Masukหนึ่งอาทิตย์ต่อมา…
เช้าของวันนี้นับเป็นอีกหนึ่งวันวุ่นวายของน้ำชาเลยก็ว่าได้ นอกจากจะไม่ได้นอนตื่นสายในวันหยุดถึงสองอาทิตย์ติดแถมวันนี้ก็ยังต้องแบกเป้ใบโตเพื่อมาที่มหา’ลัยตั้งแต่เช้าเพื่อขึ้นรถทัวร์ในการเดินทาง มิหนำซ้ำข้าวปลาก็ยังไม่ได้ตกถึงท้องเลยสักเม็ดเดียว
“เป็นอะไร ทำหน้าเหมือนหิวข้าว” สายฝนเดาแม่นอย่างกับมีอาชีพเสริมเป็นหมอดู
“หิว ว่าจะกินโจ๊กแถวหน้าคอนโดก่อนมาแต่ร้านดันปิด”
“อ้าว! ทำไงดีอีกตั้งหลายชั่วโมงกว่าจะถึงจุดพัก”
“คงต้องกินน้ำเปล่าไปก่อน รู้งี้ไม่ลืมซื้ออะไรติดมากินรองท้องแต่แรกก็ดี” น้ำชาบ่นเสียงกระปอดกระแปด อาจจะเพราะตื่นเช้าเกินไปหน่อยเธอถึงได้ลืมนั่นลืมนี่ทั้งที่ไม่ใช่คนนิสัยขี้ลืม
“รองท้องก่อนไหม” แซนด์วิชและนมกล่องสีฟ้าชื่อดังถูกยื่นส่งให้โดยรุ่นพี่ที่นั่งอยู่เบาะไม่ไกลกันอีกฝั่งหนึ่ง
น้ำชามองสองสิ่งนั้นอย่างชั่งใจ…
“ไม่ได้ใส่ยาอะไรลงไปหรอก กินได้”
“ขอบคุณค่ะ”
“ไม่อิ่มบอกนะ ยังมีอีก” คนมีน้ำใจฉีกยิ้มกว้างไม่เสียแรงที่อุตส่าห์ให้ป้าแม่บ้านทำเผื่อไว้หลายๆชิ้น เห็นเธอกินได้เขาก็ดีใจ
“อร่อยไหม?”
“…” น้ำชาเคี้ยวตุ้ยพยักหน้าตอบ กัดแซนด์วิชหมดเกือบครึ่งอันแล้วกระดกน้ำเปล่าตาม
“ไม่กินนม?”
“ไม่ค่อยชอบกินนมหวาน”
“อาฮะ งั้นน้ำส้มคั้นไหม? หรือจะเอาชาน้ำผึ้งมะนาวดี? ขนมขบเขี้ยวก็มีนะเอาไว้กินเล่นเพลินๆ” โซ่ยิ้มให้ภูมิใจน้ำเสนอสุดๆ ว่าแล้วก็หยิบเป้ที่ใส่เสบียงมาเปิดให้เธอเลือกเองเลย
“…” ทว่าคนถูกเสนอกลับมีสีหน้าสงสัย นี่เขาเป็นร้านสะดวกซื้อเคลื่อนที่หรืออย่างไรกันถึงได้มีหลายสิ่งให้เลือกสรรมากมายแบบนี้ ขนาดเธอเป็นผู้หญิงยังไม่พกของกินขึ้นรถมาเยอะแยะขนาดนี้เลย แล้วดูเขาสิ มีทั้งนม ทั้งขนม ไหนจะน้ำส้มคั้นนั่นก็อีก เห็นแล้วน้ำชาก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้
“ป้าแม่บ้านจัดไว้ให้น่ะ เห็นว่าเดินทางไกลคงกลัวเราหิว”
“ขอน้ำส้มก็พอ” เธอรับน้ำใจจากเขาอีกครั้งด้วยการหยิบน้ำส้มคั้นขึ้นมาเปิดดื่ม
“นั่งมองเขาอยู่ได้ มึงเป็นโรคจิตหรือไง” วินที่นั่งอยู่ใกล้กันอดไม่ได้ที่จะกระซิบถามพลางทำหน้าเหม็นบูดใส่เพื่อน
“ยุ่ง” แต่โซ่ไม่สนใจคำค่อนแซะของเพื่อน ก็เห็นกันอยู่ว่าน้ำชาน่ามองกว่าวิวข้างทางเป็นไหนๆ ปากเอย ตาเอย คิ้วเอย เห็นแค่ด้านข้างใจเขาก็สั้นแทบจะหลุดออกมาจากอกให้ได้อยู่แล้ว
วินเองก็หน่ายใจกับคนคลั่งรัก นี่ขนาดเจอกันไม่กี่ครั้งเพื่อนโซ่ของเขายังเป็นไปได้ถึงขนาดนี้ ไม่ต้องคิดเลยว่าถ้าจีบติดแล้วจะเป็นถึงขนาดไหน
23.30 น.
