Partager

บทที่ 1.3

last update Date de publication: 2026-03-11 09:34:30

“เราไปแล้วนะคะคุณพ่อ” เซวียนเซวียนกับเหยียนเหยียนหันไปบอกกรอบรูปใบเล็กที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ มันเป็นรูปแต่งงานของหยางหลินกับโม่เฉวียนนั่นเอง

ก่อนหน้านี้เมื่อเธอค้นรูปนี้ออกมา เด็กทั้งสองแย่งกันจนถึงกับทะเลาะกันหลายครั้ง ดังนั้นเธอจึงเอาไปใส่กรอบวางไว้ให้ในห้องนอนของทั้งสองคนละอัน แต่วันนี้น่าจะเป็นเหยียนเหยียนที่ถือออกมาวางเอาไว้ที่ห้องรับแขก

ที่ร้านทำผมในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง เซวียนเซวียนกำลังถูกจับแต่งหน้าอ่อนๆ เพื่อให้เหมาะกับชุดนางฟ้าตัวน้อย

ส่วนเหยียนเหยียนนั้นหล่อเหลาอยู่ในชุดสูท พร้อมที่จะถ่ายรูปแล้ว

หยางหลินรับโทรศัพท์ก่อนเดินออกไปคุยข้างนอกร้าน เธอไม่รู้เลยว่าเหยียนเหยียนมองเห็นใครบางคนเดินผ่านหน้าร้านทำผมไป ก่อนจะได้คิดอะไรเด็กน้อยก็วิ่งตามออกไปโดยที่ไม่มีใครเห็น

“พ่อฮะ”

เหยียนเหยียนวิ่งเข้าไปกอดใครบางคนจากด้านหลัง

โม่เฉวียน... อดีตนักแสดงนำชายดีเด่นหลายปีซ้อนซึ่งตอนนี้ผันตัวไปทำงานเบื้องหลัง

ชายหนุ่มหันกลับมามองพร้อมกับก้มลงมองเด็กน้อยที่ใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับเขางงๆ

“เด็กที่ไหนกัน” แอนจี้อุทานเมื่อได้ยินว่าเด็กชายตรงหน้าเรียกโม่เฉวียนว่าพ่อ ทั้งยังกอดขาเอาไว้ไม่ยอมปล่อย

“ตามหาคุณพ่ออยู่เหรอครับ” โม่เฉวียนย่อลงนั่งตรงหน้าเด็กน้อย

“ทำไมพ่อถึงไม่เคยไปหาเราที่อเมริกาเลยละฮะ” เหยียนเหยียนร้องไห้โผเข้าไปกอดคอโม่เฉวียนเอาไว้ทันทีที่เขานั่งลง

“อเมริกา?” โม่เฉวียนประหลาดใจ

“ฮะ เราคิดถึงพ่อมากเลย” เหยียนเหยียนพยักหน้า

“เธอชื่ออะไร”

“เหยียนเหยียนไงฮะ เซวียนเซวียนก็มานะฮะ”

“เซวียนเซวียน?”

“ฮะน้องสาวไงฮะ เซวียนเซวียน”

แอนจี้หลุดหัวเราะออกมา “นี่คุณไปแอบมีลูกทิ้งไว้ที่อเมริกาตั้งสองคนตั้งแต่เมื่อไหร่กันคะ” มองดูด้านหลังผู้จัดการและการ์ดกำลังเดินตามมา “เราไปกันเถอะค่ะ เรากำลังจะสายแล้วนะ”

ไม่พูดเปล่าแอนจี้ดึงเหยียนเหยียนออกมาจากโม่เฉวียนทำให้เด็กน้อยล้มหงายลงบนพื้น อารามตกใจเหยียนเหยียนจึงคว้าชายกระโปรงของหญิงสาวติดมือไปด้วย ทำให้กระโปรงของเธอปริ และนั่นก็ทำให้เธอเริ่มอารมณ์เสียขึ้นมา

“เด็กคนนี้นี่ พ่อแม่ไม่สั่งสอนหรือไง ไปให้พ้นไป๊” แอนจี้แกะมือเด็กน้อยออกจากกระโปรง เสียงตวาดนั้นไม่เบา บวกกับผู้เป็นพ่อที่ไม่สนใจ เหยียนเหยียนจึงร้องไห้ออกมาเสียงดังลั่น

“เสี่ยวเหยียน...”

