LOGINแต่งตัวแบบนี้ท่ามกลางคนในสนามบิน แถมแฟนคลับบางคนกำลังวิ่งตรงมาทางนี้
ชัดเลย!!! ดาราตัวเป็นๆ เธอต้องรีบเผ่นก่อนจะโดนเหยียบจนแบนติดพื้น
“ขอบคุณค่ะ” หยางหลินรีบรับกระดาษในมือของเขามาแล้วเร่งฝีเท้าออกไปให้ห่างชายร่างสูงมากที่สุด ขืนอยู่มีหวังได้ซวยขึ้นมาแน่ๆ
หญิงสาวรักความสงบอย่างเธอ ไม่มีทางรับมือกับแฟนคลับสาวๆ ของดารานักแสดงได้แน่ๆ เห็นอยู่ทุกวันในทีวี เธอจะไม่ยอมตกเป็นเหยื่อความเข้าใจผิดอย่างแน่นอน
“เสี่ยวเฉวียน นายมาทำอะไรตรงนี้” เสียงใครบางคนเรียกชื่อเขาด้วยความสนิทสนม
“ครับพี่ ไปเดี๋ยวนี้”
‘โม่เฉวียน’ ละสายตาจากแผ่นหลังลนลานไปมองเจ้าของเสียง แต่เมื่อหันกลับมาอีกครั้งคนก็หายตัวไปแล้ว “นั่นมัน...ที่อยู่กับเบอร์โทรบ้านของเราหรือเปล่า เอ หรือว่าจะดูผิด”
เขาพึมพำกับตัวเองพร้อมก้าวเท้าออกเดิน ถึงอย่างนั้นเท้าข้างหนึ่งกลับเหยียบเข้ากับสร้อยข้อมือเชือกหนังสีแดงที่ถูกร้อยเอาไว้กับแหวนเงิน เมื่อหยิบขึ้นมาดูก็มองเห็นข้อความสลักอยู่บนแหวน
‘LITTLE LIN’
“นั่นอะไร ว้าว สร้อยข้อมือสวยดีนี่ จากแฟนคลับเหรอ” เจียงรุ่ยนักแสดงรุ่นน้องต้นสังกัดเดียวกับเขาเดินตามมา
โม่เฉวียนไม่ตอบแต่ยัดมันลงไปในกระเป๋าแล้วเดินเข้าไปหาเฟิงเยี่ยน รุ่นพี่และประธานบริษัทที่เป็นต้นสังกัดของเขา “พี่”
เฟิงเยี่ยนเลิกคิ้วมองเขา “มีอะไร เมื่อครู่ใครเห็นไกลๆ นายอย่าแยกตัวออกมาคนเดียวแบบนี้สิ คนเยอะเดี๋ยวก็โดนแฟนคลับรุมทึ้งหรอก”
“ผมตั้งใจที่ไหนกันโดนชนออกมา ต่อมาก็เลยตามเลย” โม่เฉวียนถอนหายใจก่อนจะส่ายหน้า
“แล้วเมื่อครู่”
“ไม่มีอะไร” เขาตัดปัญหาเพราะคิดว่าตัวเองคงคิดไปเอง เห็นเพียงผ่านๆ อาจไม่ใช่ที่อยู่บ้านเขาก็ได้
หยางหลินย้ายเข้าพักในอพาร์ทเม้นที่ทางพิพิธภัณฑ์แนะนำให้ สามเดือนกับการปรับตัว ทั้งกับเพื่อนร่วมงานและกิจวัตรประจำวัน ทำให้เธอรู้ว่าการอยู่ตัวคนเดียวเพียงลำพังนั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ทั้งผู้คน อาหารการกิน รวมไปถึงชีวิตการเป็นอยู่ ทุกอย่างล้วนแล้วแต่แปลกใหม่สำหรับหญิงสาวทั้งสิ้น
เสียงมือถือของหญิงสาวดังขึ้น ทำให้ความคิดอันเหม่อลอยหยุดลง ปลายสายคือเพื่อนสนิทสมัยเรียนของผู้เป็นแม่ สวีลั่ว หรือคุณนายโม่
