LOGIN“อ้า อะ อะ อะ...” ญาธิดาร้องร่ำ ๆ แทบขาดใจ หัวแข็งแทงชนผนังข้างในเท่าไรน้ำตาร่วงริน ความเสียวที่ได้รับทำให้ช่องทางของเธอขยาย พร้อมกับบีบอัดตอดรัดท่อนบุรุษของเขา
อิสรินทร์ครางอย่างเป็นจังหวะ เสียงเนื้อมนุษย์กระทบกันดังตับ ตับ... แรงส่งขับขานตามลำนำของเพลงกามของอิสรินทร์ที่บรรเลง โดยมีญาธิดาเป็นผู้เข้าร่วมเล่นเกมหรรษากับเขาในค่ำคืนนี้
“อ้าก...” อิสรินทร์คำรามส่งก่อนจะกระทุ้งแทงกระแทกอัดท่อนยักษ์เข้าไปจนสุดทาง แล้วฉีดส่งลาวาแห่งความสุขเสียวเข้าไปจนเต็มช่องท้องของเธอ
“อ้าย” เธอกรีดร้องเกาะบันไดสวรรค์ไปพร้อมกับเขา
อิสรินทร์ฝังตัวแนบแน่นอยู่ในร่องสาว ปล่อยให้ร่องน้อยตอดรัดรีดพิษเสน่หาของชายหนุ่มเข้าสู่ร่างกายจนทุกหยาดหยด เหตุผลกลใดไม่ทราบได้ ทั้งที่เขาเป็นนายแพทย์หนุ่ม รู้ทั้งรู้ว่าเสี่ยงแค่ไหนที่จะส่งความสุขเข้าไปในร่างกายของหญิงสาว เปอร์เซ็นต์ที่เธอจะตั้งครรภ์มีมากถึงเก้าสิบเก้าจุดเก้าเก้ากันเลยทีเดียว ทว่าอิสรินทร์ก็หลั่งความสุขสีขาวขุ่นเข้าไปในร่างกายของเธออย่างมากมาย
เขาล้มตัวลงไปพาร่างเล็ก ๆ ของญาธิดาลงไปด้วย ฝ่ามือหนาของเขาลูบวนเวียนอยู่บนผิวกายของเธออย่างถนอม ชายหนุ่มไม่ยอมถอนตัวออกมาจากร่างกายนุ่มนิ่ม ใบหน้าเข้ม ๆ ของเขาก็ยังซุกไซ้อยู่ตรงซอกคอขาว ๆ ของญาธิดา
“ผมมีความสุขที่สุด แล้วคุณล่ะ”
“ก็มีความสุขค่ะ”
“สนุกไหม”
“หื้อ อะไรนะ” เธอทำเขิน คิดในใจ ‘ถามบ้า ๆ แบบนี้ได้อย่างไร จะตอบว่าสนุกหรือ’ ญาธิดาหัวเราะคิก ๆ หายใจโรยระรินอยู่ในอ้อมกอดของอิสรินทร์
“ถ้าคืนนี้ ผมจะขอทำแบบนี้กับคุณทั้งคืน คุณจะว่ายังไง”
“คุณจะมีแรงทำอีกหรือคะ”
“มีสิ” พูดไปทำตัวแข็งโตพองอยู่ในช่องรักของญาธิดา
“ถ้าคุณยังไหว คุณก็ทำสิคะ” เอ่ยปากบอกเขาอย่างเหนียมอาย หน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุก ทั้งที่ยังหายใจกระเส่าโรยรินอยู่เลย
อิสรินทร์ไม่รอช้าขยับสะโพกสอบอย่างใจเย็น พลางส่งมือหยอกเย้ากับยอดสีหวานของเธอไปด้วย ไม่นานห้องทั้งห้องก็มีเสียงครางระงมของสองหนุ่มสาวที่ร่ำเพลงกามด้วยกันทั้งคืน
