LOGIN“เราไปแล้วนะคะคุณพ่อ” เซวียนเซวียนกับเหยียนเหยียนหันไปบอกกรอบรูปใบเล็กที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ มันเป็นรูปแต่งงานของหยางหลินกับโม่เฉวียนนั่นเอง
ก่อนหน้านี้เมื่อเธอค้นรูปนี้ออกมา เด็กทั้งสองแย่งกันจนถึงกับทะเลาะกันหลายครั้ง ดังนั้นเธอจึงเอาไปใส่กรอบวางไว้ให้ในห้องนอนของทั้งสองคนละอัน แต่วันนี้น่าจะเป็นเหยียนเหยียนที่ถือออกมาวางเอาไว้ที่ห้องรับแขก
ที่ร้านทำผมในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง เซวียนเซวียนกำลังถูกจับแต่งหน้าอ่อนๆ เพื่อให้เหมาะกับชุดนางฟ้าตัวน้อย
ส่วนเหยียนเหยียนนั้นหล่อเหลาอยู่ในชุดสูท พร้อมที่จะถ่ายรูปแล้ว
หยางหลินรับโทรศัพท์ก่อนเดินออกไปคุยข้างนอกร้าน เธอไม่รู้เลยว่าเหยียนเหยียนมองเห็นใครบางคนเดินผ่านหน้าร้านทำผมไป ก่อนจะได้คิดอะไรเด็กน้อยก็วิ่งตามออกไปโดยที่ไม่มีใครเห็น
“พ่อฮะ”
เหยียนเหยียนวิ่งเข้าไปกอดใครบางคนจากด้านหลัง
โม่เฉวียน... อดีตนักแสดงนำชายดีเด่นหลายปีซ้อนซึ่งตอนนี้ผันตัวไปทำงานเบื้องหลัง
ชายหนุ่มหันกลับมามองพร้อมกับก้มลงมองเด็กน้อยที่ใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับเขางงๆ
“เด็กที่ไหนกัน” แอนจี้อุทานเมื่อได้ยินว่าเด็กชายตรงหน้าเรียกโม่เฉวียนว่าพ่อ ทั้งยังกอดขาเอาไว้ไม่ยอมปล่อย
“ตามหาคุณพ่ออยู่เหรอครับ” โม่เฉวียนย่อลงนั่งตรงหน้าเด็กน้อย
“ทำไมพ่อถึงไม่เคยไปหาเราที่อเมริกาเลยละฮะ” เหยียนเหยียนร้องไห้โผเข้าไปกอดคอโม่เฉวียนเอาไว้ทันทีที่เขานั่งลง
“อเมริกา?” โม่เฉวียนประหลาดใจ
“ฮะ เราคิดถึงพ่อมากเลย” เหยียนเหยียนพยักหน้า
“เธอชื่ออะไร”
“เหยียนเหยียนไงฮะ เซวียนเซวียนก็มานะฮะ”
“เซวียนเซวียน?”
“ฮะน้องสาวไงฮะ เซวียนเซวียน”
แอนจี้หลุดหัวเราะออกมา “นี่คุณไปแอบมีลูกทิ้งไว้ที่อเมริกาตั้งสองคนตั้งแต่เมื่อไหร่กันคะ” มองดูด้านหลังผู้จัดการและการ์ดกำลังเดินตามมา “เราไปกันเถอะค่ะ เรากำลังจะสายแล้วนะ”
ไม่พูดเปล่าแอนจี้ดึงเหยียนเหยียนออกมาจากโม่เฉวียนทำให้เด็กน้อยล้มหงายลงบนพื้น อารามตกใจเหยียนเหยียนจึงคว้าชายกระโปรงของหญิงสาวติดมือไปด้วย ทำให้กระโปรงของเธอปริ และนั่นก็ทำให้เธอเริ่มอารมณ์เสียขึ้นมา
“เด็กคนนี้นี่ พ่อแม่ไม่สั่งสอนหรือไง ไปให้พ้นไป๊” แอนจี้แกะมือเด็กน้อยออกจากกระโปรง เสียงตวาดนั้นไม่เบา บวกกับผู้เป็นพ่อที่ไม่สนใจ เหยียนเหยียนจึงร้องไห้ออกมาเสียงดังลั่น
“เสี่ยวเหยียน...”
