LOGINเวย์ปรายสายตามองเพื่อนสนิทที่จู่ ๆ ก็เล่าเรื่องสาววิศวะตาปรอย ก่อนจะเอ่ยตัดบทเสียงขรึม
“ถ้าพวกมึงว่างขนาดมานั่งวิเคราะห์เรื่องผงชูรสหรือนมอัดเม็ด...โน่น วอร์ดผู้ป่วยนอกเปิดแล้ว ไปสแตนด์บายได้แล้วครับ”
พูดจบ พี่หมอซึนก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้าแก้วกาแฟแล้วเดินหนีออกจากห้องพักไปทันที ทิ้งให้เพื่อนทั้งสามหัวเราะไล่หลังอย่างชอบใจ
โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่า...มือหนาที่ซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อกาวน์ กำลังลูบซองนมอัดเม็ดซองหนึ่งเล่นเบา ๆ อย่างไม่รู้ตั
(ตัดภาพมาที่โต๊ะม้าหินอ่อน คณะวิศวกรรมศาสตร์)
“ฮัดเช้ย!”
ข้าวฟ่าง จามออกมาเบา ๆ จนจมูกรั้นขึ้นสีแดงระเรื่อ มือเรียวรีบคว้าทิชชู่มาเช็ดขยิบตาปริบ ๆ “ใครนินทาฟ่างหรือเปล่านะ...”
“ไม่มีใครนินทาหรอกแก มีแต่คนจะชมนางเอกนมอัดเม็ดคนนี้!” มีน เอ่ยขำ ๆ พร้อมกับหันไปตบไหล่ ใบบัว ที่กำลังนั่งกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ “เป็นไงบัว โดนพี่หมอเวย์ดุว่ามุกแป้ก แถมยึดขนมไปต่อหน้าต่อตา ใจเสียไหม?”
“ใจเสียอะไรล่ะยัยมีน ใจฟูสิไม่ว่า!” ใบบัวทุบโต๊ะดังปึก แววตาเป็นประกายวิบวับ “แกคิดดูนะ คนนิ่ง ๆ ดุ ๆ แบบพี่เวย์ ถ้ายัยวาฬเอาไปให้ พี่เขาอาจจะกินเงียบ ๆ แต่ประเด็นคือพี่เขา 'ยอมรับของจากมือฉันจ้า' แถมหาข้ออ้างเรื่องค่าปรับบ้าบออะไรนั่นอีก ปากบอกไม่ขำ...แต่ขนมในมือน่ะคว้าหมับไปหมดห้าซองเลยนะจ๊ะ!”
“เออจริงของแกว่ะบัว” วาฬ ตบมือเห็นด้วย “ปกติพี่เวย์ไม่รับของใครง่าย ๆ นะ ยิ่งผู้หญิงคณะอื่นมาดักเจอคือโดนเดินผ่านเป็นธาตุอากาศตลอด แต่นี่พี่แกยอมต่อปากต่อคำด้วย ถือเป็นนิมิตหมายอันดีงามระดับห้าดาว!”
ใบบัวยืดอก ยิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ “เพราะฉะนั้น ในเมื่อพี่หมอเวย์ชอบปรับ...วันนี้ยัยบัวคนนี้จะยกระดับแผนการ! ยึดนมอัดเม็ดไปห้าซองใช่ไหม...เดี๋ยวเจอแผนขั้นต่อไป!”
มีนหรี่ตามองอย่างนึกสงสัย “แผนอะไรของแกอีกยัยบัว?”
ใบบัวยกนิ้วชี้ขึ้นมากระดิกไปมา พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์สุดแสบตามสไตล์สาววิศวะจอมแสบ
เช้าวันต่อมา ณ ห้องพักแพทย์ คณะแพทยศาสตร์...
บรรยากาศที่ควรจะเงียบสงบและอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความเครียดของตำราแพทย์ กลับถูกทำลายลงด้วยเสียงร้องทักอันตื่นเต้นของหมออาร์ค เจ้าเก่าเจ้าเดิมที่ก้าวขาเข้ามาในห้องเป็นคนแรก
“เฮ้ย ๆ ๆ พวกมึงมาดูนี่ด่วน! ไอ้วัตถุแปลกปลอมสีน้ำเงินนี่มันคืออะไรวะ!”