เสียงคุ้นเคยแม้ไม่ได้ยินมานานทำให้โม่เฉวียนถึงกับตัวแข็งทื่อ แม้ว่าจะผ่านไปแล้วสี่ปีเต็ม ทว่าเขากลับไม่เคยลืมเลือนทุกสิ่งที่เกี่ยวกับตัวเธอ

โม่เฉวียนค่อยๆ หันหลังกลับไปมองหญิงสาวในชุดกระโปรงสีน้ำเงิน ร่างคุ้นตาเดินใกล้เข้ามาทว่าสายตาของเธอกลับเอาแต่ก้มลงไปมองเด็กน้อยที่นั่งอยู่บนพื้น

 “ลูกมาทำอะไรตรงนี้จ้ะ” หยางหลินมองเห็นลูกชายนั่งอยู่บนพื้นก็ตกใจจนลืมสนใจกระทั่งคนที่ยืนอยู่รอบๆ

 “แม่ฮะ” เหยียนเหยียนไม่ยอมลุกขึ้น กลับเบ้หน้าและร้องไห้หนักกว่าเดิม

“แม่บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเดินไปไหนคนเดียวแบบนี้” หยางหลินพยุงเหยียนเหยียนให้ลุกขึ้น

“เสี่ยวหลิน”

เสียงเรียกของโม่เฉวียนทำให้หยางหลินชะงัก หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเขาในที่สุด ดวงตาเบิกกว้าง ตกใจจนพูดไม่ออกร่างทั้งร่างเซไปด้านหลัง

มองดูมือใหญ่ที่ยื่นออกมาหมายจะช่วย แต่หยางหลินกลับตวาดออกมา “อย่าแตะต้องตัวฉัน!”

หลายคนขมวดคิ้วกับท่าทางนั้น รวมไปถึงแอนจี้ “รู้จักกันเหรอคะ” หญิงสาวมองสองคนด้วยความสงสัย

“คุณแม่ขา” เสียงเซวียนเซวียนวิ่งตามมาด้านหลัง ทำให้ทั้งหมดหันหลังกลับไปมอง โม่เฉวียนเบิกตากว้างกว่าเดิมเมื่อเห็นเด็กผู้หญิงที่วิ่งตรงเข้ามาหาหยางหลิน

“เสี่ยวเซวียนพี่เจอคุณพ่อแล้ว” เหยียนเหยียนเดินเข้าไปจับมือโม่เฉวียนแล้วเงยหน้ายิ้มให้เขา แต่เซวียนเซวียนกลับจับมือผู้เป็นแม่เอาไว้แล้วหลบอยู่ด้านหลัง

“นี่มันเรื่องอะไรกันเสี่ยวหลิน” โม่เฉวียนตกตะลึงจนพูดไม่ออก

หยางหลินได้แต่ยืนนิ่งเงียบ เหตุการณ์ตรงหน้าค่อนข้างอยู่นอกเหนือจากความคาดหมาย ตอนแรกอยากขอเวลาก่อนนัดเจอเขาและตกลงกันอย่างใจเย็น ตอนนี้เห็นชัดว่าทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว

“อย่าเสียมารยาทสิลูก เสี่ยวเหยียนมาหาแม่มา” หยางหลินกวักมือเรียกเหยียนเหยียนที่ยังจับมือโม่เฉวียนไม่ปล่อย

“พี่ถามว่านี่มันเรื่องอะไรกัน!!!!” โม่เฉวียนตวาดเสียงดังลั่นจนเด็กสองคนสะดุ้ง เซวียนเซวียนโผเขาไปกอดผู้เป็นแม่ ส่วนเหยียนเหยียนรีบปล่อยโม่เฉวียนแล้ววิ่งกลับมากอดหยางหลินอีกคน

“อย่าคิดว่าแค่เสียงดังก็จะได้ทุกอย่างที่ต้องการสิคะ พี่นี่ไม่เปลี่ยนไปสักนิด” หยางหลินพยายามควบคุมตัวเองอย่างถึงที่สุด และมันก็ได้ผลทั้งน้ำเสียงและใบหน้าเย็นชาจนคนฟังอึ้งงัน

