Share

บทที่ 1.4

last update Tanggal publikasi: 2026-03-11 09:34:45

“คุณแม่คะ” เซวียนเซวียนกับเหยียนเหยียนเงยหน้ามองหยางหลินกับโม่เฉวียนสลับกัน

“แล้วคุณพ่อละครับ” เหยียนเหยียนเอาแต่มองโม่เฉวียน

“เสี่ยวเหยียนเด็กดี ตามคุณป้ากับคุณลุงไปก่อนนะจ้ะ”หยางหลินยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน

“แล้วเราสองคนจะได้เจอคุณพ่ออีกใช่ไหมครับ” เหยียนเหยียนยังคงดื้อดึง

“จ้ะ”

“คุณแม่สัญญานะฮะ”

“จ้ะ แม่สัญญา”

“คุณพ่อฮะแล้วเจอกันนะฮะ” เหยียนเหยียนยิ้มและหันมาเอ่ยกับโม่เฉวียน

“งั้นก็เอ่ยลาผู้ใหญ่ก่อนเร็วเข้า เซวียนเซวียน” หวังฮ่าวหันหน้ามามองโม่เฉวียน

“คุณพ่อ เราไปก่อนนะคะ”

“คุณน้า ลาก่อนครับ” เด็กสองคนโค้งคำนับให้แม้กระทั่งแอนจี้

“เดี๋ยว...” โม่เฉวียนจะเดินตามไปทว่าหยางหลินกลับเข้ามาขวางทางเขาเอาไว้

“โม่เฉวียนคะ เราสายแล้วนะคะ” แอนจี้ยืนขมวดคิ้วไม่พอใจ

 “ทำไมพี่ไม่ไปซะละคะ” หยางหลินพูดจบก็หมุนตัวจะเดินหนี แต่ติดที่โม่เฉวียนเดินเข้ามาคว้าข้อมือเธอเอาไว้

“เสี่ยวหลิน อธิบายมาก่อน ทำไมเด็กสองคนนั้นถึงบอกว่าพี่เป็นพ่อ พวกเขา...เด็กสองคนนั้น...” โม่เฉวียนคล้ายนึกอะไรขึ้นมาได้ “หรือว่าตอนนั้นเธอไม่ได้...แท้ง”

โม่เฉวียนเสียงแผ่วลงเรื่อยๆ เริ่มเข้าใจในที่สุดว่าเกิดอะไรขึ้น ถึงอย่างนั้นยังไม่ทันเขาจะได้พูดหรือทำอะไร นักข่าวที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหนก็กรูกันเข้ามา

“คุณโม่ คุณมาอยู่ตรงนี้กับคุณแอนจี้ เป็นไปได้มั้ยว่าข่าวลือเป็นความจริง คุณสองคนกำลังคบหาดูใจกัน”

“คุณโม่ครับ จริงหรือเปล่าที่บริษัทของคุณสนับสนุนคุณแอนจี้เป็นอย่างดีมาโดยตลอดเพราะพวกคุณกำลังคบกัน”

“คุณแอนจี้คะจริงหรือเปล่าที่คุณเลิกกับนักแสดงหน้าใหม่เพราะคุณโม่”

ไม่ไกลจากตรงที่ทั้งคู่เจอกันเป็นงานเปิดตัวซีรีส์เรื่องใหม่ที่โม่เฉวียนคือหนึ่งในผู้ลงทุน เขามางานนี้แทนเฟิงเยี่ยนที่ต้องเข้าโรงพยาบาล ตอนที่นักข่าวกำลังกรูกันเข้ามา หยางหลินก็อาศัยช่วงจังหวะนั้นหายไปในฝูงชน

โม่เฉวียนยืนนิ่งหลังจากตระหนักว่าเขาโง่งมเหลือเกิน ทุกอย่างที่เกิดขึ้น เขาไม่อาจโทษใครได้ ทุกอย่างเป็นเขาเองที่ทำผิดครั้งแล้วครั้งเล่า ผิดซ้ำซากอย่างไม่น่าให้อภัย

นึกถึงเรื่องราวเมื่อหลายปีที่ผ่าน จุดเริ่มต้นของความเจ็บปวดทั้งของหยางหลิน ตัวเขา รวมไปถึงความทุกข์ทนที่เขาเองเป็นคนก่อ

