LOGIN
ณ.ชายแดนประเทศเอ็มซึ่งอยู่ในสภาวะศึกสงคราม เยว่ถิงถิงแพทย์ทหารประจำกองทัพสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าร่วมกับกองกำลังส่วนหนึ่งอาสาเดินทางมาช่วยเหลือประเทศกลุ่มพันธมิตร
ยามนี้ศึกสงครามแย่งชิงทรัพยากรระหว่างประเทศโลกที่สามกำลังดุเดือด ถิงถิงกำลังรักษาผู้บาดเจ็บจากการสู้รบอย่างขะมักเขม้น
“ถิงเอ๋อ วางมือเถอะเขาไม่รอดแล้ว เราต้องรีบถอยเดี๋ยวนี้” เพื่อนทหารร่วมค่ายตะโกนเรียกถิงถิง
“ฉันยังรักษาชีวิตเขาได้เชื่อเถอะ ขออีกสิบนาที” ถิงถิงไม่ยอมถอดใจจากร่างผู้บาดเจ็บที่ถูกยิงทะลุช่องท้อง มีเลือดหลั่งรินออกมาไม่ขาดสาย เธอรีบห้ามเลือดผู้บาดเจ็บทันที
เพื่อนทหารของเธอมีสีหน้าท่าทางลำบากใจ เพราะเสียงวิทยุสื่อสารแจ้งว่าฝ่ายตรงข้ามกำลังรุกเข้ามาใกล้เพื่อยึดพื้นที่ ต้องรีบถอยทันที
แต่เขาเข้าใจในความเป็นแพทย์ของถิงถิงที่ต้องการรักษาทุกชีวิตเอาไว้ตราบที่ยังมีความหวัง นายทหารหนุ่มผู้นั้นจึงนิ่งเงียบไป เฝ้ามองโดยรอบอย่างระมัดระวังคอยคุ้มกันภัยให้ถิงถิงกับผู้บาดเจ็บ
“อาฮั่น นายต้องแบกเขาออกไป ช่วยหน่อย” ถิงถิงกล่าวเมื่อห้ามเลือดผู้บาดเจ็บพร้อมใส่ยาฆ่าเชื้อและใช้ผ้าสะอาดพันบาดแผลเอาไว้แล้ว
อาฮั่นหรือมู่จื่อฮั่นสหายของถิงถิงพยักหน้าและตรงเข้ามาแบกผู้บาดเจ็บขึ้นหลังทันที
“นายเดินไปก่อนฉันคอยระวังหลังให้เอง” ถิงถิงบอกสหาย เธอสะพายกระเป๋าเครื่องมือแพทย์และนำอาวุธปืนขึ้นมาถือกระชับเอาไว้ในมือ เตรียมลั่นไกทันทีหากศัตรูเข้ามาในระยะสายตา
สองสหายและหนึ่งผู้บาดเจ็บเร่งออกจากพื้นที่อันตรายโดยด่วน แต่เมื่อใกล้ถึงพื้นที่ปลอดภัยซึ่งมีกองทัพของพวกเขาซุ่มตัวรอช่วยเหลืออยู่กลับมีเสียงปืนดังขึ้น
‘ปัง! ปัง! ปัง!’
