Masukบรรยากาศภายในโรงเรียนอนุบาลยามเช้าเช่นนี้ เด็กๆ ต่างพากันจับกลุ่มวิ่งเล่นบริเวณสนามเด็กเล่นที่ทางโรงเรียนจัดเตรียมไว้
เช้านี้ณรันดาต้องมารับเด็กที่หน้าโรงเรียนแทนครูเวร เนื่องจากครูเวรประจำวันเกิดป่วย ทำให้เธอได้มีโอกาสเจอหน้าผู้ปกครองของเด็กและได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ปกครองของเด็กบางคนบ้าง
“สวัสดีครับ... ทำไมเช้านี้คุณปลายถึงมายืนรับเด็กเองล่ะครับ”
เสียงสุขุมนุ่มหูดังขึ้นเมื่อเจ้าของเสียงลดกระจกรถหรูที่กำลังจะเลี้ยวเข้าประตูโรงเรียนลง
“สวัสดีค่ะคุณมาร์ค... พอดีครูนวลจันทร์ไม่สบาย เพิ่งโทร.มาบอกเมื่อเช้าค่ะ เลยหาครูมายืนรับเด็กๆ แทนไม่ได้ ปลายว่างเลยอาสามารับแทนค่ะ”
เสียงหวานของครูสาวที่มีตำแหน่งเป็นถึงผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนตอบกลับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“เดี๋ยวผมเอารถไปจอดแล้วจะมายืนเป็นเพื่อนนะครับ”
พูดจบเขาก็กดเลื่อนกระจกขึ้นแล้วหักพวงมาลัยรถตรงไปยังลานจอดรถประจำตำแหน่งทันที จากนั้นก็รีบทำธุระส่วนตัวให้เสร็จเรียบร้อยแล้วรีบเดินตรงมาหาหญิงสาวที่หน้าประตูทางเข้าของโรงเรียนตามที่บอกไว้
“วันนี้ไม่ต้องเข้าออฟฟิศหรือคะคุณมาร์ค”
ณรันดาเอ่ยถามทันทีที่ร่างของชายหนุ่มหยุดอยู่ข้างๆ
“ไม่ครับ... วันนี้งานที่ออฟฟิศไม่มีอะไร ผมเลยเข้ามาดูเด็กๆ สักหน่อย”
เขาตอบหญิงสาวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
มาร์ค ชายหนุ่มลูกครึ่งไทย-อังกฤษ สูงราวหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ดวงตาคมกริบสีมรกตดูมีพลัง อีกทั้งแพขนตายาวหนารับกับดวงตาคมคู่นั้นยิ่งเสริมให้ดูมีเสน่ห์ชวนฝัน จมูกโด่งขึ้นสันอย่างเห็นได้ชัด ริมฝีปากบางได้รูปสีชมพูระเรื่อตามธรรมชาติ ซึ่งถ้าดูจากรูปหน้าแล้วเขาออกจะดูเป็นฝรั่งมากกว่าที่จะเป็นลูกครึ่งที่มีเชื้อไทยผสมอยู่
มาร์คเป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนอนุบาลแห่งนี้ ทว่ามารดาของเขาเป็นผู้ดูแล โดยมี ณรันดาคอยเป็นผู้ช่วยอีกแรง นอกจากนี้เขายังมีธุรกิจหลักอีกอย่างคือธุรกิจเกี่ยวกับการรับเหมาก่อสร้าง
“แสดงว่าเคลียร์โครงการก่อสร้างบ้านจัดสรรล่าสุดเรียบร้อยแล้วสิคะ”