วันนั้นหากเขารั้งหญิงสาวเอาไว้ เป็นตายยังไงก็ไม่ปล่อยมือ หากวันนั้นเขาเชื่อในตัวหยางหลิน วันนี้เขาก็ไม่ต้องเจ็บปวดที่เห็นหญิงสาวเดินจากไปครั้งแล้วครั้งเล่า

นึกถึงเรื่องราวในอดีต จุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาและหยางหลินต้องเจ็บปวด โม่เฉวียนได้แต่บอกกับตัวเอง เขา...จะยอมปล่อยหญิงสาวไปอีกครั้งหรือ

ยอมปล่อยไปเหมือนในวันนั้น...

ห้าปีก่อนหน้า

ท่าอากาศยานนานาชาติกว่างโจวไป๋อวิ๋น

เสียงกรีดร้องของเหล่าแฟนคลับที่วิ่งวุ่นวายท่ามกลางผู้โดยสารที่เพิ่งเดินออกมาตามทางเดิน ทำให้ทุกคนรู้ในทันทีว่าคงมีดารา หรือไม่ก็คงเป็นคนที่มีชื่อเสียงกำลังลงเครื่องมาเป็นแน่

ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น ‘หยางหลิน’ ที่เพิ่งเดินลงจากเครื่องก็ถูกชนจนไหล่ระบมไปหมด เที่ยวบินที่หญิงสาวใช้เดินทางมายังกว่างโจว มีดาราที่มีชื่อเสียงหลายคนเดินทางกลับมาจากต่างเมืองหลังจากเดินทางไปถ่ายละคร

หยางหลินเดินออกมาจากทางเดินผู้โดยสารขาเข้าพร้อมกับรถเข็นสัมภาระ เธอตื่นเต้นมากเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอมายังกว่างโจวเพียงลำพัง และการมาครั้งนี้ก็ออกจะสำคัญกับเธอเหลือเกิน เนื่องจากนี่คือครั้งแรกที่พ่อกับแม่ไว้ใจปล่อยให้เธอเลือกทางเดินด้วยตัวเอง นัยหนึ่งก็คือนี่คือครั้งแรกที่นกน้อยจะได้สยายปีกบินได้ดั่งใจ หลังจากถูกประคบประหงมเป็นอย่างดี

หญิงสาวเป็นลูกสาวคนเล็กที่ถูกตามใจมาตั้งแต่เด็ก มีพี่ชายคอยดูแล มีพี่สาวคอยเอาใจใส่ แต่ถึงตอนนี้พี่ชายและพี่สาวต่างก็แต่งงานมีครอบครัว เหลือเพียงเธอคนเดียวที่ยังคงเหมือนเป็นลูกแหง่ติดพ่อแม่

หยางหลินตั้งปณิทานกับตัวเองว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่ออกมาเผชิญโลกกว้าง และจะเชิดหน้ากับทุกอย่างอย่างกล้าหาญ

พ่อกับแม่เห็นว่าเธอมีความตั้งใจจริง ดังนั้นครั้งนี้จึงพร้อมที่จะสนับสนุนทุกทาง ยอมแม้กระทั่งเมื่อรู้ว่าเธอเลือกเดินทางมาทำงานที่กว่างโจว สถานที่ซึ่งห่างจากไกลจากบ้านเกิดอย่างฉางซากว่าครึ่งประเทศ หลังจากอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยแนะนำงานในพิพิธภัณฑ์กว่างโจวให้

“สวัสดีกว่างโจว ฉัน...หยางหลินมาแล้ว”

หญิงสาวปล่อยกระเป๋าเดินทางและกางแขนออกสูดอากาศ คิดไม่ถึงว่าจะมีคนเดินมาจากด้านหลังและชนไหล่เล็กจนเซถลาไปข้างหน้า

“...ขอโทษครับ”

เสียงทุ้มดังขึ้นอย่างลนลาน พร้อมกันนั้นมือใหญ่ก็คว้าท่อนแขนเล็กเรียวไม่ให้หญิงสาวล้มลง แม้จะไม่ล้มแต่ก็ทำให้กระดาษที่อยู่และเบอร์โทรในมือร่วงลงบนพื้น

ชายหนุ่มแต่งตัวมิดชิดตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้า ทั้งหมวก แว่นตา ไหนจะมีหน้ากากสีดำ ปกปิดจนมองไม่เห็นหน้าตา ทำเอาหยางหลินอึ้งเล็กน้อย

