Mag-log in10
แคมป์กับครอบครัว
ในช่วงวันหยุดยาวปิติภัทรพ่อของคนโปรดออกความคิดชวนคนในครอบครัวไปเที่ยวด้วยกัน รวมถึงครอบครัวของมาก่อน พวกท่านลงความเห็นกันว่าจะไปเดินป่าตั้งแคมป์กันที่ต่างจังหวัด ซึ่งจะมีไกด์คอยนำทาง
จริง ๆ แล้วอาทิตย์นี้คนโปรดมีนัดคุยงานกับโอบ แต่ทางนั้นติดต่อมาว่ามีธุระด่วนจึงขอเลื่อนนัด เลยเข้าจังหวะพอดิบพอดี จะปฏิเสธก็ไม่ได้เพราะพ่อรู้ตารางงานของเขาทุกอย่าง
ส่วนมาก่อนเห็นคนโปรดไปด้วยไปเรื่องอะไรที่เขาจะอยู่บ้านเฉย ๆ ทุกคนไปกันหมดเขาก็ต้องไปอยู่แล้ว
“มึงเก็บกระเป๋าเสร็จแล้วเหรอโปรด”
“อือ” ชายหนุ่มครางตอบในลำคอ ไม่ได้หันไปให้ความสนใจกับคนถาม เขากำลังศึกษาเส้นทางของป่าที่พ่อส่งให้ คนโปรดต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพราะนอกจากเดินป่าแล้วยังต้องตั้งแคมป์กางเต็นท์ที่นั่นอีก
มาก่อนทอดมองไปทางร่างเล็กพักหนึ่ง ก่อนจะเดินเข้าครัวไปหยิบเอาผลไม้ออกมาล้างพร้อมปอกใส่จานเสร็จสรรพ ถือออกมาวางลงที่โต๊ะกลม พร้อมน้ำผลไม้รสโปรดของคนโปรด
สามสี่วันที่ผ่านมาเราทั้งสองคนไม่ค่อยลับฝีปากใส่กันสักเท่าไร ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้พูดคุยกันดี ๆ เสียทีเดียว
“กูปอกผลไม้มาให้”
“มึงกินเลย กูไม่หิว” ตอบปัดปากเปล่าทั้งที่ไม่ได้มองด้วยซ้ำว่าผลไม้ที่อีกคนเอามาให้มีอะไรบ้าง
ร่างสูงนั่งลงข้างกายใช้ส้อมจิ้มแอปเปิลขึ้นมาจ่อปากภรรยา คะยั้นคะยอจะให้อีกคนกินให้ได้
“อ้าปาก”
“ก็บอกว่าไม่กินไง”
ดวงตาเรียวหันมามองกันด้วยสายตาแข็งกร้าว หัวคิ้วย่นเข้าหากันอย่างไม่สบอารมณ์
คนเขาไม่อยากกินไอ้เวรนี่ก็บังคับจัง!
“กินหน่อยกูอุตส่าห์เอามาให้”
“เอามาแล้วก็กินเอง” อุตส่าห์? ไม่ได้เต็มใจจะเอามาสักหน่อย งั้นก็กินเข้าไปเองเถอะ
คนตัวเล็กลุกขึ้นจากโซฟาขึ้นไปบนห้องนอนไม่หันกลับมามองอีกคนที่นั่งหน้าเสียแม้แต่หางตา
คิดว่าเราจะดีกันแล้วเสียอีก แต่ก็อย่างว่าถ้ามันดีกันง่ายขนาดนั้นคงดีกันตั้งแต่วันแรกที่เข้าหอแล้ว ไม่ปล่อยให้เวลาล่วงเลยมาเป็นเดือนแบบนี้
มาก่อนยัดแอปเปิลชิ้นที่ต้องการจะป้อนคนโปรดเอาปากอย่างเซ็ง ๆ ทำปากขมุบขมิบล้อเลียนอีกฝ่ายลับหลัง
คิดจะเชื่อฟังกันแค่ตอนที่อยู่บนเตียงหรือไงวะ!!!!?
...
วันออกเดินทาง
กระเป๋าสะพายหลังเหมาะสำหรับการเดินป่าเพราะกันน้ำกันฝนและทนทาน ทั้งยังจุของจำเป็นได้มากโข ก่อนจะถูกโยนใส่หลังรถตู้เดินทางคันสีดำของบ้านวรากุลปรีชาทรัพย์ จอดรอลูกเขยกับลูกชายที่ยืนถกเถียงกันอยู่หลังรถ ทั้งพ่อแม่ของคนโปรด พ่อแม่ของมาก่อนเพียงแค่เงี่ยหูฟัง ไม่มีใครคิดที่จะลงมาห้าม
“เอากางเกงกูไปไว้ไหน!”
“ถังขยะ”
“ไอ้ก่อน!”