“ก็ยังไม่เรียบร้อยดีครับ แต่คิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไร เพราะเจ้าของโครงการคุยกันง่ายและดูท่าจะไม่เรื่องมากด้วย”
มาร์คยังคงส่งยิ้มพราวเสน่ห์อยู่ไม่ขาด
นี่หากเป็นหญิงอื่นป่านนี้หัวใจคงจะละลายไปแล้ว เพราะทั้งสายตาและรอยยิ้มนั้นช่างหวานเยิ้มจนชวนหลงใหลเลยทีเดียว หากแต่หญิงสาวตรงหน้าเขาคือณรันดา ซึ่งไม่เคยคิดอะไรกับเขาเกินไปกว่าคำว่าเพื่อนสนิทคนหนึ่งเท่านั้น
มาร์คพอจะทราบดีว่าสาวเจ้าคิดเช่นไรกับตัวเอง แต่เขาไม่สามารถที่จะหักห้ามหรือหยุดที่จะไม่ให้ใจผู้หญิงตรงหน้าได้ เขาไม่เคยสนใจอดีตของเธอแม้แต่น้อยเขายินดีและยอมรับที่จะเป็นพ่อสองพี่น้องคู่นี้อย่างเต็มใจ แต่หญิงสาวไม่ยอมรับในข้อเสนอต่างๆ พวกนี้ ไม่ว่าเขาจะพยายามหยิบยื่นให้เธอมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ทว่าก็ยังไม่ละความพยายามเพียงแต่จะค่อยๆ แทรกแซงเข้าไปหัวใจของเธอ หวังเพียงว่าสักวันหนึ่งเธอคงเห็นใจและยอมใจอ่อนให้บ้าง เมื่อถึงวันนั้นเขาคงดีใจไม่น้อยเลยทีเดียว
“เอ... แล้วนี่น้องพาฝันอยู่ไหนครับนี่”
มารค์มองรอบๆ ไม่เห็นน้องพาฝันอยู่ข้างณรันดาเหมือนทุกครั้งจึงถามขึ้น
รวรันตาแฝดคนน้องจะค่อนข้างติดคุณแม่มากกว่าแฝดคนพี่ โดยปกติแล้วถ้ามีโอกาส น้องพาฝันจะเลือกคลุกคลีอยู่กับคุณแม่มากกว่าไปวิ่งเล่นกับเพื่อนๆ ซึ่งจะแตกต่างจากแฝดผู้พี่ คนนี้จะไม่ติดคุณแม่ น้องทอฝันจะคุยกับคนอื่นๆ ได้ง่ายกว่าน้องพาฝัน ทว่าเด็กทั้งสองคนก็ยังคงเป็นเด็กน่ารัก เข้ากับคนง่าย อีกทั้งยังเป็นเด็กช่างเจรจาด้วยกันทั้งคู่
“วันนี้เล่นกับเพื่อนๆ อยู่ตรงโน้นน่ะค่ะ”
ณรันพยักพเยิดไปทางกลุ่มเด็กน้อยที่กำลังวิ่งเล่นอยู่สี่ห้าคน
“เอ... แปลก วันนี้ไม่เกาะติดคุณแม่เหมือนทุกวัน”
เขาเอ่ยขึ้นสายตามองที่เด็กๆ กลุ่มนั้น
“คงเบื่อคุณแม่แล้วมั้งคะ”
ณรันดาหัวเราะน้อยๆ
“ใครจะกล้าเบื่อครับ คุณแม่น่ารักออกขนาดนี้”
ได้ทีเขาก็ชมซึ่งๆ หน้า โดยไม่สนใจว่าหญิงสาวตรงหน้าจะมีท่าทางเช่นไร
ณรันดาได้ยินที่เขากำลังชมเธออยู่ แต่หญิงสาวแสร้งทำเป็นไม่สนใจ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น เธอชวนเขาคุยเรื่องต่างๆ เพื่อให้ได้มีอะไรสนทนากัน ดีกว่าปล่อยให้ยื่นนิ่งจ้องหน้าเธอเงียบๆ
