Share

บทที่ 4

last update Tanggal publikasi: 2025-11-11 19:13:52

ท่ามกลางความเงียบสงัดในห้องทำงาน เสียงแอร์เบา ๆ ทำงานอย่างต่อเนื่อง ภูวินทร์นั่งก้มหน้ามองเอกสารในมือ แต่ใจของเขาลอยไกลออกไป

งานช่วงเช้าดำเนินไปเรียบร้อยแล้ว เหลือแต่เอกสารรายละเอียดที่ต้องพิจารณาอีกเล็กน้อย

แต่สิ่งที่เขาคิดไม่หยุด คือภาพของภรรยาที่กำลังดูแลลูกคนเดียวกับบ้านอีกหลังที่เขารู้สึกว่าเธออาจเหนื่อยเกินไป

เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา…นิ้วโป้งเลื่อนหาเบอร์ ในใจมีความเกรงใจอยู่นิด ๆ ที่จะรบกวนเวลาของน้องชายภรรยา

“หนุ่ยครับ…พี่ภูเองนะ พอจะว่างคุยสักครู่ไหมครับ” เสียงเอ่ยทักอย่างสุภาพและเกรงใจ

“สะดวกคุยครับพี่ภู สบายดีนะครับ” ปลายสายตอบกลับด้วยน้ำเสียงสดใสของหนุ่มวัยยี่สิบกว่า รู้สึกแปลกใจนิด ๆ ที่ได้รับสายจากพี่เขย

“คือว่า...พี่มีเรื่องอยากปรึกษากับหนุ่ยสักหน่อย ตอนนี้  น้องคินจะครบหนึ่งขวบแล้ว พี่เห็นว่านิจค่อนข้างเหนื่อยในการดูแลลูกคนเดียว แล้วก็ต้องรับผิดชอบดูแลบ้านด้วย พี่เลยคิดว่า...ถ้าหนุ่ยกับป้าสร้อยพอจะย้ายมาอยู่กับพวกเราได้ จะช่วยนิจได้มากทีเดียว ตอนนี้พี่ก็กำลังหาพี่เลี้ยงกับแม่บ้านมาช่วยอีกแรงหนึ่งด้วย” ภูวินทร์กล่าวด้วยความเกรงใจ

ภูวินทร์อธิบายเพิ่มเติมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและจริงใจ “ถ้านิจมีป้าสร้อยกับหนุ่ยอยู่ที่บ้านด้วย นิจจะได้ไม่เหงา มีคนคุยด้วย”

“ส่วนเรื่องพี่เลี้ยงกับแม่บ้าน พี่น่าจะเลือกได้ภายในวันสองวันนี้ ตอนนี้พี่ให้เลขาฯ ตรวจสอบประวัติอยู่” เขาพูดด้วยความตั้งใจ ไม่อยากให้ใครมองว่าเขา “ปล่อยภาระให้คนอื่น”

“เรื่องห้องพักนั้น ก็สบายใจได้เลย ตอนที่เราสร้างบ้าน พี่กับนิจมีคุยกันไว้แล้วว่าจะเผื่อห้องส่วนตัวให้ป้ากับหนุ่ยด้วย ตอนนั้น เราวางแผนอนาคตอยากให้ป้ากับหนุ่ยมาอยู่กับเราด้วยจริง ๆ”

ภูวินทร์พูดอย่างอบอุ่น ด้วยน้ำเสียงที่ตั้งใจแน่วแน่

หนุ่ยยิ้มกว้าง รู้สึกดีใจที่พี่เขยให้ความสำคัญและใส่ใจดูแลพี่สาวของเขา

“ผมขอปรึกษากับป้าก่อนนะครับ แล้วจะรีบให้คำตอบพี่…ผมแค่กังวลว่าป้าสร้อยจะห่วงบ้านสวน แล้วจะไม่ยอมย้ายครับ”