เวลาตีสี่สิบห้านาที ญาธิดาเธอจะต้องตื่นในเวลานี้ทุกเช้าเป็นประจำตลอดระยะเวลาที่เปิดร้านขายดอกไม้ เธอจะต้องไปรับดอกไม้สดที่สั่งให้เจ้าประจำเอามาให้จากตลาดดอกไม้ในกรุงเทพฯ การมีดอกไม้สดใหม่และสวยอยู่ทุกวัน ทำให้ที่ร้านของเธอจึงเป็นที่นิยม และมีลูกค้าขาประจำ
ญาธิดาตื่นขึ้นมาในตอนนั้น เพียงเธอขยับกาย เธอก็รู้สึกเสียวแปลบไปทั่วร่าง และรู้สึกเจ็บบริเวณกลางลำตัวอย่างบอกไม่ถูก เธอจึงค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่ง
แต่แล้วเมื่อผ้าห่มที่ปกคลุมร่างกายหล่นลงไป ญาธิดาก็ได้เห็นหน้าอกสล้างของตัวเอง หญิงสาวทบทวนความทรงจำว่ามันเกิดอะไรขึ้น สายตาที่มองไปรอบ ๆ ห้องที่ไม่ชินตา
ความนึกคิดถึงเรื่องเที่ยวบาร์ และจริยสมัยก็ล่องลอยเข้ามาในหัว ทุกอย่างกลับเข้ามาในสมองของเธออีก
“ใช้ชีวิตให้เต็มที่ ชน” คำพูดของเพื่อนรักที่ดังติดหู เสียงชนแก้วที่ก้องดังประสานเข้ามา
ทั้งสองสาวนั่งรถแท็กซี่มาที่ ‘บาร์โฮสต์’ หนุ่มหล่อ ๆ กล้ามใหญ่ ๆ ข้างบนไม่มีอะไรปกปิด ชวนให้หัวใจเต้นแรง ละสายตาไม่ได้
และ ‘เขา’ คนที่ใช้ชุดยีน มือของญาธิดายื่นไปให้เขาจับ จากนั้นเขากับเธอก็มาถึงที่นี่ ญาธิดาที่ทั้งมึนและเมา พยายามครองสติ และแล้ว... ญาธิดาแทบอยากจะกรี๊ดเมื่อนึกถึงสัมผัสที่ทั้งวาบหวามและอ่อนโยน รวมถึงการกระแทกกระทั้นที่ทำให้เธอสุขจนน้ำตาไหล
ญาธิดาจึงหันไปมองผู้ชายที่นอนอยู่ข้าง ๆ ด้วยความตกใจ พยายามเพ่งมอง แต่ก็ไม่กล้าจะช้อนใบหน้าของเขาที่นอนตะแคง แขนของเขายังพาดอยู่ที่ลำตัวของตัวเอง ญาธิดาจึงได้เห็นแต่ใบหน้าด้านข้าง
‘มัวทำอะไรอยู่ เดี๋ยวเขาก็ตื่นขึ้นมาหรอก’ เสียงเธอดังอยู่ในหัว
เสียงนั้นทำให้ค่อย ๆ ยกแขนของเขาออกอย่างเบามือ เธอทั้งลุ้นและกลัวมากว่าผู้ชายที่นอนอยู่ข้างตัวจะตื่นและลุกขึ้นมาเจอกับเธอ ญาธิดารู้สึกกลัว
อีกครั้งภาพในหัวของเธอที่วนเวียน ในตอนที่เธอทั้งกอดพูดจาออดอ้อนตอนที่มีอะไรกับเขา
เสียงของตัวเองที่กรีดร้องและครวญครางอยู่ใต้ร่างของชายหนุ่มในขณะที่มีอะไรกัน ญาธิดาถึงกับหลับตาปี๋ ก่อนจะกลั้นใจขยับตัวลุกขึ้นยืนข้างเตียง เธอหันกลับมามองชายหนุ่มอีกครั้ง และได้เห็นร่องรอยพรหมจารีของตัวเองปรากฏอยู่บนผ้าที่รองนอน คราบความสุขของเขาและเธอ หยดเลือดสีแดง