“มีให้สิคะ แต่ไม่รู้ว่าคุณจะอยากได้หรือเปล่า”ณรันดาเอียงคอตอบเล็กน้อย เด็กน้อยที่ได้ยินคำตอบของมารดาก็รีบเงยหน้าขึ้นมอง ด้วยความอยากรู้บ้างว่าผู้เป็นแม่จะให้อะไรกับคุณพ่อ“ผมอยากได้ทุกอย่างที่ปลายให้ผม”ชายหนุ่มโอบไหล่ภรรยาสาวแล้วดึงเข้ามาใกล้อีกนิด ณรันดาคว้ามืออีกข้างที่ว่างอยู่นั้นมาทาบที่หน้าท้องของเธอ“สุขสันต์วันคล้ายวันเกิดค่ะคุณวิชญ์ ปลายกำลังมีเจ้าตัวเล็กเป็นของขวัญให้คุณค่ะ”“จริงเหรอปลาย นี่ปลายกำลังจะมีลูกให้ผมเหรอครับ”รวิชญ์ตะโกนขึ้นอย่างดีใจ เป็นผลให้ทุกคนที่อยู่ในงานนั้นได้ยิน ต่างพากันแสดงความยินดีไปกับเขาด้วย“ค่ะ ปลายท้องจะสามเดือนแล้วค่ะ”ณรันดาย้ำให้เขาฟังอีกครั้ง“พี่ทอฝัน น้องพาฝัน ดีใจไหมคะลูก เรากำลังจะมีน้องแล้วนะคะ”รวิชญ์ดึงร่างเล็กของเด็กทั้งคู่เข้ามากอด สลับกับหอมแก้มคนละข้างอย่างดีใจ“จริงๆ เหรอคะ น้องพาฝันจะมีน้องแล้วเหรอคะคุณพ่อ”“จริงเหรอคะคุณแม่ขา พี่ทอฝันจะมีน้องแล้วเหรอคะ”ณรันดาพยักหน้าน้อยๆ แทนคำตอบ พร้อมกับคว้ามือเล็กๆ ของทั้งคู่มาคนละข้าง วางทาบที่หน้าท้องของตัวเอง“น้องของหนูอยู่ในนี้ค่ะ ต้องรออีกสักหกเจ็ดเดือนนะคะ น้องถึงจะออกมาให้หนูสองคนเห็
ของขวัญที่ลูกสาวตัวน้อยนำมาให้นั้นคือภาพวาดครอบครัว ระบายด้วยสีชอล์กสวยงาม รวิชญ์กับณรันดาดูรูปถึงกับยิ้มออกมาก่อนผลัดกันถามลูกสาวว่ามีใครบ้างภายในภาพนั้น ถึงแม้ว่าภายในภาพนั้นจะระบุชื่อไว้ชัดเจนก็ตาม เด็กน้อยแย่งกันบอกว่าใครเป็นใครจนมาถึงรูปเด็กน้อยอีกคนที่นิ้วเล็กจิ้มไปพร้อมกันทำให้ทั้งคู่ต้องเงยหน้าขึ้นมองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมา“แล้วสองคนนี้ใครคะ ทำไมไม่เห็นมีชื่อเหมือนคนอื่นเลยล่ะคะ”ณรันดาถามขึ้นเมื่อเห็นรูปวาดเด็กอีกสองคนที่ไม่มีชื่อติดอยู่“คนนี้น้องสาวพี่ทอฝันค่ะ”ทอฝันชี้ไปที่รูปวาดเด็กผู้หญิงที่ปราศจากชื่อนั้น“คนนี้น้องชายน้องพาฝันค่ะ”แฝดคนน้องชี้ไปที่รูปวาดเด็กผู้ชายที่ปราศจากชื่ออีกเช่นกัน จากคำตอบของลูกสาวทั้งสองคนทำให้ณรันดาเงยหน้ามองรวิชญ์แล้วส่งยิ้มให้น้อยๆ“เอ... ลูกสาวมีของให้คุณพ่อ แล้วคุณภรรยาไม่มีของขวัญให้สามีคนนี้บ้างเหรอครับ”รวิชญ์ได้ทีรีบทวงของขวัญจากภรรยาสาวทันที“มีให้สิคะ แต่ไม่รู้ว่าคุณจะอยากได้หรือเปล่า”ณรันดาเอียงคอตอบเล็กน้อย เด็กน้อยที่ได้ยินคำตอบของมารดาก็รีบเงยหน้าขึ้นมอง ด้วยความอยากรู้บ้างว่าผู้เป็นแม่จะให้อะไรกับคุณพ่อ“ผมอยากได้ทุกอย่างที่ปลา