ภูวินทร์พยักหน้ารับฟัง

“ถ้าเรื่องนั้น พี่คิดว่าจะให้คนขับรถพาป้ากับหนุ่ยกลับไปดูบ้านสวนทุก 2 สัปดาห์ หรือทุกเดือนก็ได้ จะได้ไม่ต้องกังวลมาก ไม่ต้องเหนื่อยเดินทางอีกด้วย ตอนนี้ น้องคินโตขึ้นทุกวัน พอเริ่มเดินได้ก็เริ่มซน นิจคงจะดีใจมากที่มีผู้ใหญ่อย่างป้าสร้อยคอยช่วยให้คำแนะนำอยู่ข้างตัว”

“ผมเข้าใจครับ ป้าสร้อยว่ายังไง ผมจะรีบบอกพี่ภูด่วน”

“ขอบใจมาก...อ้อ แล้วตอนนี้หนุ่ยกำลังจะขึ้นปี 4 แล้วใช่ไหม มีแผนเรื่องการฝึกงานยังไงบ้าง เผื่อพี่จะช่วยแนะนำให้ได้”  ภูวินทร์เอ่ยถามด้วยความจริงใจ น้ำเสียงไม่เร่งเร้า แต่แสดงออกชัดเจนว่าเขาอยากช่วย

“ใช่ครับ ผมเลือกฝึกงานในเทอมแรกเลยครับ เผื่อว่าพอมีประสบการณ์การทำงานแล้ว ผมจะได้รู้ว่า ตัวเองยังขาดทักษะเรื่องอะไรบ้าง จะได้ลงเรียนเพิ่มตอนเทอมสอง” หนุ่ยตอบเรียบ ๆ แต่ในเสียงมีประกายตั้งใจ

“แล้วหนุ่ยอยากฝึกงานกับบริษัทแบบไหน พี่จะได้ลองดูว่าพอมีเส้นสายจะช่วยฝากฝังได้ไหม” ภูวินทร์พูดต่ออย่างใส่ใจ

“ผมอยากฝึกงานกับบริษัทคอนซัลท์ที่แนะนำเรื่องระบบไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรมหรือสำนักงานครับ ผมชอบแนวนี้มากกว่า ได้ประสบการณ์หลายแบบ และได้พบผู้คนหลายหลากด้วยครับ” หนุ่ยพูดด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น

“ถ้าอย่างนั้น พี่พอจะมีรุ่นพี่ที่เป็นเจ้าของบริษัทแบบที่หนุ่ยต้องการ เดี๋ยวพี่จะลองติดต่อเขาดู” ภูวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังและตั้งใจ

“หนุ่ยสะดวกส่งเรซูเม่กับทรานสคริปต์ล่าสุดมาให้พี่ทางอีเมลไหม พี่จะได้ส่งต่อให้รุ่นพี่คนนี้พิจารณาดู เผื่อถ้าเขาสนใจ หนุ่ยจะได้มีที่ฝึกงานเลย”

หนุ่ยยิ้มกว้างและรู้สึกปลื้มใจ

“ขอบคุณมากครับพี่ภู ผมจะรีบอัปเดตเรซูเม่และขอทรานสคริปต์กับทางมหาลัยวันพรุ่งนี้ครับ ถ้าได้แล้วจะรีบส่งให้พี่ด่วนเลยครับ”

“ได้ครับ งั้นพี่จะรอนะ” ภูวินทร์วางสายด้วยรอยยิ้ม ความดีใจเอ่อขึ้นในใจที่ได้มีโอกาสช่วยเหลือน้องชายของภรรยาผู้มีนิสัยอ่อนโยนและน่าคบหา อีกทั้งมีบุญคุณช่วยคะนึงนิจและลูกในยามที่ลำบาก

...

ภูวินทร์รู้สึกโล่งใจขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อเห็นหนทางที่จะแบ่งเบาภาระของภรรยาที่เขารัก คะนึงนิจเสียสละมาเยอะแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการลาออกจากงานที่กำลังเติบโต การเป็นแม่บ้านที่ดูแลบ้านและเลี้ยงลูกอย่างดี ทำให้เขาสามารถทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ และเวลาให้กับการทำธุรกิจสตาร์ทอัพที่เริ่มมาตั้งแต่ 5 ปีก่อนอย่างเต็มที่

วันนี้...บริษัทของเขาเติบโตมั่นคงขึ้น ประสบการณ์ที่เขาสั่งสมมา สายสัมพันธ์ในวงการที่ลึกซึ้งขึ้น ช่วยให้เขาขยายกิจการได้มากขึ้นกว่าเดิม