สมัยยังเรียนมหาวิทยาลัยหยางหลินเคยพบอีกฝ่ายหลายครั้ง สามเดือนมานี้เพราะยุ่งกับการทำงานจึงเพิ่งมีโอกาสมาเยี่ยมเยียน ทั้งที่มีทั้งที่อยู่และเบอร์โทรซึ่งผู้เป็นแม่ย้ำแล้วย้ำอีกว่าต้องมาพบคุณนายโม่ให้ได้
เมื่อไปถึงบ้านหลังใหญ่ซึ่งมีรั้วสูงล้อมรอบ แต่ยังคงมองออกว่ามีต้นไม้ใหญ่น้อยเติบโตให้ร่มเงาอยู่ด้านในพอสมควร ที่นั่นหยางหลินก็ได้พบกับสวีลั่วและโม่จวง มองเลยไปด้านหลังทั้งสองคน ยังมีชายหนุ่มวัยไล่เลี่ยกันกับหยางหลิน เขาก็คือโม่อวิ๋น ลูกชายคนเล็กของบ้านตระกูลโม่
“ต๊าย มาแล้วเสี่ยวหลิน ลูกสาวคนเก่งของเสี่ยวอิงอิง ไม่เจอแค่สามปีสวยขึ้นเป็นกอง” สวีลั่วสวมกอดหยางหลินแน่นพร้อมกับกล่าวชมด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“สวัสดีค่ะคุณป้า คุณลุง”
สวีลั่วกวักมือเรียกลูกชายคนเล็กให้ก้าวขึ้นมาด้านหน้า “ป้าจะแนะนำให้รู้จักกันไว้ นี่โม่อวิ๋น ลูกชายคนเล็กของป้า น่าจะอายุมากกว่าหนูสามปี ไม่ห่างกันมาก”
“เสี่ยวหลิน ได้ยินมานานในที่สุดก็ได้เจอกันเสียที แม่พี่นี่เอาแต่พูดถึงเธอทุกวันจนพี่นึกว่าเธอเป็นลูกสาวคนเล็กของแม่ไม่ใช่พี่ซะอีก”
“แกนี่” สวีลั่วฟาดเพี๊ยะที่ต้นแขนลูกชายคนเล็ก “ความจริงยังมีพี่เฉวียนอีกคน โม่เฉวียน แต่ลูกคนนี้ทำงานจนป้าจะจำหน้าไม่ได้แล้ว”
“เขาเป็นซุป’ตาร์น่ะ เคยได้ยินใช่มั้ย โม่เฉวียน ฉายาของดีกว่างโจวน่ะ” โม่อวิ๋นกระซิบเสียงเบา
หยางหลินเหมือนจะเคยได้ยินจริงๆ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก เพราะไม่ใช่คนบ้าดาราหรือชอบดูละคร
สวีลั่วปล่อยให้หยางหลินพูดคุยอยู่กับโม่อวิ๋น ส่วนตัวเองเดินหายเข้าไปในครัวเพื่อเตรียมของว่าง
“เคยดูซีรีส์เรื่อง What happen in Rome มั้ย เรื่องนั้นเขาดังระเบิดเลยนะสาวๆ งี้ถึงกับมารอที่ประตูหน้าบ้าน เพราะงี้ทางต้นสังกัดเลยให้ย้ายออกไปอยู่ในบ้านที่ต้นสังกัดหาไว้ให้”
โม่อวิ๋นแสร้งปั้นหน้าพูดประโยคดังในเรื่อง แต่หยางหลินกลับทำหน้างุนงง ดังนั้นโม่อวิ๋นจึงถึงกับหัวเราะลั่น “ดูท่าพี่ใหญ่จะไม่ได้ดังอย่างที่เราคิดนะครับแม่”
“ฉันไม่ชอบดูละครน่ะค่ะเลย...” หยางหลินรีบแก้ตัวพัลวัน
