เข้าสู่ระบบวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ชมรมจิตอาสาพัฒนาจะอยู่ช่วยที่นี่ หลังจากจบงานและพักผ่อนกันคืนนี้พรุ่งนี้ช่วงสายๆทุกคนก็จะต้องเดินทางกลับ แม้ว่าอยากจะช่วยต่อจนทุกอย่างแล้วเสร็จจริงๆ ทว่านักศึกษาทุกคนก็มีเรื่องเรียนที่ตัวเองต้องรับผิดชอบเช่นกัน
“เหนื่อยไหม?” นี่เป็นคำถามเดิมที่น้ำชาได้ยินทุกวัน วันละหลายๆรอบจากคนเดิมๆ ทว่าน้ำชาเองก็ไม่ได้รู้สึกรำคาญใจอะไร ตอนนี้เธอกำลังช่วยโซ่เก็บอุปกรณ์ทั้งหมดไปรวมกันไว้เพื่อที่จะขนขึ้นรถกลับ
“อันนี้หนักเดี๋ยวพี่จัดการเอง” ประกอบคำโซ่ก็แย่งเอากระเป๋าเครื่องมือช่างใบใหญ่ขึ้นไปถือไว้ ส่วนมืออีกข้างก็มีบันไดอลูมิเนียมจับอยู่ด้วย
“เธอถืออันเล็กๆไป” คนบอกยิ้มกว้างเหมือนเช่นทั้งวันที่ผ่านมา หลังจากวันนั้นที่เกิดเหตุการณ์บางอย่างเขาก็กลับมาเป็นคนเดิมได้ในทันทีจนน้ำชายังแปลกใจ
“เธอไปพักเถอะเดี๋ยวที่เหลือพี่ทำเอง”
“ไม่เป็นไร ทำๆให้เสร็จไปทีเดียวจะได้พักพร้อมกัน”
“หึ! น่ารัก”
“…” น้ำชาหันกลับไปมองหน้าคนซึ่งอยู่ๆก็เอ่ยชมกันทันที ถ้าไม่ได้เข้าใจผิดคิดไปเองสองสามวันที่ผ่านมาเธอได้ยินคำนี้น่าจะเกินสิบครั้งได้แล้ว
“เธอแต่งตัวแบบนี้เหมือน…” ทว่าอยู่ๆโซ่ก็มองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ที่นี่แดดมันแรงแถมอากาศยังร้อนวันนี้เธอจึงเลือกใส่เสื้อแขนยาวกับกางขายาวตัวใหญ่แถมยังใส่หมวกแก็ปสุดเท่ที่พกมาด้วยอีกต่างหาก
“เหมือนทอมวะ”
“ไม่เห็นจะเหมือนเลย!” คนถูกกล่าวหาทิ้งของลงพื้นยืนเท้าสะเอวมองหน้าไม่ชอบใจ
“แค่ล้อเล่น จริงจังไปได้ พี่เห็นฝนกับพิมชอบอ้อนเธอเหมือนเป็นเมียเธอมันเลยคิดภาพตามน่ะ”
“พวกนั้นก็ชอบเล่นไปอย่างนั้นแหละ”
“อืม พี่ก็พูดเล่นไปงั้น”
“ไม่เล่นแบบนี้สิ เสียความมั่นใจหมด ชาไม่ใช่คนหวานๆเหมือนพี่คนสวยๆเมื่อวานก่อนนั่นสักหน่อย”
“…”
“เป็นอะไรหรือเปล่า” เธอเอ่ยถามเมื่ออยู่ๆเขาก็เงียบไป
“เธอไปพักเถอะ เดี๋ยวพี่จัดการเอาของขึ้นไว้บนรถเอง”
“เอ่อ…” เป็นครั้งแรกที่น้ำชารู้สึกเหมือนตัวเองทำอะไรผิด โซ่ ไม่ได้ต่อปากต่อคำกลับ คนตัวสูงเลือกที่จะหันไปจัดแจงยกของที่วางรวมกันอยู่ขึ้นไปไว้ที่รถเงียบๆคนเดียวด้วยสีหน้าเรียบเฉย
