로그인" นายติดธุระอะไรหรือเปล่า ถ้าว่างพี่จะขอให้นายมาอยู่เป็นเพื่อนเอเนร่าหน่อย พอดีว่ามีงานเร่งด่วนคิดว่าน่าจะเลิกดึกกว่าวันนี้ สะดวกไหมบรู๊คลิน" วินเอ่ยถาม เขาต้องการขอความช่วยเหลือจากเพื่อนรุ่นน้องที่เขารักและเชื่อใจ เขาไม่อยากปล่อยเอเนร่าไว้ที่บ้านเพียงลำพัง
เพราะเมื่อสองเดือนก่อนเขาต้องไปทำงานที่ต่างจังหวัดสองวัน จึงต้องปล่อยให้ลูกสาวอยู่บ้านคนเดียวแต่เขาก็ไม่ได้วางใจไว้วานให้ลูกน้องคนสนิทแวะมาดู จึงได้รู้ว่ามีกลุ่มเด็กวัยรุ่นอายุไม่น่าถึงยี่สิบปีประมาณสามคนมาเดินป้วนเปี้ยนที่หน้ามาถึงสองครั้ง และพยายามจะปีนรั้วบ้าน ด้วยความฉลาดและไหวพริบดีของลูกน้องอ้างตัวว่าเป็นตำรวจสายตรวจเดินเข้าไปสอบถาม เด็กกลุ่มนั้นจึงตกใจกลัวและวิ่งหนีไป
"ว่างสิคะ คุณอาบอกหนูแล้ว พ่อไม่ต้องห่วงนะคะ" เอเนร่าชิงตอบก่อน
"งั้นเหรอบรู๊ค" วินถามย้ำอีกรอบเพื่อความแน่ใจ
"ครับ ผมว่างพอดี งั้นผมขอตัวเลยนะครับพอดีมีนัด" บรู๊คลินรีบตัดบทก่อนจะเดินออกจากบ้านไป ขืนอยู่ต่อไปเขาอาจจะจับลูกสาวเพื่อนรักปล้ำต่อหน้าพ่อ
เอเนร่าตั้งใจจะเดินไปส่ง แต่บรู๊คลินออกจากบ้านไปที่รถอย่างรวดเร็วเธอจึงยืนมองที่หน้าประตูบ้านด้วยความสงสารและรู้สึกสนุกที่ได้แกล้งผู้ชายหน้านิ่งให้เสียอาการได้
เขาเลือกใช้รถบิ๊กไบค์สีดำคันใหญ่เป็นพาหนะเพราะมันสะดวกรวดเร็ว ไม่ต้องอดทนกับการจราจรที่ติดขัดและท้องถนนที่แออัดไปด้วยรถเล็กรถใหญ่
บรู๊คลินเป็นผู้ชายรักสงบสันโดษ ไม่ชอบคนเยอะพลุกพล่าน เขาอยู่กับตัวเองมากกว่าที่จะออกไปเจอผู้คน
บรู๊คลินใช้เวลาเดินทางจากบ้านของนักเรียนจอมยั่วมาถึงคอนโดที่พักของตนเองด้วยเวลาสี่สิบนาที ก่อนออกมาเขาได้โทร.หานานะคนที่เขาคบไว้เรียกใช้งานบนเตียงเท่านั้น ส่วนเรื่องหัวใจและความรู้สึกพิเศษไม่มี เขากับนานะได้ตกลงกันตั้งแต่แรกแล้ว
'นานะชอบบรู๊ค ชอบร่างกายและลีลาของคุณ นานะยอมค่ะ ขอแค่ได้สนุกกับคุณบ่อย ๆ ถ้าคุณอยากก็แค่โทร.มานานะจะไปหาคุณค่ะบรู๊ค'
นี่คือคำพูดของนานะในวันนั้น เขาจำมันได้ดี ตอนนี้เขากำลังรอเธออยู่ที่คอนโดมิเนียมชุดสุดหรู ชีวิตของเขาตั้งแต่ตัดสินใจเดินออกจากพ่อและครอบครัวมาก็ใช้ชีวิตที่ไม่มีกรอบไม่มีกฎ อยากจะทำอะไร จะไปที่ใดก็ไปได้ไม่ต้องบอกไม่ต้องขออนุญาตใคร นาน ๆ ทีที่เขาจะกลับบ้าน นี่ก็เป็นเวลาเกือบสองปีแล้วที่ไม่ได้กลับบ้านเลย