อาร์คกวักมือเรียกภีมและเรย์ให้พุ่งตัวมาที่หน้าล็อกเกอร์ส่วนตัวของเวย์ สิ่งที่ห้อยเด่นหราอยู่บนลูกบิดประตูตู้เหล็กคือ ‘ถุงผ้าหูรูดสีน้ำเงินเข้ม’ สกรีนลายฟันเฟืองเกียร์วิศวะขนาดใหญ่เบ้อเริ่มชนิดที่ว่ามองเห็นตั้งแต่หน้าประตู และที่สะดุดความสนใจที่สุดคือมันส่งกลิ่นหอมของน้ำหอมกลิ่นแป้งเด็กกระจายไปทั่วบริเวณ
ยังไม่ทันที่ใครจะได้แตะต้อง เจ้าของตู้ตัวจริงอย่าง ‘หมอเวย์’ ในชุดเสื้อกาวน์เรียบร้อยก็เดินหน้านิ่งเข้ามาในห้องพอดี หมอหนุ่มขมวดคิ้วมองถุงผ้าลึกลับตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า
“ของมึงใช่ไหมเวย์? แหม... แบรนด์เนมรุ่นนี้ลิมิเต็ดเอดิชั่นส่งตรงจากตึกเกียร์เลยนะเว้ย” อาร์คแซวยิ้ม ๆ ยื่นมือไปช่วยปลดถุงผ้าส่งให้เพื่อนสนิท
เวย์รับถุงผ้าสีน้ำเงินมาเปิดออกดูด้วยท่าทางสุขุม ทว่าพอเห็นของข้างใน... นัยน์ตาคมหลังกรอบแว่นถึงกับสั่นไหวไปวูบหนึ่ง
สิ่งที่นอนนิ่งอยู่ข้างในคือ ‘นมอัดเม็ดจำนวน 30 ซอง’ ที่ถูกมัดรวมกันเป็นแพ็คหนาเตอะราวกับระเบิดเวลา มาพร้อมกับ ‘น้ำดื่มขวดสีชมพูพาสเทล’ แปะสติกเกอร์เกียร์วิศวะ และสิ่งที่เป็นทีเด็ดที่สุด... คือกระดาษโพสอิทสีชมพูสะท้อนแสงที่แปะหราอยู่ข้างขวด
“ไหน ๆ มีจดหมายรักด้วยเหรอวะ อ่านให้ฟังหน่อยดิ๊!” อาร์คไม่รอช้า ยื่นหน้าเข้ามาร่วมวงทันที
ยิ่งพยายามลบภาพพวกนั้นออกไป ความทรงจำในอดีตกลับยิ่งชัดเจนขึ้นมาเหมือนฉายซ้ำ ภาพวันที่เธอเริ่มตามจีบเวย์ใหม่ๆ ความเขินอายที่เผลอไปสบตากันครั้งแรกในห้องสมุด ภาพบรรยากาศตอนไปออกค่ายอาสาด้วยกัน ที่ที่เธอและเขาได้ใกล้ชิดกันท่ามกลางความลำบากแต่กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นในใจ วันที่เดินจูงมือกันผ่านตลาดนัดเล็กๆ ซื้อของกินข้างทางด้วยกันด้วยเสียงหัวเราะที่สดใสที่สุด...ทุกอย่างมันดูจริงใจเหลือเกินในตอนนั้น มันเคยมีความสุขจนเธอกล้าที่จะฝากชีวิตไว้ในมือของเขาแต่แล้วภาพเหล่านั้นก็ค่อยๆ แตกสลายกลายเป็นเศษเสี้ยว เมื่อความจริงที่เห็นในวันนี้เข้ามาแทนที่ ความสุขแสนหวานในอดีตกลายเป็นตราบาปที่ย้อนกลับมาเยาะเย้ยความโง่เขลาของเธอ บัวสับสนกับภาพที่ตีรวนไปหมดจนกลั้นเสียงสะอื้นไว้ไม่อยู่เสียงสะอื้นที่พยายามกลั้นไว้หลุดออกมาเป็นระยะ สลับกับเสียงพึมพำที่สั่นเครือจากริมฝีปากที่ไร้สีเลือด "เรื่องทั้งหมดนี้มันคืออะไรกันแน่... ไอรินท้องกับพี่เวย์อย่างนั้นเหรอ?" เธอถามตัวเองซ้ำๆ ราวกับคนเสียสติ ความสับสนที่เกาะกินใจทำให้ทุกอย่างรอบตัวดูเลือนราง"ถ้าไอรินท้องกับพี่... แล้วที่ผ่านมา พี่หลอกบัวมาตลอดเลยใช่ไหม?" น้ำตาที
ทว่าเพียงครู่เดียว ไอรินก็ปรับสีหน้าให้ดูน่าสงสาร เธอแสร้งเดินเข้ามาใกล้แล้วเอื้อมมือมาเกาะแขนเวย์ไว้แน่นราวกับคนไม่มีที่ไป "อย่าไล่ไอรินเลยนะคะเวย์...ไอรินไม่มีที่ไปแล้วจริงๆ นะคะ" เวย์มองมือที่เกาะแขนเขาด้วยสายตาที่รังเกียจ ก่อนจะกระชากแขนออกอย่างไม่ใยดี ความอดทนของเขาหมดลงแล้วจริงๆ ในสถานการณ์ตอนนี้ "หน้าด้าน!" เสียงของวาฬตวาดลั่นอีกครั้งด้วยความเหลืออด "แกมันหน้าด้าน! แกทิ้งพี่ฉันไป แล้ววันนี้ยังจะมีหน้ากลับมาทำลายชีวิตเขาอีกเหรอ!" วาฬไม่ปล่อยให้คำพูดเป็นเพียงลมปาก เธอพุ่งเข้าไปกระชากแขนของไอรินจนร่างระหงถลาออกมาจากร่างของเวย์ "แกมันเลวมากที่กลับมาทำลายชีวิตพี่ชายฉัน!"