LOGINบทที่ 1
แสงอรุณแรกของวันใหม่สาดส่องลอดผ้าม่านผืนหนาเข้ามายังห้องนอนส่วนตัวในปีกตะวันออกของทำเนียบประธานาธิบดีบลูการ์เดน บรรยากาศภายในห้องเงียบกริบจนได้ยินเพียงเสียงเข็มนาฬิกาเดินเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
บนเตียงกว้างขนาดคิงไซส์ ชายหนุ่มเจ้าของแผ่นหลังกำยำขยับกายตื่นขึ้นช้าๆ คิ้วเข้มขมวดมุ่นเมื่อความทรงจำเมื่อคืนหวนย้อนกลับมาราวกับเกลียวคลื่น
หลังจากหน่วยอารักขาลับพบเขานอนหมดสติอยู่ในเรือนพฤกษศาสตร์ด้วยภาวะสงบลงของฟีโรโมนอย่างน่าอัศจรรย์และช่วยพยุงเขากลับมาพักผ่อน ทว่าสิ่งที่หลงเหลืออยู่ข้างกายกลับมีเพียงความว่างเปล่า
กลิ่นหอมหวานละมุนของลูกพีชขาวยังคงติดตรึงจางๆ และในฝ่ามือหนาที่กำแน่นมาตลอดทั้งคืนคือผ้าเช็ดหน้าเนื้อฝ้ายสีขาวปักลายกิ่งท้อ
‘ฮายอน...’
แทกยอมยกผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กขึ้นมาจรดปลายจมูก สูดดมกลิ่นหอมละมุนที่ยังไม่จางหายไป ความรู้สึกผูกพันลึกซึ้งที่แปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วหัวใจ กลิ่นนี้ช่างคุ้นเคยราวกับเขาเคยสัมผัสและเฝ้ารอคอยมาเนิ่นนานหลายปี
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ก่อนที่บานประตูไม้โอ๊กจะถูกเปิดออกโดยไม่ต้องรอเสียงอนุญาต
ชายหนุ่มในชุดสูทสีกรมท่าท่าทางคล่องแคล่วเดินก้าวเข้ามาในห้อง ใบหน้าคมคายฉายแววเหนื่อยล้าจากการอดนอน ดงฮยอก (จองดงฮยอก) เลขาธิการทำเนียบประธานาธิบดีและเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของแทกยอมเดินตรงเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารหนาเตอะในมือ
“ตื่นแล้วเหรอมึง” ดงฮยอกเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงห้วนตามประสาเพื่อนสนิท ก่อนจะชะงักฝีเท้ากะทันหัน จมูกโด่งรั้นฟุดฟิดสูดอากาศรอบตัว “เดี๋ยวนะ... กลิ่นอะไรวะเนี่ย”
“กลิ่นอะไรของมึง” แทกยอมถามเสียงเรียบ สอดผ้าเช็ดหน้าปักลายกิ่งท้อเก็บเข้าใต้หมอนอย่างแนบเนียน
“มึงอย่ามาทำไขสือแทกยอม” ดงฮยอกก้าวเข้ามาใกล้เตียง สายตาคมกริบหรี่มองเพื่อนสนิทอย่างจับผิด “กลิ่นฟีโรโมนมึงนิ่งสนิทผิดปกติ ทั้งที่เมื่อวานมึงเพิ่งเข้าสู่ภาวะรัทขั้นรุนแรง แถมในห้องนี้ยังมีกลิ่นหวานเลี่ยนเหมือนลูกพีชลอยคลุ้งไปหมด มึงไปทำอะไรมา!”
“พูดมากน่าดงฮยอก” แทกยอมยันตัวลุกขึ้นนั่ง แผ่นอกแกร่งเปลือยเปล่าเต็มไปด้วยรอยข่วนสีแดงจางๆ
ดงฮยอกเบิกตากว้าง อ้าปากค้างเมื่อเห็นร่องรอยบนตัวประธานาธิบดี “เชี่ย... รอยเล็บใครวะ! มึงแอบหิ้วใครเข้ามาในทำเนียบเมื่อคืนใช่ไหม! มึงบ้าไปแล้วเหรอวะแทกยอม ถ้าพวกนักข่าวหรือฝ่ายค้านรู้เข้า มึงโดนถล่มเละแน่!”