ณรันดาเดินออกมาบริเวณสนามหญ้าหน้าบ้าน ที่เดิมทีเป็นที่สำหรับจัดวางโต๊ะอาหาร แต่วันนี้มันโดนรื้อออกเหลือเพียงแค่สามถึงสี่โต๊ะเท่านั้น บรรยากาศโดยรอบนั้นเต็มไปด้วยซุ้มดอกลิลลี่สีขาวสลับกับดอกกุหลาบสีแดงสด ซึ่งทั้งหมดนั้นถูกจัดขึ้นด้วยช่างฝีมือทั้งสิ้นหญิงสาวยืนมองบรรยากาศโดยรอบแล้วทำให้รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังอยู่ในบรรยากาศของงานแต่งงานอย่างไรอย่างนั้น แล้วณรันดาก็รู้สึกตัวอีกครั้ง หลังจากที่ปล่อยตัวไปตามบรรยากาศของงาน เมื่อร่างเล็กในชุดนางฟ้าตัวน้อยที่ยืนขนาบข้างเธอนั้นกระตุกมือเธอพร้อมๆ กัน“คุณแม่ขา หยุดเดินทำไมคะ”น้องพาฝันเงยหน้าขึ้นถามมารดา“คุณแม่แค่แปลกใจค่ะ ว่าทำไมดอกไม้พวกนี้ถึงได้มาอยู่ที่นี่เร็วจัง เมื่อสักพักมันยังไม่มีเลย”ณรันดาก้มหน้าตอบคนช่างสงสัย“คุณแม่ชอบหรือเปล่าคะ”คราวนี้เสียงแฝดคนโตถามขึ้นบ้าง“ชอบสิคะ คุณแม่ชอบดอกลิลลี่สีขาวกับดอกกุหลาบมากที่สุดเลย นี่ถ้าคุณป้าเมย์ไม่บอกว่าเป็นการจัดฉากเพื่อถ่ายละครที่หนูสองคนเล่นอยู่ คุณแม่คิดว่าเป็นงานแต่งงานของคุณแม่แล้วนะคะนี่”หญิงสาวว่าพลางหัวเราะน้อยๆ กับลูกสาวทั้งสองคนในขณะที่สามคนแม่ลูกกำลังคุยกันอยู่นั้น ร่างสูงใหญ่ของ
รวิชญ์ให้สัญญากับตัวเองว่า ไม่ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นเช่นไร เขาจะไม่ยอมกลับไปเป็นคนขี้ขลาด และจะไม่ปล่อยให้ความกลัวกับอดีตเข้ามาครอบงำเขาได้อีกเป็นอันขาด เพราะสิ่งเหล่านั้นมันเกือบทำให้เขาต้องเสียคนที่เขารักไปตลอดชีวิต เมื่อเวลานี้เขาได้ของรักที่สุดในชีวิตกลับคืนมาแล้ว เขาจะรักษาของมีค่าที่สุดชิ้นนี้ไว้ให้อยู่กับเขาตลอดไปนานเท่าที่จะนานได้......บ้านเคียงฟ้า...ณรันดายืนอ่านป้ายชื่อร้านที่เธอและเพื่อนรักอีกสองคนลงความเห็นว่าเหมาะสมที่สุดที่จะเป็นชื่อร้านอาหารที่จะเปิดขึ้น“ปลาย มายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้จ๊ะ ทำไมยังไม่แต่งตัวอีก... ตอนนี้แซนดี้จับยายสองแสบแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว รู้สึกกำลังตื่นเต้นกับชุดที่แซนดี้หามาให้ใหญ่เลย”ปานชนกตรงเข้ามาหาเพื่อนรัก