Masukไม่กี่วันต่อมามีเสียงซุบซิบนินทาเริ่มแพร่กระจายไปทั่วทั้งบริษัท
“ได้ยินข่าวหรือยัง? เห็นว่าในคืนงานเลี้ยงบริษัทน่ะ ท่านประธานของเราไปค้างคืนที่โรงแรมกับพนักงานคนหนึ่ง”
ตระกูลของทิศตะวันเป็นตระกูลหนึ่งที่เป็นที่สนใจของสื่อ เมื่อมีเรื่องราวที่เกี่ยวกับเขา สื่อต่าง ๆ จึงให้ความสนใจ
“จริงเหรอ? ใครกันล่ะ? พนักงานในแผนกของเราหรือเปล่า”
“แอบคบกันเหรอ”
“ท่านประธานเนี่ยนะ มีซัมติงกับพนักงาน” เธอเอามือทาบอก “ถ้าเป็นนางแบบในสังกัดก็ว่าไปอย่าง”
“พนักงานแล้วมันเป็นไงห๊ะ พนักงานสวย ๆ ในบริษัทของเราก็มีเยอะแยะ ต่อให้เป็นนางแบบก็ไม่ได้ดีไปกว่าพนักงานหรอก ลูกจ้างเค้าเหมือนกัน” อีกคนรู้สึกไม่พอใจที่ได้ยินเพื่อนร่วมงานพูดแบบนั้น
“ยังไม่มีใครรู้แน่ชัดเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ที่ได้ยินมาเห็นว่าเป็นพนักงานในบริษัทเรานี่แหละ แต่ไม่ใช่ระดับหัวหน้า”
“คิดว่าเป็นเด็กใหม่หรือเปล่า? หรือเด็กฝึกงาน”
ข่าวลือแพร่กระจายรวดเร็วจนน่าตกใจ ดารินทร์เองก็เริ่มได้ยินมันผ่านหู แม้จะไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าผู้หญิงคนนั้นคือใคร แต่เธอรู้ดีว่าความจริงเป็นยังไง
เธอพยายามทำตัวให้เป็นปกติ พยายามทำงานต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอรู้สึกอึดอัด ทุกครั้งที่มีคนกระซิบกระซาบกัน เธออดไม่ได้ที่จะคิดว่าพวกเขากำลังสงสัยว่าเป็นเธอหรือเปล่า
และสิ่งที่เธอสงสัยยิ่งกว่านั้นคือข่าวนี้มันหลุดออกมาได้ยังไง?
แม้เธอจะไม่มีความคิดที่จะพูดเรื่องนี้กับใคร แต่เขาล่ะ? ผู้ชายที่เอาแต่ยัดเยียดเงินให้เธอเพื่อให้เธอปิดปากเงียบ ตอนนี้กลับปล่อยให้ข่าวลือพวกนี้แพร่สะพัดไปทั่วโดยไม่ทำอะไรบ้างเลยเหรอ?
หรือว่า...นี่คือบททดสอบบางอย่างของเขากันแน่?
