Mag-log inณ ชั้นสูงสุดของคอนโดฯ หรูใจกลางเมือง
รวิชญ์นั่งดูแบบโครงการบ้านจัดสรร สลับกับโครงการคอนโดฯ ที่เขาเพิ่งตกลงว่าจ้างบริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ให้เป็นผู้ดูแลสองโครงการนี้เมื่อสองวันก่อนอีกครั้ง ก่อนที่จะหันมาดูเอกสารอื่นๆ ที่ทางเลขาฯ เพิ่งนำเข้ามาให้เขาเมื่อเช้า
หนึ่งในเอกสารทั้งหมดนั้นมีเอกสารอยู่ฉบับหนึ่ง เป็นประวัติพร้อมรูปถ่ายเกี่ยวกับเด็กฝาแฝดที่ผ่านมาของเด็กทั้งคู่ ยิ่งได้อ่านรายละเอียดก็ยิ่งทำให้อยากเจอกับเด็กสองคนนี้ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“คุณน้อง เชิญข้างในหน่อยครับ”
เสียงดังผ่านเครื่องติดต่อภายในระหว่างเขากับเลขา
“ตกลงคุณน้องหาทางติดต่อผู้ปกครองเด็กได้แล้วหรือยังครับ”
เสียงนุ่มดังขึ้นทันที่ร่างของเลขาฯ หน้าหวานก้าวพ้นประตูห้องทำงานเข้ามา
“ยังเลยค่ะ... แต่เมื่อเช้าคุณเพียงฟ้าโทร.มาบอกว่ากำลังติดต่อให้อยู่ นะจะอีกสองสามวันค่ะ คุณเพียงฟ้าฝากให้น้องมาแจ้งคุณด้วยค่ะ”
เลขาฯ หน้าหวานรีบรายงาน
“อืม... แล้วข้อมูลนี้คุณไปได้มาจากไหน”
“เมื่อวานคุณเพียงฟ้าส่งมาให้ค่ะ”
“คุณอ่านหรือยัง”
รวิชญ์ถามขึ้นอีกครั้ง ก่อนเงยหน้ามองหน้าเลขาฯ สาวเป็นครั้งแรกนับจากเธอก้าวเข้ามาในห้อง
“อ่านแล้วค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ผมแค่สงสัยว่าทำไมถึงมีแต่ชื่อจริงไม่เห็นมีนามสกุลเด็ก และก็ไม่เห็นมีชื่อผู้ปกครองเด็กเลย”
รวิชญ์ถามขึ้นด้วยความสงสัย หลังจากที่ได้อ่านประวัติย่อๆ ของเด็กทั้งสองอยู่หลายครั้ง เขาสังเกตเห็นเพียงแต่ชื่อจริงเท่านั้น อีกทั้งยังไม่บอกอีกด้วยว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร
“ค่ะ เมื่อวานนี้น้องก็เห็นว่าไม่มี เลยโทร.กลับไปถามคุณฟ้าเหมือนกันค่ะ คุณฟ้าเธอบอกว่าเท่าที่รู้ประวัติน้องสองคนนี้ที่หลายคนมีก็มีเท่าที่เห็นค่ะ”
กนกวรรณเห็นเช่นเดียวกัน เธอจึงตัดสินใจตัดสินใจถามที่ต้นเรื่องเพื่อหาคำตอบให้เจ้านาย ซึ่งมั่นใจว่าเจ้านายนายจะต้องสงสัยเช่นเดียวกัน และก็ไม่ผิดจากที่คิดไว้จริงๆ
“ถ้าอย่างนั้นได้เรื่องอะไรเพิ่มเติมรีบรายงานผมนะ จะได้รีบสรุปงานสักที”
“ค่ะ คุณรวิชญ์”
หญิงสาวรับคำพร้อมกับรับแฟ้มเอกสารที่เขาเป็นคนส่งให้หลังจากเซ็นชื่อที่เอกสารใบสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว
“อ้อ... คุณรวิชญ์คะ”
เสียงเลขาฯ ดังขึ้นอีกครั้งเมื่อเจ้าหล่อนนึกอะไรขึ้นมาได้
“ว่าไงคุณน้อง”
คิ้วหนาเลิกขึ้นเล็กน้อยเชิงเป็นคำถาม
“วันนี้ช่วงเย็นน้องทอฝันกับน้องพาฝันมีงานเปิดตัวสินค้าค่ะ วันนี้ช่วงบ่ายคุณรวิชญ์ไม่มีงานอะไรแล้วนี่คะ เผื่อคุณจะแวะไปดูฝีไม้ลายมือของน้องสองคนก่อน”
เลขาฯ หน้าหวานแนะนำพร้อมทั้งเขียนเวลาและสถานที่ให้เจ้านายหนุ่มอย่างละเอียดสมกับที่เป็นเลขาฯ เจ้านายกันมานาน
“อืม... ก็ดีเหมือนกัน เผื่อผมจะได้เจอกับพ่อแม่ของน้องด้วย จะได้คุยกันทีเดียวเลย... ถ้างั้นผมฝากช่วยเคลียร์งานช่วงบ่ายให้ผมด้วยแล้วกันว่ายังมีอะไรค้างแล้วต้องให้ผมดูอีก”
รวิชญ์รับกระดาษแผ่นเล็กจากกนกวรรณมาพับใส่กระเป๋าเสื้อไว้ พลางสั่งงานไปด้วย
เย็นนี้ห้างสรรพสินค้าชื่อดังผู้คนค่อนข้างเยอะเป็นพิเศษ เนื่องจากบริเวณลานด้านหน้าของห้างใหญ่มีการจัดงานเปิดตัวนมผงยี่ห้อดัง มีทั้งเวทีการแสดงต่างๆ พร้อมทั้งการประกวดความสามารถของเด็กๆ พื้นที่บริเวณรอบๆ เวทียังมีซุ้มเกมจัดไว้ให้เด็กและผู้ปกครองได้ร่วมทำกิจกรรมร่วมเพื่อชิงของรางวัลมากมายหลายซุ้มเลยทีเดียว
เมื่อได้เวลาเปิดงาน ดาราสาวชื่อดังซึ่งทำหน้าที่เป็นพิธีกรในวันนี้ก็เริ่มทำหน้าที่ดำเนินรายการพิธีเปิดงานโดยเชิญผู้บริหารของบริษัทนมผงชื่อดังขึ้นมากล่าวเปิดงาน จากนั้นก็เป็นการแสดงเล็กๆ น้อยๆ ของเด็กนักเรียนโรงเรียนอนุบาลย่านนั้น
จากนั้นก็ถึงไฮไลต์ของงาน พรีเซนเตอร์ตัวน้อยในชุดกระโปรงบานสีชมพูสดทั้งคู่ก็เดินออกมาโชว์ผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวพร้อมกัน คนหนึ่งในมือถือแก้วนมโดยถือโชว์โลโก้ยี่ห้อนมผงออกสู่สายผู้คน ส่วนในมืออีกคนหนึ่งถือกระป๋องนมผงโดยหันโลโก้ยี่ห้อของนมผงออกเช่นกัน
พรีเซนเตอร์ตัวน้อยค่อยๆ เดินออกมาตามแคตวอล์กที่ทางทีมงานจัดไว้ ก่อนมาหยุดโพสท่าให้บรรดาตากล้องได้จับภาพความน่ารักของทั้งคู่อยู่ที่กลางเวที ทั้งคู่สามารถดึงดูดสายตาทุกคู่ของคนที่เข้ามาร่วมงานให้จดจ้องอยู่ที่ร่างเล็กนั้นไว้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ ที่สำคัญไปกว่านั้นสองนางแบบตัวน้อยยังดึงเอาสายตาคมกริบของรวิชญ์ให้ต้องจ้องมองร่างเล็กบนเวทีอย่างไม่ละสายตาด้วยเช่นกัน