“เดินป่าเหี้ยไรเอาขาสั้นไป กลัวยุงไม่มีอะไรแดกหรือไง”
“ไปเอากางเกงมาคืนกู”
คนตัวเล็กกดเสียงต่ำ สายตาขุ่นเคืองไม่พอใจกำลังมองอีกฝ่ายอย่างเอาเป็นเอาตาย ครั้นมาก่อนหยิบเอากางเกงขาสั้นที่ใส่ไว้ในกระเป๋าออกไป ซึ่งไม่รู้ว่าตอนนี้เอาไปซ่อนไว้ตรงไหน
เพราะคนโปรดเป็นคนขี้ร้อนเลยไม่ชอบใส่ขายาวแขนยาวในวันหยุด นอกเสียจากเวลาไปทำงานที่จำเป็นต้องแต่งตัวให้สุภาพ
ส่วนกางเกงขาสั้นที่เอาไปก็แค่จะเอาไปใส่ตอนนอนเท่านั้น อยู่ในเต็นท์ยุงอะไรจะมากัด ถึงมีก็คงไม่เยอะอย่างที่มาก่อนกำลังพูดแน่
ไอ้เวรเอ๊ย! กางเกงไม่ใช่ตัวละบาทสองบาท!!
“อย่ามาทำหูทวนลม ไปเอากางเกงมาคืนกู เดี๋ยว! นี้!” สองคำสุดท้ายคนโปรดเน้นเสียงชัด ๆ เป็นการออกคำสั่ง
แต่มีหรือที่มาก่อนมันจะกลัว ทำลอยหน้าลอยตา มันน่าเตะให้คอหลุดลอยไปด้วยจริง ๆ
“ไม่!”
ร่างสูงพูดจบก็เดินไปขึ้นรถ ยกมือขึ้นปิดหูครั้นอีกคนก่นด่าไล่หลังมาไม่หยุด
“โปรดไม่ไปแล้วนะ ทุกคนไปกันเลย”
คนตัวเล็กเดินมาบอกทุกคนที่อยู่ในรถ พร้อมกับส่งสายตาอาฆาตไปที่มาก่อน ใบหน้าบึ้งตึงสะบัดหนีเตรียมเดินกลับเข้าไปในบ้าน หากให้ไปทั้งที่อารมณ์ไม่ดีอย่างนี้ คงทำให้ทุกคนหมดสนุกแน่ ๆ
แต่ไม่ทันที่จะได้ก้าวเท้าขึ้นบันไดร่างทั้งร่างก็ลอยหวือขึ้นจากพื้น ใบหน้าบึ้งตึงเหลอหลาด้วยความตกใจ โอบแขนรอบลำคอสามีเพราะกลัวตกลงไป เมื่อตั้งสติได้กำปั้นเล็กออกแรงทุบหน้าอกเจ้าของร่างสูงอย่างไม่ยั้งแรง
“ปล่อยกู!”
“รับปากทุกคนแล้วว่าจะไป มาเปลี่ยนใจตอนนี้มันเสียมารยาทไหม? มึงดูดิพ่อแม่กูพ่อแม่มึงหน้าเสียกันหมด” เป็นอย่างที่มาก่อนว่าจริง ๆ หากคนโปรดไม่ไปด้วยทริปนี้ก็คงต้องยกเลิก เพราะจะให้คนแก่ ๆ ไปเดินกันเองสี่คนจะไปสนุกอะไร
“งั้นมึงก็เอากางเกงมาคืนกู”
“กูไม่คืน! มึงจะใส่อะไรขาสั้น พอยุงกัดเดี๋ยวก็บ่นอีก ไม่ชอบให้ตัวมีแผลไม่ใช่หรือไง กูเอาพัดลมตัวเล็กไปแล้ว ไม่ต้องกลัวว่าจะร้อน หรือถ้าไม่พอกูจะนั่งพัดวีให้มึงทั้งคืนเอง”
มาก่อนร่ายยาวจนคนโปรดไม่อยากจะฟัง ทว่าทุกคำกลับชัดเจน หากไม่คิดไปเองไอ้ประโยคยาว ๆ ที่ร่ายมาสรุปสั้น ๆ คงได้ใจความสำคัญว่าเป็นห่วง
“พูดมาก ปล่อย! กูเดินเองได้”
“ก็แค่นี้”
มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กยอมสงบศึกครั้งนี้ แล้วเปลี่ยนใจไปด้วยกันอีกครั้ง ก่อนจะปล่อยให้อีกคนได้ลงเดินไปที่รถ
แม้ไม่ได้หงุดหงิดเท่าตอนแรกแล้ว แต่คิ้วสวยยังคงขมวดมุ่นอย่างคนไม่สบอารมณ์อยู่ดี
ทันทีที่ทุกคนขึ้นมานั่งพร้อมแล้ว ลุงมั่นก็ออกรถเคลื่อนตัวไปตามเส้นทางที่เจ้านายบอกอย่างไม่รีรอ
ภายในรถมีเพลงเปิดคลอเคล้าเบา ๆ ทว่าเป็นเพลงรุ่นพ่อรุ่นแม่ ทั้งมาก่อนและคนโปรดไม่เคยได้ยินมาก่อน ดนตรีราบเรียบแต่กลับสนุกน่าฟัง ไม่ได้เน้นเสียงดนตรีแน่น ๆ อย่างเช่นเพลงสมัยใหม่ ซึ่งมันก็เพราะไปอีกแบบ