สิบกว่าชั่วโมงไม่นับรวมรถจอดพักเหล่าชาวคณะชมรมจิตอาสาพัฒนาก็มาถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย ซึ่งหมู่บ้านที่มาไม่ใช่ที่ทุรกันดารมากแต่อย่างใด เพียงแค่เกิดอุทกภัยจนทำให้บ้านเรือนและโรงเรียนบางส่วนของคนในชมชนเสียหายเท่านั้นเอง
มาถึงรองประธานชมรมก็สั่งให้ทุกคนแยกย้ายกันไปพักผ่อนเพื่อพรุ่งนี้จะได้ตื่นขึ้นมาทำงานกันแต่เช้า โดยพวกผู้หญิงจะได้เข้าไปพักในอาคารเรียนซึ่งมีชาวบ้านเตรียมที่ไว้ให้ ส่วนพวกผู้ชายก็ช่วยกันกางเต้นท์นอนอยู่แถวบริเวณด้านล่าง
05.30น.
ท้องฟ้าของต่างจังหวัดในเวลานี้ยังคงมีความสลัวอยู่แต่ก็ไม่ได้มืดมิดจนน่ากลัวเกินไป แถมอากาศยังแจ่มใสเหมาะแก่การเติมออกซิเจนให้กับร่างกายเป็นอย่างมาก
น้ำชาเป็นคนชอบออกกำลังกาย และการที่ออกมาเดินรอบสนามหญ้าของโรงเรียนในเวลานี้คงจะไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับเธอนัก เพราะเธอมักจะชอบไปวิ่งที่สวนสาธารณะแถวคอนโดอยู่บ่อยๆ ทว่ากับเหล่าผู้ชายที่กางเต้นท์นอนอยู่ไม่ไกลจากบริเวณนั้นคงไม่ใช่ โดยเฉพาะผู้ชายร่างสูงใบหน้าหล่อเหล่าที่ยืนขมวดคิ้วเป็นปมไม่สบอารมณ์กับอะไรบางอย่างอยู่ก็อีกคน
“ถ้าตื่นมาแล้วไม่รู้จะทำอะไรก็กลับเข้าไปนอนกันต่อไป” เสียงเข้มเอ่ยบอกกับพวกผู้ชายทั้งรุ่นเพื่อน รุ่นน้อง พวกเขาบางคนถูกปลุกให้ตื่นลุกขึ้นมาก่อนเพราะมีบางอย่างต้องตระเตรียมก่อนที่จะได้เริ่มงาน
“น้องน้ำชานี่แม่งหุ่นดีของจริงว่ะ”
“ไอ้เหี้ยวิน!”
“โอเคไอ้สัด ทำอย่างกับจะฆ่ากู” คนชอบกวนประสาทเพื่อนจำต้องยกมือยอมแพ้ โซ่ต้องบีบคอเขาให้ตายจริงๆแน่ถ้ายังไม่ยอมหยุดพูด
ไม่ใช่แค่วินคนเดียวที่จำต้องละความใส่ใจจากร่างสวยซึ่งเดินเล่นนวยนาดอยู่ไม่สนใจใคร หากแต่เหล่าผู้ชายทั้งหลายที่สัมผัสได้ถึงอำนาจมืดบางอย่างจากสายตาของใครบางคนต่างก็พากันแยกย้ายไปทำอย่างอื่นโดยไม่ให้ความสนใจกับหญิงสาวสวยคนนั้นอีก ก็จะไม่ให้รีบแยกย้ายได้อย่างไรในเมื่อมีสายตาน่ากลัวพร้อมจะกินหัวทุกคนยืนจ้องเขม็งอยู่
ด้านร่างบางที่อยู่ในชุดลำลองกางเกงขาสั้นกับเสื้อตัวจิ๋วกำลังเดินถ่ายรูปเล่นแสงยามเช้าอย่างเพลินใจ กระทั่งได้รูปสวยๆสดชื่นไปกับธรรมชาติและได้เหงื่อจนพอใจแล้วจึงได้เวลาที่จะกลับเข้าไปเตรียมตัวเพื่อรอเวลาทำกิจกรรมร่วมกับทุกคน ทว่าในจังหวะที่กำลังจะเดินกลับ เสียงเรียกร้องทักจากอีกทางทำให้เธอจำต้องหันไปมอง แล้วคนคนนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่น
“เธอ!” ร่างสูงของรุ่นพี่ที่ช่วงนี้ได้เจอกันบ่อยเดินยิ้มกว้างเข้ามาหาเธอ ดวงตาคมกวาดมองเรือนร่างสุดฮอตเพียงชั่วครู่เพื่อไม่ให้เป็นการจาบจ้วงจึงเลื่อนสายตาล็อกเป้าที่ใบหน้าขาวผ่องไร้เครื่องสำอางแทน ‘ยิ่งมองใกล้ๆโซ่ก็ยิ่งใจเต้น’
“คะ?”