“มีให้สิคะ แต่ไม่รู้ว่าคุณจะอยากได้หรือเปล่า”ณรันดาเอียงคอตอบเล็กน้อย เด็กน้อยที่ได้ยินคำตอบของมารดาก็รีบเงยหน้าขึ้นมอง ด้วยความอยากรู้บ้างว่าผู้เป็นแม่จะให้อะไรกับคุณพ่อ“ผมอยากได้ทุกอย่างที่ปลายให้ผม”ชายหนุ่มโอบไหล่ภรรยาสาวแล้วดึงเข้ามาใกล้อีกนิด ณรันดาคว้ามืออีกข้างที่ว่างอยู่นั้นมาทาบที่หน้าท้องของเธอ“สุขสันต์วันคล้ายวันเกิดค่ะคุณวิชญ์ ปลายกำลังมีเจ้าตัวเล็กเป็นของขวัญให้คุณค่ะ”“จริงเหรอปลาย นี่ปลายกำลังจะมีลูกให้ผมเหรอครับ”รวิชญ์ตะโกนขึ้นอย่างดีใจ เป็นผลให้ทุกคนที่อยู่ในงานนั้นได้ยิน ต่างพากันแสดงความยินดีไปกับเขาด้วย“ค่ะ ปลายท้องจะสามเดือนแล้วค่ะ”ณรันดาย้ำให้เขาฟังอีกครั้ง“พี่ทอฝัน น้องพาฝัน ดีใจไหมคะลูก เรากำลังจะมีน้องแล้วนะคะ”รวิชญ์ดึงร่างเล็กของเด็กทั้งคู่เข้ามากอด สลับกับหอมแก้มคนละข้างอย่างดีใจ“จริงๆ เหรอคะ น้องพาฝันจะมีน้องแล้วเหรอคะคุณพ่อ”“จริงเหรอคะคุณแม่ขา พี่ทอฝันจะมีน้องแล้วเหรอคะ”ณรันดาพยักหน้าน้อยๆ แทนคำตอบ พร้อมกับคว้ามือเล็กๆ ของทั้งคู่มาคนละข้าง วางทาบที่หน้าท้องของตัวเอง“น้องของหนูอยู่ในนี้ค่ะ ต้องรออีกสักหกเจ็ดเดือนนะคะ น้องถึงจะออกมาให้หนูสองคนเห็
ของขวัญที่ลูกสาวตัวน้อยนำมาให้นั้นคือภาพวาดครอบครัว ระบายด้วยสีชอล์กสวยงาม รวิชญ์กับณรันดาดูรูปถึงกับยิ้มออกมาก่อนผลัดกันถามลูกสาวว่ามีใครบ้างภายในภาพนั้น ถึงแม้ว่าภายในภาพนั้นจะระบุชื่อไว้ชัดเจนก็ตาม เด็กน้อยแย่งกันบอกว่าใครเป็นใครจนมาถึงรูปเด็กน้อยอีกคนที่นิ้วเล็กจิ้มไปพร้อมกันทำให้ทั้งคู่ต้องเงยหน้าขึ้นมองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมา“แล้วสองคนนี้ใครคะ ทำไมไม่เห็นมีชื่อเหมือนคนอื่นเลยล่ะคะ”ณรันดาถามขึ้นเมื่อเห็นรูปวาดเด็กอีกสองคนที่ไม่มีชื่อติดอยู่“คนนี้น้องสาวพี่ทอฝันค่ะ”ทอฝันชี้ไปที่รูปวาดเด็กผู้หญิงที่ปราศจากชื่อนั้น“คนนี้น้องชายน้องพาฝันค่ะ”แฝดคนน้องชี้ไปที่รูปวาดเด็กผู้ชายที่ปราศจากชื่ออีกเช่นกัน จากคำตอบของลูกสาวทั้งสองคนทำให้ณรันดาเงยหน้ามองรวิชญ์แล้วส่งยิ้มให้น้อยๆ“เอ... ลูกสาวมีของให้คุณพ่อ แล้วคุณภรรยาไม่มีของขวัญให้สามีคนนี้บ้างเหรอครับ”รวิชญ์ได้ทีรีบทวงของขวัญจากภรรยาสาวทันที“มีให้สิคะ แต่ไม่รู้ว่าคุณจะอยากได้หรือเปล่า”ณรันดาเอียงคอตอบเล็กน้อย เด็กน้อยที่ได้ยินคำตอบของมารดาก็รีบเงยหน้าขึ้นมอง ด้วยความอยากรู้บ้างว่าผู้เป็นแม่จะให้อะไรกับคุณพ่อ“ผมอยากได้ทุกอย่างที่ปลา
