로그인“แหม... พ่อเดือนคณะแพทย์ผู้ไร้หัวใจ วันนี้เปลี่ยนจากกาแฟขม ๆ มาเคี้ยวนมอัดเม็ดหวาน ๆ หรอครับเพื่อนเวย์”
เสียงกวนประสาทของ ‘หมออาร์ค’ ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่พุ่งตัวเข้ามาล็อกคอเวย์จากด้านหลัง นัยน์ตาขี้เล่นของเสือปาร์ตี้ประจำกลุ่มจ้องเป้าหมายไปที่ซองนมอัดเม็ดห้าซองที่วางเรียงเด่นหราอยู่บนโต๊ะ
‘หมอภีม’ ชายหนุ่มลุคสุภาพบุรุษนิ่งเงียบเดินตามมาติด ๆ เขานั่งลงฝั่งตรงข้าม ขยับแว่นสายตาเล็กน้อยแล้วลอบยิ้มขำ ส่วน ‘หมอเรย์’ สายติสต์โลกส่วนตัวสูงที่ไม่ค่อยสนใจสิ่งแวดล้อม ก็ยังยอมละสายตาจากไอแพดขึ้นมามองด้วยความอยากรู้
“ของยัยวาฬเอามาให้เหรอ?” เรย์เอ่ยถามเสียงนุ่ม
“เปล่า” เวย์ตอบสั้น ๆ น้ำเสียงเรียบนิ่งตามสไตล์ มือหนายกแก้วอเมริกาโน่ขึ้นจิบราวกับซองขนมตรงหน้าเป็นเพียงอากาศธาตุ
“อ้าว ไม่ใช่ยัยวาฬ แล้วซองนมอัดเม็ดหน้าตาคิ้วท์ ๆ นี่มาจากไหนวะ อย่าบอกนะว่ามึงเดินไปต่อคิวแย่งเด็กประถมซื้อเองที่สหกรณ์?” อาร์คยังไม่เลิกแซว มือไวหยิบขึ้นมาดูซองหนึ่ง “แถมกลิ่นแป้งเด็กหอมฟุ้งติดซองมาเลยนะไอ้เวย์”
“มีเด็กวิศวะเอามาให้
คำตอบเรียบ ๆ ของเวย์ทำให้อาร์คถึงกับตาโต ส่วนเรย์ที่นั่งเงียบ ๆ ถึงกับเลิกคิ้วขึ้นสูง
“เช็ดเข้! เด็กวิศวะ! สาวเสื้อช็อปสีน้ำเงิน ที่อาบน้ำหมอกลิ่นน้ำแป้งเด็กที่ลือกันว่าใจกล้าวิ่งมาดักหน้ามึงเมื่อเช้าน่ะเหรอ!” อาร์คตบโต๊ะดังปัง หัวเราะร่าอย่างชอบใจ
“ที่คณะแพทย์ลือกันให้แซ่ดว่าน้องเขาหยอดมุกเสี่ยวใส่มึงด้วย น้องเขาพูดว่าไงนะ... 'เปลี่ยนมาเคี้ยวบัวแทนก็ได้นะคะ' ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ สะเด็ดมาก! กูนี่อยากกราบหัวใจน้องเขาเลย มีใครในมหาลัยกล้าเล่นมุกนี้กับหมอเวย์หน้าตายปะวะ"
“ไร้สาระ” เวย์เอ่ยเสียงต่ำ สายตาดุขู่เพื่อนสนิทใต้กรอบแว่น
“ไร้สาระแต่ก็หยิบมานะ” เรย์ สายติสต์ที่นาน ๆ พูดที เอ่ยลอย ๆ ขึ้นมาหน้านิ่ง แต่อานุภาพทำลายล้างสูงมาก
“ถ้าไร้สาระจริง... ปกติมึงทิ้งลงถังขยะไปแล้วไอ้เวย์ ไม่เอามาวางบนโต๊ะแบบนี้หรอก”
หมอเวย์: “.........”