“เอ่อ…เธอ…ทำครัวเป็นไหม?” โซ่ไม่รู้จะหาข้ออ้างอะไรชวนคุยดี อุตส่าห์เดินเข้ามาหาเธอถึงที่แต่ดันนึกไม่ออกเสียอย่างนั้น อ้างเรื่องงานไปก่อนแล้วกันเห็นจะดี
“ทำครัว?” น้ำชาผงกหัวขึ้นลงช้าๆแต่ยังทำท่านึกคิด
“ถ้าแค่ต้มไข่กับต้มมาม่าก็พอได้อยู่” คำตอบของหญิงสาวเล่นเอาโซ่ถึงกับกลั้นหัวเราะ
“นี่อย่าบอกนะว่าทำอาหารไม่เป็น”
“แปลกตรงไหน?” น้ำชาชักจะหงุดหงิดรุ่นพี่คนนี้อีกแล้ว เธอแค่ทำอาหารไม่เป็นมันน่าขำนักหรือไง
“โอเค ไม่แปลก…ไม่แปลกเลย พี่พอทำได้แต่ก็ชอบซื้อกินเอาเหมือนกัน ง่ายดี” ด้วยกลัวว่าเธอจะขุ่นเคืองรุ่นพี่หัวไวไม่พลาดที่จะรีบเปลี่ยนท่าทีเป็นพวกเดียวกันในทันใด โซ่ไม่ได้คิดจะให้เธอเข้าไปช่วยในส่วนของครัวอยู่แล้ว ที่ถามมาทั้งหมดนั้นก็แค่ชวนคุย
“ถ้าจะให้ช่วยเกี่ยวกับเรื่องอาหาร งั้นชาช่วยยกมาแจกจ่ายได้”
“ไม่ต้องหรอก เธอไปช่วยหยิบของส่งให้พี่หน่อยแล้วกัน พี่จะไปซ่อมห้องสมุดก่อน ผอ.โรงเรียนเขาขอมา” ประกอบคำโซ่ก็ชี้นิ้วไปที่อาคารไม้ขนาดเล็กซึ่งอยู่ติดกันกับอาคารเรียนที่เธอหลับนอนเมื่อคืน
“ได้ เดี๋ยวชาไปช่วย”
“โอเค รวมตัวกันเสร็จเธอไปหาพี่ตรงนั้นเลยนะ”
“…” น้ำชาพยักหน้าแทนคำตอบ ร่างบางเดินห่างออกไปในทันทีเพื่อที่จะได้เตรียมทำธุระส่วนตัว ป่านนี้คนที่นอนหลับกันอยู่คงทยอยพากันตื่นมาบ้างแล้ว
08.00 น.
หลังจากทานอาหารเช้าที่เป็นแบบง่ายๆอย่างเช่นโจ๊กหมูทรงเครื่องกันเรียบร้อยแล้ว เหล่าชาวคณะชมรมที่ถูกจัดแบ่งหน้าที่กันลงตัวแล้วจึงต่างแยกย้ายไปทำหน้าที่ในส่วนต่างๆ แน่นอนว่าน้ำชาที่ถูกล็อกมงไว้ก่อนแล้วก็เดินไปที่อาคารห้องสมุดตามที่โซ่ได้บอกไว้
“มานี่หน่อย” โซ่พยักหน้าเรียกรุ่นน้องที่ตัวเองรออยู่ให้เดินเข้าไปหา จากนั้นก็หันมองหน้าเพื่อนสนิทส่งซิกบางอย่างให้ไปไกลๆ
น้ำชาเดินเข้าไปหาโซ่ที่กำลังก้มๆเงยๆอยู่ที่กล่องเครื่องมือช่าง ใกล้ๆกันตรงผนังมีบันได้อลูมิเนียมพิงอยู่
“เธอคอยส่งของตามที่พี่บอกให้ทีนะ ระหว่างที่พี่ยังไม่ต้องการอะไรก็ทำความสะอาดตรงส่วนผนังบริเวณนี้ไป เดี๋ยวพวกเราต้องช่วยกันทาสีใหม่”
“…” น้ำชาพยักหน้าเข้าใจพร้อมกับมองไปที่อุปกรณ์ต่างๆที่ถูกขนมาวางกองรวมกันไว้ ภายในหัวประเมินว่าต้องใช้สิ่งใหนในการทำงานอะไรบ้าง
ตอนนี้หญิงสาวเปลี่ยนมาอยู่ในชุดรัดกุมกางเกงวอร์มสีเทากับเสื้อแขนยาวเข้ารูปสีเดียวกัน ท่าทางดูทะมัดทะแมงคล่องตัวแต่ก็ยังคงมีความเด่นชัดของสรีระสมส่วนอกเป็นอก เอวเป็นเอวพาให้คนมองเห็นยิ่งเพลินตา
โซ่ไม่ได้อยากคิดอกุศล ทว่าเผลอมองทีไรใจมันก็สั่นแปลกๆทุกที แม้แต่ยามเธอเดินหันหลังให้ สะโพกผายกลมกลึงนั่นก็ช่างยั่วน้ำลายเขาเสียจริงๆ