“ไม่เป็นไรๆ พี่เองก็ไม่ได้มองเขาเป็นคนดังอะไรหรอก กลัวเขาอึดอัด เอางี้แล้วกันพี่จะให้ของขวัญต้อนรับน้องสาวคนใหม่” โม่อวิ๋นเดินไปรื้อบางอย่างในลิ้นชักไม่นานก็กลับมาพร้อมกับซีดีที่มีลายเซ็น
“เขาเซ็นด้วยตัวเองเชียวล่ะ นี่เป็นเพลงที่เขาแต่งเองทั้งอัลบั้มเลยนะ หล่อมั้ย”
“คนไหนเหรอคะ” หยางหลินมองดูชายหนุ่มหล่อเหลาสามสี่คนแล้วเงยหน้าขึ้นถามโม่อวิ๋น เขาระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น
“คนที่สองฝั่งซ้ายมือ ดูเหมือนพี่ใหญ่จะไม่ได้โด่งดังอย่างที่เข้าใจซะแล้ว เขาจะรู้สึกยังไงนะที่ได้รู้เรื่องนี้” โม่อวิ๋นชี้ไปที่ชายหนุ่มหล่อเหลามีรูปหน้าคมสันคนหนึ่ง หยางหลินพยักหน้าพร้อมกับมองใบหน้าที่คล้ายกับโม่อวิ๋นหลายส่วน
“อ๋อ ที่แท้ก็เขา”
“เมื่อก่อนพี่ใหญ่ชอบการเต้นแล้วก็ร้องเพลง เขารวมกลุ่มกับเพื่อนทำเพลง แล้วมีโอกาสได้รับการผลักดันจากบริษัทใหญ่ ต่อมาเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นเขาจึงแยกตัวออกมาเปิดบริษัทกับรุ่นพี่ที่สนิทกัน ลงทุนเปิดเอเจนซี่ที่ดูแลนักแสดง ตัวเขาเองก็ผันตัวมาเป็นนักแสดง แล้วก็รุ่งกว่าการเป็นนักร้องจริงๆ ด้วย” โม่อวิ๋นยิ้มกว้างในขณะที่เล่า ดูก็รู้ว่าเขาภูมิใจในตัวพี่ชายแค่ไหน
หยางหลินลืมตาตื่นขึ้นมาหลังจากที่สลบไปหนึ่งวันกับอีกหนึ่งคืนเต็มๆ สวีลั่วนั่งนวดฝ่ามือเล็กๆ อยู่ข้างเตียงด้วยใบหน้าอิดโรย ดูแล้วเหมือนคนที่ยังไม่ได้นอนเมื่อเรียบเรียงเหตุการณ์ต่างๆ ขึ้น หยางหลินก็มองไปรอบๆ ห้อง สายตาของเธอก็ปะทะเข้ากับดวงตาคมเข้มที่มองมายังเธออยู่ก่อนหน้านี้แล้วโม่เฉวียน...เขาจ้องเธอตาไม่กระพริบ พร้อมกับเดินเข้ามาใกล้“อย่าเข้ามานะ!!!” หยางหลินตวาดลั่นพร้อมกับลุกขึ้นกระถดตัวไปจนติดหัวเตียง ใบหน้าซีดขาวดูน่าสงสารจนตัวต้นเหตุใจหล่นวูบโม่เฉวียนเห็นดังนั้นจึงหยุดเดินสวีลั่วหันมามองลูกชายแล้วส่ายหน้า “ออกไปก่อนเถอะ”เขายอมเดินออกไปจากห้องโดยดี“เสี่ยวหลิน” สวีลั่วแตะมือไปที่ไหล่หยางหลินเบาๆหญิงสาวยังคงมองไปที่ประตูสะดุ้ง “คุณป้าคะ” หยางหลินปล่อยโฮออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ สองแขนกอดร่างของสวีลั่วเอาไว้แน่น“ไม่เป็นไรนะไม่เป็นไร ระวังหน่อย ระวังสายน้ำเกลือด้วย หนูหลับไปทั้งคืนเพิ่งตื่นขึ้นมา ป้าตกใจแทบแย่ ยังดีที่อาหมอบอกว่าไม่เป็นไร” ร่างสั่นเทาเพราะความหวาดกลัวและสับสน ทำเอาสวีลั่วใจหายวาบ สงสารจนอดร้องไห้ตามไม่ได้เสียงร้องไห้บวกกับเสียงสะอื้นของทั้งสองดังออกมาข้างนอก ก
