Masukหลังจากวางสาย เสียงรอบตัวกลับเงียบลงอย่างผิดปกติ มีเพียงเสียงลมหายใจของเขากับความว่างเปล่าที่แทรกตัวเข้ามาแทนที่
เขาขมวดคิ้ว ก่อนจะเดินตรงไปที่ประตูห้องน้ำ แล้วเคาะเบา ๆ “นี่...เธอเสร็จหรือยัง? ฉันไม่มีเวลามานั่งรอเธอทั้งวันหรอกนะ” ไม่มีเสียงตอบกลับ ไม่มีเสียงน้ำไหล หรือแม้แต่เสียงขยับตัว เขาเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะเอื้อมมือบิดลูกบิดแล้วผลักประตูเข้าไป ปรากฎว่าห้องน้ำว่างเปล่า เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างรวดเร็วแล้วสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นมัน… เงินก้อนนั้น วางอยู่บนเคาน์เตอร์ข้างอ่างล้างหน้า มุมปากของเขากระตุกขึ้นเล็กน้อย คล้ายรอยยิ้ม แต่ไม่ใช่ความขบขัน หากเป็นความหงุดหงิดปนเย้ยหยัน “หึ...อวดดีนัก” เขาหยิบธนบัตรขึ้นมามอง มันไม่เคยเป็นแค่เรื่องของเงินอยู่แล้วสำหรับเขา แต่การที่เธอทิ้งมันไว้อย่างไม่แยแสแบบนี้ มันกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกหักหน้า ‘หรือบางที...เธออาจต้องการมากกว่านี้?’ ดวงตาคมเข้มฉายแววคาดเดา ก่อนที่เขาจะโยนเงินก้อนนั้นกลับลงไปบนโต๊ะ แล้วทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง มือข้างหนึ่งยกขึ้นเสยผมที่เริ่มยุ่งเหยิงของตัวเอง “เธอคิดว่าเธอฉลาดสินะ…” เขาพึมพำกับตัวเอง พลางเหยียดยิ้มบาง ๆ “วางแผนจะจับฉันงั้นเหรอ” กล้าปฏิเสธข้อเสนอของฉัน แล้วจะได้เห็นดีกัน…ณ บริษัทโมเมเดลลิ่ง
“คุณตะวันครับ” เลขาเดินเข้าไปหาพร้อมเอกสารในมือ
ตะวัน หรือทิศตะวัน เขาอายุ 32 ปี ด้วยใบหน้าหล่อเหลาคมคาย ดวงตาคมเข้มแฝงประกายเด็ดขาด เส้นผมสีดำสนิทมักจะถูกเซ็ตอย่างเรียบหรูอยู่เสมอ เขาสูง 180 เซนติเมตร รูปร่างสมส่วน บ่าอกกว้าง ร่างกายผ่านการดูแลอย่างดีบ่งบอกถึงความมีวินัยและรสนิยม
ทิศตะวันเป็นประธานบริษัทโมเดลลิ่งชั้นนำที่มีนางแบบระดับแถวหน้าของประเทศอยู่ในสังกัด เป็นบุคคลที่ทั้งวงการบันเทิงให้ความเกรงใจ ตระกูลของเขาเป็นหนึ่งในตระกูลเก่าแก่ที่มีอิทธิพลครอบคลุมทั้งสื่อ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และแพลตฟอร์มออนไลน์ ด้วยฐานะและอำนาจที่สั่งได้แทบทุกอย่าง เขาจึงเป็นเป้าหมายที่ผู้คนอยากเข้าหา แต่กลับไม่ง่ายที่จะเข้าถึง
เขานั่งในท่าที่สบายขณะอ่านเอกสารที่ กฤษณ์ หรือกิตติชัย เลขาส่วนตัวเป็นคนนำมาให้ถึงคอนโดในวันหยุด