“ส่งตะปูเบอร์เล็กสุดให้ที เอามาหลายๆตัว”
“อืม” น้ำชาละมือจากการใช้ผ้าเช็ดคราบน้ำที่ติดอยู่กับผนัง ก่อนจะเดินมาหยิบของจากกล่องเครื่องมือตามคำสั่งของอีกคน
“เหนื่อยไหม” เสียงห้าวของคนที่อยู่บนชั้นสุดท้ายของบันไดอลูมิเนียมเอ่ยถาม
“…”
“พูดบ้างก็ได้ ตั้งแต่มาพี่ยังไม่เห็นเธอพูดคุยอะไรเลย”
“จะให้คุยกับกำแพงเหรอ ชาไม่ได้บ้า”
“คุยกับพี่ไง พูดเล่นด้วยได้ไม่คิดตังหรอก”
“แล้วจะให้พูดให้คุยอะไร ตัวเองก็ก้มๆเงยๆหน้าอยู่ข้างบนเดี๋ยวก็ได้ตกลงมาคอหักตายกันพอดี”
“หึ! แช่งกันเฉย” โซ่ได้แต่หัวเราะเสียงฉุนมองตามหลังคนพูดน้อยต่อยหนักที่เดินกลับไปทำงานของตัวเองต่อแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า
เวลาเดินผ่านไปอย่างเชื่องช้า ตลอดเวลามีเพียงเสียงที่เกิดขึ้นจากการลงมือทำงานของทุกคน จะมีบ้างที่โซ่เอ่ยขอความร่วมมือกับน้ำชาให้ส่งสิ่งของที่ต้องการให้ สายตาคมลอบมองเธออยู่เป็นระยะถึงไม่มีเรื่องให้ต้องพูดคุยกันแต่การที่ได้มีเธอในสายตาอยู่ตลอดก็ทำให้คนซึ่งมีใจให้ สุขใจอย่างบอกไม่ถูก
กระทั่งมีเสียงของใครบางคนดังขึ้น…
“โซ่! ขวัญเอาน้ำมาให้” เสียงหวานจากใครบางคนที่ว่าทำให้ร่างสูงที่กำลังจดจ่อกับการทำงานอยู่ต้องก้มหน้าลงมอง รอยยิ้มสวยจากอดีตคนคุ้นเคยไม่ได้ทำให้เขาใจฟูขึ้นเลยแต่กลับทำให้ต้องถอนหายใจหนักๆออกมา
“เอาวางไว้ตรงนั้น หิวแล้วเดี๋ยวลงไปกิน” โซ่บอกกับอีกคนอย่างไม่ให้ความใส่ใจ เขายังคงเงยหน้าทำงานของตัวเองต่อไปโดยไม่ได้หันมองเธอคนนั้นอีก
“โซ่กินส้มไหมเดี๋ยวขวัญปอกให้ พอดีชาวบ้านเขาพากันเอาผลไม้มาให้พวกเราเยอะเลย”
ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียกในขณะนี้…
ของขวัญ ผู้เลื่องชื่อลือชาทางด้านรูปร่างหน้าตาเป็นที่หมายปองของรุ่นพี่รุ่นน้องหลายๆคนถูกคนที่อยากพูดคุยด้วยเมินจนเธอรู้สึกเจ็บจี๊ดเข้าที่หัวใจ หากแต่ถึงอย่างนั้นแล้วเธอก็ยังไม่ยอมแพ้ หญิงสาวเบี่ยงตัวเดินไปหาใครอีกคนที่ทำงานอยู่ตรงผนังกำแพงแทน
“น้องคะ เอาน้ำไปแจกทางโน่นทีเดี๋ยวงานตรงนี้พี่ทำเอง”
“…” น้ำชาหันมองตามเสียงของคนซึ่งน่าจะเป็นรุ่นพี่สลับกับถุงบรรจุขวดน้ำเย็นในมือเธอก่อนจะพยักหน้าเข้าใจ แค่สลับหน้าที่ไปแจกจ่ายน้ำแทนมันไม่ได้หนักหนาอะไรสำหรับเธออยู่แล้ว ทว่า…
“ไม่ต้อง!” เสียงเข้มของคนที่พรวดพราดลงมาจากบันไดไม่กลัวว่าจะคอหักตายไปจริงๆเอ่ยขัดขึ้น ใบหน้าคมคายที่ปกติจะมีรอยยิ้มติดอยู่ตลอดเวลาบัดนี้น้ำชากลับได้เห็นอีกมุมซึ่งต่างกันโดยสิ้นเชิง ตอนนี้หน้าโซ่เหมือนยักษ์ไม่มีผิด
“มีหน้าที่อะไรก็ทำไปขวัญ โซ่พอใจจะให้น้องคนนี้ช่วยอยู่ตรงนี้ขวัญไม่ต้องมายุ่ง”
“โซ่!”
