LOGINดารินทร์ยืนอยู่ในห้องทำงานหรูบนชั้นสูงสุดของบริษัท หัวใจของเธอเต้นแรงแม้จะพยายามทำให้ตัวเองดูนิ่งเฉยก็ตาม
ตรงหน้าของเธอ เขานั่งเอนหลังอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่ มือประสานกันอยู่บนโต๊ะ ดวงตาคมเข้มจับจ้องมาที่เธอราวกับกำลังประเมินอะไรบางอย่าง
“คุณคงรู้นะว่าทำไมผมถึงเรียกคุณมาที่นี่อีก” น้ำเสียงของเขาราบเรียบ แต่แอบแฝงไปด้วยความกดดัน
เธอยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พลางตอบกลับด้วยท่าทีเรียบง่าย
“ถ้าเป็นเรื่องงาน ฉันคิดว่าคุณสามารถแจ้งผ่านหัวแผนกได้ค่ะ ไม่จำเป็นต้องมาเสียเวลาพูดคุยกับฉันเอง”
เขาหัวเราะเบา ๆ ทว่าฟังดูเย็นชา
“อย่ามาเล่นลิ้น” เขาโน้มตัวไปข้างหน้า ดวงตาคมกริบจ้องเธอไม่วาง “ผมกำลังพูดถึงเรื่องที่คุณทิ้งเงินก้อนนั้นไว้ และข้อเสนอที่ผมเสนอให้คุณเมื่อวันจันทร์”
เธอถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะยักไหล่ “แล้วมันมีปัญหาตรงไหนคะที่ฉันไม่รับเงินจากคุณ มันผิดอะไรที่ฉันไม่รับข้อเสนอของคุณ”
“ปัญหาคือคุณปฏิเสธข้อเสนอของผม” เขากัดฟัน “ผมให้เงินคุณเพื่อแลกกับการหยุดพูดถึงเรื่องที่เกิด แต่คุณกลับทิ้งมันไว้เหมือนไม่มีค่า แบบนี้หมายความว่าไง?”
ดารินทร์มองเขาด้วยสายตานิ่งเรียบ ก่อนจะพูดออกมาเสียงชัดเจน “มันหมายความว่าฉันไม่ต้องการเงินของคุณ และฉันก็ไม่คิดจะเอาเรื่องนี้ไปพูดกับใครไงล่ะ”
“งั้นทำไมคุณถึงไม่รับมัน?”
เธอเค้นหัวเราะ ก่อนจะโน้มตัวไปเล็กน้อย
“คุณเคยได้ยินคำว่า วันไนต์สแตนด์ ไหม?”
“...” คิ้วเข้มของเขาขมวดเข้าหากันทันที
“มันคือความสัมพันธ์แบบ ตื่นมาแล้วแยกย้าย” เธอทำใจแข็งพูดต่อ แอบซ้อนความท้าทายภายใต้ดวงนะ “ฉันไม่ได้คาดหวังอะไรจากคุณ และฉันก็ไม่ได้ต้องการอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว”
เขานั่งนิ่งไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังประมวลผลคำพูดของเธอ จากนั้น...ดวงตาของเขากลับเย็นลง ริมฝีปากกระตุกเป็นรอยยิ้มเหยียด
“งั้นเหรอ…”
เธอยืนอยู่ตรงหน้าเขาอย่างมั่นใจ แต่แทนที่เขาจะบอกให้เธอกลับออกไป เขากลับมองเธอด้วยสายตาอีกแบบหนึ่งแทน สายตาที่เต็มไปด้วยความดูแคลน
“คุณทำตัวเหมือนผู้หญิงที่คุ้นเคยกับเรื่องแบบนี้มานาน” เขาเอ่ยช้า ๆ “หรือว่าคุณเป็นพวกที่ชอบสนุกไปทั่วกันแน่? ถึงได้พูดแบบนั้นออกมาได้หน้าตาเฉย”
คำพูดของเขาทำให้เธอชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่ความโกรธจะพลุ่งพล่านขึ้นมาในอก แต่แทนที่เธอจะระเบิดออกมา เธอกลับสูดลมหายใจลึก แล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ฉันคิดว่าการตัดสินคนจากคืนเดียวมันเป็นเรื่องที่แย่มาก” เธอกล่าว “แต่ก็เอาเถอะถ้านั่นคือสิ่งที่คุณเลือกจะเชื่อ ก็แล้วแต่คุณ”