แต่อารมณ์ที่เปลี่ยนแบบฉับพลันก็ไม่ได้ทำให้น้ำชาทำตามที่เขาบอก เธอก้มลงหยิบของและเดินตามคนที่ว่าขึ้นไปบนรถหน้าตาเฉยเช่นกัน
“บอกให้ไปพักได้แล้วไง”
“ก็บอกแล้วว่าจะช่วยจนเสร็จ นี่มันก็งานของชา”
“แล้วแต่” โซ่คร้านที่จะเถียงกับคนดื้อ ฝ่ายน้ำชาก็ลอยหน้าลอยตาทำเป็นไม่ได้ใส่ใจ ทว่าในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังมองหน้ากวนประสาทกันเองอยู่ในตอนนั้น บันไดอลูมิเนียมที่โซ่ยัดไว้ในที่ใส่ของด้านบนและกำลังหาเชือกมาผูกก็เกิดจะเลื่อนหล่นลงมา
และมันจะไม่ทำให้เขาตกใจเลยถ้าหากว่าบันไดนั่นไม่ได้จะตกลงมาในทิศทางที่มีอีกคนยืนลอยหน้าลอยตาอยู่ตรงนั้น
ครืดดดด
ไว้กว่าความคิด คนตัวสูงพุ่งเข้ากอดร่างบางไว้แน่นพร้อมกับเบี่ยงทิศทางให้ตัวเองไปอยู่ตรงนั้นแทน
“อ๊ะ!” โซ่เอื้อมมือเข้าไปคว้ามันไว้ไม่ทัน อีกทั้งมัวแต่ห่วงใยคนในอ้อมแขนส่งผลให้ถูกบันไดอลูมิเนียมที่หล่นลงมาฟาดเข้าที่ไหล่เฉียดหัวไปนิดเดียว ถึงแม้จะไม่เป็นอะไรมากแต่ก็เจ็บเอาเรื่องอยู่…
“เธอเป็นอะไรไหม” เสียงอบอุ่นเอ่ยถามหลังจากที่ได้สติคืนมาเต็มที่ แต่พอเห็นใบหน้าของคนในอ้อมกอดตอนนี้อยู่ใกล้เขาแค่เพียงนิดเดียวก็เกิดจะช็อกไปอีกเสียอย่างนั้น
“มะ…ไม่เป็นอะไร” น้ำชาเองก็ยังคงมีความตื่นงงที่ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนเธอตั้งตัวไม่ทัน และหากไม่ได้คนตัวสูงช่วยไว้ก็คงจะเป็นเธอที่เจ็บเอง
“แล้วพี่โซ่เป็นอะไรไหม”
“…”
“พี่โซ่?”
“…”
“พี่โซ่?”
“…” ไร้ซึ่งสัญญาณตอบกลับใดๆจากผู้ชายชื่อโซ่ ดวงตาคมเอาแต่หลุบลงมองใบหน้าขาวผ่องของคนตัวเล็กกว่าอยู่อย่างนั้นแทบจะไม่กะพริบ ปากเอย จมูกเอย ตาเอย ไหนจะกลิ่นหอมกรุ่นจากเรือนผมดกดำที่มันลอยขึ้นมาเตะจมูกเขานี่ก็อีก ‘โซ่จะบ้าตายอยู่แล้ว’
ราวกับว่าทุกอย่างหยุดนิ่งไป โซ่ไม่ได้ยินอะไรนอกจากเสียงหัวใจตัวเองที่มันเต้นดังรุนแรงชนิดที่เรียกได้ว่าแทบจะหลุดออกมาเต้นนอกหน้าอก นาทีนี้จังหวะสามช่าก็เอาไม่อยู่แล้ว
ตึกตัก! ตึกตัก! ตึกตัก!
“พี่โซ่!”
“ฮะ…ฮ๊ะ!” ทว่าเสียงตะโกนดังที่ข้างหูก็พาให้เขาตื่น เพิ่งรู้ตัวว่าเผลอมองเธอนานอีกแล้ว
“มะ เมื่อกี้ว่าอะไรนะ?”