“เราวางหน้าที่กันไว้ลงตัวแล้ว อย่ามาวุ่นวาย”
“แต่ขวัญอยากคุยกับโซ่ เราคุยกันดีๆไม่ได้หรือไง”
“โซ่ไม่อยากคุย เราไม่มีอะไรต้องคุยกัน” ริมฝีปากได้รูปพ่นระบายลมออกอย่างรู้สึกเหนื่อยใจ แม้แต่หางตาเขาก็ไม่อยากจะมองผู้หญิงที่กำลังทำสีหน้าอ้อนวอนเขาอยู่
“ขวัญอุตส่าห์ตามโซ่มาที่นี่เพื่อที่จะได้อยู่ใกล้ จะได้มาง้อ ทั้งๆที่รู้ว่ามันลำบากมากแต่ขวัญก็ยังตามมาโซ่ไม่คิดจะเห็นใจขวัญบ้างเหรอ”
“โซ่ไม่ได้ขอ เราจบกันไปแล้วอย่ามายุ่งกับโซ่อีกถ้าไม่อยากให้เรื่องที่ขวัญทำไว้ต้องกระจายไปทั่ว” เป็นครั้งแรกที่ดวงตาคมหันมาจับจ้องใบหน้าของคู่สนทนาอย่างจริงจัง ใบหน้าสวยหวานที่ครั้งหนึ่งเขาเองก็เคยชอบที่จะมองแต่ตอนนี้กลับไม่อยากมองมันเกินนาทีเดียว
“จะไปไหนก็ไป”
“ฮึก” จบคำเอ่ยไล่สองเท้าของผู้ถูกไล่ก็ไม่คิดที่จะยืนอยู่ต่อ แม้จะรู้สึกเสียหน้าที่ถูกคนเคยนอนคุยกันตัดความสัมพันธ์อย่างไม่ใยดี ทว่าตัวเธอเองรู้ดีอยู่แก่ใจว่าเพราะเหตุใดถึงเป็นเช่นนี้…
คฤหาสน์เจ้าสัวซัน… งานแต่งของโซ่และน้ำชาจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายภายในบ้านของเจ้าสัวซัน แต่นี่ก็เป็นแค่งานที่เชิญมาแต่คนสนิทและสำคัญเท่านั้น ส่วนการจัดงานใหญ่จะมีขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า หน้าบ้านที่กว้างขวางตอนนี้ถูกจัดแต่งให้กลายเป็นสวนดอกไม้นานาพันธ์ ที่ทั้งสองเลือกจะจัดงานที่นี่นั้นเพราะสะดวกกว่าและอีกอย่างคือน้ำรินนั้นก็อยากจะจัดดอกไม้สวยๆที่ตัวเองเป็นคนดูแลในงานแต่งของลูกสาวตัวเอง เสียงดนตรีจากนักร้องชื่อดังที่ถูกจัดจ้างมากำลังบรรเลงเพลงหวานซึ้งกังวานไปรอบพื้นที่ แขกเหรื่อที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีเพราะมีแต่คนสนิทกำลังตบเท้าพากันเข้ามาในงานกันอย่างต่อเนื่อง ทุกคนต่างชื่นชมบรรยากาศในงานที่แสนอบอุ่นอย่างยินดีปรีดา “เมื่อยไหม?” เสียงอบอุ่นเอ่ยถามเจ้าสาวของตัวเองที่ยืนรับแขกมานานกว่าชั่วโมง แม้วันนี้อากาศจะไม่อบอ้าวเท่าไหร่นักแต่โซ่ก็รับหน้าที่หยิบกระดาษมาซับหน้าให้น้ำชาตลอด แถมยังเอาแต่ชมเธออยู่ไม่ขาดปาก “วันนี้เมียพี่โคตรสวย” ดวงตาคมหลุบมองใบหน้าสวยเฉี่ยวที่วันนี้ถูกแต่งให้หวานหยดย้อยแปลกตาไปจากทุกวันด้วยใจรักแล้วรักอีก มองต่ำลงไปอีกนิดเห็นทรวงอกขาวอวบที่โผล่พ้นเก