พูดจบ เธอก็หมุนตัวเตรียมเดินออกจากห้อง โดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองใบหน้าของเขาอีก
ทว่าชายหนุ่มกลับมองตามแผ่นหลังของเธอด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งโกรธ ขุ่นเคือง และแปลกประหลาด
เรื่องนี้...มันยังไม่จบง่าย ๆ แน่นอน
หลังจากเดินออกจากห้องทำงานของเขา ดารินทร์ก้าวไปตามทางเดินด้วยจังหวะที่มั่นคง แต่ภายในใจกลับปั่นป่วน คำพูดของเขายังคงกรีดลึกอยู่ในใจของเธอ
เธอไม่ได้คาดหวังให้เขาพูดดีกับเธอ ไม่ได้หวังให้เขาให้เกียรติหรือมองเธอในแง่ดี แต่เธอก็ไม่เคยคิดว่าเขาจะดูถูกเธอได้ถึงขนาดนี้
‘คุณทำตัวเหมือนผู้หญิงที่คุ้นเคยกับเรื่องแบบนี้มานาน หรือว่าคุณเป็นพวกที่ชอบสนุกไปทั่วกันแน่? ถึงได้พูดแบบนั้นออกมาได้หน้าตาเฉย’
เสียงของเขายังคงก้องอยู่ในหัว มันไม่ได้แค่ทำให้เธอโกรธ แต่มันทำให้เธอ เสียใจ
เธอเม้มปากแน่น พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่เอ่อล้นขึ้นมาในอก ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงานในบริษัทนี้ เธอเคยชื่นชมเขา เคยคิดว่าเขาเป็นผู้ชายที่สุขุม ฉลาด และมีเสน่ห์ เธอเคยแอบมองเขาจากมุมไกล ๆ เวลาเขาเดินผ่าน เคยคิดว่าผู้ชายแบบเขาคงมีระดับและมุมมองที่เหนือกว่าใคร ๆ
แต่ตอนนี้...เธอเริ่มรู้แล้วว่าเธอมองเขาผิดไป
เขาอาจจะหล่อ อาจจะดูสุขุมในสายตาคนอื่น แต่ข้างในนั้นเขาเป็นแค่ผู้ชายที่ตัดสินคนจากเปลือกนอก หยิ่งทะนง และเห็นแก่ตัว
หัวใจของเธอหนักอึ้งเมื่อก้าวเข้าไปในลิฟต์ ประตูลิฟต์ปิดลง เธอเงยหน้าขึ้น สูดลมหายใจลึกแล้วพยายามกลืนก้อนสะอื้นลงไป...
เย็นวันหนึ่งในบ้านหลังใหญ่ กลิ่นอาหารที่เพิ่งทำเสร็จยังอวลอยู่ในอากาศ เสียงหัวเราะใส ๆ ของเด็ก ๆ ทำให้บ้านทั้งหลังดูมีชีวิตชีวาอย่างบอกไม่ถูกนภัและนพกรนั่งข้างกันบนพรมกลางห้อง กำลังเถียงกันเรื่องตัวต่อชิ้นสุดท้าย นพกรทำหน้าบึ้งนิด ๆ ส่วนนภัสยกคางอย่างไม่ยอมแพ้ แต่สุดท้ายก็หัวเราะออกมาพร้อมกันเหมือนเคย เพราะมีเสียงเล็ก ๆ ของน้องสาวฝาแฝดวัยสองขวบดังแทรกขึ้นมา“ของหนู...ของหนู...”เด็กน้อยทั้งสองขยับเข้ามาแย่งตัวต่ออย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว ทำเอาพี่ ๆ หยุดเถียงแล้วหันมองหน้ากัน ก่อนจะยอมยกชิ้นส่วนให้พร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย“ให้น้องก็ได้” นพกรพูดเบา ๆ“ใช่ เดี๋ยวเราหาใหม่ก็ได้” นภัสเสริม พลางลูบหัวน้องอย่างเอ็นดูภาพนั้นทำให้คนเป็นแม่ที่ยืนมองอยู่ข้าง ๆ เผลอยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน แขนของเธอถูกโอบจากด้านหลังโดยคนเป็นพ่อที่เพิ่งเดินเข้ามา เขาซบคางลงบนไหล่ของเธออย่างคุ้นเคย“บ้านเราวุ่นวายดีนะ” เขากระซิบ“วุ่นวาย...แต่ก็มีความสุข” เธอตอบ พลางเอนตัวพิงเขาเล็กน้อยสายตาของทั้งคู่มองไปยังลูก ๆ ที่กำลังเล่นกันอยู่ เสียงหัวเราะ เสียงงอแงเล็ก ๆ และเสียงเรียกพ่อกับแม่ดังสลับกันไปมาอย่างไม่ขาดสาย