“อยู่ด้วยกันมาเดือนกว่าแล้วเป็นยังไงบ้าง ปรับตัวกับบ้านใหม่ได้หรือยัง” จิรพนธ์เอ่ยถามชายหนุ่มทั้งสองคนที่กอดอกหันหน้าไปคนละทาง ความจริงแค่ต้องการทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด มาเที่ยวด้วยกันทั้งทีแต่รู้สึกไม่สนุกเท่าที่ควร
“ก็ดีครับ ไม่ได้รู้สึกแปลกที่เท่าตอนแรกแล้ว” จะบอกว่าเริ่มชินก็ได้ คนโปรดเริ่มคุ้นเคยกับบ้านใหม่มากขึ้น การอยู่ร่วมกับมาก่อนก็ปรับตัวไม่ได้ยากเท่าไร เพราะเคยอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก แม้ว่าช่วงที่เลิกกันไปจะไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว ทว่าความรู้สึกตอนที่ยังอยู่ด้วยกันก็ยังหลงเหลืออยู่บ้าง แม้ช่วงแรกจะอึดอัดใจที่ต้องอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปความรู้สึกพวกนั้นก็เบาบางลง
“แล้วก่อนละ เป็นยังบ้าง ไม่เห็นโทรไปเล่าให้พ่อฟังบ้าง”
“ไม่มีเรื่องอะไรจะเล่าครับ”
มาก่อนตอบปัด ขี้เกียจเล่าเรื่องที่ต้องทะเลาะตบตีกับแม่ทูนหัวตัวดีที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ทุกวัน ไม่อย่างนั้นจิรพนธ์คงถามหาต้นตอการทะเลาะ และได้รู้แน่ว่ามาจากเขาทั้งหมด ฉะนั้นไม่มีความจำเป็นอะไรจะต้องเล่า
ตลอดการเดินทางไม่มีเสียงพูดคุยกันระหว่างคนอายุน้อยทั้งสองคน มีแค่คนสูงอายุที่คุยกันเรื่องสัพเพเหระ มีบ้างที่แวะเวียนมาเอ่ยถามคนโปรดทีมาก่อนที ทั้งสองคนก็ตอบอย่างขอไปที
ความขุ่นเคืองเรื่องกางเกงยังมีอยู่เต็มอก แต่ด่าไปให้ตายยังไงอีกคนก็ทำหน้าตายียวน หูทวนลมใส่อยู่ดี
มาก่อนก็ไม่คิดที่จะขอโทษหรือพูดง้อให้อีกคนรู้สึกดีขึ้น เพราะคิดว่าสิ่งที่ทำไปไม่ได้ผิดอะไร เขาก็แค่หวังดีไม่อยากให้ยุงในป่ากินเลือดไปจนหมดตัวเสียก่อน
กระเป๋าเดินป่าขนาดกลางถูกสะพายขึ้นหลัง เตรียมพร้อมนั่งรถสองแถวต่อไปยังทางเข้าป่าตามจุดที่นัดเอาไว้กับไกด์
ทันทีที่มาถึงใบหน้าที่เคยเรียบตึงก็ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด ความชื้นจากป่าทำให้รู้สึกเย็นผิวกายไม่ได้ร้อนอย่างที่คิด
“เดี๋ยวเราจะเริ่มเดินจากตรงนี้ขึ้นไป จนถึงลำธาร และจะเริ่มกางเต็นท์กันที่นั่น เพราะวันนี้คงมีเวลาไม่พอที่จะขึ้นไปถึงน้ำตกด้านบนครับ”
เนื่องด้วยการเดินทางจากบ้านมาถึงจุดหมายใช้เวลาไปครึ่งค่อนวัน การเดินเท้าในป่าใช้เวลานานกว่าจะไปถึงจุดชมวิวที่เป็นน้ำตกด้านบน เพราะฉะนั้นไกด์จึงเห็นว่าควรหาจุดพักกางเต็นท์กันก่อน พรุ่งนี้ถึงจะเดินต่อขึ้นไป