“ไม่ผิดคนใช่มั้ย” สิ่งหนึ่งที่เขาคิดไม่ถึงคือหญิงสาวคนเมื่อคืนไม่ใช่แค่พนักงานทั่วไปที่เขาเข้าใจ เพราะเธอมักจะได้รับหน้าที่สำคัญอยู่หลายครั้ง ซึ่งงานส่วนใหญ่ต้องออกนอกสถานที่ ก็ไม่แปลกที่เขาจะไม่คุ้นเคยกับเธอเท่าไหร่
“เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ครับ”
“เมื่อคืนคุณทิ้งผมไว้กับผู้หญิงคนนั้นได้ยังไง”
“ผมเนี่ยนะทิ้งคุณ”
“ก็ใช่ไง”
“ผมขอตัวกลับก่อนงานจะเลิกอีกครับ ตอนนั้นผมก็แจ้งท่านแล้วนะครับ ว่าภรรยาผมไม่ค่อยสบาย ผมต้องกลับไปดูแล” กิตติชัยอธิบาย
“ช่างเถอะ ผมคงเมาจนลืมว่าคุณกลับก่อนผม”
“งั้นผมกลับไปดูแลภรรยาต่อนะครับ ตอนนี้เธอกำลังท้องอ่อน ๆ ด้วย”
“ครับ ๆ ผมไม่รบกวนคุณแล้ว”
“รบกวนอะไรกันครับ คุณเป็นเจ้านายของผมนะครับ”
“งั้นก็ขอบคุณที่อุตส่าห์มานะครับ”
กิตติชัยรับหน้าที่เป็นเลขาของทิศตะวันตั้งแต่สมัยที่ทิศตะวันเพิ่งเข้ามานั่งบอร์ดผู้บริหารใหม่ ๆ เขายอมรับตั้งแต่นั้นว่าเด็กหนุ่มในวันนั้นมีพรสวรรค์ในด้านการบริหาร เขาทั้งเก่งและฉลาด ตลอดเวลา 5 ปี เขาก็กลายเป็นที่ยอมรับจากผู้คนจำนวนมาก รวมไปถึงลูกน้องทุกคน
“อ้อ คุณกฤษณ์ครับ”
“ครับ”
“วันจันทร์ตอนเช้าช่วยนัดให้ผู้หญิงคนนี้” เขาชูเอกสารในมือที่มีรูปถ่ายติดไว้ขึ้น “ไปพบผมที่ห้องด้วยนะครับ”
“ได้ครับ” แม้จะสงสัย แต่กิตติชัยก็ไม่ได้ถามอะไรออกไป เขาเอ่ยขอตัวอีกครั้งก่อนจะเดินออกจากห้องไป
สามวันต่อมา
“ไข่มุก”
“หือ...” เจ้าของชื่อหันไปมองเพื่อนที่เป็นสาวประเภทสอง
“เมื่อวันก่อน...” เธออ้ำอึ้งเล็กน้อย
“อะไรเหรอ”
“ได้ยินว่าท่านประธานเรียกพบเหรอ” น้ำเสียงของเขาดูเป็นกังวล เพราะทิศตะวันไม่เคยเรียกพบพนักงานโดยตรง หากมีเรื่องอะไรเขาจะให้กิตติชัยเป็นคนจัดการ
“อืม”
“มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า”
ไข่มุก หรือดารินทร์ หญิงสาวอายุ 27 ปี สูง 165 เซนติเมตร เธอมีใบหน้ารูปไข้ ผิวขาวอมชมพูดูสดใส ดวงตากลมรีแววใส พอยิ้มแล้วตาจะโค้งขึ้นเล็กน้อยทำให้ดูน่ารักอย่างบอกไม่ถูก ริมฝีปากสีชมพูอ่อนเสน่ห์จะอยู่ที่รอยยิ้มของเธอ
โดยรวมแล้ว เธอเป็นผู้หญิงที่ไม่ได้สวยจัดแบบสะดุดตา แต่มีความละมุน อบอุ่น และเป็นกันเองจนทำให้ ใครมองก็รู้สึกเอ็นดู อยากเข้าใกล้โดยไม่รู้ตัว
เธอมีอาชีพเป็นสไตลิสต์ในบริษัทแฟชั่นขนาดใหญ่ที่มีทิศตะวันเป็นผู้บริหารระดับสูง แม้ตำแหน่งของเธอจะไม่ได้โดดเด่นในสายตาคนภายนอก แต่เบื้องหลังเธอเป็นคนที่ใส่ใจในรายละเอียด มีรสนิยมที่เฉียบคม และสามารถดึงเอกลักษณ์ของสินค้าออกมาได้อย่างมีสไตล์