เขายังถือหุ้นใหญ่ 40% ในบริษัท ในขณะที่หุ้นที่เหลือเป็นของผู้ถือหุ้นอีกสามคน ได้แก่ ภารดี น้องสาวของเขา ธเนศน้องเขยของเขา และวุฒิ เพื่อนสนิทตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย ทั้งสามคนนี้ ต่างถือหุ้นคนละ 20%

การจัดโครงสร้างแบบนี้ ทำให้เขาควบคุมทิศทางบริษัทได้ดี ในขณะเดียวกันก็ได้ใช้ความไว้ใจและความสัมพันธ์กับคนรอบข้างให้เป็นประโยชน์

แต่เขาก็รู้ดี...ว่าในความไว้ใจนั้น ย่อมมีช่องโหว่แฝงซ่อนอยู่เรื่อย ๆ หากเขาคาดการณ์ไม่ผิด เขาคงต้องวางแผนป้องกันการโดนหักหลังไว้ล่วงหน้า

ภูวินทร์ลุกขึ้นยืน มองออกไปยังวิวเบื้องหลังโต๊ะทำงาน สายตาเหม่อมองผ่านกระจกบานใหญ่ แสงแดดยามบ่ายสะท้อนแผ่วเบาบนกระจกใส...แต่ภายในอกกลับเย็นชา ไร้ซึ่งความอ่อนโยนที่เคยมี

“ถ้าไม่ระวัง คนที่ไว้ใจที่สุดอาจกลายเป็นคนที่ทำให้นายต้องเจ็บปวดที่สุดสักวัน” ภูวินทร์พูดเบา ๆ กับตัวเอง

เขาลดสายตาลงมองเอกสารบนโต๊ะอีกครั้ง

สายสัมพันธ์และหุ้นส่วนทางธุรกิจอาจเป็นโอกาส แต่ก็อาจเป็นกับดักได้ด้วยเช่นกัน

ภูวินทร์รู้ว่าไม่ง่ายที่จะไว้ใจใครแบบไม่ตั้งมาตรการ เขาคิดถึงการทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรที่รัดกุม ตั้งเงื่อนไขสัญญา เงื่อนไขการถอนหุ้น / การโอนหุ้น / ข้อตกลงเรื่องสิทธิในการตรวจสอบบัญชี / เวลาในการประชุมผู้ถือหุ้น / ความโปร่งใสของการเงินบริษัท เพราะการเติบโตที่ดี ไม่ได้วัดแค่ยอดกำไรหรือการขยายกิจการ แต่ยังวัดที่ “ความมั่นคงของอำนาจ” ในการควบคุมบริษัท

คะนึงนิจยืนยิ้มพร้อมยื่นมือออกมาโดยสายตาคอยจับจ้องลูกชายตัวน้อยที่กำลังเขย่งเดินมาหาเธออย่างตั้งใจ

ตอนนี้ “ภาคินทร์” หรือ “น้องคินของแม่” ก้าวหน้าขึ้นมาก หลังจากเริ่มยืนได้ เขาก็ตั้งใจฝึกเดิน…บางครั้งเดินเขย่งช้า ๆ บางทีก็เดินเร็วเกินไปจนเกิดอาการเซ

เขาทำให้เธอถึงกับหายใจไม่ทั่วท้องในบางครั้ง เพราะกลัวลูกจะหกล้มหัวฟาดพื้น

แต่สิ่งที่ทำให้เธอแปลกใจ...และชื่นใจในเวลาเดียวกัน คือ แม้เขาจะล้มบ้าง แต่ก็กลับลุกขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

แม้จะเจ็บนิด ๆ ก้นกระแทกพื้น แต่ไม่ร้องไห้ ไม่งอแง…มีแค่แววตาเล็ก ๆ ที่ดูเจ็บเล็กน้อย แล้วก็ยิ้มให้แม่

ในใจของคะนึงนิจ...เธออยากร้องไห้ด้วยความห่วงใย แต่ก็อยากหัวเราะด้วยความสุขที่เห็นเขาพร้อมจะลุกขึ้นอีกครั้ง