“เอ่อ...ไม่เป็นไรค่ะ”

ชายคนนั้นช่วยก้มเก็บกระดาษดังกล่าวขึ้นมาให้ ท่าทีของเขาคล้ายประหลาดใจเมื่อกวาดสายตาผ่านที่อยู่บนนั้น แต่เพราะหยางหลินกำลังประหม่าที่เห็นคนมากมายที่ประตูทางเข้า

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 11.6 จบ

    “พี่ขอโทษ ขอโทษนะ ยกโทษให้พี่” เขากอดหญิงสาวแน่นพร่ำพูดซ้ำๆความรักมักทำให้คนอ่อนแอคำกล่าวนี้ไม่เกินจริงเลยสักนิด จนแล้วจนรอดหลังจากแสร้งทำเป็นเข้มแข็ง ท้ายที่สุดหยางหลินก็ยังพ่ายแพ้อยู่ดี เธอยอมรับในที่สุดว่าในใจยังคงรักโม่เฉวียนสุดใจ หากไม่รักก็ไม่ต้องเจ็บปวดจนถึงทุกวันนี้ท่ามกลางเสียงหัวเราะและใบหน้ายิ้มแย้มด้วยความยินดี โม่เฉวียนในชุดสูทหล่อเหลามองดูเจ้าสาวที่กำลังเดินเข้ามา ด้านหน้ามีเด็กแฝดซึ่งเป็นดังโซ่ทองคล้องใจให้เขาได้มีโอกาสแก้ตัว ให้เขาได้มีโอกาสมีหยางหลินกลับมายืนเคียงข้างโม่เหยียนเหยียน โม่เซวียนเซวียน ลูกที่น่ารักของเขาเขาสาบานกับตัวเองว่าจากวันนี้จะไม่ปล่อยมือหยางหลิน จะรักและดูแลจนชั่วชีวิตนี้ลมหายใจจะพรากจากกัน จะอุ้มชูลูกที่น่ารักทั้งสองคน ดูแลสั่งสอนให้เติบโต คอยมองดูและคอยประคับประคองให้พวกเขาสามารถข้ามผ่านเรื่องเลวร้ายเขาเคยบอกกับหยางหลินในค่ำคืนที่เขาขอโอกาส เขาไม่อาจรับปากว่าชีวิตคู่ของทั้งสองจะราบรื่นไปตลอดทาง เพราะทุกชีวิตต่างก็มีเส้นทางที่ขรุขระบ้าง เจอปัญหาบ้าง แต่เขาสัญญาว่าจะไม่ทำผิดซ้ำสอง จะไม่ทำอะไรให้หญิงสาวรู้สึกไม่มั่นคง จะรักและซื่อสัตย์ตราบที่

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 11.5

    โม่เฉวียนสบตากับหยางหลินนิ่ง หญิงสาวพูดไม่ออกได้แต่เก็บความเจ็บปวดเอาไว้ในใจ เห็นลูกน้อยพูดเรื่องนี้ออกมาด้วยใบหน้าไร้เดียงสา ความรู้สึกผิดก็ยิ่งเพิ่มพูนเต็มอก“นอนกันได้แล้วจ๊ะดึกแล้ว ฝันดีจ๊ะ” หยางหลินเปลี่ยนเรื่อง หญิงสาวก้มลงจูบแก้มสองข้างของเซวียนเซวียน จากนั้นก็เหยียนเหยียนอย่างเคยชินสองฝาแฝดทำเช่นเดียวกันทั้งกับหยางหลินและโม่เฉวียน ทว่าเมื่อโม่เฉวียนจะเอื้อมมือไปปิดไฟหัวเตียงเด็กแฝดกลับร้องลั่น“แล้วคุณพ่อกับคุณแม่ล่ะครับ/คะ!!”“พ่อทำไมจ๊ะ”หยางหลินสังหรณ์ใจบางอย่างขึ้นมา “ได้เวลานอนแล้วจ๊ะ”“กู๊ดไนท์คิสของคุณแม่ละครับคุณพ่อ”“นั่นสิคะ เราต้องกู๊ดไนท์คิสด้วยสิคะ จะได้ฝันดีไง”เซวียนเซวียนและเหยียนเหยียนมองหน้าผู้เป็นพ่อกับแม่ด้วยสายตาอันบริสุทธิ์ หยางหลินขยับตัวมองหน้าโม่เฉวียนอย่างทำอะไรไม่ถูกผิดกับโม่เฉวียนที่ยิ้มอย่างผู้มีชัย“วันนี้คุณพ่อทำตัวไม่ดีเหรอครับถึงไม่ได้กู๊ดไนท์คิสจากคุณแม่”“จริงเหรอคะคุณพ่อ” เซวียนเซวียนหันไปมองโม่เฉวียนบ้าง“เอ่อ...ก็คงใช่ครับ” โม่เฉวียนไม่กล้าสบตาหยางหลิน “พ่อ...ทำตัวไม่ดีจริงๆ สมควรถูกแม่เค้าลงโทษแล้ว”หยางหลินทำอะไรไม่ถูกอยู่ครู่หนึ่ง ถึง