ป่าที่นี่เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวมาเดินกันบ่อย อีกทั้งยังมีเจ้าหน้าที่คอยดูแล เรื่องความปลอดภัยจึงไม่ค่อยน่าเป็นห่วง
“เอากระเป๋ามา”
เดินมาได้ไม่ทันถึงครึ่งทางหนุ่มร่างสูงที่เดินอยู่หลังสุดเอ่ยขึ้นบอกอีกคนที่อยู่ข้างหน้าตัวเอง ทางขึ้นไปสำธารมีความชันเล็กน้อย แต่ด้วยขนาดตัวของคนโปรดที่ต้องแบกกระเป๋าหนักไว้บนหลังดูแล้วน่าจะลำบาก
คนที่เป็นสุภาพแบบเขาจึงออกตัวช่วยสักหน่อย
“ไม่ต้อง”
“ตัวก็แค่นี้อย่าหยิ่งมากได้ไหม คนเขามีน้ำใจจะช่วยก็ให้ช่วยดิว่ะ”
“แล้วมึงไม่เสือกได้ไหม กูช่วยเหลือตัวเองได้ไม่ต้องสาระแน” เพราะอารมณ์ขุ่นเคืองที่มีต่ออีกคนยังเหลือค้างอยู่ จึงได้แสดงสีหน้าและคำพูดออกไปอย่างไม่คิด ทว่ามาก่อนดูจะไม่ได้สนใจเท่าไรนัก ทั้งยังตอบกลับมาอย่างกวน ๆ
“ปากดีนักนะ เดี๋ยวกูจับจูบซะนี่”
“จูบตีนกูนี่”
“ยื่นตื่นมาสิที่รัก” ว่าพลางยกยิ้มกริ่มราวกับมีความสุขที่ได้แกล้งแมวหยิ่งตรงหน้า
คนโปรดถอนหายใจใส่พลันหัวคิ้วย่นเข้าหากันอย่างคนหัวเสีย เขายื่นเท้าไปให้อีกคนจริง ๆ แต่ไม่ได้ยื่นให้จูบ ยืนไปถีบหน้าขาอีกคนจนกางเกงสีกากีขึ้นสีโคลนเป็นรูปพื้นรองเท้าชัดเจน
“ไอ้โปรด! ตัวนี้แพงนะมึง”
“กางเกงกูก็แพงเหมือนกัน”
ครั้นอีกคนโวยวายเรื่องที่กางเกงราคาแพงเปื้อน คนที่ถูกซ่อนกางเกงก็รีบโต้ตอบกลับไปทันควัน ก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินตามคนอื่น ๆ ให้ทัน เพราะมัวแต่ยืนทะเลาะกับไอ้แฟนเก่าเปรตนี่คนอื่นถึงได้เดินนำกันไปไกลแล้ว
ฝากไว้ก่อนเถอะ! พ่อจะตีก้นให้หายผยองสักที
เสียงน้ำไหลตรงลำธารชัดขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดไกด์ก็พามาถึงจุดที่สามารถกางเต็นท์นอนในค่ำคืนนี้ได้
คนโปรดกับมาก่อนเป็นฝ่ายอาสากางเต็นท์ให้พ่อกับแม่ ส่วนมาก่อนกับคนโปรดต้องจำใจนอนเต็นท์เดียวกัน เพราะมัทนาแม่ของคนโปรดเอาเต็นท์มาแค่สามหลัง พอดีคู่อย่างคิดมาแล้ว ไม่ได้คิดเลยว่าลูกชายกับลูกเขยอยู่ร่วมเต็นท์เดียวกันจะตีกันตายหรือเปล่า
“ยากจังว่ะ!”
มาก่อนสบถออกมาอย่างเหลืออด ครั้นพยายามครั้งแล้วครั้งเล่าเต็นท์ยังไม่สามารถกางให้ออกมาเป็นหลังพร้อมนอนได้สักที และหลังจากนั้นไม่นานก็มีคนใจดีอาสาเข้ามาช่วยด้วยรอยยิ้มพร่างพราย ทำเอาคนโปรดแอบเบะปากมองบนด้วยความหมั่นไส้
ขนาดในป่าในเขายังหว่านเสน่ห์เรี่ยราด เฮอะ! คืนนี้ผีป่านางไม้ไม่มารุมกันแย่งไปทำผัวหรือไง
...ล้อเล่นนะ ไม่ต้องมาหรอก หรือถ้าจะมาก็ไม่ต้องมาให้เขาเห็น ที่บ่นอุบอิบในใจเมื่อกี้ก็แค่เย้าเล่นเท่านั้น คิดได้อย่างนั้นก็ยกมือขึ้นตบปากตัวเองก่อนจะโยนมันทิ้งไป ทั้งที่ยังไม่ได้พูดด้วยซ้ำ
คนกลัวผีขึ้นสมองแต่กลับคิดถึงผีตอนอยู่ในป่าแบบนี้เนี่ยนะ
บ้าไปแล้วแน่ ๆ คนโปรด!