“มาเร็วจ้ะลูก...มาหาแม่นี่” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พร้อมยื่นมือไปรับตัวเขาเมื่อเดินมาถึงระยะที่เธอเอื้อมมือถึง

คะนึงนิจเล่นกับลูกชายต่อจนกระทั่งรถของภูวินทร์แล่นเข้ามาในบ้าน

ชายหนุ่มก้าวมาหาเธอกับลูกที่กำลังเล่นกันอยู่ที่สนามหญ้า เขาปลดกระดุมแขนเสื้อ พับขึ้นอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะก้มลงคุยกับลูกชายที่แหงนหน้าส่งยิ้มให้พ่อ

“เดี๋ยวพี่ดูน้องคินต่อให้นะ วันนี้เราออกไปกินข้าวข้างนอกกันไหม นิจจะได้ไม่ต้องเหนื่อยทำอาหาร”

ภูวินทร์พูดพลางจับมือเล็ก ๆ ของลูกทั้งสองข้าง จูงเดินไปข้างหน้า แล้วหันไปมองภรรยาที่กำลังยืนมองลูกอยู่ไม่ไกล

“นิจเตรียมกับข้าวไว้แล้วค่ะ แค่เอาไปอุ่นก็ทานได้แล้ว วันนี้วันสิ้นเดือน คนน่าจะเยอะค่ะ ออกมาใช้เงินกัน”

“อืม...ถ้าอย่างนั้น นิจไปทำอาหารเถอะ พี่จะเล่นกับน้องคินรอแล้วกัน ฝากเก็บกระเป๋าให้พี่ด้วย”

ชายหนุ่มยื่นกระเป๋าเอกสารให้ภรรยา

“ได้ค่ะ แม่ไปทำอาหารให้หนูก่อนนะคะ”

คะนึงนิจหยิกแก้มกลมของลูกชายเบา ๆ ก่อนเดินเข้าบ้าน

ไม่นาน เสียงโทรศัพท์ของภูวินทร์ก็ดังขึ้น เขาจูงมือลูกชายไปพร้อมกับรับสาย

“ครับ หนุ่ย ป้าสร้อยตอบตกลงแล้ว ขอบใจมากสำหรับข่าวดี วันไหนป้ากับหนุ่ยจะย้ายมา เดี๋ยวพี่ส่งรถไปรับ จะได้ขนของสะดวก ฝากขอบคุณป้าสร้อยด้วยนะ”

เขาวางสายด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนโน้มตัวพูดกับลูกชาย

“น้องคินจะมียายสร้อยกับน้าหนุ่ยมาอยู่บ้านของเราด้วยกันแล้วนะครับ ป้าสร้อยทำอาหารอร่อยมาก สงสัยพ่อต้องเปลี่ยนชื่อคินเป็นเจ้าลูกหมูแล้วล่ะ”

ชายหนุ่มหยอกลูกเสียงอ่อน เด็กน้อยยังไม่เข้าใจนัก แต่ก็ยิ้มตาหยีตอบกลับ

ระหว่างมื้อเย็น ภูวินทร์เล่าเรื่องที่ป้าสร้อยและหนุ่ยตกลงจะย้ายมาอยู่ด้วยกันให้คะนึงนิจฟัง

“จริงเหรอคะ” คะนึงนิจเงยหน้าขึ้นถามด้วยแววตาเบิกกว้าง ความดีใจเอ่อขึ้นในอก เธอไม่คาดคิดมาก่อนว่าภูวินทร์จะเป็นฝ่ายชวนญาติทั้งสองของเธอเอง

ชาติที่แล้ว เขาแทบไม่เคยใส่ใจญาติของเธอเลยด้วยซ้ำ

“จริงสิ พี่นัดกับหนุ่ยไว้แล้ว ถ้าป้าสร้อยเตรียมของเสร็จ พี่จะให้รถไปรับ นิจจัดห้องให้พวกเขาด้วยนะ”

“ได้ค่ะ เดี๋ยวนิจจะเรียกใช้บริการแม่บ้านมาช่วยทำความสะอาดห้อง” เธอตอบรับด้วยรอยยิ้ม

“ยายสร้อยกับน้าหนุ่ยจะย้ายมาอยู่กับพวกเราแล้วนะคะ น้องคิน หนูจำยายได้ไหม”