คำพูดหน้านิ่งแต่แทงใจดำของเรย์ ทำให้เวย์ชะงักแก้วกาแฟในมือไปนิดหนึ่ง หมอหนุ่มทำเป็นไม่สนใจเสียงหัวเราะคิกคักของอาร์คและภีม มือหนายื่นไปรวบซองนมอัดเม็ดทั้งห้าซองบนโต๊ะยัดใส่กระเป๋าเสื้อกาวน์ตัวใหญ่ทันทีเพื่อตัดปัญหา
“กูยึดไว้เป็นค่าปรับที่ยัยวาฬเอาเรื่องส่วนตัวไปเล่า” เวย์แก้ตัวเสียงเรียบ ใบหน้าหล่อเหลายังคงนิ่งสนิทราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไร
“อ๋ออออ ค่าปรับ” อาร์คลากเสียงยาว ล้อเลียนท่าทางของเพื่อน “ปรับเป็นนมอัดเม็ดซะด้วย โหดเหี้ย ๆ เลยครับคุณหมอเวย์ แต่กูเตือนไว้ก่อนนะ เด็กวิศวะโยธาปีสองน่ะ...แสบ ๆ ทั้งนั้น โดยเฉพาะแก๊งของน้องใบบัวเนี่ย ตัวตึงตึกเกียร์เลยนะมึง”
ภีมเลิกคิ้ว “มึงรู้จักแก๊งน้องเขาด้วยเหรออาร์ค?”
“รู้ดิวะ วันก่อนกูเดินผ่านลานเกียร์ เห็นผู้หญิงคนหนึ่งในแก๊งนั้น...ตัวเล็ก ๆ หน้าตาจิ้มลิ้ม ดูนุ่มนิ่มเรียบร้อยยังกับผ้าพับไว้ เรียนก็เก่งติดท็อปคณะ” อาร์คพูดไปตาก็เป็นประกายระยิบระยับด้วยความเอ็นดู
“แต่กูแอบเห็นนะและได้ยินน้องเขาคุยโทรศัพท์กับที่บ้าน ท่าทางจริงจังมาก กูนี่นึกว่าคุยเรื่องโปรเจกต์ร้อยล้าน ที่ไหนได้...น้องเขากำลังเถียงกับแม่เรื่องสูตรหมักไก่ทอดว่าต้องใส่ผงชูรสกี่ช้อนถึงจะแซ่บนัว! ฮ่า ๆ ๆ โคตรตลก หน้าตาก็นุ่มนิ่มแต่คลั่งรักผงชูรสเฉยเลยว่ะ”
ยิ่งพยายามลบภาพพวกนั้นออกไป ความทรงจำในอดีตกลับยิ่งชัดเจนขึ้นมาเหมือนฉายซ้ำ ภาพวันที่เธอเริ่มตามจีบเวย์ใหม่ๆ ความเขินอายที่เผลอไปสบตากันครั้งแรกในห้องสมุด ภาพบรรยากาศตอนไปออกค่ายอาสาด้วยกัน ที่ที่เธอและเขาได้ใกล้ชิดกันท่ามกลางความลำบากแต่กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นในใจ วันที่เดินจูงมือกันผ่านตลาดนัดเล็กๆ ซื้อของกินข้างทางด้วยกันด้วยเสียงหัวเราะที่สดใสที่สุด...ทุกอย่างมันดูจริงใจเหลือเกินในตอนนั้น มันเคยมีความสุขจนเธอกล้าที่จะฝากชีวิตไว้ในมือของเขาแต่แล้วภาพเหล่านั้นก็ค่อยๆ แตกสลายกลายเป็นเศษเสี้ยว เมื่อความจริงที่เห็นในวันนี้เข้ามาแทนที่ ความสุขแสนหวานในอดีตกลายเป็นตราบาปที่ย้อนกลับมาเยาะเย้ยความโง่เขลาของเธอ บัวสับสนกับภาพที่ตีรวนไปหมดจนกลั้นเสียงสะอื้นไว้ไม่อยู่เสียงสะอื้นที่พยายามกลั้นไว้หลุดออกมาเป็นระยะ สลับกับเสียงพึมพำที่สั่นเครือจากริมฝีปากที่ไร้สีเลือด "เรื่องทั้งหมดนี้มันคืออะไรกันแน่... ไอรินท้องกับพี่เวย์อย่างนั้นเหรอ?" เธอถามตัวเองซ้ำๆ ราวกับคนเสียสติ ความสับสนที่เกาะกินใจทำให้ทุกอย่างรอบตัวดูเลือนราง"ถ้าไอรินท้องกับพี่... แล้วที่ผ่านมา พี่หลอกบัวมาตลอดเลยใช่ไหม?" น้ำตาที
ทว่าเพียงครู่เดียว ไอรินก็ปรับสีหน้าให้ดูน่าสงสาร เธอแสร้งเดินเข้ามาใกล้แล้วเอื้อมมือมาเกาะแขนเวย์ไว้แน่นราวกับคนไม่มีที่ไป "อย่าไล่ไอรินเลยนะคะเวย์...ไอรินไม่มีที่ไปแล้วจริงๆ นะคะ" เวย์มองมือที่เกาะแขนเขาด้วยสายตาที่รังเกียจ ก่อนจะกระชากแขนออกอย่างไม่ใยดี ความอดทนของเขาหมดลงแล้วจริงๆ ในสถานการณ์ตอนนี้ "หน้าด้าน!" เสียงของวาฬตวาดลั่นอีกครั้งด้วยความเหลืออด "แกมันหน้าด้าน! แกทิ้งพี่ฉันไป แล้ววันนี้ยังจะมีหน้ากลับมาทำลายชีวิตเขาอีกเหรอ!" วาฬไม่ปล่อยให้คำพูดเป็นเพียงลมปาก เธอพุ่งเข้าไปกระชากแขนของไอรินจนร่างระหงถลาออกมาจากร่างของเวย์ "แกมันเลวมากที่กลับมาทำลายชีวิตพี่ชายฉัน!"