‘ฉันคงบ้าไปแล้วแน่ ๆ ที่ฉันยอมนอนกับผู้ชายคนนี้ เพียงแรกเจอกันเท่านั้น’
‘บ้าบอคอแตกสิ้นดี’
‘ไม่ได้แล้ว ไม่ได้ ฉันต้องไปแล้วล่ะ ฉันจะไม่ยอมเจอเขาตอนที่เขาตื่น เพราะฉันไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เราไม่ได้รู้จักกัน เราไม่ได้เป็นอะไรกัน ฉันทำเรื่องน่าอับอาย เขาจะต้องดูถูก และกล่าวหาว่าฉันใจง่าย โอ้ย ๆ”
“ก็เราสองคนเป็นพ่อลูกกัน ลูกไม่เหมือนพ่อจะเหมือนใคร”“ก็แหงอยู่ค่ะ” พยาบาลเอาปรอทออกมาดู“ไข้ต่ำๆ แต่ก็ต้องเช็ดตัวนะครับ”“ฝากด้วยนะ”“หมอจะลงไปที่คลินิกเด็กหรือคะ”“ใช่ครับ”“น้องตองก้า เดี๋ยวพี่พยาบาลคนสวยจะมาเช็ดตัวให้นะครับ” แล้วนางพยาบาลก็เข็นรถออกไป“คุณพ่อครับ”“ว่าไงลูก”ตองก้าชี้ไปที่ถุงกระดาษพวกนั้น“อ๋อ พ่อลืมไป พ่อมีของให้เด็กเก่งอยู่แล้ว”หน้าตาของตองก้าสดชื่นขึ้นทันตาเห็น ยิ้มจนปากแบน คุณพ่ออิสรินทร์หยิบเอาถุงหนึ่งมาให้ ในนั้นเต็มไปด้วยสีและสมุดระบายสี แล้วยังมีของเล่นที่เป็นหุ่นยนต์อีกหลายชิ้น“โอ้โห” หน้าตาตื่นเมื่อเห็นข้าวของและของเล่น“ชอบไหมลูก” พูดไป พร้อมกับเททั้งหมดออกจากถุง ลงมากองที่หน้าตักของตองก้า“ชอบครับ” เด็กน้อยหยิบเลือกไม่ถูก ไม่รู้จะเล่นชิ้นไหนก่อน“เล่นทีละชิ้น ชอบช
“พ่อไม่ใช่ยักษ์”ญาธิดาได้ยินดังนั้นรีบถลันลุกขึ้น และส่งเสียงดัง“น้าธนกับน้าจวงรีบกลับไม่ใช่เหรอจ๊ะ เดี๋ยวทำออร์เดอร์ส่งให้เขาไม่ทันนะ จะเสียคำพูด”“จริงด้วย ขับรถมาตั้งเกือบชั่วโมง”“ไว้ตากับยายจะมาเยี่ยมอีกนะตองก้า”“ครับ”“น้าจ๋า มีอะไรฉันจะส่งข่าวนะ”“ดูลูกดีๆ นะ อย่าคลาดสายตาเชียวล่ะ ไข้สูงจะชักได้”“ที่นี่เขาดูแลดีจ้ะ พยาบาลเข้าออกตลอด”“ดีแล้ว ไปตา”“มีอะไรก็โทรหาน้านะ”“จ้ะ”“เออ” ยายจวงรีบไปใส่รองเท้า“พี่ธน ไหนๆ ก็มาถึงนี่แล้ว แวะไปซื้อแป้งสักสองสามลัง ราคามันถูกกว่าที่เราอยู่”“ในตลาดนะหรือ”“ใช่ร้านที่หน้า บขส. น่ะ”“ได้”“ตองก้าตาไปก่อนนะ อย่าดื้อ และงอแงนะ”“ครับ บ๊าย บาย” เด็กน้อยโบกมือลา แล้วก็จับรถมาเล่น&ldqu