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 11.4

    “เอาละวันนี้ใครอยากจะมานอนกับยายบ้าง”“ใช่ ใครอยากจะมานอนกับตาบ้าง”“เห่อหลานจริงนะฮะ” โม่อวิ๋นหัวเราะ“เอาไว้เรามีลูกบ้างดีไหมคะ” ฟางฟางกระซิบกับโม่อวิ๋น“ว่าไงจ๊ะ มีใครอยากนอนกับคุณตาคุณยายไหม”“ไม่ได้หรอกค่ะ/ครับ”“ทำไมละ” พวกผู้ใหญ่ถึงกับงงเมื่อเห็นว่าทั้งคู่เอ่ยออกมาพร้อมกับอย่างแข็งขัน“เดี๋ยวคุณแม่ฝันร้ายตื่นขึ้นมาไม่เจอเราแล้วจะร้องไห้อีก”เซวียนเซวียนพูดจบทุกคนถึงกับเงียบไป“คุณแม่ฝันร้ายบ่อยเหรอจ๊ะ” โม่เฉวียนเดินออกมาจากห้องนอน“ค่ะ ยิ่งตอนที่เรามาที่นี่ก็ยิ่งฝันร้ายบ่อยๆ” เซวียนเซวียนฉอเลาะ“เวลาฝันร้ายคุณแม่ก็จะเข้ามาในห้องของเรา ปูฟูกบนพื้น แล้วเราสามคนก็จะนอนคุยกันจนหลับไปเลย จนถึงวันนี้เราก็ยังนอนด้วยกันเพราะคุณแม่บอกว่านอนบนพื้นสบายกว่านอนบนเตียงนอนคนเดียว” เหยียนเหยียนเสริมด้วยรอยยิ้ม เขาเองก็ชอบนอนกันสามคนอาการเครียดสะสมและร่างกายที่ตรากตรำงานหนัก บวกกับการพักผ่อนน้อยทำให้หยางหลินล้มป่วย คุณอาหมอรับรองว่าไม่มีอะไรน่ากังวล ดังนั้นจึงฉีดยาให้แล้วย้ำให้พาหญิงสาวไปตรวจร่างกายให้สะเอียดที่โรงพยาบาลโม่เฉวียนยืนมองหยางหลินที่หลับสนิทบนเตียง ก่อนละสายตาไปมองฟูกนอนซึ่งมีเด็ก