แผ่นหลังงองุ้มที่กำลังก้มลงกอดตัวเอง ทำเอาโม่เฉวียนเผลอกลั้นหายใจ หญิงสาวยังคงไม่รู้ว่าเขาเดินเข้ามาในห้อง กระทั่งโม่เฉวียนกดสวิตช์เปิดไฟจนสว่างทั่วห้องหยางหลินสะดุ้งและหันหน้ากลับมามองเขา ดวงหน้าหวานที่นองน้ำตาเอาไว้ด้วยความตระหนก น้ำตาที่ยังคงคลออยู่ในดวงตาทั้งสองกลิ้งลงมาสองข้างแก้ม ผมยาวที่ถูกมัดรวบเอาไว้หลุดลุ่ยลงมาเคลียไหล่สองข้าง โม่เฉวียนลมหายใจสะดุดไปครู่หนึ่ง เขามองไปหญิงสาวที่ยืนสั่นเทาซึ่งอยู่อีกฟากของเตียง สายตาหวาดกลัวมองไปที่ประตูซึ่งอยู่เบื้องหลังเขาเหมือนมองหาทางหนี“ผมโม่เฉวียน” เขากะละมังลงบนโต๊ะ ในใจหวังจะพูดคุยกับหญิงสาวให้หายตกใจก่อน ที่ไหนได้หญิงสาวกลับอาศัยจังหวะที่เขาเดินไปยังอีกฟากของเตียง เบี่ยงตัวหนีและวิ่งตรงไปที่ประตูโม่เฉวียนส่งเสียง โอ๊ะ จากนั้นรีบพุ่งตัวไปคว้าต้นแขนของอีกฝ่ายเอาไว้ได้ “ใจเย็นๆ พูดกันก่อน” เขาเข้าใจจึงพยายามใจเย็นอย่างถึงที่สุด ใจเย็นอย่างที่เขาไม่เคยมาก่อน“ปล่อยฉันนะ!!!”หยางหลินร้องอาการปวดหัวรุนแรง พิษไข้กลับมาจู่โจมอีกครั้งพร้อมกับอาการหน้ามืด ร่างเล็กยืนซวนเซ อ่อนเพลียรุนแรงจนทำให้สติของเธอเลือนรางหยางหลินพยายามผลักเขาออกทว่าก
สวีลั่วถอนหายใจออกมาเสียงเบา “กะจะเซอรไพร์สลูกแต่ดันมาเจอเรื่องเซอร์ไพร์สซะเอง ว่าแต่ลูกเถอะมายังไง”“ผมขับรถพี่ใหญ่มาครับ ตอนเลิกงานพี่เขาโทรบอกให้ผมไปรับ”“เสี่ยวเฉวียน?”“ครับ เรากำลังจะถึงบ้านผมรู้เรื่องก็รีบมาหลังส่งพี่ใหญ่ที่บ้าน”“เอ๋จริงเหรอ เสี่ยวหลินเองก็อยู่ที่บ้านนะ”“เอ๋” โม่อวิ๋นเลิกคิ้ว “ป่านนี้ไม่เจอกันแล้วเหรอครับ ไม่ใช่ว่าถูกพี่ใหญ่จับกินแล้วหรอกนะ พี่ใหญ่ยิ่งไม่ชอบคนแปลกหน้าอยู่ รีบกลับกันเถอะครับ”“ไม่หรอกเสี่ยวหลินกำลังไม่สบายแม่เลยให้ใช้ห้องของเสี่ยวเฉวียน