"อาฮั่น นายไปก่อน ไปเร็ว” ถิงถิงเอ่ยปากสั่งสหายน้ำเสียงเด็ดขาด จื่อฮั่นลังเล แต่ด้วยสถานะปัจจุบันและยศตำแหน่งที่สูงกว่าของถิงถิงทำให้เขาไม่อาจขัดคำสั่งได้
เขาหันมามองเธอแวบหนึ่งสีหน้าหม่นลงอย่างรู้สถานการณ์ดีว่าอันตรายมากเพียงใด แต่ต้องรีบตัดสินใจหันหลังกลับและพาคนเจ็บออกจากพื้นที่เสี่ยงทันที
เมื่อเห็นจื่อฮั่นออกไปแล้วถิงถิงรีบซ่อนตัวอย่างว่องไว เธอพรางตัวรอจังหวะจัดการกับข้าศึกศัตรูที่คืบคลานเข้ามาใกล้
แม้นถิงถิงเป็นแพทย์แต่ก็เป็นทหารที่ผ่านการฝึกฝนเชี่ยวชาญในยุทธวิธีสู้รบรับมือข้าศึกเต็มทุกรูปแบบ
หลังสูญเสียพ่อแม่ในเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อหลายปีก่อน ตัวเธอซึ่งเพิ่งจะเรียบจบอยู่ในเหตุการณ์นั้นและได้รับความช่วยเหลือจากทหารจึงรอดมาได้
ชีวิตเธอที่ตกอยู่ในความเศร้าเสียใจจากการสูญเสียไร้สิ่งยึดเหนี่ยว ได้รับคำปลอบโยนจากแพทย์ทหารที่เข้ามาช่วยรักษาอาการบาดเจ็บและดูแลเธออย่างอ่อนโยน
สุดท้ายถิงถิงจึงตัดสินใจเข้ากองทัพเป็นแพทย์ทหารเพื่อช่วยเหลือผู้คนให้ได้มากที่สุด ผู้คนที่เดือดร้อนในเขตพื้นที่เสี่ยงภัยและอันตรายน้อยนักจะมีคนอาสาเข้ามาช่วยอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ
ถิงถิงรีบหยิบไซเลนเซอร์หรือท่อลดเสียงขึ้นมาประกอบตรงปลายกระบอกปืนเพื่อเก็บเสียง ก่อนจะลงมือยิงศัตรูที่เข้ามาใกล้ทีละคน
ผ่านไปพักใหญ่ เธอรอดูจนแน่ใจแล้วว่าไม่น่ามีศัตรูหลงเหลืออยู่ในบริเวณนี้ ถิงถิงจึงถอยออกมาจากที่หลบซ่อนตัว
‘ปัง!’ เสียงปืนดังขึ้นนัดหนึ่ง
‘แย่ล่ะ เธอพลาดแล้วยังมีศัตรูซุ่มรออยู่’ ถิงถิงคิดขณะรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดบริเวณหน้าอกด้านซ้าย มือเธอจับบาดแผลโดยอัตโนมัติ กลิ่นโลหะสนิมกลิ่นคาวเลือดลอยฟุ้งขึ้นมาเตะจมูกจนถิงถิงเบ้หน้า
ถิงถิงสัมผัสได้ถึงของเหลวข้นคลั่กที่ไหลออกมาจากบาดแผล ก่อนที่ร่างกายเธอจะค่อยๆหมดความรู้สึกและสติที่มีอยู่ก็ดับวูบไป
------------------------
‘จิ๊บ จิ๊บ จิ๊บ’ เสียงนกร้องพร้อมลำแสงสีทองส่องสว่างอาบไล้ผืนดินครอบคลุมบริเวณพื้นที่กว้างขวางรวมทั้งต้นไม้ใบหญ้า ส่องสะท้อนผืนน้ำเกิดเป็นภาพงดงามราวเทพนิยาย
“อ๊ะ เจ็บจัง” ถิงถิงที่เริ่มรู้สึกตัวพร้อมรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดที่แล่นปราดไปทั่วร่าง ค่อยๆลืมตาขึ้นมาช้าๆ