งานของเธอครอบคลุมตั้งแต่การวางคอนเซ็ปต์ถ่ายภาพแฟชั่น การเลือกชุด เครื่องประดับ และโทนสี ไปจนถึงการทำงานร่วมกับทีมช่างภาพและนางแบบ เพื่อให้ได้ผลงานที่ตอบโจทย์ภาพลักษณ์ของแบรนด์
แม้จะมีบทบาทสำคัญ แต่เพราะเธอไม่ชอบแสดงตัว ไม่แต่งตัวสะดุดตา และมักอยู่เบื้องหลังเสมอทิศตะวันจึงไม่ทันได้มองเห็นเธอในแง่มุมนั้น เขามองเธอเป็นเพียงพนักงานธรรมดาคนหนึ่งในทีมแฟชั่น ที่ไม่มีอะไรเตะตา หรืออาจเคยผ่านตาเวลาประชุมบ้าง แต่ไม่เคยรู้จักจริง ๆ
“เปล่าหรอก แค่เรียกไปคุยเรื่องดูแลนางแบบที่เพิ่งเข้ามาใหม่น่ะ”
“งั้นเหรอ...โล่งอกไปที” เธอเอามือทาบอก เพราะลึก ๆ แล้วเธอรู้สึกกังวลกลัวว่าผู้หญิงบอบบางน่าทะนุถนอมอย่างดารินทร์จะโดนกลั่นแกล้ง
เย็นวันหนึ่งในบ้านหลังใหญ่ กลิ่นอาหารที่เพิ่งทำเสร็จยังอวลอยู่ในอากาศ เสียงหัวเราะใส ๆ ของเด็ก ๆ ทำให้บ้านทั้งหลังดูมีชีวิตชีวาอย่างบอกไม่ถูกนภัและนพกรนั่งข้างกันบนพรมกลางห้อง กำลังเถียงกันเรื่องตัวต่อชิ้นสุดท้าย นพกรทำหน้าบึ้งนิด ๆ ส่วนนภัสยกคางอย่างไม่ยอมแพ้ แต่สุดท้ายก็หัวเราะออกมาพร้อมกันเหมือนเคย เพราะมีเสียงเล็ก ๆ ของน้องสาวฝาแฝดวัยสองขวบดังแทรกขึ้นมา“ของหนู...ของหนู...”เด็กน้อยทั้งสองขยับเข้ามาแย่งตัวต่ออย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว ทำเอาพี่ ๆ หยุดเถียงแล้วหันมองหน้ากัน ก่อนจะยอมยกชิ้นส่วนให้พร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย“ให้น้องก็ได้” นพกรพูดเบา ๆ“ใช่ เดี๋ยวเราหาใหม่ก็ได้” นภัสเสริม พลางลูบหัวน้องอย่างเอ็นดูภาพนั้นทำให้คนเป็นแม่ที่ยืนมองอยู่ข้าง ๆ เผลอยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน แขนของเธอถูกโอบจากด้านหลังโดยคนเป็นพ่อที่เพิ่งเดินเข้ามา เขาซบคางลงบนไหล่ของเธออย่างคุ้นเคย“บ้านเราวุ่นวายดีนะ” เขากระซิบ“วุ่นวาย...แต่ก็มีความสุข” เธอตอบ พลางเอนตัวพิงเขาเล็กน้อยสายตาของทั้งคู่มองไปยังลูก ๆ ที่กำลังเล่นกันอยู่ เสียงหัวเราะ เสียงงอแงเล็ก ๆ และเสียงเรียกพ่อกับแม่ดังสลับกันไปมาอย่างไม่ขาดสาย