“เสี่ยวหลินเธอ...” เขาไม่เคยเห็นหญิงสาวที่เป็นแบบนี้มาก่อน

ผู้คนรอบข้างเริ่มหันมาให้ความสนใจสถานการณ์ดังกล่าวมากขึ้น ดังนั้นหยางหลินจึงจำเป็นต้องรีบจัดการ และก็โชคดีที่เฉียวอิงตามมา

“เสี่ยวหลิน”

“เฉียวอิง ช่วยพาเหยียนเหยียนกับเซวียนเซวียนไปกลับก่อนได้ไหม” หยางหลินยังพยายามรักษาน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด

ต้องขอบใจหวังฮ่าว ว่าที่เจ้าบ่าวของเฉียวอิงที่เดินเข้าที่เข้ามาอุ้มเซวียนเซวียนขึ้น อีกมือก็ยื่นมาหาเหยียนเหยียนพร้อมกับยิ้มอย่างใจดี “เด็กๆ เราไปถ่ายรูปกันดีกว่า ลุงฮ่าวจะถ่ายให้เยอะๆ เลย ใครอยากไปบ้าง”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 11.6 จบ

    “พี่ขอโทษ ขอโทษนะ ยกโทษให้พี่” เขากอดหญิงสาวแน่นพร่ำพูดซ้ำๆความรักมักทำให้คนอ่อนแอคำกล่าวนี้ไม่เกินจริงเลยสักนิด จนแล้วจนรอดหลังจากแสร้งทำเป็นเข้มแข็ง ท้ายที่สุดหยางหลินก็ยังพ่ายแพ้อยู่ดี เธอยอมรับในที่สุดว่าในใจยังคงรักโม่เฉวียนสุดใจ หากไม่รักก็ไม่ต้องเจ็บปวดจนถึงทุกวันนี้ท่ามกลางเสียงหัวเราะและใบหน้ายิ้มแย้มด้วยความยินดี โม่เฉวียนในชุดสูทหล่อเหลามองดูเจ้าสาวที่กำลังเดินเข้ามา ด้านหน้ามีเด็กแฝดซึ่งเป็นดังโซ่ทองคล้องใจให้เขาได้มีโอกาสแก้ตัว ให้เขาได้มีโอกาสมีหยางหลินกลับมายืนเคียงข้างโม่เหยียนเหยียน โม่เซวียนเซวียน ลูกที่น่ารักของเขาเขาสาบานกับตัวเองว่าจากวันนี้จะไม่ปล่อยมือหยางหลิน จะรักและดูแลจนชั่วชีวิตนี้ลมหายใจจะพรากจากกัน จะอุ้มชูลูกที่น่ารักทั้งสองคน ดูแลสั่งสอนให้เติบโต คอยมองดูและคอยประคับประคองให้พวกเขาสามารถข้ามผ่านเรื่องเลวร้ายเขาเคยบอกกับหยางหลินในค่ำคืนที่เขาขอโอกาส เขาไม่อาจรับปากว่าชีวิตคู่ของทั้งสองจะราบรื่นไปตลอดทาง เพราะทุกชีวิตต่างก็มีเส้นทางที่ขรุขระบ้าง เจอปัญหาบ้าง แต่เขาสัญญาว่าจะไม่ทำผิดซ้ำสอง จะไม่ทำอะไรให้หญิงสาวรู้สึกไม่มั่นคง จะรักและซื่อสัตย์ตราบที่