“บันไดโดนหัวหรือเปล่า สมองกระทบกระเทือนแน่เลย” น้ำชาว่าพลางมองสำรวจที่ศีรษะของเขา
“เจ็บหรือเปล่า เอาตัวมารับแทนชาทำไม”
“ถ้าพี่ไม่เข้ามาขวางไว้หัวเธอได้เลือดออกแน่” โซ่พูดความจริง ถ้าเขาไม่เห็นก่อนและพยายามใช้มือช่วยลดแรงลงเห็นทีแม่น้ำชาคนนี้คงได้แผล บันไดทั้งอันถึงจะไม่หนักมากแต่ถ้าถูกกระแทกจังๆก็เจ็บเอาเรื่องอยู่
“อืม ขอบคุณที่เข้ามาช่วย แต่ถ้าจะให้ดีตอนนี้ช่วยปล่อยชาก่อน กอดแน่นจนจะได้ลูกอยู่แล้ว” น้ำชาพึมพำพลางแกะมือหนาออก ฝ่ายคนที่เพิ่งจะรู้ตัวว่ากอดเธอไว้แน่นขนาดไหนก็ได้แต่หัวเราะเสียงชอบใจในคำเปรียบเปรย
ถ้ากอดแค่นี้แล้วมีลูกเลยมันจะไปสนุกอะไรว่ะ?…
“สรุปว่าเจ็บตรงไหนไหม ชาดูให้”
“เจ็บดิ ตรงไหล่เนี่ยดูให้หน่อย” คนเกิดอาการอยากจะสำออยรีบย่อตัวลงพร้อมหันไหล่ข้างที่ถูกบันไดหล่นใส่ให้เธอดู
“มีรอยแดงๆนะ มันโดนแรงมากไหม”
“…” โซ่พยักหน้าตอบทำท่าคล้ายเจ็บปวด อันที่จริงมันก็รู้สึกปวดๆแต่ก็ไม่ได้ขนาดนั้น
“ปวดจัง นวดให้หน่อยสิ”
“ปวดเพราะของหล่นใส่ใครเขานวดกัน?”
“ไม่ได้ปวดเพราะบันไดหล่นใส่ แต่น่าจะปวดเพราะเอี้ยวตัวผิดท่าตอนยกมือขึ้นไปคว้าน่ะ”
“อ๋อ อืม นวดให้ก็ได้”
“เค งั้นพี่นั่งตรงนี้นะ” ว่าพลางคนตัวสูงก็ย่อตัวนั่งลงที่เบาะนั่งรถทัวร์ ทว่าไม่นั่งเปล่าแต่เขาดันถอดเสื้อยืดราคาแพงออกทางหัวอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ก็เล่นเอาน้ำชาที่ยืนมองอยู่ถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว
“ถอดทำไม แค่นวด?”
“ร้อน บนนี้ร้อนมาก”
“ร้อนอะไร หน้าต่างรถก็เปิดทุกบาน” น้ำชาว่าพลางชี้ไม้ชี้มือไปที่หน้าต่างรถให้โซ่ดู แต่อีกคนทำแค่เพียงหันมองตามแล้วเอามือตบที่บ่าส่งสัญญาณว่าให้เธอเริ่มนวดได้สักที
แม้ไม่ใช่เวลาที่จะมาใช้จินตนากามในที่แบบนี้ ทว่าทันทีที่ฝ่ามือนุ่มนิ่มแตะลงบนไหล่เปล่าเปลือยของตัวเองชายหนุ่มก็รู้สึกเกร็งไปทั้งตัวไหนจะกลิ่นหอมอ่อนๆจากตัวหล่อนที่กำลังทำการบีบนวดให้ลอยเข้ามากระทบที่ปลายจมูกนั่นก็อีก
โซ่ไม่ได้อยากจะคิด แต่มันหยุดคิดไม่ได้จริงๆ
“เจ็บก็บอกนะ ชามือหนัก”
“เต็มที่เลยพี่ชอบความรุนแรง”
“หือ?”