เช้าวันอาทิตย์…ตับ! ตับ! ตับ! เสียงเนื้อกระกันดังลั่นห้องนอนพร้อมกันกับเสียงครางอย่างมีความสุขของคู่รักที่ตื่นมาก็จัดหนักให้กันอย่างเต็มรัก โซ่จ้องมองเนื้อเต้าอวบของคนบนร่างที่มันกระเพื่อมไปตามแรงขยับ ทั้งมือหนาก็ฟอนเฟ้นมันอย่างเมามัน คนตัวเล็กขึ้นขย่มให้เขาได้ถึงอกถึงใจจนแทบจะแตกทุกครั้งที่เธอทิ้งสะโพกลงมา “ซี้ดด เมียพี่เอาโคตรมัน” “…” “ขย่มเก่งขนาดนี้พี่จะไปไหนรอด อ่าห์” น้ำชายิ้มรับในคำชมเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนมากัดริมฝีปากล่างอย่างเซ็กซี่ มือบางวางไว้ที่กล้ามหน้าท้องแกร่งแล้วออกแรงทิ้งสะโพกเข้าขย่มแท่งร้อนรุนแรงขึ้นอีกระดับ เพราะได้ครูดีอย่างโซ่ทุกวันนี้เธอถึงได้ปลดปล่อยอารมณ์ตัวเองอย่างไม่ต้องเขินอาย มีแรงเท่าไหร่ก็ใส่ไม่ยั้งแถมยังเร้าร้อนจนที่นอนแทบจะลุกเป็นไฟทุกครั้งที่ได้จัดกัน ในขณะที่คนด้านล่างก็ยกสะโพกเด้งสวนกลับในทุกจังหวะเช่นเดียวกัน โซ่กัดฟันข่มความเสียวซ่านเกินจะบรรยายก่อนจะจับร่างเล็กให้เปลี่ยนมาอยู่ในท่าคลานเข่าและเขาเองกลับมาคุมเกมอยู่ด้านหลังโดยที่สองอวัยวะยังคงเชื่อมต่อกันไม่หลุดห่างออกแม้แต่วินาทีเดียว “อ๊ะ อ่า พี่โซ่ อืออ” “ซี้
สามปีต่อมา… “ผมขอกาแฟหน่อยสิพี่แจ็ค” เสียงทุ้มเอ่ยบอกกับคนสนิทของพ่อที่ตอนนี้เข้ามาดูแลเขาชั่วคราวเพื่อเป็นที่ปรึกษาในด้านการทำงานต่างๆให้ ตอนนี้โซ่เข้ามาบริหารธุรกิจต่างๆแทนเจ้าสัวซันแทบจะเต็มตัวแล้วเนื่องด้วยคนเป็นพ่อนั้นอยากจะวางมือและใช้ชีวิตของตัวเองบ้างหลังจากทำงานหนักมานาน แต่กระนั้นแล้วก็ยังไม่ใช่ว่าจะวางมือปล่อยให้ลูกชายจัดการทุกอย่างไปคนเดียว ก็ยังคงมีการคอยคุมอยู่เบื่องหลังบ้างเพราะโซ่ก็ยังมีประสบการณ์น้อยอยู่ก๊อกๆ “กาแฟค่ะ” เสียงหวานของหญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยบอก ก่อนจะเดินตรงเข้ามาวางถ้วยกาแฟบนโต๊ะทำงานให้กับเจ้านาย “ขอบคุณครับ” เสียงเรียบกล่าวขอบคุณแต่ก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคนที่นำกาแฟมาให้แต่อย่างใด เขาคิดว่าคงเป็นพนักงานคนไหนสักคนหนึ่งที่แจ็คอาจจะวานให้นำกาแฟเข้ามาให้แทนเลยไม่ได้ใส่ใจ ทว่าผ่านไปจนเกือบนาทีคนที่นำกาแฟเข้ามาให้ก็ไม่ออกไปจากห้องทำงานของเขาสักทีจนเขาต้องเงยหน้าขึ้นมองพร้อมตั้งคำถาม “มีอะไรหรือเปล่าครับ?” “สะ…สวัสดีค่ะ ฉันชื่อเนตรนะคะ ต่อจากนี้เนตรจะมาเป็นเลขาให้คุณโซ่ค่ะ” หญิงสาวหน้าสวยหยาดเยิ้มแนะนำตัวเองด้วยเสียงประหม่าเล็กน้อยเม