เพี๊ยะ!เสียงฝ่ามือของวาฬที่ฟาดลงบนใบหน้าสวยของไอรินดังสนั่นไปทั่วห้องจนหน้าสะบัดไปตามแรง แรงโกรธแค้นของวาฬทำเอาไอรินถึงกับเซถลาไปกองกับพื้นด้วยความตกตะลึง เวย์มองภาพนั้นด้วยสายตานิ่งสนิทไร้ซึ่งความสงสาร เขาไม่ได้ห้าม ไม่ได้เห็นใจ และไม่ได้เอ่ยปกป้องคนบนพื้นเลยแม้แต่น้อย"ออกไปจากห้องฉัน..." เวย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาและราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ "ไม่อย่างนั้นฉันจะให้ รปภ. มาลากเธอออกไป"สิ้นคำพูดนั้น เวย์ก็หันห
บรรยากาศภายในห้องนอนราวกับถูกแช่แข็ง ความเงียบงันถูกทำลายลงด้วยเสียงสะอื้นของบัวที่ยังคงดังระงมไม่ขาดสาย ร่างเล็กที่ทรุดกองอยู่กับพื้นไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างอีกต่อไป เธอเหมือนคนที่หัวใจแตกสลายไปแล้วจริงๆ ไอรินที่ยังคงอยู่ในอ้อมกอดของเวย์บนเตียงกว้าง แสร้งทำเป็นได้ใจและกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น หวังจะตอกย้ำภาพบาดตาให้บัวเห็นชัดๆ แต่ในวินาทีที่เวย์สัมผัสได้ถึงความสั่นสะท้านจากร่างกายของบัวที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ความอดทนที่เขามีต่อความร้ายกาจของไอรินก็ขาดผึงลงทันที "ปล่อยดิวะ!" เวย์ตะคอกเสียงลั่นด้วยความเดือดดาลที่สุดในชีวิต เขาสลัดร่างไอรินออกอย่างแรงโดยไม่สนใจว่าเธอจะได้รับบาดเจ็บหรือไม่ ก่อนจะรีบถลาลงจากเตียงแล้วก้าวตรงมาหาบัวที่ทรุดกองอยู่กับพื้นทันที มือหนาที่สั่นเทาเอื้อมไปประคองใบหน้าของบัวให้เงยขึ้นมาสบตาเขาอย่างแผ่วเบาที่สุด เวย์มองดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและหยาดน้ำตาด้วยความรู้สึกผิดที่ตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก "บัว บัวครับ...มันไม่ใช่แบบที่บัวเห็นนะ ฟังพี่ก่อนนะครับบัว" เสียงของเวย์สั่นพร่าและแหบโหย ราวกับเขากำลังจะสูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตไปในวินาทีนี้ เว
เมื่อมาถึงหน้าห้อง บัวหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าประตู มือที่สั่นเทาของเธอขยับไปใกล้แผงรหัสผ่านอย่างลังเลใจ วาฬที่เห็นเพื่อนยืนนิ่งสนิทด้วยแววตาที่ว่างเปล่าจึงเอ่ยถามขึ้นเบาๆ "แกพร้อมใช่ไหมบัว...ถ้าเข้าไปแล้วแกเห็น… แกโอเคหรือเปล่า"บัวหันไปมองหน้าวาฬด้วยแววตาสั่นระริก ลมหายใจของเธอติดขัดเหมือนมีก้อนอะไรจุกอยู่ที่คอ เธอพยักหน้าตอบรับเบาๆ เป็นเชิงยืนยัน ก่อนจะตัดสินใจรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีกดรหัสผ่านเข้าห้องพักของคนรัก... ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด... บรรยากาศในห้องที่ควรจะเงียบสงบกลับแฝงไปด้วยความรู้สึกไม่ชอบมาพากลที่บีบคั้นหัวใจ บัวก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามาในห้องโถงกว้าง ทั้งห้องเงียบสนิทจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของตัวเอง แต่แล้วในวินาทีถัดมา ประสาทสัมผัสของบัวก็จับเข้ากับเสียงบางอย่างที่ดังแว่วมาจากห้องนอนของเวย์ มันเป็นเสียงของการเคลื่อนไหวที่ดูไม่ปกติ...บัวยืนนิ่งสนิท มือที่กำเข้าหากันแน่นจนสั่นระริก สายตาจับจ้องไปที่บานประตูห้องนอนที่เปิดอ้าทิ้งไว้เบื้องหน้า เธอรู้ดีว่าสิ่งที่รออยู่ภายในนั้นอาจเป็นสิ่งที่เธอไม่อยากพบเจอที่สุดในชีวิต แต่ความสงสัยและความเจ็บปวดที่ก่อตัวขึ้นลึกๆ ในใจกลับบัง