“อื้อ” เด็กน้อยเอ่ยสั้น ๆ พร้อมรอยยิ้มไร้เดียงสา แม้ไม่เข้าใจความหมายที่แม่พูด แต่ก็ส่งเสียงออกมาอย่างซื่อ ๆ

คะนึงนิจก้มลงหอมแก้มลูกฟอดใหญ่ วันนี้เป็นวันที่เธอได้รับข่าวดีจริง ๆ เธอทานข้าวต่อด้วยความสุขใจ

ภูวินทร์มองเห็นรอยยิ้มที่ผุดขึ้นบนใบหน้าของภรรยาเป็นระยะ บรรยากาศรอบโต๊ะอาหารดูอบอุ่นกว่าที่เคย หญิงสาวเล่าเรื่องราวทะเล้น ๆ ของลูกชายให้ฟังอย่างอารมณ์ดี ขณะที่ชายหนุ่มตั้งใจฟังทุกคำด้วยความพอใจ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • โอกาสรักคืนใจ   บทส่งท้าย

    แก้วเดินกลับเข้ามาในวงสนทนาหลังจากเข้าห้องน้ำ เสียงหัวเราะและบรรยากาศอบอุ่นยังคงคละคลุ้งอยู่รอบโต๊ะ หนุ่ยนั่งอยู่ข้างที่นั่งของเธอ หญิงสาวแกล้งทำเป็นไม่ใส่ใจ ทั้งที่หัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ก่อนจะนั่งลงตามเดิมอย่างสงบเสงี่ยม“คุยอะไรกันอยู่คะ?” แก้วเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ เมื่อเห็นทุกคนดูอารมณ์ดี“ภูกับนิจจะมีลูกสาวน่ะสิ พวกเราเลยดีใจกันใหญ่เลย” แม่ของแก้วพูดขึ้นด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม“ว้าว ดีจังเลยค่ะ น้องคินจะมีน้องสาวแล้ว!” แก้วหันไปทางเด็กน้อยที่นั่งบนตักของภูวินทร์ เด็กชายกำลังจดจ่ออยู่กับรถของเล่นคันเล็กในมือ“คินจะมีน้องสาว...รักน้อง!”เสียงใส ๆ ของภาคินทร์ทำให้ทุกคนหัวเราะเบา ๆ เด็กน้อยยื่นมือไปลูบท้องของแม่อย่างทะนุถนอมคะนึงนิจลูบหัวลูกชายอย่างเอ็นดู ความอบอุ่นเอ่อท้นอยู่ในหัวใจของเธอ เธอดีใจเหลือเกิน ที่ในชาตินี้ ลูกสาวของเธอกลับมาหาอีกครั้ง ลูกสาวที่เธอเคยคิดถึงและโหยหามาตลอดเวลาในชาติก่อนภาพความทรงจำเมื่อวานแวบเข้ามาในความคิด วันที่เธอไปตรวจครรภ์ที่โรงพยาบาล“ยินดีด้วยนะคะ คุณพ่อคุณแม่...ลูกในท้องเป็นผู้หญิงค่ะ”เสียงของคุณหมอคนเดิมที่เคยดูแลเธอตอนตั้งครรภ์ภาคินทร์เอ่ยด้ว