เพี๊ยะ!เสียงฝ่ามือของวาฬที่ฟาดลงบนใบหน้าสวยของไอรินดังสนั่นไปทั่วห้องจนหน้าสะบัดไปตามแรง แรงโกรธแค้นของวาฬทำเอาไอรินถึงกับเซถลาไปกองกับพื้นด้วยความตกตะลึง เวย์มองภาพนั้นด้วยสายตานิ่งสนิทไร้ซึ่งความสงสาร เขาไม่ได้ห้าม ไม่ได้เห็นใจ และไม่ได้เอ่ยปกป้องคนบนพื้นเลยแม้แต่น้อย"ออกไปจากห้องฉัน..." เวย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาและราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ "ไม่อย่างนั้นฉันจะให้ รปภ. มาลากเธอออกไป"สิ้นคำพูดนั้น เวย์ก็หันห
บรรยากาศภายในห้องนอนราวกับถูกแช่แข็ง ความเงียบงันถูกทำลายลงด้วยเสียงสะอื้นของบัวที่ยังคงดังระงมไม่ขาดสาย ร่างเล็กที่ทรุดกองอยู่กับพื้นไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างอีกต่อไป เธอเหมือนคนที่หัวใจแตกสลายไปแล้วจริงๆ ไอรินที่ยังคงอยู่ในอ้อมกอดของเวย์บนเตียงกว้าง แสร้งทำเป็นได้ใจและกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น หวังจะตอกย้ำภาพบาดตาให้บัวเห็นชัดๆ แต่ในวินาทีที่เวย์สัมผัสได้ถึงความสั่นสะท้านจากร่างกายของบัวที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ความอดทนที่เขามีต่อความร้ายกาจของไอรินก็ขาดผึงลงทันที "ปล่อยดิวะ!" เวย์ตะคอกเสียงลั่นด้วยความเดือดดาลที่สุดในชีวิต เขาสลัดร่างไอรินออกอย่างแรงโดยไม่สนใจว่าเธอจะได้รับบาดเจ็บหรือไม่ ก่อนจะรีบถลาลงจากเตียงแล้วก้าวตรงมาหาบัวที่ทรุดกองอยู่กับพื้นทันที มือหนาที่สั่นเทาเอื้อมไปประคองใบหน้าของบัวให้เงยขึ้นมาสบตาเขาอย่างแผ่วเบาที่สุด เวย์มองดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและหยาดน้ำตาด้วยความรู้สึกผิดที่ตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก "บัว บัวครับ...มันไม่ใช่แบบที่บัวเห็นนะ ฟังพี่ก่อนนะครับบัว" เสียงของเวย์สั่นพร่าและแหบโหย ราวกับเขากำลังจะสูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตไปในวินาทีนี้ เว
เมื่อมาถึงหน้าห้อง บัวหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าประตู มือที่สั่นเทาของเธอขยับไปใกล้แผงรหัสผ่านอย่างลังเลใจ วาฬที่เห็นเพื่อนยืนนิ่งสนิทด้วยแววตาที่ว่างเปล่าจึงเอ่ยถามขึ้นเบาๆ "แกพร้อมใช่ไหมบัว...ถ้าเข้าไปแล้วแกเห็น… แกโอเคหรือเปล่า"บัวหันไปมองหน้าวาฬด้วยแววตาสั่นระริก ลมหายใจของเธอติดขัดเหมือนมีก้อนอะไรจุกอยู่ที่คอ เธอพยักหน้าตอบรับเบาๆ เป็นเชิงยืนยัน ก่อนจะตัดสินใจรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีกดรหัสผ่านเข้าห้องพักของคนรัก... ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด... บรรยากาศในห้องที่ควรจะเงียบสงบกลับแฝงไปด้วยความรู้สึกไม่ชอบมาพากลที่บีบคั้นหัวใจ บัวก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามาในห้องโถงกว้าง ทั้งห้องเงียบสนิทจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของตัวเอง แต่แล้วในวินาทีถัดมา ประสาทสัมผัสของบัวก็จับเข้ากับเสียงบางอย่างที่ดังแว่วมาจากห้องนอนของเวย์ มันเป็นเสียงของการเคลื่อนไหวที่ดูไม่ปกติ...บัวยืนนิ่งสนิท มือที่กำเข้าหากันแน่นจนสั่นระริก สายตาจับจ้องไปที่บานประตูห้องนอนที่เปิดอ้าทิ้งไว้เบื้องหน้า เธอรู้ดีว่าสิ่งที่รออยู่ภายในนั้นอาจเป็นสิ่งที่เธอไม่อยากพบเจอที่สุดในชีวิต แต่ความสงสัยและความเจ็บปวดที่ก่อตัวขึ้นลึกๆ ในใจกลับบัง