แสงไฟจากรางหลอดยาวเหนือศีรษะส่องกระทบพื้นปูนเปลือยภายในสตูดิโอถ่ายภาพขนาดใหญ่ในตอนบ่าย ที่มุมหนึ่งดารินทร์กำลังก้มหน้าก้มตาจัดชุดให้กับนางแบบอย่างละเอียด เสื้อผ้าแฟชั่นคอลเลกชั่นล่าสุดถูกแขวนเรียงรายอยู่ด้านหลังบนราวเหล็กเรียบเรียงเป็นระเบียบ กลิ่นหอมจาง ๆ ของผ้าใหม่ผสมกับกลิ่นอุปกรณ์ไฟฟ้าทำงานลอยคลุ้งในอากาศ
เธอสวมเสื้อยืดสีเรียบกับกางเกงยีนส์ขาดตรงเข่า ผมยาวถูกรวบไว้หลวม ๆ คล้ายจะเกะกะไปบ้าง แต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยสมาธิและความตั้งใจ มือของเธอขยับอย่างคล่องแคล่วจัดปกเสื้อของนางแบบให้เรียบ จับจีบกระโปรงให้พองตัวอย่างพอดี จัดเข็มขัดให้เข้าที่ จากนั้นเธอถอยออกมายืนดูนางแบบทั้งตัว แล้วเดินเข้าไปจัดแก้เพียงเล็กน้อยตรงแขนเสื้ออีกครั้ง
นางแบบยืนอยู่กลางฉากหลังสีขาวสะอาด แสงแฟลชวอร์มอัพทดลองยิงเป็นจังหวะข้างหลังทีมช่างภาพที่กำลังตั้งกล้อง ช่างแต่งหน้าเก็บรายละเอียดสุดท้ายระหว่างที่ดารินทร์กระซิบบางคำกับนางแบบเพื่อเพิ่มความมั่นใจ เสียงแชะจากกล้องเริ่มต้นขึ้นเมื่อทุกอย่างเข้าที่และผลงานเบื้องหลังของเธอก็เริ่มเปล่งประกายผ่านเลนส์ทันที
และทันใดนั้นเสียงแจ้งเตือนอีเมลดังขึ้น ดารินทร์ก้มมองหน้าจอโทรศัพท์ ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นชื่อของผู้ส่ง
“ฝ่ายบริหาร: โปรดเข้าพบที่ห้องทำงานของคุณทิศตะวัน ภายใน 10 นาที” เธอขมวดคิ้วทันทีที่อ่านข้อความจบ รู้สึกถึงบางอย่างที่ผิดปกติ
“มีอะไรหรือเปล่า” ใครคนหนึ่งหันมาถามเมื่อเห็นว่าดารินทร์หน้าถอดสีหลังจากก้มมองอะไรบางอย่างบนหน้าจอโทรศัพท์
“คือ...คือว่าฉันต้องไปพบท่านประธานตอนนี้ค่ะ”
“อ้อ...งั้นไปสิ เดี๋ยวทางนี้พี่จัดการเอง”
และไม่ใช่แค่สาวรุ่นพี่คนเดียวที่สังเกตเห็น ทีมงานที่อยู่ใกล้ ๆ ก็เหลือบมองด้วยสายตาสงสัย หลายคนกระซิบกระซาบ บางคนแสร้งทำเป็นสนใจงานตรงหน้า แต่หูแทบจะยื่นเข้ามาใกล้เธอ
“ว่าแต่นี่มันครั้งที่เท่าไหร่แล้วนะ ที่คุณทิศตะวันเรียกเธอเข้าไป?”
“...” ดารินทร์ทำได้เพียงเงียบ จริง ๆ มันก็ไม่ได้เยอะ เพียงแค่มันแปลกที่เขาเอาแต่เรียกพบเธอติด ๆ กันในรอบไม่กี่วันที่ผ่านมา
“พี่ว่าเกี่ยวกับข่าวลือนั่นหรือเปล่า”
ไม่ทันทีดารินทร์จะเดินออกไปจากห้อง หนึ่งในทีมงานก็ถามพนักงานรุ่นพี่
“หรือว่าไข่มุกคือผู้หญิงคนนั้น?” อีกคนที่อยู่ใกล้ ๆ พูดเสริม