20.00น. “แค่ไปกินข้าวทำไมต้องให้แต่งตัวสวยขนาดนี้ด้วย” ดวงตาคมหันมองเจ้าของเสียงบ่นที่เข้ามานั่งในรถแล้วก็เอาแต่อมยิ้ม ตอนนี้ใบหน้าของน้ำชางอง้ำเพราะเริ่มจะโมโหหิวแต่กระนั้นแล้วก็สวยบาดใจคนเป็นแฟนที่ช่วงนี้คลั่งรักหนักมากอยู่ดี ตอนแรกน้ำชาคิดว่าเขาจะแค่พาเธอไปทานข้าวข้างนอกธรรมดาๆ ทว่าเขากลับให้เธอแต่งตัวสวยๆและเขาเองก็แต่งหล่อแบบจัดเต็ม กว่าจะได้ฤกษ์ออกจากห้องท้องของเธอก็ร้องแล้วร้องอีก จะไม่ให้เธอโมโหหิวได้อย่างไรนี่มันเลยเวลามื้อเย็นเธอมาแล้วด้วยซ้ำ “ไปไกลไหม ชาหิวมากนะ” “ไม่ไกลครับ รถไม่ติดแล้ว ไม่เกินสิบห้านาทีก็ถึง” โซ่บอกพร้อมฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะเคลื่อนรถออกเดินทางเพื่อพาคนรักไปดินเนอร์ในสถานที่ที่ตนเองตั้งใจไว้ ใช้เวลาไม่เกินสิบห้านาทีตามที่เจ้าตัวบอกก็เดินทางมาถึงยังร้านอาหารเล็กๆริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง จะเรียกว่าร้านได้หรือเปล่าก็ไม่แน่ใจเพราะร้านทั้งร้านน้ำชาเห็นมีแค่เพียงโต๊ะเดียวเท่านั้นที่ตั้งเด่นอยู่ บนโต๊ะมีอาหารหลายอย่างปิดฝาไว้อย่างดีวางเรียงกันอยู่ บรรยากาศรอบๆโต๊ะถูกจัดแต่งสวยงามมีความโรแมนติกเหมาะสำหรับคู่รักพากันมาดินเนอร์ แต่บรรยากาศเงียบเชี
ขณะนี้เป็นเวลาตีห้าเกือบจะหกโมงเช้าแล้ว น้ำชารู้สึกว่าเธอเพิ่งจะหลับไปได้แค่นิดเดียวเองแต่กลับถูกคนหื่นปลุกขึ้นมาใหม่ด้วยการละเลงลิ้นลงเล่นกับจุกนมสีหวานของเธอ “พี่โซ่ ชาง่วง” เสียงแหบเอ่ยบอกด้วยความงัวเงียทั้งยังต้องคอยดันไหล่เขาเพื่อปรามให้หยุดดูดนมเธอเสียที “นอนไปสิ พี่กินนมเฉยๆ” ทว่าโซ่ก็คือโซ่ ความดื้อรั้นไม่เป็นสองรองใครอยู่แล้ว เมื่อคืนกว่าเขาจะปล่อยให้เธอได้พักก็จัดหนักจัดเต็มกันไปหลายรอบ นี่ผ่านมาแค่ไม่กี่ชั่วโมงเขาก็จะเล่นเธออีกแล้ว และร่างกายของเธอก็ช่างจะตอบสนองเข้าดีเสียด้วยสิ แม้เสียงในหัวจะบอกว่าง่วงนอน แต่ร่างของเธอกลับขยับแอ่นหน้าอกส่งนมเข้าป้อนยังปากหนาแบบอัตโนมัติ ซ้ำยังจับหัวเขากดลงมาหาแนบชิดเข้าไปอีก น้ำชาอยากจะบ้าตายกับตัวเองจริงๆ ไม่เคยควบคุมอารมณ์ตัวเองได้เลยเวลาอยู่กับเขา “เบาหน่อย ชาตัวลายเป็นตุ๊กแกหมดแล้ว” “หึ!” คนทิ้งลอยแดงจ้ำไปทั้งตัวให้เธอหัวเราะชอบใจอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย โซ่ยังคงนัวเนียอยู่กับยอดอกสีหวานของเธอไม่ยอมห่าง ริมฝีปากหนาทั้งดูด ทั้งดึง เดี๋ยวขบเดี๋ยวเม้มอยู่อย่างนั้นเหมือนว่าสนุกกับมันหนักหนา กระทั่งคลอเคลียเต้าน