“มะ…หมายถึงนวดแรงๆก็ได้ ก้มๆเงยๆมาหลายวันปวดมากอยู่”
“อืมๆ” น้ำชาผงกศีรษะทำเป็นเข้าใจ เธอไม่ได้หัวอ่อนจนมองไม่ออกว่ากำลังถูกอ่อย พลันความคิดพิลึกพิลั่นอยากแกล้งอีกคนเล่นๆก็แล่นเข้ามาภายในหัว
ฝ่ามือน้อยค่อยๆแผ่วสัมผัสการนวดลงทีละนิด จากที่ลงน้ำหนักเพื่อกดให้โดนจุดที่ปวดกลายเปลี่ยนมาเป็นคลึงเคล้าเบาๆเหมือนเล้าโลม
“อืม…”
ริมฝีปากสวยกระตุกยิ้มชอบใจเมื่อเห็นอีกคนหลับตาพริ้มพ่นลมหายใจคล้ายกำลังจะระงับความรู้สึกอะไรสักอย่าง น้ำชาไม่ได้อยากแกล้งอะไรมากมายแต่ก็อดไม่ได้ที่จะก้มลงไปกระซิบถามที่ข้างหูเขาเบาๆพอให้ได้ยิน…
“แบบนี้ชอบไหม?” ว่าพลางก็เลื่อนสัมผัสมือไล่จากไหล่แกร่งลงไปที่กล้ามแขนกำยำ แล้วจึงลากไล้ลามไปจนถึงหน้าท้องที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อมัดแน่น
‘กล้ามแน่นจัง’ คนที่แกล้งตอนแรกก็แค่นึกสนุกขำๆ ทว่าเล่นไปเล่นมากลับเป็นตัวเองที่รู้สึกแปลกๆเสียเอง
หมับ!
ทว่าอยู่ๆฝ่ามือหนาก็จำต้องคว้าเข้าจับมือนุ่มนิ่มของอีกคนไว้ไม่ให้เลยเถิด
“ลวนลามพี่เหรอ” คนกำลังถูกลวนลามมองหน้าถามเธอสลับกับมองมือของทั้งสองที่กุมกันไว้เหนือขอบกางเกงมาแค่เพียงนิดเดียว
“อีกนิดเธอก็จะเจอน้องชายพี่แล้วนะ”
“บ้า!” น้ำชารีบลนลานกระชากมือออก
“เธอแกล้งพี่แบบนี้ถ้าพี่เผลอปล้ำเธอขึ้นมาจะทำไง?”
“มะ…ไม่ร้ายแรงขนาดนั้นหรอกมั้ง”
โซ่ได้แต่ส่ายหน้าแล้วทำเสียง หึ! ในลำคอ ยัยเด็กชาเย็นคนนี้คิดว่ามันเป็นเรื่องตลกมากนักหรือยังไง ดีเท่าไหร่แล้วที่เขายังยั้งใจตัวเองอยู่
“จะนวดต่อไหม?”
“เธอจะต่อ?” ยัง ยัยน้ำชายังไม่จบ ข้างล่างเขาแข็งโด่ปวดหนึบขนาดนี้ไม่สังเกตบ้างเลยหรือไงกัน
“งั้นก็รีบเก็บของกันเถอะ จะได้พัก” น้ำชาตัดจบด้วยการหันหลังเดินลงจากรถเพื่อจะไปหยิบเอาของขึ้นมาเก็บ และเป็นจังหวะเดียวกันกับที่มีใครอีกคนเดินสวนทางจะขึ้นรถมาพอดี
“เหนื่อยไหมน้องน้ำชา” เสียงเอ่ยถามของวินลอยมาพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม อันที่จริงเขามาอยู่แถวนี้นานแล้วแต่ยังไม่อยากจะเดินเข้ามาเพราะเกรงว่าจะขัดจังหวะเพื่อน
“เหนื่อยดิพี่”
“ถ้าเหนื่อยเดี๋ยวพี่จัดแอลให้ดื่มเอามะ”
“ได้เหรอ นี่มันโรงเรียนนะ”
“เราไม่ใช่นักเรียนสักหน่อย นี่มันก็ไม่ใช่เวลาเรียนด้วยกระดกแค่พอหายเมื่อยไม่ต้องเอาถึงเมา”
“ก็ดีเหมือนกัน” คนรู้สึกเริ่มเปรี้ยวปากพยักหน้าเห็นด้วย
“งั้นน้ำชาไปพักก่อนเลย ทางนี้เดี๋ยวพี่ช่วยกับไอ้โซ่มันเองค่ำๆเจอกัน”
“โอเค”
ร่างแบบบางของรุ่นน้องเดินลับหายไปแล้ว ทว่ารอยยิ้มกรุ้มกริ่มของใครบางคนยังคงปรากฏอยู่ วินหรี่ตามองเพื่อนรักตั้งแต่ใบหน้าหล่อเหลาจนมาจบลงตรงกึ่งกลางความเป็นชาย ถ้าพูดกันแบบไม่ต้องอายเลยก็คือเพื่อนเขากำลังของขึ้น
“ไงมึง คืบหน้าไปเยอะหนิ”
“คืบหน้าก็เหี้ยล่ะ แม่งแกล้งกู” คนถูกแกล้งถอนหายใจยาวพร้อมส่ายหน้าเหมือนระอาตัวเองเสียเต็มที
“ฮ่าๆ” วินส่งเสียงขบขันด้วยความรู้ทัน สีหน้าเพื่อนเขาตอนนั้นมันดูทรมานแค่ไหนทำไมเขาจะไม่รู้ (ก็แอบดูอยู่ตั้งนาน)
“เอาน่า อย่างน้อยก็ยังได้ใกล้ชิดน้องมัน”
“…” โซ่พยักหน้าคิดตามแล้วก็เห็นด้วย อย่างน้อยการถูกแกล้งถูกลวนลามในวันนี้ก็ไม่เสียเปล่า น้ำชาทำให้เขารู้สึกอยากยิ้มอยู่ตลอดเวลา และแม้ว่าในตอนนี้ตัวเธอจะไม่อยู่ตรงนี้แล้วแต่สัมผัสที่ผ่านมาเมื่อสักครู่ยังคงจั๊กจี้อยู่ในหัวใจเขาอยู่เลย
“เออ! กูว่าจะถาม วันก่อนเห็นของขวัญเดินร้องไห้ออกจากห้องสมุด เกิดไรขึ้นว่ะ” วินถามเพื่อนหน้าดูจริงจังขึ้น
“…” ฝ่ายคนถูกถามกลับหุบยิ้มลงแบบฉับพลัน ใบหน้าหล่อคมสันเปลี่ยนเป็นหงุดหงิดขึ้นมาทันที
“เมียเก่าอุตส่าห์ตามมาง้อ ไม่ใจอ่อนหน่อยเหรอ”
“เรื่องของกู” เสียงเรียบเอ่ยตัดบท นัยน์ตาหม่นแสงลงเมื่อนึกถึงภาพเหตุการณ์เมื่อปีก่อนที่ถูกคนรักนอกใจนอนกกกอดกับผู้ชายคนอื่นอยู่คาตา
“เออๆ อย่าซีเรียสกูพูดเล่น หาเมียใหม่ง่ายกว่าเดี๋ยวกูช่วย” ว่าพลางวินก็ตบเข้าที่ไหล่หนาของเพื่อน เพราะรู้ดีว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นทำเพื่อนเสียหลักแค่ไหนจึงไม่อยากที่จะเอ่ยถึงอีก
“ไปๆทำงานให้เสร็จ เดี๋ยวคืนนี้กูชงน้องน้ำชาให้”
คฤหาสน์เจ้าสัวซัน… งานแต่งของโซ่และน้ำชาจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายภายในบ้านของเจ้าสัวซัน แต่นี่ก็เป็นแค่งานที่เชิญมาแต่คนสนิทและสำคัญเท่านั้น ส่วนการจัดงานใหญ่จะมีขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า หน้าบ้านที่กว้างขวางตอนนี้ถูกจัดแต่งให้กลายเป็นสวนดอกไม้นานาพันธ์ ที่ทั้งสองเลือกจะจัดงานที่นี่นั้นเพราะสะดวกกว่าและอีกอย่างคือน้ำรินนั้นก็อยากจะจัดดอกไม้สวยๆที่ตัวเองเป็นคนดูแลในงานแต่งของลูกสาวตัวเอง