ประตูห้องทำงานถูกเคาะเบา ๆ สองครั้ง ก่อนจะเปิดออกช้า ๆ“เรียกมุกมามีอะไรเหรอคะ” ดารินทร์เอ่ยถาม ขณะที่ยังยืนอยู่หน้าประตู ด้วยสีหน้าสงบแต่แฝงด้วยความสงสัยเล็กน้อยทิศตะวันที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานเงยหน้าขึ้นมองทันที แววตาของเขาไม่ได้เข้มดุเหมือนเวลาทำงาน แต่กลับเต็มไปด้วยความกังวลที่ซ่อนเอาไว้ไม่มิด“มานี่ก่อน” เขาพูดเสียงเรียบพลางกวักมือเรียกภรรยาสุดที่รักเธอเดินเข้าไปใกล้ ก่อนจะนั่งลงตรงเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม แต่ยังไม่ทันได้ถามอะไรต่อ เขาก็พูดขึ้นมาก่อน“พี่อยากให้มุกหยุดงาน” คำพูดสั้น ๆ แต่ชัดเจน ทำให้เธอชะงักไปเล็กน้อย“หยุด...ตอนนี้เลยเหรอคะ” เธอรู้ดีว่านี่คือคำสั่ง เพราะเขาขอร้องเรื่องนี้กับเธอหลายครั้งแล้ว แต่เธอก็ยังดื้อ วันนี้เขาเลยใช้น้ำเสียงที่ฟังแล้วรู้สึกว่านั่นคือคำสั่ง“ใช่ครับ” เขาพยักหน้า สายตามองไปที่หน้าท้องของเธอโดยอัตโนมัติ “คุณกำลังท้องนะ งานมันหนัก พี่ไม่อยากให้ที่รักเสี่ยงอะไรทั้งนั้น”น้ำเสียงเขาไม่ได้แข็ง แต่หนักแน่นพอจะรู้ว่าเขาคิดมาดีแล้วดารินทร์เม้มปากนิดหนึ่ง ก่อนจะพูดอย่างใจเย็น“มุกเข้าใจนะคะ...แต่ขอทำต่ออีกแค่สองเดือน ได้มั้ยคะ แค่ให้จบโปรเจกต์นี้ก่อน”ทิ
เสียงหัวเราะใส ๆ ดังลอยมาตามลมยามบ่าย ก่อนที่เจ้าตัวเล็กสองคนจะวิ่งฝ่าประตูเข้ามาอย่างไม่เกรงใจโลก กระเป๋านักเรียนยังคงสะพายติดหลัง“แม่จ๋า...ดูหนูสิ”เด็กผู้หญิงตัวน้อยผูกผมหางม้าสองข้างวิ่งนำมา ใบหน้ากลมป่องแดงระเรื่อจากการวิ่ง ดวงตาเป็นประกายเหมือนมีดาวเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ในนั้น เธอยกกระดาษที่วาดเละเทะขึ้นมาอวดเต็มที่“วันนี่ที่โรงเรียนหนูวาดรูปพ่อ แม่ แล้วก็หนูเองนะคะ” เธอบอกแม่ด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว“แล้วผมล่ะ” เสียงเล็ก ๆ อีกเสียงรีบแทรกขึ้นมา นพกรที่วิ่งตามมาติด ๆ ชะโงกหน้าดูแล้วทำหน้ายุ่ง “ทำไมผมตัวเล็กกว่าพี่อีก”“ก็พี่เป็นพี่ไง” เธอตอบอย่างมั่นใจสุด ๆ พร้อมยักไหล่เล็ก ๆ“แต่เราเกิดพร้อมกันนะ” เขาเถียงทันควัน ก่อนจะหันมาฟ้องคนเป็นแม่ “แม่ครับ พี่ขี้โกงอ่ะ”คนเป็นแม่หลุดหัวเราะเบา ๆ มองสองแสบที่ยืนเท้าสะเอวใส่กันเหมือนผู้ใหญ่ย่อส่วน“งั้นใครเป็นพี่ ใครเป็นน้องกันนะ” เธอพูดแหย่“หนูเป็นพี่ค่ะ เพราะหนูพูดเก่งกว่า” นภัสรีบยกมือขึ้น“ไม่จริง! ผมพูดเก่งกว่า” เด็กผู้ชายรีบพูดรัวทันที “แม่ครับ ฟังนะผมรักแม่ที่สุดในโลก รักมาก ๆ มากกว่าพี่อีก”“เฮ้!” นภัสหันขวับ “งั้นหนูก็รักแม่ที่สุดในจัก