เธอน่าจะนอนหลับอยู่...” สวีลั่วชะงักเพราะคิดถึงความไม่เหมาะสม“แม่ว่าอะไรนะ!! เสี่ยวหลินไม่สบายนอนอยู่ในห้องพี่ใหญ่เหรอครับ!!” โม่อวิ๋นเสียงดังขึ้นมาเล็กน้อย ในใจของเขาสังหรณ์ว่าคงเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นแล้ว“แกจะเสียงดังทำไม ตกอกตกใจหมด ใช่แล้วแม่ให้นอนในห้องเสี่ยวเฉวียน ก็เขาไม่เคยกลับมาใช้ห้องตัวเองนานแล้วนี่ แค่นี้ยังจะห่วงหรือไง”“รีบกลับบ้านกันเถอะครับ”“ทำไม มีอะไรหรือลูก” โม่จวงสังเกตเห็นความกังวลของลูกชายคนเล็กก็ขมวดคิ้ว“นั่นสิทำอย่างกับเสี่ยวเฉวียนจะเข้าไปทำอะไรเสี่ยวหลินอย่างงั้นแหละ พอเขาเห็นว่ามีคนคงถ
หยางหลินหอบหายใจเข้าเมื่อเขาถอนจูบ ความรู้สึกแปลกใหม่บางอย่างที่เธอไม่เข้าใจเริ่มเข้าจู่โจม สติที่พยายามควบคุม รวมไปถึงเรี่ยวแรงที่คล้ายเริ่มหดหายมือทั้งสองข้างที่เพิ่งได้รับอิสระ พยายามดันอกแกร่งที่บดเบียดแนบชิด แต่ชั่วขณะนั้นเขากลับสอดมือดันตัวเสื้อขึ้น สัมผัสครอบครองยังอกอวบอิ่ม ส่งผลให้ร่างสาวแอ่นหยัด ความรู้สึกวูบวาบแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ปลายลิ้นร้อนที่ป่ายปัดดูดดึง ส่งผลให้ห้วงอารมณ์วาบหวามทะยานสูงหญิงสาวอ้าปากหายใจหอบ บางอย่างในกายคล้ายถูกปลุกเร้า สตินึกคิดถูกบิดเบือนไปจากเดิม สองมือที่ดันอกแกร่งเริ่มอ่อนแรงลง เป็นจังหวะให้เขาใช้สองมือดันกระโปรงพลีทสีหวานขึ้นจนเผยต้นขาเพรียว“ขะ...ขอร้องหยุดเถอะ...ได้โปรด” หยางหลินสะดุ้งเฮือกพยายามร้องขอให้เขาหยุด ทว่าเขาคล้ายไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น กระทั่งหยางหลินเริ่มดิ้นรนอีกครั้งเพราะรับรู้ว่าปราการส่วนล่างถูกเลื่อนลงไป กระโปรงพลีทยับยู่ยี่ถูกเหวี่ยงออกไปจนพ้นจากเตียง หญิงสาวเริ่มดิ้นรนขัดขืนด้วยแรงเฮือกสุดท้ายโม่เฉวียนสติหลุดจนไม่รับรู้ถึงการขัดขืน ร่างแกร่งที่ไม่รู้ว่าถอดกางเกงนอนออกไปจนพ้นทางตั้งแต่เมื่อไร ทาบทับกับร่างนุ่มกดตรึงห