ญาธิดาดึงเก้าอี้มานั่งข้างๆ ลูก และหยิบมือถือขึ้นมาดูจริยสมัยส่งข้อความมาหา(ไฮ! เพื่อนสาวเป็นยังไงบ้าง ลูกชายของเธออาการดีขึ้นยัง)(ก็ยังมีไข้สูง)(แล้วหมอว่ายังไง)(หมอบอกว่า รักษาตามอาการ)(อย่างนั้นเหรอ)(ไข้เลือดออก ไม่มียารักษา ก็ดูอาการคนไข้อย่างใกล้ชิด)(อยู่กับหมอแล้ว คงไม่เป็นอะไรหรอก ฉันขอให้ตองก้าหายไวๆ นะ)(ขอบใจจ้ะ)(ตองแล้วเรื่องที่ฉันบอกเธอไปเมื่อวานล่ะ ว่าอย่างไร)(ไม่เห็นตอบเลย)(เรื่องไหน เราคุยกันหลายเรื่อง)(ยายคนนี้ ทำเป็นเฉยนะ ก็เรื่องผู้ชายที่บาร์โฮสต์ พ่อของตองก้าไง เขาเป็นหมอ)(มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันอยู่แล้วนี่ ฉันเลือกแล้วที่จะอยู่กับลูกเพียงสองคน อีกอย่างฉันขอให้มันเป็นความลับแบบนี้ตลอดไปนะยายโย)(เธอจะเอาแบบนั้นจริงๆ เหรอ)(ใช่)(แต่ฉันว่า แกน่าจะสงสารลูกบ้าง อย่างน้อยให้แกได้รู้จักพ่อของแก)(ยายโย ฉันว่าเราคุยเรื่องนี้กันจบไปนานแล้วนะ แล้วอย่ามาพูดเรื่องพ่อของตองก้าอีก)(นี่ แกโกรธฉันเ
“ได้ค่ะ” ยะอุมาต่อสายเข้าไปในมือถือของอิสรินทร์ เขาที่ยืนข้างเตียงลูก รีบกดรับสายทันทีที่โทรศัพท์สั่น(“สวัสดีครับพี่ยะ”) หมออิสรินทร์รีบเดินออกไปจากห้องของตองก้า เขาตั้งใจจะกลับไปที่ออฟฟิศของตัวเองอยู่แล้ว“คือคุณย่าให้มาโทรถามว่า ทำไมไม่กลับบ้านเมื่อคืนนี้คะ แล้วคุณหมอนอนที่ไหนน่ะค่ะ”(“ผมนอนอยู่ที่โรงพยาบาลนะครับ”)“มีคนไข้อาการหนักหรือคะ ปกติหมอเด็กไม่ต้องอยู่โรงพยาบาลนี่นา”(“ครับมีคนไข้พิเศษอาการไม่ค่อยดีเท่าไหร่”)“เป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ”(“ไข้เลือดออกนะครับ”)“ไข้เลือดออก” คำตอบของคุณหมอทำให้ยะอุมารู้สึกแปลกใจ เพราะคนเป็นไข้เลือดออก คุณหมอไม่ต้องนอนเฝ้า(“พี่ยะช่วยบอกคุณย่าด้วยนะครับว่าวันนี้ผมก็ไม่กลับบ้านอีก จะนอนอยู่ที่โรงพยาบาล”)“เหรอคะ”(“ใช่ครับ บอกคุณย่าไม่ต้องเป็นห่วง ช่วงเช้าวันนี้ ผมจะแวะเข้าไปดูที่คลินิกก่อน ไปเคลียร์งาน แล้วตอนบ่ายมีเข้าเวรที่โรงพยาบาลครับ และคืนนี้ผมก็จะนอนเฝ้าคนไข้พิเศษอีก”)“ค่ะ”(“อย่าลืมบอกคุณย่านะครับ”)“ได้ค่ะ”หมอหนุ่มวางสายไป ยะถึงกับทำคิ้วย่น ว่าอย่างไรต้องนอนเฝ้าคนไข้พิเศษ“ว่ายังไง”“เมื่อคืนคุณหมอนอนที่โรงพยาบาลค่ะเฝ้าคนไข้พิเศษ”“หื้