แม่ของเขาเป็นคนไทยเชื้อสายจีน ส่วนพ่อเป็นลูกครึ่งไทยอเมริกา ครอบครัวของเขาเป็นครอบครัวผสมผสานหลายวัฒนธรรม ซึ่งเขาในวัยเด็กยังแอบงงและสงสัยว่าจะไปทิศทางใดดี เดี๋ยวก็ต้องเข้าโบสถ์ทุกสัปดาห์ร้องเพลงอวยพรพระเจ้า พิธีไถ่บาป หรือพอถึงวันไหว้บรรพบุรุษก็ต้องไปกับแม่ พอโตเป็นผู้ใหญ่เขาจึงเลือกไม่นับถือศาสนาอะไรเลยก็ยังไม่รู้ว่าถ้าตายไปจะต้องเผา หรือเอาไปฝัง
นานะมาหาเขาแล้ว เธออยู่ในชุดเดรสกระโปรงรัดรูปสีดำสายเดี่ยวแค่เกี่ยวก็หลุดแล้ว เธอเปิดประตูเข้ามาในห้องของเขาแล้วหันมาส่งยิ้มหวานให้ ในมือของนานะมีถุงกระดาษสีน้ำตาลที่มองก็รู้ได้ทันทีว่ามันเป็นไวน์ยี่ห้อดัง อย่าถามถึงราคาเลยแพงแน่นอน บรู๊คลินแอบสงสัยว่าเธอมีเงินมากมายถึงขนาดซื้อไวน์ราคาแพงแบบนี้ด้วยเหรอ
"รอนานไหมคะบรู๊ค พอดีนานะติดธุระนิดหน่อย"
"ครับ ไม่นานหรอก ผมเพิ่งมาถึงได้สักพักนี่เอง ว่าแต่ถืออะไรมาด้วยเหรอ" บรู๊คลินแสร้งถามถึงของที่อยู่ในมือนานะ ด้วยความสนใจ
"ไวน์น่ะค่ะ พอดีลูกค้าของนานะซื้อมาเยอะ เขาเลยแบ่งให้นานะขวดหนึ่ง" บรู๊คลินไม่สงสัยเลยว่า ลูกค้า
ที่นานะหมายถึงคือ วิน"ดีเลย ลูกค้าคุณใจดีจังเลยนะ"
นานะวางถุงขวดไวน์ไว้ที่โต๊ะก่อนจะเดินเข้าครัวไปหยิบแก้วไวน์มาสองใบก่อนจะเดินมาหาบรู๊คลินเธอเดินไปกดปิดไฟทุกดวงในห้องเปิดเพียงโคมไฟให้แสงสลัว เพื่อสร้างบรรยากาศให้โรแมนติกพร้อมเปิดเพลงคลอเบา ๆ
"ทำอะไร" บรู๊คลินเอ่ยถามด้วยความสงสัยและสนใจ
"แค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศนิดหน่อยค่ะบรู๊ค ช่วงนี้คุณไม่เรียกนานะมาเลยนะคะ หรือมีของใหม่ที่น่าสนใจกว่านะนาเหรอ" น้ำเสียงที่ถามออกไปทำให้รู้ว่าเธอน้อยใจเขา เธอรู้ดีว่าเขาไม่มีทางไปซื้อกินมั่วซั่วแน่นอนแต่พักหลังมานี้บรู๊คลินไม่โทร.เรียกเธอมาสี่ห้าวันแล้ว ปกติเขาจะเรียกเธอมาหาแทบทุกวัน
"ผมรับงานเทรนเนอร์สอนโยคะเด็กน่ะ ช่วงนี้เลยไม่ค่อยว่างเท่าไหร่นัก"
"เหรอคะ เหนื่อยแย่เลย ทำไมสุดหล่อของนานะขยันจัง"
นานะเดินเข้าไปหาบรู๊คลินที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ค่อย ๆ อ้อมไปอยู่ด้านหลังของเขาแล้วใช้มือวางที่บ่าแข็งแรงลงมือนวดผ่อนคลายให้บรู๊คลิน เขาหลับตาพริ้ม เคลิบเคลิ้มไปกับสิ่งที่นานะปรนเปรอให้ เธอเป็นผู้หญิงเอาใจเก่งรู้งานว่าต้องปฏิบัติตัวอย่างไร ทำให้ผู้ชายที่อยู่ด้วยไม่รู้สึกเบื่อหน่าย กลับชอบและสนุกไปกับเธอ บรู๊คลินพอรู้ว่าเธอทำงานที่โรงแรมระดับห้าดาวแห่งหนึ่งใจกลางเมืองหลวงและรับงานพิธีกรต่าง ๆ ตามงานอีเว้นท์ใหญ่