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 35

    หญิงสาวในชุดคลุมท้องสีขาว จูงมือเด็กชายวัยสามขวบเดินเล่นอย่างช้า ๆ บนสนามหญ้าหน้าบ้าน อากาศยามเช้าเริ่มเย็นลง เป็นสัญญาณของฤดูหนาวที่กำลังจะมาเยือนคะนึงนิจเงยหน้ามองท้องฟ้า แสงแดดยามสายเริ่มทอแรงขึ้นตามกาลเวลา“น้องคินคะ เราขึ้นบ้านกันเถอะ เดี๋ยววันนี้เราจะไปดูโรงเรียนของลูกกันนะคะ”เสียงของหญิงสาวอ่อนโยนและชัดเจน เอ่ยช้า ๆ อย่างใจเย็นกับลูกชายตัวน้อย ที่ตอนนี้เริ่มเข้าใจประโยคซับซ้อนยาว ๆ ของผู้ใหญ่ได้มากขึ้นแล้ว“คินจะไปโรงเรียน”เสียงเล็ก ๆ ของภาคินทร์เอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้น เด็กชายพยักหน้าเบา ๆ ดวงตาใสแจ๋วเต็มไปด้วยความคาดหวัง ก่อนจะก้าวเท้าเล็ก ๆ เดินตามมือแม่ขึ้นไปยังตัวบ้านอย่างว่าง่าย“พี่กำลังจะลงไปตามพอดีเลย”เสียงทุ้มของชายหนุ่มดังขึ้นจากบันได ภูวินทร์ในชุดลำลองสีน้ำเงินเดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะก้มลงอุ้มลูกชายขึ้นมาแนบอกอย่างอ่อนโยน“นิจต้องเตรียมอะไรเพิ่มเติมอีกไหม เดี๋ยวพี่เล่นกับลูกต่อให้”“มีเอกสารโรงเรียนกับสมุดสุขภาพของโรงพยาบาลที่นิจวางไว้ในห้องนอนค่ะ แล้วก็...ขอขึ้นไปเปลี่ยนชุดนิดนึง อยากใส่กางเกง จะได้เดินสะดวกขึ้นค่ะ”ภูวินทร์พยักหน้าเบา ๆ “เดี๋ยวพี่พานิจขึ้นไปเองดีกว่

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 34

    ในห้องผู้ป่วยรวมของโรงพยาบาลราชทัณฑ์ แสงไฟนวลซีดส่องสลัวอยู่เหนือเตียงคนไข้หลายเตียง เสียงเครื่องช่วยหายใจและเสียงฝีเท้าเจ้าหน้าที่ดังแผ่วเบาเป็นระยะบนเตียงมุมห้อง หญิงสาวร่างผอมซีดผู้มีใบหน้าเสียโฉมครึ่งหนึ่งนอนกระสับกระส่ายอยู่ใต้ผ้าห่มสีเทาเก่า เธอพลิกตัวไปมา ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาแดงเรื่อเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่ง“ภูวินทร์...เขาเป็นของฉัน...” เธอพึมพำเสียงพร่า “…นังนิจ แกแย่งผัวฉันไป...”จันทร์รวีเหม่อมองเพดานเหมือนหลงอยู่ในภวังค์ เธอไม่รู้ว่าสิ่งที่เห็นคือความจริงหรือความฝัน ตั้งแต่วันที่เธอขับรถพุ่งชน ภูวินทร์ ภาพฝันเดิมก็หลอกหลอนเธอทุกคืน ฝันว่าเธอได้ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านใหญ่หรูหรา มีภูวินทร์อยู่เคียงข้าง และมีลูกชายตัวน้อยเรียกเธอว่า “แม่”ความฝันนั้นงดงามจนเธอเริ่มเชื่อว่ามันคือความจริง เธอต่างหากที่เป็นภรรยาของภูวินทร์ เป็นเจ้าของชีวิตและครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ ไม่ใช่ของคะนึงนิจ“เขาเป็นของฉัน เขาต้องเป็นของฉันคนเดียว” จันทร์รวีเริ่มตะโกนซ้ำ ๆ ก่อนเสียงกรีดร้องจะดังลั่นทั่วห้อง ผู้ป่วยเตียงข้าง ๆ ตื่นตกใจร้องเรียกพยาบาลกันระงมเจ้าหน้าที่รีบกรูเข้ามาควบคุมตัวเธอ จันทร์รวีย