“ขอบคุณนะครับ ถ้าไม่ได้คุณหลิวผมต้องแย่แน่ อุตส่าห์เสนอตัวเป็นคนกางเต็นท์ให้พ่อกับแม่ แต่กลับทำไม่เป็นซะงั้น”
คนพูดเอ่ยขอบคุณทั้งยังหัวเราะคิกคัก เช่นเดียวกับคนฟังที่ยกยิ้มขำให้ชายที่เพิ่งรู้จักเมื่อครู่นี้ ระหว่างที่ช่วยกันกางเต็นท์ก็ถือโอกาสแนะนำตัวไปด้วย
หลิวหยางเป็นไกด์ที่ปิติภัทรติดต่อไปด้วยตัวเอง แม้ดูจะตัวเล็กน่าทะนุถนอมมากกว่าจะมาเดินป่าแบบนี้ ทว่าความรู้และความชอบก็ทำให้เขาคนนี้สามารถทำอาชีพนี้ได้อย่างไม่นึกหวั่น แถมยังเอาตัวรอดเก่งอย่างน่าเหลือเชื่อ คำบอกกล่าวต่อ ๆ กันทำให้ปิติภัทรเลือกไกด์คนนี้อย่างไม่ลังเล
พ่อถูกใจ ลูกจึงถูกลืม นั่นเพราะปิติภัทรไม่เคยรู้ว่าลูกชายตัวเองมีปัญหานี้กับลูกเขย จึงไม่ได้คิดอะไรให้ปวดหัวมากนัก
เพิ่งจะมาสังเกตเห็นสีหน้าบอกบุญไม่รับของคนโปรดถึงพอจะรับรู้รังสีอาฆาตบางอย่างยามที่มองไปยังมาก่อน
คิดผิดแล้วสิที่เลือกคนน่ารักมาเป็นไกด์..
คำก่นด่านับร้อยประโยคปะทุอยู่ในอกเล็ก ให้ตายเถอะ อยู่ในเมืองก็เจอไอ้ผัวเก่าเวรนี่เที่ยวผับมั่วหญิงชงเหล้าถ่ายคลิปส่งมาโชว์ พอเข้าป่ายังจะต้องมาเห็นภาพน่ารำคาญตา ระคายหูแบบนี้อีก
เมื่อเดือนที่แล้วช่วงที่ย้ายเขามาอยู่ด้วยกันใหม่ ๆ คนโปรดรู้สึกว่าตัวเองสามารถเพิกเฉยกับอะไรพวกนี้ได้ง่าย ไม่ให้ความสนใจเสียก็จบเรื่อง แต่ทว่าหลายวันที่ผ่านมา หรือนับตั้งแต่ตอนที่ได้ไปเห็นสามีตัวเองนั่งกะหนุงกะหนิงกับหญิงสาวคนอื่นในผับก็เริ่มขุ่นเคืองจนเก็บอาการไว้ไม่อยู่ ตั้งแต่นั้นก็มักจะหงุดหงิดง่ายขึ้นจนนึกรำคาญตัวเอง
จะมาตกม้าตายเพราะหลุมที่อีกคนตั้งใจขุดไว้ให้เขาเดินไปตกไม่ได้ ทั้งที่รับรู้อยู่แล้วว่ามาก่อนต้องการยั่วโมโหเขา แม้จะไม่รู้ว่าทำไปเพื่ออะไรก็ตาม
หลังจากเก็บของเข้าเต็นท์เสร็จเรียบร้อยทุกคนก็พากันไปล้างเนื้อล้างตัวที่ธารน้ำใกล้ ๆ ก่อนจะกลับมานั่งล้อมวงก่อไฟ และเริ่มแจกจ่ายอาหารเพื่อแบ่งกันกิน
เสียงพูดคุย เสียงหัวเราะของคนสูงวัยทั้งสี่รวมถึงไกด์ที่ทำหน้าที่เป็นคนนำเล่าเรื่อง ทำให้บรรยากาศรอบตัวไม่วังเวงมากนัก ถึงอย่างนั้นคนโปรดก็ยังไม่ชอบอยู่ดี เพราะไม่ว่ามองไปทางไหนเขาก็รับรู้ได้ว่ามันคือป่า และแสงโดยรอบก็น้อยลงจนเริ่มจะมองอะไรไม่เห็น มีเพียงกองไฟตรงกลางที่ส่องสว่างมากที่สุดในตอนนี้
มื้อเย็นในป่าไม่ได้อร่อยอย่างที่คิดไว้ เพราะมัวแต่หวาดระแวง คอยสอดส่องสายตาไปรอบ ๆ จนมาก่อนสังเกตได้
ซึ่งเจ้าตัวรู้อยู่แล้วว่าคนโปรดกลัวผีเป็นที่สุด แม้ว่าตอนนอนจะชอบปิดไฟเพราะแสบตา นั่นเพราะคนโปรดเคยบอกกับเขาว่าถ้าอยู่ในห้องนอนจะไม่กลัวเท่าไร
ถ้าจะให้เปรียบเทียบความกลัวละก็คนโปรดสามารถเข้าไปหานักเลงร่างกำยำเป็นสิบคนได้ เพื่อหนีผี
กลัวถึงขนาดนั้นเลยละ...