ชายหนุ่มวางสายจากผู้เป็นพ่อที่โทรตามให้กลับบ้านเพราะบอกว่ามีเรื่องด่วน เขามองภาพใครคนหนึ่งที่วางอยู่ตรงโต๊ะข้างเตียง เธอผู้ซึ่งเคยตามตัวเขาเป็นเงา แล้วอยู่มาวันหนึ่งก็หายตัวไป เขารู้แค่เรื่องเดียวคือเธอมาเรียนที่ต่างประเทศ เขารู้แค่ว่าเธออยู่ประเทศไหน แต่ไม่รู้เมืองที่เธออยู่ พยายามหาช่องทาติดต่อก็ไม่มี “ยังหาไม่เจอเลย ต้องกลับไปแล้วอย่างนั้นเหรอ” หลังกลับประเทศไทยได้ไม่กี่วัน เขาก็ต้องเข้าไปรับผิดชอบงานในบริษัทแทนน้องชาย “พี่เหนือ...เหม่ออะไรอยู่เหรอ” ทิศตะวันเดินเข้าไปในห้องทำงานพี่ชาย ซึ่งเคยเป็นห้องประจำตำแหน่งของเขา “วันนี้พี่รู้สึกปวดหัว ฝากนายออกไปคุยงานแทนหน่อยนะ” “แล้วพี่จะไปไหน” “ว่าจะไปหาหมอสักหน่อย ปวดแบบนี้มาสักพักแล้ว” “หักโหมเกินไปหรือเปล่า พี่ควรพักบ้าง” “อืม ก็คงต้องเป็นแบบนั้น” ทิศเหนือขับรถไปถึงโรงพยาบาลเอกชนที่ใกล้บริษัทที่สุด เขาเดินไปยังเคาน์เตอร์ ยื่นบัตรประชาชนแล้วตอบคำถามเจ้าหน้าที่ไม่กี่คำก็โดนเรียกให้ไปที่ห้องตรวจ “รวดเร็วทันใจดีจริง ๆ” เขาพึงพอใจกับก
“ปัง!!”เสียงพรุกระดาษดังขึ้นทันทีที่ทิศตะวันและดารินทร์เดินเข้าไปในบ้าน เพราะหลังจากที่ทิศตะวันโทรบอกทุกคนว่าดารินทร์ท้อง การเซอร์ไพรส์ก็เริ่มขึ้น“ยินดีต้อนรับสมาชิกคนใหม่” เสียงเด็ก ๆ ที่ถูกเตี๊ยมกันไว้ก็พูดขึ้นมาพร้อมกัน ตามด้วยเสียงโห่ร้องดีใจ“ฮึบ!” ทิศตะวันอุ้มนภัสขึ้น“พ่อจ๋าไหนน้อง”“น้องอยู่ในนี้ครับ” เขาเอามือลูบท้องของดารินทร์เบา ๆ“น้อง” นพกรวิ่งไปกอดแม่เอาหน้าซุกไปที่ท้องของเธอ“เบา ๆ ครับ” ทิศตะวันรีบห้าม “เดี๋ยวแม่ก็เจ็บหรอก”“ไม่เป็นไรค่ะ” เธอย่อตัวลงข้าง ๆ ลูกชาย“ดีขึ้นบ้างหรือยังลูก” ทิพย์สุดาถามด้วยความเป็นห่วง เธอมาที่นี่ตั้งแต่เช้าเพื่อช่วยเลี้ยงหลาน“พอได้ทานยาที่หมอให้มาก็ดีขึ้นมากเลยค่ะ”“งั้นก็ดีแล้วล่ะ ลูกต้องพักผ่อนให้เยอะ ๆ นะ”“ค่ะคุณแม่”“น้องผู้หญิงหรือผู้ชายฮะ”“ยังไมรู้เลยจ่ะ” เธอตอบลูกชาย “น้องอาร์มอยากได้น้องผู้หญิงหรือผู้ชายละคะ”“ผู้ชายฮะ” นพกรตอบโดยไม่ต้องคิด “ผมจะเล่นกับน้อง”“แล้วน้องเอิร์นล่ะ อยากได้น้องผู้หญิงหรือผู้ชาย” ทิศตะวันถามลูกสาว“ผู้หญิงค่ะ หนูจะเล่นกับน้อง”คำตอบของลูกทั้งสองคนทำให้ดารินทร์กับทิศตะวันมองหน้ากัน ไม่รู้ว่าจะเป็นชายห