"ถอดเสื้อนะคะ" กระซิบบอกข้างหูก่อนจะค่อย ๆ ถอดเสื้อให้เขา
วันนั้นเราบังเอิญเดินชนกันตรงมุมตึกสำนักงาน เป็นครั้งแรกที่ผมได้มองใบหน้าสดใสชัด ๆ และได้สัมผัสเรือนร่างนุ่มนิ่มของเธอ เธอน่ารักน่ามองไปเสียทุกส่วน แถมกลิ่นกายยังหอมกรุ่นจนใจผมแอบคิดอยากก้มลงไปสูดดมใกล้ ๆ“ขอโทษทีครับ เจ็บตรงไหนมั้ยครับ”“เอ่อ ไม่เป็นไรค่ะ”เธอทำท่าจะเดินจากไป แต่ผมรอช้าไม่ได้ ต้องหารับมือเพื่อรั้งเธอไว้ก่อน“เดี๋ยวก่อนครับ เราเคยเจอกันมาก่อนมั้ย คุณทำงานที่ตึกนี้เหรอครับ”“ใช่ค่ะ ทำงานที่นี่” เธอชะงักทักทาย สายตาคู่โตมองหน้าผมนิ่งอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะประหม่าจนต้องหลบสายตาไปทางอื่น“ผมก็ทำงานที่นี่เหมือนกันครับ ผมชื่อวินนะ คุณชื่ออะไรเหรอครับ”“นิรดาค่ะ... คงต้องขอตัวก่อนนะคะ”“เรา... พอจะมีโอกาสได้เจอกันอีกมั้ยครับ”........ ร่างบางเดินหายเข้าไปในตึก ทิ้งให้ผมยืนอยู่อย่างคนไม่รู้อะไรเลย นอกจากชื่อของเธอ... นิรดาเธอทำงานอยู่แผนกไหนกันแน่? ผมเฝ้าหาข้อมูลจนสืบรู้มาว่าเธอเป็นพนักงานธนาคารอยู่ชั้นสาม หลังจากนั้น เราสองคนก็ได้เจอกันบ่อยขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาจากความตั้งใจของผมเองที่พยายามพาตัวเองไปวนเวียนใกล้ ๆ เธอ จากได้สบตา ก็เริ่มได้พูดคุย จากทำความรู้จัก ก็เลื่อนสถานะมา
ส่วนคนสุดท้ายเด็กชายฟาร์เดลวัยแปดเดือน ช่วงที่ตั้งท้องคนนี้เธอบอกเลยว่าแพ้ท้องหนักมาก กินอะไรเข้าไปคืออาเจียนออกมาหมด แต่พอถึงเวลาคลอดคุณหมอกลับมาบอกว่าเด็กตัวโต ไม่สามารถคลอดธรรมชาติได้จะต้องผ่าคลอด กว่าจะผ่านพ้นช่วงเวลานั้นมาได้ เล่นเธอขลาดเรื่องการมีลูกไปอีกนานเลย“ตาตามา” เสียงน้องเดมี่เรียกคุณตาวิน พร้อมกับชี้มือไปหน้าบ้าน จนทุกคนในบ้านต้องมองตามวินกับภรรยามาเยี่ยมหลาน ๆ นั่นเอง นิรดาเองก็เพิ่งคลอดลูกสาวได้ไม่นาน หลังจากที่เอเนร่าคลอดน้องฟาร์เดลได้ไม่ถึงสามเดือน วินก็ส่งข่าวมาบอกว่าแม่เลี้ยงคลอดน้องแล้วนะ ลูกสาวของนิรดากับวินมีชื่อว่าน้องญาดา น่ารักน่าชังเหมือนแม่มาก