พลางมองในสิ่งที่หญิงสาวที่ยืนอยู่ก่อนมองอยู่“ไม่อยากจะเชื่อเลยนะ ว่าวันนี้ปลายกับคุณรวิชญ์จะได้กลับมาที่ร้านนี้ด้วยกันในฐานะสามีภรรยากัน”ปานชนกยิ้มอย่างปลื้มใจแทนเพื่อนรัก เพราะเธอรู้อยู่แก่ใจว่าการกลับมาที่ ‘บ้านเคียงฟ้า’ ในวันนี้มีความสำคัญกับเพื่อนรักของเธอมากเพียงไร“ป่าน เรามีความสุขจังเลย”หญิงสาวเอ่ยขึ้น พร้อมกับโผเข้ากอดเพื่อนรักเอาไว้
ณรันดายืนเหม่อมองดวงจันทร์ที่สาดแสงส่องลงมาเหนือผิวน้ำ บริเวณศาลาที่หญิงสาวใช้นั่งคุยอยู่กับเพื่อนรักเมื่อตอนหัวค่ำ ทว่าเวลานี้มีเพียงเธอยืนอยู่ตามลำพังเท่านั้น แต่ก็เพียงครู่เดียวเท่านั้นที่หญิงสาวได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง“ปลายจ๋า... มายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้ล่ะครับ”รวิชญ์ที่มาเงียบๆ สวมกอดร่างบางจากทางด้านหลัง ทำให้หญิงสาวที่กำลังยืนเหม่ออยู่นั้นสะดุ้งเล็กน้อย“ปลายก็คิดอะไรไปเรื่อยๆ ค่ะ... ว่าแต่คุณลงมาทำไมคะ”ณรันดาเอียงคอหันมองหน้าผู้เป็นสามี“ก็มาตามเมียไปนอนด้วยน่ะสิ... ไม่มีเมียให้นอนกอด ผมนอนไม่หลับรู้ไหม”สายตากรุ้มกริ่มที่มองหญิงสาวนั้นทำให้คนฟังถึงกับต้องหลบตายตาเจ้าชู้นั้น“จะให้ปลายเชื่อได้เหรอคะ ก่อนหน้านี้ปลายไม่ได้นอนกับคุณตั้งหลายปี”ณรันดาพลิกตัวหันเข้าหาร่างสูงใหญ่ วงแขนเล็กคล้องคอชายหนุ่มเอาไว้มั่น“แล้วปลายรู้หรือเปล่าว่าหลายปีที่ผมไม่มีคุณนอนด้วย ผมไม่เคยได้นอนหลับเต็มตื่นเลยสักคืน”“อย่ามาทำปากหวานเลยค่ะ... ไม่มีปลาย คุณก็มีผู้หญิงอื่นอีกตั้งเยอะ”หญิงสาวแสร้งทำเสียงเหมือนงอน“ไม่มีผู้หญิงคนไหนสามารถแทนที่ปลายได้สักคนเลยนะ ปลายเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ผมรักและอยากใช้ชีว
“น้องพาฝันอยากให้ทุกคนมาอยู่ที่นี่ค่ะ อยู่กันเยอะๆ น้องพาฝันชอบค่ะ”เด็กน้อยตอบพลางมองไปรอบๆ แล้วมาจบที่หน้าของป้านวลเช่นเดิม“คุณยายนวลก็อยากมาอยู่กับน้องพาฝันและน้องทอฝันนะคะ แต่คุณยายนวลมาอยู่ไม่ได้สิคะ เพราะถ้าคุณยายมาอยู่ที่นี่แล้วใครจะดูคนที่บ้านโน้นล่ะคะ”ป้านวลดึงเก้าอี้ที่วางอยู่ใกล้ๆ มานั่งก่อนอุ้มร่างเล็กนั่งบนตัก“เหรอคะ งั้นคุณยายนวลต้องมาหาน้องพาฝัน พี่ทอฝัน กับคุณแม่บ่อยๆ นะคะ”“ได้สิคะ”ป้านวลหอมเข้าที่แก้มคนช่างพูดเข้าฟอดใหญ่“จริงๆ นะคะ”แล้วน้องพาฝันก็ซบศีรษะเข้าที่อกของผู้สูงวัย ป้านวลลูบศีรษะเล็กนั้นอย่างอ่อนโยนก่อนย้ำให้รู้ว่านางไม่ได้โกหก“เย้ๆ... น้าป่าน ลุงมาร์คมาแล้ว”แฝดคนพี่ที่ยืนอยู่ข้างป้านวลโห่ร้องขึ้น เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นหน้าผู้มาใหม่แล้วก็รีบวิ่งไปหาน้าสาวทันที“ไงจ๊ะ ไม่ได้เจอซะหลายวันเลย คิดถึงน้าป่านหรือเปล่าคะ”ปานชนกรีบรับร่างที่วิ่งเข้าหาแล้วอุ้มขึ้นเหมือนทุกๆ ครั้งเวลาที่คนใดคนหนึ่งในสองคู่แฝดนี้วิ่งเข้าหา“คิดถึงมากๆ เลยค่ะ พี่ทอฝันปิ้งบาร์บิคิวไว้ให้น้าป่านกับลุงมาร์คด้วยค่ะ”“ว้าว! ดีจังเลย ไหนครับคุณลุงมาร์คกำลังหิวอยู่พอดีเลย”มาร์คทำตาโต
“เดี๋ยวให้คุณเพียงฟ้าเดินแบบชุดผ้าไหมก่อนนะครับ ผมจะรีบไปส่ง”“จริงๆ แล้วคุณอยู่งานต่อกับคุณแม่คุณก็ได้นะคะ ไม่ต้องไปส่งปลายก็ได้ค่ะ”หญิงสาวเอ่ยอย่างเกรงใจ ด้วยไม่อยากป็นภาระเขา“ทำอย่างนั้นได้ไงกันครับ ผมไปรับคุณมาก็ต้องไปส่งคุณถึงที่สิครับ อีกอย่างเกิดเจ้าแสบสองคนเห็นคุณกลับเองโดยไม่มีรถผมไปส่งจ
“มายืนอยู่ตรงนี้เอง โรสเดินหาทั่วงานเลย เอ... พี่วิชญ์อยู่กับใครคะ เมื่อกี้โรสเห็นเหมือนมีใครยืนอยู่ด้วย”เสียงใสของรสรินทร์ดังขึ้นพร้อมๆ กับกวาดสายตามองรอบสระน้ำ ก่อนจ้องหน้าพี่ชาย“อ๋อ แขกที่มางานนี่แหละจ้ะ... พี่เห็นเขาอยู่คนเดียวก็เลยเดินมาคุยด้วย”“อืม... งั้นเราเข้าไปในงานกันเถอะค่ะ งานเริ่มแ
ห้องทำงานหรูชั้นสูงสุดของคอนโดฯ หรูแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมือง เวลานี้เจ้าของห้องกำลังคร่ำเคร่งอยู่กับเอกสารกองโต อีกทั้งแบบโครงการบ้านและโครงการคอนโดฯ ที่เจ้าตัวกำลังมีแพลนสร้างขึ้นใหม่ภายในปีนี้รวิชญ์ นักธุรกิจหนุ่มชื่อดังผู้เป็นเจ้าของโครงการบ้านจัดสรร คอนโดฯ ทั้งที่เกิดขึ้นแล้ว และที่ยัง
แชะ แชะเสียงกดชัตเตอร์ดังติดต่อกันต่อเนื่องโดยตากล้องมืออาชีพ สองเด็กน้อยคนหน้าตาจิ้มลิ้มเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว ทั้งขนาด ความสูง รูปร่าง น้ำเสียง หรือแม้กระทั่งรอยยิ้ม หากแต่เวลานี้เด็กทั้งคู่จะต่างกันก็ตรงสีชุดที่สวมใส่อยู่ในตอนนี้ ผมที่ถูกรวบตึงไว้เผยให้เห็นผิวแก้มสีชมพูระเรื่อ จมูกเล็กโด่งจนเ