เสียงดนตรีจากนักร้องชื่อดังที่ถูกจัดจ้างมากำลังบรรเลงเพลงหวานซึ้งกังวานไปรอบพื้นที่ แขกเหรื่อที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีเพราะมีแต่คนสนิทกำลังตบเท้าพากันเข้ามาในงานกันอย่างต่อเนื่อง ทุกคนต่างชื่นชมบรรยากาศในงานที่แสนอบอุ่นอย่างยินดีปรีดา “เมื่อยไหม?” เสียงอบอุ่นเอ่ยถามเจ้าสาวของตัวเองที่ยืนรับแขกมานานกว่าชั่วโมง แม้วันนี้อากาศจะไม่อบอ้าวเท่าไหร่นักแต่โซ่ก็รับหน้าที่หยิบกระดาษมาซับหน้าให้น้ำชาตลอด แถมยังเอาแต่ชมเธออยู่ไม่ขาดปาก “วันนี้เมียพี่โคตรสวย” ดวงตาคมหลุบมองใบหน้าสวยเฉี่ยวที่วันนี้ถูกแต่งให้หวานหยดย้อยแปลกตาไปจากทุกวันด้วยใจรักแล้วรักอีก มองต่ำลงไปอีกนิดเห็นทรวงอกขาวอวบที่โผล่พ้นเก
เช้าวันอาทิตย์…ตับ! ตับ! ตับ! เสียงเนื้อกระกันดังลั่นห้องนอนพร้อมกันกับเสียงครางอย่างมีความสุขของคู่รักที่ตื่นมาก็จัดหนักให้กันอย่างเต็มรัก โซ่จ้องมองเนื้อเต้าอวบของคนบนร่างที่มันกระเพื่อมไปตามแรงขยับ ทั้งมือหนาก็ฟอนเฟ้นมันอย่างเมามัน คนตัวเล็กขึ้นขย่มให้เขาได้ถึงอกถึงใจจนแทบจะแตกทุกครั้งที่เธอทิ้งสะโพกลงมา “ซี้ดด เมียพี่เอาโคตรมัน” “…” “ขย่มเก่งขนาดนี้พี่จะไปไหนรอด อ่าห์” น้ำชายิ้มรับในคำชมเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนมากัดริมฝีปากล่างอย่างเซ็กซี่ มือบางวางไว้ที่กล้ามหน้าท้องแกร่งแล้วออกแรงทิ้งสะโพกเข้าขย่มแท่งร้อนรุนแรงขึ้นอีกระดับ เพราะได้ครูดีอย่างโซ่ทุกวันนี้เธอถึงได้ปลดปล่อยอารมณ์ตัวเองอย่างไม่ต้องเขินอาย มีแรงเท่าไหร่ก็ใส่ไม่ยั้งแถมยังเร้าร้อนจนที่นอนแทบจะลุกเป็นไฟทุกครั้งที่ได้จัดกัน ในขณะที่คนด้านล่างก็ยกสะโพกเด้งสวนกลับในทุกจังหวะเช่นเดียวกัน โซ่กัดฟันข่มความเสียวซ่านเกินจะบรรยายก่อนจะจับร่างเล็กให้เปลี่ยนมาอยู่ในท่าคลานเข่าและเขาเองกลับมาคุมเกมอยู่ด้านหลังโดยที่สองอวัยวะยังคงเชื่อมต่อกันไม่หลุดห่างออกแม้แต่วินาทีเดียว “อ๊ะ อ่า พี่โซ่ อืออ” “ซี้
สามปีต่อมา… “ผมขอกาแฟหน่อยสิพี่แจ็ค” เสียงทุ้มเอ่ยบอกกับคนสนิทของพ่อที่ตอนนี้เข้ามาดูแลเขาชั่วคราวเพื่อเป็นที่ปรึกษาในด้านการทำงานต่างๆให้ ตอนนี้โซ่เข้ามาบริหารธุรกิจต่างๆแทนเจ้าสัวซันแทบจะเต็มตัวแล้วเนื่องด้วยคนเป็นพ่อนั้นอยากจะวางมือและใช้ชีวิตของตัวเองบ้างหลังจากทำงานหนักมานาน