‘อะไรกันนี่เธอยังไม่ตายหรอกเหรอ’ ถิงถิงคิดในใจพยายามขยับตัวลุกขึ้นมาก่อนนึกได้ถึงบางสิ่ง เธอยกมือจับบริเวณหน้าอกด้านซ้ายทันที
“เอ๊ะ ไม่มีเลือดงั้นเหรอ?” ถิงถิงจำได้ว่าเธอถูกศัตรูยิงที่หน้าอกยากที่จะผ่านพ้นความตายมาได้ แต่ตอนนี้กลับมีลมหายใจอยู่และบริเวณบาดแผลไม่มีเลือดเลยสักหยด
ถิงถิงยกมือตัวเองขึ้นมาดูโดยอัตโนมัติ ก่อนจะตาโตอ้าปากค้างอย่างตกตะลึงกับภาพที่เห็น
หลิวหยางมองไปทางถิงถิงด้วยสีหน้าแววตาสับสน สายตาเขาแวบหนึ่งเต็มไปด้วยความหวัง แต่อีกครู่หนึ่งกลับเต็มไปด้วยความกังวลกลัวความผิดหวังซ้ำเดิมกลัวตัวเองเชื่อถือไว้วางใจคนผิดอีกครั้ง กลัวถิงถิงไม่สามารถทำให้หางจิ้งจอกของเขาฟื้นคืนกลับมาได้ กลัวว่าสุดท้ายแล้วเขาจะทำให้มารดาศักดิ์สิทธิ์ต้องผิดหวังที่ไม่อาจรักษาสัญญาซึ่งให้ไว้กับเธอก่อนตายถิงถิงมองพิจารณาหลิวหยางคิดคาดเดาเอาว่าเขาคงกลัวที่จะต้องพบกับความผิดหวังซ้ำเดิมอีก“หลิวหยาง ฉันให้เวลานายตัดสินใจไม่ต้องรีบร้อน แต่ฉันอยากให้นายลองเชื่อใจฉันดูสักครั้ง ฉันรับรองว่าจะใช้พลังความสามารถทั้งหมดที่มีฟื้นฟูหางของนายคืนกลับมาให้ได้” ถิงถิงเอ่ยอย่างจริงใจ“เอาเถอะในเมื่อเธอพูดมาขนาดนี้แล้วฉันจะลองดู เพราะอย่างไรก็ไม่มีหนทางอื่นที่ดีไปกว่านี้แล้วนี่”หลิวหยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงและท่าทางสงบนิ่งกว่าครั้งไหนๆ ถิงถิงยิ้มน้อยๆให้เขาอย่างพอใจ“ได้งั้นนายเตรียมตัวไว้ให้พร้อม เราจะนัดหมายพ่อกับลุงกู่ไว้ล่วงหน้า” ถิงถิงเอ่ยอย่างยินดี หลิวหยางพยักหน้าตอบรับ&ldq
“หลี่เจี๋ยกับซีห่าวมาแล้วเธอมีอะไรก็ว่ามาเถอะ” หลิวหยางซักไซ้ถิงถิงทันที“หลี่เจี๋ย ซีห่าวพวกนายช่วยเปิดบาดแผลเก่าที่เคยถูกฉันทำร้ายให้หลิวหยางดูหน่อยได้ไหม” ถิงถิงหันไปหาสามีสัตว์ซึ่งเธอรักษาพวกเขาหายดีแล้ว“ได้สิ” ทั้งสองตอบรับแทบจะพร้อมกัน ก่อนจะถอดเสื้อหนังสัตว์และโชว์แผ่นหลังที่มีเพียงรอยจางๆ ซึ่งหากไม่สังเกตก็แทบมองไม่เห็นว่าบริเวณนั้นเคยมีบาดแผลมาก่อนให้หลิวหยางดูหลิวหยางมองอย่างตกตะลึง มู่เฉินที่แม้นจะรู้อยู่ก่อนแล้วแต่เมื่อเห็นแบบนั้นก็ตื่นตะลึงไม่แพ้กัน‘แผลลึกบาดเจ็บหนักขนาดนั้น ตอนนี้แทบไม่เหลือร่องรอยอะไรให้เห็นเลย ถิงถิงของเขามีฝีมือจริงๆ’ มู่เฉินชื่นชมถิงถิงมากยิ่งขึ้น‘อะไรกันเป็นไปได้ยังไง บาดแผลของหลี่เจี๋ยกับซีห่าวที่ลึกและรุนแรงขนาดนั้น มีจิตวิญญาณชั่วร้ายรวมทั้งพลังคำสาปโบราณเกาะกินอยู่ทำไมถึงฟื้นฟูกลับมาได้ล่ะ’‘ตัวเมียนั่นเป็นคนรักษาพวกเขาจริงๆงั้นหรือ’ หลิวหยางคิดอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง’“หลี่เจี๋ย ซีห่าวเป็นตัวเมี