เสียงคุ้นเคยแม้ไม่ได้ยินมานานทำให้โม่เฉวียนถึงกับตัวแข็งทื่อ แม้ว่าจะผ่านไปแล้วสี่ปีเต็ม ทว่าเขากลับไม่เคยลืมเลือนทุกสิ่งที่เกี่ยวกับตัวเธอ
โม่เฉวียนค่อยๆ หันหลังกลับไปมองหญิงสาวในชุดกระโปรงสีน้ำเงิน ร่างคุ้นตาเดินใกล้เข้ามาทว่าสายตาของเธอกลับเอาแต่ก้มลงไปมองเด็กน้อยที่นั่งอยู่บนพื้น
“ลูกมาทำอะไรตรงนี้จ้ะ” หยางหลินมองเห็นลูกชายนั่งอยู่บนพื้นก็ตกใจจนลืมสนใจกระทั่งคนที่ยืนอยู่รอบๆ
“แม่ฮะ” เหยียนเหยียนไม่ยอมลุกขึ้น กลับเบ้หน้าและร้องไห้หนักกว่าเดิม
“แม่บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเดินไปไหนคนเดียวแบบนี้” หยางหลินพยุงเหยียนเหยียนให้ลุกขึ้น
“เสี่ยวหลิน”
เสียงเรียกของโม่เฉวียนทำให้หยางหลินชะงัก หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเขาในที่สุด ดวงตาเบิกกว้าง ตกใจจนพูดไม่ออกร่างทั้งร่างเซไปด้านหลัง
มองดูมือใหญ่ที่ยื่นออกมาหมายจะช่วย แต่หยางหลินกลับตวาดออกมา “อย่าแตะต้องตัวฉัน!”
หลายคนขมวดคิ้วกับท่าทางนั้น รวมไปถึงแอนจี้ “รู้จักกันเหรอคะ” หญิงสาวมองสองคนด้วยความสงสัย
“คุณแม่ขา” เสียงเซวียนเซวียนวิ่งตามมาด้านหลัง ทำให้ทั้งหมดหันหลังกลับไปมอง โม่เฉวียนเบิกตากว้างกว่าเดิมเมื่อเห็นเด็กผู้หญิงที่วิ่งตรงเข้ามาหาหยางหลิน
“เสี่ยวเซวียนพี่เจอคุณพ่อแล้ว” เหยียนเหยียนเดินเข้าไปจับมือโม่เฉวียนแล้วเงยหน้ายิ้มให้เขา แต่เซวียนเซวียนกลับจับมือผู้เป็นแม่เอาไว้แล้วหลบอยู่ด้านหลัง
“นี่มันเรื่องอะไรกันเสี่ยวหลิน” โม่เฉวียนตกตะลึงจนพูดไม่ออก
หยางหลินได้แต่ยืนนิ่งเงียบ เหตุการณ์ตรงหน้าค่อนข้างอยู่นอกเหนือจากความคาดหมาย ตอนแรกอยากขอเวลาก่อนนัดเจอเขาและตกลงกันอย่างใจเย็น ตอนนี้เห็นชัดว่าทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว
“อย่าเสียมารยาทสิลูก เสี่ยวเหยียนมาหาแม่มา” หยางหลินกวักมือเรียกเหยียนเหยียนที่ยังจับมือโม่เฉวียนไม่ปล่อย
“พี่ถามว่านี่มันเรื่องอะไรกัน!!!!” โม่เฉวียนตวาดเสียงดังลั่นจนเด็กสองคนสะดุ้ง เซวียนเซวียนโผเขาไปกอดผู้เป็นแม่ ส่วนเหยียนเหยียนรีบปล่อยโม่เฉวียนแล้ววิ่งกลับมากอดหยางหลินอีกคน