แต่กระนั้นแล้วก็ยังไม่ใช่ว่าจะวางมือปล่อยให้ลูกชายจัดการทุกอย่างไปคนเดียว ก็ยังคงมีการคอยคุมอยู่เบื่องหลังบ้างเพราะโซ่ก็ยังมีประสบการณ์น้อยอยู่ก๊อกๆ “กาแฟค่ะ” เสียงหวานของหญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยบอก ก่อนจะเดินตรงเข้ามาวางถ้วยกาแฟบนโต๊ะทำงานให้กับเจ้านาย “ขอบคุณครับ” เสียงเรียบกล่าวขอบคุณแต่ก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคนที่นำกาแฟมาให้แต่อย่างใด เขาคิดว่าคงเป็นพนักงานคนไหนสักคนหนึ่งที่แจ็คอาจจะวานให้นำกาแฟเข้ามาให้แทนเลยไม่ได้ใส่ใจ ทว่าผ่านไปจนเกือบนาทีคนที่นำกาแฟเข้ามาให้ก็ไม่ออกไปจากห้องทำงานของเขาสักทีจนเขาต้องเงยหน้าขึ้นมองพร้อมตั้งคำถาม “มีอะไรหรือเปล่าครับ?” “สะ…สวัสดีค่ะ ฉันชื่อเนตรนะคะ ต่อจากนี้เนตรจะมาเป็นเลขาให้คุณโซ่ค่ะ” หญิงสาวหน้าสวยหยาดเยิ้มแนะนำตัวเองด้วยเสียงประหม่าเล็กน้อยเม
20.00น. “แค่ไปกินข้าวทำไมต้องให้แต่งตัวสวยขนาดนี้ด้วย” ดวงตาคมหันมองเจ้าของเสียงบ่นที่เข้ามานั่งในรถแล้วก็เอาแต่อมยิ้ม ตอนนี้ใบหน้าของน้ำชางอง้ำเพราะเริ่มจะโมโหหิวแต่กระนั้นแล้วก็สวยบาดใจคนเป็นแฟนที่ช่วงนี้คลั่งรักหนักมากอยู่ดี ตอนแรกน้ำชาคิดว่าเขาจะแค่พาเธอไปทานข้าวข้างนอกธรรมดาๆ ทว่าเขากลับให้เธอแต่งตัวสวยๆและเขาเองก็แต่งหล่อแบบจัดเต็ม กว่าจะได้ฤกษ์ออกจากห้องท้องของเธอก็ร้องแล้วร้องอีก จะไม่ให้เธอโมโหหิวได้อย่างไรนี่มันเลยเวลามื้อเย็นเธอมาแล้วด้วยซ้ำ “ไปไกลไหม ชาหิวมากนะ” “ไม่ไกลครับ รถไม่ติดแล้ว ไม่เกินสิบห้านาทีก็ถึง” โซ่บอกพร้อมฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะเคลื่อนรถออกเดินทางเพื่อพาคนรักไปดินเนอร์ในสถานที่ที่ตนเองตั้งใจไว้ ใช้เวลาไม่เกินสิบห้านาทีตามที่เจ้าตัวบอกก็เดินทางมาถึงยังร้านอาหารเล็กๆริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง จะเรียกว่าร้านได้หรือเปล่าก็ไม่แน่ใจเพราะร้านทั้งร้านน้ำชาเห็นมีแค่เพียงโต๊ะเดียวเท่านั้นที่ตั้งเด่นอยู่ บนโต๊ะมีอาหารหลายอย่างปิดฝาไว้อย่างดีวางเรียงกันอยู่ บรรยากาศรอบๆโต๊ะถูกจัดแต่งสวยงามมีความโรแมนติกเหมาะสำหรับคู่รักพากันมาดินเนอร์ แต่บรรยากาศเงียบเชี