“ไม่มีใครหิ้วใครเข้ามาทั้งนั้น” แทกยอมปรายสายตามองเพื่อนสนิทด้วยประกายตาดุดัน “มันเป็นอุบัติเหตุ”
“อุบัติเหตุห่าอะไรมีรอยจิกเต็มหลังขนาดนี้วะ!” ดงฮยอกทึ้งหัวตัวเองอย่างหัวเสีย “มึงเป็นถึงประธานาธิบดีนะเว้ย จะมาทำตัวตามใจชอบแบบนี้ไม่ได้! แล้วตกลงคนที่มึงนอนด้วยเมื่อคืนเป็นใคร เป็นสายลับของพวกฝ่ายค้านหรือเปล่า”
“เขาไม่ใช่สายลับ” แทกยอมตัดบทเสียงหนักแน่น “เขาเป็นภัณฑารักษ์ที่มาส่งเอกสารเมื่อคืน”
“ภัณฑารักษ์?” ดงฮยอกขมวดคิ้วแน่น “คนจากหอจดหมายเหตุเนี่ยนะ”
“ใช่” แทกยอมหยิบผ้าเช็ดหน้าปักลายกิ่งท้อออกมาส่งให้ดงฮยอก “มึงเอาสิ่งนี้ไป จัดการสืบหาตัวเจ้าของผ้าเช็ดหน้านี้มาให้กูภายในสามวัน”
ดงฮยอกรับผ้าเช็ดหน้าไปถือไว้ ก้มมองลายปักด้วยความสับสน “แล้วถ้ากูหาเจอ มึงจะทำยังไงต่อ จะสั่งเก็บหรือไง”
“ใครสั่งให้เก็บ” แทกยอมเค้นเสียงต่ำ แววตาวาวโรจน์ “กูจะเอาตัวเขามาทำงานข้างกายกูที่นี่ ที่ปีกตะวันออก”
“มึงจะบ้าเหรอแทกยอม!” ดงฮยอกแทบจะสบถออกมา “เอาโอเมก้าที่เพิ่งมีอะไรกันมาไว้ข้างตัวเนี่ยนะ มึงคิดว่าสภาจะยอมให้มึงทำเรื่องไร้สาระแบบนี้เหรอวะ”
“กูไม่ได้ขอความเห็นชอบจากสภา” แทกยอมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กลิ่นอายผู้นำแผ่ซ่านออกมากดดันจนดงฮยอกต้องยอมเงียบเสียง “กูสั่งให้มึงไปตามหา ก็แค่ไปตามหามา อย่าให้ใครหน้าไหนในทำเนียบรู้เรื่องนี้แม้แต่คนเดียว เข้าใจที่กูพูดไหม”
ดงฮยอกถอนหายใจยาว พยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ “เออๆ กูรู้แล้ว! กูจะรีบไปจัดการให้ แต่ถ้าเกิดเรื่องฉาวขึ้นมา มึงต้องรับผิดชอบเองนะโว้ย”
เมื่อเลขาธิการคนสนิทก้าวออกจากห้องไป ชเวแทกยอมก็เดินตรงไปยังโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งตัวใหญ่กลางห้องทำงานส่วนตัว มือหนาเอื้อมไปดึงลิ้นชักชั้นล่างสุดที่ลงกลอนนิรภัยไว้ให้เปิดออก ด้านในมีกล่องไม้โบราณบุผ้ากำมะหยี่สีเข้มวางนิ่งอยู่ และเมื่อเปิดฝากล่องออก สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าคือสมุดบันทึกปกหนังเล่มเก่าที่ผ่านกาลเวลามาเนิ่นนาน
“ฝันดีนะครับเด็กดีของแม่” ฮายอนกระซิบแผ่วเบา รอยยิ้มอ่อนโยนแต้มบนดวงหน้าหวานแทกยอมที่ยืนพิงกรอบประตูเฝ้ามองภาพนั้นด้วยความรัก เดินเข้ามากุมมือฮายอนเบาๆ ก่อนจะพากันก้าวเดินออกจากห้องนอนอย่างเงียบเชียบ ทั้งสองเดินเคียงข้างกันไปตามระเบียงหินอ่อนทอดยาว