“อย่าคิดว่าแค่เสียงดังก็จะได้ทุกอย่างที่ต้องการสิคะ พี่นี่ไม่เปลี่ยนไปสักนิด” หยางหลินพยายามควบคุมตัวเองอย่างถึงที่สุด และมันก็ได้ผลทั้งน้ำเสียงและใบหน้าเย็นชาจนคนฟังอึ้งงัน
“เสี่ยวหลินเธอ...” เขาไม่เคยเห็นหญิงสาวที่เป็นแบบนี้มาก่อน
ผู้คนรอบข้างเริ่มหันมาให้ความสนใจสถานการณ์ดังกล่าวมากขึ้น ดังนั้นหยางหลินจึงจำเป็นต้องรีบจัดการ และก็โชคดีที่เฉียวอิงตามมา
“เสี่ยวหลิน”
“เฉียวอิง ช่วยพาเหยียนเหยียนกับเซวียนเซวียนไปกลับก่อนได้ไหม” หยางหลินยังพยายามรักษาน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด
ต้องขอบใจหวังฮ่าว ว่าที่เจ้าบ่าวของเฉียวอิงที่เดินเข้าที่เข้ามาอุ้มเซวียนเซวียนขึ้น อีกมือก็ยื่นมาหาเหยียนเหยียนพร้อมกับยิ้มอย่างใจดี “เด็กๆ เราไปถ่ายรูปกันดีกว่า ลุงฮ่าวจะถ่ายให้เยอะๆ เลย ใครอยากไปบ้าง”
หยางหลินลืมตาตื่นขึ้นมาหลังจากที่สลบไปหนึ่งวันกับอีกหนึ่งคืนเต็มๆ สวีลั่วนั่งนวดฝ่ามือเล็กๆ อยู่ข้างเตียงด้วยใบหน้าอิดโรย ดูแล้วเหมือนคนที่ยังไม่ได้นอนเมื่อเรียบเรียงเหตุการณ์ต่างๆ ขึ้น หยางหลินก็มองไปรอบๆ ห้อง สายตาของเธอก็ปะทะเข้ากับดวงตาคมเข้มที่มองมายังเธออยู่ก่อนหน้านี้แล้วโม่เฉวียน...เขาจ้องเธอตาไม่กระพริบ พร้อมกับเดินเข้ามาใกล้“อย่าเข้ามานะ!!!” หยางหลินตวาดลั่นพร้อมกับลุกขึ้นกระถดตัวไปจนติดหัวเตียง ใบหน้าซีดขาวดูน่าสงสารจนตัวต้นเหตุใจหล่นวูบโม่เฉวียนเห็นดังนั้นจึงหยุดเดินสวีลั่วหันมามองลูกชายแล้วส่ายหน้า “ออกไปก่อนเถอะ”เขายอมเดินออกไปจากห้องโดยดี“เสี่ยวหลิน” สวีลั่วแตะมือไปที่ไหล่หยางหลินเบาๆหญิงสาวยังคงมองไปที่ประตูสะดุ้ง “คุณป้าคะ” หยางหลินปล่อยโฮออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ สองแขนกอดร่างของสวีลั่วเอาไว้แน่น“ไม่เป็นไรนะไม่เป็นไร ระวังหน่อย ระวังสายน้ำเกลือด้วย หนูหลับไปทั้งคืนเพิ่งตื่นขึ้นมา ป้าตกใจแทบแย่ ยังดีที่อาหมอบอกว่าไม่เป็นไร” ร่างสั่นเทาเพราะความหวาดกลัวและสับสน ทำเอาสวีลั่วใจหายวาบ สงสารจนอดร้องไห้ตามไม่ได้เสียงร้องไห้บวกกับเสียงสะอื้นของทั้งสองดังออกมาข้างนอก ก