“คุณมันเป็นคนบ้า” เธอน้ำตาไหลพราก ไม่คาดคิดว่าจะถูกคุณหมอปลุกปล้ำในโรงพยาบาล โดยที่ลูกยังนอนไม่สบายอยู่บนเตียง“ผมทำมัดจำเอาไว้ก่อนน่ะ” แล้วเขาก็ผละตัวออกจากเธอ หมออิสรินทร์รีบใส่กางเกงอย่างรวดเร็วชายหนุ่มทำอะไรอย่างคล่องแคล่ว รู้ว่าอะไร ๆ อยู่ตรงไหน หมอหนุ่มได้หยิบทิชชูมาให้คุณแม่เธอรีบจัดการตัวเอง ก่อนจะหยิบกางเกงขึ้นมายังไม่ทันได้ใส่ ญาธิดาก็วิ่งปรู๊ดหายเข้าไปในห้องน้ำ เธอไปยืนหน้าแดง น้ำตาไหลอยู่ที่หน้ากระจก มองตัวเองก่อนจะยกขึ้นมือขึ้นมาตบหน้าดัง ๆ เพราะไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นส่วนคนตัวโตที่อยู่ข้างนอก ได้แต่ยิ้มอย่างพอใจ ใบหน้าเป็นสุขเขาลุกขึ้นไปดูตองก้าอีกครั้งหนึ่ง เห็นว่าลูกชายยังหลับสบายดี เขาจับจัดผ้าห่มให้ลูก หมอหนุ่มกลับมาทำที่นอนใหม่ และนั่งรอให้เธอออกมาจากห้องน้ำญาธิดาจัดการชำระล้างความสุขของคุณหมอที่เขาฝากอยู่ในตัวของเธอด้วยหัวใจที่เต้นโครมคราม‘ชิ ไอ้หมอบ้าดันมาปล่อยในอีก ถ้าเกิดฉันท้องน้องของตองก้าขึ้นมาล่ะ’ ญาธิดาอ่อนใจ เธอจะรับมือกับหมออิสรินทร์ไหวไหม เขารุกหนักมากจนเธอกลัว แบบนี้ความลับคงไม่เป็นความลับอีกต่อไปก๊อก ก๊อก... เขาเคาะประตูด้านนอกเบา ๆ“นี่
อิสรินทร์ไม่พอใจ เธอทำให้เขาลืมไม่ลง แต่ดันมาบอกว่า ไม่อยากรู้จักเขา อิสรินทร์จึงก่อกวน“เอาแบบนี้ก็แล้วกัน ผมมีข้อเสนอใหม่”“ข้อเสนออะไรอีก เกี่ยวกับเรื่องลูกเหรอ”“ไม่ใช่ เกี่ยวกับคุณ”“เกี่ยวกับฉัน”“อื้อ ผมจะช่วยคุณปกปิดความผิดพลาดในคืนนั้น”“บ้าบอ ฉันไม่ได้ขอร้องคุณ เพียงแค่คุณเดินจากไป ทุกคนก็ไม่มีใครรู้เรื่องทั้งนั้น”“อะ... แต่อย่าลืมนะว่า ผมได้บอกชู้รักของคุณไปแล้วว่า ผมเป็นพ่อของตองก้า”ญาธิดาลืมไปเลยว่า ชัฏรู้เรื่องนี้ และชัฏก็คงจะบอกกับน้าธนกับน้าจวงในเร็วๆ นี้แน่ๆ“ข้อเสนออะไร ดีไหม”“อื้อ ก็ดีนะ แค่เพียงเราสองคนมามีอะไรกันอีก”“นี่คุณหมอมันจะเกินไปแล้วนะ”“เป็นค่าปิดปากไง”“คนเห็นแก่ตัว”“แน่นอนผมก็ต้องเห็นแก่ตัวอยู่แล้ว คุณไม่รู้หรอกว่า คุณได้ฝากความทรงจำอะไรไว้กับผม”“ความทรงจำอะไร”