ขณะนี้เป็นเวลาตีห้าเกือบจะหกโมงเช้าแล้ว น้ำชารู้สึกว่าเธอเพิ่งจะหลับไปได้แค่นิดเดียวเองแต่กลับถูกคนหื่นปลุกขึ้นมาใหม่ด้วยการละเลงลิ้นลงเล่นกับจุกนมสีหวานของเธอ “พี่โซ่ ชาง่วง” เสียงแหบเอ่ยบอกด้วยความงัวเงียทั้งยังต้องคอยดันไหล่เขาเพื่อปรามให้หยุดดูดนมเธอเสียที “นอนไปสิ พี่กินนมเฉยๆ” ทว่าโซ่ก็คือโซ่ ความดื้อรั้นไม่เป็นสองรองใครอยู่แล้ว เมื่อคืนกว่าเขาจะปล่อยให้เธอได้พักก็จัดหนักจัดเต็มกันไปหลายรอบ นี่ผ่านมาแค่ไม่กี่ชั่วโมงเขาก็จะเล่นเธออีกแล้ว และร่างกายของเธอก็ช่างจะตอบสนองเข้าดีเสียด้วยสิ แม้เสียงในหัวจะบอกว่าง่วงนอน แต่ร่างของเธอกลับขยับแอ่นหน้าอกส่งนมเข้าป้อนยังปากหนาแบบอัตโนมัติ ซ้ำยังจับหัวเขากดลงมาหาแนบชิดเข้าไปอีก น้ำชาอยากจะบ้าตายกับตัวเองจริงๆ ไม่เคยควบคุมอารมณ์ตัวเองได้เลยเวลาอยู่กับเขา “เบาหน่อย ชาตัวลายเป็นตุ๊กแกหมดแล้ว” “หึ!” คนทิ้งลอยแดงจ้ำไปทั้งตัวให้เธอหัวเราะชอบใจอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย โซ่ยังคงนัวเนียอยู่กับยอดอกสีหวานของเธอไม่ยอมห่าง ริมฝีปากหนาทั้งดูด ทั้งดึง เดี๋ยวขบเดี๋ยวเม้มอยู่อย่างนั้นเหมือนว่าสนุกกับมันหนักหนา กระทั่งคลอเคลียเต้าน
ห้องพัก… “เหนื่อยไหมวันนี้?” เสียงอบอุ่นของโซ่เอ่ยถามขึ้นในขณะที่ทั้งสองกำลังแช่น้ำอุ่นในอ่างสุดหรูเพื่อผ่อนคลายจากความเมื่อยล้าในวันนี้ ฝ่ามือหนาค่อยๆนวดที่ขมับให้คนรักอย่างเอาอกเอาใจ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือหวังผลบางอย่างจากเธอ ดวงตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างสุดฮอตที่อยู่ใต้น้ำของแฟนสาวด้วยใจที่แสนร้อนรุ่ม “เหนื่อยนะ แต่ชามีความสุขดี” รอยยิ้มสวยปรากฎบนใบหน้าของเธอครั้งแล้วครั้งเล่าจนโซ่ยังอดยิ้มตามไปด้วยไม่ได้ วันนี้คนสวยของเขาดูมีความสุขจริงๆ แต่เขายังทำให้เธอมีความสุขได้มากกว่านี้อีก “เห็นเธอมีความสุขพี่ก็ดีใจ แต่จะดีใจมากถ้าเรามีความสุขด้วยกัน”หมับ! น้ำชาเข้าคว้าที่มือหนาทันทีอย่างรู้ทันเมื่อมือนั้นเลื่อนมากอบกุมที่หน้าอกของเธอ ไม่กี่นาทีก่อนเขายังมองเธอด้วยสายตาอบอุ่นอยู่เลย เผลอแค่นิดเดียวตอนนี้กลับมองเธอเหมือนอยากจะกลืนกินกันทั้งตัวเสียอย่างนั้น น้ำชาเห็นแล้วก็ขนลุกขนพอง เขาไม่ได้กินเธอมาเป็นเดือนๆ ไม่อยากจะนึกถึงสภาพตัวเองเลยว่าคนหิวโซอย่างเขาจะกินเธอได้มูมมามแค่ไหน “ได้เวลาของเราแล้วนี่” “…” “ดูสิ มันแข็งรอตั้งนานแล้ว” มือนุ่มนิ่มถูกบังคับให้ลง