ณ.โรงพยาบาลเอกชนใครจะไปรู้ว่าหลังจากที่ย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านหลังใหม่เพียงแค่สองวัน ดารินทร์จะมีอาการคลื่นไส้อาเจียนจนทิศตะวันไม่เป็นอันทำอะไร เขาเป็นห่วงเมียรักมาก จนต้องเฝ้าตลอดไม่ยอมไปทำงาน“คนไข้มีอาการมากี่วันแล้วคะ”“สองวันค่ะ”“ประจำเดือนมาครั้งล่าสุดเมื่อไหร่คะ”“เดือนที่แล้วค่ะ”“เดี๋ยวคนไข้เข้าไปในห้องน้ำแล้วเก็บฉี่ใส่กล่องนี้นะคะ”“ค่ะ” ดารินทร์พอจะเดาออกว่าหมอกำลังจะตรวจหาอะไร เพราะตอนที่เธอท้องเจ้าแฝด หมอก็เคยให้เธอทำแบบนี้“เดี๋ยวผมไปเป็นเพื่อน”“ไม่ต้องหรอกค่ะ คุณนั่งรอในนี้แหละ เรามีพยาบาลคอยอำนวยความสะดวกให้คนไข้อยู่ด้านนอกค่ะ”“ภรรยาของผมจะเป็นอะไรมากมั้ยครับ”“ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ หมอสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นอาการแพ้ท้อง”“พะ...แพ้ท้องเหรอ ภรรยาของผมกำลังท้องเหรอครับ”“ต้องรอผลตรวจก่อนค่ะ หมอถึงจะยืนยันได้”“ครับ”ทิศตะวันก้มมองนิ้วตัวเอง เขากำลังนับว่าตอนนี้เขามีอยู่สองคนแล้วถ้าเพิ่มมาอีก 1 ก็เป็นสาม แต่ถ้าเพิ่มมาอีก 2 ล่ะ เฮ้ย! นี่เขาจะมีลูกตั้งสี่คนเลยนะ ระหว่างที่ทิศตะวันกำลังเหม่อลอย ดารินทร์ก็เดินกลับมา เธอนั่งลงข้าง ๆ เขา สังเกตสีหน้าที่แดงไปจนถึงใบหู
ในห้องรับรองผู้มาเยือนของโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ เสียงฝีเท้าหนักแน่นของชายหนุ่มในชุดเจ้าบ่าวดังสะท้อนก้องตลอดทางเดิน ก่อนที่เขาจะเปิดประตูเข้ามาอย่างแรงจนบานประตูสั่นสะเทือน ดวงตาคมใต้คิ้วเข้มวาวโรจน์ด้วยความโกรธเมื่อได้รับการยืนยันอีกครั้งว่าไม่มีคนไข้ชื่อดารินทร์“ผมต้องการดูกล้องวงจรปิดของโรงพยาบ
ทิศตะวันหลุบตาลง สีหน้าของเขาเรียบนิ่ง แต่สายตากลับหม่นหมองอย่างเห็นได้ชัด ริมฝีปากเริ่มเม้มเข้าหากันแน่น ความอึดอัดกำลังปะทุอยู่ในใจ“เธอถามเรื่องวันแต่งงานของผมจริง ๆ เหรอ”กิตติชัยพยักหน้าช้า ๆ ก่อนจะถอยออกไปเล็กน้อย ปล่อยให้ทิศตะวันได้อยู่กับความคิดของตัวเอง“ผม...ไม่รู้ว่าตัวเองควรทำยังไง แต่ถ
“คุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่”ทิศตะวันนิ่งไป...เขาควรตอบว่าอะไร ทุกอย่างที่เขาทำไปก็แค่เพราะลูก หรือว่าเพราะอะไรกันแน่ ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้คำตอบที่ชัดเจนสำหรับคำถามนี้...หรือบางทีเขาอาจจะรู้แต่ไม่เคยกล้ายอมรับมันทิศตะวันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของดารินทร์ คำถามของเธอชัดเจน แต่เขากลับไม่มีคำตอบ ไม่มีคำพูด
สองวันต่อมขณะที่ดารินทร์นั่งดูข่าวอยู่บนโซฟา มือข้างหนึ่งกุมท้องตัวเองแน่น ขณะที่เหงื่อซึมเต็มหน้าผากช่วงนี้เธอเครียดมากเกินไป จนแทบไม่มีเรี่ยวแรงจะทำอะไร อาหารที่เคยฝืนกินก็แทบกลืนไม่ลง ทุกอย่างหนักอึ้งไปหมดทั้งร่างกายและจิตใจเธอพยายามอดทน พยายามบอกตัวเองว่าเธอจะผ่านมันไปได้ แต่ตอนนี้...เธอไม่มั