เป็นน้องสาวที่ห่างกับเธอยี่สิบเก้าปีเลย“สวัสดีค่ะพ่อ สวัสดีค่ะพี่นิ่ม นึกว่าจะมาวันอาทิตย์ นี่นั่งเครื่องมาไม่บอกหนูเหรอคะพ่อ”“คุณวินคิดถึงหลาน ๆ ค่ะ อยากจะมาตั้งแต่วันจันทร์ที่แล้วอีกค่ะ แต่งานไม่เสร็จจึงต้องมาวันศุกร์แทน”“เจ้าอ้วนของตา โอ้ ตาอุ้มหนูไม่ไหวแล้วนะเนี่ย” คุณตาวินเดินไปหอมแก้มหลานสาวทั้งสองคนก่อนจะรับร่างหลานชายมาอุ้ม“ซื้ออะไรมาเยอะแยะครับพี่”“ของฝากจากกรุงเทพฯ น่ะ นี่เหล้าอิตาลีเชียวนะได้มาจากลูก
น้องชายทั้งสองของเอเนร่าถูกเชิญมานำขบวนถือแหวนให้พี่สาวและช่อดอกไม้ และแน่นอนว่าเพื่อนเจ้าสาวจะเป็นใครไม่ได้เลยนอกจากกุ๊บกิ๊บเพื่อนสนิทสาวที่รู้ใจเอเนร่าที่สุด ขณะที่เจ้าสาวกำลังเดินผ่านแขกเหรื่อนั้นเธอหันไปสบตากับอริส แม่ส่งยิ้มอบอุ่นมาให้ มันทำให้เธอน้ำตาคลอ ใบหน้าของบรู๊คลินเปื้อนยิ้มขณะมองมาที่หญิงสาว เขาในลุคนี้ดูหล่อเท่กว่าทุกวัน ทรงผมที่ถูกจัดแต่งมาอย่างเนี๊ยบเอเนร่าไม่เคยเห็นเขาในลุคนี้มาก่อน และนั้นคงจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอกับเขาต้องรู้จักกันมากขึ้น บรู๊คลินยื่นมือออกมารอรับ วินจับมือของลูกสาวไปวางทาบทับบนฝ่ามือใหญ่ ไม่มีใครพูดอะไรออกมามีเพียงรอยยิ้มเท่านั้น“นางสาวเอเนร่า สุขภักดี คุณจะรับนายบรู๊คลิน ลีเบิร์นเนอร์เป็นสามีของคุณหรือไม่” บาทหลวงถาม“รับค่ะ”“คุณบรู๊คลิน คุณจะรับนางสาวเอเนร่า สุขภักดีเป็นภรรยาของคุณหรือไม่” “รับครับ”“ข้าพเจ้าเอเนร่า สุขภักดีขอรับบรู๊คลิน ลีเบิร์นเนอร์เป็นสามี และขอสัญญาว่าจะถือความซื่อสัตย์ต่อคุณในยามสุขและยามทุกข์ ทั้งในเวลาป่วยและเวลาสบายเพื่อรักแลยกย่องให้เกียรติคุณจนกว่าชีวิตจะหาไม่” เอเนร่ากล่าวคำปฏิญาณ“ข้าพเจ้าบรู๊คลิน
“Yes or no” เขาถามย้ำอีกครั้ง“นี่มันเป็นวันเกิดฉันนะ” เอเนร่าสวนกลับไปทันที “ผมอยากเป็นของขวัญวันเกิดให้คุณ แต่งงานกับผมนะครับ” เขาพูดพร้อมทรุดกายนั่งคุกเข่ากับพื้นและหยิบกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มออกมาจากกระเป๋าเสื้อด้านใน แหวนเพชรเม็ดงามวงใหญ่กว่าที่เธอสวมอยู่“ทุกคนรู้เรื่องอยู่แล้วใช่ไหมค่ะ พ่อรู้ใช่ไหม” เอเนร่ายังเล่นตัวไม่ยอมตอบคำถามของบรู๊คลิน และหันไปจี้ถามทั้งสามคน นิรดาหลบตาเธอคนแรก นั่งหมายความว่าทุกคนรู้เรื่องหมดยกเว้นเธอ“พ่อรู้นิดเดียว