มุ่งหน้าสู่ระเบียงปีกตะวันออกของทำเนียบอันเป็นมุมสงบส่วนตัวสายลมอุ่นยามค่ำคืนพัดพากลีบดอกท้อสีชมพูอ่อนจากสวนพฤกษศาสตร์ด้านล่างให้ลอยละล่องขึ้นมาตามกระแสลม กลิ่นหอมหวานของดอกท้อและลูกพีชขาวผสานเข้ากับกลิ่นไม้ซีดาร์ลุ่มลึกอย่างแนบแน่น เบื้องหน้าคือทัศนียภาพของเมืองชองซองยามราตรี แสงไฟระยิบระยับดั่งทะเลดวงดาวทอดยาวไปจนสุดขอบฟ้า สะท้อนถึงความสงบสุขและความมั่นคงของบ้านเมืองแทกยอมก้าวมายืนซ้อนด้านหลังของฮายอน สองแขนแกร่งสอดประสานโอบรัดรอบเอวบางไว้แน่น ดึงแผ่นหลังของคนรักเข้ามาแนบชิดกับอกกว้างอันอบอุ่น ฮายอนเอนศีรษะพิงไหล่หนาอย่างผ่อนคลาย ปล่อยให้ไออุ่นของคู่แท้แทรกซึมเข้าสู่หัวใจ“เหนื่อยไหมครับคนดีของพี่ วันนี้ต้องรับแขกทั้งคืนเลย” แทกยอมเกยคางลงบนไหล่มน กระซิบถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนโยน“ไม่เหนื่อยเลยครับพี่แทกยอม มีความสุขมากจนล้นหัวใจเลย
“แน่นอนสิครับ หลานรักของพี่ทั้งทีจะให้น้อยหน้าใครได้ยังไง” ซูยองยิ้มร่าพลางโน้มตัวลงจี้เอวฮายังจนเด็กหญิงหัวเราะเอิ๊กอ๊าก “โตขึ้นมาหนูฮายังต้องสวยระดับโลกแน่ๆ ส่วนเจ้าแทฮอนก็ถอดแบบความเก๊กมาจากคุณพ่อเขาเป๊ะๆ ไม่มีผิดเพี้ยน”“เขาเรียกว่าความสุขุมต่างหากล่ะคุณซูยอง พูดจาให้เกียรติหลานชายคนโปรดของผมหน่อยสิครับ” เสียงทุ้มต่ำเข้มของซังฮยอนชอลดังแทรกขึ้น อดีตผู้ช่วยหน่วยข่าวกรองที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งระดับสูงและเพิ่งได้รับเหรียญเชิดชูเกียรติชั้นสูงสุดด้านความมั่นคง เดินเข้ามาร่วมวงด้วยท่วงท่าองอาจ“คุณลุงฮยอนชอล!” แทฮอนหันขวับ ดวงตาเป็นประกายทันทีเมื่อเห็นคุณลุงคนโปรด “พรุ่งนี้คุณลุงจะมาสอนวิชายิงธนูโบราณให้ผมตามสัญญาใช่ไหมครับ”“แน่นอนสิครับท่านชายตัวน้อย ลุงเตรียมคันธนูไม้จำลองไว้ให้แล้ว พรุ่งนี้เจอกันที่ลานฝึกหลังทำเนียบได้เลย” ฮยอนชอลย่อตัวลงตบบ่าเด็กชายเบาๆ ด้วยความเอ็นดูเปี่ยมล้น“เบาๆ มือหน่อยเถอะคุณฮยอนชอล หลานเพิ่งจะห้าขวบ จะฝึกให้กลายเป็นสายลับหน่วยพิเศษหรือยังไงกัน” อันมีแรเดินก้าวเข้ามาสมทบด้วยชุดราตรีสีน้ำเงินครามสง่าผ่าเผย ปัจจุบันเธอได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการหอจดหมายเหตุ
ตอนพิเศษ 3โคมไฟระย้าคริสตัลขนาดยักษ์บนเพดานห้องจัดเลี้ยงกลางของทำเนียบบลูการ์เดนเปล่งประกายระยิบระยับ ขับเน้นบรรยากาศโอ่อ่าและอบอุ่นในค่ำคืนสำคัญระดับชาติ เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงแว่วหวานผสานกับเสียงพูดคุยของแขกผู้มีเกียรติจากทั่วทุกสารทิศ ค่ำคืนนี้คืองานกาล่าดินเนอร์ฉลองครบรอบห้าปีแห่งการปฏิรูปกฎหมายความเท่าเทียมทางชนชั้น ซึ่งผลักดันให้สาธารณรัฐก้าวสู่ยุคสมัยแห่งความเจริญรุ่งเรืองและสิทธิมนุษยชนอันงดงามแพคฮายอนในชุดสูททักซิโดสีงาช้างตัดเย็บอย่างประณีต ยืนกุมมือลูกน้อยทั้งสองคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า กลิ่นหอมหวานของลูกพีชขาวจากกายของสุภาพบุรุษหมายเลขหนึ่งยังคงอบอวลนุ่มละมุนไม่เคยเปลี่ยน แทฮอนในวัยห้าขวบสวมชุดสูททักซิโดสีน้ำเงินเข้มตัวจิ๋วที่เข้าชุดกับบิดา ยืนนิ่งสง่างามด้วยแววตาสุขุมดั่งถอดแบบมาจากประธานาธิบดีไม่มีผิดเพี้ยน ขณะที่ฮายังแฝดผู้น้องสวมชุดกระโปรงผ้าลูกไม้ฟูฟ่องสีพีชอ่อน ดวงตากลมโตสดใสและรอยยิ้มร่าเริงดั่งมารดา“แทฮอนลูก ชายเสื้อสูทตึงไปไหมครับ” ฮายอนก้มลงจัดโบไทสีดำเส้นเล็กให้ลูกชายคนโตด้วยความอ่อนโยน ปลายนิ้วเรียวสัมผัสแก้มเนียนใสของเด็กชายเบาๆ“ไม่เลยครับ พอดีตัวมากครับ” เ
ทั้งสองหยุดยืนอยู่ตรงปลายสะพานไม้ที่ยื่นออกไปกลางทะเล ราวกับโลกทั้งใบมีเพียงพวกเขาสองคนท่ามกลางความเงียบสงัดของธรรมชาติฮายอนเอนแผ่นหลังพิงอกแกร่ง สองมือหนาของแทกยอมเลื่อนมากุมประสานมือเรียวของคนรักไว้ตรงหน้าท้อง“จำคืนนั้นได้ไหมครับพี่แทกยอม... คืนที่เราสลักพันธะนิรันดร์” ฮายอนเอ่ยถามเสียงหวานแผ่วเบา“พี่จำได้ทุกวินาทีครับคนดี... ไม่มีวันไหนที่พี่จะลืมสัมผัสและความรักที่คุณมอบให้เลย” แทกยอมกดจูบลงบนรอยสลักพันธะที่ท้ายทอยของฮายอน สัมผัสถึงความร้อนผ่าวแห่งจิตวิญญาณที่เชื่อมถึงกัน“เมื่อก่อน... ฮายอนต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยว ฮายอนเคยคิดว่าชีวิตของฮายอนคงไม่มีวันได้พบเจอกับความอบอุ่นแบบนี้ ไม่เคยคิดฝันเลยว่าจะได้มีครอบครัว มีลูกที่น่ารัก และมีพี่แทกยอมที่คอยรักและทะนุถนอมฮายอนขนาดนี้ครับ” หยาดน้ำตาแห่งความซาบซึ้งใจเอ่อล้นคลอเบ้าตาคู่สวยแทกยอมประคองร่างโปร่งให้หันกลับมาสบตากัน มือหนาประคองดวงหน้างามขึ้นมารับแสงจันทร์ นิ้วหัวแม่มือช่วยเกลี่ยซับหยาดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยนที่สุด“คุณคือของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดที่โชคชะตามอบให้แก่พี่นะฮายอนอา... ตั้งแต่วินาทีแรกที่พี่ได้กลิ่นพีชของคุณ พี่ก็รู