ซีห่าวมองมู่เฉินซึ่งเป็นสามีสัตว์คนที่ห้ามาทีหลังเขา ด้วยแววตาอิจฉาอย่างปิดไม่มิด‘เขารู้เรื่องความสามารถพิเศษ มิติและธารน้ำพุวิเศษของถิงถิงเพราะเหตุการณ์จำเป็นในการรักษาบาดแผล แต่ถิงถิงกลับบอกเรื่องส่วนตัวที่สำคัญเช่นนี้แก่มู่เฉินด้วยตนเอง“นายทำหน้าแบบนั้นทำไมกันซีห่าว ฉันเป็นสามีสัตว์ของถิงถิง ทั้งยังเป็นสามีสัตว์ที่มีรักมั่นคงต่อเธออย่างแท้จริง ถิงถิงย่อมบอกทุกอย่างกับฉันอยู่แล้ว” มู่เฉินพูดด้วยสีหน้าท่าทางภาคภูมิใจ“นายพูดแบบนี้หมายความว่าไง ฉันก็เป็นสามีสัตว์ของถิงถิงและรู้เรื่องนี้ก่อนนายเสียอีก” ซีห่าวถามกลับไป“ซีห่าว ตราบใดที่ถิงถิงยังไม่ยอมรับ นายก็เป็นเพียงแค่สามีสัตว์ชั่วคราวของเธอเท่านั้น เรื่องส่วนตัวเธอที่นายรู้ก็ด้วยเหตุจำเป็นนั่นแหละ”“ในเรื่องลำดับของสามี ต่อให้ฉันผูกพันธสัญญากับถิงถิงเป็นคนที่ห้า แต่ตอนนี้ถือว่าฉันนำหน้านายไปไกลแล้วนะ” มู่เฉินแสดงท่าทีที่เหนือกว่า ซีห่าวแอบกำหมัดแน่น‘เขาไม่นึกเลยว่าจะมีวันที่ตัวเองต้องมาหึงหวงเมียร้ายนั่น’ ซีห่าวคิดพลางพยา
เซียวหยูไปไวมาไวในร่างนกอินทรี ใช้เวลาราวยี่สิบนาทีก็กลับมาทันกินอาหารพร้อมหน้าได้“ถิงถิงไม่ต้องห่วง ฉันให้สหายนกเหยี่ยวมีความเร็วในการบินสูงไปส่งข่าวถึงจิ่วเยว่แล้ว ไม่นานรู้เรื่องแน่” เซียวหยูเอ่ยอย่างมั่นใจ“ขอบใจนะ” ถิงถิงขอบคุณพร้อมรอยยิ้มทุกคนทานมื้อกลางวันกันเสร็จถิงถิงก็พาอันเหม่ยและถงเหนียนไปเก็บสมุนไพรเสริมความงามในป่า โดยมีสามีสัตว์ติดตามไปด้วยมู่เฉินติดตามไปดูแลเธอ ส่วนสามีสัตว์คนอื่นๆอยู่ช่วยหลี่เจี๋ยสร้างเตาเผาสำหรับทำเครื่องปั้นดินเผา ตามที่ถิงถิงวาดรูปและอธิบายรายละเอียดไว้ซึ่งเดิมทีเผ่าจิ้งจอกต้องไปแลกเปลี่ยนเครื่องปั้นดินเผาจากเผ่าหมีที่เชี่ยวชาญด้านนี้ ทำให้เสียคริสตัลวิญญาณในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก ถิงถิงจึงคิดทำเครื่องปั้นดินเผาใช้เองเนื่องจากก่อนหน้านี้ถิงถิงพบว่าแถบริมธารน้ำมีดินเหนียวที่เหมาะสำหรับทำเครื่องปั้นดินเผาอยู่ และในโลกก่อนงานอดิเรกที่เธอชอบทำเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดก็คือการทำเครื่องปั้นดินเผานี่เองถิงถิงนำสหายมาเก็บสมุนไพรหลากชนิดตามพิกัดที่เหมียวเหมี่ยวบอก มีไป๋ฟูหลิงที่ช