บรู๊คบอกจะเซอร์ไพส์ลูก พ่อรู้แค่นั้น” “ใช่ฉันก็รู้แค่นั้น เพราะคุณอาบรู๊คไม่ยอมบอกอะไรเลย” กุ๊บกิ๊บรีบออกตัว“พี่ก็รู้เท่าที่คุณวินรู้แหละค่ะ” นิรดาตอบบ้าง“ผมวางแผนเองคนเดียวเลย หันมาตอบคำถามผมก่อน เร็ว!” บรู๊คลินรับผิดก่อนจะรบเร้าให้เอเนร่าตอบเขาก่อน“ค่ะ ตกลง”“เย้!!! รักคุณที่สุดเลยที่รักของผม วันนี้ผมเรียกพี่ว่าพ่อได้เต็มปากแล้วนะครับพ่อวิน” คำพูดของบรู๊คลินเรียกเสียงหัวเราะให้ทุกคนในบ้าน วันเกิดปีนี้เป็นวันที่สุดพิเศษและมีความสุขที่สุด วินได้เจอผู้หญิงที่รักเขาและเขาก็รักเธอแล้ว นั้นเป็นสิ่งที่เธอหมดห่วงและยอมตกลงแต่งงา
วันเสาร์ เป็นวันที่วินกับนิรดาหยุดงานทำให้ทั้งสองนัดเจอกันเพื่อไปเลือกซื้ออาหารมาจัดงานวันเกิดเล็ก ๆ ให้ลูกสาวสุดที่รัก ก่อนหน้านั้นสองวันวินชวนลูกสาวคุยถึงงานวันเกิดที่จะถึงว่าจะจัดแบบไหน หรือบรู๊คลินอยากพาไปเลี้ยงที่ไหนไหม“แล้วลูกคุยกับบรู๊คหรือยังว่าจะไปที่ไหน” “ไม่ต้องคุยหรอกค่ะพ่อ เราทำอาหารกินภายในครอบครัวเหมือนทุกปีก็พอ”เมื่อได้ยินสิ่งที่เอเนร่าพูดก็พอจะเดาได้ว่าระหว่างสองคนเกิดอะไรขึ้น จึงปล่อยเลยตามเลยเพราะว่าก่อนหน้านั้นหนึ่งเดือนบรู๊คลินยังคุยกับเขาอยู่เลยว่าจะทำเซอร์ไพส์ในงานวันเกิดของเอเนร่า ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติมจึงไม่รู้ว่าบรู๊คลินคิดจะทำอะไรงานวันเกิดปีนี้เอเนร่าไม่ได้เหงาอย่างที่คิด แม้วาในทุกปีจะมีเพียงพ่อกับเธอเท่านั้น แต่ทว่าปีนี้มันพิเศษกว่าทุกปีเพราะว่ามีนิรดา และยังมีกุ๊บกิ๊บมาร่วมงานวันเกิดเธอด้วย และที่สำคัญอริสวิดีโอคอลข้ามประเทศมาอวยพรวันเกิดให้ลูกสาว“สุขสันต์วันเกิดนะลูกรัก แม่ขอให้หนูมีความสุขและ ขอให้หนูประสบความสำเร็จในชีวิตในทุก ๆ เรื่องนะลูก เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต แม่รักลูกนะจ๊ะ” “ขอบคุณค่ะแม่ หนูก็รักแม่ค่ะ”“ส่วนของข
“พ่อยังไม่กลับหรือ” เป็นประโยคแรกที่เขาพูดกับเธอ เอเนร่าลอบถอนหายใจเมื่อทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง“กำลังกลับ” เธอตอบสั้น ๆ เพราะเธอไม่ค่อยจะสบอารมณ์เท่าไรนัก นับวันบรู๊คลินยิ่งดูหล่อเท่และเนี๊ยบตามฉบับนักธุรกิจหนุ่ม มันช่างแตกต่างจากบรู๊คลินคนที่เธอรู้จัก เขาดูดีในชุดสูทรองเท้าหนัง