แผ่นหลังงองุ้มที่กำลังก้มลงกอดตัวเอง ทำเอาโม่เฉวียนเผลอกลั้นหายใจ หญิงสาวยังคงไม่รู้ว่าเขาเดินเข้ามาในห้อง กระทั่งโม่เฉวียนกดสวิตช์เปิดไฟจนสว่างทั่วห้องหยางหลินสะดุ้งและหันหน้ากลับมามองเขา ดวงหน้าหวานที่นองน้ำตาเอาไว้ด้วยความตระหนก น้ำตาที่ยังคงคลออยู่ในดวงตาทั้งสองกลิ้งลงมาสองข้างแก้ม ผมยาวที่ถูกมัดรวบเอาไว้หลุดลุ่ยลงมาเคลียไหล่สองข้าง โม่เฉวียนลมหายใจสะดุดไปครู่หนึ่ง เขามองไปหญิงสาวที่ยืนสั่นเทาซึ่งอยู่อีกฟากของเตียง สายตาหวาดกลัวมองไปที่ประตูซึ่งอยู่เบื้องหลังเขาเหมือนมองหาทางหนี“ผมโม่เฉวียน” เขากะละมังลงบนโต๊ะ ในใจหวังจะพูดคุยกับหญิงสาวให้หายตกใจก่อน ที่ไหนได้หญิงสาวกลับอาศัยจังหวะที่เขาเดินไปยังอีกฟากของเตียง เบี่ยงตัวหนีและวิ่งตรงไปที่ประตูโม่เฉวียนส่งเสียง โอ๊ะ จากนั้นรีบพุ่งตัวไปคว้าต้นแขนของอีกฝ่ายเอาไว้ได้ “ใจเย็นๆ พูดกันก่อน” เขาเข้าใจจึงพยายามใจเย็นอย่างถึงที่สุด ใจเย็นอย่างที่เขาไม่เคยมาก่อน“ปล่อยฉันนะ!!!”หยางหลินร้องอาการปวดหัวรุนแรง พิษไข้กลับมาจู่โจมอีกครั้งพร้อมกับอาการหน้ามืด ร่างเล็กยืนซวนเซ อ่อนเพลียรุนแรงจนทำให้สติของเธอเลือนรางหยางหลินพยายามผลักเขาออกทว่าก
สวีลั่วถอนหายใจออกมาเสียงเบา “กะจะเซอรไพร์สลูกแต่ดันมาเจอเรื่องเซอร์ไพร์สซะเอง ว่าแต่ลูกเถอะมายังไง”“ผมขับรถพี่ใหญ่มาครับ ตอนเลิกงานพี่เขาโทรบอกให้ผมไปรับ”“เสี่ยวเฉวียน?”“ครับ เรากำลังจะถึงบ้านผมรู้เรื่องก็รีบมาหลังส่งพี่ใหญ่ที่บ้าน”“เอ๋จริงเหรอ เสี่ยวหลินเองก็อยู่ที่บ้านนะ”“เอ๋” โม่อวิ๋นเลิกคิ้ว “ป่านนี้ไม่เจอกันแล้วเหรอครับ ไม่ใช่ว่าถูกพี่ใหญ่จับกินแล้วหรอกนะ พี่ใหญ่ยิ่งไม่ชอบคนแปลกหน้าอยู่ รีบกลับกันเถอะครับ”“ไม่หรอกเสี่ยวหลินกำลังไม่สบายแม่เลยให้ใช้ห้องของเสี่ยวเฉวียน เธอน่าจะนอนหลับอยู่...” สวีลั่วชะงักเพราะคิดถึงความไม่เหมาะสม“แม่ว่าอะไรนะ!! เสี่ยวหลินไม่สบายนอนอยู่ในห้องพี่ใหญ่เหรอครับ!!” โม่อวิ๋นเสียงดังขึ้นมาเล็กน้อย