ไอรินในชุดนอนสายเดี่ยวสีขาวสะอาดตา ทว่าเนื้อผ้าที่บางเฉียบ เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดและรูปร่างเย้ายวนที่ดูจะจงใจเปิดเผยมากกว่าความบังเอิญ ในหัวเขามีแต่คำถามว่าไอรินเข้ามาในห้องนอนของเขาได้ยังไง ความโกรธที่ถูกใครบางคนบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวและจงใจสร้างสถานการณ์เริ่มก่อตัวขึ้นในอก เวย์พยายามสะกดกลั้นอารมณ์พลุ่งพล่านนั้นไว้ เขาไม่ได้เดินเข้าไปหาหรือเข้าใกล้เตียงแม้แต่นิ้วเดียว กลับกัน เขายืนมองภาพนั่นด้วยสายตานิ่งเรียบ พลางพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรง"ไอริน..." เขาเอ่ยชื่อเธอออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาและหนักแน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ แววตาของเขาปราศจากความหวั่นไหว มีเพียงความกดดันที่ถาโถมเข้าใส่หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียง "เธอเข้ามาในห้องนอนฉันได้ยังไง และนี่มันหมายความว่ายังไง" ทันทีที่ไอรินลืมตาขึ้น เธอก็เปล่งเสียงหวานที่แหบพร่าคล้ายคนกำลังจะขาดใจ "เวย์... มาแล้วเหรอคะ" ไม่รอให้เวย์ได้ตั้งตัว หญิงสาวก็โถมตัวเข้าหาเขาอย่างแรงจนร่างสูงเสียหลักไปเล็กน้อย อ้อมแขนเรียวรัดร่างเวย์ไว้แน่นราวกับกลัวว่าเขาจะหายไป"ไอรินคิดถึงเวย์ที่สุดเลยค่ะ" เวย์ชะงักไปครู่หนึ่งด้วยความตกตะลึง ก่อนที่ความรู้สึกผิดต่อบัว
เสียงร้องไห้ฟูมฟายเมื่อครู่เงียบหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แผ่ซ่านไปทั่วห้อง บัวลุกขึ้นยืนด้วยเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด ดวงตากลมโตที่เคยฉ่ำไปด้วยน้ำตาบัดนี้กลับแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความเย็นชา เธอไม่ได้เสียเวลาจัดการคราบน้ำตาบนใบหน้า ปล่อยให้มันแห้งกรังอยู่อย่างนั้นร่างบางในชุดเดรสสีขาวสะอาดตา ชุดเดียวกับที่เวย์เคยชมว่าเธอใส่แล้วดูสวยที่สุด บัดนี้กลับดูหม่นหมองในความรู้สึกของเจ้าของชุด เธอคว้ากุญแจรถที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง มือของเธอยังคงสั่นเทา แต่มันไม่ใช่ความสั่นเพราะความอ่อนแอ หากแต่เป็นแรงขับเคลื่อนที่เกิดจากความอดทนที่มาถึงขีดสุดบัวก้าวเดินออกจากห้องด้วยจังหวะที่มั่นคง แม้หัวใจจะบีบตัวจนแทบขาดใจซ้ำๆ ทุกครั้งที่นึกถึงภาพถ่ายบนหน้าจอ แต่เธอก็ไม่ยอมให้ตัวเองล้มลงกลางทาง"ในเมื่อพี่เลือกที่จะโกหก...บัวก็จะไปหาคำตอบนั้นด้วยตัวเอง" เธอพึมพำกับความว่างเปล่า น้ำเสียงเรียบนิ่งปราศจากความลังเล ทว่า...ในเสี้ยววินาทีที่มือบางกำลังจะเปิดประตูรถ เสียงเรียกอันคุ้นหูก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง"บัว! แกจะไปไหน?"บัวชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปมองก็พบร่างบางที่คุ้นเคย