ณรันดาเดินออกมาบริเวณสนามหญ้าหน้าบ้าน ที่เดิมทีเป็นที่สำหรับจัดวางโต๊ะอาหาร แต่วันนี้มันโดนรื้อออกเหลือเพียงแค่สามถึงสี่โต๊ะเท่านั้น บรรยากาศโดยรอบนั้นเต็มไปด้วยซุ้มดอกลิลลี่สีขาวสลับกับดอกกุหลาบสีแดงสด ซึ่งทั้งหมดนั้นถูกจัดขึ้นด้วยช่างฝีมือทั้งสิ้นหญิงสาวยืนมองบรรยากาศโดยรอบแล้วทำให้รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังอยู่ในบรรยากาศของงานแต่งงานอย่างไรอย่างนั้น แล้วณรันดาก็รู้สึกตัวอีกครั้ง หลังจากที่ปล่อยตัวไปตามบรรยากาศของงาน เมื่อร่างเล็กในชุดนางฟ้าตัวน้อยที่ยืนขนาบข้างเธอนั้นกระตุกมือเธอพร้อมๆ กัน“คุณแม่ขา หยุดเดินทำไมคะ”น้องพาฝันเงยหน้าขึ้นถามมารดา“คุณแม่แค่แปลกใจค่ะ ว่าทำไมดอกไม้พวกนี้ถึงได้มาอยู่ที่นี่เร็วจัง เมื่อสักพักมันยังไม่มีเลย”ณรันดาก้มหน้าตอบคนช่างสงสัย“คุณแม่ชอบหรือเปล่าคะ”คราวนี้เสียงแฝดคนโตถามขึ้นบ้าง“ชอบสิคะ คุณแม่ชอบดอกลิลลี่สีขาวกับดอกกุหลาบมากที่สุดเลย นี่ถ้าคุณป้าเมย์ไม่บอกว่าเป็นการจัดฉากเพื่อถ่ายละครที่หนูสองคนเล่นอยู่ คุณแม่คิดว่าเป็นงานแต่งงานของคุณแม่แล้วนะคะนี่”หญิงสาวว่าพลางหัวเราะน้อยๆ กับลูกสาวทั้งสองคนในขณะที่สามคนแม่ลูกกำลังคุยกันอยู่นั้น ร่างสูงใหญ่ของ
รวิชญ์ให้สัญญากับตัวเองว่า ไม่ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นเช่นไร เขาจะไม่ยอมกลับไปเป็นคนขี้ขลาด และจะไม่ปล่อยให้ความกลัวกับอดีตเข้ามาครอบงำเขาได้อีกเป็นอันขาด เพราะสิ่งเหล่านั้นมันเกือบทำให้เขาต้องเสียคนที่เขารักไปตลอดชีวิต เมื่อเวลานี้เขาได้ของรักที่สุดในชีวิตกลับคืนมาแล้ว เขาจะรักษาของมีค่าที่สุดชิ้นนี้ไว้ให้อยู่กับเขาตลอดไปนานเท่าที่จะนานได้......บ้านเคียงฟ้า...ณรันดายืนอ่านป้ายชื่อร้านที่เธอและเพื่อนรักอีกสองคนลงความเห็นว่าเหมาะสมที่สุดที่จะเป็นชื่อร้านอาหารที่จะเปิดขึ้น“ปลาย มายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้จ๊ะ ทำไมยังไม่แต่งตัวอีก... ตอนนี้แซนดี้จับยายสองแสบแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว รู้สึกกำลังตื่นเต้นกับชุดที่แซนดี้หามาให้ใหญ่เลย”ปานชนกตรงเข้ามาหาเพื่อนรัก พลางมองในสิ่งที่หญิงสาวที่ยืนอยู่ก่อนมองอยู่“ไม่อยากจะเชื่อเลยนะ ว่าวันนี้ปลายกับคุณรวิชญ์จะได้กลับมาที่ร้านนี้ด้วยกันในฐานะสามีภรรยากัน”ปานชนกยิ้มอย่างปลื้มใจแทนเพื่อนรัก เพราะเธอรู้อยู่แก่ใจว่าการกลับมาที่ ‘บ้านเคียงฟ้า’ ในวันนี้มีความสำคัญกับเพื่อนรักของเธอมากเพียงไร“ป่าน เรามีความสุขจังเลย”หญิงสาวเอ่ยขึ้น พร้อมกับโผเข้ากอดเพื่อนรักเอาไว้
ณรันดายืนเหม่อมองดวงจันทร์ที่สาดแสงส่องลงมาเหนือผิวน้ำ บริเวณศาลาที่หญิงสาวใช้นั่งคุยอยู่กับเพื่อนรักเมื่อตอนหัวค่ำ ทว่าเวลานี้มีเพียงเธอยืนอยู่ตามลำพังเท่านั้น แต่ก็เพียงครู่เดียวเท่านั้นที่หญิงสาวได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง“ปลายจ๋า... มายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้ล่ะครับ”รวิชญ์ที่มาเงียบๆ สวมกอดร่างบางจากทางด้านหลัง ทำให้หญิงสาวที่กำลังยืนเหม่ออยู่นั้นสะดุ้งเล็กน้อย“ปลายก็คิดอะไรไปเรื่อยๆ ค่ะ... ว่าแต่คุณลงมาทำไมคะ”ณรันดาเอียงคอหันมองหน้าผู้เป็นสามี“ก็มาตามเมียไปนอนด้วยน่ะสิ... ไม่มีเมียให้นอนกอด ผมนอนไม่หลับรู้ไหม”สายตากรุ้มกริ่มที่มองหญิงสาวนั้นทำให้คนฟังถึงกับต้องหลบตายตาเจ้าชู้นั้น“จะให้ปลายเชื่อได้เหรอคะ ก่อนหน้านี้ปลายไม่ได้นอนกับคุณตั้งหลายปี”ณรันดาพลิกตัวหันเข้าหาร่างสูงใหญ่ วงแขนเล็กคล้องคอชายหนุ่มเอาไว้มั่น“แล้วปลายรู้หรือเปล่าว่าหลายปีที่ผมไม่มีคุณนอนด้วย ผมไม่เคยได้นอนหลับเต็มตื่นเลยสักคืน”“อย่ามาทำปากหวานเลยค่ะ... ไม่มีปลาย คุณก็มีผู้หญิงอื่นอีกตั้งเยอะ”หญิงสาวแสร้งทำเสียงเหมือนงอน“ไม่มีผู้หญิงคนไหนสามารถแทนที่ปลายได้สักคนเลยนะ ปลายเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ผมรักและอยากใช้ชีว
“น้องพาฝันอยากให้ทุกคนมาอยู่ที่นี่ค่ะ อยู่กันเยอะๆ น้องพาฝันชอบค่ะ”เด็กน้อยตอบพลางมองไปรอบๆ แล้วมาจบที่หน้าของป้านวลเช่นเดิม“คุณยายนวลก็อยากมาอยู่กับน้องพาฝันและน้องทอฝันนะคะ แต่คุณยายนวลมาอยู่ไม่ได้สิคะ เพราะถ้าคุณยายมาอยู่ที่นี่แล้วใครจะดูคนที่บ้านโน้นล่ะคะ”ป้านวลดึงเก้าอี้ที่วางอยู่ใกล้ๆ มานั่งก่อนอุ้มร่างเล็กนั่งบนตัก“เหรอคะ งั้นคุณยายนวลต้องมาหาน้องพาฝัน พี่ทอฝัน กับคุณแม่บ่อยๆ นะคะ”“ได้สิคะ”ป้านวลหอมเข้าที่แก้มคนช่างพูดเข้าฟอดใหญ่“จริงๆ นะคะ”แล้วน้องพาฝันก็ซบศีรษะเข้าที่อกของผู้สูงวัย ป้านวลลูบศีรษะเล็กนั้นอย่างอ่อนโยนก่อนย้ำให้รู้ว่านางไม่ได้โกหก“เย้ๆ... น้าป่าน ลุงมาร์คมาแล้ว”แฝดคนพี่ที่ยืนอยู่ข้างป้านวลโห่ร้องขึ้น เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นหน้าผู้มาใหม่แล้วก็รีบวิ่งไปหาน้าสาวทันที“ไงจ๊ะ ไม่ได้เจอซะหลายวันเลย คิดถึงน้าป่านหรือเปล่าคะ”ปานชนกรีบรับร่างที่วิ่งเข้าหาแล้วอุ้มขึ้นเหมือนทุกๆ ครั้งเวลาที่คนใดคนหนึ่งในสองคู่แฝดนี้วิ่งเข้าหา“คิดถึงมากๆ เลยค่ะ พี่ทอฝันปิ้งบาร์บิคิวไว้ให้น้าป่านกับลุงมาร์คด้วยค่ะ”“ว้าว! ดีจังเลย ไหนครับคุณลุงมาร์คกำลังหิวอยู่พอดีเลย”มาร์คทำตาโต
“เดี๋ยวให้คุณเพียงฟ้าเดินแบบชุดผ้าไหมก่อนนะครับ ผมจะรีบไปส่ง”“จริงๆ แล้วคุณอยู่งานต่อกับคุณแม่คุณก็ได้นะคะ ไม่ต้องไปส่งปลายก็ได้ค่ะ”หญิงสาวเอ่ยอย่างเกรงใจ ด้วยไม่อยากป็นภาระเขา“ทำอย่างนั้นได้ไงกันครับ ผมไปรับคุณมาก็ต้องไปส่งคุณถึงที่สิครับ อีกอย่างเกิดเจ้าแสบสองคนเห็นคุณกลับเองโดยไม่มีรถผมไปส่งจ
“มายืนอยู่ตรงนี้เอง โรสเดินหาทั่วงานเลย เอ... พี่วิชญ์อยู่กับใครคะ เมื่อกี้โรสเห็นเหมือนมีใครยืนอยู่ด้วย”เสียงใสของรสรินทร์ดังขึ้นพร้อมๆ กับกวาดสายตามองรอบสระน้ำ ก่อนจ้องหน้าพี่ชาย“อ๋อ แขกที่มางานนี่แหละจ้ะ... พี่เห็นเขาอยู่คนเดียวก็เลยเดินมาคุยด้วย”“อืม... งั้นเราเข้าไปในงานกันเถอะค่ะ งานเริ่มแ
นับจากวันที่ณรันดาหนีจากเขาไปเงียบๆ ไม่ทิ้งแม้แต่จดหมายหรือข้อความใดๆ ไว้ มีเพียงแต่ของมีค่าที่เขาเคยซื้อให้เธอด้วยความเสน่หา หวังตอบแทนเธอที่เธอให้ความสุขกับเขาได้ทุกครั้ง ทุกเวลาที่เขาต้องการเท่านั้นที่เธอทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้าและจากวันนั้น เขาก็รอคอยเธอและตามหาเธออย่างมีความหวัง จนเวลาล่วงไปจนสี่
งานที่มาร์คชวนมานั้นเป็นงานแฟชั่นการกุศล โดยมีคุณหญิงกาญจนา มารดาเขาเป็นประธานในการจัดงาน บรรยากาศภายในงานนั้นมีแต่คุณหญิงคุณนายและบรรดาลูกๆ ไม่ว่าจะเป็นลูกสาวหรือลูกชายที่ต่างพามาร่วมงาน เพื่อหวังจะให้เด็กๆ ได้รู้จักมักจี่กัน หรืออีกนัยก็เหมือนพากันมาดูตัวกันนั่นแหละมาร์คเดินควงคู่ณรันดาเข้ามาในง