----- โปรดอย่าหย่าก่อน -----
Talk Talk
เนี่ยยยย ขนาดเข้าป่ายังปากดีกันทั้งคู่ แล้วคนโปรดลูกแม่เก็บอาการหน่อยลูกเดี๋ยวคนเขาดูออกหมดว่าหนูหึง ใกล้จะครึ่งแล้วยังไม่มีตอนไหนที่ไม่ทะเลาะกันเลยคุณน้า5555555555555555
ปัจฉิมบททำบุญร่วมชาติตักบาตรร่วมขัน“ที่รัก ขนมมาแล้วครับ”หลังจากเคลียร์ใจกันไปเมื่อคืนนี้เช้ามาคนเป็นสามีก็เอาอกเอาใจหนักกว่าเดิม ลงมือทำอาหารเช้าด้วยตัวเอง โดยให้แม่บ้านสาวสองคนคอยช่วยสอนทานมื้อเช้าเสร็จมาก่อนก็อุ้มภรรยามานั่งดูหนังในห้องนั่งเล่น เข้าไปเอาของกินเล่นมาให้ พร้อมน้ำผลไม้ที่คนโปรดชอบดื่มเป็นประจำทั้งที่โซฟาก็ตัวใหญ่มีที่ว่างมากพอให้นั่งได้ถึงสามสี่คน ทว่ามาก่อนกลับเลือกนั่งลงบนพื้นพรมด้านล่าง คอยหยิบขนมป้อนให้คนโปรด“กูกินเองได้น่ะก่อน ไม่ต้องป้อนหรอก”“อยากป้อน อ้าปากเร็ว อา~” ว่างพลางทำเสียงคล้ายกับหลอกล่อเด็กน้อยคนโปรดถอนหายใจอย่างเอือม ๆ กระนั้นก็อ้าปากรับขนมเข้าปาก“อร่อยไหม”“อือ”“อร่อยก็กินเยอะ ๆ”ขนมชิ้นแล้วชิ้นเล่าถูกป้อนให้คนโปรดจนหมดจาน ไม่มีเข้าปากตัวเองสักชิ้น แค่เห็นภรรยาตัวเองกินได้ก็อิ่มอกอิ่มใจมากแล้ว“ก่อน”“ครับ?”“ขึ้นมานั่งด้วยกันสิ”“ไม่เป็นไร”“ขึ้นมา”ครั้นคนโปรดเริ่มเสียงแข็งมาก่อนก็ไม่อาจขัดได้ รีบลุกขึ้นไปนั่งข้าง ๆ คนตัวเล็กขยับกายเข้ามาชิด กอดแขนแกร่งพร้อมซบไหล่กว้าง ความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย รวมไปถึงความสบายใจของการได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ม
24อย่าเลิกกันเป็นครั้งที่สอง“กินส้มไหมก่อนปอกให้”“...”มาก่อนนั่งอยู่บนพื้นพรมปอกส้มให้คนรักโดยไม่รอฟังคำตอบ ตั้งแต่ออกมาจากโรงพยาบาลคนโปรดก็ยังไม่คุยกับมาก่อนสักคำนี่ก็เข้าวันที่สามแล้ว มีแต่มาก่อนที่พูดเองเออเองคอยทำนู่นทำนี่ให้ทั้งที่ไม่ได้ขอ“อ้าปากเร็วครับ” ว่าพลางยื่นส้มไปจ่อที่ปากครั้นคนโปรดยอมอ้าปากกินส้มที่เขาปอกไปเท่านี้ก็พอใจแล้ว แม้ว่าตลอดหลายวันนับตั้งแต่ที่คนโปรดฟื้นขึ้นมาจะยังไม่พูดด้วยสักคำ มาก่อนก็ยังไม่นึกถอดใจ อีกทั้งยังเอาใจมากกว่าเดิม อาจจะน้อยใจบ้างแต่ไม่นานก็หายไปเอง ตอนนี้เขาอาจจะกำลังเรียนรู้สิ่งที่คนโปรดเคยเจออยู่ เพราะฉะนั้นเขาจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาดมาก่อนยังคงทำหน้าที่ป้อนผลไม้เข้าปากคนรัก ปล่อยให้คนโปรดนั่งดูหนังเฉย ๆ ไม่ต้องขยับตัวเยอะ แม้ว่าทุกอย่างจะดีหมดแล้ว แต่ขาข้างที่หักยังต้องใส่เฝือกอยู่ ช่วงนี้คนโปรดเลยนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่ที่บ้านไม่ได้ไปทำงาน ทว่าไม่วายยังวานให้เลขาเอาเอกสารมาให้ตรวจถึงที่บ้าน คนติดงานอย่างคนโปรดหากให้อยู่เฉย ๆ ก็คงรู้สึกเบื่ออยู่ไม่น้อย“ที่รักเมื่อยไหม เดี๋ยวก่อนนวดให้”หลังจากป้อนส้มหมดไปสองลูก ก็เริ่มหาอย่างอื่นทำ คนโปรดละสายตาจ