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 11.5

    โม่เฉวียนสบตากับหยางหลินนิ่ง หญิงสาวพูดไม่ออกได้แต่เก็บความเจ็บปวดเอาไว้ในใจ เห็นลูกน้อยพูดเรื่องนี้ออกมาด้วยใบหน้าไร้เดียงสา ความรู้สึกผิดก็ยิ่งเพิ่มพูนเต็มอก“นอนกันได้แล้วจ๊ะดึกแล้ว ฝันดีจ๊ะ” หยางหลินเปลี่ยนเรื่อง หญิงสาวก้มลงจูบแก้มสองข้างของเซวียนเซวียน จากนั้นก็เหยียนเหยียนอย่างเคยชินสองฝาแฝดทำเช่นเดียวกันทั้งกับหยางหลินและโม่เฉวียน ทว่าเมื่อโม่เฉวียนจะเอื้อมมือไปปิดไฟหัวเตียงเด็กแฝดกลับร้องลั่น“แล้วคุณพ่อกับคุณแม่ล่ะครับ/คะ!!”“พ่อทำไมจ๊ะ”หยางหลินสังหรณ์ใจบางอย่างขึ้นมา “ได้เวลานอนแล้วจ๊ะ”“กู๊ดไนท์คิสของคุณแม่ละครับคุณพ่อ”“นั่นสิคะ เราต้องกู๊ดไนท์คิสด้วยสิคะ จะได้ฝันดีไง”เซวียนเซวียนและเหยียนเหยียนมองหน้าผู้เป็นพ่อกับแม่ด้วยสายตาอันบริสุทธิ์ หยางหลินขยับตัวมองหน้าโม่เฉวียนอย่างทำอะไรไม่ถูกผิดกับโม่เฉวียนที่ยิ้มอย่างผู้มีชัย“วันนี้คุณพ่อทำตัวไม่ดีเหรอครับถึงไม่ได้กู๊ดไนท์คิสจากคุณแม่”“จริงเหรอคะคุณพ่อ” เซวียนเซวียนหันไปมองโม่เฉวียนบ้าง“เอ่อ...ก็คงใช่ครับ” โม่เฉวียนไม่กล้าสบตาหยางหลิน “พ่อ...ทำตัวไม่ดีจริงๆ สมควรถูกแม่เค้าลงโทษแล้ว”หยางหลินทำอะไรไม่ถูกอยู่ครู่หนึ่ง ถึง

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 11.4

    “เอาละวันนี้ใครอยากจะมานอนกับยายบ้าง”“ใช่ ใครอยากจะมานอนกับตาบ้าง”“เห่อหลานจริงนะฮะ” โม่อวิ๋นหัวเราะ“เอาไว้เรามีลูกบ้างดีไหมคะ” ฟางฟางกระซิบกับโม่อวิ๋น“ว่าไงจ๊ะ มีใครอยากนอนกับคุณตาคุณยายไหม”“ไม่ได้หรอกค่ะ/ครับ”“ทำไมละ” พวกผู้ใหญ่ถึงกับงงเมื่อเห็นว่าทั้งคู่เอ่ยออกมาพร้อมกับอย่างแข็งขัน“เดี๋ยวคุณแม่ฝันร้ายตื่นขึ้นมาไม่เจอเราแล้วจะร้องไห้อีก”เซวียนเซวียนพูดจบทุกคนถึงกับเงียบไป“คุณแม่ฝันร้ายบ่อยเหรอจ๊ะ” โม่เฉวียนเดินออกมาจากห้องนอน“ค่ะ ยิ่งตอนที่เรามาที่นี่ก็ยิ่งฝันร้ายบ่อยๆ” เซวียนเซวียนฉอเลาะ“เวลาฝันร้ายคุณแม่ก็จะเข้ามาในห้องของเรา ปูฟูกบนพื้น แล้วเราสามคนก็จะนอนคุยกันจนหลับไปเลย จนถึงวันนี้เราก็ยังนอนด้วยกันเพราะคุณแม่บอกว่านอนบนพื้นสบายกว่านอนบนเตียงนอนคนเดียว” เหยียนเหยียนเสริมด้วยรอยยิ้ม เขาเองก็ชอบนอนกันสามคนอาการเครียดสะสมและร่างกายที่ตรากตรำงานหนัก บวกกับการพักผ่อนน้อยทำให้หยางหลินล้มป่วย คุณอาหมอรับรองว่าไม่มีอะไรน่ากังวล ดังนั้นจึงฉีดยาให้แล้วย้ำให้พาหญิงสาวไปตรวจร่างกายให้สะเอียดที่โรงพยาบาลโม่เฉวียนยืนมองหยางหลินที่หลับสนิทบนเตียง ก่อนละสายตาไปมองฟูกนอนซึ่งมีเด็ก

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 11.3

    “ก็ขึ้นรถมาแล้วนี่” โม่เฉวียนออกรถทันที“คุณยายคะ” เซวียนเซวียนเปิดสปีกเกอร์โทรศัพท์ของโม่เฉวียน“จ้าว่าไงจ๊ะหลานรักของยาย” เสียงของสวีลั่วทำให้หยางหลินชะงักและเงียบไป“คุณแม่อยู่บนรถแล้วค่ะ เรากำลังจะไปที่บ้านของคุณยายนะคะ”“เรามีของฝากด้วยนะครับ แต่คุณยายต้องทำขนมให้เรากินด้วยนะครับ คุณแม่บอกว่าคุณยายทำขนมอร่อยมาก ผมอยากกินหลายอย่างเลย”“หนูด้วยค่ะ”“เสี่ยวหลิน” สวีลั่วเสียงเครือ “ค่ะคุณแม่”โม่เฉวียนยิ้มกว้างเมื่อได้ยิน“กลับมาก็ดีแล้วนะลูก แม่อยากจะพบหนูกับเด็กๆ”“ค่ะคุณแม่” หยางหลินเองก็สูดจมูก แน่ละเธอคิดถึงกว่างโจว คิดถึงทุกๆ คนที่เคยรู้จัก ยิ่งกลับมาก็ยิ่งคิดถึงทุกอย่างที่นี่เมื่อวางสายหยางหลินก็เงียบผิดปกติ จะมีก็แต่เสียงคุยของพ่อลูกที่ดังต่อเนื่องไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย กระทั่งหยางหลินหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน เพราะสองสามวันมานี้เธอมีงานล้นมือต้องขนกลับมาทำที่บ้านทั้งยังต้องตื่นแต่เช้า ทั้งนี้ก็เพื่อเตรียมตัวให้สองแฝดไปโรงเรียน“คุณแม่หลับไปแล้วค่ะ” เซวียนเซวียนกระซิบกับโม่เฉวียน“ชู่ว อย่าเสียงดังสิเดี๋ยวคุณแม่ก็ตื่นหรอก”“แม่เค้าทำงานหนักแบบนี้บ่อยเหรอลูก” โม่เฉวียนคุยกับลู

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 11.2

    “ทานอะไรก่อนเถอะนะเสี่ยวหลิน แล้วเราค่อยคุยกัน”เห็นลูกรักทำท่ารักใคร่และแย่งกันบอกว่าพ่อดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ หยางหลินรู้สึกสบสน “ฉันถามว่าพี่มาทำอะไรที่นี่!” หญิงสาวเผลอตวาดเสียงดังลั่นจนเด็กทั้งสองสะดุ้ง“เสี่ยวเหยียนและเสี่ยวเซวียน สองคนกลับไปข้างบนไปก่อน” หยางหลินเอ่ยเสียงเครียดแต่เมื่อก้าวเดินไปได้ก้าวหนึ่ง อาการปวดศีรษะกลับทำให้หน้ามืดล้มลง“เสี่ยวหลิน...” โม่เฉวียนรีบเข้าไปรับเอาไว้ได้ทัน“คุณแม่....” “แม่ฮะ” เหยียนเหยียนและเซวียนเซวียนตกใจจนร้องไห้ออกมาเมื่อเห็นโม่เฉวียนอุ้มหยางหลินขึ้นมาและพาไปนอนลงที่โซฟา“คุณแม่ไม่เป็นไรหรอก แค่หน้ามืดเท่านั้นเอง” โม่เฉวียนหันมาปลอบเด็กๆ“ปล่อยฉันนะ” หยางหลินยังเอ็ดเขาเสียงเขียว ทั้งที่ยังหลับตาและอ่อนเพลียเหยียนเหยียนวิ่งหายเข้าไปในครัวก่อนจะกลับมาพร้อมแก้วน้ำในมือ “ดื่มน้ำหน่อยนะฮะคุณแม่” เหยียนเหยียนส่งแก้วน้ำให้ผู้เป็นแม่“ขอบใจจ๊ะ” หยางหลินส่งยิ้มให้ลูกชายตัวน้อย“ถึงเธอจะโกรธพี่อยู่ แต่ยังไงวันนี้ก็ให้พี่ช่วยดูแลเด็กๆเถอะนะ ดูเหมือนว่าเธอจะไม่สบาย” โม่เฉวียนขมวดคิ้วมองหญิงสาวด้วยสายตากังวล“เราดูแลกันเองมาได้ขนาดนี้โดยที่ไม่เป็นอะไร