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 11.3

    “ก็ขึ้นรถมาแล้วนี่” โม่เฉวียนออกรถทันที“คุณยายคะ” เซวียนเซวียนเปิดสปีกเกอร์โทรศัพท์ของโม่เฉวียน“จ้าว่าไงจ๊ะหลานรักของยาย” เสียงของสวีลั่วทำให้หยางหลินชะงักและเงียบไป“คุณแม่อยู่บนรถแล้วค่ะ เรากำลังจะไปที่บ้านของคุณยายนะคะ”“เรามีของฝากด้วยนะครับ แต่คุณยายต้องทำขนมให้เรากินด้วยนะครับ คุณแม่บอกว่าคุณยายทำขนมอร่อยมาก ผมอยากกินหลายอย่างเลย”“หนูด้วยค่ะ”“เสี่ยวหลิน” สวีลั่วเสียงเครือ “ค่ะคุณแม่”โม่เฉวียนยิ้มกว้างเมื่อได้ยิน“กลับมาก็ดีแล้วนะลูก แม่อยากจะพบหนูกับเด็กๆ”“ค่ะคุณแม่” หยางหลินเองก็สูดจมูก แน่ละเธอคิดถึงกว่างโจว คิดถึงทุกๆ คนที่เคยรู้จัก ยิ่งกลับมาก็ยิ่งคิดถึงทุกอย่างที่นี่เมื่อวางสายหยางหลินก็เงียบผิดปกติ จะมีก็แต่เสียงคุยของพ่อลูกที่ดังต่อเนื่องไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย กระทั่งหยางหลินหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน เพราะสองสามวันมานี้เธอมีงานล้นมือต้องขนกลับมาทำที่บ้านทั้งยังต้องตื่นแต่เช้า ทั้งนี้ก็เพื่อเตรียมตัวให้สองแฝดไปโรงเรียน“คุณแม่หลับไปแล้วค่ะ” เซวียนเซวียนกระซิบกับโม่เฉวียน“ชู่ว อย่าเสียงดังสิเดี๋ยวคุณแม่ก็ตื่นหรอก”“แม่เค้าทำงานหนักแบบนี้บ่อยเหรอลูก” โม่เฉวียนคุยกับลู

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 11.2

    “ทานอะไรก่อนเถอะนะเสี่ยวหลิน แล้วเราค่อยคุยกัน”เห็นลูกรักทำท่ารักใคร่และแย่งกันบอกว่าพ่อดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ หยางหลินรู้สึกสบสน “ฉันถามว่าพี่มาทำอะไรที่นี่!” หญิงสาวเผลอตวาดเสียงดังลั่นจนเด็กทั้งสองสะดุ้ง“เสี่ยวเหยียนและเสี่ยวเซวียน สองคนกลับไปข้างบนไปก่อน” หยางหลินเอ่ยเสียงเครียดแต่เมื่อก้าวเดินไปได้ก้าวหนึ่ง อาการปวดศีรษะกลับทำให้หน้ามืดล้มลง“เสี่ยวหลิน...” โม่เฉวียนรีบเข้าไปรับเอาไว้ได้ทัน“คุณแม่....” “แม่ฮะ” เหยียนเหยียนและเซวียนเซวียนตกใจจนร้องไห้ออกมาเมื่อเห็นโม่เฉวียนอุ้มหยางหลินขึ้นมาและพาไปนอนลงที่โซฟา“คุณแม่ไม่เป็นไรหรอก แค่หน้ามืดเท่านั้นเอง” โม่เฉวียนหันมาปลอบเด็กๆ“ปล่อยฉันนะ” หยางหลินยังเอ็ดเขาเสียงเขียว ทั้งที่ยังหลับตาและอ่อนเพลียเหยียนเหยียนวิ่งหายเข้าไปในครัวก่อนจะกลับมาพร้อมแก้วน้ำในมือ “ดื่มน้ำหน่อยนะฮะคุณแม่” เหยียนเหยียนส่งแก้วน้ำให้ผู้เป็นแม่“ขอบใจจ๊ะ” หยางหลินส่งยิ้มให้ลูกชายตัวน้อย“ถึงเธอจะโกรธพี่อยู่ แต่ยังไงวันนี้ก็ให้พี่ช่วยดูแลเด็กๆเถอะนะ ดูเหมือนว่าเธอจะไม่สบาย” โม่เฉวียนขมวดคิ้วมองหญิงสาวด้วยสายตากังวล“เราดูแลกันเองมาได้ขนาดนี้โดยที่ไม่เป็นอะไร