ประตูห้องทำงานถูกเคาะเบา ๆ สองครั้ง ก่อนจะเปิดออกช้า ๆ“เรียกมุกมามีอะไรเหรอคะ” ดารินทร์เอ่ยถาม ขณะที่ยังยืนอยู่หน้าประตู ด้วยสีหน้าสงบแต่แฝงด้วยความสงสัยเล็กน้อยทิศตะวันที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานเงยหน้าขึ้นมองทันที แววตาของเขาไม่ได้เข้มดุเหมือนเวลาทำงาน แต่กลับเต็มไปด้วยความกังวลที่ซ่อนเอาไว้ไม่มิด“มานี่ก่อน” เขาพูดเสียงเรียบพลางกวักมือเรียกภรรยาสุดที่รักเธอเดินเข้าไปใกล้ ก่อนจะนั่งลงตรงเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม แต่ยังไม่ทันได้ถามอะไรต่อ เขาก็พูดขึ้นมาก่อน“พี่อยากให้มุกหยุดงาน” คำพูดสั้น ๆ แต่ชัดเจน ทำให้เธอชะงักไปเล็กน้อย“หยุด...ตอนนี้เลยเหรอคะ” เธอรู้ดีว่านี่คือคำสั่ง เพราะเขาขอร้องเรื่องนี้กับเธอหลายครั้งแล้ว แต่เธอก็ยังดื้อ วันนี้เขาเลยใช้น้ำเสียงที่ฟังแล้วรู้สึกว่านั่นคือคำสั่ง“ใช่ครับ” เขาพยักหน้า สายตามองไปที่หน้าท้องของเธอโดยอัตโนมัติ “คุณกำลังท้องนะ งานมันหนัก พี่ไม่อยากให้ที่รักเสี่ยงอะไรทั้งนั้น”น้ำเสียงเขาไม่ได้แข็ง แต่หนักแน่นพอจะรู้ว่าเขาคิดมาดีแล้วดารินทร์เม้มปากนิดหนึ่ง ก่อนจะพูดอย่างใจเย็น“มุกเข้าใจนะคะ...แต่ขอทำต่ออีกแค่สองเดือน ได้มั้ยคะ แค่ให้จบโปรเจกต์นี้ก่อน”ทิ
เสียงหัวเราะใส ๆ ดังลอยมาตามลมยามบ่าย ก่อนที่เจ้าตัวเล็กสองคนจะวิ่งฝ่าประตูเข้ามาอย่างไม่เกรงใจโลก กระเป๋านักเรียนยังคงสะพายติดหลัง“แม่จ๋า...ดูหนูสิ”เด็กผู้หญิงตัวน้อยผูกผมหางม้าสองข้างวิ่งนำมา ใบหน้ากลมป่องแดงระเรื่อจากการวิ่ง ดวงตาเป็นประกายเหมือนมีดาวเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ในนั้น เธอยกกระดาษที่วาดเละเทะขึ้นมาอวดเต็มที่“วันนี่ที่โรงเรียนหนูวาดรูปพ่อ แม่ แล้วก็หนูเองนะคะ” เธอบอกแม่ด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว“แล้วผมล่ะ” เสียงเล็ก ๆ อีกเสียงรีบแทรกขึ้นมา นพกรที่วิ่งตามมาติด ๆ ชะโงกหน้าดูแล้วทำหน้ายุ่ง “ทำไมผมตัวเล็กกว่าพี่อีก”“ก็พี่เป็นพี่ไง” เธอตอบอย่างมั่นใจสุด ๆ พร้อมยักไหล่เล็ก ๆ“แต่เราเกิดพร้อมกันนะ” เขาเถียงทันควัน ก่อนจะหันมาฟ้องคนเป็นแม่ “แม่ครับ พี่ขี้โกงอ่ะ”คนเป็นแม่หลุดหัวเราะเบา ๆ มองสองแสบที่ยืนเท้าสะเอวใส่กันเหมือนผู้ใหญ่ย่อส่วน“งั้นใครเป็นพี่ ใครเป็นน้องกันนะ” เธอพูดแหย่“หนูเป็นพี่ค่ะ เพราะหนูพูดเก่งกว่า” นภัสรีบยกมือขึ้น“ไม่จริง! ผมพูดเก่งกว่า” เด็กผู้ชายรีบพูดรัวทันที “แม่ครับ ฟังนะผมรักแม่ที่สุดในโลก รักมาก ๆ มากกว่าพี่อีก”“เฮ้!” นภัสหันขวับ “งั้นหนูก็รักแม่ที่สุดในจัก