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 11.1

    จริงแล้วเธอและลูกยังปลอดภัยดีสถานการณ์แบบนี้เธอไม่อาจปล่อยให้ดำเนินต่อไปอีกแล้ว ไม่อยากจะทน ไม่อาจเจ็บปวด และยิ่งไม่อยากให้ลูกต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทว่าลึกๆ เธอก็ยังอยากจะให้โอกาสกับเขาอยู่ ถึงอย่างนั้นเขากลับเซ็นเอกสารต่างๆ โดยที่ไม่อ่านด้วยซ้ำ“ฉันนี่ไร้สาระจริงๆ เลย ทำตัวเองแท้ๆ ยังจะมาร้องไห้เสียใจทำไมกันจริงมั้ย” หยางหลินหัวเราะทั้งน้ำตา “เธอว่าฉันบ้ามั้ย ทั้งอยากให้เขารู้ และไม่อยากให้เขารู้ไปพร้อมๆ กัน”“ไม่หรอก ฉันเข้าใจดี แต่ไม่เป็นไรเลย ไม่เป็นไรจริงๆ เธอมีสิทธิ์เลือกทางเดินนี่ เขาไม่อ่านก็เป็นความผิดของเขา” เฉียวอิงปลอบโยนเพื่อนรัก “แล้วเธอจะทำยังไงต่อ”“ฉันรับปากแม่กับพ่อแล้วว่าจะไปอเมริกา ที่นั่นอากาศกำลังดี ไปพักผ่อนและลองทบทวนหลายๆ เรื่อง บางทีฉันอาจอยู่ทำงานที่นั่นเลย”เฉียวอิงพยักหน้า “ฉันไปเยี่ยมเธอบ้างได้มั้ย”“แน่นอนสิ เธอเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันเลยนะ โดยเฉพาะช่วงที่ฉันเกิดเรื่อง”“พูดอะไรโง่ๆ” เฉียวอิงกอดหยางหลินแน่น “เอาเถอะ การตัดสินใจเป็นของเธอ ไม่ว่าเธอจะทำอะไรก็เดินหน้าไปเลย จะไม่ได้ต้องเสียใจทีหลัง”เธอ...จะไม่เสียใจในภายหลังจริง

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 8.2

    มองดูแก้วคอกเทลที่ถูกเปลี่ยนกลับมา แม้ว่านี่จะเป็นเพียงแก้วที่สาม แต่สำหรับหยางหลินมันก็มากพอที่จะทำให้มึนนิดๆ“ถ้าเขาไม่อยากอยู่ก็อย่าไปบังคับ” โม่เฉวียนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“เสี่ยวเฉวียน” เฟิงเยี่ยนมองรุ่นน้องด้วยท่าทางประหลาดใจ“ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่เฟิง ฉันว่าฉันกลับเลยดีกว่า” หยางหลินมองโม่เฉ

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 7.4

    ถึงอย่างนั้นเมื่อมองเห็นเฉียวอิง เขากลับขบกรามแน่น ภายใต้เขามองเห็นหยางหลินที่หัวเราะและพูดคุยกับเพื่อน ทั้งยังทำท่าคล้ายปฏิเสธที่จะเดินไปยังฟลอร์เต้นรำโม่เฉวียนถึงกับถลึงตาและมองอย่างไม่อยากจะเชื่อ “บ้าจริงเสี่ยวหลิน”ฮานน่าที่นั่งห่างออกไปหันมามองเขาด้วยความประหลาดใจ มองโม่เฉวียนที่เอาแต่จดจ้องห

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 7.3

    โม่เฉวียนบินกลับไปทำงานต่างเมือง ซึ่งครั้งนี้ระยะเวลาที่จะต้องอยู่ต่อจะนานกว่าที่คิดไว้ เขายุ่งจนหัวหมุน ไม่รู้เลยว่าวันเกิดของหยางหลินคือเดือนนี้หยางหลินรู้ดีเกี่ยวกับตารางงานที่เต็มเอี๊ยดของชายหนุ่ม ดังนั้นจึงไม่ได้บอกให้เขารู้ แต่ใครจะไปรู้ว่าเพื่อนสาวของเธอกลับฮึดฮัดขัดใจกับการตัดสินใจนั้นคืน

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 7.1

    ในห้องชุดซึ่งเป็นเรือนหอของหยางหลินเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะมาครั้งก่อนหญิงสาวเก็บข้าวของทุกอย่างที่มีน้อยนิดของโม่เฉวียนไปซ่อนทันมาคราวนี้ไม่มีการปิดบังเพราะเฉียวอิงหลุดปากบอกความลับออกมาแล้ว หยางหลินจึงได้แต่ปวดศีรษะที่เห็นเพื่อนสาวกรี๊ดกร๊าดกับรูปแต่งงานและข้าวของของโม่เฉวียน“เขาจริงๆ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status