“ท่านประธานจะสนใจพนักงานระดับเราเหรอ อย่างมากก็แค่ของเล่นชั่วคราว”
คำพูดสุดท้ายทำให้ดารินทร์กำมือแน่นขึ้น แต่ก็พยายามสะกดอารมณ์ไม่ให้แสดงออก เธอรีบเร่งก้าวเดินออกจากห้อง ก่อนที่เสียงซุบซิบจะยิ่งตามมา
เย็นวันหนึ่งในบ้านหลังใหญ่ กลิ่นอาหารที่เพิ่งทำเสร็จยังอวลอยู่ในอากาศ เสียงหัวเราะใส ๆ ของเด็ก ๆ ทำให้บ้านทั้งหลังดูมีชีวิตชีวาอย่างบอกไม่ถูกนภัและนพกรนั่งข้างกันบนพรมกลางห้อง กำลังเถียงกันเรื่องตัวต่อชิ้นสุดท้าย นพกรทำหน้าบึ้งนิด ๆ ส่วนนภัสยกคางอย่างไม่ยอมแพ้ แต่สุดท้ายก็หัวเราะออกมาพร้อมกันเหมือนเคย เพราะมีเสียงเล็ก ๆ ของน้องสาวฝาแฝดวัยสองขวบดังแทรกขึ้นมา“ของหนู...ของหนู...”เด็กน้อยทั้งสองขยับเข้ามาแย่งตัวต่ออย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว ทำเอาพี่ ๆ หยุดเถียงแล้วหันมองหน้ากัน ก่อนจะยอมยกชิ้นส่วนให้พร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย“ให้น้องก็ได้” นพกรพูดเบา ๆ“ใช่ เดี๋ยวเราหาใหม่ก็ได้” นภัสเสริม พลางลูบหัวน้องอย่างเอ็นดูภาพนั้นทำให้คนเป็นแม่ที่ยืนมองอยู่ข้าง ๆ เผลอยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน แขนของเธอถูกโอบจากด้านหลังโดยคนเป็นพ่อที่เพิ่งเดินเข้ามา เขาซบคางลงบนไหล่ของเธออย่างคุ้นเคย“บ้านเราวุ่นวายดีนะ” เขากระซิบ“วุ่นวาย...แต่ก็มีความสุข” เธอตอบ พลางเอนตัวพิงเขาเล็กน้อยสายตาของทั้งคู่มองไปยังลูก ๆ ที่กำลังเล่นกันอยู่ เสียงหัวเราะ เสียงงอแงเล็ก ๆ และเสียงเรียกพ่อกับแม่ดังสลับกันไปมาอย่างไม่ขาดสาย
ประตูห้องทำงานถูกเคาะเบา ๆ สองครั้ง ก่อนจะเปิดออกช้า ๆ“เรียกมุกมามีอะไรเหรอคะ” ดารินทร์เอ่ยถาม ขณะที่ยังยืนอยู่หน้าประตู ด้วยสีหน้าสงบแต่แฝงด้วยความสงสัยเล็กน้อยทิศตะวันที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานเงยหน้าขึ้นมองทันที แววตาของเขาไม่ได้เข้มดุเหมือนเวลาทำงาน แต่กลับเต็มไปด้วยความกังวลที่ซ่อนเอาไว้ไม่มิด“มานี่ก่อน” เขาพูดเสียงเรียบพลางกวักมือเรียกภรรยาสุดที่รักเธอเดินเข้าไปใกล้ ก่อนจะนั่งลงตรงเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม แต่ยังไม่ทันได้ถามอะไรต่อ เขาก็พูดขึ้นมาก่อน“พี่อยากให้มุกหยุดงาน” คำพูดสั้น ๆ แต่ชัดเจน ทำให้เธอชะงักไปเล็กน้อย“หยุด...