๋ยวคุณแม่ก็ตื่นหรอก”“แม่เค้าทำงานหนักแบบนี้บ่อยเหรอลูก” โม่เฉวียนคุยกับลู
“ทานอะไรก่อนเถอะนะเสี่ยวหลิน แล้วเราค่อยคุยกัน”เห็นลูกรักทำท่ารักใคร่และแย่งกันบอกว่าพ่อดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ หยางหลินรู้สึกสบสน “ฉันถามว่าพี่มาทำอะไรที่นี่!” หญิงสาวเผลอตวาดเสียงดังลั่นจนเด็กทั้งสองสะดุ้ง“เสี่ยวเหยียนและเสี่ยวเซวียน สองคนกลับไปข้างบนไปก่อน” หยางหลินเอ่ยเสียงเครียดแต่เมื่อก้าวเดินไปได้ก้าวหนึ่ง อาการปวดศีรษะกลับทำให้หน้ามืดล้มลง“เสี่ยวหลิน...” โม่เฉวียนรีบเข้าไปรับเอาไว้ได้ทัน“คุณแม่....” “แม่ฮะ” เหยียนเหยียนและเซวียนเซวียนตกใจจนร้องไห้ออกมาเมื่อเห็นโม่เฉวียนอุ้มหยางหลินขึ้นมาและพาไปนอนลงที่โซฟา“คุณแม่ไม่เป็นไรหรอก แค่หน้ามืดเท่านั้นเอง” โม่เฉวียนหันมาปลอบเด็กๆ“ปล่อยฉันนะ” หยางหลินยังเอ็ดเขาเสียงเขียว ทั้งที่ยังหลับตาและอ่อนเพลียเหยียนเหยียนวิ่งหายเข้าไปในครัวก่อนจะกลับมาพร้อมแก้วน้ำในมือ “ดื่มน้ำหน่อยนะฮะคุณแม่” เหยียนเหยียนส่งแก้วน้ำให้ผู้เป็นแม่“ขอบใจจ๊ะ” หยางหลินส่งยิ้มให้ลูกชายตัวน้อย“ถึงเธอจะโกรธพี่อยู่ แต่ยังไงวันนี้ก็ให้พี่ช่วยดูแลเด็กๆเถอะนะ ดูเหมือนว่าเธอจะไม่สบาย” โม่เฉวียนขมวดคิ้วมองหญิงสาวด้วยสายตากังวล“เราดูแลกันเองมาได้ขนาดนี้โดยที่ไม่เป็นอะไร
จริงแล้วเธอและลูกยังปลอดภัยดีสถานการณ์แบบนี้เธอไม่อาจปล่อยให้ดำเนินต่อไปอีกแล้ว ไม่อยากจะทน ไม่อาจเจ็บปวด และยิ่งไม่อยากให้ลูกต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทว่าลึกๆ เธอก็ยังอยากจะให้โอกาสกับเขาอยู่ ถึงอย่างนั้นเขากลับเซ็นเอกสารต่างๆ โดยที่ไม่อ่านด้วยซ้ำ“ฉันนี่ไร้สาระจริงๆ เลย ทำตัวเองแท้ๆ ยังจะมาร้องไห้เสียใจทำไมกันจริงมั้ย” หยางหลินหัวเราะทั้งน้ำตา “เธอว่าฉันบ้ามั้ย ทั้งอยากให้เขารู้ และไม่อยากให้เขารู้ไปพร้อมๆ กัน”“ไม่หรอก ฉันเข้าใจดี แต่ไม่เป็นไรเลย ไม่เป็นไรจริงๆ เธอมีสิทธิ์เลือกทางเดินนี่ เขาไม่อ่านก็เป็นความผิดของเขา” เฉียวอิงปลอบโยนเพื่อนรัก “แล้วเธอจะทำยังไงต่อ”“ฉันรับปากแม่กับพ่อแล้วว่าจะไปอเมริกา ที่นั่นอากาศกำลังดี ไปพักผ่อนและลองทบทวนหลายๆ เรื่อง บางทีฉันอาจอยู่ทำงานที่นั่นเลย”เฉียวอิงพยักหน้า “ฉันไปเยี่ยมเธอบ้างได้มั้ย”“แน่นอนสิ เธอเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันเลยนะ โดยเฉพาะช่วงที่ฉันเกิดเรื่อง”“พูดอะไรโง่ๆ” เฉียวอิงกอดหยางหลินแน่น “เอาเถอะ การตัดสินใจเป็นของเธอ ไม่ว่าเธอจะทำอะไรก็เดินหน้าไปเลย จะไม่ได้ต้องเสียใจทีหลัง”เธอ...จะไม่เสียใจในภายหลังจริง
หยางหลินค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรง ในใจเริ่มสั่นคลอนอย่างบอกไม่ถูกค่ำคืนนั้นโม่เฉวียนกลับมาตอนสี่ทุ่ม เขาพบว่าหยางหลินยังคงนั่งรอ กับข้าวอุ่นแล้วอุ่นอีก และหญิงสาวยังคงส่งยิ้มกว้างให้เขา “เหนื่อยมั้ยคะ”หยางหลินยิ้มให้เขาด้วยท่าทางเป็นปกติ ถึงอย่างนั้นประโยคของเฟิงเยี่ยนยังคงก้องในใจ ‘ถึงข้างก
นับจากค่ำคืนที่คู่แต่งงานได้เปิดใจพูดคุย รวมไปถึงความสัมพันธ์ที่เกินเลย ทำให้คนทั้งสองสนิทสนมกันมากขึ้น ความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากความใกล้ชิด ก่อให้เกิดความผูกพันซึ่งถักทอขึ้นในใจหยางหลินยังคงทำงานและรักษาความลับของการแต่งงาน เพราะเข้าใจว่างานในวงการของโม่เฉวียน เรื่องราวความสัมพันธ์เป็นสิ่งต้องห้า
จังหวะสุดท้ายของการกระทั้นเอวสอบลึกล้ำ เสียงกรีดร้องและเสียงคำรามก็ดังขึ้น ทั้งคู่ระเบิดความสุขออกมาพร้อมๆ กัน และมันก็เป็นความงดงามที่เขาไม่อาจสรรหาคำใดมาเปรียบ เขาครอบครองหยางหลิน ไปพร้อมๆ กับยอมรับหัวใจของตัวเองเขาโม่เฉวียนหลงรักเมียของตัวเอง หยางหลิน...ผู้หญิงที่เขาแต่งงานด้วย รักตั้งแต่ตอนไหน
โม่เฉวียนเลิกคิ้วมองเพราะไม่เคยเห็นด้านนี้ของหญิงสาวใบหน้าแดงก่ำเพราะแอลกอฮอล์ชิดลงมาหาเขา พร้อมกับทำในสิ่งที่โม่เฉวียนไม่คาดคิด หยางหลินกำลังก้มลงจูบเขามันไม่ใช่จูบแบบแตะแผ่วๆ แต่เป็นจูบจริงๆ ที่ใช้ปลายลิ้นเข้าจู่โจม โม่เฉวียนคำรามในลำคอเพราะแทบจะอดใจไม่อยู่ สัญชาตญาณดิบของชายหนุ่มถูกหญิงสาวปลุก