23หมาหัวเน่าตัวนี้มันรักเธอชายหนุ่มนำผ้าขนหนูผืนเล็กบิดน้ำพอหมาดเช็ดไปตามเนื้อตามตัวคนที่ยังคงนอนหลับสนิทไม่รู้สึกตัวมาตลอดสองอาทิตย์ แม้กระทั่งหมอเองก็ยังนึกแปลกใจที่คนโปรดไม่ฟื้นขึ้นมาทั้งที่บาดแผลภายนอกหายดีหมดแล้วมาก่อนทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิมข้างเตียง กุมมือเล็กขึ้นมาจูบซ้ำ ๆ อย่างที่ทำอยู่ทุกวัน แม้ว่าหลายวันมานี้จะเริ่มเข้มแข็งขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังแอบน้ำตาซึมไม่หายทว่าฝ่ามือกลับรู้สึกได้ถึงนิ้วที่กระดิกขยับไปมา หลังจากที่นอนนิ่งไม่ตอบสนองมาหลายวัน ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้นดีใจระคนตกใจในที่สุดคนโปรดก็ลืมตาแล้ว“โปรด..” น้ำเสียงสั่นเครือเอ่ยเรียกคนรัก พลางวางมือลงบนกลุ่มผมนุ่มดวงตาปรือปรอยเหลือบมองมาก่อนค้างอยู่อย่างนั้นไม่ได้หลบสายตาหนีทว่าไม่พูดไม่อะไรออกมาสักคำ มาก่อนกดปุ่มข้างเตียงเรียกหมอหลังจากตรวจอาการเสร็จเรียบร้อยได้ข้อสรุปว่าทุกอย่างปกติดีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นภายนอกกรือภายใน รอพักฟื้นอีกสองสามวันก็สามารถกลับบ้านได้มาก่อนไม่ลืมที่จะแจ้งข่าวไปให้ผู้ใหญ่ทราบทั้งพ่อแม่คนโปรด และพ่อแม่ของตัวเอง หลังจากนั้นทุกคนก็มาถึงพร้อม ๆ กันรวมถึงวิเวียนที่แวะมาเยี่ยมพอด
22คำที่ไม่เคยได้พูดไปตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมามาก่อนยังคงเอาแต่นั่งอยู่ข้างเตียงผู้ป่วย แทบจะไม่หลับไม่นอน ใต้ตาดำคล้ำอย่างเห็นได้ชัด ครั้นภายในห้องตกอยู่ในความเงียบก็พลันน้ำตารื้นขึ้นมาอีกครั้ง จนบางครั้งก็อดตำหนิตัวเองไม่ได้ที่อ่อนแอแบบนี้มาก่อนกุมมือเล็กเอาไว้ยกขึ้นแนบใบหน้าตนเอง ดวงตาแดงก่ำจดจ้องไปยังใบหน้าคนรักแทบจะตลอดเวลา หากคนโปรดตื่นมาจะได้เจอเขาเป็นคนแรก แม้ไม่รู้ว่าจะอยากเห็นหน้าผู้ชายเลว ๆ คนนี้อยู่หรือเปล่าหากนึกย้อนไปเมื่อวันเกิดอุบัติเหตุ มาก่อนเกือบขาดใจตายไปหน้าห้องฉุกเฉินแล้วแท้ ๆ เพราะคำบอกกล่าวของหมอ แต่เหมือนฟ้าจะยังเห็นใจคนรักห่วย ๆ อย่างเขาอยู่บ้าง เพราะคนที่เสียชีวิตไม่ใช่คนโปรด แต่เป็นอีกคนที่เกิดอุบัติเหตุมาพร้อมกัน เพียงแค่ชื่อเหมือนกันก็เท่านั้นส่วนคนโปรดก็มีอาการบาดเจ็บตามร่างกายที่มองเห็นได้ภายนอกอีกทั้งขาข้างขวาหักทว่าได้ทำการใส่เฝือกไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนภายในโชคดีที่ไม่ได้เป็นอะไรมาก ด้วยแรงกระทบกระเทือนบริเวณศีรษะทำให้คนโปรดหมดสติ ซึ่งหมอก็ให้คำตอบไม่ได้ว่าจะฟื้นตอนไหน แม้ว่าภายนอกจะดูปกติดีแล้วก็ตาม“โปรด.. ไปวิ่งเล่นอยู่ที่ไหน กลับมาหาก่อนได้แล้ว