ตอนนี้เลยเหรอคะ” เธอรู้ดีว่านี่คือคำสั่ง เพราะเขาขอร้องเรื่องนี้กับเธอหลายครั้งแล้ว แต่เธอก็ยังดื้อ วันนี้เขาเลยใช้น้ำเสียงที่ฟังแล้วรู้สึกว่านั่นคือคำสั่ง“ใช่ครับ” เขาพยักหน้า สายตามองไปที่หน้าท้องของเธอโดยอัตโนมัติ “คุณกำลังท้องนะ งานมันหนัก พี่ไม่อยากให้ที่รักเสี่ยงอะไรทั้งนั้น”น้ำเสียงเขาไม่ได้แข็ง แต่หนักแน่นพอจะรู้ว่าเขาคิดมาดีแล้วดารินทร์เม้มปากนิดหนึ่ง ก่อนจะพูดอย่างใจเย็น“มุกเข้าใจนะคะ...แต่ขอทำต่ออีกแค่สองเดือน ได้มั้ยคะ แค่ให้จบโปรเจกต์นี้ก่อน”ทิ
เสียงหัวเราะใส ๆ ดังลอยมาตามลมยามบ่าย ก่อนที่เจ้าตัวเล็กสองคนจะวิ่งฝ่าประตูเข้ามาอย่างไม่เกรงใจโลก กระเป๋านักเรียนยังคงสะพายติดหลัง“แม่จ๋า...ดูหนูสิ”เด็กผู้หญิงตัวน้อยผูกผมหางม้าสองข้างวิ่งนำมา ใบหน้ากลมป่องแดงระเรื่อจากการวิ่ง ดวงตาเป็นประกายเหมือนมีดาวเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ในนั้น เธอยกกระดาษที่วาดเละเทะขึ้นมาอวดเต็มที่“วันนี่ที่โรงเรียนหนูวาดรูปพ่อ แม่ แล้วก็หนูเองนะคะ” เธอบอกแม่ด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว“แล้วผมล่ะ” เสียงเล็ก ๆ อีกเสียงรีบแทรกขึ้นมา นพกรที่วิ่งตามมาติด ๆ ชะโงกหน้าดูแล้วทำหน้ายุ่ง “ทำไมผมตัวเล็กกว่าพี่อีก”“ก็พี่เป็นพี่ไง” เธอตอบอย่างมั่นใจสุด ๆ พร้อมยักไหล่เล็ก ๆ“แต่เราเกิดพร้อมกันนะ” เขาเถียงทันควัน ก่อนจะหันมาฟ้องคนเป็นแม่ “แม่ครับ พี่ขี้โกงอ่ะ”คนเป็นแม่หลุดหัวเราะเบา ๆ มองสองแสบที่ยืนเท้าสะเอวใส่กันเหมือนผู้ใหญ่ย่อส่วน“งั้นใครเป็นพี่ ใครเป็นน้องกันนะ” เธอพูดแหย่“หนูเป็นพี่ค่ะ เพราะหนูพูดเก่งกว่า” นภัสรีบยกมือขึ้น“ไม่จริง! ผมพูดเก่งกว่า” เด็กผู้ชายรีบพูดรัวทันที “แม่ครับ ฟังนะผมรักแม่ที่สุดในโลก รักมาก ๆ มากกว่าพี่อีก”“เฮ้!” นภัสหันขวับ “งั้นหนูก็รักแม่ที่สุดในจัก
ชายหนุ่มวางสายจากผู้เป็นพ่อที่โทรตามให้กลับบ้านเพราะบอกว่ามีเรื่องด่วน เขามองภาพใครคนหนึ่งที่วางอยู่ตรงโต๊ะข้างเตียง เธอผู้ซึ่งเคยตามตัวเขาเป็นเงา แล้วอยู่มาวันหนึ่งก็หายตัวไป เขารู้แค่เรื่องเดียวคือเธอมาเรียนที่ต่างประเทศ เขารู้แค่ว่าเธออยู่ประเทศไหน แต่ไม่รู้เมืองที่เธออยู่ พยายามหาช่องทาติดต่อก็ไม่มี “ยังหาไม่เจอเลย ต้องกลับไปแล้วอย่างนั้นเหรอ” หลังกลับประเทศไทยได้ไม่กี่วัน เขาก็ต้องเข้าไปรับผิดชอบงานในบริษัทแทนน้องชาย “พี่เหนือ...