ห้องพัก… “เหนื่อยไหมวันนี้?” เสียงอบอุ่นของโซ่เอ่ยถามขึ้นในขณะที่ทั้งสองกำลังแช่น้ำอุ่นในอ่างสุดหรูเพื่อผ่อนคลายจากความเมื่อยล้าในวันนี้ ฝ่ามือหนาค่อยๆนวดที่ขมับให้คนรักอย่างเอาอกเอาใจ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือหวังผลบางอย่างจากเธอ ดวงตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างสุดฮอตที่อยู่ใต้น้ำของแฟนสาวด้วยใจที่แสนร้อนรุ่ม “เหนื่อยนะ แต่ชามีความสุขดี” รอยยิ้มสวยปรากฎบนใบหน้าของเธอครั้งแล้วครั้งเล่าจนโซ่ยังอดยิ้มตามไปด้วยไม่ได้ วันนี้คนสวยของเขาดูมีความสุขจริงๆ แต่เขายังทำให้เธอมีความสุขได้มากกว่านี้อีก “เห็นเธอมีความสุขพี่ก็ดีใจ แต่จะดีใจมากถ้าเรามีความสุขด้วยกัน”หมับ! น้ำชาเข้าคว้าที่มือหนาทันทีอย่างรู้ทันเมื่อมือนั้นเลื่อนมากอบกุมที่หน้าอกของเธอ ไม่กี่นาทีก่อนเขายังมองเธอด้วยสายตาอบอุ่นอยู่เลย เผลอแค่นิดเดียวตอนนี้กลับมองเธอเหมือนอยากจะกลืนกินกันทั้งตัวเสียอย่างนั้น น้ำชาเห็นแล้วก็ขนลุกขนพอง เขาไม่ได้กินเธอมาเป็นเดือนๆ ไม่อยากจะนึกถึงสภาพตัวเองเลยว่าคนหิวโซอย่างเขาจะกินเธอได้มูมมามแค่ไหน “ได้เวลาของเราแล้วนี่” “…” “ดูสิ มันแข็งรอตั้งนานแล้ว” มือนุ่มนิ่มถูกบังคับให้ลง
บริเวณรอบสระว่ายน้ำที่ตอนแรกนั้นไม่มีอะไรเลย ทว่าตอนนี้กลับถูกจัดแต่งให้เป็นมุมปาร์ตี้ขนาดย่อมๆไปแล้ว อาหารมากมายที่วางเรียงกันอยู่บนโต๊ะนั้นล้วนแล้วแต่เป็นฝีมือของพวกผู้ชายทั้งหมด แทบจะไม่มีจานไหนเลยที่ฝ่ายผู้หญิงเป็นคนจัดการ น้ำชายืนมองทุกอย่างด้วยความแปลกใจเล็กน้อย ไม่คิดว่าพวกผู้ชายจะจัดก
ไม่ใช่น้ำชาเพียงคนเดียวที่พอเห็นสระว่ายน้ำแล้วนึกอยากจะลงเล่น แต่เพื่อนเธออีกสองคนก็ดูจะใจตรงกันด้วย ตอนนี้ในสระว่ายน้ำจึงมีแต่เสียงหัวเราะของสามเพื่อนสาวดังแว่วมาอย่างต่อเนื่องให้อีกสี่หนุ่มที่ตั้งวงกันแต่หัววันได้ยิน ห่างออกมาจากสระว่ายน้ำเพียงนิด โซ่ สายหมอก วินและริวกำลังเริ่มเปิดขวดพากัน
อาการลำบากใจฉายชัดบนใบหน้าคมคาย แต่แค่เพียงไม่นานโซ่ก็ถอนหายใจออกมาแผ่วเบาแล้วส่งยิ้มบางให้อีกคนที่กำลังรอฟังคำบอกเล่าจากเขาอยู่ “พี่จบกับเขาไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว จบแบบจบจริงๆ” “…” “แต่หลังๆที่ต้องกลับไปวนเวียนอยู่ใกล้ เพราะขวัญขอให้พี่ช่วยอะไรบางอย่าง คือ…” โซ่ปิดเปลือกตาลงแล้วถอน
ความเงียบงันเข้ามาปกคลุมชั่วขณะจิต น้ำชาไม่ให้การอธิบายเหตุผลใดอีก ถึงตัวโซ่เองก็ถึงกับใบ้กินเมื่อได้ยินประโยคนั้นเต็มสองรูหู “ตอบแทนเหรอ?...ตลก” เขาไม่เชื่อว่าเธอจะคิดแบบนั้น “เธอยอมเสียตัวเพื่อตอบแทนที่พี่ช่วย? เอาดีๆเรื่องไหนว่ะ” มันไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิด ไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตามเขาไม่เห็น