ในใจของเขาสังหรณ์ว่าคงเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นแล้ว“แกจะเสียงดังทำไม ตกอกตกใจหมด ใช่แล้วแม่ให้นอนในห้องเสี่ยวเฉวียน ก็เขาไม่เคยกลับมาใช้ห้องตัวเองนานแล้วนี่ แค่นี้ยังจะห่วงหรือไง”“รีบกลับบ้านกันเถอะครับ”“ทำไม มีอะไรหรือลูก” โม่จวงสังเกตเห็นความกังวลของลูกชายคนเล็กก็ขมวดคิ้ว“นั่นสิทำอย่างกับเสี่ยวเฉวียนจะเข้าไปทำอะไรเสี่ยวหลินอย่างงั้นแหละ พอเขาเห็นว่ามีคนคงถ
หยางหลินหอบหายใจเข้าเมื่อเขาถอนจูบ ความรู้สึกแปลกใหม่บางอย่างที่เธอไม่เข้าใจเริ่มเข้าจู่โจม สติที่พยายามควบคุม รวมไปถึงเรี่ยวแรงที่คล้ายเริ่มหดหายมือทั้งสองข้างที่เพิ่งได้รับอิสระ พยายามดันอกแกร่งที่บดเบียดแนบชิด แต่ชั่วขณะนั้นเขากลับสอดมือดันตัวเสื้อขึ้น สัมผัสครอบครองยังอกอวบอิ่ม ส่งผลให้ร่างสาวแอ่นหยัด ความรู้สึกวูบวาบแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ปลายลิ้นร้อนที่ป่ายปัดดูดดึง ส่งผลให้ห้วงอารมณ์วาบหวามทะยานสูงหญิงสาวอ้าปากหายใจหอบ บางอย่างในกายคล้ายถูกปลุกเร้า สตินึกคิดถูกบิดเบือนไปจากเดิม สองมือที่ดันอกแกร่งเริ่มอ่อนแรงลง เป็นจังหวะให้เขาใช้สองมือดันกระโปรงพลีทสีหวานขึ้นจนเผยต้นขาเพรียว“ขะ...ขอร้องหยุดเถอะ...ได้โปรด” หยางหลินสะดุ้งเฮือกพยายามร้องขอให้เขาหยุด ทว่าเขาคล้ายไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น กระทั่งหยางหลินเริ่มดิ้นรนอีกครั้งเพราะรับรู้ว่าปราการส่วนล่างถูกเลื่อนลงไป กระโปรงพลีทยับยู่ยี่ถูกเหวี่ยงออกไปจนพ้นจากเตียง หญิงสาวเริ่มดิ้นรนขัดขืนด้วยแรงเฮือกสุดท้ายโม่เฉวียนสติหลุดจนไม่รับรู้ถึงการขัดขืน ร่างแกร่งที่ไม่รู้ว่าถอดกางเกงนอนออกไปจนพ้นทางตั้งแต่เมื่อไร ทาบทับกับร่างนุ่มกดตรึงห
“พ่อบอกว่าไม่เป็นไร แม่เองก็กำลังไปที่สถานีตำรวจ ผมออกไปดูหน่อยดีมั้ย มา...