21เรื่องราวในอดีต4 ปีที่แล้วเด็กหนุ่มวัยยี่สิบสองปีนั่งหน้าบึงตึ้งกำมือถือแน่นด้วยความโกรธ สามชั่วโมงแล้วที่เขาพยายามติดต่อหาคนรัก ทว่าอีกคนไม่รับอีกทั้งยังปิดเครื่องหายไปเพื่อนสนิทของมาก่อนที่คนโปรดพอจะรู้จักก็โทรไปแล้วแต่ก็ไม่มีใครสักคนที่จะรับสายเช่นกันเมื่อช่วงสายของวันหลังจากเลิกเรียนแล้วคนโปรดไปรอมาก่อนที่หน้าคณะบริหาร ไม่นานนักอีกคนก็หัวเราะร่ามากับกลุ่มเพื่อน แทบจะไม่ได้มองด้วยซ้ำว่าเขานั่งรออยู่ตรงนี้“ก่อน!” ร่างเล็กลุกขึ้นเดินเข้าไปหาพลางยกยิ้มให้น้อย ๆ“อ้าวโปรด มารอนานยังทำไมไม่ส่งข้อความไปบอกก่อน”“โปรดส่งไปแล้วนะ”“อ่า.. เหรอ สงสัยก่อนไม่ได้ยิน ขอโทษนะ”มาก่อนหัวเราะแห้ง ๆ ครั้นตัวเองเป็นฝ่ายที่ไม่ได้หยิบมือถือขึ้นมาดู เพราะมันแต่คุยกับเพื่อนเรื่องปาร์ตี้งานวันเกิดพี่บาสคืนนี้“ไม่เป็นไร”“จริงสิ เดี๋ยวคืนนี้ก่อนไปงานวันเกิดพี่บาสนะ”“อีกแล้วเหรอ?” คำถามของคนโปรดทำเอาเพื่อน ๆ ในกลุ่มมองหน้ากันอย่างเลิ่กลั่ก เพราะรู้ดีว่ามาก่อนแทบอยู่ไม่ติดห้อง เอะอะก็ไปร้านพี่บาสราวกับเป็นบ้านหลังที่สอง“วันนี้วันเกิดพี่บาส ก่อนรับปากไว้แล้วว่าจะไปเลยไม่อยากผิดคำพูด”“เดี๋ยวนี้ก่อน
20ความเจ็บปวดที่ไม่เคยชินชาหนึ่งอาทิตย์ในประเทศฝรั่งเศสมาก่อนรู้สึกมีความสุขมากเป็นพิเศษ เพราะเขากับคนโปรดได้เที่ยวเล่นด้วยกันโดยไร้ซึ่งปากเสียง อีกทั้งยังยิ้มและหัวเราะให้เขามากขึ้น เหมือนตอนยังเป็นแฟนกันไม่มีผิดคนโปรดพาไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ตอนกลางวันเดินชมศิลปะภาพวาด เดินเล่นกันจนถึงตะวันลาลับฟ้าพร้อมชมความสวยงามของพิระมิดแก้วในตอนกลางคืน ความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินมาทั้งวันหายเป็นปลิดทิ้ง ได้ยืนเคียงข้างคนที่ตัวรักท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกมันดีเกินบรรยายมาก่อนได้ถ่ายภาพเก็บไว้ จนเต็มเครื่อง ส่วนใหญ่แล้วเป็นรูปตอนเผลอของคนโปรดเสียมากกว่า ทั้งยังแอบตั้งไว้เป็นรูปล็อกหน้าจออย่างถือวิสาสะไม่ให้เจ้าตัวรู้อีกต่างหาก“เพิ่งกลับมาถึงบ้านมึงก็จะไปทำงานเลยหรือไง?”“แค่จะแวะเข้าไปดูสักหน่อย ไม่อยู่ตั้งหลายวัน”“ไม่มีมึงคนเดียวอีกสักวันไม่เจ๊งหรอกโปรด พ่อมึงก็อยู่ พักอีกอีกสักวันเถอะนะ”เก็บกระเป๋าเข้าที่เสร็จแล้วมาก่อนก็เข้ามานั่งเล่นอยู่ที่ห้องคนโปรด ทว่าคนบ้างานจะเข้าบริษัททั้งที่เพิ่งกลับมาถึงแท้ ๆ ร่างกายไม่เหน็ดเหนื่อยหรือรู้สึกอยากพักผ่อนบ้างหรือยังไงกันคนโปรดมองคนที่นั่งอยู่ปล