ชายหนุ่มวางสายจากผู้เป็นพ่อที่โทรตามให้กลับบ้านเพราะบอกว่ามีเรื่องด่วน เขามองภาพใครคนหนึ่งที่วางอยู่ตรงโต๊ะข้างเตียง เธอผู้ซึ่งเคยตามตัวเขาเป็นเงา แล้วอยู่มาวันหนึ่งก็หายตัวไป เขารู้แค่เรื่องเดียวคือเธอมาเรียนที่ต่างประเทศ เขารู้แค่ว่าเธออยู่ประเทศไหน แต่ไม่รู้เมืองที่เธออยู่ พยายามหาช่องทาติดต่อก็ไม่มี “ยังหาไม่เจอเลย ต้องกลับไปแล้วอย่างนั้นเหรอ” หลังกลับประเทศไทยได้ไม่กี่วัน เขาก็ต้องเข้าไปรับผิดชอบงานในบริษัทแทนน้องชาย “พี่เหนือ...เหม่ออะไรอยู่เหรอ” ทิศตะวันเดินเข้าไปในห้องทำงานพี่ชาย ซึ่งเคยเป็นห้องประจำตำแหน่งของเขา “วันนี้พี่รู้สึกปวดหัว ฝากนายออกไปคุยงานแทนหน่อยนะ” “แล้วพี่จะไปไหน” “ว่าจะไปหาหมอสักหน่อย ปวดแบบนี้มาสักพักแล้ว” “หักโหมเกินไปหรือเปล่า พี่ควรพักบ้าง” “อืม ก็คงต้องเป็นแบบนั้น” ทิศเหนือขับรถไปถึงโรงพยาบาลเอกชนที่ใกล้บริษัทที่สุด เขาเดินไปยังเคาน์เตอร์ ยื่นบัตรประชาชนแล้วตอบคำถามเจ้าหน้าที่ไม่กี่คำก็โดนเรียกให้ไปที่ห้องตรวจ “รวดเร็วทันใจดีจริง ๆ” เขาพึงพอใจกับก
“ปัง!!”เสียงพรุกระดาษดังขึ้นทันทีที่ทิศตะวันและดารินทร์เดินเข้าไปในบ้าน เพราะหลังจากที่ทิศตะวันโทรบอกทุกคนว่าดารินทร์ท้อง การเซอร์ไพรส์ก็เริ่มขึ้น“ยินดีต้อนรับสมาชิกคนใหม่” เสียงเด็ก ๆ ที่ถูกเตี๊ยมกันไว้ก็พูดขึ้นมาพร้อมกัน ตามด้วยเสียงโห่ร้องดีใจ“ฮึบ!” ทิศตะวันอุ้มนภัสขึ้น“พ่อจ๋าไหนน้อง”“น้องอยู่ในนี้ครับ” เขาเอามือลูบท้องของดารินทร์เบา ๆ“น้อง” นพกรวิ่งไปกอดแม่เอาหน้าซุกไปที่ท้องของเธอ“เบา ๆ ครับ” ทิศตะวันรีบห้าม “เดี๋ยวแม่ก็เจ็บหรอก”“ไม่เป็นไรค่ะ” เธอย่อตัวลงข้าง ๆ ลูกชาย“ดีขึ้นบ้างหรือยังลูก” ทิพย์สุดาถามด้วยความเป็นห่วง เธอมาที่นี่ตั้งแต่เช้าเพื่อช่วยเลี้ยงหลาน“พอได้ทานยาที่หมอให้มาก็ดีขึ้นมากเลยค่ะ”“งั้นก็ดีแล้วล่ะ ลูกต้องพักผ่อนให้เยอะ ๆ นะ”“ค่ะคุณแม่”“น้องผู้หญิงหรือผู้ชายฮะ”“ยังไมรู้เลยจ่ะ” เธอตอบลูกชาย “น้องอาร์มอยากได้น้องผู้หญิงหรือผู้ชายละคะ”“ผู้ชายฮะ” นพกรตอบโดยไม่ต้องคิด “ผมจะเล่นกับน้อง”“แล้วน้องเอิร์นล่ะ อยากได้น้องผู้หญิงหรือผู้ชาย” ทิศตะวันถามลูกสาว“ผู้หญิงค่ะ หนูจะเล่นกับน้อง”คำตอบของลูกทั้งสองคนทำให้ดารินทร์กับทิศตะวันมองหน้ากัน ไม่รู้ว่าจะเป็นชายห
ณ.โรงพยาบาลเอกชนใครจะไปรู้ว่าหลังจากที่ย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านหลังใหม่เพียงแค่สองวัน ดารินทร์จะมีอาการคลื่นไส้อาเจียนจนทิศตะวันไม่เป็นอันทำอะไร เขาเป็นห่วงเมียรักมาก