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 11.1

    จริงแล้วเธอและลูกยังปลอดภัยดีสถานการณ์แบบนี้เธอไม่อาจปล่อยให้ดำเนินต่อไปอีกแล้ว ไม่อยากจะทน ไม่อาจเจ็บปวด และยิ่งไม่อยากให้ลูกต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทว่าลึกๆ เธอก็ยังอยากจะให้โอกาสกับเขาอยู่ ถึงอย่างนั้นเขากลับเซ็นเอกสารต่างๆ โดยที่ไม่อ่านด้วยซ้ำ“ฉันนี่ไร้สาระจริงๆ เลย ทำตัวเองแท้ๆ ยังจะมาร้องไห้เสียใจทำไมกันจริงมั้ย” หยางหลินหัวเราะทั้งน้ำตา “เธอว่าฉันบ้ามั้ย ทั้งอยากให้เขารู้ และไม่อยากให้เขารู้ไปพร้อมๆ กัน”“ไม่หรอก ฉันเข้าใจดี แต่ไม่เป็นไรเลย ไม่เป็นไรจริงๆ เธอมีสิทธิ์เลือกทางเดินนี่ เขาไม่อ่านก็เป็นความผิดของเขา” เฉียวอิงปลอบโยนเพื่อนรัก “แล้วเธอจะทำยังไงต่อ”“ฉันรับปากแม่กับพ่อแล้วว่าจะไปอเมริกา ที่นั่นอากาศกำลังดี ไปพักผ่อนและลองทบทวนหลายๆ เรื่อง บางทีฉันอาจอยู่ทำงานที่นั่นเลย”เฉียวอิงพยักหน้า “ฉันไปเยี่ยมเธอบ้างได้มั้ย”“แน่นอนสิ เธอเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันเลยนะ โดยเฉพาะช่วงที่ฉันเกิดเรื่อง”“พูดอะไรโง่ๆ” เฉียวอิงกอดหยางหลินแน่น “เอาเถอะ การตัดสินใจเป็นของเธอ ไม่ว่าเธอจะทำอะไรก็เดินหน้าไปเลย จะไม่ได้ต้องเสียใจทีหลัง”เธอ...จะไม่เสียใจในภายหลังจริง

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 1.3

    “เราไปแล้วนะคะคุณพ่อ” เซวียนเซวียนกับเหยียนเหยียนหันไปบอกกรอบรูปใบเล็กที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ มันเป็นรูปแต่งงานของหยางหลินกับโม่เฉวียนนั่นเองก่อนหน้านี้เมื่อเธอค้นรูปนี้ออกมา เด็กทั้งสองแย่งกันจนถึงกับทะเลาะกันหลายครั้ง ดังนั้นเธอจึงเอาไปใส่กรอบวางไว้ให้ในห้องนอนของทั้งสองคนละอัน แต่วันนี้น่าจะเป็นเหยีย

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 1.2

    “เราจะทำอะไรกินกันดีคะคุณป้า” เซวียนเซวียนเอ่ยถามเฉียวอิงที่เดินตามมา เมื่อทั้งหมดเดินเข้ามาในซุปเปอร์มาเก็ตไม่ไกลจากบ้านนัก“อันนี้คงจะต้องถามคุณแม่ครัวสองคนข้างหน้าโน้นนะจ้ะเพราะป้าน่ะแค่ลูกมือ” เฉียวอิงหัวเราะ“ว่าง่ายๆ ว่าทำอาหารไม่เป็นว่างั้นเถอะ” ซวงซวงแขวะ“แล้วเธอทำเป็นหรือไง” เฉียวอิงมองเพ

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 1.5

    แต่งตัวแบบนี้ท่ามกลางคนในสนามบิน แถมแฟนคลับบางคนกำลังวิ่งตรงมาทางนี้ชัดเลย!!! ดาราตัวเป็นๆ เธอต้องรีบเผ่นก่อนจะโดนเหยียบจนแบนติดพื้น“ขอบคุณค่ะ” หยางหลินรีบรับกระดาษในมือของเขามาแล้วเร่งฝีเท้าออกไปให้ห่างชายร่างสูงมากที่สุด ขืนอยู่มีหวังได้ซวยขึ้นมาแน่ๆหญิงสาวรักความสงบอย่างเธอ ไม่มีทางรับมือกับแ

  • โซ่รัก พันธะลวง   บทที่ 1.1

    “เสี่ยวเหยียนเหยียนอย่าวิ่งสิลูกเดี๋ยวหกล้ม”เสียงอุทานพร้อมกับร่างรีบคว้าเด็กชายวัยสี่ขวบที่วิ่งไปข้างหน้าอย่างตื่นเต้น ทำเอาหยางหลินยิ้มพร้อมกับรุนรถเข็นสัมภาระออกมาจากช่องผู้โดยสารขาเข้าบรรยากาศท่ามกลางผู้คนที่ท่าอากาศยานนานาชาติกว่างโจวไป๋อวิ๋น ยังคงวุ่นวายและคึกคัก เหมือนกับวันนั้น...วันที่หย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status