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 33

    คะนึงนิจเช็ดมือและแขนของชายหนุ่มที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงอย่างแผ่วเบา เขายังไม่ฟื้นเลย...แม้เวลาจะผ่านไปถึงสามวันแล้ว นับจากที่ถูกย้ายออกมาจากห้องไอซียูหลังจากอุบัติเหตุในเย็นวันนั้น รถพยาบาลนำตัวภูวินทร์ส่งถึงโรงพยาบาลในเวลาไม่นาน แพทย์ฉุกเฉินรีบพาเขาเข้าห้องผ่าตัดทันที ชายหนุ่มได้รับบาดเจ็บสาหัส กระดูกซี่โครงหักหนึ่งซี่ ขาขวาหัก และที่ร้ายแรงที่สุดคืออาการเลือดคั่งในสมองการผ่าตัดใช้เวลานานหลายชั่วโมงกว่าคุณหมอจะออกมาแจ้งผล คะนึงนิจนั่งรออยู่หน้าห้องผ่าตัดแทบไม่ได้ไปไหนเลย เมื่อการผ่าตัดผ่านพ้นไปได้อย่างปลอดภัย ภูวินทร์ถูกย้ายเข้าห้องไอซียู เพื่อเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดต่อเนื่องนานถึงหนึ่งสัปดาห์จากนั้น เขาจึงถูกย้ายมาพักฟื้นในห้องผู้ป่วยทั่วไป ทว่า...เขากลับยังไม่รู้สึกตัวเลยจนถึงตอนนี้คะนึงนิจเฝ้าอยู่ข้างเตียงแทบตลอดเวลา ไม่ยอมกลับบ้านเลยแม้แต่วันเดียว หนุ่ยกับป้าสร้อยจะผลัดกันมาเยี่ยมในช่วงเช้า โดยจะพาภาคินทร์มาด้วย เด็กน้อยเรียกร้องหาพ่อกับแม่ทุกวันทุกครั้งที่ลูกชายเข้ามาในห้อง เขาจะนั่งเงียบ ๆ อยู่ข้างเตียง จับมือพ่อไว้แน่นด้วยแววตาเศร้าสร้อยเกินวัย แล้วเอ่ยเสียงเบา ๆ ว่า“พ่อ..

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 32

    คะนึงนิจเปิดประตูห้องทำงานของภูวินทร์เบา ๆ แสงในห้องสลัวจนแทบมองไม่เห็น เธอมองเห็นร่างของชายหนุ่มนั่งนิ่งอยู่บนโซฟา ภาพความอ่อนล้าในแววตาเขาแวบขึ้นมาในใจของเธอแม้เขาจะยิ้มแย้มทักทายลูกน้อยที่ยืนรออยู่หน้าบ้านอย่างอารมณ์ดี แต่คะนึงนิจรู้ดีว่าเบื้องหลังรอยยิ้มนั้นมีบางอย่างซ่อนอยู่ ตลอดมื้อเย็น เขาแทบไม่ได้พูดอะไร มีเพียงรอยยิ้มบาง ๆ ที่แฝงความเหม่อลอยและเงียบงันที่ดูผิดปกติ“ทำไมไม่เปิดไฟห้องล่ะคะ?” เธอเอ่ยขึ้น พลางก้าวเข้าไปเปิดสวิตช์จนห้องสว่างจ้าแสงไฟทำให้ภูวินทร์หยีตาเล็กน้อย ก่อนเงยหน้าขึ้นมองภรรยา แววตานั้นเต็มไปด้วยความเศร้าและความเหนื่อยล้าอย่างคนที่กำลังแบกรับบางสิ่งไว้เงียบ ๆเมื่อคะนึงนิจเดินเข้าใกล้ เขาโผเข้ากอดเอวเธอแน่น ซบหน้าลงกับลำตัวของเธออย่างหมดเรี่ยวแรงหญิงสาวยืนนิ่ง ตัวแข็งทื่อ สัมผัสเช่นนี้ เธอไม่ได้รับมานานจนแทบจำไม่ได้“ขอพี่กอดนิจ...สักครู่เถอะ” เสียงของภูวินทร์แผ่วเบา แฝงแววเว้าวอน เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอเพียงเสี้ยววินาที ก่อนซบหน้ากลับลงอีกครั้งแน่นขึ้นกว่าเดิมคะนึงนิจยืนนิ่ง มองเส้นผมหยักศกของเขาที่เหมือนกับผมของลูกชายเธอซบอยู่ที่ตัวเธอ เธอทำตัวไม่ถูก แต่เ