เหม่ออะไรอยู่เหรอ” ทิศตะวันเดินเข้าไปในห้องทำงานพี่ชาย ซึ่งเคยเป็นห้องประจำตำแหน่งของเขา “วันนี้พี่รู้สึกปวดหัว ฝากนายออกไปคุยงานแทนหน่อยนะ” “แล้วพี่จะไปไหน” “ว่าจะไปหาหมอสักหน่อย ปวดแบบนี้มาสักพักแล้ว” “หักโหมเกินไปหรือเปล่า พี่ควรพักบ้าง” “อืม ก็คงต้องเป็นแบบนั้น” ทิศเหนือขับรถไปถึงโรงพยาบาลเอกชนที่ใกล้บริษัทที่สุด เขาเดินไปยังเคาน์เตอร์ ยื่นบัตรประชาชนแล้วตอบคำถามเจ้าหน้าที่ไม่กี่คำก็โดนเรียกให้ไปที่ห้องตรวจ “รวดเร็วทันใจดีจริง ๆ” เขาพึงพอใจกับก
“ปัง!!”เสียงพรุกระดาษดังขึ้นทันทีที่ทิศตะวันและดารินทร์เดินเข้าไปในบ้าน เพราะหลังจากที่ทิศตะวันโทรบอกทุกคนว่าดารินทร์ท้อง การเซอร์ไพรส์ก็เริ่มขึ้น“ยินดีต้อนรับสมาชิกคนใหม่” เสียงเด็ก ๆ ที่ถูกเตี๊ยมกันไว้ก็พูดขึ้นมาพร้อมกัน ตามด้วยเสียงโห่ร้องดีใจ“ฮึบ!” ทิศตะวันอุ้มนภัสขึ้น“พ่อจ๋าไหนน้อง”“น้องอยู่ในนี้ครับ” เขาเอามือลูบท้องของดารินทร์เบา ๆ“น้อง” นพกรวิ่งไปกอดแม่เอาหน้าซุกไปที่ท้องของเธอ“เบา ๆ ครับ” ทิศตะวันรีบห้าม “เดี๋ยวแม่ก็เจ็บหรอก”“ไม่เป็นไรค่ะ” เธอย่อตัวลงข้าง ๆ ลูกชาย“ดีขึ้นบ้างหรือยังลูก” ทิพย์สุดาถามด้วยความเป็นห่วง เธอมาที่นี่ตั้งแต่เช้าเพื่อช่วยเลี้ยงหลาน“พอได้ทานยาที่หมอให้มาก็ดีขึ้นมากเลยค่ะ”“งั้นก็ดีแล้วล่ะ ลูกต้องพักผ่อนให้เยอะ ๆ นะ”“ค่ะคุณแม่”“น้องผู้หญิงหรือผู้ชายฮะ”“ยังไมรู้เลยจ่ะ” เธอตอบลูกชาย “น้องอาร์มอยากได้น้องผู้หญิงหรือผู้ชายละคะ”“ผู้ชายฮะ” นพกรตอบโดยไม่ต้องคิด “ผมจะเล่นกับน้อง”“แล้วน้องเอิร์นล่ะ อยากได้น้องผู้หญิงหรือผู้ชาย” ทิศตะวันถามลูกสาว“ผู้หญิงค่ะ หนูจะเล่นกับน้อง”คำตอบของลูกทั้งสองคนทำให้ดารินทร์กับทิศตะวันมองหน้ากัน ไม่รู้ว่าจะเป็นชายห
ณ.โรงพยาบาลเอกชนใครจะไปรู้ว่าหลังจากที่ย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านหลังใหม่เพียงแค่สองวัน ดารินทร์จะมีอาการคลื่นไส้อาเจียนจนทิศตะวันไม่เป็นอันทำอะไร เขาเป็นห่วงเมียรักมาก จนต้องเฝ้าตลอดไม่ยอมไปทำงาน“คนไข้มีอาการมากี่วันแล้วคะ”“สองวันค่ะ”“ประจำเดือนมาครั้งล่าสุดเมื่อไหร่คะ”“เดือนที่แล้วค่ะ”“เดี๋ยวคนไข้เข้าไปในห้องน้ำแล้วเก็บฉี่ใส่กล่องนี้นะคะ”“ค่ะ” ดารินทร์พอจะเดาออกว่าหมอกำลังจะตรวจหาอะไร เพราะตอนที่เธอท้องเจ้าแฝด หมอก็เคยให้เธอทำแบบนี้“เดี๋ยวผมไปเป็นเพื่อน”“ไม่ต้องหรอกค่ะ คุณนั่งรอในนี้แหละ เรามีพยาบาลคอยอำนวยความสะดวกให้คนไข้อยู่ด้านนอกค่ะ”“ภรรยาของผมจะเป็นอะไรมากมั้ยครับ”“ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ หมอสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นอาการแพ้ท้อง”“พะ...