หากเป็นแต่ก่อนคงเห็นภาพเสื้อยืดตัวบางกับกางเกงสปอร์ตขายาวสะพายกระเป๋าใบใหญ่ เขาเดินมาหาและยกมือใหญ่ลูบศีรษะของแฟนสาวอย่างเอ็นดู ก่อนจะโอบรอบเอวหญิงสาวพาเดินเข้าบ้าน“งอนเหรอ……ช่วงนี้ผมงานยุ่งจริง ๆ ผมอยากให้คุณเข้าใจ” เขาพูดขณะทรุดกายนั่งก่อนฉุดร่างเพรียวบางลงไปนั่งตักหนาด้วย“เข้าใจค่ะ เพราะเข้าใจไงคะ ฉันถึงไม่ไปวุ่นวายกับคุณ”“บอกให้ไปอยู่ด้วยกันแต่แรก็ไม่ยอม ผมอยากตื่นเช้ามาเจอหน้าคุณคนแรกก่อนนอนก็อยากเห็นหน้าเมียเป็นคนสุดท้าย” น้ำเสียงเนือย ๆ บ่งบอกว่าเจ้าตัวน้อยใจแต่ปากแข็ง“ไม่ต้องพูดเลย จะให้ฉันทิ้งพ่องั้นเหรอ”“ไม่ใช่ยังงั้นซะหน่อย มีอะไรกินบ้างอะหิวมากเลย หิวจนจะกินคุณได้ทั้งตัวแล้ว” เขาเปลี่ยนเรื่องคุย แล้วแกล้งจู่โจมหญิงสาวด้วยการใช้ปากและจมูกซุกไซร้งาบงับซอกคอ จนคนในอ้อมแขนดิ้นข
“งั้นก็รีบไปแต่งตัวนะลูกแล้วลงมาทานข้าวด้วยกัน”“ค่ะ” เอเนร่าตอบรับก่อนจะก้าวเท้าขึ้นบันไดเธอเหลือบตามองคนที่นั่งอยู่ที่โซฟา เธอยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนเดินขึ้นห้องไปบนโต๊ะอาหารที่มีพาสต้า สเต๊กเนื้อ มันบด และสลัดผักทูน่า ซึ่งเป็นฝีมือของพ่อม่ายลูกติด เอเนร่าเลือกใส่เสื้อคอกว้างโชว์ให้เห็นร่องอกนั่งอยู่ต
“พ่อหาได้เร็วทันใจหนูจังค่ะ แถมยังถูกใจหนูด้วย” ประโยคท้ายเอเนร่าพูดเสียงเบา วินฟังไม่ถนัดว่าลูกสาวพูดอะไรเพราะเอเนร่าหันหลังให้เขาขณะพูด แต่บรู๊คลินได้ยินมันชัดเจน“ลูกรักอยากเรียน พ่อก็ต้องส่งเสริมสิ่งที่ดีและมีประโยชน์กับลูก ไปอาบน้ำแต่งตัวนะลูกจะได้ลงมาทานอาหารกัน ตามสบายนะบรู๊ค”“ครับ” บรู๊คลิ
เอเนร่าจับเสื้อของไมค์ถอดออกทางศีรษะ เมื่อเสื้อหลุดออกจากกายแล้วทั้งคู่ก็ประกบปากจูบกันอย่างดูดดื่มอีกครั้ง มือเรียวลูบไล้ไปทั่วตัวของเธอบีบขยำทรวงอกอิ่มที่ใหญ่โตเกินวัย เขาพยายามจับเธอถอดกางเกงออกแต่เอเนร่าไม่ยอมเธอพลิกตัวหันหลังให้ไมค์ หันหน้าไปหาโทรทัศน์“ดูหนังกันก่อนสิกำลังสนุกเลย” เอเนร่าถ่วง
“ถอดสิ” ไมค์พูดสั้น ๆ พร้อมเอื้อมมือเรียวรูดซิปกระโปรงลงแล้วดึงรั้งชายกระโปรงออกจากขาเรียวยาวกระทั่งหลุดออกจากปลายเท้าที่ฝ่าเท้าขาวอมชมพู เขาอดใจไม่ไหวโน้มหน้าจูบที่แข้งเนียนขาวทำให้เอเนร่าหัวเราะชอบใจในการกระทำของคู่นอน“แต่ชิ้นนี้ต้องถอดด้วยปากนะ” เอเนร่าออดอ้อนเอ่ยขอออกไป เธอรู้ว่าอย่างไรเสียไมค