ตอนพิเศษ 2สายลมฤดูร้อนพัดพากลิ่นไอทะเลสะอาดบริสุทธิ์เข้าปะทะผิวกายอย่างสดชื่น คลื่นสีครามซัดสาดเข้ากระทบหาดทรายขาวเนียนละเอียดของเกาะยองด็อกเป็นฟองคลื่นสีขาว ในช่วงวันหยุดพักผ่อนประจำปี ชเวแทกยอมพาแพคฮายอนและลูกแฝดวัยหนึ่งขวบครึ่งเดินทางกลับมาเยือนวิลล่าริมหน้าผาอีกครั้ง โดยมีเพื่อนสนิททั้งสี่คนร่วมเดินทางมาพักผ่อนด้วยอย่างพร้อมเพรียง บรรยากาศริมชายหาดส่วนตัวจึงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความคึกคักอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนผู้อำนวยการซังฮยอนชอลในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นสบายๆ กำลังให้แทฮอนตัวน้อยขี่คอ วิ่งเหยาะๆ ไปตามแนวชายหาด แทฮอนหัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบใจ สองมือน้อยเกาะศีรษะของลุงฮยอนชอลไว้แน่นอย่างไม่กลัวความสูง“เร็วอีกครับลุงฮยอนชอล! แทฮอนบินได้แล้ว!” หนุ่มน้อยอัลฟ่าส่งเสียงเจื้อยแจ้ว แผ่กลิ่นไม้ซีดาร์จางๆ ด้วยความสนุกสนาน“เกาะแน่นๆ นะเจ้าตัวแสบ! วันนี้ลุงจะพาบินข้ามเกาะยองด็อกเลย!” ฮยอนชอลหัวเราะร่า พาหลานชายหมุนตัวไปรอบๆ ท่ามกลางเสียงปรบมือของทุกคนไม่ไกลกันนัก บนร่มชายหาดผืนใหญ่ อันมีแรและท่านทูตยุนซูยอง กำลังนั่งล้อมวงก่อปราสาททรายร่วมกับ ชเวฮายัง ตัวน้อยที่สวมชุดว่ายน้ำลายลูกพีชพร้อม
ทูตหญิงอาวุโสจากยุโรปเอ่ยชื่นชมด้วยความประทับใจ “คุณฮายอนไม่เพียงแต่มีบุคลิกภาพที่สง่างามและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์เท่านั้น แต่ผลงานการขับเคลื่อนนโยบายสิทธิมนุษยชนของคุณยังกลายเป็นต้นแบบให้แก่นานาชาติด้วยค่ะ ท่านประธานาธิบดีช่างโชคดีเหลือเกินที่มีคู่ชีวิตที่ยอดเยี่ยมและชาญฉลาดเช่นนี้”“ขอบคุณมากครับท่านทูต ความสำเร็จทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้เพราะการสนับสนุนจากประชาชนทุกคนและความมุ่งมั่นของท่านประธานาธิบดีครับ” ฮายอนตอบอย่างนอบน้อมและสง่างามมีแรที่ยืนมองอยู่ข้างๆ สะกิดแขนซูยองเบาๆ น้ำตาซึมด้วยความภาคภูมิใจ “ดูฮายอนสิคุณซูยอง... จากเด็กจดหมายเหตุขี้อายที่เคยโดนรังแกในวันนั้น ตอนนี้สง่างามจนผู้นำระดับโลกยังต้องยอมรับนับถือ ฉันภูมิใจในตัวเพื่อนคนนี้จนบรรยายไม่ถูกจริงๆ ค่ะ”“ท่านแทกยอมเลือกคนไม่ผิดหรอกครับมีแร ฮายอนคือเพชรน้ำหนึ่งที่คู่ควรกับตำแหน่งนี้ที่สุด และความดีงามของเขาก็เปล่งประกายให้ทุกคนได้ประจักษ์แล้ว” ซูยองยิ้มรับด้วยความเอ็นดูเปี่ยมล้นในจังหวะนั้นเอง ชเวแทกยอมในชุดสูทประธานาธิบดีเต็มยศก้าวเข้ามาสมทบในศาลาจัดแสดง แทกยอมเดินตรงเข้ามายืนเคียงข้างฮายอน วางมือลงบนเอวคอดของคนรักอย่างเป็นธร







![เพียงหัวใจเพรียกหา - [Omegaverse]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)