ไอรินในชุดนอนสายเดี่ยวสีขาวสะอาดตา ทว่าเนื้อผ้าที่บางเฉียบ เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดและรูปร่างเย้ายวนที่ดูจะจงใจเปิดเผยมากกว่าความบังเอิญ ในหัวเขามีแต่คำถามว่าไอรินเข้ามาในห้องนอนของเขาได้ยังไง ความโกรธที่ถูกใครบางคนบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวและจงใจสร้างสถานการณ์เริ่มก่อตัวขึ้นในอก เวย์พยายามสะกดกลั้นอารมณ์พลุ่งพล่านนั้นไว้ เขาไม่ได้เดินเข้าไปหาหรือเข้าใกล้เตียงแม้แต่นิ้วเดียว กลับกัน เขายืนมองภาพนั่นด้วยสายตานิ่งเรียบ พลางพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรง"ไอริน..." เขาเอ่ยชื่อเธอออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาและหนักแน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ แววตาของเขาปราศจากความหวั่นไหว มีเพียงความกดดันที่ถาโถมเข้าใส่หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียง "เธอเข้ามาในห้องนอนฉันได้ยังไง และนี่มันหมายความว่ายังไง" ทันทีที่ไอรินลืมตาขึ้น เธอก็เปล่งเสียงหวานที่แหบพร่าคล้ายคนกำลังจะขาดใจ "เวย์... มาแล้วเหรอคะ" ไม่รอให้เวย์ได้ตั้งตัว หญิงสาวก็โถมตัวเข้าหาเขาอย่างแรงจนร่างสูงเสียหลักไปเล็กน้อย อ้อมแขนเรียวรัดร่างเวย์ไว้แน่นราวกับกลัวว่าเขาจะหายไป"ไอรินคิดถึงเวย์ที่สุดเลยค่ะ" เวย์ชะงักไปครู่หนึ่งด้วยความตกตะลึง ก่อนที่ความรู้สึกผิดต่อบัว
เสียงร้องไห้ฟูมฟายเมื่อครู่เงียบหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แผ่ซ่านไปทั่วห้อง บัวลุกขึ้นยืนด้วยเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด ดวงตากลมโตที่เคยฉ่ำไปด้วยน้ำตาบัดนี้กลับแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความเย็นชา เธอไม่ได้เสียเวลาจัดการคราบน้ำตาบนใบหน้า ปล่อยให้มันแห้งกรังอยู่อย่างนั้นร่างบางในชุดเดรสสีขาวสะอาดตา ชุดเดียวกับที่เวย์เคยชมว่าเธอใส่แล้วดูสวยที่สุด บัดนี้กลับดูหม่นหมองในความรู้สึกของเจ้าของชุด เธอคว้ากุญแจรถที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง มือของเธอยังคงสั่นเทา แต่มันไม่ใช่ความสั่นเพราะความอ่อนแอ หากแต่เป็นแรงขับเคลื่อนที่เกิดจากความอดทนที่มาถึงขีดสุดบัวก้าวเดินออกจากห้องด้วยจังหวะที่มั่นคง แม้หัวใจจะบีบตัวจนแทบขาดใจซ้ำๆ ทุกครั้งที่นึกถึงภาพถ่ายบนหน้าจอ แต่เธอก็ไม่ยอมให้ตัวเองล้มลงกลางทาง"ในเมื่อพี่เลือกที่จะโกหก...บัวก็จะไปหาคำตอบนั้นด้วยตัวเอง" เธอพึมพำกับความว่างเปล่า น้ำเสียงเรียบนิ่งปราศจากความลังเล ทว่า...ในเสี้ยววินาทีที่มือบางกำลังจะเปิดประตูรถ เสียงเรียกอันคุ้นหูก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง"บัว! แกจะไปไหน?"บัวชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปมองก็พบร่างบางที่คุ้นเคย