“พ่อบอกว่าไม่เป็นไร แม่เองก็กำลังไปที่สถานีตำรวจ ผมออกไปดูหน่อยดีมั้ย มา...ผมเข้าไปส่งพี่ในห้องก่อน ขืนไปที่สถานีตำรวจสภาพพี่แบบนี้ ใครเห็นเดี๋ยวจะเป็นข่าวอีก ข่าวของดีกว่างโจวถูกวางยาคนคงสนใจน่าดู”“นี่ก็บ้านฉัน ฉันจำทางได้ นายรีบไปเถอะ” โม่เฉวียนรู้สึกมึนหัวและร้อนรุ่มไปหมดจนลิ้นชา เขาเกือบจะพูดไม่รู้เรื่องจึงเลือกที่จะไม่ด่าเจ้าน้องชายตัวดี “ฝากนายจัดการด้วยแล้วกัน เอากระเป๋าพี่ไปด้วยในนั้นมีเงินสดอยู่ นายจัดการไปตามที่เห็นสมควร” โม่เฉวียนพยายามรักษาสติ“พี่เดินไหวแน่นะ”“ไม่เป็นไรหรอกนายรีบไปเถอะ”หลังจากที่โม่อวิ๋นออกรถไป โม่เฉวียนก็รีบเดินเข้าบ้าน ตรงไปยังห้องนอนของตัวเอง ถอดเสื้อผ้าออกอย่างเร่งร้อนพร้อมกับปรับแอร์ให้อุณหภูมิต่ำสุด เพื่อให้ช่วยลดความร้อนในร่างกายร่างสูงก้าวเข้าไปในห้องน้ำให้น้ำเย็นช่วยลดอุณหภูมิเบื้องต้นที่กำลังทนทรมาน ยืนภายใต้ม่านน้ำเย็นเยียบทำให้ร่างกายเขาสงบลงเล็กน้อย ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่มั่นใจว่าฤทธิ์ยานี้จะออกฤทธิ์นานเท่าไร ดังนั้นจึงได้แต่กลับไปที่เตียงนอน รอรับผลแห่งความทรมานจากความโง่ของตัวเองชายหนุ่มปีนขึ้นไปบนเตียงแล้วมุดเขาไปในผ้าห่ม ในหัวมีความคิด
“ดื่มซะหน่อยนะจ๊ะ” กลิ่นเหล้าจัดเต็มจนหยางหลินคิ้วขมวด “แต่หนูคออ่อนมากเลยนะคะ ดื่มนิดเดียวแล้วหลับไม่รู้เรื่องเลย” หยางหลินกล่าวติดตลก “ก็ดีสิจ๊ะ หลับให้สนิทตื่นมาจะได้สดชื่น นอนสักพักถ้าไม่ดีขึ้นยังไงคุณลุงกลับมาเราจะได้ไปโรงพยาบาลกัน” สวีลั่วเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาบนผนัง มันบอกเวลาบ่ายสอง ในใจคิดจะโทรหาลูกชายคนเล็กก่อนเผื่อมีอะไรฉุกเฉิน “ดูสิคะเลยงานกร่อยเลย ตั้งใจจะจัดงานวันเกิดเซอร์ไพร์สพี่อวิ๋นแท้ๆ กลับมาเซอไพร์สเพราะหนูมาไม่สบายซะงั้น” หยางหลินจิบยาเข้าไปแล้วตาโต “ว้าวอร่อยแฮะ ไม่ยักกะมีกลิ่นเหล้าเลย หวานหอมเหมือนน้ำผลไม้” หยางหลินยิ้มออกมา“เห็นไหมป้าบอกแล้วว่ากินง่าย งั้นดื่มให้หมดถ้วยแล้วนอนเสีย ข้างนอกป้าจะจัดการเองเหลือไม่มากแล้ว” สวีลั่วช่วยหญิงสาวเอนตัวลงนอนบนโซฟา ตอนนั้นเองที่เสียงมือถือดังขึ้น“อะไรนะคะ!!!”เสียงร้อนรนของสวีลั่วทำเอาหยางหลินผุดตัวขึ้นนั่ง แต่เพราะฤทธิ์เหล้าหมักตระกูลโม่กำลังออกฤทธิ์ หญิงสาวจึงรีบเอนพิงพนักโซฟา“ได้ค่ะเดี๋ยวฉันจะรีบไป” สวีลั่ววางสายด้วยท่าทีพะว้าพะวง“เกิดอะไรขึ้นคะคุณป้า” หยางหลินเองก็พลอยตกใจไปด้วยเมื่