ผมเข้าไปส่งพี่ในห้องก่อน ขืนไปที่สถานีตำรวจสภาพพี่แบบนี้ ใครเห็นเดี๋ยวจะเป็นข่าวอีก ข่าวของดีกว่างโจวถูกวางยาคนคงสนใจน่าดู”“นี่ก็บ้านฉัน ฉันจำทางได้ นายรีบไปเถอะ” โม่เฉวียนรู้สึกมึนหัวและร้อนรุ่มไปหมดจนลิ้นชา เขาเกือบจะพูดไม่รู้เรื่องจึงเลือกที่จะไม่ด่าเจ้าน้องชายตัวดี “ฝากนายจัดการด้วยแล้วกัน เอากระเป๋าพี่ไปด้วยในนั้นมีเงินสดอยู่ นายจัดการไปตามที่เห็นสมควร” โม่เฉวียนพยายามรักษาสติ“พี่เดินไหวแน่นะ”“ไม่เป็นไรหรอกนายรีบไปเถอะ”หลังจากที่โม่อวิ๋นออกรถไป โม่เฉวียนก็รีบเดินเข้าบ้าน ตรงไปยังห้องนอนของตัวเอง ถอดเสื้อผ้าออกอย่างเร่งร้อนพร้อมกับปรับแอร์ให้อุณหภูมิต่ำสุด เพื่อให้ช่วยลดความร้อนในร่างกายร่างสูงก้าวเข้าไปในห้องน้ำให้น้ำเย็นช่วยลดอุณหภูมิเบื้องต้นที่กำลังทนทรมาน ยืนภายใต้ม่านน้ำเย็นเยียบทำให้ร่างกายเขาสงบลงเล็กน้อย ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่มั่นใจว่าฤทธิ์ยานี้จะออกฤทธิ์นานเท่าไร ดังนั้นจึงได้แต่กลับไปที่เตียงนอน รอรับผลแห่งความทรมานจากความโง่ของตัวเองชายหนุ่มปีนขึ้นไปบนเตียงแล้วมุดเขาไปในผ้าห่ม ในหัวมีความคิด
“ดื่มซะหน่อยนะจ๊ะ” กลิ่นเหล้าจัดเต็มจนหยางหลินคิ้วขมวด “แต่หนูคออ่อนมากเลยนะคะ ดื่มนิดเดียวแล้วหลับไม่รู้เรื่องเลย” หยางหลินกล่าวติดตลก “ก็ดีสิจ๊ะ หลับให้สนิทตื่นมาจะได้สดชื่น นอนสักพักถ้าไม่ดีขึ้นยังไงคุณลุงกลับมาเราจะได้ไปโรงพยาบาลกัน” สวีลั่วเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาบนผนัง มันบอกเวลาบ่ายสอง ในใจคิดจะโทรหาลูกชายคนเล็กก่อนเผื่อมีอะไรฉุกเฉิน “ดูสิคะเลยงานกร่อยเลย ตั้งใจจะจัดงานวันเกิดเซอร์ไพร์สพี่อวิ๋นแท้ๆ กลับมาเซอไพร์สเพราะหนูมาไม่สบายซะงั้น” หยางหลินจิบยาเข้าไปแล้วตาโต “ว้าวอร่อยแฮะ ไม่ยักกะมีกลิ่นเหล้าเลย หวานหอมเหมือนน้ำผลไม้” หยางหลินยิ้มออกมา“เห็นไหมป้าบอกแล้วว่ากินง่าย งั้นดื่มให้หมดถ้วยแล้วนอนเสีย ข้างนอกป้าจะจัดการเองเหลือไม่มากแล้ว” สวีลั่วช่วยหญิงสาวเอนตัวลงนอนบนโซฟา ตอนนั้นเองที่เสียงมือถือดังขึ้น“อะไรนะคะ!!!”เสียงร้อนรนของสวีลั่วทำเอาหยางหลินผุดตัวขึ้นนั่ง แต่เพราะฤทธิ์เหล้าหมักตระกูลโม่กำลังออกฤทธิ์ หญิงสาวจึงรีบเอนพิงพนักโซฟา“ได้ค่ะเดี๋ยวฉันจะรีบไป” สวีลั่ววางสายด้วยท่าทีพะว้าพะวง“เกิดอะไรขึ้นคะคุณป้า” หยางหลินเองก็พลอยตกใจไปด้วยเมื่