แพ้ท้องเหรอ ภรรยาของผมกำลังท้องเหรอครับ”“ต้องรอผลตรวจก่อนค่ะ หมอถึงจะยืนยันได้”“ครับ”ทิศตะวันก้มมองนิ้วตัวเอง เขากำลังนับว่าตอนนี้เขามีอยู่สองคนแล้วถ้าเพิ่มมาอีก 1 ก็เป็นสาม แต่ถ้าเพิ่มมาอีก 2 ล่ะ เฮ้ย! นี่เขาจะมีลูกตั้งสี่คนเลยนะ ระหว่างที่ทิศตะวันกำลังเหม่อลอย ดารินทร์ก็เดินกลับมา เธอนั่งลงข้าง ๆ เขา สังเกตสีหน้าที่แดงไปจนถึงใบหู
“คุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่”ทิศตะวันนิ่งไป...เขาควรตอบว่าอะไร ทุกอย่างที่เขาทำไปก็แค่เพราะลูก หรือว่าเพราะอะไรกันแน่ ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้คำตอบที่ชัดเจนสำหรับคำถามนี้...หรือบางทีเขาอาจจะรู้แต่ไม่เคยกล้ายอมรับมันทิศตะวันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของดารินทร์ คำถามของเธอชัดเจน แต่เขากลับไม่มีคำตอบ ไม่มีคำพูด
สองวันต่อมขณะที่ดารินทร์นั่งดูข่าวอยู่บนโซฟา มือข้างหนึ่งกุมท้องตัวเองแน่น ขณะที่เหงื่อซึมเต็มหน้าผากช่วงนี้เธอเครียดมากเกินไป จนแทบไม่มีเรี่ยวแรงจะทำอะไร อาหารที่เคยฝืนกินก็แทบกลืนไม่ลง ทุกอย่างหนักอึ้งไปหมดทั้งร่างกายและจิตใจเธอพยายามอดทน พยายามบอกตัวเองว่าเธอจะผ่านมันไปได้ แต่ตอนนี้...เธอไม่มั
พรึ่บ!เพราะอยากใกล้ชิด เขาจึงไม่สามารถปล่อยเธอไปได้ ดารินทร์ถูกรวบเอวไว้แล้วดึงกลับลงมา เขาพลิกตัวเธอให้อยู่ใต้ร่างของเขาตามเดิมแล้วจูบเธอในทันทีโดยที่เธอยังไม่ทันได้ตั้งตัว “อื้อ”ปากเล็กได้รูปพยายามร้องประท้วง แต่เจ้าของลิ้นหนายังไม่หยุดกวาดต้อนความหวานภายในโพลงปากนั้น มือหนาลูบไปทั่วเร
ภายในห้องประชุมในตอนบ่ายทิศตะวันถอนหายใจเฮือกใหญ่ เมื่อรู้ว่าเขมมิกาเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วย มันเป็นการประชุมเกี่ยวกับแคมเปญใหม่ที่เธอเป็นพรีเซนเตอร์เขมมิกาก็ยังคงอยู่ในบริษัทในฐานะนางแบบคนสำคัญ สัญญาของเธอยังมีผล เขารู้ดีว่าเธอไม่มีทางปล่อยให้เขาได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขแน่ ๆ“เรายังคงต้องทำงาน