จนต้องเฝ้าตลอดไม่ยอมไปทำงาน“คนไข้มีอาการมากี่วันแล้วคะ”“สองวันค่ะ”“ประจำเดือนมาครั้งล่าสุดเมื่อไหร่คะ”“เดือนที่แล้วค่ะ”“เดี๋ยวคนไข้เข้าไปในห้องน้ำแล้วเก็บฉี่ใส่กล่องนี้นะคะ”“ค่ะ” ดารินทร์พอจะเดาออกว่าหมอกำลังจะตรวจหาอะไร เพราะตอนที่เธอท้องเจ้าแฝด หมอก็เคยให้เธอทำแบบนี้“เดี๋ยวผมไปเป็นเพื่อน”“ไม่ต้องหรอกค่ะ คุณนั่งรอในนี้แหละ เรามีพยาบาลคอยอำนวยความสะดวกให้คนไข้อยู่ด้านนอกค่ะ”“ภรรยาของผมจะเป็นอะไรมากมั้ยครับ”“ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ หมอสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นอาการแพ้ท้อง”“พะ...แพ้ท้องเหรอ ภรรยาของผมกำลังท้องเหรอครับ”“ต้องรอผลตรวจก่อนค่ะ หมอถึงจะยืนยันได้”“ครับ”ทิศตะวันก้มมองนิ้วตัวเอง เขากำลังนับว่าตอนนี้เขามีอยู่สองคนแล้วถ้าเพิ่มมาอีก 1 ก็เป็นสาม แต่ถ้าเพิ่มมาอีก 2 ล่ะ เฮ้ย! นี่เขาจะมีลูกตั้งสี่คนเลยนะ ระหว่างที่ทิศตะวันกำลังเหม่อลอย ดารินทร์ก็เดินกลับมา เธอนั่งลงข้าง ๆ เขา สังเกตสีหน้าที่แดงไปจนถึงใบหู
“อื้อ” เธอกอดเขาแน่นก่อนที่ทั้งคู่จะกระตุกเกร็งออกมาพร้อมกัน“ดีขึ้นมั้ย” ทิศตะวันลูบหลังคนที่หายใจหอบอยู่ในอ้อมกอดและเรียกชื่อเธออย่างนุ่มนวล “ไข่มุกครับ”ดารินทร์ส่ายหน้า เธอเริ่มขยับสะโพกอีกครั้ง“ดะ...เดี๋ยว” ทิศตะวันผละมามองหน้า ตาใส ๆ ที่มองมาทำให้เขาแทบกลั้นหายใจ “ทำอีกแค่รอบเดียวนะ เดี๋ยวผม
สามวันต่อมางานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา แม้จะยังทำใจไม่ได้ที่ดารินทร์ยื่นหนังสือลาออก ต่อศักดิ์ก็ยังมีน้ำใจจัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ เพื่ออำลาในผับสุดหรูให้ดารินทร์ แม้ว่าเธอจะปฏิเสธก็ตาม “ดื่มหน่อยครับ” เขายื่นแก้วเหล้าให้ดารินทร์ที่นั่งอยู่ตรงหน้า “ฉันไม่ดื่มค่ะ” เธอปฏิเสธ “คุณดื่มเถ
“ผมไม่อยากเสียคุณกับลูกไป”เธอมองเขานิ่ง แสงจันทร์สะท้อนในดวงตาของเขาที่สั่นระริกเล็กน้อย ราวกับมีบางสิ่งกำลังต่อสู้กันอยู่ในใจ เขาดูไม่มั่นคงเหมือนเคย ไม่ใช่ผู้ชายที่เธอเคยรู้จักในอดีตหรืออาจเป็นคนเดียวกัน แต่กลับมีบางสิ่งในตัวเขาที่เปลี่ยนไปโดยที่เธอไม่ทันรู้ตัวดารินทร์รู้สึกใจเต้นเร็วขึ้นอย่างไ
ร่างกายของดารินทร์ถูกปลุกเร้าอารมณ์จนควบคุมตัวเองไม่อยู่ เปล่งเสียงครางหวานๆ ออกมาไม่ขาดปาก จนทำให้แก่นกายของทิศตะวันขยายจนคับแน่นไปหมด“อ๊าา!! อื้อ! คุณ อ๊าาา!”เมื่อโดนลิ้นหนารัวตรงปุ่มกระสันถี่และเร็วร่างบางก็กระตุกเกร็งและนอนหอบหายใจ ทิศตะวันจึงใช้จังหวะนี้ถอดเสื้อผ้าของตัวเองจนหมด ก่อนจะทาบทับ