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 31

    เช้านี้อากาศสดใส แดดอ่อน ๆ ยามสายทอดลงบนสนามหญ้าหน้าบ้านชายหนุ่มเดินจูงมือลูกน้อยออกมาเดินเล่นในสวนหลังมื้อเช้าอย่างสบายใจ วันนี้เขาไม่มีธุระเร่งด่วนที่บริษัท เดิมทีตั้งใจจะพักทั้งวันอยู่กับลูกให้เต็มที่แต่ไม่นานนัก เสียงโทรศัพท์จาก ภารดี น้องสาวแท้ ๆ ก็ดังขึ้น เธอแจ้งว่ามีเรื่องด่วนและขอให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นในช่วงบ่าย เขาจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนแผนหลังวางสาย ภูวินทร์สั่งให้วิทยาเตรียมเอกสารและจัดการประชุมไว้ในช่วงบ่าย เขาจึงมีเวลาเล่นกับลูกช่วงเช้า ก่อนต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เขาคาดไว้อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นภูวินทร์จับมือลูกชายตัวน้อยที่สวมเสื้อยืดลายการ์ตูนตัวโปรดกับกางเกงขาสั้นสีแดง ใบหน้าเล็กสดใสอาบแสงแดดยามเช้า ดูน่ารักน่าเอ็นดู เด็กน้อยเงยหน้ามองพ่อ คอยฟังทุกถ้อยคำที่เขาพูด ก่อนจะเลียนเสียงหรือส่งยิ้มตอบกลับอย่างไร้เดียงสา ราวกับเข้าใจทุกอย่างทั้งคู่เดินช้า ๆ รอบแปลงดอกไม้ พลางช่วยกันตัดดอกกุหลาบที่กำลังบานสะพรั่ง เขาสอนลูกให้ระวังหนาม ค่อย ๆ เด็ดออกทีละอันจนเหลือแต่ช่อดอกที่สวยสะอาด“น้องคินเอาดอกไม้ไปให้คุณแม่ซิครับ” ภูวินทร์พูดพลางยื่นกุหลาบสีแดงให้ลูกน้อย เด็กชายพยักหน

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 20

    ไม่กี่วันต่อมา จันทร์รวีส่งภาพชุดตรวจครรภ์ที่มีขีดแดงสองขีดชัดเจนให้เก่งทางไลน์โทรศัพท์ของเธอสั่นขึ้นแทบจะทันทีหลังจากนั้น“เกิดอะไรขึ้นน่ะ จันทร์?” เสียงชายหนุ่มเต็มไปด้วยความตกใจ“จันทร์ท้องค่ะ พี่เก่ง...” น้ำเสียงของเธอนุ่

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 17

    คะนึงนิจอุ้มลูกจากอ้อมอกของภูวินทร์ แต่ยังจับให้ลูกน้อยหันหน้าออกไปทางหน้าต่าง เพราะหนูน้อยยังเพลิดเพลินกับวิวสูงที่ไม่เคยเห็นมาก่อน“พี่ภูทำงานต่อเถอะค่ะ เดี๋ยวนิจดูน้องคินเอง เราจะได้ออกไปข้างนอกกันเร็วหน่อย”เธอพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ในใจกลับเริ่มรู้สึกอึดอัด อยากออกจากสำนักงาน

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 16

    ภูวินทร์ลืมตาขึ้น เมื่อเสียงลมแรงพัดกระทบกระจกหน้าต่างดังแผ่ว ๆ ความคิดของเขาถูกดึงกลับจากอดีตอันขมขื่นสู่ปัจจุบัน เขานั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาวราวกับอยากระบายบางสิ่งที่อัดแน่นอยู่ในอกให้หลุดออกไปกับลมหายใจนั้นชายหนุ่มลุกขึ้นเดินไปที่ห้องนอนของลูกเพื่อดูความเรียบร้อย แสงไฟจากโถงทางเดิ

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 8

    คะนึงนิจยกมือเรียกแก้วและผู้หญิงร่างผอมสูงอีกคนที่เดินตามกันมา เพื่อให้ทั้งคู่เห็นว่าเธอนั่งรออยู่แล้วในร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยข้างห้างสรรพสินค้าใหญ่ใกล้บ้าน บรรยากาศภายในร้านเงียบสงบ มีเสียงเพลงแจ๊สคลอเบา ๆ ชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย“พี่นิจ สวัสดีค่ะ” แก้วเอ่ยอย่างร่าเริงก่อนจะแนะนำหญิงสาวท

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status