อันเหม่ย ถงเหนียนและสามีสัตว์ของพวกเธอเห็นหน้าทุกข์กังวลของถิงถิงก็รู้สึกสงสารเห็นใจเธอมาก“ถิงถิงอย่าเศร้าไปเลย จิ่วเยว่เผ่าอินทรีนั่นช่างทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจเสียจริง แทนที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาแต่หนีไปดื้อๆเสียแบบนี้” อันเหม่ยไม่พอใจมาก“เป็นฉันไม่ดีเองแหละ เมื่อก่อนทำตัวร้ายกาจกับเขาประชดที่รู้ว่าตัวเองถูกใช้เป็นเครื่องมือเพียงเพื่อผลประโยชน์ระหว่างเผ่าน่ะ”“ถ้าตอนนี้เขากลับมาและอยากปลดพันธสัญญากับฉัน ฉันยินดียอมรับและหย่าขาดจากเขาทันทีเลยนะ” ถิงถิงพูดสีหน้าท่าทางจริงจังและจริงใจมาก“ถิงถิง เธอยอมปลดพันธสัญญากับจิ่วเยว่จริงๆเหรอ” เซียวหยูถามย้ำ“จริงสิ เมื่อก่อนฉันเป็นเมียร้ายที่เชื่อถือไม่ได้ แต่ตอนนี้พวกนายก็เห็นว่าฉันเปลี่ยนไปแล้วไม่ใช่เหรอ”“ใช่ ถิงถิงของฉันตอนนี้เป็นตัวเมียที่ดีและงดงามมากเลยล่ะ”มู่เฉินกล่าว พร้อมนำอาหารจานแรกเป็นเนื้อตัวมูร่าหมักซอสหอยนางรมกับสมุนไพรทอด ส่งกลิ่นหอมฟุ้งนำมาวางตรงหน้าทุกคนเขาก้าวเข้ามานั่งข้างกายโอบไหล่ถิงถิงไว้อย่า
‘เหมียวเหมี่ยวฉันเหลือเวลาทำภารกิจพิชิตใจจิ่วเยว่อีกนานแค่ไหนน่ะ’ ถิงถิงถามเหมียวเหมี่ยวกลับไปอย่างร้อนรน[ราวหนึ่งเดือน]‘โอยตายจริง ไอ้นกอินทรีนั่นกลับเผ่าจะสี่เดือนแล้วนะทำไมไม่คิดกลับมาเผชิญหน้าความจริงบ้างเนี่ย’‘แล้วไหนหลี่เจี๋ยกับมู่เฉินบอกว่า การแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรีเป็นเรื่องจริงจัง และชาวเผ่าบ้านเดิมไม่น่าปล่อยให้สามีสัตว์ของฉันกลับไปอยู่ที่นั่นนานยังไงล่ะ’[จิ่วเยว่ไม่เหมือนซีห่าวที่หัวหน้าเผ่ากับเหล่าบิดาและพี่น้องต่างสายเลือดไม่ชอบเขา อยู่สองเดือนก็นับว่านานเกินพอแล้ว][สำหรับจิ่วเยว่ต่างกัน ตรงที่ครอบครัวรักและตามใจเขาไม่น้อย แม้นหัวหน้าเผ่าแม่จิ่วเยว่จะไล่ให้เขากลับมา แต่พี่สาวนามลู่จิ่วเซียนคอยช่วยเหลือเขาตลอดจิ่วเยว่จึงรั้งอยู่ได้นานขนาดนี้]‘แบบนี้นี่เอง นกอินทรีนั่นคงเป็นมนุษย์สัตว์ประเภทลูกแหง่ติดแม่มีพี่สาวคอยตามใจสินะ’ ถิงถิงคาดเดานิสัยใจคอสามีสัตว์คนที่สาม‘เอาเถอะยังไงตอนนี้ต้องรีบจัดการเรื่องหลิวหยางก่อน จากนั้นหากจิ่วเยว่ไม่ยอมกลับเผ่าจิ้งจอกเธอจะเป็นค







